Share

บทที่ 7

Author: ปลาคาร์ปตัวน้อย
เจี่ยนจือเห็นเวินถิงเยี่ยนกับลั่วอวี่เฉิงกระอักกระอ่วนเพียงครู่เดียว จากนั้นก็ปรับตัวเข้ากับสถานะใหม่นี้ได้อย่างรวดเร็ว ทั้งสองคนหัวเราะและพูดคุยกับคู่ค้าอย่างสนุกสนาน

พวกเขาทั้งสองช่างเหมาะสมกันจริง ๆ …

เจี่ยนจือแอบถ่ายรูปไว้หนึ่งรูป ตอนหันหลังเดินจากไป เข็มที่ฝังอยู่ในใจก็ยังคงทิ่มแทงเธอ ความเจ็บปวดที่แหลมและถี่แผ่ซ่านทั่วหน้าอกอย่างรวดเร็ว ถึงขั้นปวดปลายจมูกแล้ว

"เจี่ยนจือ!" ขณะที่เธอกำลังจะเดินออกจากห้างสรรพสินค้า จู่ ๆ ก็มีคนเรียกชื่อเธอ

เธอหันกลับไปมอง เห็นคนคนหนึ่งยืนอยู่บนบันไดเลื่อนขาลง กำลังโบกมือให้เธอแรง ๆ

ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นอาจารย์!

เป็นอาจารย์จากสถาบันสอนเต้นของเธอในอดีต!

"อาจารย์จ้าว!" เธอรู้สึกเซอร์ไพรส์มาก

อาจารย์จ้าวรีบลงจากบันไดเลื่อน เดินมาถึงตรงหน้าเธอ คว้ามือทั้งสองข้างของเธอไว้ แล้วกล่าวอย่างดีใจมากเช่นกัน "ฉันเห็นแล้วรู้สึกว่าเหมือน พอเรียกดู ก็เป็นเธอจริง ๆ ด้วย! ตอนนี้เธอเป็นยังไงบ้าง? นี่ก็ห้าปีแล้วที่เราไม่ได้เจอกัน"

เจี่ยนจือรู้สึกเศร้าเล็กน้อย

ห้าปีผ่านไปแล้ว เธอใช้ชีวิตเหมือนคนไร้ประโยชน์ เธอจะมีหน้ามาพบอาจารย์ได้อย่างไร?

"ยุ่งไหม? ถ้าไม่ยุ่ง เราไปหาที่นั่งดื่มน้ำชายามบ่ายกันเถอะ" อาจารย์จูงมือเธอ

เธอไม่ยุ่ง

ถ้าเป็นเมื่อก่อน เธออาจจะเก็บตัวต่อไปเพราะความรู้สึกต่ำต้อย ปฏิเสธผู้คนและเรื่องราวทั้งหมดในโลกของการเต้น แต่ตั้งแต่วันที่เธอเปิดอัลบั้มภาพการเต้นในโทรศัพท์มือถือ ก็ราวกับมีรอยแยกแห่งแสงสว่างเปิดขึ้นบนท้องฟ้าที่มืดหม่นของเธอแล้ว

ทันใดนั้นเธอก็เริ่มโหยหาแสงสว่างที่จะส่องเข้ามา

เธอพยักหน้า "ได้ค่ะ อาจารย์" เธอน้ำตาเอ่อคลออย่างไร้เหตุผล

อาจารย์จึงจูงมือเธอ ไปที่ร้านน้ำชายามบ่ายสไตล์อังกฤษที่อยู่กลางชั้นหนึ่ง

"อาจารย์คะ ตอนนี้เพื่อนนักเรียนคนอื่น ๆ เป็นยังไงกันบ้างคะ?" เธอห่างหายจากโลกที่เป็นของเธอมานานเกินไป กลุ่มแชทของเพื่อนร่วมชั้นทั้งหมด เธอก็ได้ออกจากกลุ่มไปแล้ว

"เธออยากรู้จริง ๆ เหรอ?" อาจารย์จ้าวมองเธอแวบหนึ่งอย่างเฉียบคม

อาจารย์จ้าวรู้สถานการณ์ของเธอ เดิมทีเธอได้รับสิทธิ์ศึกษาต่อระดับปริญญาโท แต่จู่ ๆ ก็สละสิทธิ์ อาจารย์ก็ต้องสอบถามอยู่แล้ว ตอนหลังถึงขั้นเคยมาเยี่ยมเธอที่ไห่เฉิงโดยเฉพาะอีกด้วย

เธอออกแรงพยักหน้า

อาจารย์จ้าวจึงเริ่มพูดคุยกับเธอ

เวลาห้าปีนี้ เพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของคน ๆ หนึ่งได้จริง ๆ

เพื่อนร่วมชั้นของเธอ บางคนเข้าคณะการแสดงและการเต้น กลายเป็นนักเต้นหลัก บางคนไปศึกษาต่อต่างประเทศ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกแล้ว บางคนอยู่ต่อเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย เพื่อบ่มเพาะคนรุ่นใหม่

ทุกคนต่างก็มีก้าวที่ยิ่งใหญ่บนเส้นทางชีวิตเดิมของตัวเอง

มีแต่เธอเท่านั้น…

แต่นับแต่วันนี้เป็นต้นไป เธอก็จะไม่เหมือนเดิมแล้ว

เธอจะฮึดสู้และไล่ตามให้ทัน แม้เธอจะเต้นไม่ได้แล้ว เธอก็จะต้องค้นหาที่ยืนของตัวเองในเส้นทางอื่นให้ได้!

"อาจารย์คะ หนู...หนูเองก็ส่งผลสอบให้อาจารย์ได้แล้วเหมือนกัน" เธอร้อนผ่าวในดวงตา ตอนนี้เธอรู้สึกผิดต่อความคาดหวังของอาจารย์จริง ๆ

"ดีเลย" อาจารย์จ้าวยิ้มเหมือนเคย

เจี่ยนจือกระซิบข้างหูอาจารย์จ้าว เล่าเรื่องที่เธอจะไปศึกษาต่อต่างประเทศให้ฟัง

"เยี่ยมเลย! ฉันรู้อยู่แล้ว! ลูกศิษย์ของฉัน ไม่มีคนอ่อนแอหรอก!" อาจารย์จ้าวจับมือเธอพลางอุทาน "จริงสิ พวกเราจะมีทัวร์การแสดงที่ยุโรปพอดี เธอตามไปสัมผัสบรรยากาศ ปรับตัวให้เข้ากับชีวิตที่ยุโรปหน่อยไหมล่ะ!"

"แต่หนู..." ขาของเธอจะไหวเหรอ? เธอเต้นไม่ได้อีกแล้ว แค่เดินยังช้ากว่าคนอื่น วิชาที่เธอสมัครเรียนต่อระดับปริญญาโทก็เป็นสาขาทางทฤษฎี

"ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้หรอก! ถ้าตอนนั้นเธอไม่เกิดอุบัติเหตุ ก็คงได้เป็นสมาชิกของทีมเต้นเยาวชนไปแล้ว ครั้งนี้ เธอแค่ตามไปเป็นคนเดินเอกสาร! ทีมงานดูแลเวที! เป็นช่างแต่งหน้าก็พอ!"

อาจารย์จ้าวกล่าวอย่างหนักแน่น ไม่ได้มองเธอเป็นคนขาเป๋เลย

เจี่ยนจืออดยิ้มไม่ได้ เธอชอบความรู้สึกเวลาไม่ถูกมองเป็นคนขาเป๋ เธอเต้นไม่ได้แล้ว ก็ยังทำอย่างอื่นได้ ไม่ใช่ว่าเธอเต้นไม่ได้แล้วก็กลายเป็นคนไร้ค่า…

พูดจบ โทรศัพท์มือถือของอาจารย์จ้าวก็สั่น มีข้อความเข้ามา

"สามีฉันเอง เธอจะถือไหมถ้าเขาจะมาดื่มชาด้วยกัน?" อาจารย์จ้าวขอความเห็นจากเธอ

"ได้เลยค่ะ" เธอยิ้ม

ที่จริงเธอกลัวนิดหน่อย

ใช้ชีวิตแบบเก็บตัวมาห้าปี เธอจึงไม่ชินกับการพบคนแปลกหน้าแล้ว แต่ถึงอย่างไร เธอก็ต้องผ่านก้าวแรกออกไปไม่ใช่เหรอ?

"งั้นฉันจะให้เขามานะ" อาจารย์จ้าวกล่าวพลางตอบข้อความ

แต่สิ่งที่เจี่ยนจือคาดไม่ถึงเลยก็คือ สามีของอาจารย์จ้าวคือคู่ค้าคนใหม่ของเวินถิงเยี่ยน คือคนเดียวกับที่เธอเพิ่งเห็นเมื่อครู่นี้

"เขามาคุยธุรกิจที่ไห่เฉิง ฉันเลยมาเที่ยวด้วยสองสามวัน ไม่คิดว่าจะมาเจอเธอที่นี่ ถือเป็นพรหมลิขิตเหมือนกันนะ..."

อาจารย์จ้าวพูดแนะนำสามีของเธอ แต่เจี่ยนจือกลับเห็นเวินถิงเยี่ยน ลั่วอวี่เฉิงและสามีของอาจารย์จ้าวเดินมาทางโต๊ะน้ำชาตรงนี้พร้อมกัน

ในที่สุด พวกเขาก็เดินมาถึงตรงหน้าแล้ว

เจี่ยนจือนั่งอยู่กับที่ เธอเห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจบนใบหน้าเวินถิงเยี่ยนกับลั่วอวี่เฉิง สีหน้าแดงก่ำสลับขาวซีด

"มาครับ เชิญนั่งครับ นี่ภรรยาของผม แซ่จ้าว เป็นครูสอนเต้นครับ" สามีของอาจารย์จ้าวแนะนำ "นี่คือคุณเวินถิงเยี่ยนที่ผมมาติดต่อธุรกิจด้วยครั้งนี้ ส่วนนี่คือภรรยาของเขาครับ"

พอพูดคำว่า "ภรรยา" จบ มือของเวินถิงเยี่ยนก็สั่นเล็กน้อย ลั่วอวี่เฉิงก็นั่งไม่ติดที่ อึดอัดทำตัวไม่ถูก ทั้งสองคนจ้องเจี่ยนจืออย่างประหม่า

เจี่ยนจือก็แค่มองพวกเขา แล้วยิ้มเรียบ ๆ

อาจารย์จ้าวแนะนำเจี่ยนจือ "นี่คือสามีฉันเอง แซ่อู๋" จากนั้นชี้ไปที่เจี่ยนจือ "นี่คือนักเรียนของฉันเองค่ะ เธอมีแววจะได้รางวัลเถาหลี่คัพมากที่สุดในปีนั้นเลยนะ”

พอเวินถิงเยี่ยนได้ยินคำว่า "เถาหลี่คัพ" แววตาของเขาก็หม่นหมองอย่างถึงที่สุด เคลื่อนสายตาต่ำลง เหมือนอยากจะมองไปที่ขาของเจี่ยนจือ

เจี่ยนจือเห็นแล้ว ชั่วขณะนั้นในดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

ใช่แล้ว จะไม่เจ็บปวดได้ยังไงล่ะ?

ถ้าตอนนั้นขาของเธอไม่พิการ เขาก็คงไม่แต่งงานกับเธอ แล้วคนข้างกายเขาตอนนี้ ก็จะเป็นภรรยาของเขาได้อย่างถูกต้องชอบธรรมแล้ว

เจี่ยนจือยิ้มเล็กน้อย "อาจารย์จ้าว คุณอู๋ ที่จริงแล้วฉันคือ..."

"อ๊า" ลั่วอวี่เฉิงกรีดร้องออกมา ขัดจังหวะเจี่ยนจือที่กำลังพูด

เจี่ยนจือหยุดชะงัก

ลั่วอวี่เฉิงทำน้ำชาหก น้ำชาร้อน ๆ หกเลอะเต็มตัว

"ขะ... ขอโทษค่ะ ขออภัยนะคะฉันนี่...ฉันเสียมารยาทจัง" เธอรีบใช้กระดาษเช็ดน้ำ

"ไม่เป็นรค่ะ ไม่เป็นไร" อาจารย์จ้าวไม่รู้เรื่องรู้ราว ยังช่วยส่งกระดาษให้เธอด้วย

น้ำชาถ้วยเดียว ขัดขวางไม่ให้เจี่ยนจือพูดความจริง

แต่ถ้าเจี่ยนจือต้องการพูดต่อ เธอจะหยุดได้เหรอ?

เวินถิงเยี่ยนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามส่งสายตาขอร้องให้เจี่ยนจือ เขาส่ายศีรษะเบา ๆ ขยับปากบอกใบ้ว่า "อย่าพูดนะ อย่าพูด"

หึหึ ที่จริงเธอก็ไม่อยากพูดเหมือนกัน แค่แกล้งพูดออกมาครึ่งเดียว เพราะอยากเห็นสีหน้าลนลานของคนทั้งสองเท่านั้น

การจิบน้ำชายามบ่ายครั้งนี้ มีบางร้อนรนเหมือนนั่งบนเข็ม บางคนกลับดูสงบเป็นธรรมชาติ

ขณะที่เจี่ยนจือยกถ้วยชา อาจารย์จ้าวก็สังเกตเห็นมือของเธอทันที "เจี่ยนจือ เธอใส่แหวนแต่งงานด้วยเหรอ สามีเธอเป็นใคร?"

ราวกับฟ้าผ่ากลางวันแสก ๆ ทำเอาเวินถิงเยี่ยนกับลั่วอวี่เฉิงที่นั่งอยู่ตรงข้ามสีหน้าเปลี่ยนไปมาก

เจี่ยนจือมองมือของเวินถิงเยี่ยนที่พิงถ้วยชา เธอยกมุมปากยิ้มเย้ย เขาไม่เคยสวมแหวนเลย แหวนแต่งงานคู่ที่แลกกันนั้น หลังจบพิธีแต่งงานเขาก็ถอดออก ไม่รู้ว่าตอนนี้ไปวางให้ฝุ่นเกาะอยู่ตรงไหนแล้ว

"ใช่ค่ะ ฉันแต่งงานมาห้าปีแล้ว" เจี่ยนจือพูดเบา ๆ "สามีของฉันแซ่เวินค่ะ"

"บังเอิญขนาดนี้เลยเหรอ แซ่เวินด้วยเหมือนกัน?" เวินถิงเยี่ยนรีบพูดทันที

สื่อความหมายชัดเจนเกินไปแล้ว เขาไม่ต้องการให้เธอพูดต่อ

"ใช่ค่ะ แซ่เวินเหมือนกัน ทำธุรกิจเหมือนกัน แค่ไม่ได้ทำธุรกิจใหญ่เท่าประธานเวิน" เจี่ยนจือตอบแล้วจิบชา

มองผ่านถ้วยชา เจี่ยนจือเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเขาโล่งใจ

"บังเอิญจริง ๆ ครับ ครั้งหน้าเชิญคุณเวินของคุณมาดื่มชาด้วยกันนะครับ" เพราะเป็นนักเรียนของอาจารย์จ้าว คุณอู๋จึงให้ความเคารพเป็นพิเศษ กล่าวเชิญชวนแล้ว

เวินถิงเยี่ยนสีหน้าเปลี่ยนไปอีกครั้ง

เจี่ยนจือรู้สึกตลกจริง ๆ แต่งงานกันมาห้าปี การแสดงออกทางสีหน้าของเขารวมกันยังไม่มากเท่าช่วงบ่ายวันนี้เลย

ในสถานการณ์แบบนี้ เวินถิงเยี่ยนนั่งอยู่ที่นี่นานมากไม่ได้แล้ว หลังจากพูดคุยกันได้สักพัก ก็บอกว่ามีธุระต้องขอตัวก่อน

แต่เขาก็ไม่วางใจที่จะปล่อยให้เจี่ยนจืออยู่คนเดียวที่นี่อีก กลัวเธอจะพูดจาเหลวไหล จึงส่งสายตาบอกให้เธอรีบตามไปด้วย

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App
Mga Comments (17)
goodnovel comment avatar
Nuta Ja
ถึงบท 34 แล้ว อยู่ให้เริ่ม 1 ใหม่ งงอะ
goodnovel comment avatar
Sarika AiHaru
จ่ายเงินไปตั้งนานแล้วยังอ่านต่อไม่ได้เลยนะคะ
goodnovel comment avatar
Satitar Sukkarn
อ่านต่อยากมาก
Tignan lahat ng Komento

Pinakabagong kabanata

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 728

    วันนี้เวินถิงเยี่ยนเหมือนจะเอาเป็นเอาตายกับสมุดบันทึกเล่มนั้นของเธอจริง ๆ เขายกสมุดขึ้นมาให้เธอดูชัด ๆ “มองประโยคนี้ แล้วอ่านออกมาให้ฉันฟัง!”เจี่ยนจือ: …“เจี่ยนจือ ฉันบอกเธอเลยนะว่ามันสายไปแล้ว”“เกมนี้เธอเป็นคนเริ่ม แต่จะจบเมื่อไหร่ ไม่ใช่สิ่งที่เธอคนเดียวจะตัดสินได้”“อ่าน!”เอาเถอะ วันนี้หมอนี่บ้าไปแล้วจริง ๆ…“เอ่อ…” เจี่ยนจืออ้ำ ๆ อึ้ง ๆ พูดติด ๆ ขัด ๆ น้ำเสียงดูไม่มั่นใจ “ยะ…อย่าชอบเวินถิงเยี่ยน…เด็ดขาด…”พอเวินถิงเยี่ยนได้ยินเธออ่านออกมาจากปากตัวเองก็โมโห “ฉันไม่สนว่าสมองเธอตอนเขียนประโยคนี้มันเพี้ยนอะไรอยู่ ตอนนี้ฉันจะบอกเธอให้ชัด เธอเป็นฝ่ายมายั่วฉันก่อน หลังจากที่ฉันยอมแพ้ไปแล้ว เธอก็ยังกลับมายั่วฉันอีก ห้ามฉันทำนั่น ห้ามฉันทำนี่ พอยั่วเสร็จแล้วก็คิดจะหนีอีก ไม่มีทางหรอก”เขาฉีกหน้ากระดาษหน้านั้นออกมา แล้วค่อย ๆ ฉีกจนเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย“ไม่ใช่ เวินถิงเยี่ยน…” เจี่ยนจือรู้สึกว่าจำเป็นต้องอธิบายกับเขาให้ชัด “นายฟังฉันก่อน ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นจริง ๆ ฉันแค่รู้ว่าลั่วอวี่เฉิงเป็นคนแบบไหน ในฐานะที่เราเคยเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ฉันไม่อยากให้นายถูกเธอหลอก เพราะงั้น…”

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 727

    “ไม่สำคัญบ้าอะไร!” เขาถึงขั้นสบถคำหยาบออกมา “เรื่องระหว่างฉันกับลั่วอวี่เฉิง สำหรับเธอมันไม่สำคัญใช่ไหม?”เจี่ยนจือ: …ทำไมหัวข้อถึงออกทะเลมาเป็นเรื่องนี้ได้?“ถ้าไม่สำคัญ แล้วเธอวิ่งมาร้องไห้อยู่ตรงหน้าฉันทำไม? ถ้าไม่สำคัญ แล้วเธอบอกฉันทำไมว่าไม่ชอบให้ฉันอยู่กับลั่วอวี่เฉิง? ถ้าไม่สำคัญ แล้วเธอไปแย่งโควตาแข่งสุนทรพจน์ทำไม? ถ้าไม่สำคัญ แล้วทำไมต้องยืนกรานจะไล่ลั่วอวี่เฉิงออกจากร้านฉัน? ถ้าไม่สำคัญ แล้วเธอมาบีบต้นขาฉันเหมือนยัยหื่นตัวน้อยทำไม…”“เดี๋ยวก่อน!” เขาร่าย “ความผิด” ของเธอออกมายาวเหยียดขนาดนี้ เจี่ยนจือจำเป็นต้องขัดแล้ว “ใครเป็นยัยหื่นตัวน้อยกัน? ที่ฉันทำแบบนั้นก็เพราะ…”เพราะอะไร เธอกลับพูดไม่ออกความรู้สึกแบบนี้มันน่าอึดอัดชะมัด…ทุกข้อที่เขาพูดมา เธอก็เป็นคนทำจริง ๆ แต่จุดประสงค์ของเธอไม่ได้เป็นแบบที่เขาคิดจริง ๆ นะ…“เพราะอะไรล่ะ พูดมาสิ!” ดวงตาของเขาสว่างจนน่ากลัว และยิ่งทำให้เขาในตอนนี้ดูบีบคั้นเป็นพิเศษเจี่ยนจือยกมือปิดหน้า จะให้พูดตรง ๆ ว่าเพราะฉันกลัวขาตัวเองจะพิการ แล้วก็กลัวว่านายจะมีจุดจบที่ไม่ดีหรือไง? ช่างเถอะ ทำเป็นเต่าหดหัวไปก็แล้วกัน…“ยังไงก็ไม่ใช่แบ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 726

    ร่างของเจี่ยนจือแข็งค้าง เลือดเหมือนพุ่งขึ้นสมองในชั่วพริบตา เธอรีบก้มลงไปหยิบสมุดบันทึกตามสัญชาตญาณแต่ก็สายไปแล้วเวินถิงเยี่ยนเร็วกว่าเธอหนึ่งก้าว จึงหยิบสมุดขึ้นมาได้ก่อนรอยยิ้มบนใบหน้าของเวินถิงเยี่ยนแข็งค้างทันทีที่เห็นข้อความบรรทัดนั้นเจี่ยนจือได้ยินเสียงหายใจของเขาที่จู่ ๆ ก็หนักขึ้น ไม่รู้ว่าควรพูดอะไรนิ้วมือที่กำสมุดของเวินถิงเยี่ยนค่อย ๆ เกร็งแน่นขึ้น สายตาเลื่อนจากข้อความบรรทัดนั้นบนสมุดมายังใบหน้าของเธอช้า ๆ“…หมายความว่าไง?” เขาเปิดปากพูดด้วยเสียงที่แหบพร่ามาก ทุกคำเหมือนถูกบีบออกมาจากลำคอ “ฉันน่ารังเกียจขนาดนั้นเลยเหรอ?”“ไม่มีอะไร…” เจี่ยนจือพยายามดึงสมุดของตัวเองกลับมาจากมือเขาแต่เวินถิงเยี่ยนกลับกำไว้แน่นกว่าเดิม ในสายตาแฝงแรงกดดัน “เจี่ยนจือ เธอพูดมาให้ชัด ฉันทำอะไรถึงทำให้เธอเกลียดฉันขนาดนี้?”น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ“นายไม่ได้ทำอะไร” เจี่ยนจือเอ่ยเสียงเบา “เป็นปัญหาของฉันเอง ไม่เกี่ยวกับนาย”มันไม่เกี่ยวกับเขาจริง ๆ ต่อให้เมื่อวานเขากับลั่วอวี่เฉิงจะไปทำอะไรกันอยู่ด้านหลังอาคารเรียนก็ตาม ก็ยังไม่เกี่ยวกับเขาอยู่ดีตั้งแต่วันแรกที่เธอกลับมาย

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 725

    “เธอกลัวอะไรอยู่?” เสียงเย็นชาของเวินถิงเยี่ยนดังขึ้นจากด้านหลังฝีเท้าของเจี่ยนจือชะงักกลัว? เธอจะกลัวอะไร?“กลัวครูคิดว่าพวกเราแอบคบกันตอนเรียนอยู่เหรอ?” น้ำเสียงของเวินถิงเยี่ยนเจือการซักไซ้ ฟังดูบีบคั้นอยู่เล็กน้อยเจี่ยนจือหันกลับไปอย่างตกใจ “เปล่านะ!”“งั้นเธอกลัวอะไร?” แววตาของเวินถิงเยี่ยนราวกับจับตัวเป็นน้ำแข็ง “พวกเราไม่ได้เป็นอะไรกัน แล้วเธอจะกลัวอะไร?”“ฉัน...” เจี่ยนจือพึมพำ “ฉันพูดผิดเอง เมื่อกี้ไม่ได้คิดเยอะ...”เวินถิงเยี่ยนมองเธออย่างเย็นชา จากนั้นก็ไม่พูดอะไรอีก ก่อนจะรีบเดินลงชั้นล่างไปอย่างรวดเร็วเจี่ยนจืองงเล็กน้อย ไม่รู้ว่าเวินถิงเยี่ยนมาตั้งแต่เมื่อไหร่ และก็ไม่รู้ว่าเขามาทำอะไร...คืนนั้น ในใจของเจี่ยนจือวุ่นวายมากไม่ใช่เพราะถูกใส่ร้ายหรือเพราะถูกถ่ายรูป แต่เป็นเพราะเวินถิงเยี่ยนกับเมิ่งเฉิงซ่งตอนนอนกลางคืน ใบหน้าของคนทั้งสองสลับกันปรากฏอยู่ตรงหน้าไม่หยุด สุดท้ายเธอหลับไปได้ยังไงก็ยังไม่รู้เลยคืนนั้นเธอยังหลับไม่สนิทนักเธอได้ยินเสียงคนพูดอยู่ตลอด เป็นเสียงของคุณป้ากับพี่ชายคุณป้าถอนหายใจ“เฮ้อ รอบนี้จือจือหลับนานกว่าครั้งก่อนอีก เมื่อไหร่ถึ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 724

    สิ่งที่เมิ่งเฉิงซ่งส่งให้เธอคือคลิปจากกล้องวงจรปิดช่วงหนึ่งก็คือช่วงที่ภาพจากกล้องของโรงเรียนดับหายไปนั่นเองเจี่ยนจือตกใจมาก “นายเอามาได้ยังไง?”“ฉันมีวิธีของฉัน เธอไม่ต้องสนหรอก” เมิ่งเฉิงซ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยต่อ “เธอแค่รู้ว่าเป็นใครก็พอ เรื่องหลังจากนี้ ฉันจะคิดหาวิธีเอง”เจี่ยนจือจ้องมองเขา “ช่วงบ่ายที่นายลาไปทำธุระ อย่าบอกนะว่าไปทำเรื่องนี้มาน่ะ?”เมิ่งเฉิงซ่งยิ้มแต่ไม่ตอบ“เมิ่งเฉิงซ่ง...” เจี่ยนจือรู้สึกว่าเสียงของตัวเองแหบเล็กน้อย เธอกระแอม พยายามทำให้น้ำเสียงฟังดูนิ่ง “ตกลงนายเอามาได้ยังไง? นายจะใช้ประโยคที่ว่า เธอไม่ต้องสนหรอก มาปัดฉันไม่ได้”เมิ่งเฉิงซ่งดูจนใจเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยว่า “ระบบรักษาความปลอดภัยของโรงเรียนมีช่องโหว่ ฉันหาวิธีเข้าไปกู้ข้อมูลดิบที่ถูกลบกลับมา”เจี่ยนจือตกใจมาก “นายแฮ็กระบบของโรงเรียนเหรอ? นายทำได้ยังไง? นาย...” นายเรียนสายศิลป์ไม่ใช่เหรอ? ไปเรียนคอมพิวเตอร์มาตั้งแต่เมื่อไหร่?“ดูถูกฉันเหรอ?” เมิ่งเฉิงซ่งยิ้ม “ถึงฉันจะเรียนสายศิลป์ ก็ไม่ได้แปลว่าจะใช้คอมพิวเตอร์ไม่เป็น เธอเลือกปฏิบัติกับฉันเหรอเนี่ย?”“เปล่า ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น...”

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 723

    หร่านเฉินพูดจบก็วิ่งออกไปอีกครั้ง ครั้งนี้เธอเจ็บปวดและเสียใจจริง ๆ ทั้งกับสิ่งที่เจี่ยนจือต้องเผชิญมาตลอดทั้งวัน และกับมิตรภาพระหว่างเธอกับเวินถิงเยี่ยนเจี่ยนจือเห็นหร่านเฉินเป็นแบบนี้ก็ปวดใจมาก รีบตามลงไปชั้นล่างทันทีเธอเจอกับหร่านเฉินที่วิ่งมาทางด้านข้างของอาคารเรียน พอหร่านเฉินเห็นเธอก็ชะงักไปเล็กน้อย แล้วรีบยกมือเช็ดน้ำตา ไม่อยากให้เจี่ยนจือเห็นว่าตัวเองร้องไห้ แต่ยิ่งเช็ด น้ำตากลับยิ่งไหลมากกว่าเดิมในใจของเจี่ยนจือเองก็รู้สึกเปรี้ยวขึ้นมาความจริง หลังจากที่เธอกลับมาอยู่ในโลกนี้ อายุทางความคิดของเธอก็ต่างจากพวกหร่านเฉินแล้ว เธอไม่ได้มีวัยเยาว์ที่สดใส ร้องไห้สุดเสียง หัวเราะสุดเสียงแบบพวกเขาอีกต่อไปไม่ว่าจะเป็นวันนี้ที่ลั่วอวี่เฉิงปล่อยข่าวลือใส่ร้ายเธอ หรือเกือบถูกกลั่นแกล้งในห้องอาบน้ำ หรือเวินถิงเยี่ยนที่หายตัวไปทั้งวัน รวมถึงการที่เขาปกป้องลั่วอวี่เฉิง เธอก็ไม่ได้มีอารมณ์ผันผวนมากนัก ไม่ได้โกรธจัด กระทั่งความรู้สึกเจ็บแปลบในใจก็แทบไม่มี ตรงกันข้าม กลับเป็นหร่านเฉินในตอนนี้ที่ยืนข้างเธอ ปกป้องเธออย่างสุดใจ ที่ทำให้หัวใจของเธอทั้งรู้สึกเปรี้ยว อบอุ่น และเต็มไปด้วยความซา

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status