Share

ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน
ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน
Author: ปลาคาร์ปตัวน้อย

บทที่ 1

Author: ปลาคาร์ปตัวน้อย
เสียงน้ำไหลซ่า ๆ ดังมาจากในห้องน้ำ

เวินถิงเยี่ยนกำลังอาบน้ำอยู่

เวลาตีสาม

เขาเพิ่งจะกลับมาถึงบ้าน

เจี่ยนจือยืนอยู่หน้าประตูห้องน้ำ เธอมีบางเรื่องอยากปรึกษาเขา

เธอตื่นเต้นนิดหน่อย ไม่รู้ว่าเรื่องที่เธอกำลังจะบอกเขา พอเขาได้ฟังแล้วจะเห็นด้วยหรือไม่

ขณะที่เธอกำลังคิดว่าจะพูดอย่างไรดี ในห้องน้ำกลับมีเสียงแปลก ๆ ดังออกมา

พอเธอตั้งใจฟังถึงได้เข้าใจ คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะกำลังช่วยปรนเปรอความใคร่ของตัวเอง...

เสียงหอบหายใจปนเสียงครางที่ดังออกมาแต่ละครั้ง ราวกับค้อนหนักที่ระรัวทุบลงบนใจเธอ ความเจ็บปวดพรั่งพรูราวกับกระแสน้ำ เธอจมดิ่งอยู่ในความเจ็บปวดนั้นจนแทบหายใจไม่ออก

วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานของเธอกับเขา เธอแต่งงานกับเขาได้ห้าปีแล้ว แต่ทั้งสองกลับไม่เคยมีความสัมพันธ์แบบสามีภรรยากันจริง ๆ เลยแม้แต่ครั้งเดียว

ที่แท้ เขายอมช่วยตัวเองแทนที่จะแตะต้องเธองั้นเหรอ?

เขาหอบหายใจถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะระเบิดเสียงครางต่ำ ๆ ออกมาอย่างความอดทน "เฉิงเฉิง..."

เสียงนี้...เหมือนเป็นค้อนพิฆาตครั้งสุดท้ายที่มอบให้แก่เธอ

ในใจเธอระเบิดดังโครม บางสิ่งถูกทุบแหลกเป็นผุยผงไปแล้ว

เธอพยายามปิดปากตัวเองไม่ให้ส่งเสียงร้องไห้ออกมา หันหลังกลับแล้ววิ่งหนีไปเลย แต่เพิ่งวิ่งได้ก้าวเดียวก็เสียหลักชนเข้ากับอ่างล้างหน้า ล้มลงบนพื้นทันที

"เจี่ยนจือ?" ในนั้น เสียงของเวินถิงเยี่ยนยังไม่ทันสงบลงเลย เธอฟังออกว่าเขาพยายามควบคุมไว้ แต่ก็ยังหายใจแรงมากอยู่ดี

"ฉัน...ฉันจะเข้าห้องน้ำ แต่ไม่รู้ว่านายอาบน้ำอยู่..." เธอกล่าวคำโกหกที่ยอดแย่ออกมา แล้วรีบคว้าอ่างล้างหน้าเพื่อพยุงตัวลุกขึ้น

แต่ยิ่งรีบร้อนก็ยิ่งดูจนตรอก บนพื้นกับอ่างล้างหน้าเปียกน้ำ ไม่ง่ายเลยกว่าเธอจะลุกขึ้นมาได้ แต่เวินถิงเยี่ยนกลับเดินออกมาแล้ว เขารีบสวมเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวแบบลวก ๆ แต่สายรัดเอวกลับถูกมัดไว้อย่างแน่นหนา

"เธอล้มเหรอ เดี๋ยวฉันช่วย" เขาทำท่าจะอุ้มเธอ

เธอเจ็บจนน้ำตาคลอเบ้า แต่ก็ยังปัดมือเขาออกอย่างทุลักทุเลแต่แน่วแน่ "ไม่เป็นไร ฉันลุกเองได้"

จากนั้น หลังจากเกือบจะลื่นล้มอีกครั้ง เธอก็รีบเดินโซเซหนีกลับไปที่ห้องนอน

ใช้คำว่า "หนี" ก็ไม่ผิดเลยสักนิด

ตลอดห้าปีที่แต่งงานกับเวินถิงเยี่ยน เธอเอาแต่หนี

หนีโลกภายนอก หนีสายตาแปลก ๆ ของทุกคน หนีความเมตตาและความเห็นอกเห็นใจของเวินถิงเยี่ยนด้วย นึกไม่ถึงว่าภรรยาของเวินถิงเยี่ยนเป็นคนขาเป๋

คนขาเป๋อย่างเธอจะคู่ควรกับเวินถิงเยี่ยนผู้สง่างามไร้มลทินและประสบความสำเร็จได้อย่างไร?

เดิมทีเธอเคยมีขาที่แข็งแรงและสวยงาม...

เวินถิงเยี่ยนตามออกมาติด ๆ เขาเป็นห่วงมากและถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ล้มเจ็บไหม? ให้ฉันดูหน่อย"

"ไม่ ไม่เป็นไร" เธอห่มผ้าห่มแน่นขึ้น ซ่อนความความจนตรอกของเธอไว้ในผ้าห่ม

"ไม่เป็นไรจริงเหรอ" เขาเป็นห่วงเธอจริง ๆ

"อืม" เธอหันหลังให้เขา แล้วออกแรงพยักหน้า

"งั้นเธอจะนอนแล้ว? อยากเข้าห้องน้ำไม่ใช่เหรอ"

"ตอนนี้ไม่อยากแล้ว นอนเถอะ" เธอเอ่ยเสียงเบา

"ดี จริงสิ วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานของเรา ฉันซื้อของขวัญมาให้ พรุ่งนี้เธอค่อยแกะดูนะว่าชอบไหม"

"ได้" ของขวัญวางอยู่บนหัวเตียง เธอเห็นมันแล้ว แต่ต่อให้เธอไม่แกะออกก็รู้ว่าข้างในคืออะไร

เป็นกล่องขนาดเท่ากันทุกปี ข้างในใส่นาฬิกาแบบเดียวกันไว้

ในลิ้นชักของเธอ มีนาฬิกาแบบเดียวกันวางอยู่เก้าเรือนแล้ว รวมถึงของขวัญวันเกิดด้วย นี่คือเรือนที่สิบ

บทสนทนาจบลงตรงนี้ เขาปิดไฟแล้วเอนกายลงนอน กลิ่นหอมชื้นของเจลอาบน้ำอบอวลอยู่ในอากาศ แต่เธอแทบไม่รู้สึกว่าเตียงยุบลงเลย เพราะบนเตียงขนาดสองเมตร เธอหลับอยู่ฝั่งนี้ ส่วนเขาเอนกายอยู่ริมอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งระยะห่างระหว่างทั้งสองยังนอนได้อีกสามคน

ไม่มีใครเอ่ยถึงชื่อ 'เฉิงเฉิง' และยิ่งไม่เอ่ยถึงสิ่งที่เขาเพิ่งทำในห้องน้ำ ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน

เธอนอนหงายตัวแข็งทื่อ รู้สึกร้อนผ่าวที่เบ้าตา

เฉิงเฉิง หรือ ลั่วอวี่เฉิง เป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมหาวิทยาลัยของเขา เป็นรักแรกและเป็นเทพธิดาในดวงใจ

หลังเรียนจบมหาวิทยาลัย ลั่วอวี่เฉิงไปต่างประเทศ ทั้งสองจึงเลิกกัน เวินถิงเยี่ยนเคยหมดอาลัยตายอยากจนดื่มเหล้าทุกวัน

เจี่ยนจือกับเวินถิงเยี่ยนเป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยม

เธอยอมรับว่าสมัยมัธยมปลายเคยแอบชอบเขา

ตอนนั้นเขาเป็นหนุ่มฮอตของโรงเรียน เป็นเด็กเนิร์ดผู้เย็นชา ส่วนเธอเป็นนักเรียนสายศิลป์ ถึงแม้จะหน้าตาสวย แต่สาวสวยก็มีมากมาย ในชีวิตมัธยมปลายที่คะแนนคือทุกอย่าง นักเรียนสายศิลป์จึงไม่ได้โดดเด่นขนาดนั้น มิหนำซ้ำยังมีคนมองด้วยอคติอีกด้วย

ดังนั้น นั่นจึงเป็นเพียงการแอบรักข้างเดียว เธอไม่เคยคิดฝันว่าจะมีวันได้ยืนอยู่ตรงหน้าเขา

จนกระทั่งเธอเรียนจบจากสถาบันสอนเต้นและกลับมาพักร้อนที่บ้าน ก็ได้บังเอิญพบเขาที่กำลังท้อแท้สิ้นหวัง

คืนนั้นเขาดื่มจนเมามาย เดินโซเซไปมาและไม่ได้มองสัญญาณไฟตอนข้ามถนน มีรถคันหนึ่งขับมาด้วยความเร็วและเบรกไม่ทัน ตอนนั้นเธอเดินตามหลังเขามาเพราะเป็นห่วง เธอผลักเขาออกไป แต่กลับถูกรถชนเสียเอง

เธอเป็นนักเรียนสถาบันสอนเต้น ได้รับสิทธิ์ศึกษาต่อในระดับปริญญาโทแล้ว

ทว่าอุบัติเหตุทางรถยนต์ครั้งนี้ ทำให้เธอขาพิการ

เธอ...ไม่สามารถเต้นได้อีกต่อไป

ต่อมา เขาเลิกเหล้าและแต่งงานกับเธอ

เขารู้สึกผิดต่อเธอตลอดมา รู้สึกขอบคุณเธออยู่เสมอ พูดจาอ่อนโยนและทำตัวเย็นชามาตลอด ให้ของขวัญและเงินกับเธอมากมายมาตลอดเช่นกัน

แต่ติดอยู่อย่างเดียว คือเขาไม่รักเธอ

เธอเคยคิดว่าเวลาจะทำให้ทุกอย่างอบอุ่นขึ้น คิดว่าเวลาจะชะล้างทุกสิ่งได้

แต่เธอคิดไม่ถึงเลย ว่าผ่านไปห้าปีแล้วเขาก็ยังจำชื่อ "เฉิงเฉิง" ได้ฝังใจแบบนี้ ถึงขั้นว่ายังเรียกชื่อนี้อยู่ตอนที่เขากำลังปรนเปรอตัวเอง

สุดท้ายก็เป็นเธอเองที่โง่และไร้เดียงสาเกินไป...

เธอนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน อีเมลนั้นในโทรศัพท์ คืนนี้เธออ่านมันไม่ต่ำกว่าร้อยรอบ

มันคือจดหมายตอบรับเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ เป็นเรื่องที่เดิมทีเธอตั้งใจจะปรึกษาเขา

เธอจะถามเขาว่าเธอสามารถไปเรียนต่อที่ต่างประเทศได้หรือไม่?

แต่พอมาดูตอนนี้ เหมือนว่าไม่จำเป็นต้องปรึกษาเขาแล้ว

การแต่งงานห้าปี ค่ำคืนที่พลิกตัวไปมานับครั้งไม่ถ้วน ในที่สุดตอนนี้ก็เริ่มนับถอยหลังได้สักที

ตอนที่เขาตื่นนอน เธอยังแสร้งทำเป็นหลับอยู่ ได้ยินเขาคุยกับป้าเฉินที่เป็นแม่บ้านอยู่ด้านนอก "คืนนี้ผมมีกินเลี้ยงสังสรรค์ ไม่ต้องให้คุณนายรอผมนะ ให้เธอรีบเข้านอนได้เลย"

หลังจากกำชับเสร็จ เขายังกลับเข้ามาดูในห้องอีกครั้ง เธอกำลังนอนคลุมโปง แต่ น้ำตาซึมเปียกหมอนไปแล้ว

ปกติเวลาเขาไปบริษัท เธอจะจัดชุดที่เขาจะใส่วางไว้ข้าง ๆ ล่วงหน้า เขาเพียงแค่สวมใส่เท่านั้น

แต่วันนี้เธอไม่ได้ทำ

เขาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องแต่งตัวด้วยตัวเอง จากนั้นก็ไปบริษัท

ตอนนี้เธอถึงได้ลืมตา รู้สึกเพียงว่าดวงตาบวมอย่างรุนแรง

เสียงนาฬิกาปลุกในโทรศัพท์ดังขึ้น

เป็นเวลาที่เธอกำหนดให้ตัวเอง ควรลุกขึ้นมาอ่านภาษาอังกฤษแล้ว

เนื่องจากขาของเธอพิการ หลังแต่งงานธอจึงใช้เวลา 90% ขังตัวเองอยู่ในบ้าน เธอไม่ยอมออกจากบ้านอีกเลย ทำได้เพียงแบ่งเวลาในแต่ละวันออกเป็นช่วง ๆ และหาอะไรทำเพื่อฆ่าเวลาในแต่ละช่วงเท่านั้น

เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาปิดนาฬิกาปลุก จากนั้นก็ไถแอปพลิเคชันต่าง ๆ อย่างไร้จุดหมาย

ในหัวเธอสับสนวุ่นวาย อ่านอะไรก็ไม่เข้าหัวสักอย่าง

จนกระทั่งเธอเลื่อนไปเจอวิดีโอหนึ่งบนโซเชียลมีเดีย

คนที่อยู่ในภาพคุ้นตามาก...

เมื่อมองชื่อบัญชีอีกครั้ง 'เฉิงเฉิงCC'

อัลกอริทึมนี่มัน...

เวลาที่โพสต์คือเมื่อคืนนี้

พอเจี่ยนจือกดเปิดวิดีโอ เสียงดนตรีสนุกสนานก็ดังขึ้นทันที จากนั้นก็มีคนตะโกนว่า "หนึ่ง สอง สาม! ยินดีต้อนรับกลับมานะเฉิงเฉิง! ชนแก้ว!"

เสียงนั้น…ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเสียงของเวินถิงเยี่ยน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 656

    อาจารย์จ้าวได้ฟังเช่นนั้นก็หัวเราะออกมาเบา ๆ “ขอบคุณนะ”เพราะอยู่บนเวทีจึงไม่มีเวลาพูดคุยกันมากนัก เจี่ยนจือจึงลงจากเวทีพร้อมกับความหวังว่า เธอจะได้พบอาจารย์อีกครั้งในรั้วมหาวิทยาลัยเมื่อออกจากโรงละคร สายลมยามค่ำคืนช่วยพัดพาความคิดฟุ้งซ่านของเจี่ยนจือให้ค่อย ๆ จางหายไป พอหันไปเห็นเมิ่งเฉิงซ่งที่เดินอยู่ข้างกาย เธอก็รู้สึกเขินขึ้นมาเล็กน้อยเมิ่งเฉิงซ่งคงแปลกใจแน่ ๆ ว่าทำไมเธอถึงร้องไห้หนักขนาดนั้น?“ฉัน……” เธอหัวเราะทั้งน้ำตา ดวงตายังคงแดงระเรื่อ “น่าตลกมากเลยใช่ไหม?”“จะเป็นแบบนั้นได้ยังไง?” ภายใต้แสงไฟริมถนน ดวงตาของเมิ่งเฉิงซ่งให้ความรู้สึกเหมือนถูกปกคลุมด้วยหมอกจาง ๆ ดูอบอุ่นเหลือเกิน “การร้องไห้ให้สิ่งที่ตัวเองรักเป็นเรื่องที่ควรค่าแก่การเคารพมากนะ”นี่เป็นครั้งแรกที่เจี่ยนจือได้ยินใครสักคนมองว่า “การร้องไห้” ก็เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ได้ จึงหลุดหัวเราะออกมา “เมิ่งเฉิงซ่ง นายนี่เข้าใจพูดนะ”แต่เมิ่งเฉิงซ่งกลับส่ายหน้า “ฉันไม่ได้พูดไปงั้น ๆ นะ ฉันพูดจริง ๆ ฉันอิจฉาเธอมากนะเพราะฉันว่าการที่คนเราจะยึดมั่นในสิ่งที่รักมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แล้วยิ่งสามารถหลั่งน้ำตาให้กับสิ่งนั้นได

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 655

    ณ ใต้ต้นการบูร เมิ่งเฉิงซ่งหยิบบัตรเข้าชมการแสดงออกมาสองใบ “ดูสิว่านี่อะไร?”ดวงตาของเจี่ยนจือเป็นประกายทันที “ว้าว บัตรชมการแสดงของอาจารย์จ้าวเหรอ?”เมิ่งเฉิงซ่งยกยิ้มพลางพยักหน้ารับ“นี่นายไปเอามา……?” หัวใจของเจี่ยนจือเต้นระรัวด้วยความดีใจ!อาจารย์จ้าวของเธออาจารย์จ้าวที่เคยเป็นคนผลักดันเธอสมัยเรียนอยู่สถาบันนาฏศิลป์!อาจารย์จ้าวคนที่คอยเอาใจใส่เธอถึงแม้เธอจะบาดเจ็บที่ขาจนไม่สามารถขึ้นแสดงได้อีก!และอาจารย์จ้าวที่ยืนหยัดอยู่ข้างเธอแม้ในวันที่เธอโดนกระแสบนโลกออนไลน์ถล่ม!เพียงแต่ในอีกโลกหนึ่ง อาจารย์จ้าววางมือจากการขึ้นแสดงบนเวทีแล้ว และหันมาทุ่มเทให้กับงานสอนอย่างเต็มที่ เธอไม่ได้เห็นอาจารย์จ้าวผู้เปล่งประกายเจิดจรัสอยู่บนเวทีมานานกี่ปีแล้วนะ!บัตรสองใบนี้ที่เมิ่งเฉิงซ่งหามาให้ ช่างถูกใจเธอเหลือเกิน!“เมิ่งเฉิงซ่ง!” รอยยิ้มของเธอเปล่งประกายงดงามท่ามกลางแสงแดดในฤดูร้อน “นายรู้ได้ยังไงว่าฉันชอบอาจารย์จ้าว?”เมิ่งเฉิงซ่งกลับเอียงศีรษะแล้วยกยิ้มน้อย ๆ “ฉันไม่รู้หรอก ก็แค่เห็นว่าอาจารย์ท่านนี้เป็นสมาชิกคณะนาฏศิลป์ของวิทยาลัยนาฏศิลป์ในเมืองหลวง ที่นั่นคือมหาวิทยาลัยในฝันของเธอ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 654

    เวินถิงเยี่ยนไม่รู้แต่เขารู้ว่าเจี่ยนจือต้องเตรียมของขวัญให้เขาแน่นอนเย็นวันสุดท้ายที่คุณย่าเวินนอนโรงพยาบาล ตอนเลิกเรียน อาเฟิงยกแขนพาดไหล่เขา “ลูกพี่ มะรืนนี้แล้วนะ ฉันเตรียมของไว้หมดแล้ว เลิกเรียนก็ไปบ้านนายเลย”“อืม” เวินถิงเยี่ยนตอบเรียบ ๆบนใบหน้าของอาเฟิงมีสีหน้าตื่นเต้นแบบ “อดไม่ไหวแล้ว ต้องบอกนายให้ได้” “เฮ้ ลูกพี่!” จากนั้นก็หัวเราะแปลก ๆ ขึ้นมาอีกเวินถิงเยี่ยนปรายตามองเขาอย่างเย็นชา สีหน้าเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามอาเฟิงดึงเขาเข้ามาใกล้ทันที แล้วกดเสียงต่ำ ดวงตาเป็นประกาย “ฉันบอกนายแล้ว นายอย่าหลุดพิรุธล่ะ!”“อะไร?” เวินถิงเยี่ยนมองอย่างเฉยชา สายตาจับจ้องเมิ่งเฉิงซ่งที่ยืนอยู่ใต้ต้นการบูรตรงชั้นหนึ่ง“เจี่ยนจือไง! ของขวัญที่จะให้นาย!” อาเฟิงเอ่ยกระซิบพร้อมทำไม้ทำมือ “ฉันเห็นเธอเตรียมไว้แล้ว!”เวินถิงเยี่ยนเลิกเปลือกตาขึ้น “...อะไร?”“ลูกแก้วคริสตัลจักรวาลกับท้องฟ้าดวงดาว!” อาเฟิงตบแขนเขาอย่างตื่นเต้น “จริง ๆ นะ ฉันเห็นกับตาว่าเธอกำลังทำ! ฉันจะบอกนายให้ เมื่อสองเดือนก่อน ตอนนั้นพวกเรายังไม่ได้แยกห้อง ฉันแอบเห็นเจี่ยนจือวาดแบบอยู่ แล้วยังเห็นเธอซื้ออุปกรณ์มาเยอะม

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 653

    เจี่ยนจือนั่งเหม่อมองปฏิทินบนโต๊ะก่อนที่เจี่ยนจือจะย้อนเวลากลับมา เธอได้วงวันที่หนึ่งบนปฏิทินเอาไว้เธอเข้าใจความหมายของวงกลมนั้น วันนี้คือวันเกิดของเวินถิงเยี่ยนเจี่ยนจือคนนั้นที่เคยซื่อบื้อและมีแต่เวินถิงเยี่ยนอยู่เต็มหัวใจ แอบสลักความรักข้างเดียวของตัวเองเอาไว้ในรายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้อย่างเงียบ ๆถึงขั้นเริ่มเตรียมของขวัญวันเกิดให้เวินถิงเยี่ยนตั้งแต่สองเดือนก่อนบนโต๊ะยังมีของขวัญที่ทำค้างไว้อยู่ครึ่งหนึ่ง เป็นลูกแก้วคริสตัลที่เจี่ยนจือลงมือทำเองเธอตั้งใจจัดฉากด้านในอย่างมาก เป็นภาพของจักรวาลและท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว ท้องฟ้ายามค่ำคืนสีน้ำเงินเข้ม งดงามและเจิดจรัสเวินถิงเยี่ยนเป็นคนโดดเดี่ยว เธออยากบอกเขาว่าคนเราเกิดมาอยู่บนโลกใบนี้ ย่อมมีดวงดาวนับหมื่นนับพันคอยอยู่เป็นเพื่อนหรือบางที หนึ่งในนั้นอาจเป็นเธอตอนนั้นยังเด็ก มักชอบใช้เวลาและแรงมากมายทำเรื่องสวยงามฟุ้งฝันที่แทบไม่มีประโยชน์จริง ๆ เหมือนกับก้อนหินที่เธอเคยแกะสลักรูปพระจันทร์กับดอกหอมหมื่นลี้ก้อนนั้น ตอนนี้เมื่อหันกลับไปมอง ก็รู้สึกเพียงว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นช่างซื่อบื้อ เป็นแค่ความซาบซึ้งกับสิ่งที่ตัวเอ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 652

    ความหวั่นไหวในวัยเยาว์ คือการแอบเขียนชื่อของเธอลงบนหนังสือเรียน ก่อนจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วลบมันทิ้ง คือยามที่เธอเดินผ่านริมหน้าต่าง จังหวะหายใจก็พลันรวนไปหมด แต่กลับโทษว่าเป็นเพราะจักจั่นนอกหน้าต่างส่งเสียงดังเกินไปเด็กหนุ่มสองคนที่ยังอยู่ในวัยสดใส มองเห็นทั้งความอดกลั้น การต่อสู้ และความรู้สึกร้อนแรงในดวงตาของกันและกัน ทว่าสิ่งเดียวที่ไม่มีก็คือความลังเลสุดท้ายเวินถิงเยี่ยนก็เบือนสายตาออก เปลือกตาหลุบลงเล็กน้อย ปิดบังคลื่นอารมณ์ที่ปั่นป่วนอยู่ในดวงตาลึกคู่นั้น “ขอโทษนะอาซ่ง อย่างอื่นได้หมด แต่ข้อนี้ไม่ได้”เมิ่งเฉิงซ่งเองก็ไม่ได้ฝืนเขาอีก เพียงถามว่า “นายบอกฉันมาสิ ในชีวิตของนาย มีอะไรที่ทิ้งได้บ้าง? แล้วอะไรที่ทิ้งไม่ได้? ฉันช่วยนาย ฉันก็อยากได้สิ่งตอบแทน แต่ฉันไม่เอาของไร้ค่าหรอกนะ”เวินถิงเยี่ยนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างกะทันหัน รอยยิ้มเจือความอ้างว้างจาง ๆเพราะเขาพบว่าสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ไม่ได้มากมายเลย“อะไรก็ได้” เขาเอ่ยเสียงต่ำ “ยกเว้นสองคน”“สองคนไหน?” เมิ่งเฉิงซ่งถามต่อ“ย่าของฉัน” เวินถิงเยี่ยนหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะไม่ได้เอ่ยชื่อของอีกคน

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 651

    ดังนั้นเจี่ยนจือจึงถูกอาเฟิงดักอยู่หน้าห้องเต้นอย่างงง ๆ และต้องนั่งฟังอาเฟิงตะโกนอธิบายโจทย์ให้เธอฟังจนเสียงแทบแตกอยู่ครึ่งชั่วโมงกระทั่งอาเฟิงตะโกนอธิบายจนจบ เธอก็ยังคงอยู่ในสภาพมึนงง สมองอื้อไปหมด“ตกลงเธอเข้าใจหรือยังเนี่ย?” อาเฟิงตะโกนจนคอแทบไหม้เจี่ยนจือขมวดคิ้ว “โจทย์ง่ายขนาดนี้ นายจะตะโกนทำไม?”อาเฟิงนิ่งอึ้งไป ก่อนที่วินาทีต่อมาเสียงจะแหบพร่า “ถ้ามันง่าย แล้วทำไมเธอไม่ทำล่ะ? ปล่อยว่างหมดเลยเนี่ยนะ?”“แล้วทำไมฉันต้องทำด้วย? นายให้ฉันทำโจทย์ ฉันก็ต้องทำงั้นเหรอ? ฉัน...” มันไร้เหตุผลสุด ๆ ไปเลยไม่ใช่หรือไง?“ฉันไม่ได้ให้เธอทำ ลูกพี่ต่างหากที่ให้เธอทำ! ลูกพี่เป็นคนสั่ง!” น้ำเสียงของอาเฟิงเหมือนกำลังบอกว่า เธอกล้าไม่ฟังคำพูดของลูกพี่เหรอ?เจี่ยนจือยิ่งรู้สึกว่ามันเหลวไหลเข้าไปใหญ่ “เขาเป็นลูกพี่ของนาย ไม่ใช่ของฉันสักหน่อย!”เธอยัดข้อสอบกลับใส่มืออาเฟิง “ฉันไม่เรียนพิเศษ ขอบใจนะ”“เฮ้! เฮ้!” อาเฟิงตะโกนเรียกไล่หลังเธอเสียงดังเจี่ยนจือเดินจากไปตามทางของตัวเองโดยไม่สนใจเขา แต่อาเฟิงกลับตีความประโยคนั้นว่าเธอไม่อยากให้เขาสอน แต่อยากให้ลูกพี่มาสอนเองจะแบบนั้นได้ยังไง? ต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status