Share

ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน
ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน
Author: ปลาคาร์ปตัวน้อย

บทที่ 1

Author: ปลาคาร์ปตัวน้อย
เสียงน้ำไหลซ่า ๆ ดังมาจากในห้องน้ำ

เวินถิงเยี่ยนกำลังอาบน้ำอยู่

เวลาตีสาม

เขาเพิ่งจะกลับมาถึงบ้าน

เจี่ยนจือยืนอยู่หน้าประตูห้องน้ำ เธอมีบางเรื่องอยากปรึกษาเขา

เธอตื่นเต้นนิดหน่อย ไม่รู้ว่าเรื่องที่เธอกำลังจะบอกเขา พอเขาได้ฟังแล้วจะเห็นด้วยหรือไม่

ขณะที่เธอกำลังคิดว่าจะพูดอย่างไรดี ในห้องน้ำกลับมีเสียงแปลก ๆ ดังออกมา

พอเธอตั้งใจฟังถึงได้เข้าใจ คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะกำลังช่วยปรนเปรอความใคร่ของตัวเอง...

เสียงหอบหายใจปนเสียงครางที่ดังออกมาแต่ละครั้ง ราวกับค้อนหนักที่ระรัวทุบลงบนใจเธอ ความเจ็บปวดพรั่งพรูราวกับกระแสน้ำ เธอจมดิ่งอยู่ในความเจ็บปวดนั้นจนแทบหายใจไม่ออก

วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานของเธอกับเขา เธอแต่งงานกับเขาได้ห้าปีแล้ว แต่ทั้งสองกลับไม่เคยมีความสัมพันธ์แบบสามีภรรยากันจริง ๆ เลยแม้แต่ครั้งเดียว

ที่แท้ เขายอมช่วยตัวเองแทนที่จะแตะต้องเธองั้นเหรอ?

เขาหอบหายใจถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะระเบิดเสียงครางต่ำ ๆ ออกมาอย่างความอดทน "เฉิงเฉิง..."

เสียงนี้...เหมือนเป็นค้อนพิฆาตครั้งสุดท้ายที่มอบให้แก่เธอ

ในใจเธอระเบิดดังโครม บางสิ่งถูกทุบแหลกเป็นผุยผงไปแล้ว

เธอพยายามปิดปากตัวเองไม่ให้ส่งเสียงร้องไห้ออกมา หันหลังกลับแล้ววิ่งหนีไปเลย แต่เพิ่งวิ่งได้ก้าวเดียวก็เสียหลักชนเข้ากับอ่างล้างหน้า ล้มลงบนพื้นทันที

"เจี่ยนจือ?" ในนั้น เสียงของเวินถิงเยี่ยนยังไม่ทันสงบลงเลย เธอฟังออกว่าเขาพยายามควบคุมไว้ แต่ก็ยังหายใจแรงมากอยู่ดี

"ฉัน...ฉันจะเข้าห้องน้ำ แต่ไม่รู้ว่านายอาบน้ำอยู่..." เธอกล่าวคำโกหกที่ยอดแย่ออกมา แล้วรีบคว้าอ่างล้างหน้าเพื่อพยุงตัวลุกขึ้น

แต่ยิ่งรีบร้อนก็ยิ่งดูจนตรอก บนพื้นกับอ่างล้างหน้าเปียกน้ำ ไม่ง่ายเลยกว่าเธอจะลุกขึ้นมาได้ แต่เวินถิงเยี่ยนกลับเดินออกมาแล้ว เขารีบสวมเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวแบบลวก ๆ แต่สายรัดเอวกลับถูกมัดไว้อย่างแน่นหนา

"เธอล้มเหรอ เดี๋ยวฉันช่วย" เขาทำท่าจะอุ้มเธอ

เธอเจ็บจนน้ำตาคลอเบ้า แต่ก็ยังปัดมือเขาออกอย่างทุลักทุเลแต่แน่วแน่ "ไม่เป็นไร ฉันลุกเองได้"

จากนั้น หลังจากเกือบจะลื่นล้มอีกครั้ง เธอก็รีบเดินโซเซหนีกลับไปที่ห้องนอน

ใช้คำว่า "หนี" ก็ไม่ผิดเลยสักนิด

ตลอดห้าปีที่แต่งงานกับเวินถิงเยี่ยน เธอเอาแต่หนี

หนีโลกภายนอก หนีสายตาแปลก ๆ ของทุกคน หนีความเมตตาและความเห็นอกเห็นใจของเวินถิงเยี่ยนด้วย นึกไม่ถึงว่าภรรยาของเวินถิงเยี่ยนเป็นคนขาเป๋

คนขาเป๋อย่างเธอจะคู่ควรกับเวินถิงเยี่ยนผู้สง่างามไร้มลทินและประสบความสำเร็จได้อย่างไร?

เดิมทีเธอเคยมีขาที่แข็งแรงและสวยงาม...

เวินถิงเยี่ยนตามออกมาติด ๆ เขาเป็นห่วงมากและถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ล้มเจ็บไหม? ให้ฉันดูหน่อย"

"ไม่ ไม่เป็นไร" เธอห่มผ้าห่มแน่นขึ้น ซ่อนความความจนตรอกของเธอไว้ในผ้าห่ม

"ไม่เป็นไรจริงเหรอ" เขาเป็นห่วงเธอจริง ๆ

"อืม" เธอหันหลังให้เขา แล้วออกแรงพยักหน้า

"งั้นเธอจะนอนแล้ว? อยากเข้าห้องน้ำไม่ใช่เหรอ"

"ตอนนี้ไม่อยากแล้ว นอนเถอะ" เธอเอ่ยเสียงเบา

"ดี จริงสิ วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานของเรา ฉันซื้อของขวัญมาให้ พรุ่งนี้เธอค่อยแกะดูนะว่าชอบไหม"

"ได้" ของขวัญวางอยู่บนหัวเตียง เธอเห็นมันแล้ว แต่ต่อให้เธอไม่แกะออกก็รู้ว่าข้างในคืออะไร

เป็นกล่องขนาดเท่ากันทุกปี ข้างในใส่นาฬิกาแบบเดียวกันไว้

ในลิ้นชักของเธอ มีนาฬิกาแบบเดียวกันวางอยู่เก้าเรือนแล้ว รวมถึงของขวัญวันเกิดด้วย นี่คือเรือนที่สิบ

บทสนทนาจบลงตรงนี้ เขาปิดไฟแล้วเอนกายลงนอน กลิ่นหอมชื้นของเจลอาบน้ำอบอวลอยู่ในอากาศ แต่เธอแทบไม่รู้สึกว่าเตียงยุบลงเลย เพราะบนเตียงขนาดสองเมตร เธอหลับอยู่ฝั่งนี้ ส่วนเขาเอนกายอยู่ริมอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งระยะห่างระหว่างทั้งสองยังนอนได้อีกสามคน

ไม่มีใครเอ่ยถึงชื่อ 'เฉิงเฉิง' และยิ่งไม่เอ่ยถึงสิ่งที่เขาเพิ่งทำในห้องน้ำ ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน

เธอนอนหงายตัวแข็งทื่อ รู้สึกร้อนผ่าวที่เบ้าตา

เฉิงเฉิง หรือ ลั่วอวี่เฉิง เป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมหาวิทยาลัยของเขา เป็นรักแรกและเป็นเทพธิดาในดวงใจ

หลังเรียนจบมหาวิทยาลัย ลั่วอวี่เฉิงไปต่างประเทศ ทั้งสองจึงเลิกกัน เวินถิงเยี่ยนเคยหมดอาลัยตายอยากจนดื่มเหล้าทุกวัน

เจี่ยนจือกับเวินถิงเยี่ยนเป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยม

เธอยอมรับว่าสมัยมัธยมปลายเคยแอบชอบเขา

ตอนนั้นเขาเป็นหนุ่มฮอตของโรงเรียน เป็นเด็กเนิร์ดผู้เย็นชา ส่วนเธอเป็นนักเรียนสายศิลป์ ถึงแม้จะหน้าตาสวย แต่สาวสวยก็มีมากมาย ในชีวิตมัธยมปลายที่คะแนนคือทุกอย่าง นักเรียนสายศิลป์จึงไม่ได้โดดเด่นขนาดนั้น มิหนำซ้ำยังมีคนมองด้วยอคติอีกด้วย

ดังนั้น นั่นจึงเป็นเพียงการแอบรักข้างเดียว เธอไม่เคยคิดฝันว่าจะมีวันได้ยืนอยู่ตรงหน้าเขา

จนกระทั่งเธอเรียนจบจากสถาบันสอนเต้นและกลับมาพักร้อนที่บ้าน ก็ได้บังเอิญพบเขาที่กำลังท้อแท้สิ้นหวัง

คืนนั้นเขาดื่มจนเมามาย เดินโซเซไปมาและไม่ได้มองสัญญาณไฟตอนข้ามถนน มีรถคันหนึ่งขับมาด้วยความเร็วและเบรกไม่ทัน ตอนนั้นเธอเดินตามหลังเขามาเพราะเป็นห่วง เธอผลักเขาออกไป แต่กลับถูกรถชนเสียเอง

เธอเป็นนักเรียนสถาบันสอนเต้น ได้รับสิทธิ์ศึกษาต่อในระดับปริญญาโทแล้ว

ทว่าอุบัติเหตุทางรถยนต์ครั้งนี้ ทำให้เธอขาพิการ

เธอ...ไม่สามารถเต้นได้อีกต่อไป

ต่อมา เขาเลิกเหล้าและแต่งงานกับเธอ

เขารู้สึกผิดต่อเธอตลอดมา รู้สึกขอบคุณเธออยู่เสมอ พูดจาอ่อนโยนและทำตัวเย็นชามาตลอด ให้ของขวัญและเงินกับเธอมากมายมาตลอดเช่นกัน

แต่ติดอยู่อย่างเดียว คือเขาไม่รักเธอ

เธอเคยคิดว่าเวลาจะทำให้ทุกอย่างอบอุ่นขึ้น คิดว่าเวลาจะชะล้างทุกสิ่งได้

แต่เธอคิดไม่ถึงเลย ว่าผ่านไปห้าปีแล้วเขาก็ยังจำชื่อ "เฉิงเฉิง" ได้ฝังใจแบบนี้ ถึงขั้นว่ายังเรียกชื่อนี้อยู่ตอนที่เขากำลังปรนเปรอตัวเอง

สุดท้ายก็เป็นเธอเองที่โง่และไร้เดียงสาเกินไป...

เธอนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน อีเมลนั้นในโทรศัพท์ คืนนี้เธออ่านมันไม่ต่ำกว่าร้อยรอบ

มันคือจดหมายตอบรับเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ เป็นเรื่องที่เดิมทีเธอตั้งใจจะปรึกษาเขา

เธอจะถามเขาว่าเธอสามารถไปเรียนต่อที่ต่างประเทศได้หรือไม่?

แต่พอมาดูตอนนี้ เหมือนว่าไม่จำเป็นต้องปรึกษาเขาแล้ว

การแต่งงานห้าปี ค่ำคืนที่พลิกตัวไปมานับครั้งไม่ถ้วน ในที่สุดตอนนี้ก็เริ่มนับถอยหลังได้สักที

ตอนที่เขาตื่นนอน เธอยังแสร้งทำเป็นหลับอยู่ ได้ยินเขาคุยกับป้าเฉินที่เป็นแม่บ้านอยู่ด้านนอก "คืนนี้ผมมีกินเลี้ยงสังสรรค์ ไม่ต้องให้คุณนายรอผมนะ ให้เธอรีบเข้านอนได้เลย"

หลังจากกำชับเสร็จ เขายังกลับเข้ามาดูในห้องอีกครั้ง เธอกำลังนอนคลุมโปง แต่ น้ำตาซึมเปียกหมอนไปแล้ว

ปกติเวลาเขาไปบริษัท เธอจะจัดชุดที่เขาจะใส่วางไว้ข้าง ๆ ล่วงหน้า เขาเพียงแค่สวมใส่เท่านั้น

แต่วันนี้เธอไม่ได้ทำ

เขาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องแต่งตัวด้วยตัวเอง จากนั้นก็ไปบริษัท

ตอนนี้เธอถึงได้ลืมตา รู้สึกเพียงว่าดวงตาบวมอย่างรุนแรง

เสียงนาฬิกาปลุกในโทรศัพท์ดังขึ้น

เป็นเวลาที่เธอกำหนดให้ตัวเอง ควรลุกขึ้นมาอ่านภาษาอังกฤษแล้ว

เนื่องจากขาของเธอพิการ หลังแต่งงานธอจึงใช้เวลา 90% ขังตัวเองอยู่ในบ้าน เธอไม่ยอมออกจากบ้านอีกเลย ทำได้เพียงแบ่งเวลาในแต่ละวันออกเป็นช่วง ๆ และหาอะไรทำเพื่อฆ่าเวลาในแต่ละช่วงเท่านั้น

เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาปิดนาฬิกาปลุก จากนั้นก็ไถแอปพลิเคชันต่าง ๆ อย่างไร้จุดหมาย

ในหัวเธอสับสนวุ่นวาย อ่านอะไรก็ไม่เข้าหัวสักอย่าง

จนกระทั่งเธอเลื่อนไปเจอวิดีโอหนึ่งบนโซเชียลมีเดีย

คนที่อยู่ในภาพคุ้นตามาก...

เมื่อมองชื่อบัญชีอีกครั้ง 'เฉิงเฉิงCC'

อัลกอริทึมนี่มัน...

เวลาที่โพสต์คือเมื่อคืนนี้

พอเจี่ยนจือกดเปิดวิดีโอ เสียงดนตรีสนุกสนานก็ดังขึ้นทันที จากนั้นก็มีคนตะโกนว่า "หนึ่ง สอง สาม! ยินดีต้อนรับกลับมานะเฉิงเฉิง! ชนแก้ว!"

เสียงนั้น…ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเสียงของเวินถิงเยี่ยน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 636

    คุณย่าผัดกับข้าวขึ้นมาใหม่ แล้วทำข้าวอบหมูเค็มหอมกรุ่น เมิ่งเฉิงซ่งกินแค่ข้าวเปล่า ๆ ก็ซัดไปตั้งสองชามใหญ่ พอกินเสร็จก็เอนตัวพิงเก้าอี้ ลูบท้องพลางถอนใจ “คุณย่า อาหารที่คุณย่าทำอร่อยเกินไปแล้ว ผมขอจ่ายค่าอาหารแล้วมาฝากท้องที่นี่บ่อย ๆ ได้ไหมครับ?”เจี่ยนจือมองเขา ไม่รู้ทำไมเธอถึงได้รู้สึกว่าท่าทางอิ่มหนำสำราญแบบนี้ดูคุ้นตาอยู่หลายส่วนคุณย่ายิ้ม “มากินข้าวมื้อหนึ่งจะต้องจ่ายค่าอาหารอะไรอีก? ถ้าชอบอาหารที่ย่าทำก็มากินได้เลย!”“จริง ๆ นะครับคุณย่า ผมไม่ได้พูดเล่นนะ” เมิ่งเฉิงซ่งมีสีหน้าจริงจัง “ยังไงผมก็ต้องเอาเงินไปจ่ายให้ร้านอาหารอยู่แล้ว ผมกินอาหารพวกนั้นจนเบื่อ พอเอามาเทียบกับอาหารที่คุณย่าทำ ที่ผ่านมาผมกินอะไรเข้าไปกันเนี่ย!”เรื่องนี้เจี่ยนจือพอจะเป็นพยานให้ได้เธอพยักหน้า “พ่อแม่เขายุ่งกับธุรกิจ ต้องเดินทางทั้งในประเทศและต่างประเทศบ่อย ๆ ปกติก็กินที่โรงอาหาร ส่วนวันหยุดก็ไปกินตามร้านข้างนอก”“ได้ยังไงกัน?” คุณย่าเอ่ยขึ้นมาทันที “ต่อไปถ้ามีเวลาก็มากินข้าวที่บ้านย่านะ! จะกินข้างนอกตลอดได้ยังไง?”“ได้ครับคุณย่า งั้นผมไม่เกรงใจแล้วนะ!” เมิ่งเฉิงซ่งเอ่ยยิ้ม ๆเจี่ยนจืออดไม่ได้ท

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 635

    เวินถิงเยี่ยนใช้โทรศัพท์ถ่ายวิดีโอไปด้วย ขณะเดียวกันก็คอยปกป้องเธอไว้ด้านหลัง พอไอ้หัวทองพุ่งเข้ามา เขาก็ซัดอีกฝ่ายอย่างหนักไปหนึ่งยกตอนนั้นเธอกลัวมาก แต่เธอก็อัดเสียงเอาไว้ด้วยตอนกินข้าว พ่อแม่ของเธอกำลังคุยกับครอบครัวของไอ้หัวทองเรื่องหมั้นหมายอะไรทำนองนั้น เธอโกรธมาก แต่ตอนนั้นเธอยังอายุน้อย ไม่เคยผ่านเรื่องราวอะไรมากนัก อีกทั้งถูกพ่อกดดันจนไม่กล้าอาละวาดออกมาตรงนั้น เธอจึงเปิดโทรศัพท์อัดเสียงไว้ บทสนทนาทั้งหมดของพวกเขา รวมถึงเสียงตอนที่ไอ้หัวทองพยายามจะล่วงเกินเธอ เธอก็อัดไว้ทั้งหมด และโทรศัพท์ก็อยู่ในกระเป๋ากางเกงของเธอไฟล์เสียงนี้มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการเผชิญหน้ากับครอบครัวไอ้หัวทองในภายหลัง รวมถึงการจัดการเรื่องนี้ให้จบลงอย่างเหมาะสม แต่ในเย็นวันนั้น หลังจากไอ้หัวทองถูกเวินถิงเยี่ยนต่อยจนหนีไปแล้ว เธอกลับไม่มีหน้าไปบอกเขาว่าเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับเธอทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่พ่อแม่แท้ ๆ ของเธอเป็นคนจัดการไว้ครอบครัวแบบนี้น่าอดสูยิ่งกว่าครอบครัวของเวินถิงเยี่ยนเสียอีกดังนั้นเวินถิงเยี่ยนจึงไม่เคยรู้เลยว่าเธอมีพ่อแม่ที่น่ารังเกียจถึงขนาดนี้ ตอนแต่งงานกับเธอ เขายังปฏิบัติ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 634

    แต่หลังจากฟาดจอบลงไปครั้งนึงคุณย่าก็ยังไม่หยุด กลับยกจอบฟาดใส่เจี่ยนเฉิงจวินต่อ เจี่ยนเฉิงจวินตกใจจนลนลานคลานหนีออกไปพลางร้องเรียกพ่อเรียกแม่อีกครั้ง พอหลิวซิ่วอวิ๋นเห็นแบบนั้นก็ไม่สนใจความเจ็บอีกต่อไป รีบหนีหัวซุกหัวซุนออกไปพร้อมกับเจี่ยนเฉิงจวินคุณย่าถือจอบยันพื้น ยืนอยู่ตรงประตูรั้วแล้วตะโกนด่าตามหลังคนทั้งสอง “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ถ้าไอ้เดรัจฉานสองตัวอย่างพวกแกยังกล้าคิดทำอะไรคนที่ฉันให้กำเนิดอย่างจือจืออีก ฉันจะเอามันไปอยู่ด้วย!”เจี่ยนจือกลัวว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับคุณย่า จึงตามออกมา พอได้ยินคุณย่าพูดประโยคนี้ แม้จะอยู่ในความฝัน เธอก็ยังสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงกระแสความอบอุ่นที่เอ่อล้นขึ้นมาในหัวใจเธอวิ่งเข้าไปกอดคุณย่าจากด้านหลัง เอาใบหน้าแนบลงบนไหล่ “คุณย่า พวกเขาไปแล้วค่ะ”คุณย่าหันกลับมาวางจอบลง แล้วกอดเจี่ยนจือเอาไว้ ดวงตาเต็มไปด้วยน้ำตา “จือจือ ย่าสั่งสอนพ่อของหนูไม่ดี เป็นความผิดของย่าเอง”เจี่ยนจือส่ายหน้า “ไม่ใช่ค่ะคุณย่า” เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณย่าเลย ทั้งที่เป็นลูกของคุณย่าเหมือนกัน แล้วทำไมคุณป้าถึงได้ดีขนาดนั้นล่ะ?“แต่หนูวางใจได้” คุณย่าพูดทั้งน้ำตาอีก

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 633

    เดิมทีท่าทีของเจี่ยนจือก็ทำให้เถ้าแก่ลู่ไม่พอใจอยู่แล้ว เขาเองก็ดูถูกตระกูลเจี่ยนเป็นอย่างมาก ตอนนี้ถ้าต้องไปมีเรื่องกับคนใหญ่คนโตขึ้นมา เขาก็เริ่มลังเลแต่ลูกชายของเขาไม่ยอมพอไอ้หนุ่มหัวทองตระกูลลู่เห็นสถานการณ์เป็นแบบนี้ ก็เริ่มโวยวายใส่แม่ของตัวเองตรงนั้นแม่ของเขาถลึงตาใส่เถ้าแก่ลู่อย่างแรงเถ้าแก่ลู่เองก็จนปัญญา จึงได้แต่เอ่ยกับเจี่ยนเฉิงจวินว่า “เจี่ยน วันนี้เอาแค่นี้ก่อน เรื่องอื่นไว้ค่อยคุยกันทีหลัง”ยังจะคุยกันอีกเหรอ?เมิ่งเฉิงซ่งชูโทรศัพท์ขึ้น “ผมอัดทุกอย่างที่เกิดขึ้นวันนี้ไว้หมดแล้ว ถ้าพวกคุณยังคิดจะทำเรื่องผิดกฎหมายแบบนี้อีก ผมจะเอาคลิปลงอินเทอร์เน็ต พวกคุณได้ดังแน่ รอให้ตำรวจมาตามถึงบ้านได้เลย!”สีหน้าของเถ้าแก่ลู่เปลี่ยนไป สิ่งที่เขากังวลมีมากกว่านั้นเสียอีก…ทันทีที่เขาคิดแบบนั้น เจี่ยนจือก็เดินออกมาจากด้านหลังเมิ่งเฉิงซ่ง พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งและหนักแน่นว่า “งั้นก็เอาเรื่องที่เขาเสพยาโพสต์ลงอินเทอร์เน็ตไปพร้อมกันเลยสิ”เพียงประโยคเดียว ทุกคนก็นิ่งค้างอยู่กับที่สีหน้าของคนตระกูลลู่ซีดเผือด“เธอ…เธอรู้ได้ยังไง…” แม่ของไอ้หนุ่มหัวทองลู่ยืนอยู่ตรงนั้นด

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 632

    หลิวซิ่วอวิ๋นรีบพูดเสริม พร้อมกับดึงตัวเจ้าหนุ่มผมทองมายืนตรงหน้าเจี่ยนจือ “ลูกดูสิ เป็นผู้ชายที่ดีจะตาย ทั้งหล่อ ทั้งทันสมัยเลยไม่ใช่เหรอ?หล่อ?ทันสมัย?ผู้ชายที่ดี?เจี่ยนจือตีหน้าถมึงทึง “ผู้ชายที่ดีขนาดนี้ แม่ก็แต่งเองสิ!”“แก……” หลิวซิ่วอวิ๋นโดนสวนกลับจนพูดไม่ออกเจ้าหนุ่มหัวทองหน้าเจื่อนไปทันที เช่นเดียวกับเถ้าแก่ลู่และภรรยาที่เริ่มหน้าตึงขึ้นมาเจี่ยนเฉิงจวินกลัวว่าบรรยากาศจะเสียจนจบไม่สวย จึงรีบค้อมตัวให้เถ้าแก่ลู่ “เถ้าแก่ลู่ครับ ลูกสาวผมแค่ตั้งใจเรียนมากไปหน่อย เธอคงกลัวว่าถ้าต้องมาคุยเรื่องนี้ตอนมัธยมจะกระทบกับการเรียน เดี๋ยวผมค่อย ๆ กลับไปคุยกับเธอเองครับ”เจ้าหนุ่มหัวทองจึงได้โอกาสพูดขึ้นว่า “ไม่กระทบการเรียนหรอก ฉันจะเรียนไปพร้อมกับเธอด้วย”เถ้าแก่ลู่ไม่พอใจมาก พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “งั้นเอาไว้แค่นี้ก่อนแล้วกัน”ทั้งครอบครัวหันหลังเตรียมจะเดินออกไป“อยู่กินข้าวก่อนสิครับ เถ้าแก่ดู……” เจี่ยนเฉิงจวินนึกขึ้นได้ว่าที่บ้านมีกับข้าวอยู่แค่สองอย่าง แถมยังเก็บไปแล้วอีกต่างหาก “ไม่อย่างนั้นไปกินข้าวที่ร้านตรงทางเข้าหมู่บ้านกันดีไหมครับ?ผมเลี้ยงเอง”“ใช่ค่ะ ๆ เดี๋ยวก็จะเป็

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 631

    เถ้าแก่ลู่ได้ยินดังนั้นก็พอใจมากทว่าเมิ่งเฉิงซ่งที่ยืนอยู่ข้างเจี่ยนจือกลับมองเธอด้วยสายตาแปลก ๆต่อให้จะเป็นแค่ความฝัน เจี่ยนจือก็ยังรู้สึกขายหน้ามากอยู่ดีใช่แล้ว ในเวลานี้เธอไม่ต่างอะไรจากสินค้าที่พ่อแม่นำมาวางโชว์ไว้บนเขียง รอให้ใครสักคนเดินผ่านมาเลือกซื้อ เขาคงไม่เคยเห็นสถานการณ์แบบนี้มาก่อนสินะ?ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในบ้าน ลูกชายหัวทองของเถ้าแก่ลู่ก็เอาแต่จ้องเจี่ยนจือด้วยสายตาละโมบโลภมากอย่างไม่ปิดบัง ซึ่งเมิ่งเฉิงซ่งเองก็สังเกตเห็นเช่นกัน เขาถึงได้ก้าวขึ้นมาข้างหน้าแล้วใช้ตัวบังเจี่ยนจือเอาไว้ ผลที่ได้กลับเป็นสายตาโกรธเกรี้ยวจากเจ้าลูกชายหัวทองเมิ่งเฉิงซ่งก็มองกลับไปอย่างไม่เกรงกลัวเช่นกันคุณย่ายังคงอยู่ในห้อง ท่านไม่รู้เลยว่าสถานการณ์ข้างนอกเป็นอย่างไรบ้าง จึงทุบประตูสุดแรง “เปิดประตู!จือจือ เปิดประตูให้ย่าหน่อย เร็วเข้า!”เถ้าแก่ลู่ “แล้วนั่นมันอะไรอีก?”“แม่ผมเอง ท่านสุขภาพไม่ค่อยดี ป่วยอยู่น่ะครับเลยให้พักอยู่ด้านใน แต่ไม่ทันระวังประตูเลยล็อค” เจี่ยนเฉิงจวินขยับเข้าไปใกล้เถ้าแก่ลู่ แล้วกระซิบเสียงเบา “เดี๋ยวจะติดเชื้อ ผมเลยไม่ให้แกออกมา”หลิวซิ่วอวิ๋นยังรีบเสริมอีก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status