แชร์

ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน
ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน
ผู้แต่ง: ปลาคาร์ปตัวน้อย

บทที่ 1

ผู้เขียน: ปลาคาร์ปตัวน้อย
เสียงน้ำไหลซ่า ๆ ดังมาจากในห้องน้ำ

เวินถิงเยี่ยนกำลังอาบน้ำอยู่

เวลาตีสาม

เขาเพิ่งจะกลับมาถึงบ้าน

เจี่ยนจือยืนอยู่หน้าประตูห้องน้ำ เธอมีบางเรื่องอยากปรึกษาเขา

เธอตื่นเต้นนิดหน่อย ไม่รู้ว่าเรื่องที่เธอกำลังจะบอกเขา พอเขาได้ฟังแล้วจะเห็นด้วยหรือไม่

ขณะที่เธอกำลังคิดว่าจะพูดอย่างไรดี ในห้องน้ำกลับมีเสียงแปลก ๆ ดังออกมา

พอเธอตั้งใจฟังถึงได้เข้าใจ คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะกำลังช่วยปรนเปรอความใคร่ของตัวเอง...

เสียงหอบหายใจปนเสียงครางที่ดังออกมาแต่ละครั้ง ราวกับค้อนหนักที่ระรัวทุบลงบนใจเธอ ความเจ็บปวดพรั่งพรูราวกับกระแสน้ำ เธอจมดิ่งอยู่ในความเจ็บปวดนั้นจนแทบหายใจไม่ออก

วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานของเธอกับเขา เธอแต่งงานกับเขาได้ห้าปีแล้ว แต่ทั้งสองกลับไม่เคยมีความสัมพันธ์แบบสามีภรรยากันจริง ๆ เลยแม้แต่ครั้งเดียว

ที่แท้ เขายอมช่วยตัวเองแทนที่จะแตะต้องเธองั้นเหรอ?

เขาหอบหายใจถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะระเบิดเสียงครางต่ำ ๆ ออกมาอย่างความอดทน "เฉิงเฉิง..."

เสียงนี้...เหมือนเป็นค้อนพิฆาตครั้งสุดท้ายที่มอบให้แก่เธอ

ในใจเธอระเบิดดังโครม บางสิ่งถูกทุบแหลกเป็นผุยผงไปแล้ว

เธอพยายามปิดปากตัวเองไม่ให้ส่งเสียงร้องไห้ออกมา หันหลังกลับแล้ววิ่งหนีไปเลย แต่เพิ่งวิ่งได้ก้าวเดียวก็เสียหลักชนเข้ากับอ่างล้างหน้า ล้มลงบนพื้นทันที

"เจี่ยนจือ?" ในนั้น เสียงของเวินถิงเยี่ยนยังไม่ทันสงบลงเลย เธอฟังออกว่าเขาพยายามควบคุมไว้ แต่ก็ยังหายใจแรงมากอยู่ดี

"ฉัน...ฉันจะเข้าห้องน้ำ แต่ไม่รู้ว่านายอาบน้ำอยู่..." เธอกล่าวคำโกหกที่ยอดแย่ออกมา แล้วรีบคว้าอ่างล้างหน้าเพื่อพยุงตัวลุกขึ้น

แต่ยิ่งรีบร้อนก็ยิ่งดูจนตรอก บนพื้นกับอ่างล้างหน้าเปียกน้ำ ไม่ง่ายเลยกว่าเธอจะลุกขึ้นมาได้ แต่เวินถิงเยี่ยนกลับเดินออกมาแล้ว เขารีบสวมเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวแบบลวก ๆ แต่สายรัดเอวกลับถูกมัดไว้อย่างแน่นหนา

"เธอล้มเหรอ เดี๋ยวฉันช่วย" เขาทำท่าจะอุ้มเธอ

เธอเจ็บจนน้ำตาคลอเบ้า แต่ก็ยังปัดมือเขาออกอย่างทุลักทุเลแต่แน่วแน่ "ไม่เป็นไร ฉันลุกเองได้"

จากนั้น หลังจากเกือบจะลื่นล้มอีกครั้ง เธอก็รีบเดินโซเซหนีกลับไปที่ห้องนอน

ใช้คำว่า "หนี" ก็ไม่ผิดเลยสักนิด

ตลอดห้าปีที่แต่งงานกับเวินถิงเยี่ยน เธอเอาแต่หนี

หนีโลกภายนอก หนีสายตาแปลก ๆ ของทุกคน หนีความเมตตาและความเห็นอกเห็นใจของเวินถิงเยี่ยนด้วย นึกไม่ถึงว่าภรรยาของเวินถิงเยี่ยนเป็นคนขาเป๋

คนขาเป๋อย่างเธอจะคู่ควรกับเวินถิงเยี่ยนผู้สง่างามไร้มลทินและประสบความสำเร็จได้อย่างไร?

เดิมทีเธอเคยมีขาที่แข็งแรงและสวยงาม...

เวินถิงเยี่ยนตามออกมาติด ๆ เขาเป็นห่วงมากและถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ล้มเจ็บไหม? ให้ฉันดูหน่อย"

"ไม่ ไม่เป็นไร" เธอห่มผ้าห่มแน่นขึ้น ซ่อนความความจนตรอกของเธอไว้ในผ้าห่ม

"ไม่เป็นไรจริงเหรอ" เขาเป็นห่วงเธอจริง ๆ

"อืม" เธอหันหลังให้เขา แล้วออกแรงพยักหน้า

"งั้นเธอจะนอนแล้ว? อยากเข้าห้องน้ำไม่ใช่เหรอ"

"ตอนนี้ไม่อยากแล้ว นอนเถอะ" เธอเอ่ยเสียงเบา

"ดี จริงสิ วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานของเรา ฉันซื้อของขวัญมาให้ พรุ่งนี้เธอค่อยแกะดูนะว่าชอบไหม"

"ได้" ของขวัญวางอยู่บนหัวเตียง เธอเห็นมันแล้ว แต่ต่อให้เธอไม่แกะออกก็รู้ว่าข้างในคืออะไร

เป็นกล่องขนาดเท่ากันทุกปี ข้างในใส่นาฬิกาแบบเดียวกันไว้

ในลิ้นชักของเธอ มีนาฬิกาแบบเดียวกันวางอยู่เก้าเรือนแล้ว รวมถึงของขวัญวันเกิดด้วย นี่คือเรือนที่สิบ

บทสนทนาจบลงตรงนี้ เขาปิดไฟแล้วเอนกายลงนอน กลิ่นหอมชื้นของเจลอาบน้ำอบอวลอยู่ในอากาศ แต่เธอแทบไม่รู้สึกว่าเตียงยุบลงเลย เพราะบนเตียงขนาดสองเมตร เธอหลับอยู่ฝั่งนี้ ส่วนเขาเอนกายอยู่ริมอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งระยะห่างระหว่างทั้งสองยังนอนได้อีกสามคน

ไม่มีใครเอ่ยถึงชื่อ 'เฉิงเฉิง' และยิ่งไม่เอ่ยถึงสิ่งที่เขาเพิ่งทำในห้องน้ำ ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน

เธอนอนหงายตัวแข็งทื่อ รู้สึกร้อนผ่าวที่เบ้าตา

เฉิงเฉิง หรือ ลั่วอวี่เฉิง เป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมหาวิทยาลัยของเขา เป็นรักแรกและเป็นเทพธิดาในดวงใจ

หลังเรียนจบมหาวิทยาลัย ลั่วอวี่เฉิงไปต่างประเทศ ทั้งสองจึงเลิกกัน เวินถิงเยี่ยนเคยหมดอาลัยตายอยากจนดื่มเหล้าทุกวัน

เจี่ยนจือกับเวินถิงเยี่ยนเป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยม

เธอยอมรับว่าสมัยมัธยมปลายเคยแอบชอบเขา

ตอนนั้นเขาเป็นหนุ่มฮอตของโรงเรียน เป็นเด็กเนิร์ดผู้เย็นชา ส่วนเธอเป็นนักเรียนสายศิลป์ ถึงแม้จะหน้าตาสวย แต่สาวสวยก็มีมากมาย ในชีวิตมัธยมปลายที่คะแนนคือทุกอย่าง นักเรียนสายศิลป์จึงไม่ได้โดดเด่นขนาดนั้น มิหนำซ้ำยังมีคนมองด้วยอคติอีกด้วย

ดังนั้น นั่นจึงเป็นเพียงการแอบรักข้างเดียว เธอไม่เคยคิดฝันว่าจะมีวันได้ยืนอยู่ตรงหน้าเขา

จนกระทั่งเธอเรียนจบจากสถาบันสอนเต้นและกลับมาพักร้อนที่บ้าน ก็ได้บังเอิญพบเขาที่กำลังท้อแท้สิ้นหวัง

คืนนั้นเขาดื่มจนเมามาย เดินโซเซไปมาและไม่ได้มองสัญญาณไฟตอนข้ามถนน มีรถคันหนึ่งขับมาด้วยความเร็วและเบรกไม่ทัน ตอนนั้นเธอเดินตามหลังเขามาเพราะเป็นห่วง เธอผลักเขาออกไป แต่กลับถูกรถชนเสียเอง

เธอเป็นนักเรียนสถาบันสอนเต้น ได้รับสิทธิ์ศึกษาต่อในระดับปริญญาโทแล้ว

ทว่าอุบัติเหตุทางรถยนต์ครั้งนี้ ทำให้เธอขาพิการ

เธอ...ไม่สามารถเต้นได้อีกต่อไป

ต่อมา เขาเลิกเหล้าและแต่งงานกับเธอ

เขารู้สึกผิดต่อเธอตลอดมา รู้สึกขอบคุณเธออยู่เสมอ พูดจาอ่อนโยนและทำตัวเย็นชามาตลอด ให้ของขวัญและเงินกับเธอมากมายมาตลอดเช่นกัน

แต่ติดอยู่อย่างเดียว คือเขาไม่รักเธอ

เธอเคยคิดว่าเวลาจะทำให้ทุกอย่างอบอุ่นขึ้น คิดว่าเวลาจะชะล้างทุกสิ่งได้

แต่เธอคิดไม่ถึงเลย ว่าผ่านไปห้าปีแล้วเขาก็ยังจำชื่อ "เฉิงเฉิง" ได้ฝังใจแบบนี้ ถึงขั้นว่ายังเรียกชื่อนี้อยู่ตอนที่เขากำลังปรนเปรอตัวเอง

สุดท้ายก็เป็นเธอเองที่โง่และไร้เดียงสาเกินไป...

เธอนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน อีเมลนั้นในโทรศัพท์ คืนนี้เธออ่านมันไม่ต่ำกว่าร้อยรอบ

มันคือจดหมายตอบรับเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ เป็นเรื่องที่เดิมทีเธอตั้งใจจะปรึกษาเขา

เธอจะถามเขาว่าเธอสามารถไปเรียนต่อที่ต่างประเทศได้หรือไม่?

แต่พอมาดูตอนนี้ เหมือนว่าไม่จำเป็นต้องปรึกษาเขาแล้ว

การแต่งงานห้าปี ค่ำคืนที่พลิกตัวไปมานับครั้งไม่ถ้วน ในที่สุดตอนนี้ก็เริ่มนับถอยหลังได้สักที

ตอนที่เขาตื่นนอน เธอยังแสร้งทำเป็นหลับอยู่ ได้ยินเขาคุยกับป้าเฉินที่เป็นแม่บ้านอยู่ด้านนอก "คืนนี้ผมมีกินเลี้ยงสังสรรค์ ไม่ต้องให้คุณนายรอผมนะ ให้เธอรีบเข้านอนได้เลย"

หลังจากกำชับเสร็จ เขายังกลับเข้ามาดูในห้องอีกครั้ง เธอกำลังนอนคลุมโปง แต่ น้ำตาซึมเปียกหมอนไปแล้ว

ปกติเวลาเขาไปบริษัท เธอจะจัดชุดที่เขาจะใส่วางไว้ข้าง ๆ ล่วงหน้า เขาเพียงแค่สวมใส่เท่านั้น

แต่วันนี้เธอไม่ได้ทำ

เขาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องแต่งตัวด้วยตัวเอง จากนั้นก็ไปบริษัท

ตอนนี้เธอถึงได้ลืมตา รู้สึกเพียงว่าดวงตาบวมอย่างรุนแรง

เสียงนาฬิกาปลุกในโทรศัพท์ดังขึ้น

เป็นเวลาที่เธอกำหนดให้ตัวเอง ควรลุกขึ้นมาอ่านภาษาอังกฤษแล้ว

เนื่องจากขาของเธอพิการ หลังแต่งงานธอจึงใช้เวลา 90% ขังตัวเองอยู่ในบ้าน เธอไม่ยอมออกจากบ้านอีกเลย ทำได้เพียงแบ่งเวลาในแต่ละวันออกเป็นช่วง ๆ และหาอะไรทำเพื่อฆ่าเวลาในแต่ละช่วงเท่านั้น

เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาปิดนาฬิกาปลุก จากนั้นก็ไถแอปพลิเคชันต่าง ๆ อย่างไร้จุดหมาย

ในหัวเธอสับสนวุ่นวาย อ่านอะไรก็ไม่เข้าหัวสักอย่าง

จนกระทั่งเธอเลื่อนไปเจอวิดีโอหนึ่งบนโซเชียลมีเดีย

คนที่อยู่ในภาพคุ้นตามาก...

เมื่อมองชื่อบัญชีอีกครั้ง 'เฉิงเฉิงCC'

อัลกอริทึมนี่มัน...

เวลาที่โพสต์คือเมื่อคืนนี้

พอเจี่ยนจือกดเปิดวิดีโอ เสียงดนตรีสนุกสนานก็ดังขึ้นทันที จากนั้นก็มีคนตะโกนว่า "หนึ่ง สอง สาม! ยินดีต้อนรับกลับมานะเฉิงเฉิง! ชนแก้ว!"

เสียงนั้น…ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเสียงของเวินถิงเยี่ยน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 604

    เจี่ยงซื่อฝานยิ่งพูดก็ยิ่งตื่นเต้นขึ้นมา “รุ่นพี่เจี่ยน พี่รู้ไหม? ผมหวังให้คนที่กำลังนอนอยู่ในโรงพยาบาลตอนนี้เป็นผมมากเลยนะ แบบนั้นพี่จะสงสารผมไหม? จะรู้สึกขอบคุณผมไหม? แล้วจะยอมรับผมกลับเข้าไปในชีวิตอีกครั้งหรือเปล่า?”ประกายร้อนแรงอันคุ้นเคยปะทุขึ้นในดวงตาของเจี่ยงซื่อฝานในใจเจี่ยนจือพลันเกิดความตึงเครียดและอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกขึ้นมาตามสัญชาตญาณ เธอเลื่อนกระจกขึ้นอีกนิดอย่างเหนื่อยล้า จะได้ไม่ต้องมองเห็นดวงตาของเจี่ยงซื่อฝาน“เจี่ยงซื่อฝาน มันไม่ใช่แบบนั้น ในเมื่อพวกเราเลิกกันแล้ว ฉันก็ขอให้นายเริ่มต้นชีวิตใหม่ เดินหน้าต่อไป อย่าหันกลับมามองอีกเลย” เจี่ยนจือไม่อยากยั่วโมโหเขา และก็อวยพรเขาจากใจจริง“ไม่!” เจี่ยงซื่อฝานกลับร้องออกมาอย่างร้อนรนพร้อมเสียงสะอื้น “ไม่ใช่แบบนี้สิ! พี่ให้อภัยเวินถิงเยี่ยนแล้วใช่ไหม? พี่ไปเยี่ยมเขา เป็นห่วงเขาแล้วใช่ไหม? เมื่อก่อนพี่เกลียดเขาขนาดนั้น ตอนนี้พี่ยังไปโรงพยาบาลเพราะสงสารเขาได้ ทำไมคนที่ช่วยพี่ถึงไม่ใช่ผม? ทำไม...”คำว่า ทำไม ดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า พร้อมกับเสียงฝ่ามือของเขาที่ทุบกระจกรถ ขมับของเจี่ยนจือเริ่มปวดตุบ ๆ แบบที่คุ้นเคยขึ้นม

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 603

    “คุณหนู ผมจะลงไปดูนะครับ” คนที่นั่งอยู่ตรงเบาะข้างคนขับคือบอดี้การ์ดคนใหม่ที่เจี่ยนหลานส่งมาเจี่ยนจือพยักหน้า “ไปเถอะ ถามให้ชัดว่าเขามีธุระอะไรกันแน่”หลังจากบอดี้การ์ดลงจากรถ เจี่ยนจือก็เลื่อนกระจกลงเป็นช่องเล็ก ๆ ทำให้พอได้ยินเสียงพวกเขาคุยกัน“เจี่ยนจืออยู่ในรถใช่ไหม? ให้เธอลงมาคุยกับผม” น้ำเสียงของเจี่ยงซื่อฝานทั้งร้อนรนและแข็งกร้าว“มีอะไรก็บอกผมได้ครับ” ท่าทีของบอดี้การ์ดเองก็ไม่ยอมถอย“นาย? นายรับเรื่องแทนเจี่ยนจือได้หรือไง?” น้ำเสียงของเจี่ยงซื่อฝานยังคงเจือความดูแคลนแต่บอดี้การ์ดกลับตอบสั้นกระชับ ไม่ยอมอ่อนข้อแม้แต่น้อย “ได้ครับ”“นาย...” ความกร่างของบอดี้การ์ดคนนี้ทำให้เจี่ยงซื่อฝานรู้สึกโมโห จึงเดินมาทุบกระจกรถฝั่งเจี่ยนจือต่อ “รุ่นพี่เจี่ยน ผมรู้ว่าพี่อยู่ในรถ ผมมีเรื่องสำคัญจะคุยกับพี่”“คุณครับ คุณหนูสั่งไว้ว่าสามารถคุยกับผมได้ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม” บอดี้การ์ดขยับมายืนขวางระหว่างเจี่ยงซื่อฝานกับกระจกรถ“ไม่ว่าเรื่องอะไร?” เจี่ยงซื่อฝานโมโหหนักกว่าเดิม “แล้วเรื่องส่วนตัวระหว่างฉันกับคุณหนูของนายล่ะ? ก็ต้องคุยกับนายด้วยหรือไง? นายเป็นตัวแทนคุณหนูหรือไง?”เจี่ยนจ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 602

    ห้องไอซียูของโรงพยาบาลแห่งนี้เป็นห้องกระจกตอนที่เธอไปถึง ก็บังเอิญเจอกับแอนนาที่เพิ่งออกมาจากการเยี่ยมพอดีพอแอนนาเห็นเธอ ตอนแรกก็ดูตกใจ จากนั้นก็มีอาการลนลานอยู่ชั่วขณะ สุดท้ายจึงเดินมาหาแล้วถามว่า “เจี่ยน เธอมาทำไม?” ขณะพูด สายตากลับเหลือบไปทางห้องทำงานของหมอด้านหลังเจี่ยนจืออธิบายว่า “ฉันมาเยี่ยมบอดี้การ์ดของฉัน เลยคิดว่าจะแวะมาถามหมอด้วยว่าอาการของเวินถิงเยี่ยนเป็นยังไงบ้าง อีกอย่าง...”อีกอย่าง เธอรู้ว่าค่าใช้จ่ายในไอซียูแพงมาก ตอนหย่ากัน เวินถิงเยี่ยนยกเงินทั้งหมดให้เธอ ต่อมาเขาได้รับมรดกจากพ่อก็เอาไปบริจาคอีก พอเปิดร้านขึ้นมาก็ถูกบีบให้ปิด ไม่รู้ว่าตอนนี้เขายังเหลือเงินอยู่เท่าไร แล้วได้ซื้อประกันไว้ที่นี่หรือเปล่า...ยิ่งคิดถึงเรื่องพวกนี้ก็ยิ่งปวดหัวเธอจึงคิดว่าจะมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้สีหน้าของแอนนาเปลี่ยนไปเล็กน้อย “งั้นเธอเจอหมอหรือยัง?”เจี่ยนจือส่ายหน้า “ฉันเพิ่งมาถึงเอง ยังไม่ได้ไปหาหมอเลย”แอนนาจึงพาเจี่ยนจือกับคุณย่าไปดูเวินถิงเยี่ยน เพียงแต่เป็นการมองผ่านกระจก ไม่ได้เข้าไปข้างในเวินถิงเยี่ยนนอนอยู่ตรงนั้น หลับสนิท ไม่ขยับเขยื้อน ดูไร้ซึ่งชีวิตชีวา“เขา

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 601

    เจี่ยนหลานจับไหล่เธอไว้ แล้วดึงเข้าไปกอดเบา ๆในเวลานี้เขาไม่มีคำพูดใด ๆ เลยคำถามนี้เองก็ไม่มีคำตอบเช่นกันบางทีการไม่ตอบ ก็อาจเป็นคำตอบที่ดีที่สุดแล้วอาการของเวินถิงเยี่ยนค่อนข้างแย่เจี่ยนจือได้ยินจากแอนนาว่าอวัยวะภายในของเขาฉีกขาด และช่วงล่างของร่างกายก็มีกระดูกหักเธอหวังว่าอาการบาดเจ็บของเวินถิงเยี่ยนจะเหมือนกับบอดี้การ์ด แค่กระดูกหักเท่านั้น และจะไม่เหมือนเธอเมื่อก่อนที่กระทบต่อการเดินเธอเองก็อยากไปเยี่ยมเวินถิงเยี่ยนเหมือนกันถึงแม้เขาจะอยู่ในห้องไอซียู แต่ตามกฎของโรงพยาบาลก็ยังมีช่วงเวลาให้เข้าเยี่ยมได้ ทว่าเธอเป็นเพียงอดีตภรรยาเท่านั้นวันนั้นเธอตั้งใจจะไปโรงพยาบาลเยี่ยมเซนต์กับอีกคน หลังจากเตรียมใจอยู่นานจึงโทรหาแอนนา แล้วถามอย่างลังเลว่า “แอนนา ช่วงเวลาเยี่ยมตอนบ่าย ฉันไปเยี่ยมเวินถิงเยี่ยนกับเธอได้ไหม?”แอนนาลังเลไปเล็กน้อย แต่กลับปฏิเสธเธอ “อย่าเลยดีกว่าเจี่ยน”เจี่ยนจือรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย และไม่สะดวกจะยืนกรานต่อ จึงได้แต่เอ่ยว่า “งั้น...ก็ได้ ฉัน...”ในฐานะอดีตภรรยา เธอก็ไม่ควรให้ความสนใจกับเวินถิงเยี่ยนมากเกินไปจริง ๆ“ฉันแค่...รู้สึกอยากขอโทษ” เธ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 600

    เวินถิงเยี่ยนถูกส่งเข้าไอซียูแล้ว นั่นก็หมายความว่าตอนนี้พวกเธอจะไม่ได้เจอเขาอีกภายใต้การเกลี้ยกล่อมซ้ำแล้วซ้ำเล่าของเจี่ยนหลาน แอนนากับเจี่ยนจือถึงยอมออกจากโรงพยาบาลแล้วกลับบ้านเจี่ยนจือวางใจเรื่องแอนนาไม่ได้จริง ๆตลอดทาง แอนนาเอาแต่นิ่งเหม่อราวกับยังไม่สามารถยอมรับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับเวินถิงเยี่ยนได้เลยคำพูดมากมายของเจี่ยนจือ ทั้งคำขอโทษ คำสัญญา คำรับรอง...ไม่มีคำไหนเลยที่เธอจะพูดออกมาได้พอแอนนาเดินออกจากอาคารผู้ป่วย ก็เดินตรงไปทางนอกโรงพยาบาล ถึงขั้นลืมไปด้วยซ้ำว่าต้องขึ้นรถของพวกเขา“แอนนา...” เจี่ยนจือเรียกเธอเอาไว้แอนนาหันกลับมาด้วยท่าทางเหม่อลอย“แอนนา” พอเห็นแอนนาเป็นแบบนี้ เจี่ยนจือก็แทบร้องไห้ออกมา “ถ้างั้นช่วงนี้เธอไปพักที่บ้านฉันสักระยะดีไหม?”เธอกังวลว่าแอนนาจะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ด้วยตัวคนเดียวไม่ไหวแต่แอนนากลับยิ้มบาง ๆ แล้วส่ายหน้าเธอยังยิ้มได้ยังไงกัน...หัวใจของเจี่ยนจือเปรี้ยวฝาดราวกับมะนาวลูกหนึ่งที่กำลังถูกบิดจนแหลกเพื่อคั้นน้ำออกมา“แอนนา” เจี่ยนจือกลั้นไม่ไหวอีกครั้ง เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้น “ไปอยู่กับพวกเราก่อนเถอะ จะได

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 599

    เจี่ยนจือกับแอนนารออยู่นอกห้องฉุกเฉินนานมาก นานแสนนานจนกระทั่งฟ้ามืดสนิท ทั้งสามคนจึงทยอยถูกเข็นออกมาคนแรกที่ออกมาคือเซนต์ หรือก็คือบอดี้การ์ดที่ถูกยิง เขาได้รับบาดเจ็บตรงหัวไหล่ ตอนถูกเข็นออกมา บริเวณแผลถูกพันด้วยผ้าก๊อซ และตัวเขาก็มีสติแจ่มชัดแล้ว นอกจากสีหน้าจะซีดเล็กน้อยแล้ว ดูท่าทางสภาพจิตใจยังดีอยู่ หลังจากบอกเจี่ยนหลานว่าตัวเองไม่เป็นไรมาก ก็ถูกส่งตัวไปยังห้องพักผู้ป่วยจากนั้นก็เป็นบอดี้การ์ดที่ถูกรถชน เขากระดูกขาหัก ตอนถูกเข็นออกมา ขาข้างหนึ่งใส่เฝือกไว้ อย่างน้อยตอนนี้ก็ไม่มีอันตรายถึงชีวิตแล้วเจี่ยนจือมองขาของบอดี้การ์ดที่ถูกหุ้มด้วยเฝือก ความทรงจำอันห่างไกลช่วงหนึ่งพลันไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวอย่างรุนแรงราวกับคลื่นยักษ์ที่กำลังซัดกระหน่ำเธอกำเสื้อของเจี่ยนหลานแน่น “พี่ เขาจะขาเป๋ไหม?”บอดี้การ์ดก็เป็นคน ไม่ใช่เครื่องจักร เขาเพียงแค่ทำงานที่มีความเสี่ยงสูงงานหนึ่งเท่านั้น ถ้าต้องพิการเพราะเรื่องนี้...อาจเป็นเพราะตัวเธอเองเคยผ่านประสบการณ์แบบเดียวกันมาก่อน ดังนั้นเมื่อเห็นเฝือก จึงยิ่งรู้สึกบีบหัวใจเป็นพิเศษเจี่ยนหลานตบมือเธอเบา ๆ ก่อนจะไปถามรายละเอียดจากหมอ หลังจาก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status