Share

บทที่ 7

Author: ปลาคาร์ปตัวน้อย
เจี่ยนจือเห็นเวินถิงเยี่ยนกับลั่วอวี่เฉิงกระอักกระอ่วนเพียงครู่เดียว จากนั้นก็ปรับตัวเข้ากับสถานะใหม่นี้ได้อย่างรวดเร็ว ทั้งสองคนหัวเราะและพูดคุยกับคู่ค้าอย่างสนุกสนาน

พวกเขาทั้งสองช่างเหมาะสมกันจริง ๆ …

เจี่ยนจือแอบถ่ายรูปไว้หนึ่งรูป ตอนหันหลังเดินจากไป เข็มที่ฝังอยู่ในใจก็ยังคงทิ่มแทงเธอ ความเจ็บปวดที่แหลมและถี่แผ่ซ่านทั่วหน้าอกอย่างรวดเร็ว ถึงขั้นปวดปลายจมูกแล้ว

"เจี่ยนจือ!" ขณะที่เธอกำลังจะเดินออกจากห้างสรรพสินค้า จู่ ๆ ก็มีคนเรียกชื่อเธอ

เธอหันกลับไปมอง เห็นคนคนหนึ่งยืนอยู่บนบันไดเลื่อนขาลง กำลังโบกมือให้เธอแรง ๆ

ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นอาจารย์!

เป็นอาจารย์จากสถาบันสอนเต้นของเธอในอดีต!

"อาจารย์จ้าว!" เธอรู้สึกเซอร์ไพรส์มาก

อาจารย์จ้าวรีบลงจากบันไดเลื่อน เดินมาถึงตรงหน้าเธอ คว้ามือทั้งสองข้างของเธอไว้ แล้วกล่าวอย่างดีใจมากเช่นกัน "ฉันเห็นแล้วรู้สึกว่าเหมือน พอเรียกดู ก็เป็นเธอจริง ๆ ด้วย! ตอนนี้เธอเป็นยังไงบ้าง? นี่ก็ห้าปีแล้วที่เราไม่ได้เจอกัน"

เจี่ยนจือรู้สึกเศร้าเล็กน้อย

ห้าปีผ่านไปแล้ว เธอใช้ชีวิตเหมือนคนไร้ประโยชน์ เธอจะมีหน้ามาพบอาจารย์ได้อย่างไร?

"ยุ่งไหม? ถ้าไม่ยุ่ง เราไปหาที่นั่งดื่มน้ำชายามบ่ายกันเถอะ" อาจารย์จูงมือเธอ

เธอไม่ยุ่ง

ถ้าเป็นเมื่อก่อน เธออาจจะเก็บตัวต่อไปเพราะความรู้สึกต่ำต้อย ปฏิเสธผู้คนและเรื่องราวทั้งหมดในโลกของการเต้น แต่ตั้งแต่วันที่เธอเปิดอัลบั้มภาพการเต้นในโทรศัพท์มือถือ ก็ราวกับมีรอยแยกแห่งแสงสว่างเปิดขึ้นบนท้องฟ้าที่มืดหม่นของเธอแล้ว

ทันใดนั้นเธอก็เริ่มโหยหาแสงสว่างที่จะส่องเข้ามา

เธอพยักหน้า "ได้ค่ะ อาจารย์" เธอน้ำตาเอ่อคลออย่างไร้เหตุผล

อาจารย์จึงจูงมือเธอ ไปที่ร้านน้ำชายามบ่ายสไตล์อังกฤษที่อยู่กลางชั้นหนึ่ง

"อาจารย์คะ ตอนนี้เพื่อนนักเรียนคนอื่น ๆ เป็นยังไงกันบ้างคะ?" เธอห่างหายจากโลกที่เป็นของเธอมานานเกินไป กลุ่มแชทของเพื่อนร่วมชั้นทั้งหมด เธอก็ได้ออกจากกลุ่มไปแล้ว

"เธออยากรู้จริง ๆ เหรอ?" อาจารย์จ้าวมองเธอแวบหนึ่งอย่างเฉียบคม

อาจารย์จ้าวรู้สถานการณ์ของเธอ เดิมทีเธอได้รับสิทธิ์ศึกษาต่อระดับปริญญาโท แต่จู่ ๆ ก็สละสิทธิ์ อาจารย์ก็ต้องสอบถามอยู่แล้ว ตอนหลังถึงขั้นเคยมาเยี่ยมเธอที่ไห่เฉิงโดยเฉพาะอีกด้วย

เธอออกแรงพยักหน้า

อาจารย์จ้าวจึงเริ่มพูดคุยกับเธอ

เวลาห้าปีนี้ เพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของคน ๆ หนึ่งได้จริง ๆ

เพื่อนร่วมชั้นของเธอ บางคนเข้าคณะการแสดงและการเต้น กลายเป็นนักเต้นหลัก บางคนไปศึกษาต่อต่างประเทศ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกแล้ว บางคนอยู่ต่อเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย เพื่อบ่มเพาะคนรุ่นใหม่

ทุกคนต่างก็มีก้าวที่ยิ่งใหญ่บนเส้นทางชีวิตเดิมของตัวเอง

มีแต่เธอเท่านั้น…

แต่นับแต่วันนี้เป็นต้นไป เธอก็จะไม่เหมือนเดิมแล้ว

เธอจะฮึดสู้และไล่ตามให้ทัน แม้เธอจะเต้นไม่ได้แล้ว เธอก็จะต้องค้นหาที่ยืนของตัวเองในเส้นทางอื่นให้ได้!

"อาจารย์คะ หนู...หนูเองก็ส่งผลสอบให้อาจารย์ได้แล้วเหมือนกัน" เธอร้อนผ่าวในดวงตา ตอนนี้เธอรู้สึกผิดต่อความคาดหวังของอาจารย์จริง ๆ

"ดีเลย" อาจารย์จ้าวยิ้มเหมือนเคย

เจี่ยนจือกระซิบข้างหูอาจารย์จ้าว เล่าเรื่องที่เธอจะไปศึกษาต่อต่างประเทศให้ฟัง

"เยี่ยมเลย! ฉันรู้อยู่แล้ว! ลูกศิษย์ของฉัน ไม่มีคนอ่อนแอหรอก!" อาจารย์จ้าวจับมือเธอพลางอุทาน "จริงสิ พวกเราจะมีทัวร์การแสดงที่ยุโรปพอดี เธอตามไปสัมผัสบรรยากาศ ปรับตัวให้เข้ากับชีวิตที่ยุโรปหน่อยไหมล่ะ!"

"แต่หนู..." ขาของเธอจะไหวเหรอ? เธอเต้นไม่ได้อีกแล้ว แค่เดินยังช้ากว่าคนอื่น วิชาที่เธอสมัครเรียนต่อระดับปริญญาโทก็เป็นสาขาทางทฤษฎี

"ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้หรอก! ถ้าตอนนั้นเธอไม่เกิดอุบัติเหตุ ก็คงได้เป็นสมาชิกของทีมเต้นเยาวชนไปแล้ว ครั้งนี้ เธอแค่ตามไปเป็นคนเดินเอกสาร! ทีมงานดูแลเวที! เป็นช่างแต่งหน้าก็พอ!"

อาจารย์จ้าวกล่าวอย่างหนักแน่น ไม่ได้มองเธอเป็นคนขาเป๋เลย

เจี่ยนจืออดยิ้มไม่ได้ เธอชอบความรู้สึกเวลาไม่ถูกมองเป็นคนขาเป๋ เธอเต้นไม่ได้แล้ว ก็ยังทำอย่างอื่นได้ ไม่ใช่ว่าเธอเต้นไม่ได้แล้วก็กลายเป็นคนไร้ค่า…

พูดจบ โทรศัพท์มือถือของอาจารย์จ้าวก็สั่น มีข้อความเข้ามา

"สามีฉันเอง เธอจะถือไหมถ้าเขาจะมาดื่มชาด้วยกัน?" อาจารย์จ้าวขอความเห็นจากเธอ

"ได้เลยค่ะ" เธอยิ้ม

ที่จริงเธอกลัวนิดหน่อย

ใช้ชีวิตแบบเก็บตัวมาห้าปี เธอจึงไม่ชินกับการพบคนแปลกหน้าแล้ว แต่ถึงอย่างไร เธอก็ต้องผ่านก้าวแรกออกไปไม่ใช่เหรอ?

"งั้นฉันจะให้เขามานะ" อาจารย์จ้าวกล่าวพลางตอบข้อความ

แต่สิ่งที่เจี่ยนจือคาดไม่ถึงเลยก็คือ สามีของอาจารย์จ้าวคือคู่ค้าคนใหม่ของเวินถิงเยี่ยน คือคนเดียวกับที่เธอเพิ่งเห็นเมื่อครู่นี้

"เขามาคุยธุรกิจที่ไห่เฉิง ฉันเลยมาเที่ยวด้วยสองสามวัน ไม่คิดว่าจะมาเจอเธอที่นี่ ถือเป็นพรหมลิขิตเหมือนกันนะ..."

อาจารย์จ้าวพูดแนะนำสามีของเธอ แต่เจี่ยนจือกลับเห็นเวินถิงเยี่ยน ลั่วอวี่เฉิงและสามีของอาจารย์จ้าวเดินมาทางโต๊ะน้ำชาตรงนี้พร้อมกัน

ในที่สุด พวกเขาก็เดินมาถึงตรงหน้าแล้ว

เจี่ยนจือนั่งอยู่กับที่ เธอเห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจบนใบหน้าเวินถิงเยี่ยนกับลั่วอวี่เฉิง สีหน้าแดงก่ำสลับขาวซีด

"มาครับ เชิญนั่งครับ นี่ภรรยาของผม แซ่จ้าว เป็นครูสอนเต้นครับ" สามีของอาจารย์จ้าวแนะนำ "นี่คือคุณเวินถิงเยี่ยนที่ผมมาติดต่อธุรกิจด้วยครั้งนี้ ส่วนนี่คือภรรยาของเขาครับ"

พอพูดคำว่า "ภรรยา" จบ มือของเวินถิงเยี่ยนก็สั่นเล็กน้อย ลั่วอวี่เฉิงก็นั่งไม่ติดที่ อึดอัดทำตัวไม่ถูก ทั้งสองคนจ้องเจี่ยนจืออย่างประหม่า

เจี่ยนจือก็แค่มองพวกเขา แล้วยิ้มเรียบ ๆ

อาจารย์จ้าวแนะนำเจี่ยนจือ "นี่คือสามีฉันเอง แซ่อู๋" จากนั้นชี้ไปที่เจี่ยนจือ "นี่คือนักเรียนของฉันเองค่ะ เธอมีแววจะได้รางวัลเถาหลี่คัพมากที่สุดในปีนั้นเลยนะ”

พอเวินถิงเยี่ยนได้ยินคำว่า "เถาหลี่คัพ" แววตาของเขาก็หม่นหมองอย่างถึงที่สุด เคลื่อนสายตาต่ำลง เหมือนอยากจะมองไปที่ขาของเจี่ยนจือ

เจี่ยนจือเห็นแล้ว ชั่วขณะนั้นในดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

ใช่แล้ว จะไม่เจ็บปวดได้ยังไงล่ะ?

ถ้าตอนนั้นขาของเธอไม่พิการ เขาก็คงไม่แต่งงานกับเธอ แล้วคนข้างกายเขาตอนนี้ ก็จะเป็นภรรยาของเขาได้อย่างถูกต้องชอบธรรมแล้ว

เจี่ยนจือยิ้มเล็กน้อย "อาจารย์จ้าว คุณอู๋ ที่จริงแล้วฉันคือ..."

"อ๊า" ลั่วอวี่เฉิงกรีดร้องออกมา ขัดจังหวะเจี่ยนจือที่กำลังพูด

เจี่ยนจือหยุดชะงัก

ลั่วอวี่เฉิงทำน้ำชาหก น้ำชาร้อน ๆ หกเลอะเต็มตัว

"ขะ... ขอโทษค่ะ ขออภัยนะคะฉันนี่...ฉันเสียมารยาทจัง" เธอรีบใช้กระดาษเช็ดน้ำ

"ไม่เป็นรค่ะ ไม่เป็นไร" อาจารย์จ้าวไม่รู้เรื่องรู้ราว ยังช่วยส่งกระดาษให้เธอด้วย

น้ำชาถ้วยเดียว ขัดขวางไม่ให้เจี่ยนจือพูดความจริง

แต่ถ้าเจี่ยนจือต้องการพูดต่อ เธอจะหยุดได้เหรอ?

เวินถิงเยี่ยนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามส่งสายตาขอร้องให้เจี่ยนจือ เขาส่ายศีรษะเบา ๆ ขยับปากบอกใบ้ว่า "อย่าพูดนะ อย่าพูด"

หึหึ ที่จริงเธอก็ไม่อยากพูดเหมือนกัน แค่แกล้งพูดออกมาครึ่งเดียว เพราะอยากเห็นสีหน้าลนลานของคนทั้งสองเท่านั้น

การจิบน้ำชายามบ่ายครั้งนี้ มีบางร้อนรนเหมือนนั่งบนเข็ม บางคนกลับดูสงบเป็นธรรมชาติ

ขณะที่เจี่ยนจือยกถ้วยชา อาจารย์จ้าวก็สังเกตเห็นมือของเธอทันที "เจี่ยนจือ เธอใส่แหวนแต่งงานด้วยเหรอ สามีเธอเป็นใคร?"

ราวกับฟ้าผ่ากลางวันแสก ๆ ทำเอาเวินถิงเยี่ยนกับลั่วอวี่เฉิงที่นั่งอยู่ตรงข้ามสีหน้าเปลี่ยนไปมาก

เจี่ยนจือมองมือของเวินถิงเยี่ยนที่พิงถ้วยชา เธอยกมุมปากยิ้มเย้ย เขาไม่เคยสวมแหวนเลย แหวนแต่งงานคู่ที่แลกกันนั้น หลังจบพิธีแต่งงานเขาก็ถอดออก ไม่รู้ว่าตอนนี้ไปวางให้ฝุ่นเกาะอยู่ตรงไหนแล้ว

"ใช่ค่ะ ฉันแต่งงานมาห้าปีแล้ว" เจี่ยนจือพูดเบา ๆ "สามีของฉันแซ่เวินค่ะ"

"บังเอิญขนาดนี้เลยเหรอ แซ่เวินด้วยเหมือนกัน?" เวินถิงเยี่ยนรีบพูดทันที

สื่อความหมายชัดเจนเกินไปแล้ว เขาไม่ต้องการให้เธอพูดต่อ

"ใช่ค่ะ แซ่เวินเหมือนกัน ทำธุรกิจเหมือนกัน แค่ไม่ได้ทำธุรกิจใหญ่เท่าประธานเวิน" เจี่ยนจือตอบแล้วจิบชา

มองผ่านถ้วยชา เจี่ยนจือเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเขาโล่งใจ

"บังเอิญจริง ๆ ครับ ครั้งหน้าเชิญคุณเวินของคุณมาดื่มชาด้วยกันนะครับ" เพราะเป็นนักเรียนของอาจารย์จ้าว คุณอู๋จึงให้ความเคารพเป็นพิเศษ กล่าวเชิญชวนแล้ว

เวินถิงเยี่ยนสีหน้าเปลี่ยนไปอีกครั้ง

เจี่ยนจือรู้สึกตลกจริง ๆ แต่งงานกันมาห้าปี การแสดงออกทางสีหน้าของเขารวมกันยังไม่มากเท่าช่วงบ่ายวันนี้เลย

ในสถานการณ์แบบนี้ เวินถิงเยี่ยนนั่งอยู่ที่นี่นานมากไม่ได้แล้ว หลังจากพูดคุยกันได้สักพัก ก็บอกว่ามีธุระต้องขอตัวก่อน

แต่เขาก็ไม่วางใจที่จะปล่อยให้เจี่ยนจืออยู่คนเดียวที่นี่อีก กลัวเธอจะพูดจาเหลวไหล จึงส่งสายตาบอกให้เธอรีบตามไปด้วย

Continue to read this book for free
Scan code to download App
Comments (18)
goodnovel comment avatar
Samniang Janloy
สนุกมากอยากอ่านต่อๆๆๆๆ
goodnovel comment avatar
Nuta Ja
ถึงบท 34 แล้ว อยู่ให้เริ่ม 1 ใหม่ งงอะ
goodnovel comment avatar
Sarika AiHaru
จ่ายเงินไปตั้งนานแล้วยังอ่านต่อไม่ได้เลยนะคะ
VIEW ALL COMMENTS

Latest chapter

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 775

    เจี่ยนจือลอยเข้าไปใกล้ อยากช่วยจัดท่าทางให้เขานอนสบายขึ้น แต่เขากลับยื่นมือมาโอบท้ายทอยของเธอไว้เจี่ยนจือสัมผัสได้ถึงแรงจากมือของเขา ทว่ามันแผ่วเบาเหลือเกิน แผ่วเบาจนแทบไม่รู้สึก“ขอโทษนะ จือจือ ทำให้เธอตกใจแล้ว” เขากระซิบข้างหูด้วยเสียงแหบพร่า ราวกับเรี่ยวแรงทั้งหมดกำลังจะหมดลง“ไม่เป็นไร ไม่เลย……” เจี่ยนจือไม่ได้ขัดขืนแต่หลังจากพูดจบประโยคนี้ เขาก็คลายมือออกทันที เจี่ยนจือจึงลอยขึ้นไปกลางอากาศอีกครั้ง“ฉันไม่เป็นไรแล้ว เธอไปเถอะ” เสียงของเขาแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน“หืม?” เขากำลังไล่เธอไปงั้นเหรอ?“กลับไปที่โลกของเธอเถอะ” เขาพูดต่อ “เวินถิงเยี่ยนในโลกของเธอเป็นคนเลวมาก เธอห้ามให้อภัยเขาเด็ดขาดเลยนะ……ฉัน……ฉันได้เจอเธอวันนี้ มีความสุขมากเลย จือจือ ฉันขอเรียกเธอว่าจือจืออีกสักครั้งได้ไหม?”“อืม……” เจี่ยนจือฟังน้ำเสียงของเขาแล้วรู้สึกว่าตัวเองไม่เคยจนคำพูดถึงเพียงนี้มาก่อน ไม่รู้เลยว่าจะพูดอะไรออกมาเพื่อปลอบโยนเขาได้บ้าง โรคที่ต่อให้ผ่านไปอีกสิบกว่าปีก็ยังรักษาไม่หาย ตอนนี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เขาฉลาดและโดดเดี่ยวขนาดนั้น เกรงว่าคงรู้แต่แรกแล้วล่ะว่าตัวเองป่วยเป็นอะไร และจะมีชีวิตต่อไ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 774

    “น่าจะเป็นเพราะ……” เขาเอ่ยเสียงแผ่ว “ฉันใกล้จะต้องจากไปแล้วเหมือนกัน”“เวินถิงเยี่ยน นายพูดไร้สาระอะไร……” เขาเพิ่งจะอายุยี่สิบสองนะ จะจากไปแบบนี้ได้ยังไง?รอยยิ้มบางถูกจุดขึ้นบนใบหน้าซีดขาวของเวินถิงเยี่ยน “เธอคิดบ้างไหมว่าบางทีฉันอาจจะมีชีวิตอยู่ได้แค่ยี่สิบสองปีก็ได้?”“เหลวไหลอะไรของนาย?” เจี่ยนจือตวาดเขา อย่างน้อยเขาในอีกโลกหนึ่งก็มีชีวิตจนถึงอายุสามสิบกว่า ๆ นะ“ถ้าหากเธอไม่ได้ช่วยเวินถิงเยี่ยนคนนั้น บางทีเขาอาจจะโดนรถชนตายตั้งแต่อายุยี่สิบสองก็ได้นี่?” เขาเอ่ยด้วยท่าทีนิ่งเฉยราวกับเรื่องที่พูดถึงเป็นเรื่องของคนอื่นเจี่ยนจือได้แต่ยืนนิ่งกับที่สำหรับข้อสันนิษฐานข้างต้น เธอไม่มีเหตุผลอะไรที่จะเอามาโต้แย้งเขาได้เลย เพียงแต่เขารู้เรื่องของโลกอีกใบได้อย่างไร“เธอคิดว่าเธอฝันได้คนเดียวเหรอ?ฉันก็ฝันเหมือนกัน……” จู่ ๆ เขาก็ขมวดคิ้ว ใบหน้าฉายแววเจ็บปวดออกมา“เวินถิงเยี่ยน!”เดิมทีเธอตั้งใจจะถามว่าเขาฝันเห็นอะไร แต่เมื่อเห็นท่าทางเจ็บปวดของเขาก็พลันร้อนใจขึ้นมา ในห้องพักผู้ป่วยเดี่ยว นอกจากเขาแล้วก็ไม่มีใครอยู่เลยสักคน “ไม่มีคนมาเฝ้านายเลยเหรอ?”เขาหอบหายใจพูดอย่างยากลำบาก “ฉัน……

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 773

    ช่วงบ่าย เจี่ยนจือเดินทางมาถึงโรงละครเพื่อซ้อมการแสดงตามเวลานัดหมาย ราวกับว่าไม่เคยมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นมาก่อนไม่มีใครรู้เลยว่า ข้างหูเธอยังคงมีเสียงหนึ่งที่ตามหลอกหลอนกันไม่หยุด“เคราะห์ร้ายทั้งหมดฉันเอาติดตัวมาด้วยหมดแล้วนะ ดังนั้นชีวิตที่เหลือของเธอจะมีแต่ความสุข ความเบิกบาน สุขภาพร่างกายที่แข็งแรง”“จือจือ ลืมอดีตที่ผ่านมา แล้วเดินหน้าต่อไปอย่างกล้าหาญและมีความสุขเถอะนะ โอเคไหม?”“จือจือ ลาก่อน”เมื่อการซ้อมจบลง เธอก็หมดแรงจนล้มตัวนอนแผ่อยู่บนเวที ได้ยินเสียงในหัวใจของตัวเองกำลังตอบกลับไปว่า:อืม ลาก่อน ฉันจะก้าวต่อไปข้างหน้า จะไม่หันหลังกลับไปอีกในเมื่อรับปากแล้วว่าจะไม่หันกลับไปมอง จะทิ้งอดีตไว้เบื้องหลัง เจี่ยนจือก็ทำตามที่พูดจริง ๆ หลังการแสดงจบลง เธอเดินทางกลับพร้อมกับตี๋โยวและคนอื่น ๆหลังจากนั้น เธอก็จะเดินทางมาที่ไอร์แลนด์ปีละหนึ่งครั้งแทบทุกปี บางครั้งก็มาช่วงฤดูร้อน บางปีก็ฤดูหนาว และทุกครั้งเธอก็จะเดินทางกลับทันทีหลังเสร็จกิจกรรมแลกเปลี่ยนที่เบอร์ลินเธอรู้ว่าครั้งหนึ่งเคยมีหิมะตกลงมาในเบอร์ลิน และละลายหายไปอย่างเงียบเชียบที่สุดงั้นก็ปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปเถอ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 772

    เขายื่นจดหมายฉบับนั้นให้เจี่ยนจือ “คำสั่งเสียสุดท้ายของคุณเวิน ตอนนี้ผมทำตามจนสำเร็จแล้วครับ”“ขอบคุณค่ะ” เจี่ยนจือรับจดหมายมา พลางก้มมองข้อความบนหน้าซองที่เขียนว่า “เฉพาะเจี่ยนจือ” จู่ ๆ เธอก็ไม่กล้าเปิดอ่านขึ้นมาเสียอย่างนั้นเจี่ยนหลานกุมมือของเธอไว้ “ถ้าไม่อยากเปิดตอนนี้ ก็ไม่ต้องเปิดหรอก”“หนูจะไม่เปิดมันเด็ดขาด!” ความขมขื่นที่อัดอั้นอยู่ในใจเจี่ยนจือพลันเอ่อท้นขึ้นมา“อืม งั้นก็ไม่ต้องเปิดหรอก” เจี่ยนหลานกระชับฝ่ามือที่กุมมือเธออยู่ ลังเลนิดหน่อยแต่สุดท้ายก็เอ่ยเสียงต่ำว่า “เขาป่วยเป็นโรคเดียวกับพ่อของเขา เพียงแต่ตรวจเจอเร็วกว่า เขาตรวจเจอโรคนี้ในวันที่ถูกรถชน ……”เจี่ยนหลานก้มสำรวจสีหน้าเธอ เมื่อเห็นว่าใบหน้าเธอไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ก็กระชับฝ่ามือให้แน่นขึ้นอีก “เขาเป็นคนขอร้องพี่ ไม่ให้บอกอะไรกับเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เขาเสียขาไปหรือเรื่องที่เขาป่วย ก็ห้ามบอกเราทั้งนั้น เขาเก็บเรื่องนี้เป็นความลับและรักษาตัวมานานถึงสองปี แต่สุดท้ายก็ยังพ่ายแพ้ให้กับโรคร้าย เมื่อปีก่อนเขาน่าจะรู้ตัวแล้วว่าอาการของตัวเองกำลังทรุดลง ถึงได้ดึงดันจะมาไอร์แลนด์ให้ได้ หลังจากมาถึงได้ไม่นาน เขาก็หมด

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 771

    “……ชีวิตของเขาผ่านช่วงรุ่งเรืองและตกต่ำมามากมาย เคยประสบความสำเร็จ เคยทำผิดพลาด เขาเฝ้าขอให้คนในครอบครัวให้อภัยมาตลอดชีวิต สุดท้ายโรคร้ายก็พรากเขาไปจากโลกนี้ ……ขอให้บนสวรรค์ไม่มีความเจ็บป่วย ขอให้ชาติหน้าไม่ทำผิดพลาดอีก……”ในหัวของเจี่ยนจือมีเสียงอื้ออึงดังไม่หยุด หูของเธอเริ่มอื้อจนไม่ได้ยินอะไร ทั้งที่คนบนเวทีกล่าวอะไรตั้งมากมาย แต่มีเพียงบางประโยคเท่านั้นที่เล็ดลอดเข้ามาในโสตประสาทของเธอหลังจากกล่าวจบ ชายคนนั้นก็เงยหน้าขึ้นแล้วเห็นเธอเข้าพอดี สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปในทันทีก่อนที่ร่างสูงจะรีบสาวเท้าเข้ามาหาเธอ“จือจือ ” เขาคว้าลาดไหล่บางของเธอไว้ จ้องมองใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา เรียวคิ้วเริ่มขมวดยุ่ง เมื่อมองข้ามไหล่ของผู้เป็นพี่ไป เจี่ยนจือพอเห็นผ่านม่านน้ำตาราง ๆ ว่าผู้คนในโบสถ์ทยอยลุกออกจากที่นั่ง แล้วเดินไปวางดอกไม้บนโลงศพ และหนึ่งในนั้นก็มีใบหน้าที่คุ้นเคยอยู่ด้วย นั่นคือเจ้าของโรงแรมในไอร์แลนด์ที่เธอเคยพบมาก่อน“จือจือ……” เขาพยายามจะดึงเธอเข้ามากอด เมื่อเห็นแววตาเลื่อนลอยของเธอเจี่ยนจือผลักเขาออกด้วยแรงประมาณหนึ่ง ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “พี่……บอกมาสิ ว่าคนที

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 770

    ข้อความโดยละเอียดคือ:เมิ่งเฉิงซ่ง หากนายได้อ่านข้อความนี้ ก็อย่าแปลกใจไปเลยแล้วก็ไม่ต้องถามด้วยว่าเพราะอะไรเพราะฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันจักรวาลกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต มีเรื่องราวมากมายเหลือคณานับที่มนุษย์ไม่อาจหาคำตอบได้ฉันโชคดีที่ได้เป็นเพื่อนร่วมชั้นกับนาย มีนายเป็นเหมือนพี่น้องต่างสายเลือด ฉันโชคดีที่ได้เดินตามรอยนาย เดินทางไปในทุกที่ที่นายไป ดีใจที่ตัวฉันได้กลายเป็นนายอีกคน และได้ตัดสินใจแทนนาย ขอให้ชีวิตที่เหลือของนายราบรื่นและสงบสุข ขอให้นายมีความสุขตลอดไปเจี่ยนจือลอยอยู่เหนือข้อความเหล่านั้น จากมุมมองของเธอตอนนี้ เธอมองเห็นขนตาของเมิ่งเฉิงซ่งค่อย ๆ ชุ่มไปด้วยหยาดน้ำตา“หง่าง——หง่าง——หง่าง——” ไม่รู้ว่าเสียงระฆังดังมาจากทางไหน มันดังจนหัวใจเธอสั่นไหวด้วยความเจ็บปวด ท่ามกลางสติอันเลือนราง เธอคล้ายได้ยินเสียงสวดมนต์ดังขึ้นข้างหู ขมับของเธอเริ่มปวดตุบ เมื่อสติของเธอดับวูบลง เหมือนเธอจะได้ยินเสียงของใครบางคนดังมาจากห้วงความทรงจำอันไกลโพ้น:ถ้าหากชาติหน้ามีจริง หวังจริง ๆ ว่าจะช่วยทำให้ความปรารถนาทุกอย่างของเขาเป็นจริง“ติ๊ง——” ไม่รู้ว่าเสียงกริ่งที่ไหนช่วยดึงเจี่ยนจือออกมาจากห้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status