Share

บทที่ 13

last update Tanggal publikasi: 2024-12-19 11:17:46

ตอนที่ 12

หมอเทวดาอู๋อิน

ดึกสงัด คืนนี้อยู่ ๆ นางก็ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกไม่ใคร่จะสบายใจนัก เจ้าของมือเรียวสวยรินน้ำใส่ชาม ก่อนจะยกดื่มหมดชามในคราเดียว

ไม่ใช่ว่านางรู้สึกกระหาย เพียงต้องการให้ร่างกายได้รับความสดชื่นเพิ่มเข้ามาเพียงเท่านั้น

แต่ก็ดูเหมือนน้ำเต็มชามนั้นจะไม่ได้ช่วยให้ใจนางสงบลงได้เลย

ร่างบางจึงลุกขึ้นสวมใส่เสื้อตัวนอกให้เรียบร้อย หมายจะออกไปเดินเล่นเสียหน่อยให้ได้ผ่อนคลายบาง

ตั้งแต่ที่ต้องอยู่ที่หมู่บ้านตู๋ชือแห่งนี้ ทุกวันคืนผ่านพ้นไปได้อย่างไม่ค่อยง่ายดายนัก ต้องคอยหลบซ่อนกลัวว่าจะถูกพบเห็นเข้า

ในทุกๆวันนางไม่อาจแสดงความกังวลใจออกมาได้ จำต้องเก็บเอาไว้ภายในใจ และแสดงความร่าเริงออกมาแทน

คุณชายอวี้ผู้นั้นค่อนข้างมืดมนทีเดียว ในใจเขาน่าจะมีเรื่องราวในด้านร้ายๆให้ค่อยคิดอยู่ตลอดเวลา หากเพิ่มความกังวลใจต่างๆของนางเข้าไปอีก ผลลัพธ์ก็คงจะเลวร้ายยิ่งกว่า

แล้วนางก็คิดว่านางคิดถูกแล้วที่แสดงท่าทีร่าเริงออกมา หลายวันมานี้มันทำให้คุณชายอวี้นั่นผ่อนคลายลงได้อย่างมาก และนางคิดว่านั่นเป็นการดีต่อการรักษาของเขาเป็นอย่างมาก

รวมถึงทุกสิ่งทุกอย่างก็ดูเหมือนว่าจะเข้าที่เข้าทางเช่นกัน นั่นแปลว่าการที่นางฝืนตัวเองเอาไว้เช่นนี้ถึงจะไม่ง่ายแต่ก็ได้ผลดีอยู่ นางจึงยินดีที่จะฝืนตัวเองต่อไปอีกเพื่อผลดียิ่งกว่าเดิม

รอให้คุณชายอวี้รักษาตัวหายแล้ว เมื่อนั้นพวกเราทั้งคู่ก็จะกลับบ้านอย่างปลอดภัย นางไม่ต้องฝืนตัวเองเช่นนี้อีกต่อไป

ขณะที่เปิดประตูห้องพักของตนนางก็คิดนั่นนี่ไปเรื่อยเปื่อย สายตามองไปก็เห็นว่าห้องพักของคุณชายอวี้ยามนี้มีแสงไฟส่องสว่างออกมาจากภายในห้อง

ก่อนจะกลับห้องพักมานางเป็นคนดับตะเกียงให้เขาเองกับมือ การที่ไฟถูกจุดให้สว่างอีกครั้งเช่นนี้ถือว่าไม่ใช่เรื่องปกติแล้ว

นางรีบก้าวไปยังห้องฝั่งตรงข้ามทันที และเปิดประตูก้าวเข้าไปในห้องไปภายในเวลาอันรวดเร็ว

"คุณชายอวี้ ท่านหมอคุณชายอวี้เขา..."

สิ่งที่นางเห็นในยามนี้คือร่างซีดเซียวที่นอนอยู่บนเตียงอย่างทุรนทุรายนัก มือทั้งสองข้างของเขากำผ้าห่มเอาไว้จนแน่ ริมฝีปากของเขาก็มีเลือดซึมออกมาไม่น้อย คงเป็นเพราะว่าเขาเผลอไปกัดริมฝีปากของตนเองเอาไว้

"ผลของยาระงับสะท้อนกลับแล้ว"

"เช่นนั้นควรทำอย่างไรดี ท่านหมอหลงต้องรีบช่วยเขานะเจ้าคะ"

"ที่ข้าทำได้ล้วนทำจนหมดแล้ว"

"...." ได้ยินท่านหมอพูดเช่นนี้ หลิวซือนัวถึงขั้นเงียบลงไปครู่หนึ่งเลย

หมอเพียงหนึ่งเดียวของที่นี่เอ่ยว่าช่วยไม่ได้แล้ว เช่นนั้นนางยังจะทำสิ่งใดได้อีก

ท่านหมอหลงมองคนไข้ของตนอย่างเวทนา เขาถอนหายใจก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ข้างเตียง

"แม่นางหลิว เจ้าก็จงเฝ้าอยู่ที่นี่เถิด หากฤทธิ์ของพิษสงบลงแล้วก็จงมาบอกข้า ข้าจะลองไปปรุงสมุนไพรสูตรใหม่ให้เขาดู" เอ่ยจบตนก็เดินออกจากห้องไป

ท่านหมอหลิวออกไปแล้ว ยามนี้จึงเหลือเพียงแค่นางกับเขาเท่านั้น หลิวซือนัวไม่รู้ว่าเวลานี้นางควรทำอะไร นั่งนิ่งดูเขาทรมานด้วยน้ำตานองเต็มหน้าเพราะความสงสารอยู่พักหนึ่ง ถึงได้ยกมือปาดน้ำตาที่แก้มตนออกอย่างลวกๆ

แล้วจึงได้ลุกไปตักน้ำมาถังหนึ่ง ก่อนจะใช้ผ้าผืนเล็กเช็ดตามใบหน้าที่ดูเจ็บปวดเป็นอย่างมากของเขา

ยาของท่านหมอหลงช่วยเขาไม่ได้แล้ว คงต้องให้เขาพึ่งพากำลังของตัวเองในการต่อสู้เพื่อจะมีชีวิตแล้ว

นางเองนอกจากช่วยอยู่เป็นเพื่อนเขาแล้วก็ไม่มีสิ่งใดทำได้อีก

"คุณชายอวี้ ไม่ต้องกลัว มีข้าอยู่กับท่าน" นางเอ่ยขึ้น มือเรียวสวยเอื้อมไปกุมมือใหญ่ของเขาเอาไว้ข้างหนึ่ง และจะกุมมันเอาไว้เช่นนี้ตลอดจนกว่าเขาจะสามารถผ่านความเจ็บปวดนี้ไปได้

นางหวังว่าความเจ็บปวดของเขาจะผ่านไปโดยเร็ว หวังว่าเขาจะไม่ต้องเจ็บปวดนานเกิดไปนัก

แต่หารู้ไม่ว่าผู้ที่กำลังถูกฤทธิ์ของพิษร้ายกล้ำกรายอยู่นั้น ยามเมื่อรู้สึกได้ว่าตนเองถูกห่วงใยและมีคนผู้หนึ่งที่เป็นห่วงเขาอย่างแท้จริงและพร้อมจะอยู่เคียงข้างเขา เป็นเพื่อนข้ามผ่านความเจ็บปวดนี้ไปด้วยกันนั้นเขารู้สึกว่าตนได้รอดผลจากความเจ็บปวดใด ๆ แล้ว

ต่อจากนี้แค่มีนางความเจ็บปวดใด ๆ ที่กล้ำกรายเข้ามาเข้าไม่เกรงกลัวอีกต่อไปแล้ว และพร้อมจะสู้กับมันสุดกำลัง

สองชั่วยามต่อมา ในที่สุดความทรมานแสนสาหัสก็จบลง อวี้หนานไห่สู้อย่างสุดกำลังก่อนจะสลบไปในที่สุด

นางตามท่านหมอหลงเข้าในห้องต้มยา เห็นหม้อต้มยาหลายหม้อถูกต้มอยู่บนเตา

ยาเหล่านี้จะมีที่สามารถช่วยเขาได้บ้างหรือไม่นะ

"เขาจะรอดใช่ไหมท่านหมอหลง" นางเอ่ยถามขึ้น

ท่านหมอหลงไม่ได้ตอบอะไรกลับมา เขาเพียงแค่ยืนนิ่งๆเพียงเท่านั้น แต่สีหน้าของท่านหมอหลงกับแสดงออกซึ่งคำตอบทุกอย่างแล้ว

ยามนี้ท่านหมอหลงหมดสิ้นหนทางแล้ว

"ทางรอดเดียวของเขาคือ ท่านอาจารย์ของข้าเท่านั้น เขาเท่านั้นที่จะสามารถช่วยรักษาชีวิตคุณชายอวี้ได้"

"แต่พวกเราไม่มีเวลารอแล้วนะเจ้าคะ ต้องรออีกนานเท่าไหร่กัน"

"ไม่ต้องรอแล้ว พวกเจ้ากำลังรอข้าอยู่อย่างนั้นหรือ เหมือนจะมีใครต้องการข้าอยู่นะ"

นางหันไปมองตามเสียงที่ดังขึ้นมา ก่อนจะพบเด็กชายผู้หนึ่งที่เพิ่งเข้ามาในห้องต้มยาแห่งนี้

เด็กผู้ชายคนนี้ไม่ได้มีรูปร่างผอมแห้ง แสดงว่าไม่ใช่คนของหมู่บ้าน เด็กคนนี้เป็นใครกัน?

"ลูกชายของท่านหมอหลงหรือ"

เสียงหัวเราะของท่านหมอหลงดังขึ้นทันทีที่นางถามขึ้น เขาหัวเราะจนถึงขั้นสำลักน้ำลายของตนเอง

"น่าขันนักหรืออย่างไร ไม่ใช่ว่าเจ้าอยากยุติความสัมพันธ์ระหว่างศิษย์กับอาจารย์กับข้า เช่นนั้นก็ใช้มีดปลิดชีพตัวเองเสียเดี๋ยวนี้เถอะ"

เด็กผู้ชายคนนี้กล่าว ก่อนจะส่งมีดเล่มหนึ่งให้ท่านหมอหลงด้วยท่าทีจริงจังอย่างยิ่ง

ท่านหมอหลงเปลี่ยนท่าทีทันที เขารีบร้อนรับมีดที่ถูกลงมาให้อย่างอ่อนน้อม

"ท่านอาจารย์โปรดอย่างได้ถือโทษศิษย์เลยขอรับ ท่านมาเหนื่อย ๆ ไม่สู้ให้ศิษย์ยกน้ำชาปรนนิบัติท่าน"

นางได้ยินทุกคำพูดที่ท่านหมอหลงเอ่ยกับเด็กผู้ชายผู้นี้ อีกทั้งท่าทีที่ท่านหมอหลงปฏิบัติกับเขาก็ช่างให้ความเคารพยิ่งนัก

"ท่านหมอหลง เด็กผู้นี้คือ..."

"ท่านผู้นี้คือท่านอาจารย์ของข้าเอง ท่านแซ่อู๋ มีนามเดียวว่าอิน ท่านคือท่านหมอเทวดาอู๋อินผู้เรื่องชื่อ"

ถ้าไม่เห็นกับตาไม่ได้ยินกับหู หลิวซือนัวคิดว่าตัวเองก็คงไม่เชื่ออย่างแน่นอนว่าเด็กผู้ชายที่ดูแล้วอายุไม่น่าจะเกินสิบขวบเช่นนี้จะเป็นหมอเทวดา อีกทั้งเป็นอาจารย์ของท่านหมอหลง

นางหาจังหวะที่ท่านหมอหลงอยู่ตัวคนเดียวสอบถามเขาว่าใช่เรื่องจริงหรือไม่ เกี่ยวกับท่านหมออู๋อินที่ดูเด็กขนาดนี้

สุดท้ายจึงได้รับคำตอบพร้อมกับการยืนยันจากท่านหมอหลงว่าท่านหมออู๋อินผู้นี้คืออาจารย์ของตนแน่ ไม่มีอะไรผิดพลาดทั้งสิ้น

เขารู้ว่าที่นางกังวลใจเพราะรูปลักษณ์ภายนอกของอาจารย์ของเขาที่ไม่ต่างจากเด็ก ท่านหมอหลงยืนยันกับนางว่ารูปลักษณ์นี้ของอาจารย์ของเขานั้นเป็นเช่นนี้มาตลอดตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบ

รูปลักษณ์ของท่านอาจารย์นั้นไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย ไม่ว่าจะรูปร่างหน้าตา ส่วนสูง หรือนี้จะเป็นสิ่งพิเศษสำหรับหมอเทวดาเท่านั้นที่จะมีรูปลักษณ์เช่นเดิมตลอดไป

ท่านหมอหลงเองก็บอกมาว่าเขาเองก็เคยสอบถามท่านอาจารย์ว่านั่นคือพรจากสวรรค์ใช่หรือไม่ แต่อาจารย์อู๋อินกับตอบกับมาว่า

"นี่คือคำสาปต่างหาก"

"ถ้าข้ากลับมาช้าแค่เพียงอีกครึ่งวันเท่านั้น บุรุษผู้นั้นคงเหลือแค่เพียงซากศพแล้ว" น้ำเสียงปกติเอ่ยขึ้น เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

หลิวซือนัวมองท่านหมออู๋อินซึ่งกำลังเขียนใบสั่งยาต่าง ๆ ที่ต้องใช้ในการรักษาคุณชายอวี้เพื่อให้ท่านหมอหลงไปเตรียมต้มยารักษา

"ท่านหมออู๋ ท่านสามารถรักษาเขาได้ใช่ไหมเจ้าคะ"

"รักษาชายผู้นั้นสำหรับข้าง่ายเพียงแค่พลิกฝ่ามือเท่านั้น"

ตอบคำถามนางเสร็จ ท่านหมออู๋ก็เดินจากไปทันที เหลือเพียงท่านหมอหลงเท่านั้นที่ยังรั้งรออยู่ภายในห้อง

"ท่านอาจารย์ฝีมือแพทย์สูงส่ง ข้าเทียบท่านไม่ได้เลย แม่นางหลิวเบาใจเถอะ หลังจากได้ดื่มยาของท่านอาจารย์เขาก็จะดีขึ้นในไม่ช้า"

"รบกวนท่านหมอหลงกับท่านอาจารย์หมออู๋แล้ว"

"มีอีกเรื่องที่ข้าต้องบอกแม่นางหลิวอีกครั้ง ก่อนหน้านี้ข้าเคยบอกแม่นางแล้วว่ามีศิษย์น้องอยู่อีกผู้หนึ่ง นางเป็นบุตรสาวคนเดียวของหัวหน้าหมู่บ้านแห่งนี้ แม้จะเป็นคนในหมู่บ้านแต่นิสัยนางต่างจากคนอื่น ๆ ยามนี้นางกลับไปหาพ่อที่บ้าน อีกไม่นานก็คงจะมาหาท่านอาจารย์ หากแม่นางหลิวเจอกับนางก็อย่าได้กังวลไปเลย ทักทายได้ตามปกติ"

"ขอทราบแล้ว ขอบคุณท่านหมอหลงที่เป็นห่วง เรื่องยาของคุณชายอวี้ก็ต้องรบกวนท่านหมอหลงกับท่านหมออู๋แล้ว"

ช่วงค่ำของวัน เป็นครั้งแรกที่นางได้เจอกับจางซี ลูกสาวหัวหน้าหมู่บ้านตู๋ชือซึ่งเป็นศิษย์น้องของท่านหมอหลง

จางซีผู้นี้เป็นสตรีที่มีรูปร่างผอมบางยิ่งกว่าสตรีทั่วไป ใบหน้าซูบตอบไม่ต่างอะไรกับคนป่วย แน่นอนว่าหากเทียบกับนางซึ่งค่อนข้างอวบอิ่มกว่าสตรีทั่วไปแล้วยิ่งมองเห็นว่าแตกต่างกันมาก

หลิวซือนัวไม่รู้ว่าเหตุใดจึงมีหมู่บ้านที่มีแต่คนหุ่นผอมบางเช่นนี้ได้ คนเหล่านี้กับโครงกระดูกแทบจะแยกกันไม่ออกเสียด้วยซ้ำ

ช่างต่างกับคนปกติเป็นอย่างยิ่ง หากพวกเขาออกไปสู่โลกภายนอกจะต้องถูกหวาดกลัวแน่ ยิ่งกว่านั้นอาจจะถูกเข้าใจผิดคิดว่าพวกเขาไม่ใช่คนเสียด้วยซ้ำ

"ข้านำอาหารมาให้พวกเจ้า" จางซีเอ่ยขึ้นกับสตรีตรงหน้าหลังจากที่นางยืนขมวดคิ้วด้วยความตกใจอยู่ครู่หนึ่งทีเดียว เมื่อได้เห็นแม่นางหลิวที่ศิษย์พี่ของนางได้ให้ความช่วยเหลือเอาไว้

"ขอบคุณแม่นางจางมาก" หลิวซือนัวรีบเดินไปรับถาดอาหารที่ถูกยกมาให้ ก่อนจะวางลงที่โต๊ะใกล้ๆตน

"แม่นางหลิวไม่ต้องเกรงใจ ศิษย์พี่ช่วยท่านกับบุรุษผู้นั้นเอาไว้ ข้าย่อมต้องช่วยศิษย์พี่ดูแลพวกท่านให้ดี อย่าได้เกรงใจไปเลย"

"รบกวนแม่นางจางต้องมาดูแลเช่นนี้ หากมีโอกาสข้าจะต้องตอบแทนท่านทุกคนแน่"

"พวกข้าศิษย์อาจารย์ช่วยเหลือโดยไม่เคยหวังผลตอบแทน ส่วนเรื่องคนในหมู่บ้านแม่นางหลิวไม่ต้องกังวลไป ข้าจะช่วยไม่ให้พวกเขาพบเจอพวกท่านแน่"

"แม่นางจางเอ่ยเช่นนี้ ข้าก็รู้สึกเบาใจแล้ว"

"ข้าไม่อยู่กวนแม่นางหลิวแล้ว รีบรับประทานอาหารเสียเถอะ อาหาร เหล่านี้ต้องรับประทานตอนที่ยังร้อนๆอยู่จึงจะไม่เสียรสชาติ ส่วนโจ๊กของ คุณชายอวี้ประเดี๋ยวได้ทีแล้วข้าจะนำมาให้"

เมื่อทำหน้าที่ส่งอาหารเสร็จสิ้น จางซีก็เดินออกมาจากห้องพักแขก

นางเดินไปก็นึกไปถึงใบหน้างามอวบอิ่มของแม่นางหลิวคนเมื่อกี้

โชคดีที่คนในหมู่บ้านยังไม่มีใครมาเจอแม่นางหลิวผู้นี้ เพราะถ้าหาก เจอนางย่อมต้องเป็นอันตราย แม้แต่นางหรือท่านอาจารย์ก็ไม่แน่ว่าจะช่วยแม่นางหลิวได้

ก็ในเมื่อแม่นางหลิวผู้นี้ ดันมีใบหน้าเหมือนกับสตรีที่เหมาะแก่การ บูชายัญแด่เทพเจ้าที่สุด ซ้ำยังมีรูปวาดถูกวาดเอาไว้ในคัมภีร์โบราณอายุกว่า ร้อยปีซึ่งถือเป็นหนึ่งในคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ประจำหมู่บ้านอีกด้วย

หากแม่นางหลิวถูกคนในหมู่บ้านพบเห็นเข้า สุดท้ายแล้วจะต้อง กลายเป็นเครื่องบูชายัญมนุษย์อย่างแน่นอน นางจะต้องรีบไปบอกเรื่องนี้กับ อาจารย์และศิษย์พี่โดยเร็วที่สุดจะได้รีบหาทางส่งแม่นางหลิวออกจาก หมู่บ้านไปโดยเร็วที่สุด ก่อนที่เรื่องใหญ่จะเกิดขึ้น
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ประดุจหนึ่งหอมหวานปานน้ำผึ้ง    บทที่ 82

    "หากท่านปวดหัวเช่นนั้นอยากให้ข้าสั่งคนให้ไปเชิญท่านหมอมาดูอาการท่านหน่อยดีหรือไม่" นางเอ่ยพร้อมกับเอื้อมมือไปลูบใบหน้าหล่อเหลาของผู้เป็นสามีเอาไว้ "เกรงว่าโรคนี้จะมีเพียงภรรยาตัวน้อยของข้าที่รักษาได้แล้ว" เอ่ยจบอวี้หนานไห่ก็โน้มใบหน้าตนไปหาภรรยาหมายจะจุมพิตริมฝีปากเล็กของนางให้ชื่นใจสักครั้งแต่กลับ

  • ประดุจหนึ่งหอมหวานปานน้ำผึ้ง    บทที่ 81

    ตอนพิเศษ 1 แม่สามีของข้านั้นดียิ่งนัก เป็นเวลากว่าหนึ่งเดือนแล้วที่นางแต่งเข้ามาเป็นสะใภ้ใหญ่สกุลอวี้ อวี้หนานไห่มีน้องสาวอยู่หนึ่งคนชื่ออวี้จินเชียง จากที่อวี้หนานไห่เล่าให้ฟังก็คือ อวี้จินเชียงนั้นอยู่ที่บ้านเดิมกับท่านยายของพวกเขาตั้งแต่ยังเยาว์เพราะมีร่างกายที่ไม่ค่อยแข็งแรง อีกไม่นานอวี้หนานไ

  • ประดุจหนึ่งหอมหวานปานน้ำผึ้ง    บทที่ 80

    นางไม่รู้ว่าเชือกเอี้ยมของตนถูกดึงออกตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีลิ้นสากของเขาก็เลียยอดอกงามของนางโดยตรงเสียแล้ว หนำซ้ำหน้าอกอีกข้างของนางก็ถูกเขาใช้มือฟอนเฟ้นนวดคลึงอย่างหนักหน่วง เขาไล่จุมพิตไปทั่วหน้าทั้งสองของนาง พร้อมกับขบเม้นแรง ๆ ไปทั่วเช่นเดียวกัน เขาวนเวียนขึ้นมาจูบที่ปากของนางแรง ๆ หอมที่

  • ประดุจหนึ่งหอมหวานปานน้ำผึ้ง    บทที่ 79

    ตอนที่ 45 คำนับฟ้าดิน "หนึ่ง คำนับฟ้าดิน" "สอง คำนับบิดามารดา" "สาม สามีภรรยาคำนับกันและกัน" หลังจากเสร็จพิธีแล้วเจ้าสาวก็ถูกส่งตัวเข้าหอ ด้านเจ้าบ่าวก็ถูกรั้งตัวเอาไว้ในงานเลี้ยงมงคล เพื่อให้แขกที่มาร่วมงานดื่มอวยพร เป็นธรรมเนียมปกติที่ในงานมงคลเช่นนี้เจ้าบ่าวจะต้องถูกมอมเหล้าจากแขกผู้มีเกียรต

  • ประดุจหนึ่งหอมหวานปานน้ำผึ้ง    บทที่ 78

    "เห็นแก่ความพยายามของเจ้า ข้าจะเรียกนัวเอ๋อร์ออกมาให้เจ้าได้พบ" นางเอ่ยก่อนจะหันไปพยักหน้าให้สาวใช้คนสนิทของนางไปตามบุตรสาวของนางมาที่นี่ "ฮูหยินหลิว บุตรสาวของเจ้ามีบุรุษรูปงามผู้ร่ำรวยเช่นนี้มาสู่ขอ ยังจะต้องรออะไรอีก ไม่รีบตอบตกลงไปซะเล่า" แม่สื่อคนที่หนึ่งเอ่ยขึ้น "นั่นสิ มีบุรุษเพียบพร้อมขนาด

  • ประดุจหนึ่งหอมหวานปานน้ำผึ้ง    บทที่ 77

    ตอนที่ 44 ความจริงใจของข้า "ดู ๆ ข้าก็คิดอยู่ว่าคุณหนูหลิวเหมือนใคร นางเหมือนฮูหยินหลิวนี่เอง ไม่ไหวหน้าผู้อื่นเช่นนี้ไม่มีผิด" "ข้าน่ะหรือไม่ไว้หน้า พวกเจ้าต่างหากที่ไม่ไว้หน้ากันก่อน" ฮูหยินหลิวตอกกลับทันที แม่สื่อพวกนี้นางทนพูดดีด้วยอีกไม่ได้แล้ว "ฮูหยิน ท่านใจเย็นก่อนนะเจ้าคะ" สาวใช้คนสนิทขอ

  • ประดุจหนึ่งหอมหวานปานน้ำผึ้ง    บทที่ 73

    ตอนที่ 42 จาก อีกเพียงวันเท่านั้นนางก็จะต้องเดินทางกลับเมืองเป่ยโจวแล้ว ตามกำหนดการเดินทางกลับที่ท่านแม่ของนางได้กำหนดเอาไว้ พี่ใหญ่ของนางหลิงเค่อกับพี่สะใภ้ฉือหนานเองก็จะเดินทางไปส่งนางกลับจวนและถือโอกาสให้พี่ฉือหนานได้กลับไปเยี่ยมบ้านเดิมด้วย หลังจากวันนั้นที่อวี้หนานไห่และนางได้เปิดเผยความรู้

  • ประดุจหนึ่งหอมหวานปานน้ำผึ้ง    บทที่ 65

    ตอนที่ 38 ไม่อยากบอกลา “ในเมืองเป่ยจู เจ้าคงเป็นบุรุษที่น่าอิจฉาที่สุด” “ทำไมเจ้าถึงกล่าวเช่นนี้” เขาถามออกมาอย่างไม่เข้าใจนัก เมื่ออยู่ ๆ นางก็เอ่ยขึ้นมาซะอย่างนั้น “รอบตัวเจ้า มีสตรีงดงามมากมายรายล้อมอยู่ บุรุษใดบ้างจะไม่อิจฉา” นางเอ่ยตอบเขา ก่อนจะพยักพเยิดไปทางที่เหล่าแม่นางจากหอหยวนหมิงรวมตั

  • ประดุจหนึ่งหอมหวานปานน้ำผึ้ง    บทที่ 62

    แน่นอนว่าของอร่อยที่ว่า ย่อมต้องเป็นเป็ดแดดเดียวจากร้านเป็ดสวรรค์ที่เมื่อหลายคืนก่อนอวี้หนานไห่นำไปฝากนาง หลังจากคืนนั้นในทุก ๆ คืนเขาก็มักจะมาพร้อมของอร่อยอยู่เสมอ เรียกได้ว่ายามนี้หน้าต่างห้องของนางก็คงไม่ต่างอะไรกับประตูหมู่ตึกอวี้ฟางของเขาแล้ว ยามนี้ไม่ต้องรอให้นางเปิดหน้าต่างให้เจ้าตัวก็ผลักเข

  • ประดุจหนึ่งหอมหวานปานน้ำผึ้ง    บทที่ 57

    ตอนที่ 34 อาสาจัดการ เช้าวันรุ่งขึ้นสมุนไพรบำรุงร่างกายจำนวนมากถูกส่งมาที่จวนสกุลหลิวพร้อมกับท่านหมอมีชื่อในเมืองถึงสามท่านด้วยกัน โดยที่สกุลหลิวไม่ต้องเสียแรงส่งคนไปเชิญมาด้วยตนเอง หลิวเค่อรีบร้อนออกจากเรือนพักพร้อมกับภรรยาตนในทันทีเมื่อมีสาวใช้มาแจ้งว่านัวเอ๋อร์น้องสาวของเขาได้สติฟื้นขึ้นมาแล้ว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status