แชร์

บทที่ 7

ผู้เขียน: ปลาคาร์ปตัวน้อย
เจี่ยนจือเห็นเวินถิงเยี่ยนกับลั่วอวี่เฉิงกระอักกระอ่วนเพียงครู่เดียว จากนั้นก็ปรับตัวเข้ากับสถานะใหม่นี้ได้อย่างรวดเร็ว ทั้งสองคนหัวเราะและพูดคุยกับคู่ค้าอย่างสนุกสนาน

พวกเขาทั้งสองช่างเหมาะสมกันจริง ๆ …

เจี่ยนจือแอบถ่ายรูปไว้หนึ่งรูป ตอนหันหลังเดินจากไป เข็มที่ฝังอยู่ในใจก็ยังคงทิ่มแทงเธอ ความเจ็บปวดที่แหลมและถี่แผ่ซ่านทั่วหน้าอกอย่างรวดเร็ว ถึงขั้นปวดปลายจมูกแล้ว

"เจี่ยนจือ!" ขณะที่เธอกำลังจะเดินออกจากห้างสรรพสินค้า จู่ ๆ ก็มีคนเรียกชื่อเธอ

เธอหันกลับไปมอง เห็นคนคนหนึ่งยืนอยู่บนบันไดเลื่อนขาลง กำลังโบกมือให้เธอแรง ๆ

ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นอาจารย์!

เป็นอาจารย์จากสถาบันสอนเต้นของเธอในอดีต!

"อาจารย์จ้าว!" เธอรู้สึกเซอร์ไพรส์มาก

อาจารย์จ้าวรีบลงจากบันไดเลื่อน เดินมาถึงตรงหน้าเธอ คว้ามือทั้งสองข้างของเธอไว้ แล้วกล่าวอย่างดีใจมากเช่นกัน "ฉันเห็นแล้วรู้สึกว่าเหมือน พอเรียกดู ก็เป็นเธอจริง ๆ ด้วย! ตอนนี้เธอเป็นยังไงบ้าง? นี่ก็ห้าปีแล้วที่เราไม่ได้เจอกัน"

เจี่ยนจือรู้สึกเศร้าเล็กน้อย

ห้าปีผ่านไปแล้ว เธอใช้ชีวิตเหมือนคนไร้ประโยชน์ เธอจะมีหน้ามาพบอาจารย์ได้อย่างไร?

"ยุ่งไหม? ถ้าไม่ยุ่ง เราไปหาที่นั่งดื่มน้ำชายามบ่ายกันเถอะ" อาจารย์จูงมือเธอ

เธอไม่ยุ่ง

ถ้าเป็นเมื่อก่อน เธออาจจะเก็บตัวต่อไปเพราะความรู้สึกต่ำต้อย ปฏิเสธผู้คนและเรื่องราวทั้งหมดในโลกของการเต้น แต่ตั้งแต่วันที่เธอเปิดอัลบั้มภาพการเต้นในโทรศัพท์มือถือ ก็ราวกับมีรอยแยกแห่งแสงสว่างเปิดขึ้นบนท้องฟ้าที่มืดหม่นของเธอแล้ว

ทันใดนั้นเธอก็เริ่มโหยหาแสงสว่างที่จะส่องเข้ามา

เธอพยักหน้า "ได้ค่ะ อาจารย์" เธอน้ำตาเอ่อคลออย่างไร้เหตุผล

อาจารย์จึงจูงมือเธอ ไปที่ร้านน้ำชายามบ่ายสไตล์อังกฤษที่อยู่กลางชั้นหนึ่ง

"อาจารย์คะ ตอนนี้เพื่อนนักเรียนคนอื่น ๆ เป็นยังไงกันบ้างคะ?" เธอห่างหายจากโลกที่เป็นของเธอมานานเกินไป กลุ่มแชทของเพื่อนร่วมชั้นทั้งหมด เธอก็ได้ออกจากกลุ่มไปแล้ว

"เธออยากรู้จริง ๆ เหรอ?" อาจารย์จ้าวมองเธอแวบหนึ่งอย่างเฉียบคม

อาจารย์จ้าวรู้สถานการณ์ของเธอ เดิมทีเธอได้รับสิทธิ์ศึกษาต่อระดับปริญญาโท แต่จู่ ๆ ก็สละสิทธิ์ อาจารย์ก็ต้องสอบถามอยู่แล้ว ตอนหลังถึงขั้นเคยมาเยี่ยมเธอที่ไห่เฉิงโดยเฉพาะอีกด้วย

เธอออกแรงพยักหน้า

อาจารย์จ้าวจึงเริ่มพูดคุยกับเธอ

เวลาห้าปีนี้ เพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของคน ๆ หนึ่งได้จริง ๆ

เพื่อนร่วมชั้นของเธอ บางคนเข้าคณะการแสดงและการเต้น กลายเป็นนักเต้นหลัก บางคนไปศึกษาต่อต่างประเทศ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกแล้ว บางคนอยู่ต่อเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย เพื่อบ่มเพาะคนรุ่นใหม่

ทุกคนต่างก็มีก้าวที่ยิ่งใหญ่บนเส้นทางชีวิตเดิมของตัวเอง

มีแต่เธอเท่านั้น…

แต่นับแต่วันนี้เป็นต้นไป เธอก็จะไม่เหมือนเดิมแล้ว

เธอจะฮึดสู้และไล่ตามให้ทัน แม้เธอจะเต้นไม่ได้แล้ว เธอก็จะต้องค้นหาที่ยืนของตัวเองในเส้นทางอื่นให้ได้!

"อาจารย์คะ หนู...หนูเองก็ส่งผลสอบให้อาจารย์ได้แล้วเหมือนกัน" เธอร้อนผ่าวในดวงตา ตอนนี้เธอรู้สึกผิดต่อความคาดหวังของอาจารย์จริง ๆ

"ดีเลย" อาจารย์จ้าวยิ้มเหมือนเคย

เจี่ยนจือกระซิบข้างหูอาจารย์จ้าว เล่าเรื่องที่เธอจะไปศึกษาต่อต่างประเทศให้ฟัง

"เยี่ยมเลย! ฉันรู้อยู่แล้ว! ลูกศิษย์ของฉัน ไม่มีคนอ่อนแอหรอก!" อาจารย์จ้าวจับมือเธอพลางอุทาน "จริงสิ พวกเราจะมีทัวร์การแสดงที่ยุโรปพอดี เธอตามไปสัมผัสบรรยากาศ ปรับตัวให้เข้ากับชีวิตที่ยุโรปหน่อยไหมล่ะ!"

"แต่หนู..." ขาของเธอจะไหวเหรอ? เธอเต้นไม่ได้อีกแล้ว แค่เดินยังช้ากว่าคนอื่น วิชาที่เธอสมัครเรียนต่อระดับปริญญาโทก็เป็นสาขาทางทฤษฎี

"ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้หรอก! ถ้าตอนนั้นเธอไม่เกิดอุบัติเหตุ ก็คงได้เป็นสมาชิกของทีมเต้นเยาวชนไปแล้ว ครั้งนี้ เธอแค่ตามไปเป็นคนเดินเอกสาร! ทีมงานดูแลเวที! เป็นช่างแต่งหน้าก็พอ!"

อาจารย์จ้าวกล่าวอย่างหนักแน่น ไม่ได้มองเธอเป็นคนขาเป๋เลย

เจี่ยนจืออดยิ้มไม่ได้ เธอชอบความรู้สึกเวลาไม่ถูกมองเป็นคนขาเป๋ เธอเต้นไม่ได้แล้ว ก็ยังทำอย่างอื่นได้ ไม่ใช่ว่าเธอเต้นไม่ได้แล้วก็กลายเป็นคนไร้ค่า…

พูดจบ โทรศัพท์มือถือของอาจารย์จ้าวก็สั่น มีข้อความเข้ามา

"สามีฉันเอง เธอจะถือไหมถ้าเขาจะมาดื่มชาด้วยกัน?" อาจารย์จ้าวขอความเห็นจากเธอ

"ได้เลยค่ะ" เธอยิ้ม

ที่จริงเธอกลัวนิดหน่อย

ใช้ชีวิตแบบเก็บตัวมาห้าปี เธอจึงไม่ชินกับการพบคนแปลกหน้าแล้ว แต่ถึงอย่างไร เธอก็ต้องผ่านก้าวแรกออกไปไม่ใช่เหรอ?

"งั้นฉันจะให้เขามานะ" อาจารย์จ้าวกล่าวพลางตอบข้อความ

แต่สิ่งที่เจี่ยนจือคาดไม่ถึงเลยก็คือ สามีของอาจารย์จ้าวคือคู่ค้าคนใหม่ของเวินถิงเยี่ยน คือคนเดียวกับที่เธอเพิ่งเห็นเมื่อครู่นี้

"เขามาคุยธุรกิจที่ไห่เฉิง ฉันเลยมาเที่ยวด้วยสองสามวัน ไม่คิดว่าจะมาเจอเธอที่นี่ ถือเป็นพรหมลิขิตเหมือนกันนะ..."

อาจารย์จ้าวพูดแนะนำสามีของเธอ แต่เจี่ยนจือกลับเห็นเวินถิงเยี่ยน ลั่วอวี่เฉิงและสามีของอาจารย์จ้าวเดินมาทางโต๊ะน้ำชาตรงนี้พร้อมกัน

ในที่สุด พวกเขาก็เดินมาถึงตรงหน้าแล้ว

เจี่ยนจือนั่งอยู่กับที่ เธอเห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจบนใบหน้าเวินถิงเยี่ยนกับลั่วอวี่เฉิง สีหน้าแดงก่ำสลับขาวซีด

"มาครับ เชิญนั่งครับ นี่ภรรยาของผม แซ่จ้าว เป็นครูสอนเต้นครับ" สามีของอาจารย์จ้าวแนะนำ "นี่คือคุณเวินถิงเยี่ยนที่ผมมาติดต่อธุรกิจด้วยครั้งนี้ ส่วนนี่คือภรรยาของเขาครับ"

พอพูดคำว่า "ภรรยา" จบ มือของเวินถิงเยี่ยนก็สั่นเล็กน้อย ลั่วอวี่เฉิงก็นั่งไม่ติดที่ อึดอัดทำตัวไม่ถูก ทั้งสองคนจ้องเจี่ยนจืออย่างประหม่า

เจี่ยนจือก็แค่มองพวกเขา แล้วยิ้มเรียบ ๆ

อาจารย์จ้าวแนะนำเจี่ยนจือ "นี่คือสามีฉันเอง แซ่อู๋" จากนั้นชี้ไปที่เจี่ยนจือ "นี่คือนักเรียนของฉันเองค่ะ เธอมีแววจะได้รางวัลเถาหลี่คัพมากที่สุดในปีนั้นเลยนะ”

พอเวินถิงเยี่ยนได้ยินคำว่า "เถาหลี่คัพ" แววตาของเขาก็หม่นหมองอย่างถึงที่สุด เคลื่อนสายตาต่ำลง เหมือนอยากจะมองไปที่ขาของเจี่ยนจือ

เจี่ยนจือเห็นแล้ว ชั่วขณะนั้นในดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

ใช่แล้ว จะไม่เจ็บปวดได้ยังไงล่ะ?

ถ้าตอนนั้นขาของเธอไม่พิการ เขาก็คงไม่แต่งงานกับเธอ แล้วคนข้างกายเขาตอนนี้ ก็จะเป็นภรรยาของเขาได้อย่างถูกต้องชอบธรรมแล้ว

เจี่ยนจือยิ้มเล็กน้อย "อาจารย์จ้าว คุณอู๋ ที่จริงแล้วฉันคือ..."

"อ๊า" ลั่วอวี่เฉิงกรีดร้องออกมา ขัดจังหวะเจี่ยนจือที่กำลังพูด

เจี่ยนจือหยุดชะงัก

ลั่วอวี่เฉิงทำน้ำชาหก น้ำชาร้อน ๆ หกเลอะเต็มตัว

"ขะ... ขอโทษค่ะ ขออภัยนะคะฉันนี่...ฉันเสียมารยาทจัง" เธอรีบใช้กระดาษเช็ดน้ำ

"ไม่เป็นรค่ะ ไม่เป็นไร" อาจารย์จ้าวไม่รู้เรื่องรู้ราว ยังช่วยส่งกระดาษให้เธอด้วย

น้ำชาถ้วยเดียว ขัดขวางไม่ให้เจี่ยนจือพูดความจริง

แต่ถ้าเจี่ยนจือต้องการพูดต่อ เธอจะหยุดได้เหรอ?

เวินถิงเยี่ยนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามส่งสายตาขอร้องให้เจี่ยนจือ เขาส่ายศีรษะเบา ๆ ขยับปากบอกใบ้ว่า "อย่าพูดนะ อย่าพูด"

หึหึ ที่จริงเธอก็ไม่อยากพูดเหมือนกัน แค่แกล้งพูดออกมาครึ่งเดียว เพราะอยากเห็นสีหน้าลนลานของคนทั้งสองเท่านั้น

การจิบน้ำชายามบ่ายครั้งนี้ มีบางร้อนรนเหมือนนั่งบนเข็ม บางคนกลับดูสงบเป็นธรรมชาติ

ขณะที่เจี่ยนจือยกถ้วยชา อาจารย์จ้าวก็สังเกตเห็นมือของเธอทันที "เจี่ยนจือ เธอใส่แหวนแต่งงานด้วยเหรอ สามีเธอเป็นใคร?"

ราวกับฟ้าผ่ากลางวันแสก ๆ ทำเอาเวินถิงเยี่ยนกับลั่วอวี่เฉิงที่นั่งอยู่ตรงข้ามสีหน้าเปลี่ยนไปมาก

เจี่ยนจือมองมือของเวินถิงเยี่ยนที่พิงถ้วยชา เธอยกมุมปากยิ้มเย้ย เขาไม่เคยสวมแหวนเลย แหวนแต่งงานคู่ที่แลกกันนั้น หลังจบพิธีแต่งงานเขาก็ถอดออก ไม่รู้ว่าตอนนี้ไปวางให้ฝุ่นเกาะอยู่ตรงไหนแล้ว

"ใช่ค่ะ ฉันแต่งงานมาห้าปีแล้ว" เจี่ยนจือพูดเบา ๆ "สามีของฉันแซ่เวินค่ะ"

"บังเอิญขนาดนี้เลยเหรอ แซ่เวินด้วยเหมือนกัน?" เวินถิงเยี่ยนรีบพูดทันที

สื่อความหมายชัดเจนเกินไปแล้ว เขาไม่ต้องการให้เธอพูดต่อ

"ใช่ค่ะ แซ่เวินเหมือนกัน ทำธุรกิจเหมือนกัน แค่ไม่ได้ทำธุรกิจใหญ่เท่าประธานเวิน" เจี่ยนจือตอบแล้วจิบชา

มองผ่านถ้วยชา เจี่ยนจือเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเขาโล่งใจ

"บังเอิญจริง ๆ ครับ ครั้งหน้าเชิญคุณเวินของคุณมาดื่มชาด้วยกันนะครับ" เพราะเป็นนักเรียนของอาจารย์จ้าว คุณอู๋จึงให้ความเคารพเป็นพิเศษ กล่าวเชิญชวนแล้ว

เวินถิงเยี่ยนสีหน้าเปลี่ยนไปอีกครั้ง

เจี่ยนจือรู้สึกตลกจริง ๆ แต่งงานกันมาห้าปี การแสดงออกทางสีหน้าของเขารวมกันยังไม่มากเท่าช่วงบ่ายวันนี้เลย

ในสถานการณ์แบบนี้ เวินถิงเยี่ยนนั่งอยู่ที่นี่นานมากไม่ได้แล้ว หลังจากพูดคุยกันได้สักพัก ก็บอกว่ามีธุระต้องขอตัวก่อน

แต่เขาก็ไม่วางใจที่จะปล่อยให้เจี่ยนจืออยู่คนเดียวที่นี่อีก กลัวเธอจะพูดจาเหลวไหล จึงส่งสายตาบอกให้เธอรีบตามไปด้วย
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 30

    "นายแกะเองสิ!" เธอยืนนิ่งอยู่ที่เดิม หันหน้าไปอีกทาง พิงหลังกับกำแพง กดซองจดหมายที่อยู่ในมือไว้เขามองเธอด้วยสายตาจจนใจมากขึ้น "นิสัยเธอนี่ ช่วงนี้ดูหนักขึ้นเรื่อย ๆ นะ"แต่เขาก็ไม่ได้บังคับเธออีก ไม่ได้สงสัยด้วยว่าเธอซ่อนอะไรไว้ด้านหลัง เดินเข้าบ้านไปแล้วสุดท้าย ป้าเฉินก็เป็นคนแกะพัสดุนั้น ส่วนเจี่ยนจือก็รีบซ่อนผลสอบไว้ แล้วกลับเข้าห้องรับแขกไป"เจี่ยนจือ เตรียมตัวได้แล้ว" เวินถิงเยี่ยนเรียกเธอจากด้านนอก"เวินถิงเยี่ยน!" เธอหันกลับมา "นายให้เกียรติฉันบ้างได้ไหม อย่าบอกทุกเรื่องกะทันหันแบบนี้"เขาเดินมาหน้าประตูห้องรับแขก "คุณนายเวิน วันนี้ก็ถือว่าแจ้งกะทันหันเหรอ วันนี้เป็นวันเกิดพ่อของเธอนะ"เจี่ยนจือพูดไม่ออก"หรือว่าจะให้ฉันไปคนเดียว" เขาเลิกคิ้วขึ้นถามต่อ"รอแป๊บหนึ่ง ฉันจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้า" เธอพูดจบแล้วปิดประตูแต่ที่ผิดคาดมากก็คือ เขาเอื้อมมือมาขวางประตูไว้ กล่าวด้วยแววตาล้ำลึกปนสงสัย "จำเป็นต้องปิดประตูด้วยเหรอ เป็นเพราะไอ้หนุ่มนักเต้นคนนั้นใช่ไหม""พิลึกคน!" เธอออกแรงปิดประตูลงแต่งงานกันมาห้าปี มีครั้งไหนที่พวกเขาไม่ปิดประตูตอนเปลี่ยนเสื้อผ้า? ยิ่งไปกว่านั้น คนที

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 29

    เจี่ยนจือรู้สึกจนปัญญา ไม่ใช่สิ ตอนนี้เธอไม่ต้องการตำแหน่ง "คุณนายเวิน" มากขนาดนั้นแล้ว! "เวินถิงเยี่ยน นายยึดมั่นถือมั่นอะไรนักหนาถึงคิดว่าฉันต้องเป็นภรรยาให้นายในบ้านหลังนี้ ฉันไม่ต้องการเป็นคุณนายเวินตลอดไปอะไรนั่นหรอก นายลองให้ลั่วอวี่เฉิงมาคุกคามตำแหน่งฉันหน่อยสิ ได้ไหมล่ะ?"เวินถิงเยี่ยนชะงักเล็กน้อย แต่ก็แค่ยิ้มเยาะ ยังคิดว่าเธอกำลังทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจ จากนั้นเดินเข้าไปอาบน้ำในห้องนอนหลักเจี่ยนจือเองก็เหงื่อท่วมตัวเพราะเรื่องที่เผชิญเมื่อครู่นี้ เธอจึงอาบน้ำอีกครั้ง เปลี่ยนเป็นเสื้อยืดแล้วเข้านอนใหม่กลางดึกมีฝนตกหนัก เสียงฝนกระทบหน้าต่างกระจกให้ความรู้สึกเหมือนเสียงสีขาวที่ช่วยให้หลับได้ดี อุณหภูมิก็ลดลงฉับพลันเช่นกัน เธอฟังเสียงฝนและค่อย ๆ หลับไปเช้าวันรุ่งขึ้น เธอตื่นขึ้นมาเองตามธรรมชาติ เมื่อดูเวลาก็เก้าโมงแล้ว เวินถิงเยี่ยนยังคงคุยอยู่กับป้าเฉินด้านนอก ยังไม่ได้ไปบริษัท นี่ไม่ใช่สไตล์ของคนบ้างานอย่างเขาเลยหลังจากกำชับป้าเฉินเสร็จ เขาก็ออกไป ตอนนี้เจี่ยนจือถึงได้ลุกจากเตียงขณะทานอาหารเช้า ป้าเฉินก็เดินมาบอกว่า "คุณนายคะ คุณผู้ชายบอกว่าเขาจะออกไปทำธุระนิดหน่อยแล้ว

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 28

    ท่าทางของเวินถิงเยี่ยนตอนอาละวาดเป็นอย่างไร เธอไม่เคยรู้มาก่อนจริง ๆตั้งแต่เธอรู้จักเขามา เขาเป็นเหมือนหมอกยามเย็นบนภูเขา เหมือนไผ่เขียวในป่า เป็นคนเรียบ ๆ เหมือนมีม่านบาง ๆ กั้นระหว่างเขากับคนอื่นอยู่เสมอ มองไม่ชัดและสัมผัสไม่ได้แม้แต่ตอนที่เธอแต่งงานกับเขาแล้ว เขาก็ยังเป็นแบบนี้อยู่แต่เขาในตอนนี้ ดูบ้าคลั่งผิดปกติจริง ๆเธอจ้องมองเสื้อเชิ้ตที่ฉีกออก เห็นมัดกล้ามเนื้อคมชัดที่เผยออกมา เธอรู้สึกตกใจมาก"เวินถิงเยี่ยน นายจะทำอะไร" เธอใช้ผ้าห่มห่อตัวเองไว้แน่น"เธอคิดว่าฉันจะทำอะไรล่ะ" สายตาของเขาเผยความดุดันที่เห็นได้ไม่บ่อย "เธอเป็นเมียฉัน กินของฉัน ใช้ของฉัน แต่เธอร่วมมือกับคนอื่นมาทำร้ายฉัน เธอว่าฉันจะทำอะไร""ฉันไม่ได้..." เดิมทีเธอรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องอธิบาย แต่ดูจากท่าทางแบบนี้ของเขา เหมือนจะใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างมาทำเรื่องบ้าคลั่งจริง ๆเห็นว่าจู่ ๆ เวินถิงเยี่ยนปลดเข็มขัด เจี่ยนจือก็รีบห่อผ้าห่มแล้วลงจากเตียงอีกด้านอย่างรวดเร็วผลปรากฏว่าเธอถูกเวินถิงเยี่ยนโถมตัวลงมาดึงกลับไป ทั้งคนทั้งผ้าห่ม"เวินถิงเยี่ยน ปล่อยฉันนะ!"แต่เขาทำเหมือนไม่ได้ยินไม่นาน ผ้าห่มที่เธ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 27

    ใจเธอเคลื่อนไหวไปตามเขาดังนั้นเธอจึงจัดเตรียมอาหารให้เขาอย่างดี ดูแลบ้านนี้อย่างใส่ใจ อยากมอบท่าเรือที่อบอุ่นให้เขา แม้ว่าเขามักจะกลับมาดึกมาก เธอก็หวังว่าขอแค่เขากลับถึงบ้านแล้วจะได้พักผ่อนอย่างสบายก็พอ...น่าเสียดาย เขาดูเหมือนจะไม่ต้องการมันดังนั้น ก็ปล่อยให้คนที่เขาต้องการเป็นเป็นห่วงไปแล้วกันเธอกะว่าจะอาบน้ำ แล้วจะค้นหาข้อมูลเรื่องเรียนต่อต่างประเทศอีกหน่อยก็จะเข้านอนเพียงแต่บางครั้งอัลกอริทึมก็น่ารำคาญมาก มักจะทำให้เลื่อนไปเจอสิ่งที่ไม่อยากเห็นอยู่เสมอเมื่อเปิดโซเชียลมีเดียแอปหนึ่ง โพสต์ของลั่วอวี่เฉิงก็เด้งขึ้นมาในหน้าแรกของเธออีกแล้วโพสต์เมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว เนื้อหาคือเรื่องราวของคืนนี้รูปภาพหนึ่งที่ถ่ายการจับมือ มือของเวินถิงเยี่ยนกำลังจับมือของเธออยู่ข้อความที่เขียนไว้คือ [เขาเป็นเหมือนต้นไม้ใหญ่เสมอมา เย่อหยิ่ง มีปณิธาน ไม่ว่าจะเจอลมฝนหนักขนาดไหนก็ยังตั้งตระหง่าน แต่คืนนี้กลับยอมกล้ำกลืนเพื่อฉัน ขอบคุณนะ ที่ต่อสู้กับคนทั้งโลกเพื่อฉัน ถึงนายจะถูกคนมากมายตำหนิ แต่ในใจฉัน นายยังคงสง่างามเหมือนภูผา]เจี่ยนจือยิ้มอย่างขมขื่น ใช้นิ้วกดดิสไลก์โพสต์นี้ หวังว่าครั

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 26

    "ใช่" เจี่ยนจือขี้เกียจจะอธิบายแล้วเวินถิงเยี่ยนก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว จู่ ๆ ก็เข้าใกล้เธอมาก มากจนสามารถมองเห็นรอยตีนกาภายใต้ความอ่อนล้าของเขาได้อย่างชัดเจนสามสิบตั้งตัว เขายังไม่ถึงสามสิบด้วยซ้ำ แต่กลับมีร่องรอยของกาลเวลาแล้ว"เจี่ยนจือ" เขากุมไหล่ของเธอ กลิ่นน้ำหอมอ่อนจางโชยมาจากตัวเขา "หลายปีมานี้ ฉันทำดีกับเธอไม่พอหรือไง"ตอนที่เขาพูดประโยคนี้ ความเหนื่อยล้าทั้งหมดได้เผยออกมาจากคิ้วที่ขมวดมุ่นและขอบตาที่ดำคล้ำของเขาเธอถอนหายใจเบา ๆ เฮือกหนึ่งดีเธอยอมรับ ว่าเขาพยายามทำดีกับเธออย่างสุดความสามารถแล้ว ทั้งเรื่องอาหาร ของใช้ ที่อยู่ เงิน รวมถึงการทุ่มเทเงินทองมากมายให้คุณย่าและครอบครัวของเธอโดยไม่ปริปากบ่นแต่เวินถิงเยี่ยน ความดีของนายแบบนี้ สู้ให้เงินสักก้อนซื้อขาดขาที่เดินพิการของฉันตั้งแต่แรกยังดีกว่า..."ถ้าฉันไม่ได้ทำอะไรผิดต่อเธอ แล้วเธอใจแข็งทำลงได้ยังไง" ขณะที่เขาพูด ดวงตาก็เริ่มแดงเล็กน้อย "เธอทำลงได้ยังไง ที่ร่วมมือกับคนนอกมาจัดการกับฉันแบบนี้ ของฉันไม่ใช่ของเธอเหรอ ธุรกิจของฉันไม่ใช่ธุรกิจของเธอเหรอ เงินของฉันไม่ใช่เงินของเธอหรือไง เราสองสามีภรรยาไม่ใช่คนคนเดี

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 25

    ลั่วอวี่เฉิงหน้าแดงก่ำทันที น้ำตาแห่งความคับข้องใจคลอเบ้า เธอถูกเวินถิงเยี่ยนจูงมือออกไปแล้วอาจารย์จ้าวถลึงตาคุณอู๋แวบหนึ่ง ราวกับว่าเรื่องราวทั้งหมดในวันนี้เป็นผลมาจากคุณอู๋ แล้วหันมาถามเจี่ยนจือ "โครงการนี้ เธอคิดเห็นยังไง เราจะฟังความเห็นของเธอ!""ไม่ต้องคำนึงถึงหนูเลยค่ะ อาจารย์ การตัดสินใจของอาจารย์กับคุณอู๋ ไม่ต้องคำนึงถึงหนูเลยค่ะ" เจี่ยนจือขยิบตาให้อาจารย์ "อาจารย์คะ หนูคือนกนางแอ่นน้อยนะคะ หนูจะโบยบินไปให้ได้ค่ะ"อาจารย์จ้าวได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจโล่งอก "แบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อย! ที่พวกเราดูการแสดงความรักลึกซึ้งนั่นอยู่ตั้งนาน หลัก ๆ ก็เพราะคำนึงถึงเธอ ไม่อยากทำร้ายเธอโดยไม่ตั้งใจ ในเมื่อเธอพูดแบบนี้ ฉันก็วางใจได้แล้ว"คนอื่น ๆ ต่างไม่สนิทสนมกับเจี่ยนจือและเวินถิงเยี่ยน จึงไม่สะดวกที่จะเข้ามายุ่ง พอได้ยินอาจารย์จ้าวพูดแบบนี้ บรรยากาศก็ผ่อนคลายลงเช่นกัน"เอาล่ะ พวกเรามาต่อกันเถอะ" อาจารย์จ้าวเรียกทุกคนพร้อมรอยยิ้มเจี่ยนจือใช้ค่ำคืนอันสุขสันต์กับอาจารย์จ้าว ทุกคนเป็นมิตรมาก ได้แลกเปลี่ยนช่องทางการติดต่อกัน โดยเฉพาะเด็กสาวที่เป็นนักเต้นเหมือนกัน เธออบอุ่นและกระตือรือร้นเหม

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status