Share

ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน
ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน
Penulis: ปลาคาร์ปตัวน้อย

บทที่ 1

Penulis: ปลาคาร์ปตัวน้อย
เสียงน้ำไหลซ่า ๆ ดังมาจากในห้องน้ำ

เวินถิงเยี่ยนกำลังอาบน้ำอยู่

เวลาตีสาม

เขาเพิ่งจะกลับมาถึงบ้าน

เจี่ยนจือยืนอยู่หน้าประตูห้องน้ำ เธอมีบางเรื่องอยากปรึกษาเขา

เธอตื่นเต้นนิดหน่อย ไม่รู้ว่าเรื่องที่เธอกำลังจะบอกเขา พอเขาได้ฟังแล้วจะเห็นด้วยหรือไม่

ขณะที่เธอกำลังคิดว่าจะพูดอย่างไรดี ในห้องน้ำกลับมีเสียงแปลก ๆ ดังออกมา

พอเธอตั้งใจฟังถึงได้เข้าใจ คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะกำลังช่วยปรนเปรอความใคร่ของตัวเอง...

เสียงหอบหายใจปนเสียงครางที่ดังออกมาแต่ละครั้ง ราวกับค้อนหนักที่ระรัวทุบลงบนใจเธอ ความเจ็บปวดพรั่งพรูราวกับกระแสน้ำ เธอจมดิ่งอยู่ในความเจ็บปวดนั้นจนแทบหายใจไม่ออก

วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานของเธอกับเขา เธอแต่งงานกับเขาได้ห้าปีแล้ว แต่ทั้งสองกลับไม่เคยมีความสัมพันธ์แบบสามีภรรยากันจริง ๆ เลยแม้แต่ครั้งเดียว

ที่แท้ เขายอมช่วยตัวเองแทนที่จะแตะต้องเธองั้นเหรอ?

เขาหอบหายใจถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะระเบิดเสียงครางต่ำ ๆ ออกมาอย่างความอดทน "เฉิงเฉิง..."

เสียงนี้...เหมือนเป็นค้อนพิฆาตครั้งสุดท้ายที่มอบให้แก่เธอ

ในใจเธอระเบิดดังโครม บางสิ่งถูกทุบแหลกเป็นผุยผงไปแล้ว

เธอพยายามปิดปากตัวเองไม่ให้ส่งเสียงร้องไห้ออกมา หันหลังกลับแล้ววิ่งหนีไปเลย แต่เพิ่งวิ่งได้ก้าวเดียวก็เสียหลักชนเข้ากับอ่างล้างหน้า ล้มลงบนพื้นทันที

"เจี่ยนจือ?" ในนั้น เสียงของเวินถิงเยี่ยนยังไม่ทันสงบลงเลย เธอฟังออกว่าเขาพยายามควบคุมไว้ แต่ก็ยังหายใจแรงมากอยู่ดี

"ฉัน...ฉันจะเข้าห้องน้ำ แต่ไม่รู้ว่านายอาบน้ำอยู่..." เธอกล่าวคำโกหกที่ยอดแย่ออกมา แล้วรีบคว้าอ่างล้างหน้าเพื่อพยุงตัวลุกขึ้น

แต่ยิ่งรีบร้อนก็ยิ่งดูจนตรอก บนพื้นกับอ่างล้างหน้าเปียกน้ำ ไม่ง่ายเลยกว่าเธอจะลุกขึ้นมาได้ แต่เวินถิงเยี่ยนกลับเดินออกมาแล้ว เขารีบสวมเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวแบบลวก ๆ แต่สายรัดเอวกลับถูกมัดไว้อย่างแน่นหนา

"เธอล้มเหรอ เดี๋ยวฉันช่วย" เขาทำท่าจะอุ้มเธอ

เธอเจ็บจนน้ำตาคลอเบ้า แต่ก็ยังปัดมือเขาออกอย่างทุลักทุเลแต่แน่วแน่ "ไม่เป็นไร ฉันลุกเองได้"

จากนั้น หลังจากเกือบจะลื่นล้มอีกครั้ง เธอก็รีบเดินโซเซหนีกลับไปที่ห้องนอน

ใช้คำว่า "หนี" ก็ไม่ผิดเลยสักนิด

ตลอดห้าปีที่แต่งงานกับเวินถิงเยี่ยน เธอเอาแต่หนี

หนีโลกภายนอก หนีสายตาแปลก ๆ ของทุกคน หนีความเมตตาและความเห็นอกเห็นใจของเวินถิงเยี่ยนด้วย นึกไม่ถึงว่าภรรยาของเวินถิงเยี่ยนเป็นคนขาเป๋

คนขาเป๋อย่างเธอจะคู่ควรกับเวินถิงเยี่ยนผู้สง่างามไร้มลทินและประสบความสำเร็จได้อย่างไร?

เดิมทีเธอเคยมีขาที่แข็งแรงและสวยงาม...

เวินถิงเยี่ยนตามออกมาติด ๆ เขาเป็นห่วงมากและถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ล้มเจ็บไหม? ให้ฉันดูหน่อย"

"ไม่ ไม่เป็นไร" เธอห่มผ้าห่มแน่นขึ้น ซ่อนความความจนตรอกของเธอไว้ในผ้าห่ม

"ไม่เป็นไรจริงเหรอ" เขาเป็นห่วงเธอจริง ๆ

"อืม" เธอหันหลังให้เขา แล้วออกแรงพยักหน้า

"งั้นเธอจะนอนแล้ว? อยากเข้าห้องน้ำไม่ใช่เหรอ"

"ตอนนี้ไม่อยากแล้ว นอนเถอะ" เธอเอ่ยเสียงเบา

"ดี จริงสิ วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานของเรา ฉันซื้อของขวัญมาให้ พรุ่งนี้เธอค่อยแกะดูนะว่าชอบไหม"

"ได้" ของขวัญวางอยู่บนหัวเตียง เธอเห็นมันแล้ว แต่ต่อให้เธอไม่แกะออกก็รู้ว่าข้างในคืออะไร

เป็นกล่องขนาดเท่ากันทุกปี ข้างในใส่นาฬิกาแบบเดียวกันไว้

ในลิ้นชักของเธอ มีนาฬิกาแบบเดียวกันวางอยู่เก้าเรือนแล้ว รวมถึงของขวัญวันเกิดด้วย นี่คือเรือนที่สิบ

บทสนทนาจบลงตรงนี้ เขาปิดไฟแล้วเอนกายลงนอน กลิ่นหอมชื้นของเจลอาบน้ำอบอวลอยู่ในอากาศ แต่เธอแทบไม่รู้สึกว่าเตียงยุบลงเลย เพราะบนเตียงขนาดสองเมตร เธอหลับอยู่ฝั่งนี้ ส่วนเขาเอนกายอยู่ริมอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งระยะห่างระหว่างทั้งสองยังนอนได้อีกสามคน

ไม่มีใครเอ่ยถึงชื่อ 'เฉิงเฉิง' และยิ่งไม่เอ่ยถึงสิ่งที่เขาเพิ่งทำในห้องน้ำ ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน

เธอนอนหงายตัวแข็งทื่อ รู้สึกร้อนผ่าวที่เบ้าตา

เฉิงเฉิง หรือ ลั่วอวี่เฉิง เป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมหาวิทยาลัยของเขา เป็นรักแรกและเป็นเทพธิดาในดวงใจ

หลังเรียนจบมหาวิทยาลัย ลั่วอวี่เฉิงไปต่างประเทศ ทั้งสองจึงเลิกกัน เวินถิงเยี่ยนเคยหมดอาลัยตายอยากจนดื่มเหล้าทุกวัน

เจี่ยนจือกับเวินถิงเยี่ยนเป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยม

เธอยอมรับว่าสมัยมัธยมปลายเคยแอบชอบเขา

ตอนนั้นเขาเป็นหนุ่มฮอตของโรงเรียน เป็นเด็กเนิร์ดผู้เย็นชา ส่วนเธอเป็นนักเรียนสายศิลป์ ถึงแม้จะหน้าตาสวย แต่สาวสวยก็มีมากมาย ในชีวิตมัธยมปลายที่คะแนนคือทุกอย่าง นักเรียนสายศิลป์จึงไม่ได้โดดเด่นขนาดนั้น มิหนำซ้ำยังมีคนมองด้วยอคติอีกด้วย

ดังนั้น นั่นจึงเป็นเพียงการแอบรักข้างเดียว เธอไม่เคยคิดฝันว่าจะมีวันได้ยืนอยู่ตรงหน้าเขา

จนกระทั่งเธอเรียนจบจากสถาบันสอนเต้นและกลับมาพักร้อนที่บ้าน ก็ได้บังเอิญพบเขาที่กำลังท้อแท้สิ้นหวัง

คืนนั้นเขาดื่มจนเมามาย เดินโซเซไปมาและไม่ได้มองสัญญาณไฟตอนข้ามถนน มีรถคันหนึ่งขับมาด้วยความเร็วและเบรกไม่ทัน ตอนนั้นเธอเดินตามหลังเขามาเพราะเป็นห่วง เธอผลักเขาออกไป แต่กลับถูกรถชนเสียเอง

เธอเป็นนักเรียนสถาบันสอนเต้น ได้รับสิทธิ์ศึกษาต่อในระดับปริญญาโทแล้ว

ทว่าอุบัติเหตุทางรถยนต์ครั้งนี้ ทำให้เธอขาพิการ

เธอ...ไม่สามารถเต้นได้อีกต่อไป

ต่อมา เขาเลิกเหล้าและแต่งงานกับเธอ

เขารู้สึกผิดต่อเธอตลอดมา รู้สึกขอบคุณเธออยู่เสมอ พูดจาอ่อนโยนและทำตัวเย็นชามาตลอด ให้ของขวัญและเงินกับเธอมากมายมาตลอดเช่นกัน

แต่ติดอยู่อย่างเดียว คือเขาไม่รักเธอ

เธอเคยคิดว่าเวลาจะทำให้ทุกอย่างอบอุ่นขึ้น คิดว่าเวลาจะชะล้างทุกสิ่งได้

แต่เธอคิดไม่ถึงเลย ว่าผ่านไปห้าปีแล้วเขาก็ยังจำชื่อ "เฉิงเฉิง" ได้ฝังใจแบบนี้ ถึงขั้นว่ายังเรียกชื่อนี้อยู่ตอนที่เขากำลังปรนเปรอตัวเอง

สุดท้ายก็เป็นเธอเองที่โง่และไร้เดียงสาเกินไป...

เธอนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน อีเมลนั้นในโทรศัพท์ คืนนี้เธออ่านมันไม่ต่ำกว่าร้อยรอบ

มันคือจดหมายตอบรับเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ เป็นเรื่องที่เดิมทีเธอตั้งใจจะปรึกษาเขา

เธอจะถามเขาว่าเธอสามารถไปเรียนต่อที่ต่างประเทศได้หรือไม่?

แต่พอมาดูตอนนี้ เหมือนว่าไม่จำเป็นต้องปรึกษาเขาแล้ว

การแต่งงานห้าปี ค่ำคืนที่พลิกตัวไปมานับครั้งไม่ถ้วน ในที่สุดตอนนี้ก็เริ่มนับถอยหลังได้สักที

ตอนที่เขาตื่นนอน เธอยังแสร้งทำเป็นหลับอยู่ ได้ยินเขาคุยกับป้าเฉินที่เป็นแม่บ้านอยู่ด้านนอก "คืนนี้ผมมีกินเลี้ยงสังสรรค์ ไม่ต้องให้คุณนายรอผมนะ ให้เธอรีบเข้านอนได้เลย"

หลังจากกำชับเสร็จ เขายังกลับเข้ามาดูในห้องอีกครั้ง เธอกำลังนอนคลุมโปง แต่ น้ำตาซึมเปียกหมอนไปแล้ว

ปกติเวลาเขาไปบริษัท เธอจะจัดชุดที่เขาจะใส่วางไว้ข้าง ๆ ล่วงหน้า เขาเพียงแค่สวมใส่เท่านั้น

แต่วันนี้เธอไม่ได้ทำ

เขาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องแต่งตัวด้วยตัวเอง จากนั้นก็ไปบริษัท

ตอนนี้เธอถึงได้ลืมตา รู้สึกเพียงว่าดวงตาบวมอย่างรุนแรง

เสียงนาฬิกาปลุกในโทรศัพท์ดังขึ้น

เป็นเวลาที่เธอกำหนดให้ตัวเอง ควรลุกขึ้นมาอ่านภาษาอังกฤษแล้ว

เนื่องจากขาของเธอพิการ หลังแต่งงานธอจึงใช้เวลา 90% ขังตัวเองอยู่ในบ้าน เธอไม่ยอมออกจากบ้านอีกเลย ทำได้เพียงแบ่งเวลาในแต่ละวันออกเป็นช่วง ๆ และหาอะไรทำเพื่อฆ่าเวลาในแต่ละช่วงเท่านั้น

เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาปิดนาฬิกาปลุก จากนั้นก็ไถแอปพลิเคชันต่าง ๆ อย่างไร้จุดหมาย

ในหัวเธอสับสนวุ่นวาย อ่านอะไรก็ไม่เข้าหัวสักอย่าง

จนกระทั่งเธอเลื่อนไปเจอวิดีโอหนึ่งบนโซเชียลมีเดีย

คนที่อยู่ในภาพคุ้นตามาก...

เมื่อมองชื่อบัญชีอีกครั้ง 'เฉิงเฉิงCC'

อัลกอริทึมนี่มัน...

เวลาที่โพสต์คือเมื่อคืนนี้

พอเจี่ยนจือกดเปิดวิดีโอ เสียงดนตรีสนุกสนานก็ดังขึ้นทันที จากนั้นก็มีคนตะโกนว่า "หนึ่ง สอง สาม! ยินดีต้อนรับกลับมานะเฉิงเฉิง! ชนแก้ว!"

เสียงนั้น…ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเสียงของเวินถิงเยี่ยน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 596

    เจี่ยนจือหันกลับไปมองเวินถิงเยี่ยนกับบอดี้การ์ดที่นอนอยู่บนพื้นแวบหนึ่ง หัวใจบีบรัดแน่นด้วยความเป็นห่วง แต่เธอก็ยังรีบตามอัลเลนขึ้นรถไปติด ๆเสียงปืนทำให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตกใจจนรีบเข้ามาดู อัลเลนเอ่ยอย่างร้อนรนว่า “รีบแจ้งตำรวจ เรียกรถพยาบาลเร็ว!”พูดจบ เขาก็หันไปพูดกับทั้งสามคนที่นอนอยู่บนพื้นว่า “อดทนไว้นะ ผมจะขับรถออกไปก่อน แล้วค่อยแจ้งคุณรอสซี”คุณย่าตกใจกลัวจนจับมือเจี่ยนจือไว้แน่น ทั้งที่ตัวเองหวาดกลัวมาก แต่ก็ยังปลอบเจี่ยนจือว่า “จือจือไม่ต้องกลัวนะ ไม่ต้องกลัว ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว หมอกับตำรวจกำลังจะมา พวกเขาสามคนจะต้องไม่เป็นอะไร”เจี่ยนจือแนบตัวอยู่กับกระจกรถ มองทั้งสามคนที่ค่อย ๆ ห่างออกไป รวมถึงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ ในหัวของเธอมีแต่เสียงหึ่ง ๆ ดังไม่หยุด ส่วนหัวใจก็เหมือนมีใครถือกลองใบใหญ่มาทุบอย่างแรง ตึก…ตึก…ตึก… ทุบเสียจนใจเธอสั่นราวกับจะกระเด็นออกมา แม้แต่ในหู ในสมอง ก็เหมือนมีใครกำลังทุบดัง ตึก…ตึก…ตึก… อยู่ตลอดเวลาเธอกุมหน้าอกพลางหอบหายใจแรง “คุณย่า หนูไม่เป็นไร หนูไม่ได้กลัว แล้วคุณย่าล่ะ? เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?”“ย่าไม่เป็นไร

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 595

    ใกล้จะถึงเทศกาลตรุษจีนแล้วถึงแม้ตัวจะอยู่ที่ต่างประเทศ แต่สำหรับคนตระกูลเจี่ยนตรุษจีนยังคงเป็นเทศกาลที่สำคัญที่สุดของปีโดยเฉพาะกับคุณย่า พอถึงช่วงนี้ทีไรท่านก็มักจะยุ่งอยู่กับการเตรียมงานฉลองตามขนบธรรมเนียมเดิมที่คุ้นเคย ซึ่งเรื่องพวกนี้ล้วนแต่เป็นเรื่องที่คนงานที่บ้านคุณป้าจัดการไม่ได้ จึงกลายเป็นหน้าที่ของคุณป้า เจี่ยนจือและเจี่ยนหลานที่ต้องช่วยคุณย่าจัดเตรียมทุกอย่างเองโดยเฉพาะเจี่ยนจือที่ยังไม่เปิดเทอม จึงมีเวลาช่วยคุณย่ามากกว่าคนอื่นทั้งเตรียมเนื้อเค็ม ตัดกระดาษมงคลตกแต่งหน้าต่างและประตู แถมยังถึงขั้นที่ไปซื้อโม่เล็ก ๆ มาอันหนึ่ง ตั้งใจจะบดข้าวเหนียวสำหรับทำบัวลอยจีนไม่มีทั้งคำพูดที่ว่า “ที่บ้านมีแฮมสเปนชั้นดีอยู่แล้วจะยังทำเนื้อเค็มไปทำไม” หรือแม้แต่ “ในซูเปอร์มาเก็ตจีนก็มีเม็ดบัวลอยสำเร็จรูปขายตั้งเยอะ นั่งโม่เองลำบากจะตาย” ทุกคนต่างเต็มใจทำตามขนมธรรมเนียมที่คุณย่ายึดถือ และที่สำคัญพวกเขาเองก็มีความสุขกับการได้ทำสิ่งเหล่านี้ไปด้วยกันถึงขนาดที่เจี่ยนหลานสนใจเครื่องโม่หินมาก เขาถึงขั้นเปิดดูคลิปสอนวิธีใช้ตามอินเทอร์เน็ต จำได้ว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งเขาถึงกับตื่นเช้ามาโม่ถั่

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 594

    เขายอมรับผิดทุกอย่างไว้คนเดียว และรับแรงโจมตีทั้งหมดบนโลกออนไลน์ไว้กับตัวเอง“เขาเป็นผู้ชายนะ รับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำก็เป็นเรื่องที่ควรอยู่แล้ว!แค่นี้ลูกก็ซาบซึ้งใจแล้วเหรอ?” แม่หลินไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่ลูกสาวตัวเองจะยอมลดตัวไปทุ่มเทให้ผู้ชายขนาดนี้ “ผู้ชายดี ๆ มีตั้งเยอะแยะไม่ใช่หรือไง?”หลินจื่อเวยแย่งโทรศัพท์กลับมา “ใช่ค่ะ ผู้ชายมีเยอะก็จริง แต่เจี่ยงซื่อฝานมีคนเดียว!”พูดจบ เธอก็วิ่งออกไปทันที“ลูกจะไปไหน?จะไปหาเขาใช่ไหม ลูกฟังแม่……”แม่หลินยังพูดไม่ทันจบ หลินจื่อเวยก็วิ่งออกจากบ้านไปแล้วเธอตั้งใจจะไปหาเจี่ยงซื่อฝานจริง ๆ นั่นแหละเธอถ่อไปถึงที่บริษัทของเจี่ยงซื่อฝาน แต่ตอนนั้นเจี่ยงซื่อฝานกำลังประชุมอยู่ เธอจึงเข้าไปนั่งรอในห้องทำงานของเขาตอนที่เจี่ยงซื่อฝานกลับมาแล้วเห็นเธอกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานของตน ความโกรธก็พลันพุ่งขึ้นมา “ใครอนุญาตให้เธอมา?”หลินจื่อเวยไม่ตอบอะไร เธอเพียงลุกออกจากเก้าอี้แล้วพุ่งเข้าหาเขา ก่อนจะตวัดเรียวแขนโอบรัดเอวสอบเจี่ยงซื่อฝานรีบยกมือทั้งสองข้างขึ้น “เธอเป็นบ้าอะไรเนี่ย?”“ขอบคุณนะ” หลินจื่อเวยเอ่ยเสียงเบา“ขอบคุณเรื่องอะไร?” เจี่

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่593

    เจี่ยงซื่อฝานอึ้งไปพักใหญ่ ก่อนจะเหยียดยิ้มฝืน ๆ “โง่จริง ๆ ก็มีแต่เธอนั่นแหละที่คิดว่าฉันดีไปหมดทุกอย่าง”หลินจื่อเวยเองก็เงียบไปพักใหญ่ สุดท้ายก็พูดทั้งน้ำตา “ นายดีทุกอย่างนั่นแหละ ยกเว้นเรื่องที่ไม่ชอบฉัน”เจี่ยงซื่อฝานทรุดตัวนั่งลงบนพื้น ผ่านไปพักใหญ่ ๆ เขาถึงพูดขึ้นว่า “ ฉันบอกแล้วว่าฉันมาขอโทษ”หลินจื่อเวยเบือนหน้าหนี ขอบตาแดงก่ำด้วยความน้อยใจเจี่ยงซื่อฝานเอ่ย “ เรื่องนี้เป็นความผิดของฉันทั้งหมด ฉันไม่ควรปล่อยให้เธอเห็นคลิปนั้นแล้วเอาไปฝึกตาม ฉันผิดเองที่เก็บ ไฟล์ข้อมูลของตัวเองไม่ดี”น้ำตาของหลินจื่อเวยไหลพรากลงมาทันที “ ฉันเป็นคนแอบฝึกเอง แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนาย”“ ยังไงก็เป็นเพราะฉันปล่อยปละละเลยเกินไป” เจี่ยงซื่อฝานว่าต่อ “ ฉันทำผิดต่อเธอ ทำผิดต่อเจี่ยนจือด้วย เรื่องนี้ฉันผิดเอง”พอหลินจื่อเวยได้ยินแบบนั้น ไฟโทสะก็ปะทุขึ้นอีกครั้ง ร่างบางชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง “ทำไมต้องพูดถึงยัยนั่นด้วย? นายมาขอโทษฉันนะ! ฉันจะบอกอะไรให้ ฉันทนไม่ได้ที่เห็นนายไปทำดีกับผู้หญิงคนอื่น! ทนไม่ได้ที่เห็นนายไปคบกับคนอื่น!นายรู้ไหมว่าตอนที่นายคบกับผู้หญิงที่ชื่อเจี่ยนจือ ฉันเสียใจขนาดไหน?แล้วตอน

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่592

    พ่อหลินหน้าถอดสีไปทันที “ว่าไงนะ?เป็นไปได้ยังไง?พ่อแม่ของเจี่ยนจือเป็นพวกผีพนันกับคนโลภไม่รู้จักพอไม่ใช่เหรอ แถมน้องชายเพียงคนเดียวก็เป็นพวกไม่เอาถ่านนี่?”“ลูกพี่ลูกน้องครับ คุณรอสซีกับเจี่ยนจือเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน คุณรอสซีรักเจี่ยนจือเหมือนเป็นแก้วตาดวงใจ จะว่ายังไงล่ะครับ……อยู่ดีไม่ว่าดีทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ได้!” พี่ชายหลินจนปัญญาสุด ๆ พ่อหลินตวัดสายตามองพ่อเจี่ยงทันที ความโกรธพลันปะทุขึ้นอีกครั้ง “คุณรู้เรื่องนี้อยู่แล้วใช่ไหม?ในใจคงกำลังหัวเราะเยาะผมสินะ?” คิดดูอีกที คำตอบมันก็แน่นอนอยู่แล้ว ยังไงไอ้คนตระกูลเจี่ยงก็ต้องรู้เรื่องนี้ดี ในเมื่อเจี่ยงซื่อฝานเกือบจะได้กลายเป็นลูกเขยบ้านนั้นแล้ว!เรื่องที่หน้าแตกครั้งนี้ทำเอาพ่อหลินแทบคุมสติตัวเองไว้ไม่อยู่เขาเสียหน้าได้ แต่จะเสียหน้าต่อหน้าเหล่าเจิ้งไม่ได้!พ่อหลินตั้งท่าจะไล่พวกเขากลับด้วยความโมโห แต่แม่เจี่ยงก็เข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยไว้เสียก่อน “โอ๊ย เหล่าหลิน พวกเรารู้จักกันมาตั้งหลายปีแล้วนะคะ อย่าทะเลาะกันเพราะเรื่องแค่นี้เลยนะ?คุณกับเหล่าเจิ้งรู้จักกันมาตั้งแต่หนุ่ม ๆ ผ่านอะไรมาด้วยกันตั้งเท่าไหร่แล้ว เขาเป็นคนยังไงคุณก็น่า

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 591

    คนตระกูลหลินเองก็ไม่เคยมีใครคาดคิดว่าพ่อแม่ของเจี่ยงซื่อฝานและเจี่ยงซื่อฝานจะยังกล้ามาเยี่ยมกันถึงบ้านแบบนี้ แถมยังเอาของฝากมาให้ด้วย โดยที่อ้างเสียน่าฟังว่ามาเยี่ยมเวยเวยตอนนี้พ่อแม่ของหลินจื่อเวยยังคงรู้สึกอคติกับเจี่ยงซื่อฝานมาก สำหรับพวกเขาแล้วสิ่งที่เจี่ยงซื่อฝานทำไม่ต่างอะไรกับการราดน้ำเกลือลงบนแผลสด ไม่ช่วยเหลือกันยังพอว่า แต่นี่กลับออกแถลงการณ์ที่เหมือนการตอกหน้าหลินจื่อเวยกลาย ๆ อีกเพราะแบบนั้น ครอบครัวเจี่ยงจึงไม่ได้รับการต้อนรับอย่างดีนักเพราะต่างก็เป็นตระกูลใหญ่มีหน้ามีตา แม่เจี่ยงจึงทำเป็นไม่สนใจท่าทีเย็นชาของพวกเขา ยังคงชวนคุยสัพเพเหระเหมือนปกติ พอคุยไปพอหอมปากหอมคอแล้ว จึงวกเข้าเรื่องว่าช่วงตรุษจีนนี้ให้สองครอบครัวไปเที่ยวพักผ่อนด้วยกันดีไหม จะได้เปิดโอกาสให้หนุ่มสาวได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น?“ไม่ล่ะ” พ่อหลินตอบ“อ้อ?” แม่เจี่ยงหัวเราะพลางพูดว่า “มีแพลนอื่นแล้วเหรอคะ?”“ใช่ครับ” พ่อหลินตอบ “พวกผมจะไปไห่เฉิง”“ไปไห่เฉิง?” แม่เจี่ยงคลี่ยิ้มบาง “ไม่เลวเลยค่ะ ซื่อฝานเต้นรำอยู่กับคณะนาฏศิลป์ไห่เฉิงพอดีเลย ที่ผ่านมาพวกเราไปไห่เฉิงเพราะเรื่องงานทั้งนั้น ยังไม่มีโอกาสได้เที

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status