共有

บทที่ 4

作者: เชอร์ลีย์
ลิลี่เห็นคราบเลือดที่ซึมออกมาจากมุมปากของฉัน แววตาของเธอวูบไหวด้วยความไม่สบายใจอยู่ครู่หนึ่ง

ในวินาทีนั้น ฉันมองเห็นเงาของแม่ที่เคยรักและเอ็นดูฉันซ่อนอยู่ลึกๆ ในดวงตาคู่โตนั้น

แต่เพียงวินาทีถัดมา แค่เพราะเสียงร้องไห้ของโซเฟียดันดังขึ้นอีกนิด เธอก็รีบละสายตาไปอย่างลนลาน แล้วหันไปปลอบโยนลูกสาว "ผู้ที่สมควรได้รับความรัก" คนนั้นแทน

"ลูกรัก เป็นยังไงบ้าง? ต้องเรียกหมอไหมลูก?"

ฉันใช้หลังมือเช็ดคราบเลือด แล้วค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นจากพื้น

ที่มุมห้องมีกระเป๋าเดินทางใบเก่าวางอยู่ ข้างในบรรจุเสื้อผ้าเพียงไม่กี่ชุดที่มีอยู่ของฉัน

ฉันเก็บของเตรียมไว้ตั้งนานแล้ว

ตลอดสองวันที่ผ่านมา ฉันเตรียมตัวเพื่อการจากไปมาโดยตลอด

พวกเขามองการกระทำของฉันด้วยความประหลาดใจ แต่อารมณ์นั้นก็ถูกแทนที่ด้วยคำเยาะเย้ยที่บาดลึกถึงกระดูก

"อะไรกัน ปีกกล้าขาแข็งจนหัดหนีออกจากบ้านแล้วเหรอ? ที่ตระกูลสั่งสอนแกก็เพราะหวังดีนะแคลร์ ทำไมแกถึงไม่เข้าใจความตั้งใจจริงของพวกเราบ้าง?" พ่อถามพร้อมมองฉันด้วยใบหน้าเรียบเฉย

"แกคิดว่าการหนีจะช่วยแก้ปัญหาได้เหรอ?" แม่ตั้งคำถาม "แคลร์ ตั้งแต่เด็กจนโตแกก็เป็นแบบนี้ พอเจออุปสรรคก็คิดแต่จะหนี"

"ก็อย่างที่พ่อแกพูดนั่นแหละ พวกเราเลี้ยงลูกสาวที่ไร้ค่าออกมาจริงๆ"

ร็อกโกวางโซเฟียลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับฉัน

ในดวงตาของเขา ฉันมองไม่เห็นความอ่อนโยนเลยสักนิด เหลือเพียงความรังเกียจที่เย็นชา "คุณคิดจะไปไหน?"

"ไปให้พ้นจากเขตอิทธิพลของตระกูลฟาลโคน"

"แคลร์!" เขาตะคอกขึ้นมาทันที "คุณรู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอะไรอยู่? ทันทีที่ก้าวพ้นเขตนี้ไป คุณจะไม่มีสถานะเป็นคนของตระกูลฟาลโคนอีกต่อไป และคุณจะถูกพวกศัตรูฉีกออกเป็นชิ้นๆ!"

ความผิดหวังที่สะสมมามากเกินไป ทำให้หัวใจของฉันด้านชาจนไม่รู้สึกเจ็บปวดอีกแล้ว

นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ที่ฉันได้ยินคำขู่แบบนี้ ฉันไม่กลัวที่จะสูญเสียสิ่งที่เรียกว่า บ้าน นี้อีกต่อไป

เพราะตระกูลนี้ ไม่เคยทำให้ฉันรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขาจริงๆ เลย

"ก็ดีค่ะ" ฉันลากกระเป๋าเดินทางมุ่งหน้าไปที่ประตู "เดิมทีฉันก็ไม่คู่ควรอยู่แล้ว"

และเดิมที ฉันเองก็กำลังจะตายอยู่แล้วด้วย

ฉันหิ้วสัมภาระเดินตรงไปยังประตูใหญ่โดยไม่เหลียวหลังกลับไปมอง

เมื่อร็อกโกเห็นท่าทีของฉัน หัวใจของเขากลับรู้สึกเหมือนถูกบางอย่างกระแทกเข้าอย่างแรง

ในจิตใต้สำนึก เขารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ

ตอนที่เขาพ่นคำพูดร้ายกาจพวกนั้นออกมา เขารู้สึกราวกับกำลังใช้มีดเฉือนหัวใจตัวเองออกทีละชิ้น

แต่ศักดิ์ศรีและความโกรธที่รุนแรงบดบังเหตุผลของเขา

เขาบอกตัวเองว่า ความเจ็บปวดนี้เป็นเพราะแคลร์ เป็นเพราะความอ่อนแอและไร้ความสามารถของเธอที่ทำให้เขาต้องทุกข์ใจ

แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังไม่เข้าใจว่าตัวเองเป็นอะไรกันแน่ ทำได้เพียงเขวี้ยงแก้วเหล้าลงพื้นจนแตกกระจายเพื่อระบายอารมณ์

เสียงแก้วแตกดังลั่นขึ้นมาจากเบื้องหลังของฉัน

เศษแก้วกระจายเกลื่อนพื้น สะท้อนแสงไฟระยิบระยับ

ร็อกโกยืนอยู่ตรงระเบียงหน้าต่างชั้นสอง ในดวงตาเต็มไปด้วยไฟแห่งความโกรธ

"แคลร์!" เสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อย "กลับมานี่เดี๋ยวนี้!"

ฉันหยุดฝีเท้า แล้วหันกลับไปมองสถานที่ที่เคยคิดว่าเป็นบ้านเป็นครั้งสุดท้าย

แสงจันทร์ที่สาดส่องลงบนผนังวิลล่าทำให้มันดูอ้างว้างและเย็นเยียบจับใจ

"ใครที่ผิดคำพูด ขอให้คนนั้นต้องสูญเสียคนรักไปชั่วนิรันดร์"

วินาทีที่ก้าวพ้นประตูใหญ่ของวิลล่า ลมหนาวในยามค่ำคืนก็พัดกรรโชกเข้ามา

มันหอบเอากลิ่นอายแห่งอิสรภาพมาให้ พร้อมๆลางบอกเหตุแห่งความตาย

ร็อกโกยืนมองแคลร์จากหน้าต่างบานใหญ่ เมื่อได้ยินประโยคสุดท้ายของเธอ เขาก็รู้สึกหนาวสะท้านไปทั้งตัว

เขารู้ว่าสุขภาพของเธอไม่ดี การวิ่งออกไปในคืนที่หนาวเหน็บแบบนี้ ไม่รู้ว่าเธอจะได้รับบาดเจ็บอีกหรือไม่

เขาอยากจะบอกว่า คำพูดที่ไล่เธอออกจากตระกูลเมื่อครู่เป็นเพียงแค่อารมณ์ชั่ววูบ เขาไม่ได้ตั้งใจจะให้เธอไปจริงๆ

เขามีสัญชาตญาณที่อยากจะวิ่งตามออกไป แต่โซเฟียกลับหันมาส่งยิ้มหวานให้ร็อกโกที่ยืนอยู่ในโถงทางเดิน

"ร็อกโกคะ จริงไหมคะ? พอเธอไม่มีที่ไปแล้ว เดี๋ยวเธอก็ต้องซมซานกลับมาคุกเข่าอ้อนวอนคุณเองนั่นแหละ"

"ถึงตอนนั้น เธอจะได้เข้าใจสักทีว่าถ้าไม่มีตระกูลฟาลโคนคุ้มหัว เธอก็เป็นแค่คนไม่มีค่าอะไรเลย"

เมื่อได้ยินคำพูดนั้น ในใจของร็อกโกกลับยิ่งทวีความหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก

เขาถอนสายตากลับมาอย่างเงียบๆ แต่ไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่า หมัดที่เขากำแน่นนั้นกำลังสั่นเล็กน้อน

เล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือจนลึก หยดเลือดค่อยๆ ไหลซึมออกมาตามง่ามนิ้ว

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • ปฏิเสธฉัน 99 ครั้ง ก่อนจะอ้อนวอนทั้งน้ำตา   บทที่ 12

    สามวันผ่านไปโซเฟียนอนขดตัวอยู่ที่มุมห้องขังใต้ดิน ตามร่างกายเต็มไปด้วยคราบสกปรกและความเปียกชื้นเธอนอนคุดคู้อยู่ในมุมนั้น และในที่สุดก็นึกถึงไพ่ตายใบสุดท้ายออกตอนนี้ตระกูลฟาลโคนีได้สูญเสียภรรยาของเจ้าพ่อมาเฟียไป ซึ่งในโลกมาเฟียถือเป็นลางร้าย และขวัญกำลังใจของคนในตระกูลก็กำลังตกต่ำถึงขีดสุดส่วนเธอ คือผู้หญิงเพียงคนเดียวที่มีความสามารถคู่ควรกับตำแหน่งนี้ และสามารถเป็นมือขวาที่แข็งแกร่งคอยสนับสนุนร็อกโกได้ดังนั้น เธอจึงแสร้งทำเป็นอ่อนแอต่อหน้าคนคุมขัง"ฉันรู้ว่าตอนนี้ร็อกโกเกลียดฉัน แต่ช่วยบอกความจริงข้อหนึ่งกับเขาด้วย""ตระกูลฟาลโคนต้องการนายหญิงที่แข็งแกร่งเพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจคนและฟื้นฟูขวัญกำลังใจ""และฉัน คือคนเดียวที่จะช่วยร็อกโกได้""ฉันยินดีจะใช้ชีวิตที่เหลือเพื่อไถ่บาป แต่ขอโอกาสให้ฉันได้ทำประโยชน์เพื่อตระกูลด้วยเถอะ"แต่เมื่อร็อกโกปรากฏตัวที่หน้าห้องขัง ในแววตาของเขากลับมีเพียงความเกลียดชังที่เย็นชาเขาไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย และยิ้มออกมาพร้อมแฉความทะเยอทะยานของเธอ"จนถึงตอนนี้ยังจะวางแผนอีกเหรอ? โซเฟีย คุณคิดจริงๆ เหรอว่าผมจะดูไม่ออกว่าคุณคิดอะไร?""คุณฆ่าภรรยาของ

  • ปฏิเสธฉัน 99 ครั้ง ก่อนจะอ้อนวอนทั้งน้ำตา   บทที่ 11

    ในขณะที่ร็อกโกกำลังโอบกอดร่างไร้วิญญาณของแคลร์ร้องไห้อย่างเจ็บปวด ประตูวิลล่าก็ถูกผลักเปิดออกโซเฟียเดินก้าวย่างอย่างเริงร่าเข้ามา ใบหน้ายังคงมีรอยยิ้มพอใจเหมือนเช่นทุกวันเธอไม่รู้เลยสักนิดว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง“ร็อกโก ฉันกลับมาแล้วค่ะ!” เธอเรียกเสียงหวานหยดย้อย เตรียมจะโผเข้าอ้อมกอดของเขาเหมือนอย่างเคย“การประชุมกับที่ปรึกษาวันนี้ราบรื่นมากเลยค่ะ ฉันโน้มน้าวให้เขาสนับสนุนฉันได้แล้ว...”“จริงด้วย เมื่อวานซืนฉันเห็นพี่แคลร์ด้วยนะคะ”“เธอไปคลุกคลีอยู่กับพวคนพเนจรแถวชายขอบเขตอิทธิพล ไม่ยอมมาช่วยจัดการงานของตระกูลตั้งหลายวันแล้ว”“ร็อกโก อย่าโกรธพี่แคลร์มากเลยนะคะ”“เธออาจจะแค่คิดไม่ตกชั่วคราว คุณแค่สั่งสอนเธอเล็กๆ น้อยๆ ก็พอแล้วค่ะ...”ยังไม่ทันขาดคำร็อกโกก็ผุดลุกขึ้นยืนทันที แล้วตบเข้าที่ใบหน้าของเธออย่างแรงโซเฟียที่ไม่ได้ตั้งตัวถูกแรงนั้นซัดจนกระเด็นไปกระแทกกำแพงอย่างจังเธอพยุงไหล่ที่บาดเจ็บด้วยความเจ็บปวด ดวงตาเต็มไปด้วยความตกตะลึงและไม่อยากจะเชื่อ“ร็อกโก... คุณเป็นอะไรไปคะ?”ดวงตาของร็อกโกลุกโชนด้วยความโกรธแค้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“เสียแรงที่ตระกูลฟาลโคนฟูมฟักเลี

  • ปฏิเสธฉัน 99 ครั้ง ก่อนจะอ้อนวอนทั้งน้ำตา   บทที่ 10

    ท่ามกลางบรรยากาศที่จมดิ่งอยู่กับความโศกเศร้า จู่ๆ เสียงโทรศัพท์ของแคลร์ก็ดังขึ้นตอนแรก แอนโธนีคิดว่าเป็นพวกโทรศัพท์เสนอขายของทั่วไปแต่หลังจากฟังไปได้ไม่กี่วินาที เขาก็เปิดลำโพงด้วยมือที่สั่นเทา“สวัสดีครับคุณแคลร์ ไม่ทราบว่าหลุมศพที่คุณจองไว้ยังต้องการอยู่ไหมครับ? ตอนนี้เพียงแค่ชำระเงินมัดจำ 5% เราจะดำเนินการรักษาโควตาไว้ให้คุณต่อไปครับ คุณแคลร์ครับ? คุณแคลร์?”เมื่อได้ยินคำว่า "หลุมศพ" ลมหายใจของร็อกโกก็หยุดชะงักไปในทันที“ที่แท้วันนั้นฉันไม่ได้หูฝาดไปเอง แคลร์เตรียมเรื่องงานศพของตัวเองไว้ตั้งแต่ตอนที่เธอไปขอหย่าแล้ว”เสียงของร็อกโกสั่นเครือจนแทบจะพูดไม่เป็นประโยค“เธอพูดเรื่องหลุมศพต่อหน้าผม แต่ผม... ผมกลับไปด่าว่าเธอกำลังแช่งตัวเอง”แอนโธนีและลิลี่ต้องช่วยกันพยุงกันและกันไว้ ถึงจะพอหยัดยืนอยู่ได้ในที่สุดพวกเขาก็ได้ตระหนักว่า แคลร์ไม่เคยโกหกเลย เธอรู้ตัวว่ากำลังเดินไปสู่ความตายจริงๆแต่ว่าพวกเขากลับปฏิเสธเสียงขอความช่วยเหลือครั้งสุดท้ายของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าลิลี่สะกดกลั้นความแตกสลาย แล้วคว้าโทรศัพท์มาพูดกับปลายสายว่า“หลุมศพนั้นฉันเอา เก็บไว้ให้ฉัน! เอาที่ที่ดีที่สุด แพ

  • ปฏิเสธฉัน 99 ครั้ง ก่อนจะอ้อนวอนทั้งน้ำตา   บทที่ 9

    โรซ่าไม่พูดอะไร เธอพาพวกเขาเดินทะลุร้านอาหาร และผลักประตูห้องเล็กๆ ด้านหลังออกเมื่อสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือร่างไร้วิญญาณที่ถูกคลุมด้วยผ้าขาว ร็อกโกและพ่อแม่ของแคลร์ต่างก็นิ่งอึ้งไปอากาศรอบตัวพลันจับตัวแข็งทื่อในชั่วพริบตา“หมายความว่ายังไง! แกพาพวกเรามาที่นี่ทำไม? ล้อเล่นอะไรอยู่!”เสียงของร็อกโกสั่นเครือ มันคือลางสังหรณ์อันเลวร้ายที่รุนแรงมหาศาลเขาพุ่งไปข้างหน้าด้วยความโกรธ แล้วกระชากผ้าขาวออกอย่างแรงเมื่อได้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยนั้น โลกทั้งใบของเขาก็พังทลายลงนั่นคือแคลร์ ภรรยาของเขาเธอนอนนิ่งอยู่ตรงนั้น ดูสงบราวกับเพียงแค่หลับไป มุมปากยังมีรอยยิ้มจางๆ ที่แทบสังเกตไม่เห็นราวกับว่าในที่สุดเธอก็หลุดพ้นจากความเจ็บปวดทั้งปวงเสียทีแต่เธอจะไม่มีวันตื่นขึ้นมาอีกแล้วความคิดของเขาหายไปในทันที ความเจ็บปวดฟาดกระหน่ำลงสู่ส่วนลึกของหัวใจราวสายฟ้าผ่าความเจ็บปวดนี้รุนแรงกว่าแผลถูกยิงนับพันนับหมื่นเท่า ราวกับมีคนใช้มีดที่คมที่สุดค่อยๆ เฉือนหัวใจเขาออกเป็นชิ้นๆ"เจ้าพ่อมาเฟีย" ผู้ทรงอิทธิพลพังทลายลงในวินาทีนี้ เขายืนแทบไม่อยู่“แคลร์... ลูกแม่... ลูกรักของแม่...”ลิลี่โผเข้าหาข้

  • ปฏิเสธฉัน 99 ครั้ง ก่อนจะอ้อนวอนทั้งน้ำตา   บทที่ 8

    โซเฟียกำลังรื้อหาบางอย่างในห้องอย่างลนลาน ภายในห้องมีเสียงขวดและกระปุกต่างๆ ล้มระเนระนาดดังออกมาเธอรีบร้อนเปิดลิ้นชักทุกใบและรื้อค้นทุกกล่อง ทั้งใต้โต๊ะเครื่องแป้ง ใต้เตียง และมุมตู้เสื้อผ้า...ท่าทางของเธอดูตื่นตระหนกเหมือนกระต่ายที่กำลังขวัญเสีย เหงื่อเย็นๆ ผุดเต็มหน้าผากหาอยู่ตั้งนาน แต่เธอก็ยังไม่เจอของที่ต้องการ“โซเฟีย คุณหาอะไรอยู่เหรอ?” เสียงของร็อกโกเย็นเยียบราวกับห้องน้ำแข็งโซเฟียหันกลับไปมองทันที เมื่อเห็นร็อกโกนิ่งยืนอยู่หน้าประตู เธอก็ตกใจจนตัวสั่น“ฉัน...” เสียงของเธอสั่นเครือ “รู้สึกไม่ค่อยสบายน่ะค่ะ เลยกำลังหายาแก้แพ้อยู่”“ใช่ขวดนี้ไหม?”ร็อกโกค่อยๆ ชูขวดพลาสติกสีขาวขนาดเล็กขึ้นมา มันคือสิ่งที่เขาค้นเจอในบ้านก่อนที่เธอจะกลับมาโซเฟียหน้าซีดเผือดลงในพริบตาด้วยความตึงเครียดเธอรู้ดีกว่าใครว่านั่นไม่ใช้ยาแก้แพ้ แต่มันคือสารระคายเคืองผิวชนิดพิเศษที่เธอใช้สร้างอาการแพ้ปลอมๆ ขึ้นมาและหากหมอที่ดีที่สุดของตระกูลวิเคราะห์ส่วนประกอบของมันอย่างละเอียดลออล่ะก็ เธอจบเห่แน่“ชะ... ใช่ค่ะ” เธอตอบตะกุกตะกัก เสียงเบาราวกับเสียงยุง“โซเฟีย ร่างกายคุณอ่อนแอมาตั้งแต่เด็ก

  • ปฏิเสธฉัน 99 ครั้ง ก่อนจะอ้อนวอนทั้งน้ำตา   บทที่ 7

    [มุมมองของร็อกโก]ภายในห้องโถงประชุมของตระกูลฟาลโคน ร็อกโกกำลังประชุมกับเหล่าหัวหน้ามาเฟียแก็งย่อยเพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาความขัดแย้งเรื่องเขตอิทธิพลกับตระกูลศัตรูทันใดนั้น โทรศัพท์เครื่องที่เข้ารหัสของเขาก็ดังแจ้งเตือนขึ้นมามันคืออีเมลเข้ารหัสที่ส่งมาจากแคลร์“ลูกไม้เม็ดไหนอีกละเนี่ย” เขาเปิดดูอย่างรำคาญใจ แต่ในใจลึกๆ กลับรู้สึกโล่งอกที่ได้รับข่าวคราวของแคลร์เสียทีเธอคงจะทนไม่ไหวแล้ว และส่งข้อความมาขอสงบศึกเพื่อกลับมาหาเขาแน่ๆแต่เมื่อคลิปเสียงเริ่มเล่น ใบหน้าของเขาก็ซีดเผือดลงในพริบตาเสียงของโซเฟียดังกังวานออกมาอย่างชัดเจ “ตั้งแต่อายุ 12 ฉันก็เริ่มผสมยาพิษเรื้อรังลงในอาหารเสริมของพี่...”“รวมถึงการผลักแกตกจากที่สูงครั้งนั้นด้วย ทั้งหมดคือผลงานของฉันเอง...”“การที่ได้เห็นพี่อ่อนแอลงไปทุกวันๆ มันทำให้ฉันมีความสุขจนแทบบ้า...”คลิปเสียงจบลง ห้องประชุมทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้าเหล่าหัวหน้ามาเฟียกลุ่มย่อยต่างมองหน้ากันไปมาด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่ออกร็อกโกรู้สึกเพียงว่า หัวใจของเขาเหมือนมีบางอย่างขาดหายไป และความรู้สึกนี้ก็เกี่ยวข้องกับสิ่งที่แคลร์ต้องเผชิญเ

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status