مشاركة

บทที่ 1

last update تاريخ النشر: 2025-02-11 19:49:19

"ลูกคุณเป็นโรคคาวาซากิครับ"

"โรคคาวาซากิ" หญิงสาวเจ้าของใบหน้าสะสวยรูปร่างผอมเพรียวในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ขายาวดูธรรมดาหน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยความสงสัยกับโรคที่ฟังดูไม่คุ้นหูจากปากหมอวัยกลางคน เธอไม่เคยได้ยินโรคนี้มาก่อนเลย “มันคือโรคอะไรเหรอคะดิฉันไม่เคยได้ยินมาก่อน”

"โรคคาวาซากิมักพบในเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 5 ปี เป็นกลุ่มอาการที่มีการอักเสบของหลอดเลือดขนาดกลางและขนาดเล็กทั่วร่างกาย มีไข้สูง ร่วมกับมีการเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง เยื่อบุผิว และต่อมน้ำเหลืองที่คอโต สาเหตุที่แท้จริงของโรคยังไม่ทราบแน่ชัด แต่อาจเกี่ยวกับการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันของร่างกาย โรคนี้ทำให้เกิดการอักเสบของหัวใจและหลอดเลือดที่เลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้หลอดเลือดหัวใจมีลักษณะโป่งพอง กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบในระยะเฉียบพลัน หัวใจเต้นเร็ว คลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ ลิ้นหัวใจอักเสบ เยื้อหุ้มหัวใจอักเสบครับ"

"ค่ะ" วารีพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ แล้วเปล่งเสียงถามต่อด้วยความกังวล "แล้วอันตรายไหมคะ"

"ลูกคุณต้องได้รับการรักษาโดยเร็วที่สุดครับเพราะอาการค่อนข้างรุนแรง ปล่อยไว้อาจอันตรายถึงชีวิตได้" ราวกับฟ้าผ่าลงกลางศีรษะดังเปรี้ยงเมื่อได้ยินที่หมอบอก หัวใจของคนเป็นแม่อย่างเธอแทบจะขาดร่อน ๆ เมื่อรับรู้ว่าลูกน้อยวัยเพียงสามขวบเศษ ๆ เป็นโรคที่อาจจะทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ เธอกลืนก้อนสะอึกลงลำคออย่างยากลำบากก่อนเผยอริมฝีปากสั่นเครือถามต่อ "ค่าใช้จ่ายในการรักษาเท่าไรคะคุณหมอ"

"หมอจะรักษาโดยการใช้ยาก่อนนะครับหากได้ผลก็ไม่ต้องผ่าตัดค่าใช่จ่ายประมาน 200,000 - 300,000 ครับ แต่ถ้าต้องผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ 500,000 - 900,000 บาทครับ"

"หะ..ห้าแสนถึงเก้าแสน" สิ้นเสียงตอบใบหน้าสวยถึงกับถอดสีความกังวลฉายขึ้นในแววตาคู่สวยอย่างชัดเจน เงินเกือบล้านเธอจะไปหาจากที่ไหนได้ทุกวันนี้ก็มีแค่พอกินพอใช้

มือเรียวที่วางบนหน้าตักประสานเข้าหากันแน่นความเครียด ความกดดันถาโถมเข้ามาจนนั่งไม่ติด แต่ไม่ว่ายังไงเธอจะต้องรักษาชีวิตบุตรสาวไว้ให้ได้เพราะเป็นสิ่งมีค่าสิ่งเดียวในชีวิตที่ทำให้เธอก้าวเดินต่อไปในโลกอันโหดร้ายนี้ได้ อีกทั้งยังเป็นตัวแทนความรักจากผู้ชายอันเป็นที่รัก เธอหลับตาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนปรือตาขึ้นตอบ "คุณหมอรักษาได้เลยค่ะ"

"โอเคครับหากมีอะไรเพิ่มเติมหมอจะแจ้งให้คุณแม่ทราบอีกทีนะครับ"

"ค่ะหมอ" วารีพยักหน้ารับน้อย ๆ แล้วยกมือไหว้ขอบคุณ จากนั้นก็ลุกเดินออกจากห้องหมอกลับไปหาลูกที่ห้องพักผู้ป่วยด้วยสมองหนักอึ้ง และจิตใจที่ล่องลอย

เธอค่อย ๆ เปิดประตูเข้าไปในห้องอย่างหมดเรี่ยวแรง เดินไปหยุดข้างเตียงจับจ้องใบหน้าจิ้มลิ้มของบุตรสาวที่นอนหลับจมูกมีสายออกซิเจนสอดอยู่ด้วยความรู้สึกสงสารจับใจ น้ำสีใสพลันเอ่อคลอดวงตากลมโตอย่างกลั้นไม่อยู่ เธอช่างเป็นแม่ที่ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลยอยู่กับบุตรสาวมาตั้งแต่แรกเกิด

"ไม่อะเงินเก็บแกกว่าจะหามาได้สักบาทเหนื่อยสายตัวแทบขาด ฉันรับไว้ไม่ได้หรอก"

"คิดมากทำไมเราเพื่อนกัน" ไวน์ยกมือขึ้นตบบ่าเพื่อนสาวเบา ๆ เชิงให้กำลังใจแกล้มปลอบประโลม

"ถ้าฉันหาไม่ได้จริง ๆ จะยืมของแกแล้วกัน" วารีมองหน้าเพื่อนสาวด้วยความซาบซึ้งใจไม่มีครั้งไหนเลยที่เธอลำบากแล้วเพื่อนสาวจะไม่ยื่นมือเข้าช่วยจนบางครั้งก็เกรงใจถึงแม้จะเป็นเพื่อนกันก็ตาม “ยังไงก็ขอบคุณแกมากนะไวน์ที่คอยอยู่ข้างฉันตลอดเวลามีปัญหา”

"โอเค ๆ เอาที่แกสบายใจก็แล้วกัน" ไวน์เอ่ยอย่างอ่อนใจเลือกจะไม่พูดอะไรต่อ เดินไปหย่อนสะโพกนั่งลงที่โซฟาเงียบ ๆ

ส่วนวารียังคงยืนมองหน้าบุตรสาวอยู่อย่างนั้น ในสมองก็ครุ่นคิดเรื่องค่ารักษาไปด้วยตอนนี้เงินเก็บในบัญชีมีแค่สองแสนกว่าเท่านั้นไหนจะต้องกินต้องใช้อีก งานก็ไม่ได้ทำเพราะต้องอยู่ดูแลบุตรสาวมองทางไหนก็มืดแปดด้านไปหมด ไม่เห็นทางเลยว่าจะมีวิธีไหนที่ทำให้เธอหาเงินได้มากและเร็วที่สุด

"สวัสดีค่ะเสี่ย" ระหว่างที่เธอกำลังคิดไม่ตกเรื่องเงินเสียงของเพื่อนสาวที่รับโทรศัพท์ก็ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาททำให้เธอหลุดจากภวังค์ คำว่าเสี่ยทำให้ความคิดบางอย่างผุดขึ้นในสมอง เธอยืนฟังเพื่อนสาวพูดโทรศัพท์กับคนปลายสายจนเสร็จจึงเดินไปนั่งลงข้าง ๆ แล้วถามไถ่ด้วยความอยากรู้เพราะนี่อาจเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเธอในตอนนี้ "ไวน์งานเอนเตอร์เทนที่แกทำรายได้ดีไหม แบบที่แค่ทานข้าว ดูหนัง ฟังเพลงอะ"

"ถามทำไมอย่าบอกนะว่าแกจะทำ ฉันไม่อยากให้แกทำงานแบบนี้เลยหากมีทางเลือกอย่าเลือกเดินเหมือนฉันนะวา" ไวน์มองหน้าเพื่อนสาวด้วยแววตาเศร้าเธออยู่ในวงการนี้มาตั้งแต่อายุสิบเจ็ดจนตอนนี้อายุยี่สิบหกรู้ดีว่าเป็นแบบไหน ถึงแม้จะแค่ทานข้าวมันไม่ดีต่อตัวเองสักนิดหากย้อนเวลากลับไปได้เธอจะไม่ขอเดินทางนี้เด็ดขาดดังนั้นจึงไม่อยากให้เพื่อนสาวพลาดเหมือนกับตัวเอง

"ฉันแค่ถามไว้ประกอบการตัดสินใจ แต่หากไม่มีทางเลือกจริง ๆ ฉันคงต้องทำ"

"อืม" ไวน์พยักหน้ารับน้อย ๆ นิ่งเงียบไปนานนับนาที ก่อนเอ่ยขึ้นอีกครั้ง "งานเอนเตอร์เทนมีหลากหลายประเภทแบบที่ 1 เอนแบบธรรมดา เป็นการรับงานในลักษณะดูแล รับประทานอาหาร ดูหนัง เป็นเพื่อนเที่ยว เพื่อนดื่ม ชงเหล้าให้เท่านั้น ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 5,000 – 10,000 บาท

แบบที่ 2 เอนอัพ เป็นการให้บริการในงานปาร์ตี้เฉพาะกลุ่มมีการใช้สารเสพติด หรือที่เรียกว่าอัพยา ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 10,000 – 20,000 บาท

แบบที่ 3 เอนบิกินี่ เป็นปาร์ตี้ริมสระ เด็กเอนที่รับงานจะต้องใส่ชุดบิกินี่ให้บริการลูกค้า คือ ดูแล ชงเหล้า เป็นเพื่อนดื่มกิน หรือลงสระน้ำด้วย ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 15,000 – 30,000 บาท

แบบที่ 4 เอนแรง งานประเภทนี้จะมีความ 18+ ขึ้นมาอีกระดับ ผู้รับงานต้องใจกล้าเนื่องจากลูกค้าอาจมีการสัมผัสร่างกาย ถึงเนื้อถึงตัว แต่ไม่มีเซ็กส์ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 20,000 – 50,000 บาท

แบบที่ 5 เอนวี เป็นการดูแลลูกค้าที่ใช้บริการและต้องจบที่บนเตียง ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 60,000 – 200,000 บาท ราคาของงานเอนประเภทนี้จะสูงขึ้นได้อีก พิจารณาตามเกรดตัว หน้าตา ประสบการณ์การการทำงาน หรือความบริสุทธิ์ รวมถึงประวัติของผู้ให้บริการ เช่น เป็นดารา เป็นนางแบบ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับลูกค้าด้วยว่าจะใจป๋ากระเป๋าหนักหรือเปล่าบางทีก็ได้เยอะกว่าที่พูดไป"

"ทำงานแค่ไม่กี่ชั่วโมงมันได้เยอะขนาดนั้นเลยเหรอ" วารีเอ่ยอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเธอก็พอรู้มาบางว่างานเอนเงินดี แต่ไม่คิดว่าจะมากมายขนาดนี้ ถ้าถามว่าอยากทำไหมตอบได้เลยว่าไม่อยากทำสักนิดถึงจะเงินดีมันก็ไม่คุ้มกับการต้องเสียศักดิ์ศรี

"เยอะแต่ต้องแลกมากับศักดิ์ศรีตัวเองมันไม่คุ้มหรอกวา"

"ใช่มันไม่คุ้มเลยจริง ๆ" ทั้งสองมองสบตาถอนหายใจออกมาอย่างพร้อมเพรียงกันโดยไม่ได้นัดหมาย พวกเธอคบกันมานานกว่าเจ็ดปีแค่มองตาก็รู้ใจไม่ต้องมีคำพูดใด ๆ

ภายในห้องถูกปกคลุมด้วยความเงียบนานนับนาที ก่อนไวน์จะเอ่ยขึ้นอีกครั้งเมื่อเหลือบไปเห็นเวลาบนนาฬิกาแขวนฝาผนัง "งั้นฉันกลับก่อนนะวันนี้มีงาน"

"อือ ๆ" วารีเพียงพยักหน้ารับ หลังจากเพื่อนสาวกลับไปเธอก็เอนหลังพิงพนักโซฟา ก่อนค่อย ๆ หลับตาลงเพื่อพักผ่อนสายตาพลางครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

2 วันต่อมา..

วารีนั่งจ้องหน้าจอมือถืออย่างใช้ความคิดตอนนี้หมอได้เริ่มทำการรักษาบุตรสาวแล้ว และแน่นอนว่าอีกไม่กี่วันก็ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลซึ่งจากการประเมินคร่าว ๆ ก็เกือบแสนเพราะตัวยาที่ใช้รักษาบุตรสาวค่อนข้างแพง อีกทั้งต้องรักษาอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะหายไม่รู้ว่าต้องใช้เงินอีกเท่าไร ไหนจะค่าห้องพิเศษ ค่าจิปาถะอีกเงินในบัญชีร่อยหรอลงทุกที

เธอถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่ก่อนตัดสินใจกดเบอร์โทรหาเพื่อนสาวเพื่อพูดคุยเรื่องงาน เธอตัดสินใจแล้วว่าจะทำงานเอนเตอร์เทนเพราะเป็นงานเดียวที่ได้เงินเยอะและไว มันคงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคนร้อนเงินอย่างเธอ

(ว่าไงวาโทรหาฉันแต่เช้าเชียว)

"ฉันจะทำงานเอนเตอร์เทน แกช่วยหางานให้ฉันหน่อยได้ไหม"

(แกคิดดีแล้วเหรอวาว่าจะทำงานนี้จริง ๆ)

"ฉันไม่มีทางเลือกแล้วจริง ๆ ฉันคิดทบทวนดีแล้ว อีกอย่างฉันก็จะทำแค่งานเอนแบบธรรมดาไม่เปลืองเนื้อเปลืองตัวสักหน่อย"

(โอเค ๆ หากคิดดีแล้วฉันก็เคารพในการตัดสินใจของแก...เดี๋ยวฉันจะดูงานให้นะได้เรื่องยังไงจะโทรบอก)

"ขอบใจแกมากนะ" สิ้นเสียงพูดนิ้วเรียวก็กดวางสายทันที ก่อนจะลุกจากโซฟาเดินไปหาบุตรสาวที่นอนหลับอยู่บนเตียงจับจ้องใบหน้าจิ้มลิ้มด้วยความรู้สึกสงสาร มือเรียวยื่นไปลูบเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนเบา ๆ ด้วยความรักใคร่ “แม่จะทำทุกอย่างให้ลูกหายจากโรคที่เป็นอยู่ แม่รักลูกมากนะคะ”

"อึก" น้ำสีใสเริ่มเอ่อคลอดวงตากลมโตอย่างกลั้นไม่อยู่พอนั่งมองหน้าบุตรสาวแล้วใบหน้าของอีกคนก็ผุดขึ้นในสมองเธอตลอดเพราะบุตรสาวมีส่วนคล้ายคนเป็นพ่ออยู่ไม่น้อยไม่ว่าจะเป็นคิ้วเข้ม ๆ จมูกโด่งสัน ดวงตาเด็ดเดี่ยวจะมีก็แต่ปากและผิวพรรณที่เหมือนเธอ

บุตรสาวเกิดมาจากความรักของเธอกับชายคนรักแต่เพราะเหตุผลบางอย่างทำให้ต้องพรากจากกัน เธอเชื่อว่าหากมีคนเป็นพ่ออยู่ต้องรักและดูแลบุตรสาวได้เป็นอย่างดี เขาเป็นผู้ชายที่แสนดีมากสำหรับเธอ

ครืด! ครืด!

ขณะที่เธอกำลังหวนคิดถึงเรื่องราวดี ๆ ของหนุ่มคนรักโทรศัพท์ก็แผดเสียงดังขึ้นดึงให้เธอหลุดออกจากภวังค์ความคิด ก่อนรีบลุกจากเก้าอี้เดินไปหยิบโทรศัพท์บนโซฟาขึ้นมาดู เมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์เพื่อนสาวจึงกดรับสายอย่างไม่รอช้า

"ว่าไงไวน์"

(ฉันหางานให้แกได้แล้วนะพรุ่งนี้แค่ทานข้าว เที่ยวเป็นเพื่อนลูกค้าเฉย ๆ เดี๋ยวเก้าโมงเช้าฉันไปรับแกมาแต่งตัวที่ห้อง)

"โอเค ๆ ขอบใจแกมากนะไวน์"

(อือ..ไม่เป็นไรเราเพื่อนกันนิ)

"อืม" เธอถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาด้วยความเหนื่อยใจหลังจากวางสายเพื่อนสาวแล้ว หากเลือกได้เธอก็ไม่อยากจะทำงานที่เสี่ยง และอันตรายต่อตัวเองแบบนี้แต่คนเราใช่ว่าจะมีทางเลือกมากนัก

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ปราณวารี   บทส่งท้าย 3

    “มองแบบนี้อยากได้ลูกเพิ่มเหรอครับ” ประภาวินท์ที่เงยหน้าขึ้นมาเจอกับสายตาของเมียสาวเอ่ยเย้าแหย่ด้วยสีหน้าและน้ำเสียงกรุ่มกริ่ม “คนบ้า” คำพูดจาแสนทะลึ่งของคนเป็นสามีทำเอาวารีถึงกับหมดอารมณ์ซึ้ง แว้ดใส่เบา ๆ เพราะไม่อยากให้บุตรสาวได้ยินเอื้อมมือไปหยิกมือหนาที่วางบนโต๊ะอย่างแรงด้วยความหมั่นไส้จนอีกคนสะดุ้งโหยง นัยน์ตาที่เปี่ยมล้นไปด้วยความรักแปรเปลี่ยนเป็นขึงขังในเสี้ยววินาทีทำปากขมุบขมิบต่อว่าเบา ๆ “ในสมองพี่มีแต่เรื่องแบบนี้หรือไงกัน”“ครับก็เมียน่ากินนิ” คนหื่นยอมรับหน้าระรื่นหนำซ้ำยังส่งสายตาพราวระยับราวกับเสือร้ายใส่ เขาไม่ได้พูดเกินจริงเลยเธอคงไม่รู้ตัวสินะว่าตัวเองน่ากินขนาดไหนยิ่งท้องก็ยิ่งมีน้ำมีนวลจับตรงไหนก็เต็มไม้เต็มมือไปหมด แค่คิดส่วนนั้นของเขาก็กระตุก“เฮ้อ พี่นี่มันจริง ๆ เลย” วารีได้แต่ส่ายหน้าถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่ไม่รู้จะสรรหาคำใดมาว่าคนหน้ามึนหื่นกามอย่างสามีหนุ่มยังไงดี ก่อนหันมองบุตรสาวที่นั่งดูการ์ตูนในไอแพด ยกมือขึ้นวางบนศีรษะเล็กด้วยความรักใคร่ขี้เกียจจะสนใจคนเป็นสามีแล้วไม่อย่างนั้นคงเย้าแหย่เธอไม่เลิกผ่านไปกว่ายี่สิบนาทีพนักงานก็ทยอยนำอาหารมาเสิร์ฟสี่คนพ่อแม่ล

  • ปราณวารี   บทส่งท้าย 2

    ชายหนุ่มมอบความรักให้กับเธอ มอบสิ่งล้ำค่าอย่างลูก ๆ ให้กับเธอ เข้ามาเติมส่วนที่ขาดหายในชีวิตจากเด็กกำพร้าที่โหยหาความรักความอบอุ่นมาตั้งแต่เด็กบัดนี้เปี่ยมล้นไปด้วยความสุข ความรักและความอบอุ่นที่เขามอบให้ ประภาวินท์พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ รับรู้ถึงความรู้สึกของผู้หญิงอันเป็นที่รัก เอื้อมมือไปโยกศีรษะเล็กทุยด้วยความรักใคร่เอ็นดู มองสบแววตาหวานฉ่ำอย่างลึกซึ้ง เป็นเขาเองมากกว่าที่ต้องของคุณเธอที่มอบความรักดี ๆ และลูก ๆ ที่น่ารักให้กับเขาทำให้เขามีครอบครัวที่อบอุ่นอย่างเช่นทุกวันนี้ “พี่รักหนูกับลูกมากนะครับ”“น้องปริมก็รักคุณพ่อ คุณแม่ น้องปันค่ะ” ปราณรวีที่ก้มหน้าก้มตาก่อประสาททรายหยุดการกระทำเงยขึ้นมองหน้าพ่อแม่ และน้องสาวสลับไปมาก่อนเอ่ยออกมาเสียงเจื้อยแจ้วฉีกยิ้มจนตาหยี จากนั้นก็โน้มตัวไปจูบท้องนูน ๆ ของผู้เป็นแม่ที่มีน้องชายอยู่ด้านใน “แล้วก็รักน้องปลื้มด้วยค่ะ”“ฮ่าฮ่า” ความน่ารักของบุตรสาวทำเอาคนเป็นพ่อแม่มองหน้ากันแล้วหัวเราะออกมาอย่างชอบใจยิ่งนับวันบุตรสาวคนโตก็ยิ่งช่างเจรจาฉอเลาะมากขึ้นจนน่ามันเขี้ยว ก่อนคนเป็นพ่อจะเลื่อนมือไปโยกศีรษะเล็กเบา ๆ ด้วยความมันเขี้ยวระคนเอ็นดู จากนั้

  • ปราณวารี   บทส่งท้าย 1

    “ฮ่าฮ่า”“คุณพ่ออย่าวิ่งเร็ว ๆ สิคะน้องปริมวิ่งหนีไม่ทัน” “พ่อวิ่งช้าที่สุดแล้วครับ” เสียงหัวเราะแห่งความสุขเคล้าเสียงตะโกนพูดคุยกันของสามพ่อลูกทำให้วารีที่เอนกายพักผ่อนสายตาบนเก้าอี้ชายหาดที่ตั้งอยู่บนผืนทรายสีขาวนวลปรือตาขึ้นมา ก่อนหยัดกายลุกขึ้นนั่งตัวตรงสอดส่องสายตามองหาต้นเสียง คิ้วสวยพลันขมวดยุ่งเหยิงเมื่อสายตาสะดุดเข้ากับสามีและลูกน้อยกำลังวิ่งเล่นไล่จับกันอย่างสนุก นึกตำหนิผู้เป็นสามีในใจลำพังพาปราณรวีบุตรสาวคนโตวิ่งเล่นเธอไม่ว่าอะไรหรอก แต่นี่ดันอุ้มปราณตะวันบุตรสาวอีกคนวัยขวบครึ่งวิ่งด้วย เกิดเขาพลาดท่าหกล้มขึ้นมาจะทำยังไง“มันน่าจับตีทั้งพ่อทั้งลูก” เธอบ่นพึมพำอย่างคาดโทษ ก่อนลุกเดินไปหาสามคนพ่อลูกด้วยท่าทางอุ้ยอ้ายเพราะท้องที่เริ่มใหญ่ขึ้นทุกวันตามอายุครรภ์ ใช่ฟังไม่ผิดตอนนี้ในท้องเธอมีลูกคนที่สามอยู่อายุครรภ์ได้ห้าเดือนกว่า ๆ แล้ว ผลงานของคุณพ่อตัวดีเลยที่ขยันผลิตลูกเหลือเกิน เธอบอกว่ามีสองคนพอ แต่เขาก็ใช้ลูกอ้อนเว้าวอนทุกวันว่าขอมีลูกชายอีกสักคน สุดท้ายเธอก็ใจอ่อนจนได้ คราวนี้เขาก็ได้ลูกชายสมใจอยากแล้วล่ะ “พี่ปราณพาลูกวิ่งทำไมเกิดล้มขึ้นมาจะทำยังไงคะ” เธอเอ่ยเสียงดุ

  • ปราณวารี   บทที่ 39

    ใบหน้าหล่อเหลาระบายยิ้มบาง ๆ เมื่อเปิดประตูเข้าไปแล้วพบว่าเมียสาวกำลังนั่งแต่งหน้าอยู่ที่โต๊ะเครื่องแป้ง เท้าใหญ่เดินไปหยุดด้านหลังร่างบางแล้วโน้มตัวลงเกยคางบนไหล่มน สอดมือเข้าไปโอบกอดเอวคอดหลวม ๆ "เมียพี่ไม่ต้องแต่งหน้าก็สวยอยู่แล้วครับ""ปากหวาน" วารีมองสบสายตาชายหนุ่มอันเป็นที่รักผ่านกระจกพร้อมกับระบายยิ้มออกมาบาง ๆ "พี่พูดจริงครับน้องสวยทั้งหน้าตาและจิตใจ" เขาว่าพลางเคลื่อนนิ้วมือขึ้นจิ้มบนอกด้านขวาที่มีก้อนเนื้อเต้นอยู่ด้านใน สิ้นเสียงพูดก็หอมแก้มนุ่มนิ่มฟอดใหญ่ทำให้คนที่กำลังบรรจงทาลิปสติกหน้านิ้วคิ้วขมวดเพราะรบกวนการแต่งหน้าของเธอ เปล่งเสียงดุอย่างไม่จริงจังมากนัก "วาแต่งหน้าอยู่พี่ปราณอย่าเล่นสิคะ""โอเคครับพี่จะอยู่นิ่ง ๆ" ร่างสูงยอมอยู่นิ่ง ๆ มองเมียสาวแต่งหน้าไปเงียบ ๆ กระทั่งเสร็จเขาจึงผละอ้อมกอดออกจากเอวคอด จับเก้าอี้แล้วหมุนให้ร่างบางหันมาเผชิญหน้า"ขอพิสูจน์หน่อยว่าลิปสติกสีนี้ดีจริงไหม" เสียงทุ้มเอ่ยออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ จับจ้องริมฝีปากอวบอิ่มที่เคลือบลิปสติกสีสวยด้วยแววตาปรารถนา ว่าจบก็จับคางมนเงยขึ้นมารับรสจูบแสนหวานคนที่นั่งงงงวยกับคำพูดของเขาเข้าใจได้ในทันทีว่าหมา

  • ปราณวารี   บทที่ 38

    หลายวันต่อมา..แสงแดดยามแปดโมงเช้าสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างกระจกกระทบสามคนพ่อแม่ลูกที่กำลังนอนกอดกันอยู่ โดยคนเป็นลูกน้องอยู่ตรงกลางมีพ่อแม่กกกอดไว้ ประภาวินท์รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเป็นคนแรกตามด้วยบุตรสาว ส่วนวารียังคงหลับสนิทเพราะเมื่อคืนโดนพ่อของลูกรังแกไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งกว่าจะได้นอนก็ครึ่งค่อนคืน"ชูว์""อย่ากวนแม่ครับให้แม่นอนต่ออีกสักหน่อย" เขายกนิ้วขึ้นชูว์ปากห้ามปรามบุตรสาวที่กำลังจะหันไปปลุกคนเป็นแม่เบา ๆ ซึ่งเด็กน้อยก็ทำตามในทันทียกมือปิดปากพร้อมกับค่อย ๆ ขยับตัวไปนั่งห้อยขาริมเตียงประภาวินท์ระบายยิ้มมองบุตรสาวด้วยความรักใคร่พร้อมกับขยับไปนั่งห้อยขาข้าง ๆ ยกมือขึ้นวางบนศีรษะเล็กทอย เอียงหน้ากระซิบข้างกกหูเล็กเบา ๆ พอได้ยิน "เดี๋ยวพ่อพาไปอาบน้ำนะครับ จะได้ลงไปทานอาหารเช้ากัน""ค่ะ" เมื่อเสียงใส ๆ ขานรับเขาก็หยัดกายลุกลงจากเตียงเดินไปเตรียมน้ำให้บุุตรสาวในอ่างอาบน้ำสำหรับเด็กที่เขาเพิ่งซื้อมา ตีฟองสบู่และใส่น้ำนมให้เสร็จสรรพจึงเดินออกมาจัดการปลดเปลื้องชุดนอนให้บุตรสาวต่อจนหมด จากนั้นก็จูงบุตรสาวเข้าห้องน้ำแล้วเริ่มลงมืออาบน้ำให้โดยให้บุตรสาวนอนแช่ในอ่างน้ำนมวางศีรษะบนที่ร

  • ปราณวารี   บทที่ 37

    @บ้านกิตติธนปกรณ์“คุณปราณคะคุณผู้หญิงสั่งไว้ว่าหากกลับมาแล้วให้คุณปราณกับคุณวารีไปพบท่านที่ห้องด้วยค่ะ” ทันทีที่ประภาวินท์ วารีและบุตรสาวย่างกายเข้ามาในบ้านอิมแม่บ้านวัยสามสิบห้าก็เดินเข้ามาบอกกล่าวทันที“อืม” ประภาวินท์ขานรับสั้น ๆ แล้วยื่นถุงกล่องเค้กไปให้ “จัดเค้กใส่จานแล้วเอาขึ้นไปให้คุณแม่ด้วยนะ”“ไปหาแม่กันครับ” จากนั้นก็หันไปพยักเพยิดหน้าชวนหญิงสาว ก่อนจะอุ้มบุตรสาวเดินตรงขึ้นไปยังห้องผู้เป็นแม่ วารีเดินตามหลังไปติด ๆ"แม่มีอะไรเหรอครับ" เสียงทุ้มถามไถ่ด้วยความสงสัยหลังจากเดินมาหย่อนตัวลงนั่งบนเตียงนอนผู้เป็นแม่แล้ว"วันนี้ไปเที่ยวมาสนุกไหมคะน้องปริม" คุณหญิงรตีหาได้สนใจเสียงถามบุตรชายไม่กลับระบายยิ้มถามหลานสาวตัวน้อยที่นั่งข้างบุตรชายแทน"สนุกมากค่ะคุณย่า น้องปริมซื้อเค้กมาฝากคุณย่าด้วยนะคะ" เด็กน้อยเปล่งเสียงตอบเจื้อยแจ้วพร้อมกับขยับไปนั่งชิดคนเป็นย่า"น่ารักจริงรู้จักนึกถึงย่าด้วย" คุณหญิงรตีที่เห่อหลานเป็นทุนเดิมอยู่แล้วยิ่งหลงหนักเข้าไปอีกเมื่อเจอความน่ารักของหลาน เอื้อมมือไปบีบแก้มนุ่มนิ่มด้วยความรักใคร่ เอ็นดู ประภาวินท์กับวารีได้แต่ยืนมองหน้ากันตาปริบ ๆ ก่อนวารีจะปราย

  • ปราณวารี   บทที่ 5

    “ไงวารี” ประภาวินท์เอ่ยทักทายคนรักเก่าด้วยน้ำเสียงราบเรียบหลังจากนั่งไล่สายตามองเธอนานพอสมควรแล้ว ร่างบางตรงหน้าดูซูบผอมอิดโรยไปมากจริง ๆ หน้าตาไม่สดใสเหมือนตอนที่อยู่ด้วยกัน นัยน์ตาของเธอก็แฝงด้วยความเศร้าคล้ายกับมีอะไรในใจคิดว่าหนีหายไปจากเขาแล้วจะมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่านี้เสียอีก แต่ดูจากงานที่ทำใ

  • ปราณวารี   บทที่ 4

    2 วันต่อมา..วารีถอนหายใจออกมาครั้งแล้วครั้งเล่านับตั้งแต่ลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะคิดไม่ตกเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาบุตรสาว เมื่อวานทางโรงพยาบาลก็ได้แจ้งเรื่องค่ารักษามาแล้วซึ่งค่าผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจสูงถึง 650,000 บาท ยังไม่รวมค่ายาและค่าห้องพิเศษอีก หลังจากรู้จำนวนเงินค่ารักษาเธอก็วิ่งเต้นทำเรื่องกู้เง

  • ปราณวารี   บทที่ 3

    หลายวันต่อมา..วารีเดินเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งเอนกายบนโซฟาในห้องพักผู้ป่วยด้วยท่าทางเหนื่อยล้า ห้าวันมานี้เธอแทบไม่ได้พักเลยเพราะทำงานตลอด กลางวันรับงานเอนพอตกกลางคืนก็รับงานนั่งดริ้งดื่มเป็นเพื่อนลูกค้าเพื่อหาเงินให้ได้เร็วที่สุด ทว่าถึงแม้จะทำงานอย่างหนักหน่วงจนแทบไม่มีเวลาพักก็ยังได้เงินไม่ครบตามจำน

  • ปราณวารี   บทที่ 2

    วันต่อมา.."วารีแกจะทำงานนี้จริง ๆ เหรอ ฉันว่าแกลองคิดดูอีกทีดีไหม" ไวน์ปรายตาถามเพื่อนสาวด้วยความไม่สบายใจ ขณะกำลังขับรถพาเพื่อนสาวไปหาลูกค้าที่ดีลงานให้หลังจากพาเพื่อนสาวไปอาบน้ำแต่งตัวที่คอนโดเสร็จวารีที่นั่งทอดสายตามองออกไปนอกกระจกรถอย่างเหม่อลอยหลุดออกจากภวังค์ หันกลับมาตอบด้วยนัยน์ตาเศร้า "ฉ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status