Share

ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน
ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน
Author: ปลาคาร์ปตัวน้อย

บทที่ 1

Author: ปลาคาร์ปตัวน้อย
เสียงน้ำไหลซ่า ๆ ดังมาจากในห้องน้ำ

เวินถิงเยี่ยนกำลังอาบน้ำอยู่

เวลาตีสาม

เขาเพิ่งจะกลับมาถึงบ้าน

เจี่ยนจือยืนอยู่หน้าประตูห้องน้ำ เธอมีบางเรื่องอยากปรึกษาเขา

เธอตื่นเต้นนิดหน่อย ไม่รู้ว่าเรื่องที่เธอกำลังจะบอกเขา พอเขาได้ฟังแล้วจะเห็นด้วยหรือไม่

ขณะที่เธอกำลังคิดว่าจะพูดอย่างไรดี ในห้องน้ำกลับมีเสียงแปลก ๆ ดังออกมา

พอเธอตั้งใจฟังถึงได้เข้าใจ คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะกำลังช่วยปรนเปรอความใคร่ของตัวเอง...

เสียงหอบหายใจปนเสียงครางที่ดังออกมาแต่ละครั้ง ราวกับค้อนหนักที่ระรัวทุบลงบนใจเธอ ความเจ็บปวดพรั่งพรูราวกับกระแสน้ำ เธอจมดิ่งอยู่ในความเจ็บปวดนั้นจนแทบหายใจไม่ออก

วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานของเธอกับเขา เธอแต่งงานกับเขาได้ห้าปีแล้ว แต่ทั้งสองกลับไม่เคยมีความสัมพันธ์แบบสามีภรรยากันจริง ๆ เลยแม้แต่ครั้งเดียว

ที่แท้ เขายอมช่วยตัวเองแทนที่จะแตะต้องเธองั้นเหรอ?

เขาหอบหายใจถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะระเบิดเสียงครางต่ำ ๆ ออกมาอย่างความอดทน "เฉิงเฉิง..."

เสียงนี้...เหมือนเป็นค้อนพิฆาตครั้งสุดท้ายที่มอบให้แก่เธอ

ในใจเธอระเบิดดังโครม บางสิ่งถูกทุบแหลกเป็นผุยผงไปแล้ว

เธอพยายามปิดปากตัวเองไม่ให้ส่งเสียงร้องไห้ออกมา หันหลังกลับแล้ววิ่งหนีไปเลย แต่เพิ่งวิ่งได้ก้าวเดียวก็เสียหลักชนเข้ากับอ่างล้างหน้า ล้มลงบนพื้นทันที

"เจี่ยนจือ?" ในนั้น เสียงของเวินถิงเยี่ยนยังไม่ทันสงบลงเลย เธอฟังออกว่าเขาพยายามควบคุมไว้ แต่ก็ยังหายใจแรงมากอยู่ดี

"ฉัน...ฉันจะเข้าห้องน้ำ แต่ไม่รู้ว่านายอาบน้ำอยู่..." เธอกล่าวคำโกหกที่ยอดแย่ออกมา แล้วรีบคว้าอ่างล้างหน้าเพื่อพยุงตัวลุกขึ้น

แต่ยิ่งรีบร้อนก็ยิ่งดูจนตรอก บนพื้นกับอ่างล้างหน้าเปียกน้ำ ไม่ง่ายเลยกว่าเธอจะลุกขึ้นมาได้ แต่เวินถิงเยี่ยนกลับเดินออกมาแล้ว เขารีบสวมเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวแบบลวก ๆ แต่สายรัดเอวกลับถูกมัดไว้อย่างแน่นหนา

"เธอล้มเหรอ เดี๋ยวฉันช่วย" เขาทำท่าจะอุ้มเธอ

เธอเจ็บจนน้ำตาคลอเบ้า แต่ก็ยังปัดมือเขาออกอย่างทุลักทุเลแต่แน่วแน่ "ไม่เป็นไร ฉันลุกเองได้"

จากนั้น หลังจากเกือบจะลื่นล้มอีกครั้ง เธอก็รีบเดินโซเซหนีกลับไปที่ห้องนอน

ใช้คำว่า "หนี" ก็ไม่ผิดเลยสักนิด

ตลอดห้าปีที่แต่งงานกับเวินถิงเยี่ยน เธอเอาแต่หนี

หนีโลกภายนอก หนีสายตาแปลก ๆ ของทุกคน หนีความเมตตาและความเห็นอกเห็นใจของเวินถิงเยี่ยนด้วย นึกไม่ถึงว่าภรรยาของเวินถิงเยี่ยนเป็นคนขาเป๋

คนขาเป๋อย่างเธอจะคู่ควรกับเวินถิงเยี่ยนผู้สง่างามไร้มลทินและประสบความสำเร็จได้อย่างไร?

เดิมทีเธอเคยมีขาที่แข็งแรงและสวยงาม...

เวินถิงเยี่ยนตามออกมาติด ๆ เขาเป็นห่วงมากและถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ล้มเจ็บไหม? ให้ฉันดูหน่อย"

"ไม่ ไม่เป็นไร" เธอห่มผ้าห่มแน่นขึ้น ซ่อนความความจนตรอกของเธอไว้ในผ้าห่ม

"ไม่เป็นไรจริงเหรอ" เขาเป็นห่วงเธอจริง ๆ

"อืม" เธอหันหลังให้เขา แล้วออกแรงพยักหน้า

"งั้นเธอจะนอนแล้ว? อยากเข้าห้องน้ำไม่ใช่เหรอ"

"ตอนนี้ไม่อยากแล้ว นอนเถอะ" เธอเอ่ยเสียงเบา

"ดี จริงสิ วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานของเรา ฉันซื้อของขวัญมาให้ พรุ่งนี้เธอค่อยแกะดูนะว่าชอบไหม"

"ได้" ของขวัญวางอยู่บนหัวเตียง เธอเห็นมันแล้ว แต่ต่อให้เธอไม่แกะออกก็รู้ว่าข้างในคืออะไร

เป็นกล่องขนาดเท่ากันทุกปี ข้างในใส่นาฬิกาแบบเดียวกันไว้

ในลิ้นชักของเธอ มีนาฬิกาแบบเดียวกันวางอยู่เก้าเรือนแล้ว รวมถึงของขวัญวันเกิดด้วย นี่คือเรือนที่สิบ

บทสนทนาจบลงตรงนี้ เขาปิดไฟแล้วเอนกายลงนอน กลิ่นหอมชื้นของเจลอาบน้ำอบอวลอยู่ในอากาศ แต่เธอแทบไม่รู้สึกว่าเตียงยุบลงเลย เพราะบนเตียงขนาดสองเมตร เธอหลับอยู่ฝั่งนี้ ส่วนเขาเอนกายอยู่ริมอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งระยะห่างระหว่างทั้งสองยังนอนได้อีกสามคน

ไม่มีใครเอ่ยถึงชื่อ 'เฉิงเฉิง' และยิ่งไม่เอ่ยถึงสิ่งที่เขาเพิ่งทำในห้องน้ำ ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน

เธอนอนหงายตัวแข็งทื่อ รู้สึกร้อนผ่าวที่เบ้าตา

เฉิงเฉิง หรือ ลั่วอวี่เฉิง เป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมหาวิทยาลัยของเขา เป็นรักแรกและเป็นเทพธิดาในดวงใจ

หลังเรียนจบมหาวิทยาลัย ลั่วอวี่เฉิงไปต่างประเทศ ทั้งสองจึงเลิกกัน เวินถิงเยี่ยนเคยหมดอาลัยตายอยากจนดื่มเหล้าทุกวัน

เจี่ยนจือกับเวินถิงเยี่ยนเป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยม

เธอยอมรับว่าสมัยมัธยมปลายเคยแอบชอบเขา

ตอนนั้นเขาเป็นหนุ่มฮอตของโรงเรียน เป็นเด็กเนิร์ดผู้เย็นชา ส่วนเธอเป็นนักเรียนสายศิลป์ ถึงแม้จะหน้าตาสวย แต่สาวสวยก็มีมากมาย ในชีวิตมัธยมปลายที่คะแนนคือทุกอย่าง นักเรียนสายศิลป์จึงไม่ได้โดดเด่นขนาดนั้น มิหนำซ้ำยังมีคนมองด้วยอคติอีกด้วย

ดังนั้น นั่นจึงเป็นเพียงการแอบรักข้างเดียว เธอไม่เคยคิดฝันว่าจะมีวันได้ยืนอยู่ตรงหน้าเขา

จนกระทั่งเธอเรียนจบจากสถาบันสอนเต้นและกลับมาพักร้อนที่บ้าน ก็ได้บังเอิญพบเขาที่กำลังท้อแท้สิ้นหวัง

คืนนั้นเขาดื่มจนเมามาย เดินโซเซไปมาและไม่ได้มองสัญญาณไฟตอนข้ามถนน มีรถคันหนึ่งขับมาด้วยความเร็วและเบรกไม่ทัน ตอนนั้นเธอเดินตามหลังเขามาเพราะเป็นห่วง เธอผลักเขาออกไป แต่กลับถูกรถชนเสียเอง

เธอเป็นนักเรียนสถาบันสอนเต้น ได้รับสิทธิ์ศึกษาต่อในระดับปริญญาโทแล้ว

ทว่าอุบัติเหตุทางรถยนต์ครั้งนี้ ทำให้เธอขาพิการ

เธอ...ไม่สามารถเต้นได้อีกต่อไป

ต่อมา เขาเลิกเหล้าและแต่งงานกับเธอ

เขารู้สึกผิดต่อเธอตลอดมา รู้สึกขอบคุณเธออยู่เสมอ พูดจาอ่อนโยนและทำตัวเย็นชามาตลอด ให้ของขวัญและเงินกับเธอมากมายมาตลอดเช่นกัน

แต่ติดอยู่อย่างเดียว คือเขาไม่รักเธอ

เธอเคยคิดว่าเวลาจะทำให้ทุกอย่างอบอุ่นขึ้น คิดว่าเวลาจะชะล้างทุกสิ่งได้

แต่เธอคิดไม่ถึงเลย ว่าผ่านไปห้าปีแล้วเขาก็ยังจำชื่อ "เฉิงเฉิง" ได้ฝังใจแบบนี้ ถึงขั้นว่ายังเรียกชื่อนี้อยู่ตอนที่เขากำลังปรนเปรอตัวเอง

สุดท้ายก็เป็นเธอเองที่โง่และไร้เดียงสาเกินไป...

เธอนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน อีเมลนั้นในโทรศัพท์ คืนนี้เธออ่านมันไม่ต่ำกว่าร้อยรอบ

มันคือจดหมายตอบรับเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ เป็นเรื่องที่เดิมทีเธอตั้งใจจะปรึกษาเขา

เธอจะถามเขาว่าเธอสามารถไปเรียนต่อที่ต่างประเทศได้หรือไม่?

แต่พอมาดูตอนนี้ เหมือนว่าไม่จำเป็นต้องปรึกษาเขาแล้ว

การแต่งงานห้าปี ค่ำคืนที่พลิกตัวไปมานับครั้งไม่ถ้วน ในที่สุดตอนนี้ก็เริ่มนับถอยหลังได้สักที

ตอนที่เขาตื่นนอน เธอยังแสร้งทำเป็นหลับอยู่ ได้ยินเขาคุยกับป้าเฉินที่เป็นแม่บ้านอยู่ด้านนอก "คืนนี้ผมมีกินเลี้ยงสังสรรค์ ไม่ต้องให้คุณนายรอผมนะ ให้เธอรีบเข้านอนได้เลย"

หลังจากกำชับเสร็จ เขายังกลับเข้ามาดูในห้องอีกครั้ง เธอกำลังนอนคลุมโปง แต่ น้ำตาซึมเปียกหมอนไปแล้ว

ปกติเวลาเขาไปบริษัท เธอจะจัดชุดที่เขาจะใส่วางไว้ข้าง ๆ ล่วงหน้า เขาเพียงแค่สวมใส่เท่านั้น

แต่วันนี้เธอไม่ได้ทำ

เขาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องแต่งตัวด้วยตัวเอง จากนั้นก็ไปบริษัท

ตอนนี้เธอถึงได้ลืมตา รู้สึกเพียงว่าดวงตาบวมอย่างรุนแรง

เสียงนาฬิกาปลุกในโทรศัพท์ดังขึ้น

เป็นเวลาที่เธอกำหนดให้ตัวเอง ควรลุกขึ้นมาอ่านภาษาอังกฤษแล้ว

เนื่องจากขาของเธอพิการ หลังแต่งงานธอจึงใช้เวลา 90% ขังตัวเองอยู่ในบ้าน เธอไม่ยอมออกจากบ้านอีกเลย ทำได้เพียงแบ่งเวลาในแต่ละวันออกเป็นช่วง ๆ และหาอะไรทำเพื่อฆ่าเวลาในแต่ละช่วงเท่านั้น

เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาปิดนาฬิกาปลุก จากนั้นก็ไถแอปพลิเคชันต่าง ๆ อย่างไร้จุดหมาย

ในหัวเธอสับสนวุ่นวาย อ่านอะไรก็ไม่เข้าหัวสักอย่าง

จนกระทั่งเธอเลื่อนไปเจอวิดีโอหนึ่งบนโซเชียลมีเดีย

คนที่อยู่ในภาพคุ้นตามาก...

เมื่อมองชื่อบัญชีอีกครั้ง 'เฉิงเฉิงCC'

อัลกอริทึมนี่มัน...

เวลาที่โพสต์คือเมื่อคืนนี้

พอเจี่ยนจือกดเปิดวิดีโอ เสียงดนตรีสนุกสนานก็ดังขึ้นทันที จากนั้นก็มีคนตะโกนว่า "หนึ่ง สอง สาม! ยินดีต้อนรับกลับมานะเฉิงเฉิง! ชนแก้ว!"

เสียงนั้น…ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเสียงของเวินถิงเยี่ยน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 576

    ถ้าเปลี่ยนเป็นผู้หญิงคนอื่นที่ชี้ไปยังอาหารในจานพร้อมบอกเธอว่า นี่คืออาหารที่เวินถิงเยี่ยนทำ เธอคงรู้สึกว่าผู้หญิงคนนั้นกำลังอวด แต่พอเป็นแอนนาทำแบบนี้ เธอกลับไม่รู้สึกแบบนั้นเลยจริง ๆ“ฝีมือทำอาหารของเวินก็ใช้ได้นะ” แอนนาเอ่ย “เขาทำเค้กอร่อยมาก”เจี่ยนจือยิ้มบาง “ฉันรู้ว่าเขาทำเค้กอร่อย ร้านบ้านคุกกี้ของเขาก็เปิดเพื่อเธอไม่ใช่เหรอ?”เจี่ยนจือสาบานได้ว่าตอนพูดประโยคนี้ เธอไม่ได้รู้สึกหึงหวงเลยสักนิด เพียงแค่รู้สึกทอดถอนใจและสะท้อนใจเท่านั้นคิดไม่ถึงว่าแอนนากลับเอ่ยว่า “เพื่อฉันเนี่ยนะ? ไม่หรอก ฉันไม่ชอบอะไรแบบนั้น”“งั้นเหรอ?” เจี่ยนจือชะงักไปเล็กน้อยแอนนายิ้มแล้วเอ่ยว่า “ฉันยังเคยหัวเราะเขาเลยว่าไร้เดียงสา”จู่ ๆ เจี่ยนจือก็นึกขึ้นได้ว่าวันนั้นตอนเวินถิงเยี่ยนเล่าให้เธอฟังว่าทำไมร้านเค้กถึงออกแบบเป็นรูปทรงบ้านคุกกี้โดยพูดเป็นภาษาจีนตอนนั้นแอนนาฟังไม่เข้าใจเหรอ?แอนนาที่อยู่อีกฝั่งยิ้มแล้วเอ่ยว่า “เขามาแล้ว”เวินถิงเยี่ยนเหรอ?เพียงชั่วพริบตา เวินถิงเยี่ยนก็ปรากฏตัวในกล้อง เขายิ้มอยู่ทางนั้น “เจี่ยนจือกลับมาแล้วเหรอ? เดินทางราบรื่นดีไหม?”“ก็โอเคนะ” เจี่ยนจือมองเวินถิงเย

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 575

    เจี่ยนจือรู้ดีว่า ในใจของพี่ชายเธอกากบาทสีแดงชื่อเวินถิงเยี่ยนเอาไว้แล้วแต่เจี่ยนหลานก็ยังไม่ถึงขั้นพูดออกมาตรง ๆ ต่อหน้าน้องสาว เขาเพียงทำเหมือนไม่ได้ยิน แล้วเอ่ยว่า “กินข้าวได้แล้ว คุณยายกับแม่ฉันพูดถึงมื้อนี้มาหลายวัน เมนูก็แก้แล้วแก้อีก ทุกอย่างเลือกตามที่เธอชอบหมด”ยิ่งทำให้เขาที่เป็นลูกชายแท้ ๆ ดูเหมือนเก็บมาเลี้ยงเข้าไปใหญ่เจี่ยนจือยิ้มจนหุบไม่ลงตอนที่เพิ่งรู้จักพี่ชาย แม้พี่ชายจะดีกับเธอมาก ๆ แต่จริง ๆ แล้วเธอก็ยังแอบกลัวเขาอยู่บ้าง เพราะรัศมีรอบตัวเขาแข็งแกร่งเกินไป แต่เวลาอยู่บ้าน โดยเฉพาะตอนอยู่ต่อหน้าคุณป้า พี่ชายกลับขี้เล่นขึ้นมากจริง ๆทุกคนในครอบครัวกินอาหารมื้อใหญ่อันแสนอุดมสมบูรณ์ด้วยกันเมื่อวานยังเป็นเนื้อตุ๋นกับไส้กรอกอยู่เลย พอจู่ ๆ กลับมาเป็นอาหารจีนที่ประณีต ก็ให้อรรถรสไปอีกแบบหลังจากกินข้าวเสร็จ เจี่ยนจือนั่งคุยกับคนในครอบครัว เล่าเรื่องที่พบเจอในไอร์แลนด์อยู่พักใหญ่ แล้วยังเต้นรำพื้นเมืองที่เพิ่งเรียนมาให้พวกเขาดูด้วย ไม่ต้องพูดเลยว่าทุกคนในบ้านมีความสุขกันแค่ไหนหลังจากเจี่ยนจือกลับเข้าห้องของตัวเอง การเดินทางตลอดหนึ่งเดือนนี้ถึงถือว่าสิ้นสุดลงอย่า

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 574

    หลายวันที่อยู่ไอร์แลนด์ทำให้เธอพลาดคริสต์มาสที่ลอนดอนไป แต่ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงวันหยุด เธอจึงสามารถกลับไปฉลองปีใหม่กับคนในครอบครัวได้เพราะงั้น ที่เธอมาที่นี่ก็เพื่อตั้งใจจะเก็บของนิดหน่อยแล้วกลับบ้านหลังจากเตรียมของขวัญสำหรับคนในครอบครัวเรียบร้อย เธอก็เรียกอัลเลนให้กลับบ้านไปด้วยกันบนรถ เธอยื่นของขวัญสามชิ้นให้อัลเลน “สวัสดีปีใหม่นะ ของพวกนายคนละชิ้น ฝากนายเอาไปให้พวกเขาด้วย”“เอ่อ...” อัลเลนรู้สึกเกรงใจเล็กน้อย“ไม่เป็นไร ช่วงนี้พวกนายก็เหนื่อยมามากแล้ว” เจี่ยนจือวางของขวัญไว้บนเบาะข้างคนขับ“ขอบคุณครับคุณหนู” อัลเลนเอ่ยเจี่ยนจือยิ้ม “ไม่เป็นไร”หลังจากอัลเลนไปส่งเจี่ยนจือถึงบ้านคุณอาแล้วก็กลับไป พอเจี่ยนจือเข้าบ้าน คุณย่าก็เดินเข้ามามองสำรวจเธอทันที จากนั้นก็พูดซ้ำ ๆ ว่า “ผอมมาก ผอมสุด ๆ”ในสายตาของผู้สูงอายุ สรุปแล้วต้องอ้วนขนาดไหนกัน พวกเขาถึงจะไม่พูดว่าคำว่าผอม?เจี่ยนจือได้แต่จนใจ เธอกอดแขนคุณย่าพลางออดอ้อน “ทริปนี้หนูเอาแต่กินเนื้อ น้ำหนักขึ้นตั้งห้ากิโล ถ้าอ้วนกว่านี้อีก หนูจะเต้นไม่ไหวแล้วนะ”คุณย่าบีบแก้มเธอเบา ๆ พลางมองค้อน “ไม่เห็นจะดูอ้วนขึ้นตรงไหน”คุณป้าก็

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 573

    “งั้นฉันไปก่อนนะ ขอให้พวกเธอเที่ยวกันให้สนุก” เวินถิงเยี่ยนยังคงมีรอยยิ้มเต็มใบหน้าอยู่ตลอดตี๋โยวรู้สึกไม่ค่อยพอใจ “หัวหน้าทีมเจี่ยน เขาดูเหมือนจะยิ้มมีความสุขมากเลยนะ”เจี่ยนจือหันกลับไปมอง ท่ามกลางแสงไฟของตลาดเทศกาล เขาก็หันกลับมาพอดี แล้วส่งยิ้มบาง ๆ ให้เธอเธอเพิ่งจะสังเกตจริง ๆ ว่าช่วงนี้เขายิ้มบ่อยมากอันที่จริง เวลาที่เขายิ้มก็ดูดีมากเลยทีเดียวสมัยมัธยมปลายที่เธอชอบเขา บุคลิกเย็นชาและห่างเหินรอบตัวเขาก็ดึงดูดคนอยู่แล้ว แต่เวลาเขาเผลอยิ้มขึ้นมาบ้าง ก็เหมือนแสงแดดในฤดูหนาว ถึงแม้จะยังคงเย็นใส แต่กลับเจิดจ้าจนละสายตาไม่ได้เพียงแต่ว่าตลอดห้าปีที่เธอแต่งงานกับเขา เขาแทบไม่เคยยิ้มเลยบางที เธอคงไม่ใช่คนที่ทำให้เขายิ้มได้ละมั้งจริง ๆ แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ในเมื่อพวกเขากลายเป็นคนแปลกหน้าต่อกันไปแล้ว เขาจะได้พบคนที่ทำให้เขายิ้มได้สดใสขนาดนี้ ก็ถือว่า...โคตรจะดวงดีเลยนะ!ผู้ชายเฮงซวยนี่มักจะโชคดีเป็นบ้า!สวรรค์ช่างไม่ยุติธรรมจริง ๆ!เวินถิงเยี่ยนเจอเป็ดปักกิ่งม้วน ก็เอ่ยกับแอนนาอย่างตื่นเต้น “ลองไหม? เธอบอกว่าไม่เคยไปกินเป็ดปักกิ่งที่เมืองจีนไม่ใช่เหรอ? ฉันจะลองดูว่ารสชาติเหม

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 572

    หลังจากเจี่ยนจือเต้นที่บ้านหลังนี้เสร็จ ก็ออกเดินทางไปบ้านถัดไปพร้อมกับตี๋โยวและเด็ก ๆ ส่วนเวินถิงเยี่ยนก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายวิดีโออีกครั้งตี๋โยวถามด้วยความสงสัย “หัวหน้าทีมเจี่ยน ทำไมฉันรู้สึกว่าคุณชายขนมปังคนนั้นดูสนิทกับเธอมากกว่าอีกนะ?”คุณชายขนมปัง...“เขาเป็นอดีตสามีฉัน” เจี่ยนจือตอบอย่างตรงไปตรงมา“หา?” หลังจากตกใจ ตี๋โยวก็เข้าสู่ความสับสนทันที “งั้นก่อนหน้านี้ฉันยังไปคุยกับเขาอีก? ฉันควรอยู่ฝ่ายไหนดีเนี่ย หัวหน้าmu,เจี่ยน? ฉันควรเกลียดเขาหรือเกลียดเขาดี?”เจี่ยนจือถูกตี๋โยวทำเอาหัวเราะ “ไม่เป็นไรหรอก เป็นอดีตไปแล้ว จะยังไงก็ไม่เกี่ยวกับฉันแล้ว”“ไม่ได้ ต่อไปฉันจะไม่สนใจเขาแล้ว” ตี๋โยวยังมีความรู้สึกเป็นพวกเดียวกันอยู่เต็มเปี่ยม “หัวหน้าทีมเจี่ยนของพวกเราดีขนาดนี้ยังหย่ากันได้ งั้นเขาต้องไม่ใช่คนดีแน่”เจี่ยนจือส่ายหน้ายิ้ม “พอแล้ว ถึงตาพวกเราเต้นแล้ว!”เสียงดนตรีและเสียงร้องของเด็ก ๆ ดังขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงเพลงอันสนุกสนาน แค่สองเท้าก็ขยับแทบไม่ทันแล้ว ใครจะยังจำเรื่องบุญคุณความแค้นพวกนั้นได้อีก?มันปลิวหายไปกับสายลมนานแล้วช่วงบ่าย เจี่ยนจือจึงไปเดินตลาดคริส

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 571

    ระยะเวลาที่เจี่ยนจือติดตามอาจารย์ที่ปรึกษาทำวิจัยภาคสนามคือหนึ่งเดือนในสัปดาห์สุดท้าย พวกเขาเผื่อเวลาไว้สองวันที่ดับลินอาจารย์ที่ปรึกษาบอกว่ามีเทศกาลดั้งเดิมอยู่เทศกาลหนึ่ง จะได้สัมผัสบรรยากาศที่แตกต่างออกไปครั้งนี้ก็ยังพักโฮมสเตย์เหมือนเดิม เจ้าของโฮมสเตย์เป็นเพื่อนเก่าของอาจารย์ที่ปรึกษา ทุกครั้งที่อาจารย์มาทางนี้ก็มักจะพักที่นี่ วันที่พวกเขาเพิ่งมาถึงไอร์แลนด์วันแรกก็พักที่นี่เช่นกันเจ้าของบ้านบอกว่าในวันเทศกาล เด็ก ๆ จะแต่งหน้าแล้วเดินไปตามบ้านทีละหลังเพื่อเต้นรำพอเจี่ยนจือได้ฟังก็รู้สึกว่าน่าสนุกมากอาจารย์ที่ปรึกษายิ้มแล้วบอกว่า งั้นให้เจี่ยนจือกับตี๋โยวเข้าร่วมด้วยกันเลย“พวกเราไม่ใช่เด็กแล้วนะคะ” เจี่ยนจือพูดอย่างเขิน ๆเจ้าของบ้านกับอาจารย์ที่ปรึกษาต่างหัวเราะแล้วเอ่ยว่า “ในสายตาพวกเรา พวกเธอก็ยังเป็นเด็กอยู่ดี”เจี่ยนจือกับตี๋โยวต่างหัวเราะออกมาดังลั่น“เงินที่ได้จากการเต้นระดมทุนทั้งหมดจะเอาไปทำการกุศล” อาจารย์ที่ปรึกษาพูดเสริมอีกถ้าอย่างนั้นก็...ไปกันเลย!ดังนั้น ในวันเทศกาล เจี่ยนจือกับตี๋โยวจึงแต่งตัวกันเต็มที่ ตามเด็ก ๆ ในท้องถิ่นไปเรียนท่าเต้น เรียนไปเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status