Share

ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน
ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน
Author: ปลาคาร์ปตัวน้อย

บทที่ 1

Author: ปลาคาร์ปตัวน้อย
เสียงน้ำไหลซ่า ๆ ดังมาจากในห้องน้ำ

เวินถิงเยี่ยนกำลังอาบน้ำอยู่

เวลาตีสาม

เขาเพิ่งจะกลับมาถึงบ้าน

เจี่ยนจือยืนอยู่หน้าประตูห้องน้ำ เธอมีบางเรื่องอยากปรึกษาเขา

เธอตื่นเต้นนิดหน่อย ไม่รู้ว่าเรื่องที่เธอกำลังจะบอกเขา พอเขาได้ฟังแล้วจะเห็นด้วยหรือไม่

ขณะที่เธอกำลังคิดว่าจะพูดอย่างไรดี ในห้องน้ำกลับมีเสียงแปลก ๆ ดังออกมา

พอเธอตั้งใจฟังถึงได้เข้าใจ คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะกำลังช่วยปรนเปรอความใคร่ของตัวเอง...

เสียงหอบหายใจปนเสียงครางที่ดังออกมาแต่ละครั้ง ราวกับค้อนหนักที่ระรัวทุบลงบนใจเธอ ความเจ็บปวดพรั่งพรูราวกับกระแสน้ำ เธอจมดิ่งอยู่ในความเจ็บปวดนั้นจนแทบหายใจไม่ออก

วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานของเธอกับเขา เธอแต่งงานกับเขาได้ห้าปีแล้ว แต่ทั้งสองกลับไม่เคยมีความสัมพันธ์แบบสามีภรรยากันจริง ๆ เลยแม้แต่ครั้งเดียว

ที่แท้ เขายอมช่วยตัวเองแทนที่จะแตะต้องเธองั้นเหรอ?

เขาหอบหายใจถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะระเบิดเสียงครางต่ำ ๆ ออกมาอย่างความอดทน "เฉิงเฉิง..."

เสียงนี้...เหมือนเป็นค้อนพิฆาตครั้งสุดท้ายที่มอบให้แก่เธอ

ในใจเธอระเบิดดังโครม บางสิ่งถูกทุบแหลกเป็นผุยผงไปแล้ว

เธอพยายามปิดปากตัวเองไม่ให้ส่งเสียงร้องไห้ออกมา หันหลังกลับแล้ววิ่งหนีไปเลย แต่เพิ่งวิ่งได้ก้าวเดียวก็เสียหลักชนเข้ากับอ่างล้างหน้า ล้มลงบนพื้นทันที

"เจี่ยนจือ?" ในนั้น เสียงของเวินถิงเยี่ยนยังไม่ทันสงบลงเลย เธอฟังออกว่าเขาพยายามควบคุมไว้ แต่ก็ยังหายใจแรงมากอยู่ดี

"ฉัน...ฉันจะเข้าห้องน้ำ แต่ไม่รู้ว่านายอาบน้ำอยู่..." เธอกล่าวคำโกหกที่ยอดแย่ออกมา แล้วรีบคว้าอ่างล้างหน้าเพื่อพยุงตัวลุกขึ้น

แต่ยิ่งรีบร้อนก็ยิ่งดูจนตรอก บนพื้นกับอ่างล้างหน้าเปียกน้ำ ไม่ง่ายเลยกว่าเธอจะลุกขึ้นมาได้ แต่เวินถิงเยี่ยนกลับเดินออกมาแล้ว เขารีบสวมเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวแบบลวก ๆ แต่สายรัดเอวกลับถูกมัดไว้อย่างแน่นหนา

"เธอล้มเหรอ เดี๋ยวฉันช่วย" เขาทำท่าจะอุ้มเธอ

เธอเจ็บจนน้ำตาคลอเบ้า แต่ก็ยังปัดมือเขาออกอย่างทุลักทุเลแต่แน่วแน่ "ไม่เป็นไร ฉันลุกเองได้"

จากนั้น หลังจากเกือบจะลื่นล้มอีกครั้ง เธอก็รีบเดินโซเซหนีกลับไปที่ห้องนอน

ใช้คำว่า "หนี" ก็ไม่ผิดเลยสักนิด

ตลอดห้าปีที่แต่งงานกับเวินถิงเยี่ยน เธอเอาแต่หนี

หนีโลกภายนอก หนีสายตาแปลก ๆ ของทุกคน หนีความเมตตาและความเห็นอกเห็นใจของเวินถิงเยี่ยนด้วย นึกไม่ถึงว่าภรรยาของเวินถิงเยี่ยนเป็นคนขาเป๋

คนขาเป๋อย่างเธอจะคู่ควรกับเวินถิงเยี่ยนผู้สง่างามไร้มลทินและประสบความสำเร็จได้อย่างไร?

เดิมทีเธอเคยมีขาที่แข็งแรงและสวยงาม...

เวินถิงเยี่ยนตามออกมาติด ๆ เขาเป็นห่วงมากและถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ล้มเจ็บไหม? ให้ฉันดูหน่อย"

"ไม่ ไม่เป็นไร" เธอห่มผ้าห่มแน่นขึ้น ซ่อนความความจนตรอกของเธอไว้ในผ้าห่ม

"ไม่เป็นไรจริงเหรอ" เขาเป็นห่วงเธอจริง ๆ

"อืม" เธอหันหลังให้เขา แล้วออกแรงพยักหน้า

"งั้นเธอจะนอนแล้ว? อยากเข้าห้องน้ำไม่ใช่เหรอ"

"ตอนนี้ไม่อยากแล้ว นอนเถอะ" เธอเอ่ยเสียงเบา

"ดี จริงสิ วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานของเรา ฉันซื้อของขวัญมาให้ พรุ่งนี้เธอค่อยแกะดูนะว่าชอบไหม"

"ได้" ของขวัญวางอยู่บนหัวเตียง เธอเห็นมันแล้ว แต่ต่อให้เธอไม่แกะออกก็รู้ว่าข้างในคืออะไร

เป็นกล่องขนาดเท่ากันทุกปี ข้างในใส่นาฬิกาแบบเดียวกันไว้

ในลิ้นชักของเธอ มีนาฬิกาแบบเดียวกันวางอยู่เก้าเรือนแล้ว รวมถึงของขวัญวันเกิดด้วย นี่คือเรือนที่สิบ

บทสนทนาจบลงตรงนี้ เขาปิดไฟแล้วเอนกายลงนอน กลิ่นหอมชื้นของเจลอาบน้ำอบอวลอยู่ในอากาศ แต่เธอแทบไม่รู้สึกว่าเตียงยุบลงเลย เพราะบนเตียงขนาดสองเมตร เธอหลับอยู่ฝั่งนี้ ส่วนเขาเอนกายอยู่ริมอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งระยะห่างระหว่างทั้งสองยังนอนได้อีกสามคน

ไม่มีใครเอ่ยถึงชื่อ 'เฉิงเฉิง' และยิ่งไม่เอ่ยถึงสิ่งที่เขาเพิ่งทำในห้องน้ำ ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน

เธอนอนหงายตัวแข็งทื่อ รู้สึกร้อนผ่าวที่เบ้าตา

เฉิงเฉิง หรือ ลั่วอวี่เฉิง เป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมหาวิทยาลัยของเขา เป็นรักแรกและเป็นเทพธิดาในดวงใจ

หลังเรียนจบมหาวิทยาลัย ลั่วอวี่เฉิงไปต่างประเทศ ทั้งสองจึงเลิกกัน เวินถิงเยี่ยนเคยหมดอาลัยตายอยากจนดื่มเหล้าทุกวัน

เจี่ยนจือกับเวินถิงเยี่ยนเป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยม

เธอยอมรับว่าสมัยมัธยมปลายเคยแอบชอบเขา

ตอนนั้นเขาเป็นหนุ่มฮอตของโรงเรียน เป็นเด็กเนิร์ดผู้เย็นชา ส่วนเธอเป็นนักเรียนสายศิลป์ ถึงแม้จะหน้าตาสวย แต่สาวสวยก็มีมากมาย ในชีวิตมัธยมปลายที่คะแนนคือทุกอย่าง นักเรียนสายศิลป์จึงไม่ได้โดดเด่นขนาดนั้น มิหนำซ้ำยังมีคนมองด้วยอคติอีกด้วย

ดังนั้น นั่นจึงเป็นเพียงการแอบรักข้างเดียว เธอไม่เคยคิดฝันว่าจะมีวันได้ยืนอยู่ตรงหน้าเขา

จนกระทั่งเธอเรียนจบจากสถาบันสอนเต้นและกลับมาพักร้อนที่บ้าน ก็ได้บังเอิญพบเขาที่กำลังท้อแท้สิ้นหวัง

คืนนั้นเขาดื่มจนเมามาย เดินโซเซไปมาและไม่ได้มองสัญญาณไฟตอนข้ามถนน มีรถคันหนึ่งขับมาด้วยความเร็วและเบรกไม่ทัน ตอนนั้นเธอเดินตามหลังเขามาเพราะเป็นห่วง เธอผลักเขาออกไป แต่กลับถูกรถชนเสียเอง

เธอเป็นนักเรียนสถาบันสอนเต้น ได้รับสิทธิ์ศึกษาต่อในระดับปริญญาโทแล้ว

ทว่าอุบัติเหตุทางรถยนต์ครั้งนี้ ทำให้เธอขาพิการ

เธอ...ไม่สามารถเต้นได้อีกต่อไป

ต่อมา เขาเลิกเหล้าและแต่งงานกับเธอ

เขารู้สึกผิดต่อเธอตลอดมา รู้สึกขอบคุณเธออยู่เสมอ พูดจาอ่อนโยนและทำตัวเย็นชามาตลอด ให้ของขวัญและเงินกับเธอมากมายมาตลอดเช่นกัน

แต่ติดอยู่อย่างเดียว คือเขาไม่รักเธอ

เธอเคยคิดว่าเวลาจะทำให้ทุกอย่างอบอุ่นขึ้น คิดว่าเวลาจะชะล้างทุกสิ่งได้

แต่เธอคิดไม่ถึงเลย ว่าผ่านไปห้าปีแล้วเขาก็ยังจำชื่อ "เฉิงเฉิง" ได้ฝังใจแบบนี้ ถึงขั้นว่ายังเรียกชื่อนี้อยู่ตอนที่เขากำลังปรนเปรอตัวเอง

สุดท้ายก็เป็นเธอเองที่โง่และไร้เดียงสาเกินไป...

เธอนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน อีเมลนั้นในโทรศัพท์ คืนนี้เธออ่านมันไม่ต่ำกว่าร้อยรอบ

มันคือจดหมายตอบรับเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ เป็นเรื่องที่เดิมทีเธอตั้งใจจะปรึกษาเขา

เธอจะถามเขาว่าเธอสามารถไปเรียนต่อที่ต่างประเทศได้หรือไม่?

แต่พอมาดูตอนนี้ เหมือนว่าไม่จำเป็นต้องปรึกษาเขาแล้ว

การแต่งงานห้าปี ค่ำคืนที่พลิกตัวไปมานับครั้งไม่ถ้วน ในที่สุดตอนนี้ก็เริ่มนับถอยหลังได้สักที

ตอนที่เขาตื่นนอน เธอยังแสร้งทำเป็นหลับอยู่ ได้ยินเขาคุยกับป้าเฉินที่เป็นแม่บ้านอยู่ด้านนอก "คืนนี้ผมมีกินเลี้ยงสังสรรค์ ไม่ต้องให้คุณนายรอผมนะ ให้เธอรีบเข้านอนได้เลย"

หลังจากกำชับเสร็จ เขายังกลับเข้ามาดูในห้องอีกครั้ง เธอกำลังนอนคลุมโปง แต่ น้ำตาซึมเปียกหมอนไปแล้ว

ปกติเวลาเขาไปบริษัท เธอจะจัดชุดที่เขาจะใส่วางไว้ข้าง ๆ ล่วงหน้า เขาเพียงแค่สวมใส่เท่านั้น

แต่วันนี้เธอไม่ได้ทำ

เขาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องแต่งตัวด้วยตัวเอง จากนั้นก็ไปบริษัท

ตอนนี้เธอถึงได้ลืมตา รู้สึกเพียงว่าดวงตาบวมอย่างรุนแรง

เสียงนาฬิกาปลุกในโทรศัพท์ดังขึ้น

เป็นเวลาที่เธอกำหนดให้ตัวเอง ควรลุกขึ้นมาอ่านภาษาอังกฤษแล้ว

เนื่องจากขาของเธอพิการ หลังแต่งงานธอจึงใช้เวลา 90% ขังตัวเองอยู่ในบ้าน เธอไม่ยอมออกจากบ้านอีกเลย ทำได้เพียงแบ่งเวลาในแต่ละวันออกเป็นช่วง ๆ และหาอะไรทำเพื่อฆ่าเวลาในแต่ละช่วงเท่านั้น

เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาปิดนาฬิกาปลุก จากนั้นก็ไถแอปพลิเคชันต่าง ๆ อย่างไร้จุดหมาย

ในหัวเธอสับสนวุ่นวาย อ่านอะไรก็ไม่เข้าหัวสักอย่าง

จนกระทั่งเธอเลื่อนไปเจอวิดีโอหนึ่งบนโซเชียลมีเดีย

คนที่อยู่ในภาพคุ้นตามาก...

เมื่อมองชื่อบัญชีอีกครั้ง 'เฉิงเฉิงCC'

อัลกอริทึมนี่มัน...

เวลาที่โพสต์คือเมื่อคืนนี้

พอเจี่ยนจือกดเปิดวิดีโอ เสียงดนตรีสนุกสนานก็ดังขึ้นทันที จากนั้นก็มีคนตะโกนว่า "หนึ่ง สอง สาม! ยินดีต้อนรับกลับมานะเฉิงเฉิง! ชนแก้ว!"

เสียงนั้น…ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเสียงของเวินถิงเยี่ยน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 612

    เธอถือโทรศัพท์ไว้ในมือ เลื่อนดูคลิปต่าง ๆ ไปเรื่อย ๆ แต่กลับไม่มีอะไรเข้าสมองเลยสักอย่างเธอเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังรออะไรอยู่สุดท้ายสิ่งที่เธอรอก็ไม่ได้เกิดขึ้น เธอค่อย ๆ ผล็อยหลับไปทั้งที่ยังถือโทรศัพท์อยู่ในมือเธอเริ่มฝัน ภาพในความฝันคือเมืองทั้งเมืองที่ประดับประดาด้วยกระดาษกลอนคู่ที่เขียนคำอวยพรรับปีใหม่ คืนนั้นก็เป็นคืนส่งท้ายปีเก่าเช่นกัน หลังจากออกจากบ้านคุณย่า เธอก็หอบไก่อบครึ่งตัวที่ตั้งใจจะเอาไปให้เวินถิงเยี่ยนติดมือมาด้วยวันนี้เป็นตรุษจีนปีแรกที่เวินถิงเยี่ยนไม่มีคุณย่าอยู่เคียงข้างคุณย่าเวินจากโลกนี้ไปแล้วช่วงนี้อากาศหนาวจัด พออยู่ข้างนอกนาน ๆ ก็เริ่มรู้สึกหนาวจนเข้ากระดูก ไม่ต่างอะไรจากแววตาเย็นเยียบของเวินถิงเยี่ยนในช่วงที่ผ่านมาเวินถิงเยี่ยนกับคุณย่าของเขาอาศัยอยู่ในบ้านหลังใหญ่ ซึ่งเป็นมรดกเพียงชิ้นเดียวที่พ่อของเขาทิ้งไว้ให้——ที่ซุกหัวนอนปลายเท้าเธอเคยไปที่นั่นครั้งหนึ่งจึงพอจำทางได้ แต่ในค่ำคืนที่ทั่วทั้งเมืองสว่างไสวด้วยแสงไฟประดับจากบ้านเรือน บ้านของเวินถิงเยี่ยนกลับปิดไฟมืดสนิทเธอจินตนาการออกเลยว่า ในคืนที่ทุกครอบครัวได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา ห

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 611

    คนเฒ่าคนแก่มักมีความเชื่อที่ว่าต้องเลี้ยงลูกหลานให้กินดีอยู่ดี มีน้ำมีนวล เวินถิงเยี่ยนเอียงหน้าซบฝ่ามือของคุณย่า ดวงตาชื้นด้วยหยาดน้ำตาจนเป็นประกายวาววับ ริมฝีปากที่ซีดขาวสั่นระริก “ครับ……”“ต้องเชื่อฟังนะ” คุณย่ากำชับเวินถิงเยี่ยนเสียงเข้ม “เชื่อฟังคุณหมอ เชื่อฟังแอนนา แล้วก็ต้องเชื่อฟังย่าด้วยนะ!”“ครับ” เวินถิงเยี่ยนพยักหน้ารับพอกำชับเสร็จ คุณย่าและเจี่ยนจือถึงได้ออกจากห้องไปไม่รู้ว่าเพราะเจี่ยนจือคิดไปเองหรือเปล่า แต่เธอรู้สึกว่าตอนนี้ทั้งคุณย่าและแอนนาต่างก็ดูเปลี่ยนไปนัยน์ตาของคุณย่ามีประกายความหนักแน่นฉายวาบอยู่ ส่วนเมื่อกี้ตอนที่เดินผ่านแอนนา เหมือนเจี่ยนจือจะสังเกตเห็นร่องรอยการร้องไห้บนใบหน้าของเธอตอนที่เดินออกมาจากห้องพัก เจี่ยนจือหันกลับไปมองอีกครั้ง เธอเห็นเพียงแผ่นหลังของแอนนาที่ยืนอยู่ตรงเตียงผู้ป่วยของเวินถิงเยี่ยน จนมองไม่เห็นตัวเวินถิงเยี่ยนเลย“คุณย่าคะ” เจี่ยนจือเอ่ยถามตอนที่กำลังเดินอยู่บนโถงทางเดินในโรงพยาบาล “คุณย่าคุยอะไรกับแอนนาเหรอคะ?”คุณย่าพยักหน้ารับ “อืม”“อะไรเหรอคะ?” เจี่ยนจือเริ่มกระวนกระวาย “เรื่องอาการบาดเจ็บของเวินถิงเยี่ยนเหรอคะ?อา

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 610

    “เธอโกรธเหรอ?”จู่ ๆ มือของเธอก็ถูกคว้าเอาไว้พอก้มลงมอง คนที่นอนซูบโทรมอยู่บนเตียง ริมฝีปากออกสีม่วงคล้ำ ดวงตาที่ลึกโหลคู่นั้นกำลังมองเธออย่างลึกซึ้ง มือผอมจนเห็นกระดูกที่ยื่นออกมาจากใต้ผ้าห่มกำลังจับนิ้วของเธอไว้อย่างไร้เรี่ยวแรงเธอดึงมือของตัวเองออก แล้วจับมือเขายัดกลับเข้าไปใต้ผ้าห่ม บรรยากาศผ่อนคลายที่เขาจงใจสร้างขึ้นมาก่อนหน้านี้ก็พังทลายลงในชั่วขณะนั้น“ทำไมถึงผอมขนาดนี้?” จมูกของเจี่ยนจือพลันแสบขึ้นมา อารมณ์ที่เธอพยายามกดเอาไว้มาตลอดก็แทบจะควบคุมไม่อยู่ในทันที“ร้องไห้ทำไม?” เขาเอ่ยด้วยเสียงแหบพร่าราวกับยังมีรอยยิ้มเจืออยู่ “ก็...อาหารฝรั่งมันไม่อร่อยนี่นา”“งั้นก็ขอให้หายไว ๆ...” เดิมทีเธออยากจะพูดว่าแล้วจะมาอยู่ยุโรปทำไม? อยู่ที่ประเทศไม่ดีกว่าเหรอ? แต่พอนึกอีกที ไม่ใช่สิ แอนนาอยู่ที่นี่ เขาก็คงต้องอยู่กับแอนนาแน่นอน จึงเปลี่ยนคำพูดเป็น “นายเองก็ทำอาหารเป็นไม่ใช่เหรอ? งั้นก็จ้างเชฟจีนมาสักคนสิ”“จะลำบากทำไม!” เขาฝืนยิ้ม “ตอนนี้ฉันก็ดีอยู่ ลดน้ำหนักหน่อยก็ดี อีกไม่นานจะสามสิบแล้ว อย่ามีพุงก็พอ”“อย่างนายเนี่ยนะจะมีพุง!” ผอมจนแทบเหลือแต่กระดูกแล้ว! เจี่ยนจือบ่นออกมา คว

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 609

    เจี่ยนจือแกะอั่งเปาออกตามที่เขาบอก เขายังคงถามไม่หยุด “เป็นปอนด์...หรือหยวนกันนะ...”เขาน่าจะทรมานมากแล้ว ทุกครั้งที่พูดออกมาหนึ่งประโยคก็ดูยากลำบาก แต่ก็ยังฝืนจะพูดเจี่ยนจืออดถลึงตาใส่เขาไม่ได้ “ไม่สบายก็อย่าพูดมากสิ”เขายิ้ม แต่ไม่รู้ว่าไปสะเทือนโดนตรงไหนเข้าเลยรู้สึกเจ็บขึ้นมา รอยยิ้มจึงดูบิดเบี้ยว “จะไม่พูดได้ยังไง? ฉันอยากพูดนี่นา”เจี่ยนจือแกะอั่งเปาออก ข้างในเป็นธนบัตรร้อยหยวนใหม่เอี่ยมหนึ่งปึก เธอยกให้เขาดู “เป็นเงินหยวน แดงสดเลย ดูเป็นสิริมงคลไหม?”“อืม” เขามองเงินในอั่งเปาแล้วเอ่ยอย่างทอดถอนใจ “คุณย่ามักจะเตรียมธนบัตรใหม่เอี่ยมไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อใส่อั่งเปาให้พวกเราเหมือนเมื่อก่อนเลย ฉันจำได้ว่ามีอยู่สองสามปีที่เป็นเลขเรียงกันทั้งหมดเลยด้วย”นี่คือพิธีเล็ก ๆ ที่คุณย่ายึดถือมาตลอดเจี่ยนจือใส่เงินกลับเข้าไป“ถ้าปีใหม่ฉันให้เงินคุณย่าจะถือว่าล้ำเส้นไหม?” จู่ ๆ เขาก็ถามขึ้นมามือของเจี่ยนจือที่กำอั่งเปาอยู่ชะงักเล็กน้อยตลอดห้าปีที่พวกเขาแต่งงานกัน เขาใจกว้างเรื่องเงินมากจริง ๆ ทุกช่วงปีใหม่ คุณย่าให้อั่งเปาเขาเท่าไร เขาก็มักจะให้เงินคุณย่ากลับสิบเท่าหรือหลายสิบเ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 608

    เวินถิงเยี่ยนยังรู้สึกตัวอยู่สีหน้าของเขาซีดเทาผิดปกติ บวกกับตลอดสองปีมานี้เขาผอมลงไปมากจริง ๆ ผ้าห่มที่คลุมอยู่บนตัวราบเรียบจนแทบไม่มีส่วนไหนนูนขึ้นมา ทั้งร่างดูซูบโทรมและโรยรามีเพียงดวงตาคู่นั้นที่พลันเปล่งประกายขึ้นมาทันทีที่เห็นเธอกับคุณย่า“คะ...คุณย่า...” เขาเรียกเสียงสั่น ดวงตาวาววับพอเข้าไปใกล้ ถึงได้เห็นว่าแสงในดวงตาคู่นั้นคือน้ำตาคุณย่าเดินเข้าไปใกล้ มองเขาแล้วถามเสียงเบา “เจ็บไหม?”ขอบตาของเวินถิงเยี่ยนแดงขึ้นทันที “มะ...ไม่เจ็บครับ”คุณย่าไม่เอ่ยถึงเรื่องอื่น เธอเพียงยิ้มแล้ววางอาหารที่นำมาจากบ้านไว้บนโต๊ะข้างเตียง “ปีใหม่แล้ว ย่าทำอาหารแบบไห่เฉิงมานิดหน่อย ปีใหม่ของคนจีนก็ต้องกินอาหารจีนสิ”“ขอบคุณครับ...คุณย่า...” เวินถิงเยี่ยนเอ่ยอย่างยากลำบากด้วยเสียงแหบพร่า“เด็กโง่ ไม่สบายก็ไม่ต้องพูด ย่ารู้อยู่แล้ว” คุณย่าเอ่ยด้วยเสียงอ่อนโยน ก่อนจะหยิบอั่งเปาออกมาอีกซอง แล้ววางไว้บนโต๊ะ “วันนี้วันส่งท้ายปีเก่า เด็ก ๆ ทุกคนต้องได้อั่งเปา ขอให้พวกเธออายุยืนยาว ปลอดภัยแข็งแรงตลอดไป”คำว่า “อายุยืนยาว ปลอดภัยแข็งแรง” ทำให้เวินถิงเยี่ยนกลั้นไม่อยู่ เขาหลับตาลง หางตามีน้ำตาว

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 607

    วันรุ่งขึ้น เจี่ยงอวี๋ฝานก็ส่งข้อความหาเจี่ยนจือว่า: พี่ วันนี้ตอนบ่ายพี่ชายหนูจะขึ้นเครื่องกลับประเทศแล้ว หนูก็เตรียมจะกลับบ้านไปฉลองปีใหม่กับเขาด้วย สุขสันต์วันปีใหม่นะพี่ ไว้เจอกันปีหน้าค่ะ!เจี่ยนจือตอบกลับ: สุขสันต์วันปีใหม่นะเจี่ยนหลานไม่ได้กลับบ้านเลยหลายวันติดต่อกัน เขาเพียงโทรกลับมาบอกคนในบ้านว่าไม่ต้องเป็นห่วง เขากำลังยุ่งอยู่ข้างนอกเจี่ยนจือคิดว่าพี่ชายของเธอน่าจะกำลังจัดการเรื่องลั่วอวี่เฉิงอยู่แล้วก็เป็นอย่างที่คิด คืนหนึ่งเจี่ยนหลานกลับมา สภาพดูยุ่งเหยิงอย่างที่แทบไม่เคยเห็น หนวดเคราก็ขึ้น แม้แต่แว่นตาที่ปกติใส่ไว้สร้างภาพลักษณ์ก็หายไป ดูแตกต่างจากเจี่ยนหลานที่เนี้ยบพิถีพิถันในทุก ๆ วันราวกับคนละคน“ไม่เป็นไรแล้ว จัดการเรียบร้อยหมดแล้ว” หลังจากเจี่ยนหลานอาบน้ำและโกนหนวดเสร็จ ก็จงใจแต่งตัวให้ดูสะอาดสดชื่นแล้วมาหาเธอ พร้อมเล่าเรื่องราวตลอดหลายวันที่ผ่านมาให้เธอฟังอย่างชัดเจนลั่วอวี่เฉิงถูกจับตั้งแต่วันที่เจี่ยงซื่อฝานมาหาเจี่ยนจือแล้ว ส่วนคนที่มีความเกี่ยวข้องกับลั่วอวี่เฉิง ก็คือคนที่อยู่เบื้องหลังเธอเจี่ยนหลานไม่ยอมบอกชื่อของคนเบื้องหลังคนนั้น เพียงเอ่ยว่า “

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status