로그인เขาก้มลงมองเด็กสาว เห็นเสี้ยวหน้าสะสวยงอง้ำผิดสังเกตก็อดหยอกอีกหน่อยไม่ได้ “ไม่ดีเหรอ”
“คะ?ดีค่ะ งานไม่ยุ่งจะได้สุขภาพดี”
เธอตีความคำพูดของเขาไม่แตกฉาน คำถามคือเขาไปจีบสาวไม่ดีใช่ไหม เพราะมัวแต่ว้าวุ่นใจจึงไม่ได้ใคร่ครวญคำตอบ รู้ตัวอีกทีลิฟต์ก็เปิดชั้นที่สิบแล้ว เด็กสาวก้าวออกไปยังไม่วายหันกลับมามอง
“ขอบคุณที่ให้ติดรถมาด้วยนะคะ”
ประตูลิฟต์ปิดแล้วแต่สายตาของนทียังไม่สามารถกู้คืนกลับมาได้ กลิ่นหอมอ่อนละไมของเด็กสาวติดอยู่ที่ปลายจมูกของเขา เมื่อครู่ต้องยับยั้งอารมณ์กลืนน้ำลายไปหลายอึกทีเดียว ไม่ใช่ไม่รู้ว่าคนแอบชอบมานาน แต่ด้วยอายุที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของเธอในตอนนั้นบวกกับเป็นคนของตระกูลใหญ่อย่างธนหิรัญ สายธารจึงเป็นข้อยกเว้นที่เขาไม่อาจหลวมตัวไปเล่นด้วย
“จึ๊!เสียดายว่ะ กำลังได้ที่เลยนะเด็กคนนั้น”
นทีลูบริมฝีปากพลางเหล่มองเจ้าตัวร้ายใต้สะดือที่กำลังตื่นตระหนก ถ้าชิมแล้วไม่มีปัญหาตามมา รับรองว่าเธอจะโดนไม่ใช่น้อยแน่ มาเล่นหูเล่นตากับเขา ยิ่งชอบแบบใสๆ ไร้เดียงสาอยู่ด้วย
คนกลับเข้าห้องมาตั้งนานทว่ายังไม่มีกระใจจะอาบน้ำให้สร่างเมาแต่อย่างใด นอนเกลือกกลิ้งเอื่อยเฉื่อยอยู่บนเตียง ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อนึกถึงน้ำเสียงอ่อนละมุนของชายหนุ่ม
นี่เป็นครั้งแรกเลยมั้งที่ได้อยู่ลำพังสองต่อสองกับเขา ได้กลิ่นน้ำหอมเย็นสดชื่นเต็มจมูก ทั้งยังพูดกันมากกว่าหนึ่งประโยคด้วย
“อืม เมื่อกี้ตอนอยู่ในลิฟต์เราทำตัวแปลกๆ หรือเปล่านะ”
สาวน้อยครุ่นคิดหนักใจ ท่ามกลางความเงียบจู่ๆ เสียงแจ้งเตือนข้อความก็ดังขึ้น ตีหนึ่งแล้วคนเป็นห่วงยังไงก็เป็นห่วง ต้องได้รับการยืนยันเท่านั้นถึงจะนอนหลับ
(คุณหมอรุ่น45)
[บะหมี่: สายธาร เงียบไปเลยน้า กรุณาส่งข่าวด้วยว่ายังอยู่รอดปลอดภัยไหม]
[วีวี่: อย่าบอกว่าปล่อยตัวปล่อยใจให้พี่เขาเคี้ยวจนไม่เหลือกระดูกแล้ว เฮ้!สาวน้อยคลั่งรัก อย่าเมินข้อความพวกเราสิ นี่เพื่อนไง]
[บะหมี่: เสร็จแน่ โอ๊ย!ฉันไม่น่าวางใจเลย พี่นทีต้องเล่นสาวน้อยของเราสลบไปแล้วแหงๆ]
[วีวี่: ฮือๆ ฉันฟูมฟักของฉันมาอย่างดี บทจะโดนกินก็ง่ายขนาดนี้เลย ใช่สิ คนเขาสิบเก้าปีเต็มแล้วนี่]
เพื่อนสาวตัดพ้อไปต่างๆ นาๆ ทั้งที่ตัวเองเป็นเป็นคนสอนวิชามารอ่อยหนุ่มๆ ให้ไม่หยุดแท้ๆ สายธารอ่านแล้วก็ได้แต่อมยิ้ม พิมพ์ข้อความตอบกลับไปอย่างอารมณ์ดี
[สายธาร: พวกเธอคิดเป็นตุเป็นตะไปถึงไหน พี่เขาแค่มาส่งไหม ทำเป็นเรื่องใหญ่ไปได้]
[บะหมี่: จริงเหรอ?พวกเราไม่มีเรื่องไหนคุยกันไม่ได้ ถ้าปิดไว้คนเดียวจะอกระเบิดนะรู้ใช่ไหม]
[วีวี่: อย่างน้อยก็น่าจะได้จูบกันสิ]
จูบ? แค่มองหน้ายังไม่มอง เอาความกล้าที่ไหนมาจูบเล่า นทีไม่ได้คิดกับเธอแบบชู้สาว และต่อให้เมาก็คงไม่หน้ามืดถึงขั้นกระโจนเข้าใส่เขาหรอก ตกลงว่าเพื่อนทั้งสองเป็นห่วงหรือแค่อยากรู้ความคืบหน้า
[สายธาร: ไม่เกิดอะไรขึ้นสักอย่าง แต่ว่าพี่เขาน่ะ ตัวหอมมากๆ เลย สูงมากๆ ขายาวแล้วก็ช่วงไหล่กว้าง ยังถามเราด้วยว่าเรียนอยู่ใช่ไหม เสียงนี่ทุ้มสุดๆ ได้ยินแล้วนอนหลับฝันดีเลยเนี่ย]
(“…”)
เพื่อนสาวทั้งสองอ่านข้อความนี้ของสายธารแล้วก็กอดผ้าห่มครางงือๆ เก็บรายละเอียดผู้ชายไม่มีตกหล่นเลย ได้รับความเอาใจใส่จากหมายเลขหนึ่งของชั้นปีไปครองง่ายๆ พ่อหนุ่มรุ่นพี่คนนั้นยังไม่รู้สึกตัวอีก น่าเสียดายแทนจริงๆ
เช้าวันใหม่ของการเป็นสาวสะพรั่งผลิบานดั่งดอกไม้ สายธารตื่นขึ้นมาแต่งหน้าแต่งตัวด้วยชุดเดรสสีชมพูหวาน หยิบนาฬิกาข้อมือสีเงินมาสวม พอเริ่มสายหน่อยก็ขับรถออกจากคอนโดฯไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง
อีกไม่ถึงสองสัปดาห์ก็จะเข้าสู่การเรียนปีสามเต็มตัว ปิดเทอมควรจะได้พักผ่อนให้เต็มอิ่มสักหน่อย ทว่าในหนึ่งเดือนนี้กลับไม่ได้นอนเอ้อระเหยอยู่บนเตียงง่ายๆ ต้องไปดูตัวกับผู้ชายที่มารดาทาบทามมาให้อยู่เรื่อย
เธอไม่เคยเล่าให้มารดาฟังว่าชอบพอนที กลัวว่าแม่จะเป็นธุระไปคุยจนทำให้เขาอึดอัด ขึ้นชื่อว่าเป็นคนรักอิสระไม่ผูกมัดทางกายและใจกับใคร เกิดวันหนึ่งต้องถูกบังคับโดยไม่สมยอม จากที่เมินเฉยเธออยู่แล้วคงได้กลายเป็นชังน้ำหน้า ระหว่างพวกเราค่อยเป็นค่อยไปดีกว่า อย่าให้ลำบากใจเพราะความต้องการของผู้ใหญ่เลย
“ค่ะแม่ หนูกำลังออกไปแล้ว แม่มั่นใจว่าหนูจะชอบเขาขนาดนั้นเลยเหรอคะ แหมๆ ลูกชายเพื่อนแม่คนที่ห้าสิบได้แล้วมั้ง ปีนี้หนูเรียนหนักไม่ว่างไปดูตัวบ่อยนะคะ งานเสริมที่โรพยาบาลก็ยุ่ง แม่ต้องเพลาๆ ได้แล้ว แค่แฟนสักคนหนูหาได้แน่นอน…แค่นี้ก่อนนะคะหนูขับรถอยู่ รักแม่นะจุ๊บๆ”
คนข้างในย่อมได้ยินเสียงของเขา ถ้อยคำเหล่านั้นล้วนหมายข่มขู่ให้กลัว แต่ระหว่างพวกเราไม่เหมือนเดิมแล้ว เธอไม่มีทางยอมให้ใครก็ตามมากระทำตามอำเภอใจกับร่างกายเธออีกสายธารเดินออกมาพร้อมกับชุดสองชิ้น เสื้อยืดสีดำแขนสั้นเข้าคู่กับกางเกงวอร์มทรงกระบอกพอดีขา มีผ้าขนหนูโพกอยู่รอบศีรษะ ดวงตากลมหวานรับกับผิวแก้มแดงระเรื่อให้ความรู้สึกนุ่มนิ่มน่ากอด เด็กสาวง่วนอยู่กับการใช้ไดร์เป่าผม โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาคมกริบกำลังจับจ้องไม่วางกลิ่นหอมที่คุ้นเคยฟุ้งกระจายติดอยู่ที่ปลายจมูก นทีเฉียดผ่านสายธารเข้าไปอาบน้ำต่อ แม้ไม่ได้สัมผัสถูกตัวกัน แต่ก็ราวกับถูกเขารุกล้ำอยู่ในที ความรู้สึกนี้ทำเอาเธอตื่นตระหนกจนลืมขยับไปชั่วขณะ“บ้าเอ๊ย!ตั้งสติหน่อยยัยบื้อ ถ้าเรากลัว เขาจะยิ่งได้ใจ เราไม่ใช่คนเดิมแล้ว เราไม่ใจง่ายกับเขาแล้ว…”เป่าผมยังไม่ทันแห้งดีก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดัง สายธารกดรับพลางเดินไปหาที่ส่วนตัวคุย นอกระเบียงฝนยังไม่หยุดตก มองไปทางห้องน้ำยังไม่มีวี่แววจะโดนรบกวน เด็กสาวนั่งลงบนโซฟาแล้วตอบกลับปลายสาย“หนูอยู่ต่างจังหวัดค่ะปู่ มาทำอาหารกลางวันเลี้ยงเด็กๆ ที่เชียงรายค่ะ แล้วก็มาทำกิจกรรมแจกของด้วย ว่าจะอย
จากนั้นเมื่อเริ่มเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ได้ออกค่ายทำกิจกรรมตากแดดตากลมที่ต่างจังหวัดกับรุ่นพี่เป็นครั้งแรก ภาพความทรงจำขนมห่อเล็กที่ทำให้เด็กตัวกระจ้อยมีความสุข มันเปลี่ยนมุมมองของเธอหมดเลย เช่นนั้นพอทำการไลฟ์แก้โจทย์แล้วมีรายได้เข้ามา เธอจึงแบ่งไปบริจาคช่วยสร้างโรงพยาบาลบ้างและมอบให้มูลนิธิเด็กบ้าง แม้ไม่มากมาย แม้ไม่ใช่หน้าที่ ก็ถือว่าเป็นความสุขทางใจอย่างหนึ่งก๊อกๆเสียงเคาะประตูทำให้คนที่อยู่เงียบเชียบมาสักพักสะดุ้งเฮือก ดวงตากลมโตมองไปอย่างสงสัย พอเดินไปส่องผ่านลูกตาแมวก็เห็นพนักงานผู้หญิงแต่งชุดสุภาพยืนอยู่ ด้านหลังของหล่อนยังมีผู้ชายสูงท่วมศีรษะคนหนึ่ง เธอมองเห็นใบหน้าของคนๆ นั้นชัดเจน จึงขมวดคิ้วเกิดความไม่เข้าใจคลิ๊ก!กลอนล็อคถูกไขด้วยกุญแจเข้ามา เด็กสาวผงะถอยหลังไปสองสามก้าว ถลึงตาพลันจดจ้องคนที่บุกรุก“ขอบคุณที่มาส่งครับ” น้ำเสียงหล่อทุ้มทำเอาพนักงานด้านหลังน้อมรับอย่างเขินอาย ไม่มีการอธิบายใดๆ ประตูก็ปิดลง เหลือเพียงคนสองคนจ้องหน้ากัน“เข้ามาในห้องหนูทำไม…”“เธอเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า เป็นห้องของพี่ต่างหาก” นทีอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงสแลคสีดำขับเน้นช่วงขา เขาเดินไป
วันต่อมาสายธารรู้แล้วว่าหากอยู่ใกล้มือเขาต่อไป ต้องโดนทารุณกรรมยามค่ำคืนจนเหนื่อยตายแน่ เลยขนข้าวของจัดกระเป๋ามาด้วยส่วนหนึ่ง ทำการเปิดห้องใหม่ที่คอนโดฯเดียวกับเพื่อนห้องเก่าเธอยังไม่คิดจะขายเพราะทำเลวิวทิวทัศน์สวย เอาไว้พอเรียนจบยังไม่อยากซื้อบ้านก็จะอาศัยอยู่ไปก่อน ช่วงนี้มีเรื่องจำเป็นจะต้องหาที่หลบภัยชั่วคราว ไว้ยกเลิกการหมั้นกับนที พวกเรากลายเป็นแค่คนรู้จักกันเมื่อไร ค่อยว่าจะกลับไปสายธารนอนหน่ายใจอยู่บนเตียงใหม่ โทรศัพท์สั่นอยู่ข้างกาย พอกดรับสายก็หน้าบึ้งตึง“หนูไม่ไปค่ะ นอกจากแม่จะยกเลิกการหมั้นให้หนู”พูดจบก็วางสายเลย ไม่ต่อความยาวสาวความยืดให้เสียเวลา มารดายังคิดจะพาเธอไปกินข้าวบ้านนั้นอีกเหรอ ขอโทษทีนะคะแม่ พอดีลูกสาวแม่กำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟูจิตใจ หากเจอต้นตอที่ทำให้เจ็บปวดอีกคงไม่มีทางหายหนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้นเป็นสอบใหญ่อีกครั้งก่อนปิดเทอมระหว่างเรียนซัมเมอร์ ช่วงนี้ของทุกปี หากไม่มีกิจกรรมครอบครัว สายธารมักออกเดินทางไปเที่ยวกับเพื่อน หากแต่สองคนนั้นไม่ว่าง เธอจึงกำลังชั่งใจว่าควรอยู่ช่วยงานที่โรงพยาบาลหรือว่าไปทำอะไรดี เรียนหนักจนแทบไม่มีเวลาได้พักผ่อนเลย อย่างน้อยก็ขอ
ก่อนหน้านี้พวกเราเหมือนกำลังไปกันได้ดี นทีดูชอบเธอแล้วจริงๆ หากแต่พอเห็นฉากรักของเขากับผู้หญิงคนนั้น บอกตามตรงว่าพยายามเสแสร้งแกล้งไม่สนไม่ได้ เธอมีเขาเป็นรักครั้งแรก ไม่เคยเปิดหัวใจให้ใครเข้ามา พอภูมิคุ้มกันความผิดหวังต่ำ มันจึงทรมานเจ็บปวดเหมือนโดนมดรังใหญ่รุมกัดฉีกทั่วร่างกายเธอรู้ดีว่าไม่มีสิทธิห้ามไม่ให้เขานอนกับคนไปทั่ว แต่ก็แอบหวังลึกๆ ว่าชายหนุ่มจะหยุดอยู่ที่ตัวเอง ช่างโง่เง่าสิ้นดี ตอนนี้ไม่มีแรงกระตุ้นให้อยากเข้าหาเขา ไม่อยากเห็นหน้าด้วยซ้ำ ไม่อยากฝืนกอบกู้หัวใจมาสู้เพื่อความรักงมงายอีกแล้ว“เขาไม่มีทางหยุดที่เรา เรารักเขามากยิ่งเจ็บมาก สายธาร ความปรารถนาที่เธอต้องการ ควรพอสักที”เด็กสาวไปเรียนตามปกติ แต่งหน้าให้สดใส ใส่เสื้อแขนยาวปกปิดอำพราง แม้ดวงตายังบวมเป่งเหมือนไข่ต้มแปะอยู่สองฟองก็ไม่เป็นอุปสรรค ยังคงยิ้มร่าเริง เวลาว่างระหว่างคาบหาเรื่องมาคุยจนเพื่อนประหลาดใจสภาพคนยังไม่ค่อยดีอย่างเห็นได้ชัด พึ่งผ่านเรื่องหนักมากลับไม่แสดงอารมณ์เศร้าหรือร้องไห้ฟูมฟายเลย วีวี่กับบะหมี่ยิ่งเป็นกังวล ครั้นถามไถ่สายธารก็บอกว่าตัวเองเป็นคนใหม่สามารถตัดใจจากนทีได้แล้ว หรือว่ากลับไปกับคู่ห
สายธารตาบวมเป็นไข่ยังไม่ทุเลา พอทะเลาะกับเขาอีกยกก็รู้สึกปวดขมับไม่สามารถร้องไห้ได้มากก็นี้แล้ว จึงหลับตานิ่ง สองมือปัดป่ายไม่ยอมจำนนต่อเงาทะมึนที่คร่อมอยู่เหนือร่าง เธอถูกอุ้มพาดบ่าพาเข้ามาทิ้งลงบนเตียงนอน ยังคงไม่เข้าใจว่านทีโมโหอะไร ในเมื่อมันคือสิ่งที่เขาต้องการ“พี่นที…ปล่อยหนู อื้อ!” เขาทับอยู่ด้านบน ใช้มือบีบปลายคางบังคับไม่ให้หลบเลี่ยง จากนั้นกัดทึ้งริมฝีปากเธออย่างทารุณ ราวกับต้องการฉีกมันให้ขาดออกจากกันสายธารดันไหล่หนักออกไปสุดชีวิต แต่เรี่ยวแรงมดปลวกของเธอไม่เอื้ออำนวยให้ต่อกรกับชายใจร้ายได้ ดิ้นไปดิ้นมานานเข้า สุดท้ายก็กำลังถดถอย แขนขาอ่อนแรงนอนแอ้งแม้งไม่ต่างจากเนื้อเตรียมโดนหั่นบนเขียงนทีฉีกเสื้อยืดบนร่างเธอขาดลุ่ย ปลดตะขอบราสีดำตัวสวยโยนทิ้งแล้วโน้มใบหน้าแดงก่ำลงมาตะโบมดูดเต้าอวบอึ๋มเต่งตึง สูดดมกลิ่นหอมละไมกลิ่นโปรด ฝากรอยช้ำสีกุหลาบแต่งแต้มผิวละเอียดเนียน ราวกับสัตว์ป่าคลุ้มคลั่งหลุดกระโจนออกมานอกกรง เต็มไปด้วยพลังทำลายเกินจะควบคุมเขากระทำกับเรือนร่างบอบบาง ประหนึ่งอยากลบล้างสัมผัสชายอื่นที่หลงเหลืออยู่บนตัวคู่หมั้นเด็กออกให้เกลี้ยง“พี่นที…ปล่อยหนู หนูไม่อยากทำกั
น้ำตาหยดแหมะลงเคล้ากับข้าวผัดไข่ เกิดเป็นรสชาติประหลาดในช่องปาก ภูวินล้วงผ้าเช็ดหน้ากลิ่นหอมออกมาซับคราบเปื้อนให้ ไม่นึกว่าวันที่แม่สาวน้อยแก้มกลมจะเสียใจมาถึงเร็วขนาดนี้ เธอกินไปคำสองคำ ดื่มน้ำตามก็ไม่อยากกินอีก“เดี๋ยวก็ดีขึ้น เวลาช่วยเยียวยาจิตใจคนเราเสมอ ร้องเถอะ ถ้าไม่ร้องเลยพี่ยิ่งจะเป็นห่วงเรา”“หนู…ฮึก!หนูทรมานจังเลยค่ะ หนูคิดว่าตัวเองรับไหว แต่พอโดนเข้าจริงๆ ก็หยุดร้องไห้ไม่ได้ หนูจะทำยังไงดีคะ”“พี่กลัวแต่ว่าเราจะชอบผู้ชายคนนั้นมาก จนใจอ่อนกลับไปอยู่จุดเดิมอีก”“หนู…”คำพูดของภูวินไม่ผิด เธอชอบเขามากจนตัดใจไม่ขาดเลยในทันที ที่ฟูมฟายอยู่นี้ก็เพราะหัวใจทำงานตรงข้ามกับสมอง อยากเสแสร้งแกล้งทำเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไร อยากพยายามจีบเขาต่อ แต่ยิ่งรักมากก็ยิ่งเจ็บมาก ไม่มีแรงกระตุ้นพอให้ลบล้างภาพของเขากับผู้หญิงคนนั้น แค่หายใจก็เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว“พี่รู้ว่าไม่ควรพูดแบบนี้ในเวลาที่เราเปราะบางที่สุด แต่พี่ยินดีจะใช้ตัวเองช่วยให้เราลืมความเจ็บปวด…”สายธารสมองมึนๆ อึนๆ เงยหน้าขึ้นมองปู่รหัสพร้อมกับแววตาตั้งคำถาม ที่เขาพูดหมายความว่ายังไงลมพัดผ่านช่องว่างระหว่างกลาง จากนั้นสายธารตัวแข็งค
ข่าวคราวของนทีในช่วงนี้ทำให้เมฆแปลกใจไม่น้อย ไอ้คนที่ประกาศกร้าวจะใช้แท่งทองคำให้คุ้มค่าที่สุดโดนสกัดหัวทิ่มเสียได้ แล้วที่น่าตกใจคือคนอย่างมันยอมให้คุณหญิงแม่มัดมือชกด้วยแม่สาวที่ว่าเขาเจอตามงานสังคมอยู่บ่อยๆ อาจไม่ร้ายลึกเท่าแม่นักแสดงคนดัง แต่จะสลัดให้หลุดก็คงไม่ใช่ง่ายๆ นามสกุลธนหิรัญ ไม่เต็มใ
เนื่องจากเป็นเวลาหลังเลิกเรียน ภายในร้านหมูกระทะเจ้าดังจึงมีคนลูกค้าอยู่แล้วจำนวนหนึ่ง ต่างคนต่างลุกจากเก้าอี้เดินตักวัตถุดิบขวักไขว่ ค่อนข้างคึกคักจอแจ แต่สายธารก็ยังได้ยินที่รุ่นน้องสาวสองคนคุยกันเธอกำลังตั้งอกตั้งใจคีบมันฝรั่งทอดใส่จานจนพูน ขณะบีบซ๊อสมายองเนสของโปรดไว้จิ้ม เสียงเล็กแหลมใสก็แว่ว
“ไม่เห็นต้องขอโทษเลย น้ำใสไม่ผิดสักหน่อย อัจฉริยะคิ้วตี้อะไรนั่นบรรดากองอวยตั้งให้ล้วนๆ พวกเธอก็อย่าทำให้เพื่อนหนักใจเลย ไม่รู้ไม่ผิดนะ รุ่นพี่ไม่ได้ใช้ฉายานี้เวลาไลฟ์ติวสักหน่อย”“ขอโทษที่ทำให้คิดมากนะน้ำใส พวกเราไม่ได้มีเจตนาแบบนั้น แค่ตกใจนิดเดียวเอง”เหล่าเด็กสาวแฟนคลับของสายธารไม่อยากให้เกิดคว
เธอยืนแจกน้ำอยู่ก็จริง แต่ท่าทางของเฟิร์สในตอนนี้ชวนให้จินตนาการส่อไปในเชิงแฟนหนุ่มอย่างยิ่ง แม้กระทั่งวีวี่กับบะหมี่สองเพื่อนสนิทยังตกใจ สายธารไปแอบซุ่มคบเด็กตอนไหน พวกเธออยู่ด้วยตลอดทำไมไม่รู้ไม่เห็น“ไม่เหนื่อย น้องนั่งรอก็พอแล้ว ฮัลโหลค่ะป้าแอ๋ว วันนี้คิวยาวไหมคะ หนูเอาข้าวผัดสองกล่องค่ะ กล่องห







