Share

ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน
ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน
Author: ปลาคาร์ปตัวน้อย

บทที่ 1

Author: ปลาคาร์ปตัวน้อย
เสียงน้ำไหลซ่า ๆ ดังมาจากในห้องน้ำ

เวินถิงเยี่ยนกำลังอาบน้ำอยู่

เวลาตีสาม

เขาเพิ่งจะกลับมาถึงบ้าน

เจี่ยนจือยืนอยู่หน้าประตูห้องน้ำ เธอมีบางเรื่องอยากปรึกษาเขา

เธอตื่นเต้นนิดหน่อย ไม่รู้ว่าเรื่องที่เธอกำลังจะบอกเขา พอเขาได้ฟังแล้วจะเห็นด้วยหรือไม่

ขณะที่เธอกำลังคิดว่าจะพูดอย่างไรดี ในห้องน้ำกลับมีเสียงแปลก ๆ ดังออกมา

พอเธอตั้งใจฟังถึงได้เข้าใจ คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะกำลังช่วยปรนเปรอความใคร่ของตัวเอง...

เสียงหอบหายใจปนเสียงครางที่ดังออกมาแต่ละครั้ง ราวกับค้อนหนักที่ระรัวทุบลงบนใจเธอ ความเจ็บปวดพรั่งพรูราวกับกระแสน้ำ เธอจมดิ่งอยู่ในความเจ็บปวดนั้นจนแทบหายใจไม่ออก

วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานของเธอกับเขา เธอแต่งงานกับเขาได้ห้าปีแล้ว แต่ทั้งสองกลับไม่เคยมีความสัมพันธ์แบบสามีภรรยากันจริง ๆ เลยแม้แต่ครั้งเดียว

ที่แท้ เขายอมช่วยตัวเองแทนที่จะแตะต้องเธองั้นเหรอ?

เขาหอบหายใจถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะระเบิดเสียงครางต่ำ ๆ ออกมาอย่างความอดทน "เฉิงเฉิง..."

เสียงนี้...เหมือนเป็นค้อนพิฆาตครั้งสุดท้ายที่มอบให้แก่เธอ

ในใจเธอระเบิดดังโครม บางสิ่งถูกทุบแหลกเป็นผุยผงไปแล้ว

เธอพยายามปิดปากตัวเองไม่ให้ส่งเสียงร้องไห้ออกมา หันหลังกลับแล้ววิ่งหนีไปเลย แต่เพิ่งวิ่งได้ก้าวเดียวก็เสียหลักชนเข้ากับอ่างล้างหน้า ล้มลงบนพื้นทันที

"เจี่ยนจือ?" ในนั้น เสียงของเวินถิงเยี่ยนยังไม่ทันสงบลงเลย เธอฟังออกว่าเขาพยายามควบคุมไว้ แต่ก็ยังหายใจแรงมากอยู่ดี

"ฉัน...ฉันจะเข้าห้องน้ำ แต่ไม่รู้ว่านายอาบน้ำอยู่..." เธอกล่าวคำโกหกที่ยอดแย่ออกมา แล้วรีบคว้าอ่างล้างหน้าเพื่อพยุงตัวลุกขึ้น

แต่ยิ่งรีบร้อนก็ยิ่งดูจนตรอก บนพื้นกับอ่างล้างหน้าเปียกน้ำ ไม่ง่ายเลยกว่าเธอจะลุกขึ้นมาได้ แต่เวินถิงเยี่ยนกลับเดินออกมาแล้ว เขารีบสวมเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวแบบลวก ๆ แต่สายรัดเอวกลับถูกมัดไว้อย่างแน่นหนา

"เธอล้มเหรอ เดี๋ยวฉันช่วย" เขาทำท่าจะอุ้มเธอ

เธอเจ็บจนน้ำตาคลอเบ้า แต่ก็ยังปัดมือเขาออกอย่างทุลักทุเลแต่แน่วแน่ "ไม่เป็นไร ฉันลุกเองได้"

จากนั้น หลังจากเกือบจะลื่นล้มอีกครั้ง เธอก็รีบเดินโซเซหนีกลับไปที่ห้องนอน

ใช้คำว่า "หนี" ก็ไม่ผิดเลยสักนิด

ตลอดห้าปีที่แต่งงานกับเวินถิงเยี่ยน เธอเอาแต่หนี

หนีโลกภายนอก หนีสายตาแปลก ๆ ของทุกคน หนีความเมตตาและความเห็นอกเห็นใจของเวินถิงเยี่ยนด้วย นึกไม่ถึงว่าภรรยาของเวินถิงเยี่ยนเป็นคนขาเป๋

คนขาเป๋อย่างเธอจะคู่ควรกับเวินถิงเยี่ยนผู้สง่างามไร้มลทินและประสบความสำเร็จได้อย่างไร?

เดิมทีเธอเคยมีขาที่แข็งแรงและสวยงาม...

เวินถิงเยี่ยนตามออกมาติด ๆ เขาเป็นห่วงมากและถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ล้มเจ็บไหม? ให้ฉันดูหน่อย"

"ไม่ ไม่เป็นไร" เธอห่มผ้าห่มแน่นขึ้น ซ่อนความความจนตรอกของเธอไว้ในผ้าห่ม

"ไม่เป็นไรจริงเหรอ" เขาเป็นห่วงเธอจริง ๆ

"อืม" เธอหันหลังให้เขา แล้วออกแรงพยักหน้า

"งั้นเธอจะนอนแล้ว? อยากเข้าห้องน้ำไม่ใช่เหรอ"

"ตอนนี้ไม่อยากแล้ว นอนเถอะ" เธอเอ่ยเสียงเบา

"ดี จริงสิ วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานของเรา ฉันซื้อของขวัญมาให้ พรุ่งนี้เธอค่อยแกะดูนะว่าชอบไหม"

"ได้" ของขวัญวางอยู่บนหัวเตียง เธอเห็นมันแล้ว แต่ต่อให้เธอไม่แกะออกก็รู้ว่าข้างในคืออะไร

เป็นกล่องขนาดเท่ากันทุกปี ข้างในใส่นาฬิกาแบบเดียวกันไว้

ในลิ้นชักของเธอ มีนาฬิกาแบบเดียวกันวางอยู่เก้าเรือนแล้ว รวมถึงของขวัญวันเกิดด้วย นี่คือเรือนที่สิบ

บทสนทนาจบลงตรงนี้ เขาปิดไฟแล้วเอนกายลงนอน กลิ่นหอมชื้นของเจลอาบน้ำอบอวลอยู่ในอากาศ แต่เธอแทบไม่รู้สึกว่าเตียงยุบลงเลย เพราะบนเตียงขนาดสองเมตร เธอหลับอยู่ฝั่งนี้ ส่วนเขาเอนกายอยู่ริมอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งระยะห่างระหว่างทั้งสองยังนอนได้อีกสามคน

ไม่มีใครเอ่ยถึงชื่อ 'เฉิงเฉิง' และยิ่งไม่เอ่ยถึงสิ่งที่เขาเพิ่งทำในห้องน้ำ ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน

เธอนอนหงายตัวแข็งทื่อ รู้สึกร้อนผ่าวที่เบ้าตา

เฉิงเฉิง หรือ ลั่วอวี่เฉิง เป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมหาวิทยาลัยของเขา เป็นรักแรกและเป็นเทพธิดาในดวงใจ

หลังเรียนจบมหาวิทยาลัย ลั่วอวี่เฉิงไปต่างประเทศ ทั้งสองจึงเลิกกัน เวินถิงเยี่ยนเคยหมดอาลัยตายอยากจนดื่มเหล้าทุกวัน

เจี่ยนจือกับเวินถิงเยี่ยนเป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยม

เธอยอมรับว่าสมัยมัธยมปลายเคยแอบชอบเขา

ตอนนั้นเขาเป็นหนุ่มฮอตของโรงเรียน เป็นเด็กเนิร์ดผู้เย็นชา ส่วนเธอเป็นนักเรียนสายศิลป์ ถึงแม้จะหน้าตาสวย แต่สาวสวยก็มีมากมาย ในชีวิตมัธยมปลายที่คะแนนคือทุกอย่าง นักเรียนสายศิลป์จึงไม่ได้โดดเด่นขนาดนั้น มิหนำซ้ำยังมีคนมองด้วยอคติอีกด้วย

ดังนั้น นั่นจึงเป็นเพียงการแอบรักข้างเดียว เธอไม่เคยคิดฝันว่าจะมีวันได้ยืนอยู่ตรงหน้าเขา

จนกระทั่งเธอเรียนจบจากสถาบันสอนเต้นและกลับมาพักร้อนที่บ้าน ก็ได้บังเอิญพบเขาที่กำลังท้อแท้สิ้นหวัง

คืนนั้นเขาดื่มจนเมามาย เดินโซเซไปมาและไม่ได้มองสัญญาณไฟตอนข้ามถนน มีรถคันหนึ่งขับมาด้วยความเร็วและเบรกไม่ทัน ตอนนั้นเธอเดินตามหลังเขามาเพราะเป็นห่วง เธอผลักเขาออกไป แต่กลับถูกรถชนเสียเอง

เธอเป็นนักเรียนสถาบันสอนเต้น ได้รับสิทธิ์ศึกษาต่อในระดับปริญญาโทแล้ว

ทว่าอุบัติเหตุทางรถยนต์ครั้งนี้ ทำให้เธอขาพิการ

เธอ...ไม่สามารถเต้นได้อีกต่อไป

ต่อมา เขาเลิกเหล้าและแต่งงานกับเธอ

เขารู้สึกผิดต่อเธอตลอดมา รู้สึกขอบคุณเธออยู่เสมอ พูดจาอ่อนโยนและทำตัวเย็นชามาตลอด ให้ของขวัญและเงินกับเธอมากมายมาตลอดเช่นกัน

แต่ติดอยู่อย่างเดียว คือเขาไม่รักเธอ

เธอเคยคิดว่าเวลาจะทำให้ทุกอย่างอบอุ่นขึ้น คิดว่าเวลาจะชะล้างทุกสิ่งได้

แต่เธอคิดไม่ถึงเลย ว่าผ่านไปห้าปีแล้วเขาก็ยังจำชื่อ "เฉิงเฉิง" ได้ฝังใจแบบนี้ ถึงขั้นว่ายังเรียกชื่อนี้อยู่ตอนที่เขากำลังปรนเปรอตัวเอง

สุดท้ายก็เป็นเธอเองที่โง่และไร้เดียงสาเกินไป...

เธอนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน อีเมลนั้นในโทรศัพท์ คืนนี้เธออ่านมันไม่ต่ำกว่าร้อยรอบ

มันคือจดหมายตอบรับเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ เป็นเรื่องที่เดิมทีเธอตั้งใจจะปรึกษาเขา

เธอจะถามเขาว่าเธอสามารถไปเรียนต่อที่ต่างประเทศได้หรือไม่?

แต่พอมาดูตอนนี้ เหมือนว่าไม่จำเป็นต้องปรึกษาเขาแล้ว

การแต่งงานห้าปี ค่ำคืนที่พลิกตัวไปมานับครั้งไม่ถ้วน ในที่สุดตอนนี้ก็เริ่มนับถอยหลังได้สักที

ตอนที่เขาตื่นนอน เธอยังแสร้งทำเป็นหลับอยู่ ได้ยินเขาคุยกับป้าเฉินที่เป็นแม่บ้านอยู่ด้านนอก "คืนนี้ผมมีกินเลี้ยงสังสรรค์ ไม่ต้องให้คุณนายรอผมนะ ให้เธอรีบเข้านอนได้เลย"

หลังจากกำชับเสร็จ เขายังกลับเข้ามาดูในห้องอีกครั้ง เธอกำลังนอนคลุมโปง แต่ น้ำตาซึมเปียกหมอนไปแล้ว

ปกติเวลาเขาไปบริษัท เธอจะจัดชุดที่เขาจะใส่วางไว้ข้าง ๆ ล่วงหน้า เขาเพียงแค่สวมใส่เท่านั้น

แต่วันนี้เธอไม่ได้ทำ

เขาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องแต่งตัวด้วยตัวเอง จากนั้นก็ไปบริษัท

ตอนนี้เธอถึงได้ลืมตา รู้สึกเพียงว่าดวงตาบวมอย่างรุนแรง

เสียงนาฬิกาปลุกในโทรศัพท์ดังขึ้น

เป็นเวลาที่เธอกำหนดให้ตัวเอง ควรลุกขึ้นมาอ่านภาษาอังกฤษแล้ว

เนื่องจากขาของเธอพิการ หลังแต่งงานธอจึงใช้เวลา 90% ขังตัวเองอยู่ในบ้าน เธอไม่ยอมออกจากบ้านอีกเลย ทำได้เพียงแบ่งเวลาในแต่ละวันออกเป็นช่วง ๆ และหาอะไรทำเพื่อฆ่าเวลาในแต่ละช่วงเท่านั้น

เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาปิดนาฬิกาปลุก จากนั้นก็ไถแอปพลิเคชันต่าง ๆ อย่างไร้จุดหมาย

ในหัวเธอสับสนวุ่นวาย อ่านอะไรก็ไม่เข้าหัวสักอย่าง

จนกระทั่งเธอเลื่อนไปเจอวิดีโอหนึ่งบนโซเชียลมีเดีย

คนที่อยู่ในภาพคุ้นตามาก...

เมื่อมองชื่อบัญชีอีกครั้ง 'เฉิงเฉิงCC'

อัลกอริทึมนี่มัน...

เวลาที่โพสต์คือเมื่อคืนนี้

พอเจี่ยนจือกดเปิดวิดีโอ เสียงดนตรีสนุกสนานก็ดังขึ้นทันที จากนั้นก็มีคนตะโกนว่า "หนึ่ง สอง สาม! ยินดีต้อนรับกลับมานะเฉิงเฉิง! ชนแก้ว!"

เสียงนั้น…ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเสียงของเวินถิงเยี่ยน
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 100

    ถ้าจะพูดแบบนั้น มันก็ไม่ได้ผิดอะไร..."ฉันแค่กะว่าจะจ้างนายให้...""มันต่างกันตรงไหน"เธอยังพูดประโยค 'จ้างให้นายช่วยสอนโจทย์' ไม่ทันจบ เขาก็ชิงขัดจังหวะเธอเสียก่อนจากนั้น เงินยี่สิบห้าบาทก็ถูกยัดกลับใส่กระเป๋าเธอ เขาเดินปลิวผ่านตัวเธอไปราวกับสายลม พร้อมกับทิ้งประโยคหนึ่งลอยละล่องมาว่า 'พี่น่ะยังไม่ตกอับถึงขั้นนั้นหรอกนะ!'นี่คือสิ่งที่เขาบอกว่า เธอเคยไปถามโจทย์เขาเขาคงจำได้แค่ราง ๆ ว่าเคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น แต่กลับลืมเหตุและผลแวดล้อมทั้งหมดไป มีเพียงเธอที่ยังจำได้ ในช่วงเวลาที่สับสนแต่มั่นคงเหล่านั้น ต่างฝ่ายต่างเคยเป็นพยานในมุมที่น่าสมเพชของกันและกันแต่ก็นั่นแหละ มันก็แค่รอยขีดเขียนสีหม่น ๆ ในความทรงจำวัยเยาว์ ลืมไปซะได้ก็คงจะดีกว่า..."เจี่ยนจือลูก..." คุณย่าเรียกเธอ ขัดจังหวะการคิดหวนอดีต "หลาน...เขารู้เรื่องหรือยัง?"คุณย่ากระซิบถามเธอเบา ๆเธอเหลือบมองแผ่นหลังของเวินถิงเยี่ยนในห้องครัวปราดหนึ่ง แล้วส่ายหน้าเบา ๆ พลางลดเสียงต่ำ "คุณย่าคะ หนูยังไม่อยากพูดตอนนี้ แต่หนูจะบอกเขาแน่ค่ะ"คุณย่ายิ้มออกมาพลางลูบผมเธอ "เอาเถอะ ย่าสนับสนุนทุกการตัดสินใจของหลาน ขอแค่หลานมี

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 99

    เธอตะลึงค้าง ไม่เคยรู้เลยว่าสถานการณ์ทางบ้านของเขาจะเป็นแบบนี้เขาเป็นคนเด็ดเดี่ยวมาก เขาไม่ได้ก้มลงเก็บเงินเหล่านั้นเลยเธอได้ยินเขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า "ไม่จำเป็น ตั้งแต่นี้ต่อไป ผมจะไม่ขอเงินคุณอีกแม้แต่บาทเดียว!"พูดจบเขาก็หันหลังเดินจากไปทันทีคนในรถลงวิ่งตามมา "ได้! แกเก่งนักก็อย่ากลับมาขอเงินแล้วกัน! ฉันจะคอยดูว่าแกจะเอาชีวิตรอดได้ยังไง!"แสงอาทิตย์ยามเย็นของวันนั้นสว่างจ้ามาก มันฉาบลงบนตัวเขาจนดูเหมือนเคลือบด้วยทองคำ เขาหัวเราะอย่างทระนง และพูดทิ้งท้ายโดยไม่หันกลับไปมองว่า "ไม่ต้องห่วง ต่อให้ต้องไปให้ผู้หญิงรวย ๆ เลี้ยงดู ผมก็จะไม่กลับไปหาคุณแน่!"นั่นมันคำพูดอะไรกัน! มันทำให้เจี่ยนจือในวัยสมัยมัธยมปลายถึงกับอึ้งไปเลย!แต่จะว่าไป คำพูดทำนองนี้เธอก็ได้ยินมาไม่น้อยเหมือนกัน เวลาแม่ด่าเธอ มักจะพูดอยู่บ่อย ๆ ว่าเลี้ยงเธอไปก็เปลืองข้าวสุก สู้ให้เธอไปขายดีกว่า...ทุกครั้งที่แม่ด่าเธอแบบนั้น เธอจะรู้สึกอับอายและเสียใจจนอยากจะหายไปจากโลกนี้ให้รู้แล้วรู้รอด เธอทำได้เพียงกัดริมฝีปากตัวเองไว้แน่น กัดจนเจ็บจนเลือดซึม เพื่อไม่ให้น้ำตาไหลออกมา แต่ว่าคำพูดแบบนี้ออกมาจากปากของ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 98

    เขาทำอาหารเป็น แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะทำอาหารกลางแจ้งเป็นด้วยขั้นตอนการก่อไฟกลายเป็นอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดของเขาเขาออกแรงเยอะมากจนหน้าเปื้อนเขม่าดำเป็นปื้น แต่ไฟก็ยังไม่ยอมติดสักที เธอไม่เหมือนเขา เพราะตอนเด็ก ๆ เวลาปิดเทอมเธอมักจะกลับไปเล่นที่หมู่บ้าน ทั้งก่อไฟ ปีนต้นไม้ แย่งไข่นกกับเด็กคนอื่น ๆ เธอทำมาหมดทุกอย่างแล้วดังนั้น ในฐานะที่อยู่กลุ่มข้าง ๆ เธอจึงทนดูต่อไม่ไหว เดินเข้าไปเขี่ยฟืนในเตาให้มีช่องว่าง แล้วจัดการก่อไฟให้เขาใหม่เขามองดูเปลวไฟที่ลุกโชนขึ้นมาด้วยอาการตะลึงงันอยู่ครู่หนึ่ง อาจเป็นเพราะรู้ตัวว่าสภาพตัวเองดูทุลักทุเลเกินไป เขาจึงไม่ได้แม้แต่จะกล่าวคำขอบคุณกับเธอแต่หลังจากนั้น เขาก็กลับมาคุมสถานการณ์ได้อย่างมั่นคง แค่ดูจากท่าทางตอนผัดผักทำกับข้าว ก็รู้ได้ทันทีว่าเขาเป็นงานบ้านงานเรือนนั่นเป็นเพียงครั้งเดียวที่เธอได้ทานอาหารฝีมือเขาคนในกลุ่มของเขายังพอมีมโนธรรมอยู่บ้าง รู้ว่าที่มื้อนี้ได้กินกันจนอิ่มหนำสำราญส่วนใหญ่เป็นเพราะเขา ดังนั้นตอนกินข้าวพวกเพื่อน ๆ จึงยกน่องไก่ให้เขาเขาไม่ได้กินมัน แต่ตอนที่เดินผ่านกลุ่มของเธอ เขาเดินเข้ามาใกล้แล้ววางน่องไก่ชิ้นนั้นล

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 97

    "ได้สิ" ฟังจากน้ำเสียงแล้วดูเหมือนเขาจะอารมณ์ดีมาก อารมณ์ที่รื่นรมย์ของเขาคงอยู่เช่นนั้นไปตลอดทางจนกระทั่งถึงบ้านคุณย่าตอนนี้คุณย่ากำลังเตรียมตัวจะกินมื้อเที่ยงพอดี บนโต๊ะมีเพียงโจ๊กธัญพืชหนึ่งถ้วย ผักดองหนึ่งจานและผักใบเขียวอีกหนึ่งจาน เมื่อเห็นพวกเขาทั้งสองมาถึง ท่านดูทั้งประหลาดใจและขัดเขินเล็กน้อยจนต้องรีบเก็บถ้วยชาม"พวกหลานมากันตอนนี้ได้ยังไง กินข้าวกันมาหรือยัง เดี๋ยวย่าไปทำกับข้าวให้!"เจี่ยนจือมองดูอาหารที่เรียบง่ายบนโต๊ะ ซึ่งเทียบไม่ได้เลยกับอาหารมื้อใหญ่ที่จัดเต็มทุกครั้งที่เธอมาหาคุณย่า "คุณย่าคะ ทำไมกินแค่ของพวกนี้ล่ะ!"คุณย่ารีบยกโจ๊กกับผักดองขึ้นมา "นี่มันของที่เหลือจากมื้อเช้าน่ะ ทิ้งไปก็น่าเสียดาย เลยเอามากินต่ออีกมื้อ ปกติย่าไม่ได้กินแบบนี้หรอก"เจี่ยนจือไม่เชื่อหรอก เธอจ้องมองคุณย่าพลางทำปากยื่น"เอาล่ะ ดูทำหน้าทำตาเข้า เดี๋ยวย่าไปทำของอร่อย ๆ ให้กินเดี๋ยวนี้เลย รอเดี๋ยวนะ!" คุณย่าถือจานเดินเข้าครัวไป ราวกับกำลังหลบหน้าเจี่ยนจือเจี่ยนจือรู้สึกเศร้าใจเล็กน้อยเธอไม่เชื่อหรอกว่าคุณย่าจะกินแบบนี้แค่บางครั้ง...เวินถิงเยี่ยนวางของที่ซื้อมาฝากคุณย่าลง แล้วเดิ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 96

    "ใช่ค่ะคุณนาย หลังนี้ทำเลดีที่สุดของเราเลยนะคะ อยู่ติดริมทะเลสาบเลย ช่วงที่อากาศอุ่นจะมีหงส์บินมาด้วย บรรยากาศรื่นรมย์มากค่ะ" พนักงานขายช่วยเสริมเวินถิงเยี่ยนจูงมือเธอเดินออกไปที่ระเบียง เพื่อให้เธอได้สัมผัสกับทัศนียภาพของบ้านไอจากผิวน้ำริมทะเลสาบพัดเข้ามาปะทะหน้า เธอสูดหายใจลึกเฮือกหนึ่ง มันเต็มไปด้วยกลิ่นอายของต้นไม้ใบหญ้า รื่นรมย์มากจริง ๆ"เป็นยังไง ชอบไหม" เขาถามพลางกุมมือเธอไว้เธอก้มลงมองมือของเขาที่วางทับซ้อนอยู่บนมือเธอ...เอาเถอะ เห็นแก่ที่บ้านหลังนี้ถูกใจเธอมาก เธอจะยอมอดทนแล้วกัน!เธอพยักหน้าเมื่อเขาเห็นแบบนั้นก็ยิ่งพอใจ "ฉันก็ว่าไม่เลว หรือไม่ก็รอให้ตกแต่งเสร็จ พวกเราย้ายมาอยู่ที่นี่กันเองก็ได้ ส่วนเรื่องที่เจี่ยนโจวจะแต่งงาน... ค่อยว่ากันอีกที"เจี่ยนจือยืนอยู่บนระเบียง ในหัวเอาแต่คิดว่าจะแบ่งพื้นที่สวนชั้นหนึ่งไว้ปลูกผักยังไงดี ถึงเวลาคุณย่าย้ายมาอยู่ มีสวนให้ปลูกผักแบบนี้ ท่านต้องมีความสุขมากแน่ ๆ แน่นอนว่าเวินถิงเยี่ยนพูดอะไรไปบ้าง เธอก็ไม่ได้ตั้งใจฟังสักเท่าไร"ไปเถอะ เข้าไปดูข้างในกันต่อ" เพราะจู่ ๆ ก็นึกอยากจะย้ายมาอยู่เอง เวินถิงเยี่ยนจึงตั้งใจจะดูผังบ้าน

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 95

    เวินถิงเยี่ยนเริ่มขับรถต่อ แต่ทิศทางนั้นยังคงไม่ใช่ทางไปบ้านคุณย่า"ฉันจะพาเธอไปดูบ้าน" เขาถอนหายใจแผ่วเบา "ที่เอาบัตรประชาชนเธอไปเมื่อวาน จริง ๆ แล้วคือจะซื้อบ้านให้เธอน่ะ"เจี่ยนจือขมวดคิ้ว "ซื้อบ้าน?""พ่อกับแม่จะซื้อบ้านให้เจี่ยนโจวเพื่อแต่งงานไม่ใช่หรอกเหรอ" เขาถาม"พวกเขาส่งคนมาหานายอีกแล้วเหรอ?" เจี่ยนจือถามด้วยความระแวดระวังเวินถิงเยี่ยนไม่พูดอะไรความเงียบคือการยอมรับ"เมื่อไรกัน ทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย"เขาชำเลืองมองเธอแวบหนึ่ง ดวงตาแฝงรอยยิ้มอย่างประหลาด "เธอดุขนาดนั้น พวกเขาจะกล้าให้เธอรู้เหรอ"เจี่ยนจือไม่รู้ว่าไอ้ท่าทางกึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้มนี่มันมาจากไหน เธอแค่รู้สึกโกรธ ครอบครัวของเธอ มักจะเก่งที่สุดเรื่องคอยถ่วงแข้งถ่วงขา! มีวิธีทำให้เธอเงยหน้าไม่ขึ้นต่อหน้าเวินถิงเยี่ยนได้ตลอดเวลา!"เวินถิงเยี่ยน นายช่วยเลิกเจอใครก็แจกบ้านไปทั่วได้ไหม คนอื่นเขาเป็นแค่ต้นไม้เขย่าเงิน แต่นายเป็นต้นไม้เขย่าบ้านหรือไง เขย่าทีไรบ้านร่วงลงมาทุกที" ใครเขย่าก็แจกไปหมด!แต่เขากลับทำเหมือนไม่ได้ยินที่เธอพูด เอาแต่พูดในส่วนของตัวเองต่อ "ไม่นึกเลยว่าเธอจะมีมุมที่อารมณ์ร้ายขนาดนั้นด้วย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status