Share

ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน
ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน
Penulis: ปลาคาร์ปตัวน้อย

บทที่ 1

Penulis: ปลาคาร์ปตัวน้อย
เสียงน้ำไหลซ่า ๆ ดังมาจากในห้องน้ำ

เวินถิงเยี่ยนกำลังอาบน้ำอยู่

เวลาตีสาม

เขาเพิ่งจะกลับมาถึงบ้าน

เจี่ยนจือยืนอยู่หน้าประตูห้องน้ำ เธอมีบางเรื่องอยากปรึกษาเขา

เธอตื่นเต้นนิดหน่อย ไม่รู้ว่าเรื่องที่เธอกำลังจะบอกเขา พอเขาได้ฟังแล้วจะเห็นด้วยหรือไม่

ขณะที่เธอกำลังคิดว่าจะพูดอย่างไรดี ในห้องน้ำกลับมีเสียงแปลก ๆ ดังออกมา

พอเธอตั้งใจฟังถึงได้เข้าใจ คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะกำลังช่วยปรนเปรอความใคร่ของตัวเอง...

เสียงหอบหายใจปนเสียงครางที่ดังออกมาแต่ละครั้ง ราวกับค้อนหนักที่ระรัวทุบลงบนใจเธอ ความเจ็บปวดพรั่งพรูราวกับกระแสน้ำ เธอจมดิ่งอยู่ในความเจ็บปวดนั้นจนแทบหายใจไม่ออก

วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานของเธอกับเขา เธอแต่งงานกับเขาได้ห้าปีแล้ว แต่ทั้งสองกลับไม่เคยมีความสัมพันธ์แบบสามีภรรยากันจริง ๆ เลยแม้แต่ครั้งเดียว

ที่แท้ เขายอมช่วยตัวเองแทนที่จะแตะต้องเธองั้นเหรอ?

เขาหอบหายใจถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะระเบิดเสียงครางต่ำ ๆ ออกมาอย่างความอดทน "เฉิงเฉิง..."

เสียงนี้...เหมือนเป็นค้อนพิฆาตครั้งสุดท้ายที่มอบให้แก่เธอ

ในใจเธอระเบิดดังโครม บางสิ่งถูกทุบแหลกเป็นผุยผงไปแล้ว

เธอพยายามปิดปากตัวเองไม่ให้ส่งเสียงร้องไห้ออกมา หันหลังกลับแล้ววิ่งหนีไปเลย แต่เพิ่งวิ่งได้ก้าวเดียวก็เสียหลักชนเข้ากับอ่างล้างหน้า ล้มลงบนพื้นทันที

"เจี่ยนจือ?" ในนั้น เสียงของเวินถิงเยี่ยนยังไม่ทันสงบลงเลย เธอฟังออกว่าเขาพยายามควบคุมไว้ แต่ก็ยังหายใจแรงมากอยู่ดี

"ฉัน...ฉันจะเข้าห้องน้ำ แต่ไม่รู้ว่านายอาบน้ำอยู่..." เธอกล่าวคำโกหกที่ยอดแย่ออกมา แล้วรีบคว้าอ่างล้างหน้าเพื่อพยุงตัวลุกขึ้น

แต่ยิ่งรีบร้อนก็ยิ่งดูจนตรอก บนพื้นกับอ่างล้างหน้าเปียกน้ำ ไม่ง่ายเลยกว่าเธอจะลุกขึ้นมาได้ แต่เวินถิงเยี่ยนกลับเดินออกมาแล้ว เขารีบสวมเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวแบบลวก ๆ แต่สายรัดเอวกลับถูกมัดไว้อย่างแน่นหนา

"เธอล้มเหรอ เดี๋ยวฉันช่วย" เขาทำท่าจะอุ้มเธอ

เธอเจ็บจนน้ำตาคลอเบ้า แต่ก็ยังปัดมือเขาออกอย่างทุลักทุเลแต่แน่วแน่ "ไม่เป็นไร ฉันลุกเองได้"

จากนั้น หลังจากเกือบจะลื่นล้มอีกครั้ง เธอก็รีบเดินโซเซหนีกลับไปที่ห้องนอน

ใช้คำว่า "หนี" ก็ไม่ผิดเลยสักนิด

ตลอดห้าปีที่แต่งงานกับเวินถิงเยี่ยน เธอเอาแต่หนี

หนีโลกภายนอก หนีสายตาแปลก ๆ ของทุกคน หนีความเมตตาและความเห็นอกเห็นใจของเวินถิงเยี่ยนด้วย นึกไม่ถึงว่าภรรยาของเวินถิงเยี่ยนเป็นคนขาเป๋

คนขาเป๋อย่างเธอจะคู่ควรกับเวินถิงเยี่ยนผู้สง่างามไร้มลทินและประสบความสำเร็จได้อย่างไร?

เดิมทีเธอเคยมีขาที่แข็งแรงและสวยงาม...

เวินถิงเยี่ยนตามออกมาติด ๆ เขาเป็นห่วงมากและถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ล้มเจ็บไหม? ให้ฉันดูหน่อย"

"ไม่ ไม่เป็นไร" เธอห่มผ้าห่มแน่นขึ้น ซ่อนความความจนตรอกของเธอไว้ในผ้าห่ม

"ไม่เป็นไรจริงเหรอ" เขาเป็นห่วงเธอจริง ๆ

"อืม" เธอหันหลังให้เขา แล้วออกแรงพยักหน้า

"งั้นเธอจะนอนแล้ว? อยากเข้าห้องน้ำไม่ใช่เหรอ"

"ตอนนี้ไม่อยากแล้ว นอนเถอะ" เธอเอ่ยเสียงเบา

"ดี จริงสิ วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานของเรา ฉันซื้อของขวัญมาให้ พรุ่งนี้เธอค่อยแกะดูนะว่าชอบไหม"

"ได้" ของขวัญวางอยู่บนหัวเตียง เธอเห็นมันแล้ว แต่ต่อให้เธอไม่แกะออกก็รู้ว่าข้างในคืออะไร

เป็นกล่องขนาดเท่ากันทุกปี ข้างในใส่นาฬิกาแบบเดียวกันไว้

ในลิ้นชักของเธอ มีนาฬิกาแบบเดียวกันวางอยู่เก้าเรือนแล้ว รวมถึงของขวัญวันเกิดด้วย นี่คือเรือนที่สิบ

บทสนทนาจบลงตรงนี้ เขาปิดไฟแล้วเอนกายลงนอน กลิ่นหอมชื้นของเจลอาบน้ำอบอวลอยู่ในอากาศ แต่เธอแทบไม่รู้สึกว่าเตียงยุบลงเลย เพราะบนเตียงขนาดสองเมตร เธอหลับอยู่ฝั่งนี้ ส่วนเขาเอนกายอยู่ริมอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งระยะห่างระหว่างทั้งสองยังนอนได้อีกสามคน

ไม่มีใครเอ่ยถึงชื่อ 'เฉิงเฉิง' และยิ่งไม่เอ่ยถึงสิ่งที่เขาเพิ่งทำในห้องน้ำ ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน

เธอนอนหงายตัวแข็งทื่อ รู้สึกร้อนผ่าวที่เบ้าตา

เฉิงเฉิง หรือ ลั่วอวี่เฉิง เป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมหาวิทยาลัยของเขา เป็นรักแรกและเป็นเทพธิดาในดวงใจ

หลังเรียนจบมหาวิทยาลัย ลั่วอวี่เฉิงไปต่างประเทศ ทั้งสองจึงเลิกกัน เวินถิงเยี่ยนเคยหมดอาลัยตายอยากจนดื่มเหล้าทุกวัน

เจี่ยนจือกับเวินถิงเยี่ยนเป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยม

เธอยอมรับว่าสมัยมัธยมปลายเคยแอบชอบเขา

ตอนนั้นเขาเป็นหนุ่มฮอตของโรงเรียน เป็นเด็กเนิร์ดผู้เย็นชา ส่วนเธอเป็นนักเรียนสายศิลป์ ถึงแม้จะหน้าตาสวย แต่สาวสวยก็มีมากมาย ในชีวิตมัธยมปลายที่คะแนนคือทุกอย่าง นักเรียนสายศิลป์จึงไม่ได้โดดเด่นขนาดนั้น มิหนำซ้ำยังมีคนมองด้วยอคติอีกด้วย

ดังนั้น นั่นจึงเป็นเพียงการแอบรักข้างเดียว เธอไม่เคยคิดฝันว่าจะมีวันได้ยืนอยู่ตรงหน้าเขา

จนกระทั่งเธอเรียนจบจากสถาบันสอนเต้นและกลับมาพักร้อนที่บ้าน ก็ได้บังเอิญพบเขาที่กำลังท้อแท้สิ้นหวัง

คืนนั้นเขาดื่มจนเมามาย เดินโซเซไปมาและไม่ได้มองสัญญาณไฟตอนข้ามถนน มีรถคันหนึ่งขับมาด้วยความเร็วและเบรกไม่ทัน ตอนนั้นเธอเดินตามหลังเขามาเพราะเป็นห่วง เธอผลักเขาออกไป แต่กลับถูกรถชนเสียเอง

เธอเป็นนักเรียนสถาบันสอนเต้น ได้รับสิทธิ์ศึกษาต่อในระดับปริญญาโทแล้ว

ทว่าอุบัติเหตุทางรถยนต์ครั้งนี้ ทำให้เธอขาพิการ

เธอ...ไม่สามารถเต้นได้อีกต่อไป

ต่อมา เขาเลิกเหล้าและแต่งงานกับเธอ

เขารู้สึกผิดต่อเธอตลอดมา รู้สึกขอบคุณเธออยู่เสมอ พูดจาอ่อนโยนและทำตัวเย็นชามาตลอด ให้ของขวัญและเงินกับเธอมากมายมาตลอดเช่นกัน

แต่ติดอยู่อย่างเดียว คือเขาไม่รักเธอ

เธอเคยคิดว่าเวลาจะทำให้ทุกอย่างอบอุ่นขึ้น คิดว่าเวลาจะชะล้างทุกสิ่งได้

แต่เธอคิดไม่ถึงเลย ว่าผ่านไปห้าปีแล้วเขาก็ยังจำชื่อ "เฉิงเฉิง" ได้ฝังใจแบบนี้ ถึงขั้นว่ายังเรียกชื่อนี้อยู่ตอนที่เขากำลังปรนเปรอตัวเอง

สุดท้ายก็เป็นเธอเองที่โง่และไร้เดียงสาเกินไป...

เธอนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน อีเมลนั้นในโทรศัพท์ คืนนี้เธออ่านมันไม่ต่ำกว่าร้อยรอบ

มันคือจดหมายตอบรับเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ เป็นเรื่องที่เดิมทีเธอตั้งใจจะปรึกษาเขา

เธอจะถามเขาว่าเธอสามารถไปเรียนต่อที่ต่างประเทศได้หรือไม่?

แต่พอมาดูตอนนี้ เหมือนว่าไม่จำเป็นต้องปรึกษาเขาแล้ว

การแต่งงานห้าปี ค่ำคืนที่พลิกตัวไปมานับครั้งไม่ถ้วน ในที่สุดตอนนี้ก็เริ่มนับถอยหลังได้สักที

ตอนที่เขาตื่นนอน เธอยังแสร้งทำเป็นหลับอยู่ ได้ยินเขาคุยกับป้าเฉินที่เป็นแม่บ้านอยู่ด้านนอก "คืนนี้ผมมีกินเลี้ยงสังสรรค์ ไม่ต้องให้คุณนายรอผมนะ ให้เธอรีบเข้านอนได้เลย"

หลังจากกำชับเสร็จ เขายังกลับเข้ามาดูในห้องอีกครั้ง เธอกำลังนอนคลุมโปง แต่ น้ำตาซึมเปียกหมอนไปแล้ว

ปกติเวลาเขาไปบริษัท เธอจะจัดชุดที่เขาจะใส่วางไว้ข้าง ๆ ล่วงหน้า เขาเพียงแค่สวมใส่เท่านั้น

แต่วันนี้เธอไม่ได้ทำ

เขาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องแต่งตัวด้วยตัวเอง จากนั้นก็ไปบริษัท

ตอนนี้เธอถึงได้ลืมตา รู้สึกเพียงว่าดวงตาบวมอย่างรุนแรง

เสียงนาฬิกาปลุกในโทรศัพท์ดังขึ้น

เป็นเวลาที่เธอกำหนดให้ตัวเอง ควรลุกขึ้นมาอ่านภาษาอังกฤษแล้ว

เนื่องจากขาของเธอพิการ หลังแต่งงานธอจึงใช้เวลา 90% ขังตัวเองอยู่ในบ้าน เธอไม่ยอมออกจากบ้านอีกเลย ทำได้เพียงแบ่งเวลาในแต่ละวันออกเป็นช่วง ๆ และหาอะไรทำเพื่อฆ่าเวลาในแต่ละช่วงเท่านั้น

เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาปิดนาฬิกาปลุก จากนั้นก็ไถแอปพลิเคชันต่าง ๆ อย่างไร้จุดหมาย

ในหัวเธอสับสนวุ่นวาย อ่านอะไรก็ไม่เข้าหัวสักอย่าง

จนกระทั่งเธอเลื่อนไปเจอวิดีโอหนึ่งบนโซเชียลมีเดีย

คนที่อยู่ในภาพคุ้นตามาก...

เมื่อมองชื่อบัญชีอีกครั้ง 'เฉิงเฉิงCC'

อัลกอริทึมนี่มัน...

เวลาที่โพสต์คือเมื่อคืนนี้

พอเจี่ยนจือกดเปิดวิดีโอ เสียงดนตรีสนุกสนานก็ดังขึ้นทันที จากนั้นก็มีคนตะโกนว่า "หนึ่ง สอง สาม! ยินดีต้อนรับกลับมานะเฉิงเฉิง! ชนแก้ว!"

เสียงนั้น…ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเสียงของเวินถิงเยี่ยน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 652

    ความหวั่นไหวในวัยเยาว์ คือการแอบเขียนชื่อของเธอลงบนหนังสือเรียน ก่อนจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วลบมันทิ้ง คือยามที่เธอเดินผ่านริมหน้าต่าง จังหวะหายใจก็พลันรวนไปหมด แต่กลับโทษว่าเป็นเพราะจักจั่นนอกหน้าต่างส่งเสียงดังเกินไปเด็กหนุ่มสองคนที่ยังอยู่ในวัยสดใส มองเห็นทั้งความอดกลั้น การต่อสู้ และความรู้สึกร้อนแรงในดวงตาของกันและกัน ทว่าสิ่งเดียวที่ไม่มีก็คือความลังเลสุดท้ายเวินถิงเยี่ยนก็เบือนสายตาออก เปลือกตาหลุบลงเล็กน้อย ปิดบังคลื่นอารมณ์ที่ปั่นป่วนอยู่ในดวงตาลึกคู่นั้น “ขอโทษนะอาซ่ง อย่างอื่นได้หมด แต่ข้อนี้ไม่ได้”เมิ่งเฉิงซ่งเองก็ไม่ได้ฝืนเขาอีก เพียงถามว่า “นายบอกฉันมาสิ ในชีวิตของนาย มีอะไรที่ทิ้งได้บ้าง? แล้วอะไรที่ทิ้งไม่ได้? ฉันช่วยนาย ฉันก็อยากได้สิ่งตอบแทน แต่ฉันไม่เอาของไร้ค่าหรอกนะ”เวินถิงเยี่ยนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างกะทันหัน รอยยิ้มเจือความอ้างว้างจาง ๆเพราะเขาพบว่าสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ไม่ได้มากมายเลย“อะไรก็ได้” เขาเอ่ยเสียงต่ำ “ยกเว้นสองคน”“สองคนไหน?” เมิ่งเฉิงซ่งถามต่อ“ย่าของฉัน” เวินถิงเยี่ยนหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะไม่ได้เอ่ยชื่อของอีกคน

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 651

    ดังนั้นเจี่ยนจือจึงถูกอาเฟิงดักอยู่หน้าห้องเต้นอย่างงง ๆ และต้องนั่งฟังอาเฟิงตะโกนอธิบายโจทย์ให้เธอฟังจนเสียงแทบแตกอยู่ครึ่งชั่วโมงกระทั่งอาเฟิงตะโกนอธิบายจนจบ เธอก็ยังคงอยู่ในสภาพมึนงง สมองอื้อไปหมด“ตกลงเธอเข้าใจหรือยังเนี่ย?” อาเฟิงตะโกนจนคอแทบไหม้เจี่ยนจือขมวดคิ้ว “โจทย์ง่ายขนาดนี้ นายจะตะโกนทำไม?”อาเฟิงนิ่งอึ้งไป ก่อนที่วินาทีต่อมาเสียงจะแหบพร่า “ถ้ามันง่าย แล้วทำไมเธอไม่ทำล่ะ? ปล่อยว่างหมดเลยเนี่ยนะ?”“แล้วทำไมฉันต้องทำด้วย? นายให้ฉันทำโจทย์ ฉันก็ต้องทำงั้นเหรอ? ฉัน...” มันไร้เหตุผลสุด ๆ ไปเลยไม่ใช่หรือไง?“ฉันไม่ได้ให้เธอทำ ลูกพี่ต่างหากที่ให้เธอทำ! ลูกพี่เป็นคนสั่ง!” น้ำเสียงของอาเฟิงเหมือนกำลังบอกว่า เธอกล้าไม่ฟังคำพูดของลูกพี่เหรอ?เจี่ยนจือยิ่งรู้สึกว่ามันเหลวไหลเข้าไปใหญ่ “เขาเป็นลูกพี่ของนาย ไม่ใช่ของฉันสักหน่อย!”เธอยัดข้อสอบกลับใส่มืออาเฟิง “ฉันไม่เรียนพิเศษ ขอบใจนะ”“เฮ้! เฮ้!” อาเฟิงตะโกนเรียกไล่หลังเธอเสียงดังเจี่ยนจือเดินจากไปตามทางของตัวเองโดยไม่สนใจเขา แต่อาเฟิงกลับตีความประโยคนั้นว่าเธอไม่อยากให้เขาสอน แต่อยากให้ลูกพี่มาสอนเองจะแบบนั้นได้ยังไง? ต

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 650

    แต่ตอนนี้เขากลับเริ่มสนใจมหาวิทยาลัยในเมืองหลวงขึ้นมาอย่างนั้นเหรอ?เวินถิงเยี่ยนเก็บสมุดลงอย่างไม่ใส่ใจ “คุณย่าบอกว่าประเทศเรากว้างใหญ่ขนาดนี้ แต่ยังไม่เคยได้เที่ยวชมภูเขาแม่น้ำของบ้านเมืองดี ๆ เลย แล้วก็ยังไม่เคยไปดูพิธีเชิญธงขึ้นเสาด้วย เพราะงั้นฉันเลยคิดว่าจะพาคุณย่าไปเรียนที่เมืองหลวงด้วยกัน”อาเฟิงไม่เข้าใจวิธีคิดแบบนี้ “อยากดูพิธีเชิญธง อยากเที่ยวชมบ้านเมือง ไปตอนปิดเทอมก็ได้นี่?”“นายไม่เข้าใจหรอก ออกไปเลย” เวินถิงเยี่ยนไล่อีกฝ่ายออกจากที่นั่งของตัวเอง“ฉันไม่เข้าใจจริง ๆ นั่นแหละ” อาเฟิงพึมพำ พลางเดินออกจากที่นั่งของเวินถิงเยี่ยน ระหว่างเดินก็ยังบ่นอย่างไม่ยอมแพ้ “ไหนบอกว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกับพวกเรา ไม่รักษาคำพูดเลย”แต่จู่ ๆ เวินถิงเยี่ยนก็นึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ เขาหันไปมองอาเฟิง “จริงสิ ช่วงเวลานี้นายว่างไหม?”เขาหยิบตารางเรียนออกมา แล้ววงช่วงเวลาสองสามช่วงเอาไว้“เล่นบาสเหรอ!” อาเฟิงคิดว่าช่วงนี้เขายุ่งกับเรื่องคุณย่าเข้าโรงพยาบาลจนไม่มีเวลาเล่นบาส จึงเอ่ยต่อว่า “นายไม่มาก็ไม่เป็นไร ยังมีพวกเราอยู่”“ไม่ใช่” เวินถิงเยี่ยนเอ่ย “อาทิตย์หน้าถ้านายว่างช่วงนี

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 649

    สุดท้ายเวินถิงเยี่ยนก็ได้พบกับเจี่ยนจือแบบเผชิญหน้ากันในโรงเรียนตอนนั้นคุณย่าเวินผ่าตัดมาได้หนึ่งสัปดาห์แล้ว เวินถิงเยี่ยนดูซูบโทรมลงไม่น้อยคุณย่าเป็นคนที่สำคัญที่สุดสำหรับเขา ถึงจะมีผู้ดูแลคอยดูแลอยู่ แต่เขาก็ยังไปโรงพยาบาลทุกวัน เอาแต่คิดอยากอยู่เป็นเพื่อนคุณย่าให้นานขึ้นอีกหน่อย และหาวิธีเอาของที่คุณย่ากินได้ไปให้เรียนหนังสือ ทำงานพิเศษ ดูแลคุณย่าเขาลำบากมากเหมือนกับครั้งนั้น เดิมทีก็เป็นคนพูดน้อยอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งเงียบขรึมกว่าเดิมเพียงแต่ครั้งนี้ ยังไงสถานการณ์ก็แตกต่างออกไปเจี่ยนจือจำได้ว่าตอนม.6 ในปีนั้น เขาหม่นหมองจนแทบดูไม่ได้ มันเป็นความมืดมนของคนที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังคนที่ตัวเองรักที่สุดกำลังจะจากโลกนี้ไป แต่เขากลับทำอะไรไม่ได้เลย เจี่ยนจือเอาใจเขามาใส่ใจเรา จึงเข้าใจความรู้สึกของเขาได้อย่างสมบูรณ์ เพราะในชีวิตของเธอก็มีเพียงคุณย่าที่พึ่งพาอาศัยกันและกันเพราะแบบนั้น ตอนนั้นเธอถึงได้แอบช่วยเขาแต่ตอนนี้ถึงแม้เขาจะดูเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด แต่ในดวงตากลับไม่มีความสิ้นหวังราวเถ้าถ่านเช่นนั้นตรงกันข้าม วันนี้ฝนกำลังตก ตอนที่เธอกับเขาเจอกันตรงบันไดอาคารเรีย

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 648

    แต่หลังจากเขาเดินวนไปได้สองสามรอบ จู่ ๆ ก็หันตัวกลับมาจนเกือบชนเข้ากับเมิ่งเฉิงซ่งที่กำลังเดินวนไปวนมาเหมือนกันเขาสังเกตเห็นว่าเมิ่งเฉิงซ่งเองก็กระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัดเมิ่งเฉิงซ่งกระแอมสองที “ขอโทษนะ เกือบชนกับนายแล้ว ฉันเองก็เป็นห่วงมากเหมือนกัน คนที่เป็นศัลยแพทย์หลักคือคุณปู่ของฉัน ถ้าเกิดว่า…ถุย ๆ ๆ ไม่หรอก ๆ คุณย่าจะต้องออกมาอย่างปลอดภัยแน่นอน!”เวินถิงเยี่ยนเข้าใจในทันที ที่แท้เมิ่งเฉิงซ่งก็กลัวว่าคนที่ลงมือผ่าตัดคือคุณปู่ของตัวเอง หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมา เขาคงไม่รู้ว่าจะเผชิญหน้ากับเวินถิงเยี่ยนยังไงอาซ่งคิดมากเกินไปจริง ๆ แค่วันนี้อาซ่งมาส่งคุณย่าเข้าห้องผ่าตัดก่อนเขา ชาตินี้อีกฝ่ายก็จะเป็นเพื่อนสนิทของเขาตลอดไปแล้ว“ไม่ว่ายังไง อาซ่ง…” เวินถิงเยี่ยนเอ่ยอย่างจริงจัง “นายก็คือผู้มีพระคุณของฉัน”เมิ่งเฉิงซ่งเงียบไปครู่หนึ่ง “รอให้คุณย่าออกมาก่อนค่อยพูดเถอะ”เวินถิงเยี่ยนพยักหน้า “สำหรับเพื่อนสนิทแล้ว บุญคุณใหญ่หลวงไม่จำเป็นต้องเอ่ยคำขอบคุณหรอก”ทั้งสองกลับเข้าสู่การรอคอยอันเงียบงันยิ่งกว่าเดิม ทุกวินาทีที่ผ่านไปล้วนทรมานใจเวลาผ่านไปแปดชั่วโมงเต็มในที่สุดคุณหมอ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 647

    การผ่าตัดของคุณย่าเวินเป็นคิวแรกของเช้าวันนั้น เธอจัดการทุกอย่างด้วยตัวเองไว้เรียบร้อยหมดแล้วจ้างคนดูแลผู้ป่วยไว้แล้ว ทั้งยังชำระค่ารักษาในโรงพยาบาลและค่าผ่าตัดด้วยตัวเองเรียบร้อยคนดูแลผู้ป่วยเป็นคนอัธยาศัยดีมาก ยังถามเธอด้วยว่าทำไมลูกหลานที่บ้านถึงไม่มาคอยอยู่เป็นเพื่อน?คุณย่าเวินก็ตอบยิ้ม ๆ ว่า “พวกเขายุ่งกันหมด เป็นแค่ผ่าตัดเล็ก ๆ ไม่อยากรบกวนพวกเขา”คนดูแลผู้ป่วยได้แต่ถอนหายใจ จะเรียกว่าผ่าตัดเล็ก ๆ ได้ยังไงกัน?แต่เธอก็ไม่สะดวกพูดอะไรมาก จึงเพียงช่วยพยาบาลเข็นคุณย่าเวินเข้าไปในห้องผ่าตัดสิ่งที่คาดไม่ถึงก็คือ ตรงหน้าห้องผ่าตัดมีเด็กหนุ่มท่าทางเหมือนนักเรียนคนหนึ่งกำลังรออยู่คุณย่าเวินรู้จักเขา เขาเป็นเพื่อนร่วมชั้นของหลานชาย ชื่อเมิ่งเฉิงซ่ง“เสี่ยวเมิ่ง ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?” คุณย่าเวินถามยิ้ม ๆ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าหมอเมิ่งเองก็นามสกุลเมิ่ง จึงถามอย่างสงสัย “หมอเมิ่งเป็น...”“เป็นญาติของผมครับ” เมิ่งเฉิงซ่งตอบ “ผมก็รู้จากหมอเมิ่งเหมือนกันว่าวันนี้คุณย่าจะผ่าตัด ผมกับอาเยี่ยนเป็นเพื่อนสนิทกัน ผมคิดว่า คุณย่าคงมีเหตุผลที่ไม่ได้บอกเขา งั้นผมมาคอยอยู่เป็นเพื่อนคุณ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status