Share

ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน
ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน
Penulis: ปลาคาร์ปตัวน้อย

บทที่ 1

Penulis: ปลาคาร์ปตัวน้อย
เสียงน้ำไหลซ่า ๆ ดังมาจากในห้องน้ำ

เวินถิงเยี่ยนกำลังอาบน้ำอยู่

เวลาตีสาม

เขาเพิ่งจะกลับมาถึงบ้าน

เจี่ยนจือยืนอยู่หน้าประตูห้องน้ำ เธอมีบางเรื่องอยากปรึกษาเขา

เธอตื่นเต้นนิดหน่อย ไม่รู้ว่าเรื่องที่เธอกำลังจะบอกเขา พอเขาได้ฟังแล้วจะเห็นด้วยหรือไม่

ขณะที่เธอกำลังคิดว่าจะพูดอย่างไรดี ในห้องน้ำกลับมีเสียงแปลก ๆ ดังออกมา

พอเธอตั้งใจฟังถึงได้เข้าใจ คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะกำลังช่วยปรนเปรอความใคร่ของตัวเอง...

เสียงหอบหายใจปนเสียงครางที่ดังออกมาแต่ละครั้ง ราวกับค้อนหนักที่ระรัวทุบลงบนใจเธอ ความเจ็บปวดพรั่งพรูราวกับกระแสน้ำ เธอจมดิ่งอยู่ในความเจ็บปวดนั้นจนแทบหายใจไม่ออก

วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานของเธอกับเขา เธอแต่งงานกับเขาได้ห้าปีแล้ว แต่ทั้งสองกลับไม่เคยมีความสัมพันธ์แบบสามีภรรยากันจริง ๆ เลยแม้แต่ครั้งเดียว

ที่แท้ เขายอมช่วยตัวเองแทนที่จะแตะต้องเธองั้นเหรอ?

เขาหอบหายใจถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะระเบิดเสียงครางต่ำ ๆ ออกมาอย่างความอดทน "เฉิงเฉิง..."

เสียงนี้...เหมือนเป็นค้อนพิฆาตครั้งสุดท้ายที่มอบให้แก่เธอ

ในใจเธอระเบิดดังโครม บางสิ่งถูกทุบแหลกเป็นผุยผงไปแล้ว

เธอพยายามปิดปากตัวเองไม่ให้ส่งเสียงร้องไห้ออกมา หันหลังกลับแล้ววิ่งหนีไปเลย แต่เพิ่งวิ่งได้ก้าวเดียวก็เสียหลักชนเข้ากับอ่างล้างหน้า ล้มลงบนพื้นทันที

"เจี่ยนจือ?" ในนั้น เสียงของเวินถิงเยี่ยนยังไม่ทันสงบลงเลย เธอฟังออกว่าเขาพยายามควบคุมไว้ แต่ก็ยังหายใจแรงมากอยู่ดี

"ฉัน...ฉันจะเข้าห้องน้ำ แต่ไม่รู้ว่านายอาบน้ำอยู่..." เธอกล่าวคำโกหกที่ยอดแย่ออกมา แล้วรีบคว้าอ่างล้างหน้าเพื่อพยุงตัวลุกขึ้น

แต่ยิ่งรีบร้อนก็ยิ่งดูจนตรอก บนพื้นกับอ่างล้างหน้าเปียกน้ำ ไม่ง่ายเลยกว่าเธอจะลุกขึ้นมาได้ แต่เวินถิงเยี่ยนกลับเดินออกมาแล้ว เขารีบสวมเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวแบบลวก ๆ แต่สายรัดเอวกลับถูกมัดไว้อย่างแน่นหนา

"เธอล้มเหรอ เดี๋ยวฉันช่วย" เขาทำท่าจะอุ้มเธอ

เธอเจ็บจนน้ำตาคลอเบ้า แต่ก็ยังปัดมือเขาออกอย่างทุลักทุเลแต่แน่วแน่ "ไม่เป็นไร ฉันลุกเองได้"

จากนั้น หลังจากเกือบจะลื่นล้มอีกครั้ง เธอก็รีบเดินโซเซหนีกลับไปที่ห้องนอน

ใช้คำว่า "หนี" ก็ไม่ผิดเลยสักนิด

ตลอดห้าปีที่แต่งงานกับเวินถิงเยี่ยน เธอเอาแต่หนี

หนีโลกภายนอก หนีสายตาแปลก ๆ ของทุกคน หนีความเมตตาและความเห็นอกเห็นใจของเวินถิงเยี่ยนด้วย นึกไม่ถึงว่าภรรยาของเวินถิงเยี่ยนเป็นคนขาเป๋

คนขาเป๋อย่างเธอจะคู่ควรกับเวินถิงเยี่ยนผู้สง่างามไร้มลทินและประสบความสำเร็จได้อย่างไร?

เดิมทีเธอเคยมีขาที่แข็งแรงและสวยงาม...

เวินถิงเยี่ยนตามออกมาติด ๆ เขาเป็นห่วงมากและถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ล้มเจ็บไหม? ให้ฉันดูหน่อย"

"ไม่ ไม่เป็นไร" เธอห่มผ้าห่มแน่นขึ้น ซ่อนความความจนตรอกของเธอไว้ในผ้าห่ม

"ไม่เป็นไรจริงเหรอ" เขาเป็นห่วงเธอจริง ๆ

"อืม" เธอหันหลังให้เขา แล้วออกแรงพยักหน้า

"งั้นเธอจะนอนแล้ว? อยากเข้าห้องน้ำไม่ใช่เหรอ"

"ตอนนี้ไม่อยากแล้ว นอนเถอะ" เธอเอ่ยเสียงเบา

"ดี จริงสิ วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานของเรา ฉันซื้อของขวัญมาให้ พรุ่งนี้เธอค่อยแกะดูนะว่าชอบไหม"

"ได้" ของขวัญวางอยู่บนหัวเตียง เธอเห็นมันแล้ว แต่ต่อให้เธอไม่แกะออกก็รู้ว่าข้างในคืออะไร

เป็นกล่องขนาดเท่ากันทุกปี ข้างในใส่นาฬิกาแบบเดียวกันไว้

ในลิ้นชักของเธอ มีนาฬิกาแบบเดียวกันวางอยู่เก้าเรือนแล้ว รวมถึงของขวัญวันเกิดด้วย นี่คือเรือนที่สิบ

บทสนทนาจบลงตรงนี้ เขาปิดไฟแล้วเอนกายลงนอน กลิ่นหอมชื้นของเจลอาบน้ำอบอวลอยู่ในอากาศ แต่เธอแทบไม่รู้สึกว่าเตียงยุบลงเลย เพราะบนเตียงขนาดสองเมตร เธอหลับอยู่ฝั่งนี้ ส่วนเขาเอนกายอยู่ริมอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งระยะห่างระหว่างทั้งสองยังนอนได้อีกสามคน

ไม่มีใครเอ่ยถึงชื่อ 'เฉิงเฉิง' และยิ่งไม่เอ่ยถึงสิ่งที่เขาเพิ่งทำในห้องน้ำ ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน

เธอนอนหงายตัวแข็งทื่อ รู้สึกร้อนผ่าวที่เบ้าตา

เฉิงเฉิง หรือ ลั่วอวี่เฉิง เป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมหาวิทยาลัยของเขา เป็นรักแรกและเป็นเทพธิดาในดวงใจ

หลังเรียนจบมหาวิทยาลัย ลั่วอวี่เฉิงไปต่างประเทศ ทั้งสองจึงเลิกกัน เวินถิงเยี่ยนเคยหมดอาลัยตายอยากจนดื่มเหล้าทุกวัน

เจี่ยนจือกับเวินถิงเยี่ยนเป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยม

เธอยอมรับว่าสมัยมัธยมปลายเคยแอบชอบเขา

ตอนนั้นเขาเป็นหนุ่มฮอตของโรงเรียน เป็นเด็กเนิร์ดผู้เย็นชา ส่วนเธอเป็นนักเรียนสายศิลป์ ถึงแม้จะหน้าตาสวย แต่สาวสวยก็มีมากมาย ในชีวิตมัธยมปลายที่คะแนนคือทุกอย่าง นักเรียนสายศิลป์จึงไม่ได้โดดเด่นขนาดนั้น มิหนำซ้ำยังมีคนมองด้วยอคติอีกด้วย

ดังนั้น นั่นจึงเป็นเพียงการแอบรักข้างเดียว เธอไม่เคยคิดฝันว่าจะมีวันได้ยืนอยู่ตรงหน้าเขา

จนกระทั่งเธอเรียนจบจากสถาบันสอนเต้นและกลับมาพักร้อนที่บ้าน ก็ได้บังเอิญพบเขาที่กำลังท้อแท้สิ้นหวัง

คืนนั้นเขาดื่มจนเมามาย เดินโซเซไปมาและไม่ได้มองสัญญาณไฟตอนข้ามถนน มีรถคันหนึ่งขับมาด้วยความเร็วและเบรกไม่ทัน ตอนนั้นเธอเดินตามหลังเขามาเพราะเป็นห่วง เธอผลักเขาออกไป แต่กลับถูกรถชนเสียเอง

เธอเป็นนักเรียนสถาบันสอนเต้น ได้รับสิทธิ์ศึกษาต่อในระดับปริญญาโทแล้ว

ทว่าอุบัติเหตุทางรถยนต์ครั้งนี้ ทำให้เธอขาพิการ

เธอ...ไม่สามารถเต้นได้อีกต่อไป

ต่อมา เขาเลิกเหล้าและแต่งงานกับเธอ

เขารู้สึกผิดต่อเธอตลอดมา รู้สึกขอบคุณเธออยู่เสมอ พูดจาอ่อนโยนและทำตัวเย็นชามาตลอด ให้ของขวัญและเงินกับเธอมากมายมาตลอดเช่นกัน

แต่ติดอยู่อย่างเดียว คือเขาไม่รักเธอ

เธอเคยคิดว่าเวลาจะทำให้ทุกอย่างอบอุ่นขึ้น คิดว่าเวลาจะชะล้างทุกสิ่งได้

แต่เธอคิดไม่ถึงเลย ว่าผ่านไปห้าปีแล้วเขาก็ยังจำชื่อ "เฉิงเฉิง" ได้ฝังใจแบบนี้ ถึงขั้นว่ายังเรียกชื่อนี้อยู่ตอนที่เขากำลังปรนเปรอตัวเอง

สุดท้ายก็เป็นเธอเองที่โง่และไร้เดียงสาเกินไป...

เธอนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน อีเมลนั้นในโทรศัพท์ คืนนี้เธออ่านมันไม่ต่ำกว่าร้อยรอบ

มันคือจดหมายตอบรับเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ เป็นเรื่องที่เดิมทีเธอตั้งใจจะปรึกษาเขา

เธอจะถามเขาว่าเธอสามารถไปเรียนต่อที่ต่างประเทศได้หรือไม่?

แต่พอมาดูตอนนี้ เหมือนว่าไม่จำเป็นต้องปรึกษาเขาแล้ว

การแต่งงานห้าปี ค่ำคืนที่พลิกตัวไปมานับครั้งไม่ถ้วน ในที่สุดตอนนี้ก็เริ่มนับถอยหลังได้สักที

ตอนที่เขาตื่นนอน เธอยังแสร้งทำเป็นหลับอยู่ ได้ยินเขาคุยกับป้าเฉินที่เป็นแม่บ้านอยู่ด้านนอก "คืนนี้ผมมีกินเลี้ยงสังสรรค์ ไม่ต้องให้คุณนายรอผมนะ ให้เธอรีบเข้านอนได้เลย"

หลังจากกำชับเสร็จ เขายังกลับเข้ามาดูในห้องอีกครั้ง เธอกำลังนอนคลุมโปง แต่ น้ำตาซึมเปียกหมอนไปแล้ว

ปกติเวลาเขาไปบริษัท เธอจะจัดชุดที่เขาจะใส่วางไว้ข้าง ๆ ล่วงหน้า เขาเพียงแค่สวมใส่เท่านั้น

แต่วันนี้เธอไม่ได้ทำ

เขาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องแต่งตัวด้วยตัวเอง จากนั้นก็ไปบริษัท

ตอนนี้เธอถึงได้ลืมตา รู้สึกเพียงว่าดวงตาบวมอย่างรุนแรง

เสียงนาฬิกาปลุกในโทรศัพท์ดังขึ้น

เป็นเวลาที่เธอกำหนดให้ตัวเอง ควรลุกขึ้นมาอ่านภาษาอังกฤษแล้ว

เนื่องจากขาของเธอพิการ หลังแต่งงานธอจึงใช้เวลา 90% ขังตัวเองอยู่ในบ้าน เธอไม่ยอมออกจากบ้านอีกเลย ทำได้เพียงแบ่งเวลาในแต่ละวันออกเป็นช่วง ๆ และหาอะไรทำเพื่อฆ่าเวลาในแต่ละช่วงเท่านั้น

เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาปิดนาฬิกาปลุก จากนั้นก็ไถแอปพลิเคชันต่าง ๆ อย่างไร้จุดหมาย

ในหัวเธอสับสนวุ่นวาย อ่านอะไรก็ไม่เข้าหัวสักอย่าง

จนกระทั่งเธอเลื่อนไปเจอวิดีโอหนึ่งบนโซเชียลมีเดีย

คนที่อยู่ในภาพคุ้นตามาก...

เมื่อมองชื่อบัญชีอีกครั้ง 'เฉิงเฉิงCC'

อัลกอริทึมนี่มัน...

เวลาที่โพสต์คือเมื่อคืนนี้

พอเจี่ยนจือกดเปิดวิดีโอ เสียงดนตรีสนุกสนานก็ดังขึ้นทันที จากนั้นก็มีคนตะโกนว่า "หนึ่ง สอง สาม! ยินดีต้อนรับกลับมานะเฉิงเฉิง! ชนแก้ว!"

เสียงนั้น…ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเสียงของเวินถิงเยี่ยน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 588

    แต่ว่าตอนที่เขาไปถึงใต้หอพักเธอ ก็ได้ยินว่าเธอกลับไห่เฉิงไปแล้วหลังจากนั้น เขาก็ตามเธอไปที่ไห่เฉิง แต่ก็ได้ยินว่าเธอกำลังจะแต่งงาน ……เขามักจะช้าไปก้าวหนึ่งเสมอแล้วต่อมา พระเจ้าก็เมตตา ในที่สุดเขาก็มีโอกาสได้ครอบครองเธอแต่เขาก็ยังช้าเกินไปอยู่ดีถ้าหากช่วงเทศกาลศิลปะเอดินบะระ เขาไปปรากฏตัวต่อหน้าเธอให้ไวกว่านี้สักหน่อย ขอแค่วันเดียว ก็คงจะยังพอมีโอกาสที่เธอจะให้อภัยกันใช่ไหม?ถ้าหาก คืนนั้นที่เธอถูกลอบทำร้าย เขาออกจากบ้านและไปรับเธอให้ไวกว่านี้สักหน่อย ไม่ใช่ปล่อยให้เวินถิงเยี่ยนแย่งโอกาสนั้นไป ก็คงจะยังพอมีโอกาสที่จะคบกับเธอต่อใช่ไหม?ถ้าหาก ครั้งนี้เขาออกหน้าปกป้องเธอให้ไวกว่านี้สักหน่อย เหมือนฮีโร่ที่โรยตัวลงมาจากบนฟากฟ้า ปัดป้องคำพูดแย่ ๆ ที่ทำร้ายเธอออกไป ก็คงจะยังพอมีโอกาสที่เธอจะให้อภัยกันใช่ไหม?แต่น่าเสียดายที่เขาพลาดโอกาสสุดท้ายไปแล้วนอกจากเขาจะไม่ใช่ฮีโร่ที่โรยตัวลงมาจากบนฟากฟ้าแล้ว ยังยื่นข้อเสนอมากมายผูกมัดเธอ ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่ว่อนอยู่บนโลกออนไลน์ครั้งนี้ เขาก็ไม่ต่างอะไรจากหนึ่งในคนที่ทำร้ายเธอเขาช้าไปอีกแล้ว……แต่ไม่ว่าจะช้าเกินไปแค่ไหน เขาก

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 587

    ครั้งนี้ก็เป็นอย่างที่เจี่ยงซื่อฝานพูดไว้ ไม่มีโอกาสที่จะแก้ไขเรื่องนี้อีกแล้วสีหน้าของคนตระกูลหลินต่างก็ดำคล้ำด้วยความโมโห“กลับ” พ่อหลินเอ่ยเสียงเฉียบ ในเมื่อตระกูลเจี่ยงไม่คิดจะช่วย พวกเขาก็มีแต่ต้องกลับไปคิดหาหนทางรับมือใหม่แม่หลินเองก็ตามสามีออกไปด้วยความขุ่นเคืองแต่หลินจื่อเวยยังไม่ยอมแพ้ เธอมองเจี่ยงซื่อฝานทั้งน้ำตา “นายเกลียดผู้หญิงคนนั้นมากไม่ใช่เหรอ?เธอทำให้นายต้องเจ็บปวดไม่ใช่หรือไง?ทำไม?ทำไมนายถึงไม่ช่วยฉัน?เรื่องนี้พวกเราต่างก็ได้ผลประโยชน์ด้วยกันทั้งคู่นะ!นายได้ทั้งแก้แค้นเธอ แถมยังได้ช่วยฉันด้วย”“ฉันบอกเมื่อไหร่ว่าเกลียด?” แววตาของเจี่ยงซื่อฝานเริ่มเลื่อนลอย“นายพูด!ตอนที่นายเพิ่งกลับมา!นายไม่ยอมให้ใครพูดชื่อผู้หญิงคนนั้นออกมาด้วยซ้ำ!ถ้าใครเผลอพูดถึงเธอ นายก็จะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ!นายไล่ทุกคนออกไป!นายบอกว่านายไม่อยากได้ยินชื่อนี้อีกแล้ว!” เธอร่ายสิ่งที่เขาเคยทำออกมาทีละข้อ ราวกับกำลังเอาผิดเขาก็เพราะเธอเคยเห็นท่าทีคลุ้มคลั่งของเขากับตาตัวเอง เธอถึงคิดว่าตัวเองยังมีโอกาสอยู่แน่นอนว่าเจี่ยงซื่อฝานจำสิ่งที่เธอพูดออกมาทั้งหมดได้ดีความบ้าคลั่งและความพยายามทั้งหมด

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 586

    ทั้งพ่อเจี่ยงและเจี่ยงซื่อฝานชะงักไปพร้อมกันไม่คิดเลยว่าหลินจื่อเวยจะพูดอะไรแบบนี้ออกมาแต่หลินจื่อเวยกลับทำเหมือนนึกแผนเด็ดขึ้นมาได้ เธอรีบคว้าไหล่ผู้เป็นพ่อแล้วเขย่า “พ่อคะ พวกเราให้เงินเธอเถอะ จะเท่าไหร่ก็ให้ไปเลย”พ่อหลินเองก็เริ่มคิดเรื่องนี้อย่างจริงจังครั้งนี้พ่อเจี่ยงกลับคัดค้านอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน “พวกคุณแน่ใจเหรอว่าจะให้เงินเธอ?”หลินจื่อเวยกลับตอบอย่างหยิ่งยโส “เธอก็แค่นักศึกษาจน ๆ คนหนึ่ง อย่าบอกนะคะว่าเธอจะมีศักดิ์ศรีอะไรนักหนา ศักดิ์ศรีคนมันซื้อได้ค่ะ ถ้าเงินมันถึง”พ่อหลินถอนหายใจ “เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว นี่ก็ไม่ใช่ว่าวิธีนี้จะใช้ไม่ได้ผล ถึงเธอจะเรียกเงินก้อนโต ทางผมก็ยอมจ่าย”แต่เจี่ยงซื่อฝานที่นั่งอยู่ตรงนั้นกลับหัวเราะออกมา“นายหัวเราะอะไร?” หลินจื่อเวยไม่พอใจกับท่าทีของเจี่ยงซื่อฝาน“ฉันขำเธอ……” เจี่ยงซื่อฝานยังคงหัวเราะต่อ “เธอไม่มีปัญญาจ่ายในสิ่งที่เจี่ยนจือเรียกร้องได้หรอก”หลินจื่อเวยเองก็หัวเราะออกมา “ก็แค่เงินไม่ใช่เหรอ?ไม่ว่าเธอต้องการเท่าไหร่ฉันก็ให้ได้!เรื่องที่เงินซื้อได้มันไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก!”เจี่ยงซื่อฝานอดทอดถอนหายใจไม่ได้ ดูท่าว่าเรื่

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 585

    ทันทีที่ได้ยินว่าลูกชายตัวเองอาจได้รับผลกระทบไปด้วย พ่อเจี่ยงก็เริ่มลังเลพ่อแม่ของหลินจื่อเวยโกรธมาก ตอนพูดเรื่องแต่งงานก็กระตือรือร้นเหลือเกิน แต่พอถึงเวลาขอให้ช่วยกลับบ่ายเบี่ยงสารพัดบรรยากาศในงานเลี้ยงที่เคยคึกครื้นก็พลันเงียบลงทันที สถานการณ์มีแต่ความกระอักกระอ่วนบรรดาแขกที่มาร่วมงานต่างก็พอจะคาดเดาได้แล้วว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น จึงพากันหาข้ออ้างปลีกตัวกลับถึงแม้พ่อแม่ของหลินจื่อเวยจะเสียหน้า แต่ทั้งสองคนก็ยังคงรักษาภาพลักษณ์ ฝืนคลี่ยิ้มส่งแขกเดินทางกลับขณะเดียวกัน กระแสบนโลกออนไลน์ก็ยิ่งร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ในที่สุดก็มีคนยอมรับฟังเสียงของอิ๋นจี้ฉิงที่เป็นนักแสดงหลักของการแสดงชุดนี้ตอนที่หลินจื่อเวยออกมาโจมตีเจี่ยนจือบนโลกออนไลน์ อิ๋นจี้ฉิงก็เคยออกมาชี้แจงแทนเธอแล้วครั้งหนึ่ง แต่ตอนนั้นเสียงของเธอเป็นเหมือนหยดน้ำที่ตกลงไปในมหาสมุทร ไม่ได้รับความสนใจเลย ทว่าตอนนี้ ในที่สุดก็มีคนหันมารับฟังเธอเสียที เธอเองก็มีคลิปที่ปรึกษาเรื่องชุดการแสดง《ซานไห่จิง:คัมภีร์ขุนเขาและท้องทะเล》กับเจี่ยนจือเหมือนกัน แถมเธอยังเคยโพสต์คลิปที่เจี่ยนจือยอมฝืนความเจ็บปวดเพื่อกลับไปยืนบนเวทีอีกครั

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 584

    ภายในห้องจัดเลี้ยง มือที่หลินจื่อเวยกำโทรศัพท์อยู่นั้นสั่นระริก เพราะเริ่มมีชาวเน็ตออกมาเรียกร้องว่า:ใช้หลักฐานคุยกันดีกว่า หลินจื่อเวยบอกว่าตัวเองใช้เวลาห้าปีในการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ไม่ใช่เหรอ?งั้นก็เอาหลักฐานของห้าปีนั้นออกมาสิหลินจื่อเวยกล้าพนันเลยว่า เรื่องนี้ต้องเป็นฝีมือพวกเพจที่จงใจปั่นกระแสแน่นอนเพราะเธอก็เคยใช้วิธีนี้เหมือนกัน แถมยังใช้คล่องมือมากด้วย แต่ตอนนี้ผลกรรมดันย้อนกลับมาเล่นงานตัวเธอเอง เพราะเจี่ยนจือดันใช้วิธีเดียวกับเธอ!ผู้คนในชุดหรูหรา บรรยากาศแห่งความฟุ้งเฟ้อ งานเลี้ยงแบบนี้เป็นสถานที่รวมตัวของผู้คนที่มาหาผลประโยชน์กันมาแต่ไหนแต่ไร ตอนที่คุณอยู่บนจุดสูงสุด คนอื่น ๆ ก็จะเชิดชูคุณ ยกยอและประจบประแจงคุณ แต่จะมีกี่คนกันที่ทำสิ่งเหล่านั้นด้วยความจริงใจ?แต่ทันทีที่มีโอกาสลากคุณลงมาจากจุดสูงสุด ก็มีคนไม่น้อยเลยที่พร้อมจะทำแบบนั้นโดยไม่ลังเลยกตัวอย่างเช่น การที่มีแขกในงานถามว่า:คุณหนูหลินคะ ชาวเน็ตเขาพูดถูกนะคะ คุณรีบเอาหลักฐานตลอดห้าปีออกมาตอกหน้าอีกฝ่ายเร็วค่ะหลินจื่อเวยถลึงตามองเจ้าของเสียง ถึงแม้ฟังดูเหมือนแขกคนนี้จะอยู่ข้างเธอ แต่อันที่จริงก็แค่เห็นเธอ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 583

    ทุกคนหันกลับมามองเจี่ยงซื่อฝานอีกครั้งหลินจื่อเวยเครียดจนกำหมัดแน่นเพราะอย่างไรเสีย ตลอดหลายปีมานี้เจี่ยงซื่อฝานไม่เคยออกหน้าปกป้องเธอเลย สิ่งที่เขามีให้เธอมีเพียงสีหน้ารำคาญและหลบเลี่ยงเธอเท่านั้น……แต่เจี่ยงซื่อฝานกลับหัวเราะออกมาเบา ๆ “อาจารย์จ้าวครับ ผมไม่ได้มีส่วนร่วมกับการแสดงชุดนี้ครับ”บรรดาแขกเหรื่อในงานฮือฮาขึ้นทันที ขณะที่หลินจื่อเวยดีใจจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ สายตาที่เธอใช้มองเจี่ยงซื่อฝานเป็นประกายระยิบระยับอาจารย์จ้าวผิดหวังจนผงะถอยหลังไปหลายก้าว ใบหน้าซีดเผือดด้วยความไม่อยากเชื่อ“เหล่าอู๋” อาจารย์จ้าวเอ่ยเรียกสามี “ฉันไม่สนหรอกนะว่าคุณจะคิดยังไง แต่ต่อให้ฉันต้องกลายเป็นขอทานก็จะไม่มีวันญาติดีกับครอบครัวนี้อีก ส่วนคุณ จะเอายังไงก็แล้วแต่”อาจารย์จ้าวว่าจบก็หยิบกระเป๋าเดินออกจากงานทันทีคุณอู๋เห็นดังนั้นก็รีบตามออกไปเพราะอาจารย์จ้าวสวมรองเท้าส้นสูงมาร่วมงานเลี้ยง แล้วยิ่งเธอเดินเร็วแบบนี้ มองจากด้านหลังแล้วเห็นได้ชัดว่าร่างของเธอเซไปเซมาคุณอู๋รีบตามเข้าไปประคองแขนเธอไว้ “คุณเดินช้าหน่อยสิ ล้มขึ้นมาจะทำยังไง?”“ฉันกลัวว่าเดินช้ากว่านี้ จะโกรธจนโรคหัวใจกำเริบ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status