Share

ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน
ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน
Penulis: ปลาคาร์ปตัวน้อย

บทที่ 1

Penulis: ปลาคาร์ปตัวน้อย
เสียงน้ำไหลซ่า ๆ ดังมาจากในห้องน้ำ

เวินถิงเยี่ยนกำลังอาบน้ำอยู่

เวลาตีสาม

เขาเพิ่งจะกลับมาถึงบ้าน

เจี่ยนจือยืนอยู่หน้าประตูห้องน้ำ เธอมีบางเรื่องอยากปรึกษาเขา

เธอตื่นเต้นนิดหน่อย ไม่รู้ว่าเรื่องที่เธอกำลังจะบอกเขา พอเขาได้ฟังแล้วจะเห็นด้วยหรือไม่

ขณะที่เธอกำลังคิดว่าจะพูดอย่างไรดี ในห้องน้ำกลับมีเสียงแปลก ๆ ดังออกมา

พอเธอตั้งใจฟังถึงได้เข้าใจ คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะกำลังช่วยปรนเปรอความใคร่ของตัวเอง...

เสียงหอบหายใจปนเสียงครางที่ดังออกมาแต่ละครั้ง ราวกับค้อนหนักที่ระรัวทุบลงบนใจเธอ ความเจ็บปวดพรั่งพรูราวกับกระแสน้ำ เธอจมดิ่งอยู่ในความเจ็บปวดนั้นจนแทบหายใจไม่ออก

วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานของเธอกับเขา เธอแต่งงานกับเขาได้ห้าปีแล้ว แต่ทั้งสองกลับไม่เคยมีความสัมพันธ์แบบสามีภรรยากันจริง ๆ เลยแม้แต่ครั้งเดียว

ที่แท้ เขายอมช่วยตัวเองแทนที่จะแตะต้องเธองั้นเหรอ?

เขาหอบหายใจถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะระเบิดเสียงครางต่ำ ๆ ออกมาอย่างความอดทน "เฉิงเฉิง..."

เสียงนี้...เหมือนเป็นค้อนพิฆาตครั้งสุดท้ายที่มอบให้แก่เธอ

ในใจเธอระเบิดดังโครม บางสิ่งถูกทุบแหลกเป็นผุยผงไปแล้ว

เธอพยายามปิดปากตัวเองไม่ให้ส่งเสียงร้องไห้ออกมา หันหลังกลับแล้ววิ่งหนีไปเลย แต่เพิ่งวิ่งได้ก้าวเดียวก็เสียหลักชนเข้ากับอ่างล้างหน้า ล้มลงบนพื้นทันที

"เจี่ยนจือ?" ในนั้น เสียงของเวินถิงเยี่ยนยังไม่ทันสงบลงเลย เธอฟังออกว่าเขาพยายามควบคุมไว้ แต่ก็ยังหายใจแรงมากอยู่ดี

"ฉัน...ฉันจะเข้าห้องน้ำ แต่ไม่รู้ว่านายอาบน้ำอยู่..." เธอกล่าวคำโกหกที่ยอดแย่ออกมา แล้วรีบคว้าอ่างล้างหน้าเพื่อพยุงตัวลุกขึ้น

แต่ยิ่งรีบร้อนก็ยิ่งดูจนตรอก บนพื้นกับอ่างล้างหน้าเปียกน้ำ ไม่ง่ายเลยกว่าเธอจะลุกขึ้นมาได้ แต่เวินถิงเยี่ยนกลับเดินออกมาแล้ว เขารีบสวมเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาวแบบลวก ๆ แต่สายรัดเอวกลับถูกมัดไว้อย่างแน่นหนา

"เธอล้มเหรอ เดี๋ยวฉันช่วย" เขาทำท่าจะอุ้มเธอ

เธอเจ็บจนน้ำตาคลอเบ้า แต่ก็ยังปัดมือเขาออกอย่างทุลักทุเลแต่แน่วแน่ "ไม่เป็นไร ฉันลุกเองได้"

จากนั้น หลังจากเกือบจะลื่นล้มอีกครั้ง เธอก็รีบเดินโซเซหนีกลับไปที่ห้องนอน

ใช้คำว่า "หนี" ก็ไม่ผิดเลยสักนิด

ตลอดห้าปีที่แต่งงานกับเวินถิงเยี่ยน เธอเอาแต่หนี

หนีโลกภายนอก หนีสายตาแปลก ๆ ของทุกคน หนีความเมตตาและความเห็นอกเห็นใจของเวินถิงเยี่ยนด้วย นึกไม่ถึงว่าภรรยาของเวินถิงเยี่ยนเป็นคนขาเป๋

คนขาเป๋อย่างเธอจะคู่ควรกับเวินถิงเยี่ยนผู้สง่างามไร้มลทินและประสบความสำเร็จได้อย่างไร?

เดิมทีเธอเคยมีขาที่แข็งแรงและสวยงาม...

เวินถิงเยี่ยนตามออกมาติด ๆ เขาเป็นห่วงมากและถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ล้มเจ็บไหม? ให้ฉันดูหน่อย"

"ไม่ ไม่เป็นไร" เธอห่มผ้าห่มแน่นขึ้น ซ่อนความความจนตรอกของเธอไว้ในผ้าห่ม

"ไม่เป็นไรจริงเหรอ" เขาเป็นห่วงเธอจริง ๆ

"อืม" เธอหันหลังให้เขา แล้วออกแรงพยักหน้า

"งั้นเธอจะนอนแล้ว? อยากเข้าห้องน้ำไม่ใช่เหรอ"

"ตอนนี้ไม่อยากแล้ว นอนเถอะ" เธอเอ่ยเสียงเบา

"ดี จริงสิ วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานของเรา ฉันซื้อของขวัญมาให้ พรุ่งนี้เธอค่อยแกะดูนะว่าชอบไหม"

"ได้" ของขวัญวางอยู่บนหัวเตียง เธอเห็นมันแล้ว แต่ต่อให้เธอไม่แกะออกก็รู้ว่าข้างในคืออะไร

เป็นกล่องขนาดเท่ากันทุกปี ข้างในใส่นาฬิกาแบบเดียวกันไว้

ในลิ้นชักของเธอ มีนาฬิกาแบบเดียวกันวางอยู่เก้าเรือนแล้ว รวมถึงของขวัญวันเกิดด้วย นี่คือเรือนที่สิบ

บทสนทนาจบลงตรงนี้ เขาปิดไฟแล้วเอนกายลงนอน กลิ่นหอมชื้นของเจลอาบน้ำอบอวลอยู่ในอากาศ แต่เธอแทบไม่รู้สึกว่าเตียงยุบลงเลย เพราะบนเตียงขนาดสองเมตร เธอหลับอยู่ฝั่งนี้ ส่วนเขาเอนกายอยู่ริมอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งระยะห่างระหว่างทั้งสองยังนอนได้อีกสามคน

ไม่มีใครเอ่ยถึงชื่อ 'เฉิงเฉิง' และยิ่งไม่เอ่ยถึงสิ่งที่เขาเพิ่งทำในห้องน้ำ ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน

เธอนอนหงายตัวแข็งทื่อ รู้สึกร้อนผ่าวที่เบ้าตา

เฉิงเฉิง หรือ ลั่วอวี่เฉิง เป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมหาวิทยาลัยของเขา เป็นรักแรกและเป็นเทพธิดาในดวงใจ

หลังเรียนจบมหาวิทยาลัย ลั่วอวี่เฉิงไปต่างประเทศ ทั้งสองจึงเลิกกัน เวินถิงเยี่ยนเคยหมดอาลัยตายอยากจนดื่มเหล้าทุกวัน

เจี่ยนจือกับเวินถิงเยี่ยนเป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยม

เธอยอมรับว่าสมัยมัธยมปลายเคยแอบชอบเขา

ตอนนั้นเขาเป็นหนุ่มฮอตของโรงเรียน เป็นเด็กเนิร์ดผู้เย็นชา ส่วนเธอเป็นนักเรียนสายศิลป์ ถึงแม้จะหน้าตาสวย แต่สาวสวยก็มีมากมาย ในชีวิตมัธยมปลายที่คะแนนคือทุกอย่าง นักเรียนสายศิลป์จึงไม่ได้โดดเด่นขนาดนั้น มิหนำซ้ำยังมีคนมองด้วยอคติอีกด้วย

ดังนั้น นั่นจึงเป็นเพียงการแอบรักข้างเดียว เธอไม่เคยคิดฝันว่าจะมีวันได้ยืนอยู่ตรงหน้าเขา

จนกระทั่งเธอเรียนจบจากสถาบันสอนเต้นและกลับมาพักร้อนที่บ้าน ก็ได้บังเอิญพบเขาที่กำลังท้อแท้สิ้นหวัง

คืนนั้นเขาดื่มจนเมามาย เดินโซเซไปมาและไม่ได้มองสัญญาณไฟตอนข้ามถนน มีรถคันหนึ่งขับมาด้วยความเร็วและเบรกไม่ทัน ตอนนั้นเธอเดินตามหลังเขามาเพราะเป็นห่วง เธอผลักเขาออกไป แต่กลับถูกรถชนเสียเอง

เธอเป็นนักเรียนสถาบันสอนเต้น ได้รับสิทธิ์ศึกษาต่อในระดับปริญญาโทแล้ว

ทว่าอุบัติเหตุทางรถยนต์ครั้งนี้ ทำให้เธอขาพิการ

เธอ...ไม่สามารถเต้นได้อีกต่อไป

ต่อมา เขาเลิกเหล้าและแต่งงานกับเธอ

เขารู้สึกผิดต่อเธอตลอดมา รู้สึกขอบคุณเธออยู่เสมอ พูดจาอ่อนโยนและทำตัวเย็นชามาตลอด ให้ของขวัญและเงินกับเธอมากมายมาตลอดเช่นกัน

แต่ติดอยู่อย่างเดียว คือเขาไม่รักเธอ

เธอเคยคิดว่าเวลาจะทำให้ทุกอย่างอบอุ่นขึ้น คิดว่าเวลาจะชะล้างทุกสิ่งได้

แต่เธอคิดไม่ถึงเลย ว่าผ่านไปห้าปีแล้วเขาก็ยังจำชื่อ "เฉิงเฉิง" ได้ฝังใจแบบนี้ ถึงขั้นว่ายังเรียกชื่อนี้อยู่ตอนที่เขากำลังปรนเปรอตัวเอง

สุดท้ายก็เป็นเธอเองที่โง่และไร้เดียงสาเกินไป...

เธอนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน อีเมลนั้นในโทรศัพท์ คืนนี้เธออ่านมันไม่ต่ำกว่าร้อยรอบ

มันคือจดหมายตอบรับเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ เป็นเรื่องที่เดิมทีเธอตั้งใจจะปรึกษาเขา

เธอจะถามเขาว่าเธอสามารถไปเรียนต่อที่ต่างประเทศได้หรือไม่?

แต่พอมาดูตอนนี้ เหมือนว่าไม่จำเป็นต้องปรึกษาเขาแล้ว

การแต่งงานห้าปี ค่ำคืนที่พลิกตัวไปมานับครั้งไม่ถ้วน ในที่สุดตอนนี้ก็เริ่มนับถอยหลังได้สักที

ตอนที่เขาตื่นนอน เธอยังแสร้งทำเป็นหลับอยู่ ได้ยินเขาคุยกับป้าเฉินที่เป็นแม่บ้านอยู่ด้านนอก "คืนนี้ผมมีกินเลี้ยงสังสรรค์ ไม่ต้องให้คุณนายรอผมนะ ให้เธอรีบเข้านอนได้เลย"

หลังจากกำชับเสร็จ เขายังกลับเข้ามาดูในห้องอีกครั้ง เธอกำลังนอนคลุมโปง แต่ น้ำตาซึมเปียกหมอนไปแล้ว

ปกติเวลาเขาไปบริษัท เธอจะจัดชุดที่เขาจะใส่วางไว้ข้าง ๆ ล่วงหน้า เขาเพียงแค่สวมใส่เท่านั้น

แต่วันนี้เธอไม่ได้ทำ

เขาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องแต่งตัวด้วยตัวเอง จากนั้นก็ไปบริษัท

ตอนนี้เธอถึงได้ลืมตา รู้สึกเพียงว่าดวงตาบวมอย่างรุนแรง

เสียงนาฬิกาปลุกในโทรศัพท์ดังขึ้น

เป็นเวลาที่เธอกำหนดให้ตัวเอง ควรลุกขึ้นมาอ่านภาษาอังกฤษแล้ว

เนื่องจากขาของเธอพิการ หลังแต่งงานธอจึงใช้เวลา 90% ขังตัวเองอยู่ในบ้าน เธอไม่ยอมออกจากบ้านอีกเลย ทำได้เพียงแบ่งเวลาในแต่ละวันออกเป็นช่วง ๆ และหาอะไรทำเพื่อฆ่าเวลาในแต่ละช่วงเท่านั้น

เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาปิดนาฬิกาปลุก จากนั้นก็ไถแอปพลิเคชันต่าง ๆ อย่างไร้จุดหมาย

ในหัวเธอสับสนวุ่นวาย อ่านอะไรก็ไม่เข้าหัวสักอย่าง

จนกระทั่งเธอเลื่อนไปเจอวิดีโอหนึ่งบนโซเชียลมีเดีย

คนที่อยู่ในภาพคุ้นตามาก...

เมื่อมองชื่อบัญชีอีกครั้ง 'เฉิงเฉิงCC'

อัลกอริทึมนี่มัน...

เวลาที่โพสต์คือเมื่อคืนนี้

พอเจี่ยนจือกดเปิดวิดีโอ เสียงดนตรีสนุกสนานก็ดังขึ้นทันที จากนั้นก็มีคนตะโกนว่า "หนึ่ง สอง สาม! ยินดีต้อนรับกลับมานะเฉิงเฉิง! ชนแก้ว!"

เสียงนั้น…ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นเสียงของเวินถิงเยี่ยน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 640

    เธอถือถุงเค้กที่ซื้อไว้ แล้วเอ่ยเพียงคำว่า “โอเค”คำว่า “โอเค” นี้กลับทำให้เวินถิงเยี่ยนงงไปเลย “โอเคอะไร? หมายความว่าไง?”“ก็ที่นายบอกว่าหายกันแล้วไง” เจี่ยนจือเอ่ยเรียบ ๆ “นายกินขนมไหว้พระจันทร์ของฉัน แล้วก็เลี้ยงบะหมี่ฉันหนึ่งชาม ต่อจากนี้พวกเราก็ไม่ติดค้างอะไรกันแล้ว แบบนี้ก็โอเคแล้ว”“เธอ…” อารมณ์ของเวินถิงเยี่ยนพลุ่งขึ้นมาในดวงตาทันทีเขามีดวงตาที่สวยมากเจี่ยนจือในวัยสิบหกปีที่ชอบเวินถิงเยี่ยนซึ่งอายุเท่ากัน บางทีอาจเป็นเพราะในวันหนึ่งที่แดดสดใส เธอบังเอิญตกหลุมรักดวงตาของเขาที่ใสราวกับธารน้ำแข็งคู่นั้นเพียงแต่ว่าดวงตาของเขาแทบไม่เคยสั่นไหวเพราะใครหรือเรื่องอะไร เวลามองทุกคนก็ดูเรียบเฉยอยู่เสมอแต่ในเวลานี้ อารมณ์มากมายกลับพลุ่งพล่านอยู่ในดวงตาของเขา ทั้งความหงุดหงิด ความโมโห ความไม่ยอม ความอดกลั้น…มากมายเหลือเกิน จนเธอมองแล้วไม่เข้าใจ“เจี่ยนจือ เธอไม่มีหัวใจหรือไง?” เขากัดฟันถามเธอเจี่ยนจือยกมือแตะตรงอกตัวเอง นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนบอกว่าเธอไม่มีหัวใจเธอไม่ได้อธิบายอะไรอีก เพียงมองเด็กหนุ่มวัยสดใสตรงหน้า แล้วรู้สึกว่า…จู่ ๆ ดวงตาก็แสบขึ้นมาเล็กน้อยเธอเป็นคนอายุ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 639

    เจี่ยนจือมองเถ้าแก่ที่ถือชามบะหมี่ไว้อย่างทำอะไรไม่ถูก “คิดเงินรวมชามของเขากับของหนูเลยค่ะ”“จะทำแบบนั้นได้ยังไง เธอเองก็เป็นนักเรียน จะให้เด็กผู้หญิงอย่างเธอเป็นคนจ่ายได้ยังไง? ไม่เป็นไร เดี๋ยวหลานชายฉันกลับมาก็ให้เขากินเอง” เถ้าแก่รีบเอ่ยเถ้าแก่เพิ่งพูดจบ ที่หน้าร้านบะหมี่ก็มีคนพุ่งเข้ามาราวกับลมกรด เขาโยนธนบัตรสองร้อยห้าสิบบาทลงบนโต๊ะ แล้วชี้ไปทางเจี่ยนจือ “ค่าบะหมี่ครับ รวมของเธอด้วย”พูดจบเขาก็วิ่งหายไปไกลโดยไม่ถามหาเงินทอนเลยด้วยซ้ำ“เอ๊ะ นี่…” เถ้าแก่ถือเงินไว้ด้วยความรู้สึกทั้งขำทั้งจนใจเจี่ยนจือนั่งกินบะหมี่จนหมดอย่างเงียบ ๆ เถ้าแก่ก็ยื่นเงินทอนให้เธอ “เพื่อนร่วมชั้นของเธอใช่ไหม? นี่เงินทอน ฝากเอาไปคืนเขาที ร้านแถวหน้าประตูโรงเรียนอย่างพวกเราทำมาหากินกับเด็กนักเรียน จะไปรับเงินเด็กเกินได้ยังไง?”เจี่ยนจือคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ได้ค่ะ งั้นเดี๋ยวหนูเอาไปให้เขาเอง”เธอคิดว่าคงต้องรอถึงวันจันทร์ถึงจะเอาเงินไปคืนเวินถิงเยี่ยนได้สินะ?ไม่คิดเลยว่าหลังจากเธอซ้อมเต้นที่สถาบันเสร็จ จะได้เจอเขาที่ชั้นล่างอีกครั้งเขากำลังทำงานพิเศษอยู่ในร้านเค้กบนชั้นหนึ่งของอาคารที่สถาบันตั้งอยู่

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 638

    เวินถิงเยี่ยนไม่พูดอะไร ก่อนจะหยิบเสื้อผ้าของตัวเองแล้วเดินจากไปเมิ่งเฉิงซ่งมองแผ่นหลังของเขา ก่อนจะยิ้มให้เพื่อนร่วมทีม “จะเป็นแบบนั้นได้ไง? พวกเรา…เป็นเพื่อนสนิทกัน สนิทกันจนแทบจะเป็นคนเดียวกันเลย”สายตาที่เขามองตามแผ่นหลังของเวินถิงเยี่ยนแฝงความหมายลึกซึ้งบางอย่างเอาไว้ช่วงเช้าเจี่ยนจือซ้อมเต้นกับอาจารย์ประจำสาขา ส่วนช่วงบ่ายยังต้องไปสถาบันสอนเต้นอีก วันอาทิตย์โรงอาหารของโรงเรียนไม่เปิด ดังนั้นตอนเที่ยงเธอจึงไปกินบะหมี่ที่ร้านหน้าประตูโรงเรียนในสนามบาสไม่มีร่างของพวกผู้ชายแล้ว หลังเล่นบาสเสร็จก็คงแยกย้ายกันไปหมดแล้วเจี่ยนจือเข้าไปในร้านบะหมี่ที่ปกติเธอไปกินเป็นประจำ แล้วสั่งบะหมี่ผักกาดดองใส่หมูไม่ติดมันหนึ่งชาม ทันทีที่บะหมี่ยกมาเสิร์ฟ ก็มีคนคนหนึ่งมานั่งลงตรงข้ามเธอ“เถ้าแก่ เอาบะหมี่ผักกาดดองใส่หมูไม่ติดมันหนึ่งชามครับ”เวินถิงเยี่ยนนั่นเองเจี่ยนจือเพิ่งกินบะหมี่ไปคำเดียวก็เกือบสำลัก เธอเงยหน้ามองคนตรงข้าม ก็เห็นว่าเวินถิงเยี่ยนกำลังมองเธออยู่พอดี พอสายตาของทั้งสองสบกัน เขาก็ไม่ได้หลบ ยังคงจ้องเธอเขม็งเธอยังคงก้มหน้ากินบะหมี่ต่อไปด้วยความสงบนิ่ง สุดท้ายกลับเป็นเข

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 637

    เจี่ยนจือรู้สึกว่าเรื่องนี้ยังต้องให้คุณป้ากับคุณย่าคุยกันให้เข้าใจก่อน แล้วเธอค่อยไปเกลี้ยกล่อมคุณย่าอีกที ดังนั้นเธอจึงตอบอีเมลพี่ชายกลับไปอีกฉบับเจี่ยนหลานตอบกลับมาอย่างรวดเร็วเช่นกัน บอกให้เธอไม่ต้องกังวล ทุกอย่างมีพี่ชายคอยจัดการให้เจี่ยนจือถึงขั้นรู้สึกว่าพี่ชายของเธอเชื่อเธอเพียงเพราะอีเมลฉบับเดียวจริง ๆ เหรอ? นี่เป็นครั้งแรกที่เธอส่งอีเมลหาเขาในช่วงเวลานี้เลยนะ!แต่ไม่ว่าพี่ชายจะเชื่อเธอเพราะอะไร ยังไงเธอก็เชื่อพี่ชายของตัวเองร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่แล้วเมื่อพี่ชายเข้ามามีส่วนในชีวิตของเธอกับคุณย่าเร็วกว่าที่ควร ทุกอย่างก็น่าจะแตกต่างไปจากเดิมใช่ไหม?วันรุ่งขึ้น เธอต้องไปซ้อมที่โรงเรียน จึงกำชับคุณย่าซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้ล็อกประตูให้ดี ไม่ว่าใครจะมาก็ห้ามเปิดเด็ดขาดคุณย่ายังพูดว่า “ไม่ต้องกลัว ถ้ามันไม่กลัวฟ้าผ่าก็ให้มันมาอีกสิ”เจี่ยนจือรู้สึกเจ็บปวดในใจ พ่อของเธอน่ะไม่กลัวฟ้าผ่าจริง ๆกว่าจะเกลี้ยกล่อมจนคุณย่ายอมตกลงได้ไม่ใช่เรื่องง่าย เจี่ยนจือจึงไปฝากฝังเพื่อนบ้านให้ช่วยดูแลคุณย่าด้วย ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นก็ให้โทรหาเธอทันทีเธอกับคุณย่าอยู่ที่นี่มาหลายปีแล้ว ความสัมพันธ์กับ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 636

    คุณย่าผัดกับข้าวขึ้นมาใหม่ แล้วทำข้าวอบหมูเค็มหอมกรุ่น เมิ่งเฉิงซ่งกินแค่ข้าวเปล่า ๆ ก็ซัดไปตั้งสองชามใหญ่ พอกินเสร็จก็เอนตัวพิงเก้าอี้ ลูบท้องพลางถอนใจ “คุณย่า อาหารที่คุณย่าทำอร่อยเกินไปแล้ว ผมขอจ่ายค่าอาหารแล้วมาฝากท้องที่นี่บ่อย ๆ ได้ไหมครับ?”เจี่ยนจือมองเขา ไม่รู้ทำไมเธอถึงได้รู้สึกว่าท่าทางอิ่มหนำสำราญแบบนี้ดูคุ้นตาอยู่หลายส่วนคุณย่ายิ้ม “มากินข้าวมื้อหนึ่งจะต้องจ่ายค่าอาหารอะไรอีก? ถ้าชอบอาหารที่ย่าทำก็มากินได้เลย!”“จริง ๆ นะครับคุณย่า ผมไม่ได้พูดเล่นนะ” เมิ่งเฉิงซ่งมีสีหน้าจริงจัง “ยังไงผมก็ต้องเอาเงินไปจ่ายให้ร้านอาหารอยู่แล้ว ผมกินอาหารพวกนั้นจนเบื่อ พอเอามาเทียบกับอาหารที่คุณย่าทำ ที่ผ่านมาผมกินอะไรเข้าไปกันเนี่ย!”เรื่องนี้เจี่ยนจือพอจะเป็นพยานให้ได้เธอพยักหน้า “พ่อแม่เขายุ่งกับธุรกิจ ต้องเดินทางทั้งในประเทศและต่างประเทศบ่อย ๆ ปกติก็กินที่โรงอาหาร ส่วนวันหยุดก็ไปกินตามร้านข้างนอก”“ได้ยังไงกัน?” คุณย่าเอ่ยขึ้นมาทันที “ต่อไปถ้ามีเวลาก็มากินข้าวที่บ้านย่านะ! จะกินข้างนอกตลอดได้ยังไง?”“ได้ครับคุณย่า งั้นผมไม่เกรงใจแล้วนะ!” เมิ่งเฉิงซ่งเอ่ยยิ้ม ๆเจี่ยนจืออดไม่ได้ท

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 635

    เวินถิงเยี่ยนใช้โทรศัพท์ถ่ายวิดีโอไปด้วย ขณะเดียวกันก็คอยปกป้องเธอไว้ด้านหลัง พอไอ้หัวทองพุ่งเข้ามา เขาก็ซัดอีกฝ่ายอย่างหนักไปหนึ่งยกตอนนั้นเธอกลัวมาก แต่เธอก็อัดเสียงเอาไว้ด้วยตอนกินข้าว พ่อแม่ของเธอกำลังคุยกับครอบครัวของไอ้หัวทองเรื่องหมั้นหมายอะไรทำนองนั้น เธอโกรธมาก แต่ตอนนั้นเธอยังอายุน้อย ไม่เคยผ่านเรื่องราวอะไรมากนัก อีกทั้งถูกพ่อกดดันจนไม่กล้าอาละวาดออกมาตรงนั้น เธอจึงเปิดโทรศัพท์อัดเสียงไว้ บทสนทนาทั้งหมดของพวกเขา รวมถึงเสียงตอนที่ไอ้หัวทองพยายามจะล่วงเกินเธอ เธอก็อัดไว้ทั้งหมด และโทรศัพท์ก็อยู่ในกระเป๋ากางเกงของเธอไฟล์เสียงนี้มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการเผชิญหน้ากับครอบครัวไอ้หัวทองในภายหลัง รวมถึงการจัดการเรื่องนี้ให้จบลงอย่างเหมาะสม แต่ในเย็นวันนั้น หลังจากไอ้หัวทองถูกเวินถิงเยี่ยนต่อยจนหนีไปแล้ว เธอกลับไม่มีหน้าไปบอกเขาว่าเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับเธอทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่พ่อแม่แท้ ๆ ของเธอเป็นคนจัดการไว้ครอบครัวแบบนี้น่าอดสูยิ่งกว่าครอบครัวของเวินถิงเยี่ยนเสียอีกดังนั้นเวินถิงเยี่ยนจึงไม่เคยรู้เลยว่าเธอมีพ่อแม่ที่น่ารังเกียจถึงขนาดนี้ ตอนแต่งงานกับเธอ เขายังปฏิบัติ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status