Masuk
แต่ว่าตอนที่เขาไปถึงใต้หอพักเธอ ก็ได้ยินว่าเธอกลับไห่เฉิงไปแล้วหลังจากนั้น เขาก็ตามเธอไปที่ไห่เฉิง แต่ก็ได้ยินว่าเธอกำลังจะแต่งงาน ……เขามักจะช้าไปก้าวหนึ่งเสมอแล้วต่อมา พระเจ้าก็เมตตา ในที่สุดเขาก็มีโอกาสได้ครอบครองเธอแต่เขาก็ยังช้าเกินไปอยู่ดีถ้าหากช่วงเทศกาลศิลปะเอดินบะระ เขาไปปรากฏตัวต่อหน้าเธอให้ไวกว่านี้สักหน่อย ขอแค่วันเดียว ก็คงจะยังพอมีโอกาสที่เธอจะให้อภัยกันใช่ไหม?ถ้าหาก คืนนั้นที่เธอถูกลอบทำร้าย เขาออกจากบ้านและไปรับเธอให้ไวกว่านี้สักหน่อย ไม่ใช่ปล่อยให้เวินถิงเยี่ยนแย่งโอกาสนั้นไป ก็คงจะยังพอมีโอกาสที่จะคบกับเธอต่อใช่ไหม?ถ้าหาก ครั้งนี้เขาออกหน้าปกป้องเธอให้ไวกว่านี้สักหน่อย เหมือนฮีโร่ที่โรยตัวลงมาจากบนฟากฟ้า ปัดป้องคำพูดแย่ ๆ ที่ทำร้ายเธอออกไป ก็คงจะยังพอมีโอกาสที่เธอจะให้อภัยกันใช่ไหม?แต่น่าเสียดายที่เขาพลาดโอกาสสุดท้ายไปแล้วนอกจากเขาจะไม่ใช่ฮีโร่ที่โรยตัวลงมาจากบนฟากฟ้าแล้ว ยังยื่นข้อเสนอมากมายผูกมัดเธอ ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่ว่อนอยู่บนโลกออนไลน์ครั้งนี้ เขาก็ไม่ต่างอะไรจากหนึ่งในคนที่ทำร้ายเธอเขาช้าไปอีกแล้ว……แต่ไม่ว่าจะช้าเกินไปแค่ไหน เขาก
ครั้งนี้ก็เป็นอย่างที่เจี่ยงซื่อฝานพูดไว้ ไม่มีโอกาสที่จะแก้ไขเรื่องนี้อีกแล้วสีหน้าของคนตระกูลหลินต่างก็ดำคล้ำด้วยความโมโห“กลับ” พ่อหลินเอ่ยเสียงเฉียบ ในเมื่อตระกูลเจี่ยงไม่คิดจะช่วย พวกเขาก็มีแต่ต้องกลับไปคิดหาหนทางรับมือใหม่แม่หลินเองก็ตามสามีออกไปด้วยความขุ่นเคืองแต่หลินจื่อเวยยังไม่ยอมแพ้ เธอมองเจี่ยงซื่อฝานทั้งน้ำตา “นายเกลียดผู้หญิงคนนั้นมากไม่ใช่เหรอ?เธอทำให้นายต้องเจ็บปวดไม่ใช่หรือไง?ทำไม?ทำไมนายถึงไม่ช่วยฉัน?เรื่องนี้พวกเราต่างก็ได้ผลประโยชน์ด้วยกันทั้งคู่นะ!นายได้ทั้งแก้แค้นเธอ แถมยังได้ช่วยฉันด้วย”“ฉันบอกเมื่อไหร่ว่าเกลียด?” แววตาของเจี่ยงซื่อฝานเริ่มเลื่อนลอย“นายพูด!ตอนที่นายเพิ่งกลับมา!นายไม่ยอมให้ใครพูดชื่อผู้หญิงคนนั้นออกมาด้วยซ้ำ!ถ้าใครเผลอพูดถึงเธอ นายก็จะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ!นายไล่ทุกคนออกไป!นายบอกว่านายไม่อยากได้ยินชื่อนี้อีกแล้ว!” เธอร่ายสิ่งที่เขาเคยทำออกมาทีละข้อ ราวกับกำลังเอาผิดเขาก็เพราะเธอเคยเห็นท่าทีคลุ้มคลั่งของเขากับตาตัวเอง เธอถึงคิดว่าตัวเองยังมีโอกาสอยู่แน่นอนว่าเจี่ยงซื่อฝานจำสิ่งที่เธอพูดออกมาทั้งหมดได้ดีความบ้าคลั่งและความพยายามทั้งหมด
ทั้งพ่อเจี่ยงและเจี่ยงซื่อฝานชะงักไปพร้อมกันไม่คิดเลยว่าหลินจื่อเวยจะพูดอะไรแบบนี้ออกมาแต่หลินจื่อเวยกลับทำเหมือนนึกแผนเด็ดขึ้นมาได้ เธอรีบคว้าไหล่ผู้เป็นพ่อแล้วเขย่า “พ่อคะ พวกเราให้เงินเธอเถอะ จะเท่าไหร่ก็ให้ไปเลย”พ่อหลินเองก็เริ่มคิดเรื่องนี้อย่างจริงจังครั้งนี้พ่อเจี่ยงกลับคัดค้านอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน “พวกคุณแน่ใจเหรอว่าจะให้เงินเธอ?”หลินจื่อเวยกลับตอบอย่างหยิ่งยโส “เธอก็แค่นักศึกษาจน ๆ คนหนึ่ง อย่าบอกนะคะว่าเธอจะมีศักดิ์ศรีอะไรนักหนา ศักดิ์ศรีคนมันซื้อได้ค่ะ ถ้าเงินมันถึง”พ่อหลินถอนหายใจ “เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว นี่ก็ไม่ใช่ว่าวิธีนี้จะใช้ไม่ได้ผล ถึงเธอจะเรียกเงินก้อนโต ทางผมก็ยอมจ่าย”แต่เจี่ยงซื่อฝานที่นั่งอยู่ตรงนั้นกลับหัวเราะออกมา“นายหัวเราะอะไร?” หลินจื่อเวยไม่พอใจกับท่าทีของเจี่ยงซื่อฝาน“ฉันขำเธอ……” เจี่ยงซื่อฝานยังคงหัวเราะต่อ “เธอไม่มีปัญญาจ่ายในสิ่งที่เจี่ยนจือเรียกร้องได้หรอก”หลินจื่อเวยเองก็หัวเราะออกมา “ก็แค่เงินไม่ใช่เหรอ?ไม่ว่าเธอต้องการเท่าไหร่ฉันก็ให้ได้!เรื่องที่เงินซื้อได้มันไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก!”เจี่ยงซื่อฝานอดทอดถอนหายใจไม่ได้ ดูท่าว่าเรื่
ทันทีที่ได้ยินว่าลูกชายตัวเองอาจได้รับผลกระทบไปด้วย พ่อเจี่ยงก็เริ่มลังเลพ่อแม่ของหลินจื่อเวยโกรธมาก ตอนพูดเรื่องแต่งงานก็กระตือรือร้นเหลือเกิน แต่พอถึงเวลาขอให้ช่วยกลับบ่ายเบี่ยงสารพัดบรรยากาศในงานเลี้ยงที่เคยคึกครื้นก็พลันเงียบลงทันที สถานการณ์มีแต่ความกระอักกระอ่วนบรรดาแขกที่มาร่วมงานต่างก็พอจะคาดเดาได้แล้วว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น จึงพากันหาข้ออ้างปลีกตัวกลับถึงแม้พ่อแม่ของหลินจื่อเวยจะเสียหน้า แต่ทั้งสองคนก็ยังคงรักษาภาพลักษณ์ ฝืนคลี่ยิ้มส่งแขกเดินทางกลับขณะเดียวกัน กระแสบนโลกออนไลน์ก็ยิ่งร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ในที่สุดก็มีคนยอมรับฟังเสียงของอิ๋นจี้ฉิงที่เป็นนักแสดงหลักของการแสดงชุดนี้ตอนที่หลินจื่อเวยออกมาโจมตีเจี่ยนจือบนโลกออนไลน์ อิ๋นจี้ฉิงก็เคยออกมาชี้แจงแทนเธอแล้วครั้งหนึ่ง แต่ตอนนั้นเสียงของเธอเป็นเหมือนหยดน้ำที่ตกลงไปในมหาสมุทร ไม่ได้รับความสนใจเลย ทว่าตอนนี้ ในที่สุดก็มีคนหันมารับฟังเธอเสียที เธอเองก็มีคลิปที่ปรึกษาเรื่องชุดการแสดง《ซานไห่จิง:คัมภีร์ขุนเขาและท้องทะเล》กับเจี่ยนจือเหมือนกัน แถมเธอยังเคยโพสต์คลิปที่เจี่ยนจือยอมฝืนความเจ็บปวดเพื่อกลับไปยืนบนเวทีอีกครั
ภายในห้องจัดเลี้ยง มือที่หลินจื่อเวยกำโทรศัพท์อยู่นั้นสั่นระริก เพราะเริ่มมีชาวเน็ตออกมาเรียกร้องว่า:ใช้หลักฐานคุยกันดีกว่า หลินจื่อเวยบอกว่าตัวเองใช้เวลาห้าปีในการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ไม่ใช่เหรอ?งั้นก็เอาหลักฐานของห้าปีนั้นออกมาสิหลินจื่อเวยกล้าพนันเลยว่า เรื่องนี้ต้องเป็นฝีมือพวกเพจที่จงใจปั่นกระแสแน่นอนเพราะเธอก็เคยใช้วิธีนี้เหมือนกัน แถมยังใช้คล่องมือมากด้วย แต่ตอนนี้ผลกรรมดันย้อนกลับมาเล่นงานตัวเธอเอง เพราะเจี่ยนจือดันใช้วิธีเดียวกับเธอ!ผู้คนในชุดหรูหรา บรรยากาศแห่งความฟุ้งเฟ้อ งานเลี้ยงแบบนี้เป็นสถานที่รวมตัวของผู้คนที่มาหาผลประโยชน์กันมาแต่ไหนแต่ไร ตอนที่คุณอยู่บนจุดสูงสุด คนอื่น ๆ ก็จะเชิดชูคุณ ยกยอและประจบประแจงคุณ แต่จะมีกี่คนกันที่ทำสิ่งเหล่านั้นด้วยความจริงใจ?แต่ทันทีที่มีโอกาสลากคุณลงมาจากจุดสูงสุด ก็มีคนไม่น้อยเลยที่พร้อมจะทำแบบนั้นโดยไม่ลังเลยกตัวอย่างเช่น การที่มีแขกในงานถามว่า:คุณหนูหลินคะ ชาวเน็ตเขาพูดถูกนะคะ คุณรีบเอาหลักฐานตลอดห้าปีออกมาตอกหน้าอีกฝ่ายเร็วค่ะหลินจื่อเวยถลึงตามองเจ้าของเสียง ถึงแม้ฟังดูเหมือนแขกคนนี้จะอยู่ข้างเธอ แต่อันที่จริงก็แค่เห็นเธอ
ทุกคนหันกลับมามองเจี่ยงซื่อฝานอีกครั้งหลินจื่อเวยเครียดจนกำหมัดแน่นเพราะอย่างไรเสีย ตลอดหลายปีมานี้เจี่ยงซื่อฝานไม่เคยออกหน้าปกป้องเธอเลย สิ่งที่เขามีให้เธอมีเพียงสีหน้ารำคาญและหลบเลี่ยงเธอเท่านั้น……แต่เจี่ยงซื่อฝานกลับหัวเราะออกมาเบา ๆ “อาจารย์จ้าวครับ ผมไม่ได้มีส่วนร่วมกับการแสดงชุดนี้ครับ”บรรดาแขกเหรื่อในงานฮือฮาขึ้นทันที ขณะที่หลินจื่อเวยดีใจจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ สายตาที่เธอใช้มองเจี่ยงซื่อฝานเป็นประกายระยิบระยับอาจารย์จ้าวผิดหวังจนผงะถอยหลังไปหลายก้าว ใบหน้าซีดเผือดด้วยความไม่อยากเชื่อ“เหล่าอู๋” อาจารย์จ้าวเอ่ยเรียกสามี “ฉันไม่สนหรอกนะว่าคุณจะคิดยังไง แต่ต่อให้ฉันต้องกลายเป็นขอทานก็จะไม่มีวันญาติดีกับครอบครัวนี้อีก ส่วนคุณ จะเอายังไงก็แล้วแต่”อาจารย์จ้าวว่าจบก็หยิบกระเป๋าเดินออกจากงานทันทีคุณอู๋เห็นดังนั้นก็รีบตามออกไปเพราะอาจารย์จ้าวสวมรองเท้าส้นสูงมาร่วมงานเลี้ยง แล้วยิ่งเธอเดินเร็วแบบนี้ มองจากด้านหลังแล้วเห็นได้ชัดว่าร่างของเธอเซไปเซมาคุณอู๋รีบตามเข้าไปประคองแขนเธอไว้ “คุณเดินช้าหน่อยสิ ล้มขึ้นมาจะทำยังไง?”“ฉันกลัวว่าเดินช้ากว่านี้ จะโกรธจนโรคหัวใจกำเริบ







