LOGINหลินเว่ยปรายตามองอสูรชายทั้งสองที่ยังไม่ยอมกลับไปง่าย ๆ เดิมทีนางตั้งใจจะกินแอปเปิ้ลเพื่อลดน้ำหนัก ทว่าการกินอาหารแบบคีโต[1]ก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลว วิธีนี้จะช่วยให้นางลดน้ำหนักได้เร็วมาก และถ้าหากนางยอมเหนื่อยทำอาหารมื้อนี้ให้พวกเขาได้ลิ้มรส นางอาจได้แรงงานชั้นเลิศมาช่วยปฏิวัติรังนอนของนางเพิ่มอีกคน
“อ้อ... ข้าลืมไป เนื้อกวางที่หลี่เฟยแบ่งมาให้ชิ้นใหญ่มาก เย็นนี้พวกเจ้าก็อยู่กินด้วยกันเถอะ ข้าจะสเต็กเนื้อกวางกับผัดหน่อไม้ฝรั่งให้กิน”
อะไรคือสเต็กเนื้อ? อะไรคือผัดหน่อไม้ฝรั่ง?
หลี่เฟยกับซือหมิงขมวดคิ้วมุ่น หันมองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย ทั้งคู่ไม่เคยได้ยินคำพูดประหลาดเช่นนี้มาก่อน
หลินเว่ยไม่ปล่อยให้เวลาล่วงเลยโดยไร้ประโยชน์ นางสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดราวกับนางพญา
“ซือหมิง เจ้าไปรวบรวมฟืนมาเพิ่ม ก่อกองไฟให้พร้อม หลี่เฟย เจ้าเอาผักไปล้างแล้วหั่นเนื้อกวางเป็นชิ้นหนาเท่าฝ่ามือ”
สองอสูรหนุ่มที่เคยเย่อหยิ่งกลับทำตามคำสั่งนางอย่างว่าง่าย หลินเว่ยใช้มีดกระดูกในมือเหลาไม้ไผ่เป็นตะหลิว นางคว้าแผนหินชนวนเรีบกริบมาล้างจนสะอาดแล้ววางพาดบนก้อนหินสามเส้าบนกองไฟที่คุโชน รอจนแผ่นหินร้อนจัดจนควันกรุ่น นางใช้ไขมันกวางถูไถลงบนแผ่นหินจนเสียงฉ่า ดังสนั่น กลิ่นไขมันหอมโชยคละคลุ้งไปทั่วป่าบริเวณนั้น
หลินเว่ยคีบเนื้อกวางชิ้นหนาที่หลี่เฟยหั่นไว้วางลงบนหินร้อน น้ำเกลือจากต้นเกลือกับกระเทียมพริกไททุบละเอียดถูกชโลมลงไปจนทั่ว กลิ่นหอมฉุยยั่วน้ำลายของเนื้อไหม้ไฟกระตุ้นให้ปลายจมูกของหลี่เฟยสั่นระริก มนุษย์เสือดาวที่หลงใหลในรสชาติเนื้อถึงกับยืนตะลึง นัยน์ตาสีทองที่เคยวาวโรจน์ด้วยความดุดันกลับสั่นไหวด้วยความกระหายในรสอาหารที่นางปรุง
“พลิกเนื้อให้ข้าหน่อยหลี่เฟย อย่าปล่อยให้ไหม้”
หลินเว่ยสั่งพลางโยนหน่อไม้ฝรั่งลงไปผัดบนแผ่นหินข้าง ๆ กัน ความกรอบเกรียมของผักผสมผสานกลิ่นหอมของกระเทียมป่าถูกน้ำมันกวางเคลือบจนวาววับ ช่างเป็นภาพที่ยั่วน้ำลายอย่างถึงที่สุด
เมื่อเนื้อกวางสุกได้ที่จนข้างนอกเกรียมจัดทว่าข้างในยังชุ่มฉ่ำ หลินเว่ยก็ใช้ไม้ไผ่คีบสเต็บเนื้อชิ้นใหญ่ใส่ใบตองส่งให้หลี่เฟย
“กินซะ แล้วเจ้าจะรู้ว่าเนื้อน่ะ ไม่จำเป็นต้องกินสด ๆ ให้เหม็นคาวเสมอไป”
หลี่เฟยคว้าเนื้อเข้าปากคำโต ทันทีที่รสสัมผัสที่ทั้งเค็ม มัน และหอมฉุยแตะลิ้น อสูรเสือดาวถึงกับชะงักงันราวถูกมนต์สะกด ความหอบซาบซ่านพลุ่งพล่านไปถึงสวรรค์ เขาที่เคยรังเกียจนางจิ้งจอกคนนี้ กลับถูกเสน่ห์ปลายจวักของนางมัดใจจนดิ้นไม่หลุดเสียแล้ว
ซือหมิงที่นั่งมองอยู่ถึงกับน้ำลายสอ
“ส่วนของข้าล่ะ” เขาทวงถามอย่างไม่เกรงใจ
หลินเว่ยแบ่งอาหารให้พวกเขาอย่างเท่าเทียม ส่วนนางกินเพียงหน่อไม้ฝรั่งกับสเต็กอย่างละชิ้น ทำให้พวกเขามองนางด้วยความประหลาดใจอีกครั้ง
“กินแค่นี้ เจ้าจะอิ่มหรือ?” หลี่เฟยเอ่ยขึ้น
“กินแค่นี้ก็เกินพอ ข้าจำเป็นต้องลดน้ำหนัก”
หลินเว่ยตอบสั้น ๆ ให้คนฟังเข้าใจกันง่าย ๆ
คราวนี้หลี่เฟยกับซือหมิงไม่ถามเซ้าซี้อีก ทว่าทั้งคู่กลับรู้สึกกระวนกระวายใจจนคิดฟุ้งซ่าน จู่ ๆ หลินเว่ยก็ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองครั้งใหญ่ หรือว่านางอยากผูกพันธะสวาทกับพวกเขา... ต้องใช่แน่ ๆ ช่วงนี้ใกล้ถึงฤดูติดสัดแล้ว...
[1] คีโต Ketogenic Diet : การบีบบังคับให้ร่างกายเผาผลาญไขมันอย่างเร่งด่วน โดยเลือกกินเฉพาะไขมันเป็นหลัก กินโปรตีนพอประมาณ และงดอาหารประเภทแป้งและน้ำตาล (กินได้ไม่เกิน 5% ต่อสัดส่วนในอาหารแต่ละมื้อ)
เวลาผ่านพ้นไปราวกระแสน้ำไหล พายุหิมะแห่งเหมันต์ราคะพัดผ่านไปนานแล้ว ทว่าภายในถ้ำใหญ่ที่ถูกต่อเติมจนหรูหราของหลินเว่ย กลับไม่เคยเงียบเหงาลงเลยแม้แต่วันเดียว กลิ่นอายฟีโรโมนดิบเถื่อนที่เคยอบอวลไปด้วยตัณหาในอดีต ถูกทดแทนด้วยกลิ่นอายความอบอุ่นของครอบครัว และเสียงเจี๊ยวจ๊าวของสี่ทายาทอสูรตัวน้อย ที่ถือกำเนิดขึ้นพร้อมกันจากค่ำคืนประวัติศาสตร์ครั้งนั้นทายาททั้งสี่ได้รับสายเลือดโบราณอันเข้มข้นมาอย่างเต็มเปี่ยม และนั่นคือนิยามของคำว่า “ความวุ่นวายระดับวินาศสันตะโร” ที่หลินเว่ยต้องเผชิญในทุก ๆ วัน“ไอ้ลูกเสือดาว! ลงมาจากเพดานเดี๋ยวนี้เลยนะ!”หลินเว่ยที่อยู่ในชุดลำลองเนียนนุ่มยืนค้ำเอวตวาดแหว แววตานางพญาจิ้งจอกส่องประกายดุ ยามจ้องมอง เสี่ยวนิ่ง ลูกชายคนโตที่มีหูและหางเสือดาวลายจุด กำลังใช้กรงเล็บเล็ก ๆ ปีนป่ายยึดหินงอกหินย้อยบนเพดานถ้ำอย่างสนุกสนาน โดยมีหลี่เฟยผู้เป็นบิดานั่งหัวเราะร่าอยู่ข้าง ๆ“โธ่... เว่ยเว่ย ลูกแค่กำลังฝึกทักษะการล่า เจ้าจะดุไปทำไมกัน” หลี่เฟยขยับยิ้มทะเล้น ทว่าพอหลินเว่ยตวัดสายตาพิฆาตมาให้ เสือดาวหนุ่มผู้เกรงใจเมียก็รีบเปลี่ยนสีหน้าฉับพลัน “เอ่อ... เสี่ยวนิ่ง! แม่เจ้าสั่งใ
เขาจับเรียวขาขาวผ่องทั้งสองข้างของนางขึ้นมาพาดเกยไว้บนต้นขาแกร่ง เพื่อหนุนสะโพกผายให้ลอยเด่นขึ้นเหนือพื้นหินในท่าทางที่เปิดเปลือยไร้การป้องกัน มือขวาเอื้อมลงต่ำจับท่อนเอ็นลำเขื่องสองลำที่งอกยาวขึ้นมาจากหว่างขาอันเป็นเอกลักษณ์สายเลือดโบราณแห่งเผ่าเงือก ก่อนจะจ่อหัวหยักบานร่าสีเข้มเข้าหาช่องทางสวาททั้งสองทาง ดันตัวทะลวงพรวดเข้าไปในรูกามทั้งบนและล่างของนางพร้อม ๆ กัน“กรี๊ดดดดด...!!”หลินเว่ยหวีดร้องจนเสียงแหบพร่า ร่างระหงเบิกตาโพลงเกร็งกระตุกจนแผ่นหลังบางเหยียดตึง ความคับแน่นทวีคูณทำให้นางรู้สึกเหมือนเนื้อตัวจะปริแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ร่องรักทั้งสองรูบีบรัดรัดท่อนเอ็นยักษ์ทั้งสองท่อนแน่นหนึบจนเนื้อแดงปลิ้นบานไป่หลงแหงนหน้าคำรามห้าวในลำคออย่างพึงใจถึงขีดสุด สองมือแกร่งจับกระชับเอวคอดบางไว้มั่น แล้วกระหน่ำบั้นเอวสอบซอยเด้าเข้าออกในรูกามรัดรึงอย่างบ้าคลั่ง ไร้ความปรานีตับ ตับ ตับ! แจะ แจะ!เสียงหนอกเนื้อหนาหวดกระทบก้นเนียนและเสียงบดเบียดของเหลวหนืดข้นดังระงม ทำลายความเงียบสงัด สะโพกสอบของเงือกหนุ่มกระแทกกระทั้นรัวเร็วปานพายุบุแคม บดขยี้เนื้อในอ่อนนุ่มจนหลินเว่ยนัยน์ตากลอกกลับ เสร็จสมซ้ำแล้ว
“ข้ารู้ว่าเจ้าอยากให้ข้าหยาบคายกับเจ้า”เงือกหนุ่มพึมพำด้วยน้ำเสียงถือดี เขาจีบนิ้วขยี้ยอดอกที่พุ่งชันด้วยความกระสัน ทรมานนางด้วยอารมณ์ดิบเถื่อน หลินเว่ยเผยอริมฝีปากครางแผ่ว ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวด้วยความรัญจวน แบะง่ามขาออกกว้างขึ้นในสายน้ำเพื่อบอกว่านางต้องการให้เขาแทรกตัวตนเข้ามาทำลายความทรมานตรงจุดไหนไป่หลงสอดนิ้วกลางยาวรีเข้าลึกไปในกายนางทันที รอยคลื่นเนื้อนุ่มและกระแสความร้อนระอุภายในโพรงสวาทตอดขมิบระรัวยิบ บีบรัดนิ้วมือของเขาจนเงือกหนุ่มแทบคลั่งด้วยความกระสัน“ข้างในเจ้าลื่นมาก”เขาคำรามเสียงแหบพร่าพลางดันนิ้วที่สองเบียดแทรกเข้าไปในช่องทางคับแคบและชื้นแฉะของนาง หลินเว่ยครวญครางหลับตาพริ้มด้วยความซาบซ่าน ขยับสะโพกผายเด้งควบนิ้วใหญ่ที่ชักเข้าชักออกเร็วแรงขึ้นทุกที ความสุขที่เขาปลุกเร้าทำให้นางตัวสั่นเทิ้มหายใจติดขัดภายใต้ผิวกายน้ำที่สั่นกระเพื่อมเป็นระลอกคลื่นและไอร้อนเข้มข้นที่ลอยคละคลุ้งตัดขาดพวกเขาจากโลกภายนอก หลี่เฟย ซือหมิง และม่อเหยียน ที่นั่งคุมเชิงอยู่ฟากตรงข้าม ต่างรับรู้ด้วยสัญชาตญาณดิบว่าเงือกหนุ่มกำลังเคี่ยวกรำตัวเมียตัวน้อยของพวกเขาอย่างไร ยิ่งเห็นร่างบางบิดเร่าทุรนทุร
ม่อเหยียนสูดปากครางด้วยความเสียวสุดขีด ฝ่ามือหนาตะปบหมับบีบเคล้นสองเต้าขาวอวบของนางจนหยุ่นยวบเป็นรอยนิ้วมือแดงเถือก บั้นเอวสอบเร่งจังหวะตอกอัดถี่กระชั้นราวกับจะกระชากวิญญาณของคนใต้ร่างให้แหลกสลายคาอกตับ! ตับ! ตับ!...เสียงเนื้อหวดเนื้อเปียกชื้นรุนแรงขึ้นทุกที ใบหน้าที่บูดเบี้ยวด้วยความกระสันทรมานของนางจิ้งจอกสาว ยิ่งโหมกระพือเพลิงปรารถนาของอินทรีหนุ่มให้ลุกโชนบ้าคลั่ง บั้นเอวสอบของเขาทวีพละกำลังมหาศาล กระหน่ำตะบันเข้าใส่จนร่างบางสั่นไหวโยนตัวอย่างรุนแรงการสมสู่ที่ดุร้ายป่าเถื่อนเบื้องหน้า ยิ่งกระตุ้นให้สามีอสูรอีกสามตนที่เฝ้ามองด้วยใจจดจ่อบังเกิดความกระสันอยากจนแทบคลั่ง ทั้งสามนั่งหายใจหอบกระเส่าอยู่ในบ่อน้ำแร่ ยามเห็นร่องรักฉ่ำเยิ้มของตัวเมียตัวน้อยถูกอสูรอินทรีบดขยี้อย่างหยาบโลน องคชาตของพวกเขาคัดแข็งจนปวดร้าวไปหมด มือหนาของอสูรทั้งสามขยับรูดรั้งแก่นกายมหึมาของตนเองอย่างบ้าคลั่ง สะสมอารมณ์รักเข้มข้นเพื่อรอเวลาขึ้นไปรุมขย้ำร่างนุ่มนิ่มให้แหลกยับคาอก“อ่า... เว่ยเว่ย...”ม่อเหยียนกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงและเรียกชื่อนาง ลมหายใจหอบฟืดฟาดที่พ่นออกมาทางจมูกเริ่มมีเสียงดังรุนแรงขึ้น“อ๊ะ
กลิ่นอายคาวราคะและไอร้อนระอุภายในถ้ำแก้ว ยิ่งทวีความเข้มข้นจนแทบจะควบแน่นเป็นหยาดหยด ทันทีที่ซือหมิงฉีดพ่นน้ำเชื้ออุ่นจัดเข้าสู่โพรงสวาทอย่างสุขสม ม่อเหยียนที่เฝ้ามองภาพทารุณอันแสนหวานนั้นมาเนิ่นนานจนเส้นสติแทบจะขาด ไม่อาจอดทนต่อความกำหนัดได้อีกต่อไป เขาพุ่งตรงเข้ามากระชากไหล่หนาของหมาป่าหนุ่มให้ออกไปจากร่างขาวเนียนของหลินเว่ยอย่างใจร้อน“หมดเวลาของเจ้าแล้ว ซือหมิง... ถอยไป!”น้ำเสียงทุ้มต่ำคำรามก้อง ซือหมิงขบกรามอย่างขัดใจทว่าต้องยอมล่าถอยในที่สุด ม่อเหยียนขยับเข้าครอบครองเหยื่อสาวอย่างไม่รอช้า ฝ่ามือหยาบกร้านตะปบหมับเข้าที่สะโพกผาย จับร่างเปลือยเปล่าของหลินเว่ยให้นอนตะแคงราบลงบนม้านั่งหิน จัดท่าทางให้นางหันหน้าไปทางสามีอสูรอีกสามตนที่กำลังนั่งหายใจหอบฟืดฟาดอยู่ในน้ำ เพื่อป่าวประกาศชัยชนะม่อเหยียนแทรกกายแกร่งเข้าประชิดด้านหลัง สอดท่อนแขนล่ำสันลอดเข้าใต้พับเข่าข้างขวาของนาง ดึงรั้งยกขึ้นสูงจนเรียวขาขาวแบะอ้าออกกว้าง เผยให้เห็นรอยแยกสีแดงช้ำที่บวมเป่งและชุ่มโชกไปด้วยเมือกกามเหนียวข้น แล้วเสือกกายแกร่งแข็งโปนยัดเยียดเข้าไปในร่องสวาทพรวดเดียวสวบ...!“กรี๊ดดด...! ม่อ... ม่อเหยียน... อร๊
“ฮ้า...!”นางจิ้งจอกสาวแหงนเงยใบหน้า ถอนริมฝีปากออกจากความแข็งแกร่งอย่างกะทันหัน หยดน้ำลายใสเหนียว ยืดเป็นสายเชื่อมโยงระหว่างปากอิ่มและส่วนหัวหยักของหมาป่าหนุ่มซือหมิงไม่ปล่อยให้ความรัญจวนขาดตอน เขาฉุดร่างบางให้ลุกขึ้นมา บดจูบริมฝีปากบวมเจ่อแดงช้ำของนางอย่างดูดดื่มดุดัน ขณะที่มือขวายื่นลงต่ำจับท่อนเอ็นยักษ์จ่อเข้าหารอยแยกเยิ้มฉ่ำ หลินเว่ยยกสะโพกผายขึ้นรับ ยามเมื่อส่วนหัวบานใหญ่ดุนดันแทรกผ่านเมือกกามลื่นไหล มุดหายเข้าไปในร่องรูเปียกแฉะในพรวดเดียวจนมิดโคนภายใต้ม่านหมอกไอน้ำร้อนฉ่า อสูรทั้งสามต่างจับจ้องร่างเปลือยเปล่าของหลินเว่ยที่กำลังโยกคลึงสะโพกกระแทกกระทั้นขึ้นลงอยู่บนตักแกร่งของหมาป่าหนุ่มด้วยความหิวกระหาย ยามเมื่อบั้นท้ายกลมมนหวดสับลงบนหน้าท้องแปดลูกจนเกิดเสียงเนื้อบดเบียดของเหลวดัง แจะ แจะทั้งสามยิ่งสาวรูดแก่นกายของตนเองแรงขึ้น ราวกับกำลังร่วมสมสู่กระหน่ำแทงอยู่ในร่างของนางพร้อม ๆ กัน“อ๊ะ... อ๊า... อร๊างงง...!!”หลินเว่ยกรีดร้องเสียงแหลม ร่างบางเกร็งกระตุกหยัดตึงเมื่อความเสียวซ่านแล่นปราดเข้าสู่สมอง นางกระแทกสะโพกควบขย่มลำรักอย่างรุนแรง ส่งผลให้น้ำหวานฉ่ำเยิ้มพุ่งกระเซ็นออกมาจ
พายุสวาทโหมกระหน่ำถึงจุดวิกฤต เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังกึกก้องสม่ำเสมอผสานกับเสียงหอบกระสันที่ดังระงมไปทั่วถ้ำ หลี่เฟยคำรามลึกในลำคอ นัยน์ตาสีทองของเขาพร่าเลือนด้วยตัณหาหยาบโลน กายแกร่งกระแทกกระทั้นเข้าใส่รอยแยกที่ชุ่มโชกอย่างบ้าคลั่ง ไร้ซึ่งความปราณี มีเพียงความหิวกระหายที่จะฝังรากลึกเข้าสู่ตัวตนของ
“หลี่เฟย... ข้า... ไม่ไหวแล้ว...” หลินเว่ยครางรวยริน ร่างกายสั่นคลอนไปตามแรงกระแทกจากปลายนิ้วแกร่งหลี่เฟยชะงักไปเล็กน้อย เขาส่งเสียงคำรามพร่าในลำคอ นัยน์ตาสีทองโชนแสงราวกับเปลวไฟราคะ เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงบีบรัดอย่างบ้าคลั่งจากปากทางรักของนางที่ขมิบดูดรัดนิ้วเขาไม่หยุด มันคือการเรียกร้องของเพศเมียที
“เจ้าตอบสนองได้ดีนี่... ดูสิ ปากรูของเจ้าขมิบสู้มือข้าด้วย”หลินเว่ยไม่หน้าหนาพอที่จะถกเถียงกับเขาเรื่องนี้ นางได้แต่เม้มริมฝีปากแน่น บิดเอวไปมาด้วยความรู้สึกที่ก้ำกึ่งระหว่างความหวาดกลัวและแรงราคะที่ถูกปลุกปั่นจนเปียกชุ่ม“ข้าจะเลียเจ้าให้ดิ้นเลย”น้ำเสียงเขาส่อความกระหาย คำขู่ก็ลามกจนน่าตกใจอาศั
หลี่เฟยมีพละกำลังแข็งแกร่งระดับผู้นำสัตว์อสูร รูปร่างสูงใหญ่บึกบึนของเขาข่มนางจนมิด ต่อให้นางอวบอ้วนกลมดิกเหมือนหัวกะหล่ำปลีที่พร้อมถูกเก็บเกี่ยว ทว่าเขาก็ยังตัวโตกว่านางมาก เพียงเขาโน้มกายลงมาเบียดบัง นางก็ล้มลงนอนหงายบนเตียงอย่างง่ายดาย“ไม่นะ... อย่าทำแบบนี้” เสียงประท้วงของหลินเว่ยเบาหวิวราวกับ




![บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


