เข้าสู่ระบบ“นายคงไม่”
“หุบปาก แล้วเดินตามฉันมาดีๆถ้าไม่อยากให้ฉัน...” สิงห์มองเรือนร่างของหญิงสาวบวกกับสายตาหื่นกระหาย จนเธออดใจสั่นไม่ได้ ได้แต่เดินตามเขาเข้าห้องทำงานโดยไม่ปริปากสักคำ สิงห์ยิ้มเมื่อแม่ตัวดียอมทำตามเขาอย่างว่าง่าย ทีแบบนี้ต้องให้บังคับริอ่านที่จะมาเล่นกับคนอย่างเขา ต้องได้รับบทลงโทษซะบ้าง “โอ้ย! เจ็บนะ” พอถึงห้องสิงห์ก็ผลักร่างบางลงบนโซฟาอย่างไม่ผ่อนแรง “ไม่ต้องมาสำออยเลย ยัยจิ๊บ” จิรัญญาเม้มริมฝีบางแน่นเมื่อชายหนุ่มรู้ทัน ความจริงก็ไม่ได้เจ็บเท่าไรแต่แสร้งทำเป็นเจ็บ เผื่อเขาจะยอมให้ปล่อยเธอไปดีๆ “คิดว่าจะรอดเหรอ หึ...หึ” “นายคิดจะทำอะไร”ดวงตากลมเบิกกว้างเมื่อชายหนุ่มตรงหน้ากำลังจะปลดเข็มคลัดตามด้วยเสื้อสูท จิรัญญาหลับตาแน่น จนชายหนุ่มอดขำกับท่าทีของเธอไม่ได้ เธอคงกำลังคิดว่าเขาจะทำเรื่องอย่างว่าในห้องทำงานของตัวเอง จิรัญญาลืมตามองสิงห์เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะ เธอหลงกลหนุ่มเจ้าเล่ห์อย่างสิงห์ไปแล้ว ชายหนุ่มแค่ถอดเสื้อสูทเท่านั้นเอง “หึ...ยัยจิ๊บคิดว่าฉันจะทำอะไรเธองั้นเหรอ อย่างเธอไม่มีทางจะได้แอ้มขาอ่อนฉันหรอก” ตอนนี้สิงห์กำลังสนุกที่ได้แกล้งหญิงสาวตรงหน้า จิรัญญาอ้าปากค้างกับคำพูดของสิงห์ ตั้งแต่เกิดมายังไม่มีใครพูดเหมือนเธอจะทำมิดีมิร้าย คนที่จะเป็นคนพูดแบบนั้นมันควรเป็นเธอมากกว่า ไม่ใช่เขา “กรี๊ด นายมันเหลือทนจริงๆ” ไม่พูดเปล่า กำปั้นน้อยๆทุบลงที่อกของสิงห์อย่างสุดกำลัง ชายหนุ่มกลับมีท่าทีไม่ระคายเลยสักนิดแถมยังหัวเราะเธอด้วยซ้ำ “หยุดได้แล้ว ฉันยังไม่ได้คิดบัญชีกับเธอเลยนะวันนี้ เธอทำฉันแสบมากรู้มั้ย” สิงห์รวบข้อมือบางที่กำลังทำร้ายร่างกายของเขาไว้เหนือศีรษะ “ไม่นะ นายจะไม่ทำแบบนั้นใช่ไหม” จิรัญญาถึงกลับสายหน้าเมื่อเห็นชายหนุ่มชูปากกาขึ้นมา หญิงพยายามดิ้นอย่างสุดกำลัง แต่กลับสู้แรงของร่างแกร่งไม่ได้ซึ่งตอนนี้เธอก็เสียเปรียบเขามากอยู่แล้วที่มีร่างของเขาค่อมอยู่ด้ายบน มือทั้งสองก็ถูกรวบด้วยมือของคนตัวโตกว่า จิรัญญาได้แต่หลับตารอรับการลงโทษจากเขา สิงห์รู้สึกสนุกกับการละเลงงานศิลปะลงบนใบหน้าสวย แก้มจิ้มลิ้มสีแดงถูกแต่งแต้มด้วยปากกาเมจิกสีสวย สิงห์เพ่งพินิจใกล้ๆสิงห์ถึงกับตกตลึงใบหน้าเธอช่างเปลี่ยนไปจากเมื่อเขาเคยเห็นตอนเด็กมาก ตอนเด็กว่าน่ารักน่าแกล้งแล้วตอนนี้ยิ่งเพิ่มความสาวความสวยขึ้นไปอีก ชายหนุ่มอดที่จะก้มไปจุมพิตแก้มแดงอ่อนๆ แต่ทว่าดวงตากลมคู่นั้นลืมตาขึ้นมาอย่างกะทันหัน สิงห์ถึงกับหยุดชะงักแทบไม่ทัน เกือบไปแล้วไหมล่ะ คิดครวญครางในใจ แต่ต้องวางมาดข่มคนตัวเล็กให้กลัวคราวหน้าคราวหลังจะเลิกสร้างความวุ่นวายให้เขาสักที “นี่แค่สั่งสอนเล็กๆน้อยๆนะ ถ้าเธอยังไม่เชื่อฟังคำสั่งของฉันอีกล่ะก็...โดนหนักกว่านี้แน่” หญิงสาวย่นจมูกใส่นายหนุ่มที่ชอบสั่งอยู่เรื่อย “เข้าใจแล้วน่า”หญิงสาวตอบไปแบบนั้น แต่ก็อดหมั่นไส้ไม่ได้ “อ้อ อีกเรื่องต่อไปนี้เธอต้องมาเป็นเลขาของฉัน และต้องเรียกฉันว่าบอส” “หะ อะไรนะนายจะให้ฉันไปเป็นเลขาของนายเหรอ นายพูดบ้าอะไร ก็นายมีพี่เพกาเป็นเลขาอยู่แล้วนี่” จิรัญญายกเหตุผลต่างๆมาเป็นข้ออ้างที่จะทำไม่ให้เธอได้ใกล้ชิดกับเขาไปมากกว่านี้ “ตอนนี้คุณเพกาต้องดูแลสามีของเธอที่นอนป่วยอยู่โรงพยาบาล ไหนจะลูกอีกสองคนที่กำลังน่ารักอีก เธอจะไม่ให้เขามีเวลาดูแลครอบครัวหรือไง และเธอก็ต้องเริ่มงานการเป็นเลขาของฉันตั้งแต่วันพรุ่งนี้ คุณเพกาจะมาสอนให้เธอช่วงบ่ายหลังจากกลับมาจากโรงพยาบาล เธอต้องเรียนรู้งานจากเพกาให้มากที่สุดและพร้อมสำหรับการเป็นเลขาของฉัน อีกอย่างที่เธอต้องปฏิบัติ หยุดเรียกฉันว่า นายอย่างโน้นนายอย่างนี้เสียที เรียกฉันว่า บอส หรือ คุณสิงห์ ถ้าจะฟังให้รื่นหูกว่านั้น แทนตัวเองด้วยชื่อก็ยิ่งดี เพราะฉันอายุมากกว่าเธอ สามารถเป็นพี่ชายของเธอได้อีกคน เข้าใจตามนี้นะ” “นี่นายให้ฉันเตรียมตัวแค่วันเดียว และวันนี้ฉันก็พึ่งมาทำงานเป็นวันแรก และอีกอย่างคนในบริษัทจะไม่ว่าเอาเหรอ” จิรัญญาพยายามพูดให้ชายหนุ่มตรงหน้าได้ให้เข้าใจว่าเธอคงไม่เหมาะกับงานเป็นเลขา แต่เหมาะทำงานแผนกเดิมมากกว่า “ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ให้เรียกฉันว่า นาย ...” จิรัญญาขมวดคิ้วเมื่อสิงห์สั่งแบบนั้นอีกครั้งก็คนมันเคยเรียกแบบนั้นตั้งแต่ยังเด็ก สิงห์เห็นสีหน้าไม่พอใจของจิรัญญาก็ยิ่งชอบใจเข้าไปอีก “ที่เธออ้างเหตุผลต่างๆมาเนี่ย เพราะว่าเธอกลัว” “กลัวอะไร ไม่ได้กลัวเสียหน่อย” หญิงสาวโต้กลับทันที เมื่อได้รับอิสระ “ก็กลัวว่าจะหวั่นไหวกับเสน่ห์อันเหลือล้นของฉันน่ะสิ” ไม่พูดเปล่าร่างแกร่งโน้มตัวเข้าใกล้ จนหญิงสาวอดที่จะหวั่นไหวตามคำพูดของเขาไม่ได้ “เปล๊า... ไม่ได้หวั่นไหวเลย” จิรัญญาตอบเสียงสูงจนคนตัวโตกว่า อดไม่ได้ที่จะยิ้มให้กับความน่ารักของเจ้าหล่อน “งั้น ก็ตามนั้นนะ” สิงห์สรุป ไม่รอให้ยืดเยื้อกว่านี้หญิงสาวรีบวิ่งออกจากห้อง ตอนนี้แก้มเธอคงแดงเหมือนลูกตำลึกสุกแล้วแม้หญิงสาวออกจากห้องแล้วชายหนุ่มยังไม่หยุดยิ้มให้กับความใสซื่อของยัยจิ๊บที่ไม่ต่างจากเมื่อก่อนเลยสักนิด เมื่อก่อนแทบจะไม่พูดเลยด้วยซ้ำแต่พอมาวันนี้เจ้าหล่อนช่างพูดช่างคุย สิงห์ส่ายหน้าให้กับความคิดของตัวเองหนุ่มเจ้าเสน่ห์อย่างเขาจะต้องหลงเสน่ห์ยัยเด็กข้างบ้านแบบนั้นไม่มีทาง“ถ้าผมจะรักคุณ ลูกจะเป็นอะไรไหม” สีหน้าวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด ถ้าเขารักเธอมากเกินไปอาจกระทบกระเทือนต่อลูกน้อย “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ลูกคงเข้าใจ” จิรัญญาส่งยิ้มปลอมประโลมชายหนุ่มขี้กังวล มาถึงขนาดนี้แล้วยังจะห่วงอะไรอีก เมื่อโอกาสทองมาถึง สิงห์ไม่รอช้ารีบแสดงความรักที่มีแต่ลูกน้อยและภรรยา บทรักดำเนินไปอย่างเนิบช้า เล้าโลม นุ่มนวล แต่เร่าร้อน ถ่ายทอดทุกความรู้สึกให้อีกฝ่ายได้รับรู้ที่มีอยู่เต็มหัวใจ หลังจากบทรักที่เชื่องช้า อ้อยอิ่ง จิรัญญาซวยซบอกแกร่ง กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ เขานุ่มนวล ทะนุถนอมเธอราวกับปุ๋ยนุ่น เธอกรีดกรายนิ้วตามแผ่นอกอย่างแผ่วเบา จนคนที่เพิ่งผ่านความเร่าร้อนมาเมื่อครู่เริ่มลุกหืออีกครั้ง เพราะมือน้อยที่อยู่ไม่สุข “อย่าซนสิครับ” เสียงแหบพร่าของชายหนุ่มหิวโหยเตือน พลางจับมือเจ้าปัญหามาจุมพิต สูดดมความหอมกลิ่นกายสาว “เหนื่อยไหมครับ” จิรัญญาส่ายหน้าชิดแผ่นอก นึกถึงเรื่องราวต่างๆ ไม่คิดเลยว่า หนุ่มที่เคยแอบชอบตอนเด็กๆจะกลายมาเป็นสามีที่น่ารักขนาดนี้ “คิดอะไรอยู่ บอกหน่อยสิ” สิงห์ถ
“บอกมาเลยนะคะ ว่าทำไมพ่อฉันถึงยอมให้เราแต่งงานกัน” จิรัญญาร้องบอกเจ้าบ่าวหมาดๆ พอมาถึงห้อง หลังจากญาติผู้ใหญ่ส่งบ่าวสาวเข้าห้องหอเรียบร้อย ก็รีบผลักเธอลงบนเตียงรีบตามซุกไซ้ซอกคอระหงทันที มือที่ราวกับหนวดปลาหมึกกำลังยุ่มย่ามแถวเกาะอก “คุณพ่อใจดีจะตาย ผมอยากเข้าไปทักท้ายลูกเต็มแก่อยู่แล้ว” สิงห์รูดซิปเดรสด้านหลัง ทำให้ชุดแต่งานตัวสวยกองบนพื้นเรียบร้อยแล้ว ทำให้ร่างบางเหลือแต่ชั้นแพนตี้ตัวบาง กับหน้าอกที่มีซิลิคอนปกปิดยอดปทุมถัน ก่อนค่อยๆดันให้ร่างอรชรนอนราบบนเตียง สายตาจอจ้องอย่างหื่นกระหาย ส่วนต่างๆในร่างกายมีน้ำมีนวลกว่าเมื่อก่อน “อย่าเพิ่งค่ะ คุยกันก่อน” เธอร้องห้ามชายหนุ่มที่ดึงดันจะปอกเปลือกเธอท่าเดียว มือบางดันแผ่นอกกว้างที่กำลังคร่อมร่างเธออยู่ “หยุดหื่นก่อนนะคะ ฉันเหนื่อย ลูกก็เหนื่อย” คำขอเป็นผลริมฝีปากที่กำลังชกฉวยยอดอกหยุดชะงัก เงยหน้ามองสาวน้อยใต้ร่างอย่างกรุ่มกริ่ม “จะคุยอะไรล่ะจ๊ะ” “บอกเรื่องทั้งหมดว่าเป็นยังไง ถ้าไม่บอกวันนี้ก็ไม่ต้องเข้าไปหาลูก” พูดจบ เธอก็ต้องหลบสายตาเจ้าเล่ห์ที่กำลังมองอย่างหื่นกระหาย
‘ยัยบ้าเอ้ย’ เคลวินมองสาวน้อยๆก่อนสบถในใจ อยากเป็นเจ้าสาวแล้วเธอหาเจ้าบ่าวได้หรือยัง เป็นเด็กเป็นเล็กริอ่านอยากแต่งงาน บ้าไปแล้ว สาวน้อยที่เดินจ่ำอ้าวออกมารอรับดอกไม้เฉกเช่นคนอื่นที่หน้าเวที เหลียวหลังมองเคลวินที่นั่งผิวปากสบายอารมณ์ ทำไมถึงคอยชอบขัดเธอด้วยทั้งๆที่รู้ว่าเธอคิดยังไงกับเขายังจะมาเล่นตัวอีก ‘เดี๋ยวก็โสดตายหรอกตาเฒ่า’ “จะโยนแล้วน่า” จิรัญญาเอ่ยให้ผู้ที่มารับดอกไม้เตรียมตัวให้ดี เธอเห็นจีจี้อยู่รอบนอกวงล้อมผู้คนและเหลียวมองหนุ่มที่นั่งปั้นหน้าขรึมที่ชอบขู่สาวน้อยจีจีให้กลัว เจ้าสาวที่มีความคิดพิเรนทร์ขึ้นมาในหัวสบตาเจ้าบ่าวแวบหนึ่ง ก่อนหันหลังเตรียมที่จะโยนช่อดอกไม้ที่อยู่ในมือ ตุ๊บ! “ว้าย” เสียงกรีดร้องจากสาวๆที่พากันรอรับดอกไม้ยื่นแย่งจนกระเด็นกระดอนตกไปอยู่ด้านหลัง จนใครหลายคนมองตามๆกันว่าใครคือผู้ที่ได้ดอกไม้และจะกลายเป็นเจ้าสาวในเร็ววัน มือสองข้างที่ยื่นรับดอกไม้โดยอัตโนมัติตามสัญชาตญาณไม่รู้ตัวว่ารับดอกไม้จากเจ้าสาวได้ทัน จีจี้เงยหน้ามองสาวๆที่มองเธอด้วยความริษยาที่สามารถดอกไม้
“แกอย่าทำให้ลูกสาวของฉันเสียใจเด็ดขาด ไม่ขาดตาย...” พ่อตาสุดโหดเอ่ยขู่ลูกเขยตัวแสบด้วยท่าทางที่เขาเห็นแล้ว ถึงกลับขนลุก หลังจาดที่พาเจ้าสาวมาถึงก็เริ่มทำตามพิธีขั้นตอน ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ ตามด้วยพิธีรดน้ำสังข์ เมื่อคู่บ่าวสาวสวมแฝดมงคลและนั่งพนมมือคู่กันในที่จัดไว้แล้ว พ่อแม่บ่าวสาวร่วมรดน้ำอวยพร สิงห์โดนแหนบอีกครั้งเมื่อถึงคิวของกำนันธรรศพ่อตาของเขา ร่วมถึงพี่เขยที่ห่วงน้องสาวอย่างกับอะไรดี เมื่อการรดน้ำของญาติผู้ใหญ่ผ่านไปก็ถึงคิวของเพื่อนสนิทอย่างเคลวินบ้างแล้ว “ขอให้คุณจิ๊บมีความสุขมากๆนะครับ ถ้าไอ้สิงห์ทำให้คุณเสียใจ อย่าลืมนะครับว่าผมยังว่าง” “เคลวิน!” สิงห์แยกเขี้ยวขู่เพื่อน ที่อวยพรไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่องซะที่ไหน “นายคงไม่อยากตายตอนนี้ใช่ไหม” “ไอ้โหด! เมื่อไรฉันจะมีคนสวยมาเป็นคู่ชีวิตแบบนี้บ้าง ผมยังว่างนะครับ” เคลวินเย้าเจ้าสาวของเพื่อนที่หน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย “พอเลยเคลวิน ไม่ใช่นายยังรอใครอยู่เหรอว่ะที่ว่าไม่มีคู่น่ะ” สิงห์บุ้ยปากไปทางสาวน้อยจีจี้ที่เพลิดเพลินกับการชิมน้ำหวานหลากรส เคลวินมองตามถึ
สามวันหลังจากนั้น เช้าวันนี้เธอตื่นขึ้นมาอย่างง่วงงุน เพราะเสียงดังกระโตกกระตากเหมือนคนกำลังทำอะไรสักอย่างในบ้านของเธอ บวกกับพี่ชายมาปลุกเธอแต่เช้าด้วยเหตุอะไรเธอไม่สน “พี่กฤษปลุกจิ๊บมาทำอะไรแต่เช้า” จิรัญญาส่งเสียงงัวเงีย ตาแทบจะปรือขึ้นไม่ไหวแต่ก็ยอมเดินตามพี่ชายออกไป “เถอะน่า” กฤษยิ้มมองน้องสาวที่พยายามจะปรือตาขึ้นมองรอบกาย ลากน้องสาวมาล้างหน้าล้างตาก่อนเรียกช่างแต่งหน้าที่รออยู่นานแล้วเข้ามาในห้อง “เอาให้สวยที่สุดเลยนะ” จิรัญญาออกมาจากห้องน้ำตกใจ เมื่อเห็นคนแปลกหน้าสามคนอยู่ในห้องนอน ซึ่งเป็นสถานที่ส่วนตัวแล้วพี่ชายอนุญาตให้คนพวกนี้เขามาได้ยังไง “ใครกันคะ” “ช่างแต่งหน้าไง” กฤษตอบน้องสาว พยักหน้าให้ช่างแต่งหน้าทำหน้าที่ของตัวเอง “จะทำอะไรกันคะ จิ๊บงงไปหมดแล้วนะ” หญิงสาวดิ้นเมื่อถูกชายหัวใจหญิงจับตัวไว้ ก่อนที่อีกคนจะล็อคใบหน้าเธอไว้ “ไม่ต้องงงหรอก เรากำลังจะแต่งงาน” กฤษเฉลย คายความสงสัยให้น้องสาว เสียงของพี่ชายยังก้องอยู่ในหู นี่มันอะไรกัน เธอจะแต่งงานกับใคร นี่มันชักจะยังไงแล้วนะเนี่
นพมองหน้าเพื่อนอย่างซึ้งใจ ถึงภายนอกที่ดูโหดร้ายแค่ไหน กำนันธรรศยังเป็นคนที่อ่อนโยนเสมอ “ขอบใจแกมากนะ ที่ยอมให้อภัยฉันกับลูก” “ใครว่าฉันให้อภัยแก ฉันแค่ไม่ต้องให้หลานเกิดมาไร้พ่อต่างหากล่ะ” คนปากแข็งรักษาภาพพจน์ ไม่ยอมอ่อนข้อให้ใครง่ายๆ “งั้นแกคงต้องเหม็นหน้าฉันไปอีกนานแล้วละว่ะ เพราะอีกไม่กี่วันเราสองคนก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว” นพตบไหล่กำนันธรรศหนักๆ อย่างเย้าแหย่ “เหอะ” เสียงสบถอย่างเอือมระอาออกมา เมื่อเห็นเพื่อนเก่ายิ้มเยาะที่เขาต้องยอมมาเป็นครอบครัวเดียวกันโดยปริยาย ตกเย็นจิรัญญากลับมาบ้านพร้อมด้วยข้าวของพะรุงพะรังเต็มไม้เต็มมือทั้งของเธอและลูกแก้ว พ่อและพี่ชายนั่งคุยในห้องรับแขกอย่างสนุกสนาน จนเธอสงสัยว่าอะไรที่ทำให้กำนันธรรศมีความสุข ระเบิดเสียงหัวเราะจนน่าอิจฉา ทั้งที่เมื่อวานมีเรื่องผ่านเรื่องคอบาดตายมา “คุยอะไรกันคะ ดูน่าสนุกเชียว” จิรัญญาเอ่ยถาม หลังจากวางข้าวของที่เพิ่งซื้อมาไว้บนโต๊ะ ปล่อยให้ลูกแก้วเพลิดเพลินกับเสื้อผ้าที่เธอซื้อให้เป็นการตอบแทนที่อุตส่าห์ไปเป็นเพื่อน “มีเรื่องสะใจนิดห
การทำงานวันแรกของจิรัญญาไม่ง่ายนักอาจเป็นเพราะเธอยังใหม่สำหรับงานที่ต้องใช้ประสบการณ์มากพอควร ยังดีที่มีเพกาคอยให้คำแนะนำเรื่องต่างๆ ตอนนี้จิรัญญายังนึกโกรธตัวเองไม่หายที่ตกหลุมพรางของสิงห์ ต้องมาทนทำงานกับคนที่ค่อยก่อกวนอย่างเขา “จิ๊บจ๊ะ พี่วานช่วยเอาเอกสารไปให้คุณสิงห์ได้ไหม” เพกายื่น
พอมาถึงคอนโดจิรัญญาก็รีบซักชุดสูทที่เพิ่งซื้อมาจากห้างสรรพสินค้า คิดแล้วก็อดเจ็บใจไม่ได้ เธอเสียรู้สิงห์จนได้ ถ้าพ่อกับพี่ชายรู้เธอต้องโดนลากกลับเชียงใหม่แน่นอนเลย เรื่องนี้ต้องอย่าให้ใครรู้โดยเฉพาะพี่กฤษยิ่งไม่ถูกกันกับสิงห์ตั้งสมัยเด็ก เธอไม่อยากจะคิดถึงภาพนั้นเลยว่าจะเป็นยังไงถ้าสองคนนี้มาเจอกัน
“หยุดเดียวนี้เลยนะ ก่อนที่ฉันจะโมโหไปมากกว่านี้” จิรัญญาพยามนับหนึ่งถึงสิบอยู่ในใจของที่เธอจะสติแตกเพราะผู้ชายคนนี้ และรีบเดินไปที่ประตูรวดเร็ว แต่ก็ยังไม่ทันร่างใหญ่มีมายืนขว้างประตูเป็นยักษ์วัดแจ้ง “หลีกไปฉันจะกลับบ้าน”จิรัญญาผลักร่างของชายหนุ่มออกจากประตูอย่างสุดกำลังแต่ก็ไม่เป็นผลว่
รุ่งเช้าจิรัญญาเตรียมพร้อมสำหรับการสัมภาษณ์ครั้งแรก ในที่สุดก็มีบริษัทที่เห็นความสามารถของเธอแล้ว จิรัญญาตื่นเต้นจนแทบนอนไม่หลับต้องลุกขึ้นมาหาข้อมูลในการสัมภาษณ์ เธอหวังว่าการหาข้อมูลมาอย่างดีส่งผลให้เธอผ่านและได้ทำงานตามที่หวัง จิรัญญารีบอาบน้ำแต่งตัวคัดสรรชุดให้เหมาะกับงาน จิรัญญาเล







