Share

ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน
ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน
Author: ปลาคาร์ปตัวน้อย

บทที่ 1

Author: ปลาคาร์ปตัวน้อย
เสียงน้ำไหลซ่า ๆ ดังมาจากในห้องน้ำ

เวินถิงเยี่ยนกำลังอาบน้ำอยู่

เวลาตีสาม

เขาเพิ่งจะกลับมาถึงบ้าน

เจี่ยนจือยืนอยู่หน้าประตูห้องน้ำ เธอมีบางเรื่องอยากปรึกษาเขา

เธอตื่นเต้นนิดหน่อย ไม่รู้ว่าเรื่องที่เธอกำลังจะบอกเขา พอเขาได้ฟังแล้วจะเห็นด้วยหรือไม่

ขณะที่เธอกำลังคิดว่าจะพูดอย่างไรดี ในห้องน้ำกลับมีเสียงแปลก ๆ ดังออกมา

พอเธอตั้งใจฟังถึงได้เข้าใจ คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะกำลังช่วยปรนเปรอความใคร่ของตัวเอง...

เสียงหอบหายใจปนเสียงครางที่ดังออกมาแต่ละครั้ง ราวกับค้อนหนักที่ระรัวทุบลงบนใจเธอ ความเจ็บปวดพรั่งพรูราวกับกระแสน้ำ เธอจมดิ่งอยู่ในความเจ็บปวดนั้นจนแทบหายใจไม่ออก

วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานของเธอกับเขา เธอแต่งงานกับเขาได้ห้าปีแล้ว แต่ทั้งสองกลับไม่เคยมีความสัมพันธ์แบบสามีภรรยากันจริง ๆ เลยแม้แต่ครั้งเดียว

ที่แท้ เขายอมช่วยตัวเองแทนที่จะแตะต้องเธองั้นเหรอ?

เขาหอบหายใจถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะระเบิดเสียงครางต่ำ ๆ ออกมาอย่างความอดทน "เฉิงเฉิง..."

เสียงนี้...เหมือนเป็นค้อนพิฆาตครั้งสุดท้ายที่มอบให้แก่เธอ

ในใจเธอระเบิดดังโครม บางสิ่งถูกทุบแหลกเป็นผุยผงไปแล้ว

เธอพยายามปิดปากตัวเองไม่ให้ส่งเสียงร้องไห้ออกมา หันหลังกลับแล้ววิ่งหนีไปเลย แต่เพิ่งวิ่งได้ก้าวเดียวก็เสียหลักชนเข้ากับอ่างล้างหน้า ล้มลงบนพื้นทันที

"เจี่ยนจือ?" ในนั้น เสียงของเวินถิงเยี่ยนยังไม่ทันสงบลงเลย เธอฟังออกว่าเขาพยายามควบคุมไว้ แต่ก็ยังหายใจแรงมากอยู่ดี

"ฉัน...ฉันจะเข้าห้องน้ำ แต่ไม่รู้ว่านายอาบน้ำอยู่..." เธอกล่าวคำโกหกที่ยอดแย่ออกมา แล้วรีบคว้าอ่างล้างหน้าเพื่อพยุงตัวลุกขึ้น

แต่ยิ่งรีบร้อนก็ยิ่งดูจนตรอก บนพื้นกับอ่างล้างหน้าเปียกน้ำ ไม่ง่ายเลยกว่าเธอจะลุกขึ้นมาได้ แต่เวินถิงเยี่ยนกลับเดินออกมาแล้ว เขารีบสวมเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวแบบลวก ๆ แต่สายรัดเอวกลับถูกมัดไว้อย่างแน่นหนา

"เธอล้มเหรอ เดี๋ยวฉันช่วย" เขาทำท่าจะอุ้มเธอ

เธอเจ็บจนน้ำตาคลอเบ้า แต่ก็ยังปัดมือเขาออกอย่างทุลักทุเลแต่แน่วแน่ "ไม่เป็นไร ฉันลุกเองได้"

จากนั้น หลังจากเกือบจะลื่นล้มอีกครั้ง เธอก็รีบเดินโซเซหนีกลับไปที่ห้องนอน

ใช้คำว่า "หนี" ก็ไม่ผิดเลยสักนิด

ตลอดห้าปีที่แต่งงานกับเวินถิงเยี่ยน เธอเอาแต่หนี

หนีโลกภายนอก หนีสายตาแปลก ๆ ของทุกคน หนีความเมตตาและความเห็นอกเห็นใจของเวินถิงเยี่ยนด้วย นึกไม่ถึงว่าภรรยาของเวินถิงเยี่ยนเป็นคนขาเป๋

คนขาเป๋อย่างเธอจะคู่ควรกับเวินถิงเยี่ยนผู้สง่างามไร้มลทินและประสบความสำเร็จได้อย่างไร?

เดิมทีเธอเคยมีขาที่แข็งแรงและสวยงาม...

เวินถิงเยี่ยนตามออกมาติด ๆ เขาเป็นห่วงมากและถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ล้มเจ็บไหม? ให้ฉันดูหน่อย"

"ไม่ ไม่เป็นไร" เธอห่มผ้าห่มแน่นขึ้น ซ่อนความความจนตรอกของเธอไว้ในผ้าห่ม

"ไม่เป็นไรจริงเหรอ" เขาเป็นห่วงเธอจริง ๆ

"อืม" เธอหันหลังให้เขา แล้วออกแรงพยักหน้า

"งั้นเธอจะนอนแล้ว? อยากเข้าห้องน้ำไม่ใช่เหรอ"

"ตอนนี้ไม่อยากแล้ว นอนเถอะ" เธอเอ่ยเสียงเบา

"ดี จริงสิ วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานของเรา ฉันซื้อของขวัญมาให้ พรุ่งนี้เธอค่อยแกะดูนะว่าชอบไหม"

"ได้" ของขวัญวางอยู่บนหัวเตียง เธอเห็นมันแล้ว แต่ต่อให้เธอไม่แกะออกก็รู้ว่าข้างในคืออะไร

เป็นกล่องขนาดเท่ากันทุกปี ข้างในใส่นาฬิกาแบบเดียวกันไว้

ในลิ้นชักของเธอ มีนาฬิกาแบบเดียวกันวางอยู่เก้าเรือนแล้ว รวมถึงของขวัญวันเกิดด้วย นี่คือเรือนที่สิบ

บทสนทนาจบลงตรงนี้ เขาปิดไฟแล้วเอนกายลงนอน กลิ่นหอมชื้นของเจลอาบน้ำอบอวลอยู่ในอากาศ แต่เธอแทบไม่รู้สึกว่าเตียงยุบลงเลย เพราะบนเตียงขนาดสองเมตร เธอหลับอยู่ฝั่งนี้ ส่วนเขาเอนกายอยู่ริมอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งระยะห่างระหว่างทั้งสองยังนอนได้อีกสามคน

ไม่มีใครเอ่ยถึงชื่อ 'เฉิงเฉิง' และยิ่งไม่เอ่ยถึงสิ่งที่เขาเพิ่งทำในห้องน้ำ ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน

เธอนอนหงายตัวแข็งทื่อ รู้สึกร้อนผ่าวที่เบ้าตา

เฉิงเฉิง หรือ ลั่วอวี่เฉิง เป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมหาวิทยาลัยของเขา เป็นรักแรกและเป็นเทพธิดาในดวงใจ

หลังเรียนจบมหาวิทยาลัย ลั่วอวี่เฉิงไปต่างประเทศ ทั้งสองจึงเลิกกัน เวินถิงเยี่ยนเคยหมดอาลัยตายอยากจนดื่มเหล้าทุกวัน

เจี่ยนจือกับเวินถิงเยี่ยนเป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยม

เธอยอมรับว่าสมัยมัธยมปลายเคยแอบชอบเขา

ตอนนั้นเขาเป็นหนุ่มฮอตของโรงเรียน เป็นเด็กเนิร์ดผู้เย็นชา ส่วนเธอเป็นนักเรียนสายศิลป์ ถึงแม้จะหน้าตาสวย แต่สาวสวยก็มีมากมาย ในชีวิตมัธยมปลายที่คะแนนคือทุกอย่าง นักเรียนสายศิลป์จึงไม่ได้โดดเด่นขนาดนั้น มิหนำซ้ำยังมีคนมองด้วยอคติอีกด้วย

ดังนั้น นั่นจึงเป็นเพียงการแอบรักข้างเดียว เธอไม่เคยคิดฝันว่าจะมีวันได้ยืนอยู่ตรงหน้าเขา

จนกระทั่งเธอเรียนจบจากสถาบันสอนเต้นและกลับมาพักร้อนที่บ้าน ก็ได้บังเอิญพบเขาที่กำลังท้อแท้สิ้นหวัง

คืนนั้นเขาดื่มจนเมามาย เดินโซเซไปมาและไม่ได้มองสัญญาณไฟตอนข้ามถนน มีรถคันหนึ่งขับมาด้วยความเร็วและเบรกไม่ทัน ตอนนั้นเธอเดินตามหลังเขามาเพราะเป็นห่วง เธอผลักเขาออกไป แต่กลับถูกรถชนเสียเอง

เธอเป็นนักเรียนสถาบันสอนเต้น ได้รับสิทธิ์ศึกษาต่อในระดับปริญญาโทแล้ว

ทว่าอุบัติเหตุทางรถยนต์ครั้งนี้ ทำให้เธอขาพิการ

เธอ...ไม่สามารถเต้นได้อีกต่อไป

ต่อมา เขาเลิกเหล้าและแต่งงานกับเธอ

เขารู้สึกผิดต่อเธอตลอดมา รู้สึกขอบคุณเธออยู่เสมอ พูดจาอ่อนโยนและทำตัวเย็นชามาตลอด ให้ของขวัญและเงินกับเธอมากมายมาตลอดเช่นกัน

แต่ติดอยู่อย่างเดียว คือเขาไม่รักเธอ

เธอเคยคิดว่าเวลาจะทำให้ทุกอย่างอบอุ่นขึ้น คิดว่าเวลาจะชะล้างทุกสิ่งได้

แต่เธอคิดไม่ถึงเลย ว่าผ่านไปห้าปีแล้วเขาก็ยังจำชื่อ "เฉิงเฉิง" ได้ฝังใจแบบนี้ ถึงขั้นว่ายังเรียกชื่อนี้อยู่ตอนที่เขากำลังปรนเปรอตัวเอง

สุดท้ายก็เป็นเธอเองที่โง่และไร้เดียงสาเกินไป...

เธอนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน อีเมลนั้นในโทรศัพท์ คืนนี้เธออ่านมันไม่ต่ำกว่าร้อยรอบ

มันคือจดหมายตอบรับเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ เป็นเรื่องที่เดิมทีเธอตั้งใจจะปรึกษาเขา

เธอจะถามเขาว่าเธอสามารถไปเรียนต่อที่ต่างประเทศได้หรือไม่?

แต่พอมาดูตอนนี้ เหมือนว่าไม่จำเป็นต้องปรึกษาเขาแล้ว

การแต่งงานห้าปี ค่ำคืนที่พลิกตัวไปมานับครั้งไม่ถ้วน ในที่สุดตอนนี้ก็เริ่มนับถอยหลังได้สักที

ตอนที่เขาตื่นนอน เธอยังแสร้งทำเป็นหลับอยู่ ได้ยินเขาคุยกับป้าเฉินที่เป็นแม่บ้านอยู่ด้านนอก "คืนนี้ผมมีกินเลี้ยงสังสรรค์ ไม่ต้องให้คุณนายรอผมนะ ให้เธอรีบเข้านอนได้เลย"

หลังจากกำชับเสร็จ เขายังกลับเข้ามาดูในห้องอีกครั้ง เธอกำลังนอนคลุมโปง แต่ น้ำตาซึมเปียกหมอนไปแล้ว

ปกติเวลาเขาไปบริษัท เธอจะจัดชุดที่เขาจะใส่วางไว้ข้าง ๆ ล่วงหน้า เขาเพียงแค่สวมใส่เท่านั้น

แต่วันนี้เธอไม่ได้ทำ

เขาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องแต่งตัวด้วยตัวเอง จากนั้นก็ไปบริษัท

ตอนนี้เธอถึงได้ลืมตา รู้สึกเพียงว่าดวงตาบวมอย่างรุนแรง

เสียงนาฬิกาปลุกในโทรศัพท์ดังขึ้น

เป็นเวลาที่เธอกำหนดให้ตัวเอง ควรลุกขึ้นมาอ่านภาษาอังกฤษแล้ว

เนื่องจากขาของเธอพิการ หลังแต่งงานธอจึงใช้เวลา 90% ขังตัวเองอยู่ในบ้าน เธอไม่ยอมออกจากบ้านอีกเลย ทำได้เพียงแบ่งเวลาในแต่ละวันออกเป็นช่วง ๆ และหาอะไรทำเพื่อฆ่าเวลาในแต่ละช่วงเท่านั้น

เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาปิดนาฬิกาปลุก จากนั้นก็ไถแอปพลิเคชันต่าง ๆ อย่างไร้จุดหมาย

ในหัวเธอสับสนวุ่นวาย อ่านอะไรก็ไม่เข้าหัวสักอย่าง

จนกระทั่งเธอเลื่อนไปเจอวิดีโอหนึ่งบนโซเชียลมีเดีย

คนที่อยู่ในภาพคุ้นตามาก...

เมื่อมองชื่อบัญชีอีกครั้ง 'เฉิงเฉิงCC'

อัลกอริทึมนี่มัน...

เวลาที่โพสต์คือเมื่อคืนนี้

พอเจี่ยนจือกดเปิดวิดีโอ เสียงดนตรีสนุกสนานก็ดังขึ้นทันที จากนั้นก็มีคนตะโกนว่า "หนึ่ง สอง สาม! ยินดีต้อนรับกลับมานะเฉิงเฉิง! ชนแก้ว!"

เสียงนั้น…ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเสียงของเวินถิงเยี่ยน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 628

    “ยังดีที่ก่อนหน้านี้พื้นฐานเธอไม่ได้แย่มาก ถ้าพยายามอีกหน่อยน่าจะ……”ขณะที่พูด ๆ อยู่ ทั้งสองคนก็มาถึงบอร์ดประกาศตอนนี้หน้าบอร์ดประชาสัมพันธ์เต็มไปด้วยนักเรียน ทุกคนกำลังคุยกันเจี๊ยวจ๊าวว่าใครได้อยู่ห้องไหนบ้าง ถ้าเห็นว่าตัวเองได้อยู่ห้องเดียวกับเพื่อนสนิท เสียงโห่ร้องดีใจก็จะดังขึ้นเป็นระยะเจี่ยนจือไม่ได้มองทางฝั่งสายวิทย์เลย เธอเดินตรงไปดูรายชื่อของสายศิลป์“ทางนี้ เธอจะไปไหน……” เวินถิงเยี่ยนพูดยังไม่ทันจบ ทันใดนั้นเองเขาก็ฉุกคิดอะไรขึ้นได้จึงรีบตามเธอไปแล้วเขาก็เห็นชื่อของเจี่ยนจืออยู่ในรายชื่อห้องทดลองสายศิลป์ 1“เธอหลอกฉัน?”ทั้งที่วันนี้อากาศร้อนจัด แต่เจี่ยนจือกลับรู้สึกเหมือนว่ามีไอเย็นยะเยียบแผ่ออกมาจากด้านหลัง หลังจากนั้น เธอก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกตอนที่เจี่ยนจือหันกลับไป คนที่ยืนอยู่ด้านหลังก็หายไปแล้ว กลับเป็นเมิ่งเฉิงซ่งที่เดินเข้ามาหาเธอ พร้อมหัวเราะอย่างดีใจ “เจี่ยนจือ!พวกเราได้อยู่ห้องเดียวกันจริงด้วย!”ใช่ เมิ่งเฉิงซ่งก็มีชื่ออยู่ในห้องทดลองสายศิลป์ 1 เช่นกัน“วันนี้ฉันต้องเลี้ยงข้าวเธอให้ได้!ฉลองกันหน่อย!” เมิ่งเฉิงซ่งกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจเจี่ยนจ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 627

    เจี่ยนจือรู้สึกสังหรณ์ไม่ดีเท่าไหร่แต่ตอนนี้เวินถิงเยี่ยนเห็นเธอแล้ว และจากสายตาของเขาก็ดูท่าว่าจะไม่ยอมปล่อยเธอไปง่าย ๆ เธอได้แต่เดินเข้าไปอย่างไม่เต็มใจนัก ซึ่งในมือของเวินถิงเยี่ยนกำลังถือใบคะแนนของนักเรียนในห้องอยู่จริงสิ เขาเป็นกรรมการฝ่ายการศึกษา ย่อมต้องได้เห็นคะแนนทั้งหมดก่อนอยู่แล้ว“ดูเธอสิ” เขาชี้ไปที่ใบคะแนน “ดูสิว่าเธอสอบออกมาเป็นยังไงบ้าง?วิชาสายวิทย์ไม่ผ่านเลยสักวิชา!”เจี่ยนจือไม่มีอะไรจะเถียงสิบกว่าปีแล้ว เธอไม่ได้แตะความรู้พวกนั้นเลยตั้งแต่เรียนจบมัธยม จะให้จำได้ยังไงล่ะ?ยิ่งไปกว่านั้น ตอนเรียนเธอก็แทบจะเอาตัวไม่รอด ที่ทุ่มเทไปทั้งหมดก็เพราะอยากเรียนสายวิทย์กับเขา“คะแนนตกลงแบบนี้ เธอจะยังสอบเข้ามหาวิทยาลัยอยู่ไหม?หรือต่อให้เธอเป็นนักเรียนศิลปะ แต่คะแนนวิชาสามัญแย่ขนาดนี้ก็สอบไม่ติดหรอกมั้ง?” เวินถิงเยี่ยนชี้ไปที่ใบคะแนน พลางมองเธอด้วยแววตาราวกับตัวเองเป็นครูประจำชั้นเสียเอง“ฉันรู้แล้ว ต่อจากนี้ฉันจะตั้งใจให้มากขึ้น” เธอเดินผ่านเขาแล้วตรงไปข้างหน้าวันนี้เป็นวันประกาศผลการจัดห้องเรียน น่าจะมีการเอารายชื่อไปติดไว้ที่บอร์ดประชาสัมพันธ์“หยุดนะ!เธอจะรีบไปไ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 626

    เจี่ยนจือไม่ค่อยอยากหยิบให้เขาดูเท่าไหร่เพราะแบบฟอร์มแจกมาให้สักพักแล้ว และเจี่ยนจือในตอนนั้นกรอกเลือกสายวิทย์เอาไว้ เธอยังไม่ทันได้แก้เมื่อเวินถิงเยี่ยนเห็นเธอนั่งนิ่งไม่ขยับ สีหน้าก็เริ่มไม่สู้ดีนัก เขาจ้องเธอเขม็ง “เอาออกมาสิ เดี๋ยวจะต้องส่งแล้ว……เธอคงไม่……” เขาลังเลไปนิดหนึ่ง “เชื่อคำพูดของเมิ่งเฉิงซ่งจริง ๆ หรอกนะ?”“เมิ่งเฉิงซ่ง?เขาพูดอะไร?” หร่านเฉินโพล่งขึ้นมาเวินถิงเยี่ยนถูกถามจนพูดไม่ออกเจี่ยนจือหันไปสบตาหร่านเฉิน จะให้พูดเรื่องนี้ตอนนี้ก็คงไม่เหมาะเท่าไหร่“ฉันคิดดูแล้ว ฉันว่าฉัน……” เจี่ยนจือเตรียมจะบอกว่าเธอเลือกเรียนสายศิลป์ แต่จู่ ๆ เวินถิงเยี่ยนก็แย่งกระเป๋าของเธอไปเสียก่อน“ทำอะไรของนาย?” เจี่ยนจือยื่นมือแย่งกระเป๋าคืนมาแต่แฟ้มเอกสารในกระเป๋าถูกเวินถิงเยี่ยนดึงออกมาแล้ว และในนั้นก็มีแบบฟอร์มของเธออยู่ด้วย แถมยังวางอยู่ด้านบนสุดทำให้มองเห็นผ่านซองใสได้อย่างชัดเจนว่าเธอเลือกสายวิทย์พอเห็นคำว่า “สายวิทย์” มุมปากของเวินถิงเยี่ยนก็กระตุกขึ้นเล็กน้อย เขายื่นกระเป๋าคืนให้เธอ แล้วดึงแบบฟอร์มออกมาจากซองเอกสาร “ส่งเลยนะ”“ไม่!” เจี่ยนจือรีบตอบ “ผู้ปกครองฉันยังไม่

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 625

    ถ้าเป็นไปได้ เธออยากจะเกลี้ยกล่อมเมิ่งเฉิงซ่งว่าอย่าไปเรียนต่อต่างประเทศ ไม่รู้ว่าถ้าทำแบบนั้นแล้ว จะสามารถเปลี่ยนจุดจบที่เขาต้องจากไปตั้งแต่อายุยังน้อยได้หรือเปล่า?แต่ดูเหมือนว่าการทำแบบนั้นจะเป็นการก้าวก่ายชีวิตของเขามากเกินไปหน่อยทว่าเมิ่งเฉิงซ่งกลับยิ้มแล้วส่ายหน้า “ฉันไม่มีแพลนจะไปเรียนต่างประเทศหรอก ตั้งใจจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยในประเทศนี่แหละ ฉันบอกเธอแล้วนี่นา?ฉันเรียนสายศิลป์ และต่อจากนี้เราก็จะได้อยู่ห้องเดียวกันแล้ว”ถ้าเป็นแบบนี้ได้จะดีที่สุดเลยไม่นานก็ถึงช่วงเวลาที่ต้องตัดสินใจเลือกสายการเรียนกันจริง ๆตั้งแต่วันที่เจี่ยนจือได้เจอกับเวินถิงเยี่ยนหน้าโรงเรียนในวันนั้น เมิ่งเฉิงซ่งกับเวินถิงเยี่ยนก็มีเรื่องไม่ลงรอยกัน ตั้งแต่นั้นมาเวินถิงเยี่ยนก็ไม่สนใจเจี่ยนจืออีกเลยเวลาเก็บการบ้านก็ไม่คุยกับเธอ แค่หยิบการบ้านบนโต๊ะแล้วสะบัดหน้าเดินไปเลยถ้าเป็นเจี่ยนจือที่อยู่ในวัยมัธยมจริง ๆ เธอคนนั้นคงจะเสียใจมากสินะ?แต่ตอนนี้ไม่ใช่……ตอนนี้เธอคือเจี่ยนจือที่อายุขึ้นเลขสามเจี่ยนจือในช่วงอายุสิบหกถึงสิบแปดปี ความสุขและความเศร้าของเธอล้วนขึ้นอยู่กับเวินถิงเยี่ยน ส่วนเจี่ยนจือในว

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 624

    ชั่วขณะนั้น สีหน้าของเวินถิงเยี่ยนเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาจนแทบจับอารมณ์ไม่ถูก ทั้งอับอายทั้งกระอักกระอ่วนราวกับหาทางลงไม่ได้ สุดท้ายความอับอายก็แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธ “เรื่องของฉันกับเจี่ยนจือ พวกเรามีแผนกันอยู่แล้ว เกี่ยวอะไรกับนายด้วย?”“ไม่” เมิ่งเฉิงซ่งสวนกลับอย่างไม่ยอมแพ้ “มันเป็นเรื่องของเจี่ยนจือ ไม่ว่าจะฉันหรือนาย ก็ไม่มีสิทธิ์มายุ่งกับเรื่องนี้ทั้งนั้น!เธอเต้นรำได้ดีขนาดนั้น แถมยังเคยได้รางวัลจากการแสดงนาฏศิลป์จีนตั้งไม่รู้เท่าไหร่ คนแบบนี้ควรจะได้ไปเรียนในสถาบันนาฏศิลป์ที่ดีที่สุด ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาขวางเธอ!”“ฉันไปห้ามไม่ให้เจี่ยนจือเข้าเรียนในสถาบันที่ดีที่สุดตั้งแต่เมื่อไหร่?” เวินถิงเยี่ยนตวาดเสียงดังลั่นอย่างที่ไม่ค่อยมีให้เห็นนัก“การที่นายให้เธอเลือกสายวิทย์ มันก็เท่ากับจำกัดทางเลือกของเธอตั้งแต่การเลือกมหาวิทยาลัยไปจนถึงสาขาที่จะเรียนแล้ว!” เสียงของเมิ่งเฉิงซ่งเองก็ดังไม่แพ้กันเวินถิงเยี่ยนโกรธจนหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงไม่หยุด เขาใช้เวลาพักใหญ่กว่าจะสงบสติอารมณ์ลงได้ สุดท้ายเขาก็หันไปกระซิบกับเจี่ยนจือว่า “เจี่ยนจือ ไม่ว่าเธอจะเลือกเรียนสายไหนมันก็เป็นสิทธิ์ของเธอ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 623

    ดังนั้น ไม่ว่าเธอจะย้อนกลับมาที่อดีตหรือไม่ มีอยู่สองเรื่องที่เธอต้องทำเรื่องแรก คือห้ามให้ตัวเธอในตอนนี้ตกหลุมรักเวินถิงเยี่ยนอีก ส่วนอีกเรื่องคือไม่ปล่อยให้เวินถิงเยี่ยนตกหลุมรักลั่วอวี่เฉิง ถ้าเป็นแบบนี้ เวินถิงเยี่ยนก็จะไม่ดื่มเหล้าจนเมามายขาดสติเพราะสูญเสียลั่วอวี่เฉิง เธอเองก็จะไม่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เพราะช่วยเวินถิงเยี่ยน ยิ่งกว่านั้นก็จะไม่ต้องแต่งงานกับเวินถิงเยี่ยน ส่วนเวินถิงเยี่ยนเองก็ไม่จำเป็นต้องมาช่วยชีวิตเธอในภายหลัง……ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปต่อให้ทั้งหมดนี้เป็นเพียงความฝัน แต่ตราบใดที่เธอยังอยู่ในฝันนี้เพิ่มขึ้นอีกวัน เธอก็จะพยายามทำสองเรื่องนี้ให้สำเร็จในทุก ๆ วันถ้าเกิดมันเป็นเรื่องจริงขึ้นมาล่ะ?ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ช่วงเวลาที่เธอกลับเข้ามาในฝันล้วนแตกต่างกันไป บางครั้งเป็นช่วงก่อนเรียนจบ บางครั้งก็เป็นช่วงที่คุณย่าของเวินถิงเยี่ยนป่วย บางครั้งก็เป็นตอนที่เธอเพิ่งขึ้นมัธยมปลาย ซึ่งทุกอย่างยังไม่ทันเกิดขึ้นแต่ครั้งนี้ เธอกลับมาอยู่ในช่วงเวลาที่เร็วที่สุดเท่าที่เคยเป็นมา เป็นช่วงเวลาที่เรื่องราวทั้งหมดยังไม่ทันเริ่มต้นขึ้นคุณย่าของเวินถิงเยี่ยนยังไม่ป่วย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status