Share

ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน
ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน
Author: ปลาคาร์ปตัวน้อย

บทที่ 1

Author: ปลาคาร์ปตัวน้อย
เสียงน้ำไหลซ่า ๆ ดังมาจากในห้องน้ำ

เวินถิงเยี่ยนกำลังอาบน้ำอยู่

เวลาตีสาม

เขาเพิ่งจะกลับมาถึงบ้าน

เจี่ยนจือยืนอยู่หน้าประตูห้องน้ำ เธอมีบางเรื่องอยากปรึกษาเขา

เธอตื่นเต้นนิดหน่อย ไม่รู้ว่าเรื่องที่เธอกำลังจะบอกเขา พอเขาได้ฟังแล้วจะเห็นด้วยหรือไม่

ขณะที่เธอกำลังคิดว่าจะพูดอย่างไรดี ในห้องน้ำกลับมีเสียงแปลก ๆ ดังออกมา

พอเธอตั้งใจฟังถึงได้เข้าใจ คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะกำลังช่วยปรนเปรอความใคร่ของตัวเอง...

เสียงหอบหายใจปนเสียงครางที่ดังออกมาแต่ละครั้ง ราวกับค้อนหนักที่ระรัวทุบลงบนใจเธอ ความเจ็บปวดพรั่งพรูราวกับกระแสน้ำ เธอจมดิ่งอยู่ในความเจ็บปวดนั้นจนแทบหายใจไม่ออก

วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานของเธอกับเขา เธอแต่งงานกับเขาได้ห้าปีแล้ว แต่ทั้งสองกลับไม่เคยมีความสัมพันธ์แบบสามีภรรยากันจริง ๆ เลยแม้แต่ครั้งเดียว

ที่แท้ เขายอมช่วยตัวเองแทนที่จะแตะต้องเธองั้นเหรอ?

เขาหอบหายใจถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะระเบิดเสียงครางต่ำ ๆ ออกมาอย่างความอดทน "เฉิงเฉิง..."

เสียงนี้...เหมือนเป็นค้อนพิฆาตครั้งสุดท้ายที่มอบให้แก่เธอ

ในใจเธอระเบิดดังโครม บางสิ่งถูกทุบแหลกเป็นผุยผงไปแล้ว

เธอพยายามปิดปากตัวเองไม่ให้ส่งเสียงร้องไห้ออกมา หันหลังกลับแล้ววิ่งหนีไปเลย แต่เพิ่งวิ่งได้ก้าวเดียวก็เสียหลักชนเข้ากับอ่างล้างหน้า ล้มลงบนพื้นทันที

"เจี่ยนจือ?" ในนั้น เสียงของเวินถิงเยี่ยนยังไม่ทันสงบลงเลย เธอฟังออกว่าเขาพยายามควบคุมไว้ แต่ก็ยังหายใจแรงมากอยู่ดี

"ฉัน...ฉันจะเข้าห้องน้ำ แต่ไม่รู้ว่านายอาบน้ำอยู่..." เธอกล่าวคำโกหกที่ยอดแย่ออกมา แล้วรีบคว้าอ่างล้างหน้าเพื่อพยุงตัวลุกขึ้น

แต่ยิ่งรีบร้อนก็ยิ่งดูจนตรอก บนพื้นกับอ่างล้างหน้าเปียกน้ำ ไม่ง่ายเลยกว่าเธอจะลุกขึ้นมาได้ แต่เวินถิงเยี่ยนกลับเดินออกมาแล้ว เขารีบสวมเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวแบบลวก ๆ แต่สายรัดเอวกลับถูกมัดไว้อย่างแน่นหนา

"เธอล้มเหรอ เดี๋ยวฉันช่วย" เขาทำท่าจะอุ้มเธอ

เธอเจ็บจนน้ำตาคลอเบ้า แต่ก็ยังปัดมือเขาออกอย่างทุลักทุเลแต่แน่วแน่ "ไม่เป็นไร ฉันลุกเองได้"

จากนั้น หลังจากเกือบจะลื่นล้มอีกครั้ง เธอก็รีบเดินโซเซหนีกลับไปที่ห้องนอน

ใช้คำว่า "หนี" ก็ไม่ผิดเลยสักนิด

ตลอดห้าปีที่แต่งงานกับเวินถิงเยี่ยน เธอเอาแต่หนี

หนีโลกภายนอก หนีสายตาแปลก ๆ ของทุกคน หนีความเมตตาและความเห็นอกเห็นใจของเวินถิงเยี่ยนด้วย นึกไม่ถึงว่าภรรยาของเวินถิงเยี่ยนเป็นคนขาเป๋

คนขาเป๋อย่างเธอจะคู่ควรกับเวินถิงเยี่ยนผู้สง่างามไร้มลทินและประสบความสำเร็จได้อย่างไร?

เดิมทีเธอเคยมีขาที่แข็งแรงและสวยงาม...

เวินถิงเยี่ยนตามออกมาติด ๆ เขาเป็นห่วงมากและถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ล้มเจ็บไหม? ให้ฉันดูหน่อย"

"ไม่ ไม่เป็นไร" เธอห่มผ้าห่มแน่นขึ้น ซ่อนความความจนตรอกของเธอไว้ในผ้าห่ม

"ไม่เป็นไรจริงเหรอ" เขาเป็นห่วงเธอจริง ๆ

"อืม" เธอหันหลังให้เขา แล้วออกแรงพยักหน้า

"งั้นเธอจะนอนแล้ว? อยากเข้าห้องน้ำไม่ใช่เหรอ"

"ตอนนี้ไม่อยากแล้ว นอนเถอะ" เธอเอ่ยเสียงเบา

"ดี จริงสิ วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานของเรา ฉันซื้อของขวัญมาให้ พรุ่งนี้เธอค่อยแกะดูนะว่าชอบไหม"

"ได้" ของขวัญวางอยู่บนหัวเตียง เธอเห็นมันแล้ว แต่ต่อให้เธอไม่แกะออกก็รู้ว่าข้างในคืออะไร

เป็นกล่องขนาดเท่ากันทุกปี ข้างในใส่นาฬิกาแบบเดียวกันไว้

ในลิ้นชักของเธอ มีนาฬิกาแบบเดียวกันวางอยู่เก้าเรือนแล้ว รวมถึงของขวัญวันเกิดด้วย นี่คือเรือนที่สิบ

บทสนทนาจบลงตรงนี้ เขาปิดไฟแล้วเอนกายลงนอน กลิ่นหอมชื้นของเจลอาบน้ำอบอวลอยู่ในอากาศ แต่เธอแทบไม่รู้สึกว่าเตียงยุบลงเลย เพราะบนเตียงขนาดสองเมตร เธอหลับอยู่ฝั่งนี้ ส่วนเขาเอนกายอยู่ริมอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งระยะห่างระหว่างทั้งสองยังนอนได้อีกสามคน

ไม่มีใครเอ่ยถึงชื่อ 'เฉิงเฉิง' และยิ่งไม่เอ่ยถึงสิ่งที่เขาเพิ่งทำในห้องน้ำ ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน

เธอนอนหงายตัวแข็งทื่อ รู้สึกร้อนผ่าวที่เบ้าตา

เฉิงเฉิง หรือ ลั่วอวี่เฉิง เป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมหาวิทยาลัยของเขา เป็นรักแรกและเป็นเทพธิดาในดวงใจ

หลังเรียนจบมหาวิทยาลัย ลั่วอวี่เฉิงไปต่างประเทศ ทั้งสองจึงเลิกกัน เวินถิงเยี่ยนเคยหมดอาลัยตายอยากจนดื่มเหล้าทุกวัน

เจี่ยนจือกับเวินถิงเยี่ยนเป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยม

เธอยอมรับว่าสมัยมัธยมปลายเคยแอบชอบเขา

ตอนนั้นเขาเป็นหนุ่มฮอตของโรงเรียน เป็นเด็กเนิร์ดผู้เย็นชา ส่วนเธอเป็นนักเรียนสายศิลป์ ถึงแม้จะหน้าตาสวย แต่สาวสวยก็มีมากมาย ในชีวิตมัธยมปลายที่คะแนนคือทุกอย่าง นักเรียนสายศิลป์จึงไม่ได้โดดเด่นขนาดนั้น มิหนำซ้ำยังมีคนมองด้วยอคติอีกด้วย

ดังนั้น นั่นจึงเป็นเพียงการแอบรักข้างเดียว เธอไม่เคยคิดฝันว่าจะมีวันได้ยืนอยู่ตรงหน้าเขา

จนกระทั่งเธอเรียนจบจากสถาบันสอนเต้นและกลับมาพักร้อนที่บ้าน ก็ได้บังเอิญพบเขาที่กำลังท้อแท้สิ้นหวัง

คืนนั้นเขาดื่มจนเมามาย เดินโซเซไปมาและไม่ได้มองสัญญาณไฟตอนข้ามถนน มีรถคันหนึ่งขับมาด้วยความเร็วและเบรกไม่ทัน ตอนนั้นเธอเดินตามหลังเขามาเพราะเป็นห่วง เธอผลักเขาออกไป แต่กลับถูกรถชนเสียเอง

เธอเป็นนักเรียนสถาบันสอนเต้น ได้รับสิทธิ์ศึกษาต่อในระดับปริญญาโทแล้ว

ทว่าอุบัติเหตุทางรถยนต์ครั้งนี้ ทำให้เธอขาพิการ

เธอ...ไม่สามารถเต้นได้อีกต่อไป

ต่อมา เขาเลิกเหล้าและแต่งงานกับเธอ

เขารู้สึกผิดต่อเธอตลอดมา รู้สึกขอบคุณเธออยู่เสมอ พูดจาอ่อนโยนและทำตัวเย็นชามาตลอด ให้ของขวัญและเงินกับเธอมากมายมาตลอดเช่นกัน

แต่ติดอยู่อย่างเดียว คือเขาไม่รักเธอ

เธอเคยคิดว่าเวลาจะทำให้ทุกอย่างอบอุ่นขึ้น คิดว่าเวลาจะชะล้างทุกสิ่งได้

แต่เธอคิดไม่ถึงเลย ว่าผ่านไปห้าปีแล้วเขาก็ยังจำชื่อ "เฉิงเฉิง" ได้ฝังใจแบบนี้ ถึงขั้นว่ายังเรียกชื่อนี้อยู่ตอนที่เขากำลังปรนเปรอตัวเอง

สุดท้ายก็เป็นเธอเองที่โง่และไร้เดียงสาเกินไป...

เธอนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน อีเมลนั้นในโทรศัพท์ คืนนี้เธออ่านมันไม่ต่ำกว่าร้อยรอบ

มันคือจดหมายตอบรับเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ เป็นเรื่องที่เดิมทีเธอตั้งใจจะปรึกษาเขา

เธอจะถามเขาว่าเธอสามารถไปเรียนต่อที่ต่างประเทศได้หรือไม่?

แต่พอมาดูตอนนี้ เหมือนว่าไม่จำเป็นต้องปรึกษาเขาแล้ว

การแต่งงานห้าปี ค่ำคืนที่พลิกตัวไปมานับครั้งไม่ถ้วน ในที่สุดตอนนี้ก็เริ่มนับถอยหลังได้สักที

ตอนที่เขาตื่นนอน เธอยังแสร้งทำเป็นหลับอยู่ ได้ยินเขาคุยกับป้าเฉินที่เป็นแม่บ้านอยู่ด้านนอก "คืนนี้ผมมีกินเลี้ยงสังสรรค์ ไม่ต้องให้คุณนายรอผมนะ ให้เธอรีบเข้านอนได้เลย"

หลังจากกำชับเสร็จ เขายังกลับเข้ามาดูในห้องอีกครั้ง เธอกำลังนอนคลุมโปง แต่ น้ำตาซึมเปียกหมอนไปแล้ว

ปกติเวลาเขาไปบริษัท เธอจะจัดชุดที่เขาจะใส่วางไว้ข้าง ๆ ล่วงหน้า เขาเพียงแค่สวมใส่เท่านั้น

แต่วันนี้เธอไม่ได้ทำ

เขาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องแต่งตัวด้วยตัวเอง จากนั้นก็ไปบริษัท

ตอนนี้เธอถึงได้ลืมตา รู้สึกเพียงว่าดวงตาบวมอย่างรุนแรง

เสียงนาฬิกาปลุกในโทรศัพท์ดังขึ้น

เป็นเวลาที่เธอกำหนดให้ตัวเอง ควรลุกขึ้นมาอ่านภาษาอังกฤษแล้ว

เนื่องจากขาของเธอพิการ หลังแต่งงานธอจึงใช้เวลา 90% ขังตัวเองอยู่ในบ้าน เธอไม่ยอมออกจากบ้านอีกเลย ทำได้เพียงแบ่งเวลาในแต่ละวันออกเป็นช่วง ๆ และหาอะไรทำเพื่อฆ่าเวลาในแต่ละช่วงเท่านั้น

เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาปิดนาฬิกาปลุก จากนั้นก็ไถแอปพลิเคชันต่าง ๆ อย่างไร้จุดหมาย

ในหัวเธอสับสนวุ่นวาย อ่านอะไรก็ไม่เข้าหัวสักอย่าง

จนกระทั่งเธอเลื่อนไปเจอวิดีโอหนึ่งบนโซเชียลมีเดีย

คนที่อยู่ในภาพคุ้นตามาก...

เมื่อมองชื่อบัญชีอีกครั้ง 'เฉิงเฉิงCC'

อัลกอริทึมนี่มัน...

เวลาที่โพสต์คือเมื่อคืนนี้

พอเจี่ยนจือกดเปิดวิดีโอ เสียงดนตรีสนุกสนานก็ดังขึ้นทันที จากนั้นก็มีคนตะโกนว่า "หนึ่ง สอง สาม! ยินดีต้อนรับกลับมานะเฉิงเฉิง! ชนแก้ว!"

เสียงนั้น…ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเสียงของเวินถิงเยี่ยน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 664

    เวินถิงเยี่ยนเดินกลับเข้ามาในตัวบ้าน เขาแวะไปดูคุณย่าที่ห้องก่อนก็เห็นว่าท่านหลับไปแล้วแถมยังมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าเมื่อเห็นภาพนั้น เขาก็คลี่ยิ้มบาง ๆ ก่อนเดินกลับมาที่ห้องของตัวเองเพื่ออาบน้ำเขาเอาของขวัญวันเกิดที่เมิ่งเฉิงซ่งให้วางไว้บนโต๊ะนอกจากเค้กแล้ว นี่เป็นของขวัญเพียงชิ้นเดียวที่เขาได้รับในวันเกิดปีนี้แน่นอนว่าเขาไม่ได้สนใจว่าเพื่อนร่วมชั้นจะให้ของขวัญเขาหรือเปล่า เพียงแต่ถึงแม้จะรอจนทุกคนแยกย้ายกลับไปหมดแล้ว เขาก็ยังไม่ได้เห็นลูกแก้วคริสตัลจำลองกาแล็กซีที่เธอเคยพูดถึงเลยวันนี้อากาศดีมาก ท้องฟ้าปลอดโปร่งจนตอนที่นั่งอยู่หน้าลานบ้านมองเห็นดวงดาวเต็มฟ้า ตลอดทั้งคืนนี้บ้านของเขาอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะและความสนุกสนานอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทว่าในใจของเขากลับรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งขาดหายไป เป็นช่องว่างที่เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะเติมเต็มด้วยอะไรกล่องของขวัญที่เมิ่งเฉิงซ่งให้มีขนาดเล็กมาก เขาไม่รู้เลยว่าข้างในใส่อะไรไว้พอเขาเปิดมันออกก็ต้องชะงักไป ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงจะดึงสติกลับมาได้ของขวัญที่เมิ่งเฉิงซ่งให้คือพวงกุญแจสั่งทำจากแอปช็อปปิ้งออนไลน์แอปหนึ่ง เดิมทีมันก็เป็นแค่ข

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 663

    “ใช่แล้ว พี่ใหญ่ พอถึงตอนนั้นนายก็จะไม่ต่างอะไรจากลิงในสวนสัตว์ นักเรียนทั้งระดับชั้นจะแห่มาดูนาย นายลองคิดดูสิว่ามันน่าขายหน้าแค่ไหน!” อาเฟิงคอยเติมเชื้อไฟอยู่ข้าง ๆ คราวนี้ นอกจากเจี่ยนจือกับเมิ่งเฉิงซ่งแล้ว เพื่อนร่วมชั้นคนอื่น ๆ ต่างก็พากันพูดเกลี้ยกล่อมเวินถิงเยี่ยน“คนที่ถูกทำโทษคือฉันนะ ทำไมพวกนายถึงดูร้อนใจกว่าอีกล่ะ?” เวินถิงเยี่ยนตอบด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “ทำภารกิจ”“ก็ได้” อาเฟิงกับหร่านเฉินได้แต่ถอยทัพกลับไปอย่างหมดท่า เพราะไม่สามารถล้วงความลับเรื่องคนที่เวินถิงเยี่ยนชอบออกมาได้แต่มีเหรอที่สองคนนี้จะยอมง่าย ๆ ?เกมจึงดำเนินต่อไปทั้งสองคนพยายามสุดชีวิต เพื่อที่จะให้เมล่อนลูกนั้น “หล่น” ใส่เวินถิงเยี่ยนอีกครั้งในที่สุด หลังจากเกมดำเนินไปหลายรอบ ความตั้งใจของพวกเขาก็สัมฤทธิ์ผล“พี่ใหญ่ ๆ ผู้หญิงที่นายชอบอยู่ห้องเดียวกับพวกเราหรือเปล่า?” อาเฟิงรีบโพล่งคำถามใส่ทันทีเวินถิงเยี่ยนเองก็ตอบโดยไม่ต้องคิดเช่นกัน “ไม่ใช่”ไม่ใช่เหรอ?แม้แต่เจี่ยนจือก็อดครุ่นคิดไม่ได้ว่า แล้วผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกัน?เมื่อก่อนเขาชอบลั่วอวี่เฉิง แต่ตอนนี้ทั้งสองคนยังไม่ได้เจอกันนี่นา……แต่เรื

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 662

    “พี่ใหญ่ ๆ องุ่นหล่นหมดแล้ว” อาเฟิงรีบวิ่งเข้ามารับกะละมังจากมือเขาทันที “เอามาเยอะเกินไปจนหนักเหรอ?พี่ใหญ่?”“อืม……” เวินถิงเยี่ยนขานรับส่ง ๆ พลางย่อตัวลงเก็บองุ่นที่หล่นอยู่บนพื้น แต่หางตายังคงเหลือบมองไปทางนั้น ท่ามกลางแสงสลัวของค่ำคืน รอยยิ้มที่เธอมีให้เมิ่งเฉิงซ่งนั้นเจิดจ้าราวกับมีประกายแสงออกมาภาพนั้นทำให้เขานึกถึงบ่ายวันหนึ่งอีกครั้ง ใต้ต้นการบูรที่ปลูกอยู่หน้าตึกเรียน เธอวิ่งตรงเข้าไปหาเมิ่งเฉิงซ่งด้วยท่าทางที่เหมือนกับลูกกวางตัวน้อย ตอนนั้นเธอก็ยิ้มแบบนี้ ……“พี่ใหญ่ มันเปื้อนหมดแล้วนะ ทิ้งไปดีไหม?”อาเฟิงว่าพลางขยับเข้ามายืนตรงหน้า บดบังวิสัยทัศน์ของเขาจนหมด“อืม” เขาหยิบพวงองุ่นเหล่านั้นขึ้นมาโยนลงถังขยะ แล้วกลับไปนั่งที่เดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นตอนนี้ทุกคนกินกันจนอิ่มพอสมควรแล้ว แต่เวลายังไม่ดึกมาก อาเฟิงจึงเสนอให้ทุกคนอยู่เล่นเกมกันต่อบางคนเสนอให้เล่นไพ่ บางคนบอกให้เล่นต่อสำนวน แล้วก็มีบางคนถึงขั้นเสนอให้เล่นต่อกลอนด้วยแต่สุดท้าย ทุกคนกลับเลือกเกมสุดคลาสสิกอย่างจริงหรือกล้าและแน่นอนว่าเป็นอาเฟิงที่เลือกเพราะอย่างไรเสีย ในบรรดาเพื่อน ๆ เขานี่แหละเป็นตัวป่วน

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 661

    เจี่ยนจือรีบรับเนื้อย่างสองไม้มาจากมือเขา “ขอบคุณนะ” ถ้าไม่รับต่างหากถึงจะดูแปลกน่ะ ใช่ไหม?แต่ที่เขาบอกว่าเนื้อวัวเธอรู้แล้วล่ะว่าเพราะอะไรมีอยู่ครั้งหนึ่ง เธอกับหร่านเฉินแล้วก็เพื่อนคนอื่น ๆ เคยซื้อเนื้อย่างไม้หมุนกินที่ร้านหน้าโรงเรียน เขาเองก็อยู่ด้วย ตอนนั้นเธอพูดว่า “ฉันเอาเนื้อวัว ไม่เอาเนื้อแพะ ไม่ชอบกลิ่นสาบ”เขาความจำดีจะตายก็แน่อยู่แล้วนี่?เขาเป็นถึงเด็กเรียนอันดับท็อปของโรงเรียนเลยนะขึ้นอยู่แค่ว่าเขาอยากจำหรือเปล่าเธอเคยใช้ชีวิตแต่งงานกับเขามาถึงห้าปี เธอคิดว่าเขาคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอชอบกินอะไร ไม่ชอบกินอะไร แต่ทำไมตอนนี้เขาจำได้ล่ะ?เธอกัดเนื้อเข้าไปหนึ่งคำอืม ย่างจนเนื้อค่อนข้างแห้งเลย อันที่จริงฝีมือทำอาหารของเขาก็ไม่ได้ดีอะไรขนาดนั้น หรือควรจะบอกว่า ฝีมือของเขาในตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นนั้นมากกว่าแต่ดูเหมือนคืนนี้เขาจะสนุกกับการย่างเนื้อมาก เอาแต่ย่างอยู่นั่นแล้วตัวเขาเองก็ไม่หยิบกินเลยสักไม้ เอาแต่ย่างไปเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะย่างอะไรไม้สุดท้ายก็มักจะถูกส่งมาอยู่ในมือเธอจนกระทั่งเธอรับปลาไส้ตันย่างไม้สุดท้ายมา ก็รีบโบกมือ “ฉันไม่เอาแล้ว อิ่มแล้ว กินไม่ลงแล้ว

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 660

    อาเฟิงกำลังโฆษณาสรรพคุณดักแด้ไหมให้เพื่อน ๆ ฟังอย่างออกรสออกชาติ แต่กลับไม่มีใครตอบรับเขาเลยแม้แต่คนเดียว ยิ่งกว่านั้นหร่านเฉินยังถอยห่างจากเขาด้วยความรังเกียจ เจี่ยนจือหันไปมองเมิ่งเฉิงซ่งที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก่อนจะแกล้งแหย่เขา “นายชอบของแบบนี้ไม่ใช่เหรอ?”เมิ่งเฉิงซ่งส่ายหน้าพัลวัน “เป็นไปไม่ได้!ฉันไม่มีทางกินของแบบนี้เด็ดขาด!”ก็ได้……หรือว่าจริง ๆ แล้วดักแด้ไหมจะแตกต่างจากพวกหนอนหรือแมลงทอดกันนะ?ตอนที่เวินถิงเยี่ยนเข้ามาสมทบ ข้างกายเจี่ยนจือก็ไม่มีที่นั่งว่างเหลือแล้ว ฝั่งหนึ่งคือเมิ่งเฉิงซ่ง อีกฝั่งคือหร่านเฉิน เขาจึงนั่งลงตรงข้ามกับเจี่ยนจือทุกคนกำลังช่วยกันย่างเนื้อ ส่วนเจี่ยนจือกำลังง่วนอยู่กับการย่างกุยช่ายเสียบไม้ตอนที่เวินถิงเยี่ยนนั่งลง เขาก็หยิบเนื้อวัวเสียบไม้มาหนึ่งกำใหญ่ ๆ แล้วช่วยทุกคนย่าง“พี่ใหญ่ นี่นายย่างเป็นด้วยเหรอ?” อาเฟิงรู้สึกว่าพี่ใหญ่ของเขาดูไม่ใช่คนที่จะลงมาแตะต้องเรื่องวุ่นวายบนโลกมนุษย์แบบนี้เลย พี่ใหญ่ของเขาจะมายืนท่ามกลางเนื้อย่างและควันโขมงแบบนี้ได้ยังไง?เวินถิงเยี่ยนไม่ได้สนใจเขา เพียงหยิบผงยี่หร่าโรยลงบนเนื้อย่าง กลิ่นหอมของสมุนไพรลอยฟุ้งไป

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 659

    เพราะคุณย่าเวินเพิ่งออกจากโรงพยาบาลได้ไม่นาน “หัวเรือใหญ่” ในการจัดปาร์ตี้ครั้งนี้อย่างอาเฟิงจึงไม่ได้จัดกิจกรรมอะไรภายในบ้าน แต่เลือกจัดเตาบาร์บีคิวไว้ที่ลานบ้านของตระกูลเวินแทนตอนนี้เตาย่างบาร์บีคิวถูกเตรียมไว้ที่หน้าลานบ้านเรียบร้อยแล้ว กลิ่นหอมของถ่านที่กำลังลุกไหม้เริ่มลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ เหลือเพียงรอให้ปาร์ตี้เนื้อย่างเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการเท่านั้นแต่ก่อนจะเริ่ม อาเฟิงก็เสนอให้เป่าเทียนวันเกิดก่อนดังนั้น เค้กที่ทุกคนช่วยกันลงขันซื้อไว้จึงถูกนำออกมาเป็นเค้กผลไม้ธรรมดาที่มีขายตามร้านเค้กทั่วไป แต่เค้กก้อนนี้ทำออกมาได้สวยมาก แถมยังดูน่าอร่อยไม่น้อย ทว่าในตอนที่ทุกคนร้องเพลงวันเกิดเสร็จและเร่งให้เวินถิงเยี่ยนอธิษฐาน เขาก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองเจี่ยนจือตอนนี้เธอยืนอยู่ตรงกลางระหว่างหร่านเฉินกับเมิ่งเฉิงซ่ง นอกจากใบหน้าเปื้อนยิ้มแล้วก็ไม่มีอะไรอีก“ขอพรสิ เวินถิงเยี่ยน” หร่านเฉินพูดกับเขา“อืม” เวินถิงเยี่ยนหลับตาลงแล้วเริ่มอธิษฐานในใจ จากนั้นเขาก็ลืมตาขึ้นแล้วเป่าเทียนตรงหน้าอาเฟิงถามขึ้นท่ามกลางเสียงปรบมือ “อาเยี่ยน นายอธิษฐานอะไรไปเหรอ?”เวินถิงเยี่ยนก้มหน้าตัดเค้ก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status