LOGINหลี่เฟยมีพละกำลังแข็งแกร่งระดับผู้นำสัตว์อสูร รูปร่างสูงใหญ่บึกบึนของเขาข่มนางจนมิด ต่อให้นางอวบอ้วนกลมดิกเหมือนหัวกะหล่ำปลีที่พร้อมถูกเก็บเกี่ยว ทว่าเขาก็ยังตัวโตกว่านางมาก เพียงเขาโน้มกายลงมาเบียดบัง นางก็ล้มลงนอนหงายบนเตียงอย่างง่ายดาย
“ไม่นะ... อย่าทำแบบนี้” เสียงประท้วงของหลินเว่ยเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบของสายลม
“เจ้าปฏิเสธความต้องการตัวผู้ของเจ้าไม่ได้หรอกหลินเว่ย” นี่คือกฎเหล็กของอสูรทุกเผ่า ตัวเมียที่โตเต็มวัยมีหน้าที่อุ้มท้องทายาทให้กับตัวผู้ของนางอย่างไม่มีข้อแม้ และการฝ่าฝืนกฎเหล็กนี้มีโทษถึงตาย
หลี่เฟยเผยรอยยิ้มพรายออกมาให้นางเห็นเป็นครั้งแรก นัยน์ตาสีทองวาวโรจน์ด้วยความเสน่หา เขาเอื้อมมือหนามาดึงชุดกระโปรงหนังสัตว์ของนางออกไปทางศีรษะในพริบตาเดียว
หลินเว่ยสะดุ้งโหยง รีบยกฝ่ามือปิดบังเนินเพศและทรวงอกด้วยความอับอาย เลือดลมร้อนพล่านจนผิวพรรณขาวโพลนกลายเป็นสีระเรื่อ ร่างอวบอิ่มของนางขดกายเข้าหากันจนดูเหมือนลูกบอลสีชมพูที่น่ามันเขี้ยว
“หลินเว่ย... เจ้าน่ารักมาก”
คำพูดประโยคนั้นกระชากเรี่ยวแรงของหลินเว่ยจนอ่อนระทวย นางช่างอ่อนหัดเมื่อต้องเผชิญกับสัญชาตญาณดิบอันป่าเถื่อน ความหล่อเหลาที่เปี่ยมด้วยรังสีคุกคามของหลี่เฟยกดข่มความถือดีของนางจนราบคาบ ร่างขาวนวลสั่นระริกอยู่ภายใต้เงาอำนาจของสัตว์อสูรตัวผู้ผู้กระหายหิว
หลี่เฟยสะบัดกระโปรงหนังสัตว์ของตนเองออกอย่างรุ่มร้อน กลิ่นมัสก์สาบเสือหนุ่มฉีดพล่านโชยแตะจมูกนาง เขาแทรกกายเข้ามาประชิดก่อนจะบังคับปลีขาเนียนนุ่มของนางให้แยกออกกว้าง
หลินเว่ยเผลอมองตามสายตาคมกริบคู่นั้น แล้วก็ต้องเบิกตาโพลงด้วยความหวาดหวั่น ท่อนเอ็นของหลี่เฟยอันใหญ่เท่าแขนมันคัดแข็งจนเส้นเลือดปูดโปนลายพร้อย
“เดี๋ยว ! อ๊ะ !” นางหวีดร้องเสียงแผ่วในลำคอ เมื่อความคับแน่นสายหนึ่งพุ่งจู่โจมเข้าหาความอ่อนนุ่มที่ไม่เคยถูกรุกราน ความเจ็บร้าวแล่นปลาบราวกับถูกไม้ซุงกระแทกกระทั้นเข้าเต็มรัก
ทว่า...
“ทำไม เข้าไม่ได้?”
หลี่เฟยขมวดคิ้วนิ่วหน้า ลมหายใจฟืดฟาดสั่นพร่าด้วยความขัดใจ
“ไอ้บ้าหลี่เฟย ! ของใหญ่ขนาดนั้น เจ้าจะยัดเข้ามาดื้อ ๆ ได้ยังไง... ข้าเจ็บไปหมดแล้ว” หลินเว่ยน้ำตาคลอเบ้า นางพยายามยกเท้าขึ้นยันอกแกร่งที่มีลายมัดกล้ามขึ้นลอนสวยออกไปให้ห่าง
ทว่าเสือดาวหนุ่มไม่สนเสียงประท้วง เขาคว้าหมับที่ข้อเท้าเล็ก แล้วจับนางแยกขาออกกว้างยิ่งกว่าเดิมด้วยพละกำลังมหาศาล
“อยู่นิ่ง ๆ” เขาขู่เสียงพร่าต่ำ ก่อนจะใช้นิ้วหยาบระคายคลี่แหวกกลีบเนื้อนุ่มที่ยังปิดสนิทของนางจนแบะบานออก
“ที่แท้... ก็เป็นรูของเจ้าที่แคบเพียงเท่านี้”
หลินเว่ยอับอายจนอยากจะมุดดินหนี ทำไมนางต้องมาเจอเรื่องขายหน้าแบบนี้ด้วย ไอ้หมอนี่ช่างสมกับเป็นสัตว์อสูรดึกดำบรรพ์จริง ๆ
“เจ้าไม่เคยผสมพันธุ์กับเพศเมียตัวอื่นมาก่อนหรือไง?”
นางเผลอหลุดปากพูดสิ่งที่คิดออกไป
“ไม่เคย...” หลี่เฟยยอมรับหน้าตาเฉย “แต่ข้าเคยเห็นพวกอสูรที่ลักลอบเล่นชู้ในป่า... เขาทำแบบนี้” ปลายนิ้วหยาบปัดป่ายผ่านจุดอ่อนไหวที่สุดของนาง แล้วถูไถด้วยจังหวะที่จงใจรังแก วนจากล่างขึ้นบน
“อ๊ะ” ร่างของจิ้งจอกสาวกระตุกเยือก ความซ่านสยิวแล่นปลาบไปตามไขสันหลังทุกครั้งที่เขาสัมผัส
เวลาผ่านพ้นไปราวกระแสน้ำไหล พายุหิมะแห่งเหมันต์ราคะพัดผ่านไปนานแล้ว ทว่าภายในถ้ำใหญ่ที่ถูกต่อเติมจนหรูหราของหลินเว่ย กลับไม่เคยเงียบเหงาลงเลยแม้แต่วันเดียว กลิ่นอายฟีโรโมนดิบเถื่อนที่เคยอบอวลไปด้วยตัณหาในอดีต ถูกทดแทนด้วยกลิ่นอายความอบอุ่นของครอบครัว และเสียงเจี๊ยวจ๊าวของสี่ทายาทอสูรตัวน้อย ที่ถือกำเนิดขึ้นพร้อมกันจากค่ำคืนประวัติศาสตร์ครั้งนั้นทายาททั้งสี่ได้รับสายเลือดโบราณอันเข้มข้นมาอย่างเต็มเปี่ยม และนั่นคือนิยามของคำว่า “ความวุ่นวายระดับวินาศสันตะโร” ที่หลินเว่ยต้องเผชิญในทุก ๆ วัน“ไอ้ลูกเสือดาว! ลงมาจากเพดานเดี๋ยวนี้เลยนะ!”หลินเว่ยที่อยู่ในชุดลำลองเนียนนุ่มยืนค้ำเอวตวาดแหว แววตานางพญาจิ้งจอกส่องประกายดุ ยามจ้องมอง เสี่ยวนิ่ง ลูกชายคนโตที่มีหูและหางเสือดาวลายจุด กำลังใช้กรงเล็บเล็ก ๆ ปีนป่ายยึดหินงอกหินย้อยบนเพดานถ้ำอย่างสนุกสนาน โดยมีหลี่เฟยผู้เป็นบิดานั่งหัวเราะร่าอยู่ข้าง ๆ“โธ่... เว่ยเว่ย ลูกแค่กำลังฝึกทักษะการล่า เจ้าจะดุไปทำไมกัน” หลี่เฟยขยับยิ้มทะเล้น ทว่าพอหลินเว่ยตวัดสายตาพิฆาตมาให้ เสือดาวหนุ่มผู้เกรงใจเมียก็รีบเปลี่ยนสีหน้าฉับพลัน “เอ่อ... เสี่ยวนิ่ง! แม่เจ้าสั่งใ
เขาจับเรียวขาขาวผ่องทั้งสองข้างของนางขึ้นมาพาดเกยไว้บนต้นขาแกร่ง เพื่อหนุนสะโพกผายให้ลอยเด่นขึ้นเหนือพื้นหินในท่าทางที่เปิดเปลือยไร้การป้องกัน มือขวาเอื้อมลงต่ำจับท่อนเอ็นลำเขื่องสองลำที่งอกยาวขึ้นมาจากหว่างขาอันเป็นเอกลักษณ์สายเลือดโบราณแห่งเผ่าเงือก ก่อนจะจ่อหัวหยักบานร่าสีเข้มเข้าหาช่องทางสวาททั้งสองทาง ดันตัวทะลวงพรวดเข้าไปในรูกามทั้งบนและล่างของนางพร้อม ๆ กัน“กรี๊ดดดดด...!!”หลินเว่ยหวีดร้องจนเสียงแหบพร่า ร่างระหงเบิกตาโพลงเกร็งกระตุกจนแผ่นหลังบางเหยียดตึง ความคับแน่นทวีคูณทำให้นางรู้สึกเหมือนเนื้อตัวจะปริแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ร่องรักทั้งสองรูบีบรัดรัดท่อนเอ็นยักษ์ทั้งสองท่อนแน่นหนึบจนเนื้อแดงปลิ้นบานไป่หลงแหงนหน้าคำรามห้าวในลำคออย่างพึงใจถึงขีดสุด สองมือแกร่งจับกระชับเอวคอดบางไว้มั่น แล้วกระหน่ำบั้นเอวสอบซอยเด้าเข้าออกในรูกามรัดรึงอย่างบ้าคลั่ง ไร้ความปรานีตับ ตับ ตับ! แจะ แจะ!เสียงหนอกเนื้อหนาหวดกระทบก้นเนียนและเสียงบดเบียดของเหลวหนืดข้นดังระงม ทำลายความเงียบสงัด สะโพกสอบของเงือกหนุ่มกระแทกกระทั้นรัวเร็วปานพายุบุแคม บดขยี้เนื้อในอ่อนนุ่มจนหลินเว่ยนัยน์ตากลอกกลับ เสร็จสมซ้ำแล้ว
“ข้ารู้ว่าเจ้าอยากให้ข้าหยาบคายกับเจ้า”เงือกหนุ่มพึมพำด้วยน้ำเสียงถือดี เขาจีบนิ้วขยี้ยอดอกที่พุ่งชันด้วยความกระสัน ทรมานนางด้วยอารมณ์ดิบเถื่อน หลินเว่ยเผยอริมฝีปากครางแผ่ว ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวด้วยความรัญจวน แบะง่ามขาออกกว้างขึ้นในสายน้ำเพื่อบอกว่านางต้องการให้เขาแทรกตัวตนเข้ามาทำลายความทรมานตรงจุดไหนไป่หลงสอดนิ้วกลางยาวรีเข้าลึกไปในกายนางทันที รอยคลื่นเนื้อนุ่มและกระแสความร้อนระอุภายในโพรงสวาทตอดขมิบระรัวยิบ บีบรัดนิ้วมือของเขาจนเงือกหนุ่มแทบคลั่งด้วยความกระสัน“ข้างในเจ้าลื่นมาก”เขาคำรามเสียงแหบพร่าพลางดันนิ้วที่สองเบียดแทรกเข้าไปในช่องทางคับแคบและชื้นแฉะของนาง หลินเว่ยครวญครางหลับตาพริ้มด้วยความซาบซ่าน ขยับสะโพกผายเด้งควบนิ้วใหญ่ที่ชักเข้าชักออกเร็วแรงขึ้นทุกที ความสุขที่เขาปลุกเร้าทำให้นางตัวสั่นเทิ้มหายใจติดขัดภายใต้ผิวกายน้ำที่สั่นกระเพื่อมเป็นระลอกคลื่นและไอร้อนเข้มข้นที่ลอยคละคลุ้งตัดขาดพวกเขาจากโลกภายนอก หลี่เฟย ซือหมิง และม่อเหยียน ที่นั่งคุมเชิงอยู่ฟากตรงข้าม ต่างรับรู้ด้วยสัญชาตญาณดิบว่าเงือกหนุ่มกำลังเคี่ยวกรำตัวเมียตัวน้อยของพวกเขาอย่างไร ยิ่งเห็นร่างบางบิดเร่าทุรนทุร
ม่อเหยียนสูดปากครางด้วยความเสียวสุดขีด ฝ่ามือหนาตะปบหมับบีบเคล้นสองเต้าขาวอวบของนางจนหยุ่นยวบเป็นรอยนิ้วมือแดงเถือก บั้นเอวสอบเร่งจังหวะตอกอัดถี่กระชั้นราวกับจะกระชากวิญญาณของคนใต้ร่างให้แหลกสลายคาอกตับ! ตับ! ตับ!...เสียงเนื้อหวดเนื้อเปียกชื้นรุนแรงขึ้นทุกที ใบหน้าที่บูดเบี้ยวด้วยความกระสันทรมานของนางจิ้งจอกสาว ยิ่งโหมกระพือเพลิงปรารถนาของอินทรีหนุ่มให้ลุกโชนบ้าคลั่ง บั้นเอวสอบของเขาทวีพละกำลังมหาศาล กระหน่ำตะบันเข้าใส่จนร่างบางสั่นไหวโยนตัวอย่างรุนแรงการสมสู่ที่ดุร้ายป่าเถื่อนเบื้องหน้า ยิ่งกระตุ้นให้สามีอสูรอีกสามตนที่เฝ้ามองด้วยใจจดจ่อบังเกิดความกระสันอยากจนแทบคลั่ง ทั้งสามนั่งหายใจหอบกระเส่าอยู่ในบ่อน้ำแร่ ยามเห็นร่องรักฉ่ำเยิ้มของตัวเมียตัวน้อยถูกอสูรอินทรีบดขยี้อย่างหยาบโลน องคชาตของพวกเขาคัดแข็งจนปวดร้าวไปหมด มือหนาของอสูรทั้งสามขยับรูดรั้งแก่นกายมหึมาของตนเองอย่างบ้าคลั่ง สะสมอารมณ์รักเข้มข้นเพื่อรอเวลาขึ้นไปรุมขย้ำร่างนุ่มนิ่มให้แหลกยับคาอก“อ่า... เว่ยเว่ย...”ม่อเหยียนกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงและเรียกชื่อนาง ลมหายใจหอบฟืดฟาดที่พ่นออกมาทางจมูกเริ่มมีเสียงดังรุนแรงขึ้น“อ๊ะ
กลิ่นอายคาวราคะและไอร้อนระอุภายในถ้ำแก้ว ยิ่งทวีความเข้มข้นจนแทบจะควบแน่นเป็นหยาดหยด ทันทีที่ซือหมิงฉีดพ่นน้ำเชื้ออุ่นจัดเข้าสู่โพรงสวาทอย่างสุขสม ม่อเหยียนที่เฝ้ามองภาพทารุณอันแสนหวานนั้นมาเนิ่นนานจนเส้นสติแทบจะขาด ไม่อาจอดทนต่อความกำหนัดได้อีกต่อไป เขาพุ่งตรงเข้ามากระชากไหล่หนาของหมาป่าหนุ่มให้ออกไปจากร่างขาวเนียนของหลินเว่ยอย่างใจร้อน“หมดเวลาของเจ้าแล้ว ซือหมิง... ถอยไป!”น้ำเสียงทุ้มต่ำคำรามก้อง ซือหมิงขบกรามอย่างขัดใจทว่าต้องยอมล่าถอยในที่สุด ม่อเหยียนขยับเข้าครอบครองเหยื่อสาวอย่างไม่รอช้า ฝ่ามือหยาบกร้านตะปบหมับเข้าที่สะโพกผาย จับร่างเปลือยเปล่าของหลินเว่ยให้นอนตะแคงราบลงบนม้านั่งหิน จัดท่าทางให้นางหันหน้าไปทางสามีอสูรอีกสามตนที่กำลังนั่งหายใจหอบฟืดฟาดอยู่ในน้ำ เพื่อป่าวประกาศชัยชนะม่อเหยียนแทรกกายแกร่งเข้าประชิดด้านหลัง สอดท่อนแขนล่ำสันลอดเข้าใต้พับเข่าข้างขวาของนาง ดึงรั้งยกขึ้นสูงจนเรียวขาขาวแบะอ้าออกกว้าง เผยให้เห็นรอยแยกสีแดงช้ำที่บวมเป่งและชุ่มโชกไปด้วยเมือกกามเหนียวข้น แล้วเสือกกายแกร่งแข็งโปนยัดเยียดเข้าไปในร่องสวาทพรวดเดียวสวบ...!“กรี๊ดดด...! ม่อ... ม่อเหยียน... อร๊
“ฮ้า...!”นางจิ้งจอกสาวแหงนเงยใบหน้า ถอนริมฝีปากออกจากความแข็งแกร่งอย่างกะทันหัน หยดน้ำลายใสเหนียว ยืดเป็นสายเชื่อมโยงระหว่างปากอิ่มและส่วนหัวหยักของหมาป่าหนุ่มซือหมิงไม่ปล่อยให้ความรัญจวนขาดตอน เขาฉุดร่างบางให้ลุกขึ้นมา บดจูบริมฝีปากบวมเจ่อแดงช้ำของนางอย่างดูดดื่มดุดัน ขณะที่มือขวายื่นลงต่ำจับท่อนเอ็นยักษ์จ่อเข้าหารอยแยกเยิ้มฉ่ำ หลินเว่ยยกสะโพกผายขึ้นรับ ยามเมื่อส่วนหัวบานใหญ่ดุนดันแทรกผ่านเมือกกามลื่นไหล มุดหายเข้าไปในร่องรูเปียกแฉะในพรวดเดียวจนมิดโคนภายใต้ม่านหมอกไอน้ำร้อนฉ่า อสูรทั้งสามต่างจับจ้องร่างเปลือยเปล่าของหลินเว่ยที่กำลังโยกคลึงสะโพกกระแทกกระทั้นขึ้นลงอยู่บนตักแกร่งของหมาป่าหนุ่มด้วยความหิวกระหาย ยามเมื่อบั้นท้ายกลมมนหวดสับลงบนหน้าท้องแปดลูกจนเกิดเสียงเนื้อบดเบียดของเหลวดัง แจะ แจะทั้งสามยิ่งสาวรูดแก่นกายของตนเองแรงขึ้น ราวกับกำลังร่วมสมสู่กระหน่ำแทงอยู่ในร่างของนางพร้อม ๆ กัน“อ๊ะ... อ๊า... อร๊างงง...!!”หลินเว่ยกรีดร้องเสียงแหลม ร่างบางเกร็งกระตุกหยัดตึงเมื่อความเสียวซ่านแล่นปราดเข้าสู่สมอง นางกระแทกสะโพกควบขย่มลำรักอย่างรุนแรง ส่งผลให้น้ำหวานฉ่ำเยิ้มพุ่งกระเซ็นออกมาจ
“ต้องการให้ข้าช่วย... แก้ผ้าให้ด้วยไหมล่ะ?” ไป่หลงกระเซ้าเย้าแหย่ ขยับกายในน้ำจนเห็นส่วนหัวหยักบานร่าชุ่มน้ำแร่โผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมาทักทาย“ไม่! ข้าจะกลับไปนอนที่ถ้ำของข้า”หลินเว่ยสะบัดหน้าหนีอย่างมีแง่งอน ทว่าสายเกินไปเสียแล้ว... หลี่เฟยใช้พละกำลังและความเร็วอันเหนือชั้นของอสูรเสือดาว ทะยานร่างพรวด
เพียงแค่หลินเกอหยิบสมุนไพรต่าง ๆ ขึ้นมาอธิบายสรรพคุณให้ฟังรอบเดียว นางก็สามารถจดจำชื่อ ลักษณะ และวิธีการนำไปใช้รักษาโรคได้อย่างแม่นยำในเวลาอันสั้น ราวกับพลิกหน้าหนังสือบันทึกไว้ในหัวแหลินเกอมองดูบุตรสาวด้วยแววตาที่สั่นระริกไปด้วยความภาคภูมิใจ บัดนี้นางไม่ใช่ขยะไร้ค่าของเผ่าอีกต่อไป แต่คือสตรีแห่งโ
“ข้ากับหลินเว่ย... ได้ผูกพันธะสวาทกันแล้ว”กึก... มือหนาของหลี่เฟยบีบก้อนเนื้อรมควันในมือจนแทบแหลกละเอียด เขาขบกรามแน่นจนได้ยินเสียงเลื่อนลั่น นัยน์ตาสีทองวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ“หึ... ไอ้นกไร้ยางอาย!”หลี่เฟยสบถคำรามด่าลึกในลำคอ เส้นเลือดที่ขมับและท่อนแขนปูดโปน ในใจอยากจะกลายร่างกลับเป็นเสือดาวยักษ
“ข้าหวังว่าใครบางคน คงไม่คิดจะถ่มน้ำลายรดหน้าตัวเองหรอกนะ”ซือหมิงเอ่ยถากถางขึ้นอย่างได้ที แววตาสีอำพันของหมาป่าหนุ่มฉายแววสมเพชพ่วงความสะใจที่ได้เห็นม่อเหยียนมีสภาพไม่ต่างจากหมาที่ถูกทิ้งให้นั่งเฝ้าซากเหยื่อ ม่อเหยียนขบกรามจนเป็นสันนูน เขาไม่ตอบโต้ แต่ในใจกลับร้อนรุ่มเหมือนถูกสุมด้วยฟืนไฟนางไม่ใช







