เข้าสู่ระบบบทที่ 6 คนที่ร้าย
“ยี่สิบล้าน?” ยศชัยถามออกไปเหมือนว่าเขายังคงไม่ตื่นดี
“ครับ ยี่สิบล้านครับ” เสียงสุภาพดังมาจากหนึ่งผู้เป็นเลขาคนสนิทของชายหนุ่ม
ท่ามกลางความเงียบของห้องทำงาน เจ้านายที่เพิ่งลุกจากเตียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมงดี ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง ขอบตาดำคล้ำบ่งบอกว่าเมื่อคืนคงแทบจะไม่ได้พักผ่อนเลย
เมื่อคืนยศชัยที่คิดว่ามันจะสักเท่าไหร่ที่เขาจะต้องเสีย แต่ตัวเลขที่ได้รู้ในตอนเช้านี้ทำเอาเขาตาสว่างจนอยากกลับไปนอนต่อ!
ชายหนุ่มใช้ตูดปากกาจิ้มคลึงที่ขมับตนเองเพราะรู้สึกอาการปวดหัวกำเริบ และดูท่ามันจะไม่หายปวดง่ายกะอีแค่กินยาแก้ปวดสองเม็ด!
“ยี่สิบล้าน…” ยศชัยผ่อนลมหายใจก่อนจะเงยหน้าขึ้น มองอีกฝ่ายด้วยแววตาที่ไม่สามารถอ่านอะไรออกได้เลย
“หึ!” เสียงนั้นไม่ได้ส่งมาให้หนึ่ง แต่ส่งไปหาอีกคนที่อยู่ห้องข้าง ๆ
“ทางนั้นยินดีให้คุณยศถือหุ้นครึ่งหนึ่งครับ”
หนึ่งพูดต่อด้วยท่าทีสงบ แม้จะรู้คำตอบดีอยู่แล้วว่าเจ้านายคงไม่ได้สนใจในข้อเสนอนี้
“คุณหนึ่งอยากเหนื่อยเพิ่มหรือไง?” น้ำเสียงที่ออกมาจากปากเจ้านายเย็นเฉียบ แต่ริมฝีปากหยักลึกกลับมีรอยยิ้มประหนึ่งคนอารมณ์ดีเช่นเดิม
“แต่ผมไม่อยากเหนื่อยไงคุณหนึ่ง…” หนึ่งกำลังจะตอบว่าแล้วแต่เจ้านายแต่ก็ไม่ทัน
“คุณอิ่มเอากาแฟขึ้นมาให้ผมหน่อย”
ยศชัยกดปุ่มอินเตอร์คอมบนโต๊ะทำงานเรียกหัวหน้าแม่บ้าน เสร็จแล้วจึงเอนหลังพิงพนักเก้าอี้สายตาเหม่อลอยออกไป
สำหรับยศชัยตอนนี้เหมือนไม่มีอะไรที่น่าสนใจพอให้เขาตื่นเต็มตา
“เรื่องนี้ผมแล้วแต่คุณยศครับ” หนึ่งตอบเสียงเรียบไม่หลุดจากมารยาทแม้แต่น้อย
“ผมไม่สนใจขยะ!” ยศชัยเปิดเอกสารต่อและพูดออกไป
“แต่ถ้าคุณยศไม่เข้าไปดู ผมคิดว่า…”
“ก็ให้มันเจ๊งไป”
หนึ่งค้อมศีรษะรับในคำสั่งนั้น ความเด็ดขาดของเจ้านายดับความหวังของใครหลายคนอย่างไม่มีเยื่อใย
เจ้านายยอมทิ้งเงินยี่สิบล้านให้ภรรยา แต่จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวใด ๆ กับครอบครัวภรรยา เขาที่เป็นเลขาก็ได้แต่ทำตามเท่านั้น
ก๊อก ก๊อก
ก่อนที่ความเงียบจะถูกทำลายด้วยเสียงเคาะประตูเบา ๆ ไม่ทันที่ยศชัยจะเอ่ยคำอนุญาต ม่านตะวันก็มาปรากฏตัวตรงหน้า
“ม่านเอากาแฟมาส่งค่ะ” ยศชัยได้ยินหางตาก็กระตุกเล็กน้อย
“งั้นผมขอตัวนะครับ” หนึ่งเหลือบมองเจ้านายก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างระวัง
“ยังไม่ต้องไป มีอะไรคุณหนึ่งก็พูดมาตอนนี้ได้เลย”
หมายถึงพูดเรื่องที่เขาต้องเอามารายงานเจ้านายน่ะเหรอ
หนึ่งกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก สายตาเหลือบไปมองผู้หญิงที่เป็นภรรยาของเจ้านาย
ม่านตะวัน…ถึงจะพูดคุยกันนับครั้งได้ แต่หนึ่งก็ยังให้เกียรติเธอเสมอ เพราะในสายตาเขาเธอเป็นภรรยาเจ้านาย
แม้จะรู้ว่า…ความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่นั้นดูเปราะบางเหลือเกินก็ตามทีเถอะ
“บอกให้พูด!” เสียงของเจ้านายเริ่มดังขึ้น หนึ่งไม่ลังเลจึงตัดสินใจพูดออกไปตามความจริง
อย่างไรเสียถ้าเจ้านายมารู้ทีหลังว่าเขาบิดเบือนคำพูดจะกลายเป็นหนึ่งเองที่ตกที่นั่งลำบาก
“คุณนเรศฝากบอกมาว่า ยินดีให้คุณนรดีมาทำงานกับคุณยศ หรือ...จะในฐานะอื่นก็ได้ครับ”
มุมปากหยักของยศชัยยกยิ้มขึ้นอัตโนมัติ แต่หนึ่งกลับยิ้มไม่ออก!
“หรือจะในฐานะอื่น…ฐานะเลขาเหรอ?” น้ำเสียงของยศชัยติดเย้ยหยันคนที่ยืนนิ่งอยู่ข้างกายเขา
ในห้องนั้นไม่มีใครไม่เข้าใจว่าประโยคนี้แปลว่าอะไร แต่ยศชัยกลับแกล้งตีหน้าซื่อ โยนคำถามลอย ๆ เพียงเพื่อมองหาปฏิกิริยาบางอย่างจากคนที่ยืนอยู่ข้างตัว
ม่านตะวันทำตัวเหมือนเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเธอ ทั้ง ๆ ที่นี่มันก็เรื่องของครอบครัวเธอทั้งนั้น!
“ถ้าคุณยศเข้าไปบริหารนเรศ ลอว์เฟิร์ม ทางคุณนรดียินดีซัปพอร์ตคุณยศทุกด้านครับ”
หนึ่งรีบกล่าวต่อเพื่อให้เรื่องจบ แต่เหงื่อที่ซึมออกมาตรงไรผมกลับเป็นหลักฐานชัดเจนว่าตอนนี้เขาอยู่ตรงกลางสงครามเย็นของสามี-ภรรยาคู่หนึ่งอย่างแท้จริง!
ยินดีซัปพอร์ตทุกด้าน…ยศชัยนึกแล้วก็หลุดขำ บริษัทกฎหมายที่จะเจ๊งอยู่รอมร่อจะมีปัญญามาซัปพอร์ตอะไรเขา!
“อย่างนั้นเลยเหรอ…” เสียงยศชัยเหลือจะเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน ก่อนจะเหลือบไปมองใบหน้าสงบนิ่งของภรรยา
ม่านตะวันได้ยินทุกอย่าง แต่เธอก็ยังคงเงียบไม่ได้ออกอาการว่ารู้หรือไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน
“แล้วมีอะไรที่นรดีฝากมาถึงฉันแบบส่วนตัวไหม?” คำถามชี้ชัดแบบนี้หนึ่งก็ต้องยิ่งรายงานความจริง
“มีครับ คุณนรดียังฝากบอกว่าให้คุณยศตอบข้อความเธอด้วยครับ” หนึ่งพูดจบก็รีบก้มหน้า เพราะสายตาที่มองมาไม่ได้มีเพียงของเจ้านายแต่ภรรยาเจ้านายด้วย!
หนึ่งรู้ดีว่าถ้าเลือกพูดไม่หมดมันหมายถึงเขาเลือกข้าง และในฐานะลูกน้องหนึ่งไม่มีสิทธิ์เลือกฝั่งอื่นที่ไม่ใช่เจ้านายตัวเอง!
แม้คนคนนั้นจะได้ชื่อว่าเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของเจ้านายก็ตาม!
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง เงียบ…จนได้ยินเสียงยศชัยวางแก้วกาแฟในมือ
ยศชัยกลับหันไปถามผู้หญิงที่ยืนข้าง ๆ ที่เป็นภรรยาด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่สามารถกดลึกลงไปในจิตใจเธอได้อย่างแน่นอน
“รู้เรื่องนี้หรือเปล่าม่าน ว่าลุงคุณจะยื่นข้อเสนอแบบนี้มา?”
เขาเอียงใบหน้าเล็กน้อยและเงยมองสบตาเธอ ที่ม่านตะวันยอมกลับมาหาเขาในครั้งนี้ก็ไม่พ้นเรื่องนี้!
แววตาของยศชัยไม่ได้ดุดันเอาความ แต่มันว่างเปล่าเกินกว่าที่ม่านตะวันจะนิ่งเฉย
“หรือว่า…คุณเป็นคนเสนอให้ลุงคุณทำแบบนี้” เธอมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและเจ็บลึก
“ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวนะครับ ช่วงบ่ายผมจะกลับมาเอาเอกสารเพราะต้องจัดการเรื่องให้เสร็จวันนี้…”
ราวกับหนึ่งลั่นระฆังเพื่อแยกตัวเองออกไป
ยศชัยยังคงรอคำตอบของคนเป็นภรรยา แต่ต่อให้ม่านตะวันจะตอบหรือไม่ตอบเขาก็ตัดสินเธอไปแล้วทุกอย่าง
“ถ้าไม่ตอบก็แสดงว่าใช่…” ยศชัยต้องการให้เธอศิโรราบ ไม่ดื้อดึงหรืออวดดีอะไรอีก เขาต้องการกดเธอให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะต่ำได้
“ม่านไม่รู้เรื่องนี้…และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ม่านไม่มีวันแนะนำสามีตัวเองให้กับผู้หญิงคนอื่น”
คำพูดของเธอเป็นความชัดเจนที่เจือไปด้วยบาดแผล
ม่านตะวัน…อ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ
“คุณยศคะ เราไม่เคยคุยกันเรื่องของนรดี…” ม่านตะวันยอบกายนั่งลงข้างเขา มือบางจับพนักพิงแขนของเก้าอี้ทำงาน
นี่ไม่ใช่การออดอ้อน แต่เป็นการทวงสัญญาที่เขาให้กับเธอไว้ สัญญาบนเตียง!
“ทั้งที่รู้ว่าพี่สาวเธอจะเอาฉันทำผัว เธอก็ยังจะให้ฉันช่วยคนพวกนั้นอย่างงั้นเหรอ ครอบครัวของเธอมันโลภไม่มีที่สิ้นสุด!!”
ยศชัยไม่ใช่คนดี แต่เขาขยะแขยงความคิดของครอบครัวม่านตะวัน!
คนพวกนั้นยัดม่านตะวันมาให้เขาแล้วคนหนึ่ง นี่ยังจะยัดลูกพี่ลูกน้องของเธอมาให้เขาอีก! พี่น้องมีผัวคนเดียวกันได้เหรอวะ!
“ม่านไม่มีวันแบ่งคุณให้ใคร” ยศชัยตวัดสายตาหันมามองเธอทันทีที่ได้ยินคำพูดนั้น
“นรดีที่ว่าร้ายก็ยังร้ายไม่เท่าเธอเลยม่านตะวัน!”
ใบหน้าของเขามีความไม่พอใจเต็มเปี่ยม
“ถ้าการไม่ยอมแบ่งคุณให้ใคร...มันคือความร้าย”
“...”
“งั้นม่านก็คงร้ายจริง ๆ ค่ะ”
ตอนพิเศษ 2 คือลมหายใจเดียวกันเสียงฝีเท้าของพี่เลี้ยงเด็กที่พาม่านระรินเดินห่างออกไป จากนั้นไฟในห้องนอนก็ปิดลงทีละดวงจนเหลือเพียงแสงไฟสีวอร์มส้มจากโคมตั้งพื้นม่านตะวันยืนอยู่ริมระเบียงปล่อยให้ลมเย็นปะทะใบหน้า เสียงประตูห้องนอนเปิดออกช้า ๆ เธอไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าใครเดินเข้ามา“มายืนคิดอะไรอยู่คนเดียว” เสียงทุ้มต่ำของยศชัยกระซิบข้างหลัง ก่อนที่แขนแกร่งจะโอบเอวเธอไว้“คิดว่าจะไปเอาลูกกลับมานอนด้วยกันดีไหม” ม่านตะวันพูดเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงหยอกเย้ายศชัยหัวเราะเบา ๆ ใกล้ซอกคอเธอ ก่อนจะสอดมือล้วงเข้ามาในชายเสื้อ“รบกวนนารินเปล่า ๆ เดี๋ยวพอตื่นแล้วเราก็ไม่ได้นอนกันพอดี” “งั้นพี่ยศก็รีบหน่อยสิคะ…”“ม่านก็รู้ว่าพี่นาน…”คำว่านานของเขาทำเอาร่างกายเธอร้อนวูบก่อนที่เรียวปากจะถูกเข้าครอบครองไปท่อนขาเรียวข้างหนึ่งถูกจับแยกออก เธอใช้สองมือยันกับขอบหน้าต่างที่ยังไม่ได้ถูกปิดดีเลยด้วยซ้ำ“พะ พี่ยศ” มือหนาลากไปตามชุดนอนผ้าซาตินสีไข่มุกบางเบา สายเดรสบางเฉียบก็ร่นลงในมือของเขาโดยแทบไม่ต้องใช้แรงผิวเนื้อเนียนนุ่มเผยให้เห็นใต้แสงสลัว ยศชัยมองเธอราวกับไม่ใช่แค่ภรรยา แต่เป็นผู้หญิงที่เขาโหยหาจนแทบลืมหาย
ตอนพิเศษ 1 เคลียร์ใจบรรยากาศในบ้านม่านตะวันเต็มไปด้วยความคึกคัก วันนั้นทั้งครอบครัวและเพื่อนฝูงมารวมตัวกันตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติก็เห็นจะมียศชัยที่ดูจะตื่นเต้นมากกว่าใครเป็นพิเศษ“ยศดูมีเรื่องอะไรไหมลูก” คุณมาลินีเห็นลูกชายผุดลุกผุดนั่งอยู่หลายรอบก็ถามขึ้น“ก็นิดหน่อยครับ” ยศชัยตอบเสียงเรียบและมองไปยังภรรยาที่เอวข้างหนึ่งของเธออุ้มเหน็บลูกสาวไว้ วงล้อมตรงนั้นก็มีเพื่อนสนิทของเรา“เรื่องอะไรเหรอยศ” คุณมาลินีถามขึ้นเพราะอยากรู้ “บอกไม่ได้ครับม่านไม่ให้บอก” ยศชัยกระซิบตอบกลับทำเอาคุณมาลินีหัวเราะจนเรียกความสนใจจากแขกในงานได้“เอา ๆ ไม่บอกก็ไม่บอก อืมยศ…เห็นเมื่อเช้า…”พอน้ำเสียงของมารดาจริงจังขึ้น ยศชัยก็จริงจังตาม“เรื่องคดีความคงต้องดำเนินต่อไป เพราะผมมอบอำนาจให้ทนายจัดการหมดแล้ว คุณแม่เราจะปล่อยให้คนที่ทำผิดไม่เรียนรู้ความผิดตัวเองไม่ได้ ผมทำธุรกิจไม่ได้เป็นนักบุญที่จะแค่ขอโทษแล้วจบ”“แม่เองก็ตัดหางปล่อยวัดแล้วยศ…” ตัดหางปล่อยวัดคุณมาลินีก็คงพูดไปแบบนั้นแหละ ส่วนเรื่องจริงคนเป็นแม่มีหรือจะตัดลูกได้มลดาและมาลีวันไปสร้างเรื่องสร้างราวใหญ่โตให้คนเป็นแม่ของเธอต้องตามล้างตามเช็ดตั้งแต่สา
บทส่งท้ายท่ามกลางเสียงเจี๊ยวจ๊าวของพวกเด็ก ๆ ภายในบ้านเนตรวรชัยช่างวุ่นวายและพาให้เจ้าของบ้านอย่างยศชัยปวดหัวจริง ๆ หลังจากพูดคุยกับม่านตะวันที่ห้องนอนด้านบน สรุปแล้วก็ไม่ได้อะไรเลย จนถึงตอนนี้เขาก็ยังคงคอตกเพราะหาเวลาพูดคุยกับเธอไม่ได้“ไอ้ธรรมมึงไปเอาไอ้ธรรศออกมาหน่อยจะสิงเมียกูอยู่แล้ว” เขาพูดเสียงต่ำระหว่างที่พยายามข่มความหงุดหงิดเอาไว้“ปกติมันก็อ้อนหาของกิน เดี๋ยวอิ่มก็เลิกเอง” ธรรมตอบเพื่อนสนิทและยกแก้วในมือขึ้นจิบ“สิงมาจะชั่วโมงแล้ว ที่บ้านมึงไม่ได้ซื้อขนมให้ลูกมึงกินเหรอ?”“ซื้อ แต่ของบ้านมึงมันอร่อยฉิบหายไงไอ้ธรรศมันถึงได้อ้อนเมียมึงจะกินขนมไม่หยุด”“ดูน้อง ๆ ดิ๊ไปรวมกลุ่มกันตรงนู้น นี่เสนอหน้านั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อไม่เลิก กูจะง้อเมียเสร็จไหมวันนี้!” ยศชัยกัดฟันพูดกระซิบกับเพื่อนที่กำลังล้อมวงดื่มกันเล็กน้อย“เอาน่า รอเวลาก่อนเดี๋ยวพอธรรศมันแยกตัวปุ๊บมึงก็แทรกปั๊บเลยไง” นนทภพพูดด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะและมองหน้ากับธรรมก่อนจะยักคิ้วให้เพื่อนทั้งสองคนมองยศชัยที่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดคีปลุกที่ทรงสร้างไว้ไม่ไหวตลอดระยะเวลาปีกว่าที่เพียรพยายามง้อเมียก็ไม่สำเร็จง่าย ๆ เรียกว่าความห
บทที่ 29 วันใหม่ในฐานะพ่อแม่ที่ร่วมกันเลี้ยงดูลูกน้อยด้วยกัน เวลาเหมือนผ่านไปในพริบตาและแล้ววันนี้เด็กหญิงม่านระริน เจ้าหนูนาริน ของเราก็เติบโตขึ้นจนครบหนึ่งขวบเต็มแม้งานเลี้ยงวันเกิดเล็ก ๆ จะผ่านพ้นไปแล้ว แต่บรรยากาศแห่งความสุขในวันนั้นยังคงอบอวลโดยเฉพาะในหัวใจของม่านตะวัน...คนเป็นแม่ที่เผลอยิ้มทุกครั้งเมื่อนึกย้อนถึงวันนั้นเสียงเล็ก ๆ ดังแว่วมาจากด้านหลัง ทำให้ม่านตะวันที่ยืนเหม่อมองภาพถ่ายบนผนังภายในห้องนอนของเขาต้องละสายตาแล้วหันกลับมาในทันที“ฉันเอาเสื้อมาเก็บค่ะ” คำพูดนั้นหลุดออกมาอย่างรีบร้อน แม้เจ้าของห้องจะไม่ได้ถามอะไรเลยก็ตามราวกับว่าเธอกลัวจะถูกเข้าใจผิด เพียงเพราะแค่การย่างเท้าเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวพ่อของลูกใบหน้าของม่านตะวันยังคงเรียบนิ่ง แต่ยศชัยมองเห็นความวูบไหวบางอย่างซ่อนอยู่ในดวงตาคู่นั้น และเขายังไม่ทันได้เอ่ยอะไร ลูกสาวตัวน้อยก็ขัดจังหวะพอดีอย่างน่าเหลือเชื่อ“แม๊! นมมมม!”“แม๊จ๋าาา”เสียงยานคางแหลมสูงเอ่ยเรียกอย่างตื่นเต้นเท่านั้นยังไม่พอ เจ้าตัวเล็กกางแขนทั้งสองข้างออกกว้าง ใบหน้ากลมแก้มเป็นก้อนนั้นยิ้มกว้างจนตาเป็นสระอิน้ำลายใส ๆ ยืดเป็นสายอยู่ที่มุมปากอ
บทที่ 28 ยาแรงม่านตะวันสะดุ้งตื่นกลางดึกด้วยอาการเจ็บแปลบที่แล่นขึ้นมาจากท้องล่างจนถึงกลางลำตัว เธอกุมหน้าท้องเพราะอาการจุกเสียดที่ตีตื้นขึ้นมาดวงตากลมหลุบต่ำ เหงื่อก็ซึมออกตามไรผม แม้แอร์ในห้องพักฟื้นจะเย็นเฉียบก็ตาม“อื้อ…” เสียงครางแผ่วเบาหลุดออกจากลำคอ แต่ก็เพียงพอให้ร่างสูงที่นอนอยู่บนโซฟาตรงมุมห้อง พุ่งมาถึงข้างเตียงในชั่วพริบตา“เจ็บท้องเหรอ?” ยศชัยกดเปิดไฟห้องจนสว่างพรึ่บ ก่อนจะกดออดเรียกพยาบาลอย่างไม่ลังเลมืออีกข้างรีบต่อสายหาศิวเมษหมอเจ้าของไข้โดยตรงช่วงพักหลังยศชัยคุยกับศิวเมษมากกว่าที่ม่านตะวันคุยกับคนเป็นหมอเสียอีก“ม่านเจ็บท้องน่าจะคลอดคืนนี้ รีบมาหน่อย!” และยศชัยก็กดวางสายไปม่านตะวันหลับตาและส่งเสียงความทรมานออกมา เธอไม่ได้สนใจว่าใครคุยกับใคร ไม่สนเสียงออดที่กดไป หรือแม้แต่แสงไฟสว่างพรึ่บทั่วห้องตอนนี้มีเพียงความเจ็บที่ลามไปทั้งร่าง เธอไม่รู้จะอธิบายมันยังไงดียศชัยรีบเข้ามานั่งข้างเตียง มือของเขาประคองใบหน้าซีดเซียวของเธอไว้ ก่อนจะลูบเส้นผมที่เปียกชื้นไปด้วยเหงื่ออย่างอ่อนโยน“ม่าน...ไม่เป็นไร เดี๋ยวหมอก็มาแล้ว” เขากระซิบชิดใบหูและพยายามพูดให้เป็นปกติที่สุด“มะ..
บทที่ 27 พิสูจน์ตัวเองหลังจากวันนั้นยศชัยก็มาเยี่ยมม่านตะวันที่โรงพยาบาล เขาตกลงกับเธอว่าจะมาในช่วงเวลาที่ม่านตะวันอนุญาตแต่พอเอาเข้าจริง ๆ ยศชัยกลับย้ายสำมะโนครัวมาฝังตัวอยู่ที่นี่ไม่ยอมไปไหนม่านตะวันเหนื่อยทั้งกายและใจ แต่สิ่งที่น่าแปลกคือการมีอยู่ของเขามันไม่ได้น่ารำคาญหรือทำให้ทุกอย่างแย่ลง ครึ่งหนึ่งของความรู้สึกเธอนั้นคือความอุ่นใจชีวิตของม่านตะวันไม่ได้มีคนรักเธอมากมาย เธอสูญเสียบิดาไปแล้ว และถึงแม้จะมีครอบครัว แต่ก็ห่างเหินเกินกว่าจะบอกให้คนที่บ้านมาดูแล คิดยังไงก็ยังนึกภาพไม่ออก ถ้าจะให้นึกได้ก็คงมีแต่คำถามและสุดท้ายก็คงเป็นการด่าทอที่หลั่งไหลมาไม่จบไม่สิ้น หากจะมีใครที่เธอรู้สึกถึงความรักได้จริง ๆ ก็คงมีแค่...คุณมาลินีแม่ของยศชัย ท่านมาเยี่ยมเธอแทบทุกวัน ไม่แพ้ลูกชายของตัวเองท่านรู้เรื่องแล้วก็ไม่ได้ตำหนิอะไรเธอ และหากจะตำหนิก็มีเพียงยศชัยเท่านั้นที่โดนอยู่คนเดียวคุณมาลินียังเป็นคนที่เข้าใจเธอ มีความเอ็นดู ความเอื้ออาทร ให้กับม่านตะวันเหมือนอย่างเคยทั้งยังเผื่อแผ่มาถึงลูกของเธอด้วย และนี่คงเป็นสิ่งที่ทำให้ม่านตะวันน้ำท่วมปากไล่ยศชัยออกไปไม่ลงส่วนตัวยศชัยเองก็อยู่ที
บทที่ 19 สับสน ม่านตะวันเปลี่ยนชุดได้ไม่นานก็ลงมานั่งร่วมโต๊ะอาหาร เมื่อมาถึงก็เห็นเพื่อนสนิทของยศชัยนั่งอยู่กันเกือบครบทั้งบ้านของธรรมและบ้านของนนทภพที่เพิ่งมาถึงด้วยหางตาของยศชัยเหลือบเห็นคนเป็นภรรยาจึงรีบลุกขึ้นเลื่อนเก้าอี้ให้อย่างไม่รีรอ ทำเอาคนที่รู้สึกเหมือนเป็นคนนอกในวงสนทนานี้อุ่นใจขึ้น
บทที่ 17 เริ่มแตกหัก“และคุณ…อย่ามาพูดเรื่องแม่ลูกอะไรกับผมอีก” ยศชัยยังคงยืนอยู่ตรงนั้น ร่างสูงสง่าสงบนิ่งเหมือนทุกอย่างที่เพิ่งพูดออกไปนั้นไม่เคยได้ทิ้งความเจ็บปวดใด ๆ ไว้ในหัวใจของเขา“ยะ ยศ…ฮึกกก” มาลินรู้สึกเหมือนใจจะขาดใบหน้าคมคายแสยะยิ้มกลับ น้ำตาที่เปรอะเปื้อนใบหน้าของผู้ให้กำเนิดไม่ได้ทำ
บทที่ 5 วิธีการซ้ำซาก! NCบทรักอันเร่าร้อนดำเนินไปเนิ่นนานราวกับไร้จุดสิ้นสุด หยาดเหงื่อพร่างพรายบนใบหน้าที่แดงระเรื่อจากแรงอารมณ์ม่านตะวันหอบหายใจสะท้านบนเตียงนอนคล้ายคนกำลังจะขาดใจใบหน้าสวยหวานถูกกดแนบลงกับเตียงนุ่ม เนื้อแก้มเสียดสีกับผ้าจนบริเวณนั้นรู้สึกแสบซ่าน สองมือเรียวจิกกำผ้าปูที่นอนสีดำ
บทที่ 4 คนที่ดีม่านตะวันไม่คิดว่าหลังจากที่เธอพูดประชดประชันแหย่ประสาทเขาเล็กน้อยออกไปแล้ว ปฏิกิริยาของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีจากที่ควรโมโหจนฟาดงวงฟาดงาเหมือนอย่างที่เคยทำ ยศชัยกลับทำสิ่งแปลกใหม่นั่นคือยกยิ้มคล้ายว่ารู้ทันเธอเพียงเท่านั้น ก่อนที่ร่างสูงของเขาจะก้าวเข้ามาประชิดตัวจนเรียกว่าแนบชิด







