Share

บทที่ 7

Author: ปลาคาร์ปตัวน้อย
เจี่ยนจือเห็นเวินถิงเยี่ยนกับลั่วอวี่เฉิงกระอักกระอ่วนเพียงครู่เดียว จากนั้นก็ปรับตัวเข้ากับสถานะใหม่นี้ได้อย่างรวดเร็ว ทั้งสองคนหัวเราะและพูดคุยกับคู่ค้าอย่างสนุกสนาน

พวกเขาทั้งสองช่างเหมาะสมกันจริง ๆ …

เจี่ยนจือแอบถ่ายรูปไว้หนึ่งรูป ตอนหันหลังเดินจากไป เข็มที่ฝังอยู่ในใจก็ยังคงทิ่มแทงเธอ ความเจ็บปวดที่แหลมและถี่แผ่ซ่านทั่วหน้าอกอย่างรวดเร็ว ถึงขั้นปวดปลายจมูกแล้ว

"เจี่ยนจือ!" ขณะที่เธอกำลังจะเดินออกจากห้างสรรพสินค้า จู่ ๆ ก็มีคนเรียกชื่อเธอ

เธอหันกลับไปมอง เห็นคนคนหนึ่งยืนอยู่บนบันไดเลื่อนขาลง กำลังโบกมือให้เธอแรง ๆ

ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นอาจารย์!

เป็นอาจารย์จากสถาบันสอนเต้นของเธอในอดีต!

"อาจารย์จ้าว!" เธอรู้สึกเซอร์ไพรส์มาก

อาจารย์จ้าวรีบลงจากบันไดเลื่อน เดินมาถึงตรงหน้าเธอ คว้ามือทั้งสองข้างของเธอไว้ แล้วกล่าวอย่างดีใจมากเช่นกัน "ฉันเห็นแล้วรู้สึกว่าเหมือน พอเรียกดู ก็เป็นเธอจริง ๆ ด้วย! ตอนนี้เธอเป็นยังไงบ้าง? นี่ก็ห้าปีแล้วที่เราไม่ได้เจอกัน"

เจี่ยนจือรู้สึกเศร้าเล็กน้อย

ห้าปีผ่านไปแล้ว เธอใช้ชีวิตเหมือนคนไร้ประโยชน์ เธอจะมีหน้ามาพบอาจารย์ได้อย่างไร?

"ยุ่งไหม? ถ้าไม่ยุ่ง เราไปหาที่นั่งดื่มน้ำชายามบ่ายกันเถอะ" อาจารย์จูงมือเธอ

เธอไม่ยุ่ง

ถ้าเป็นเมื่อก่อน เธออาจจะเก็บตัวต่อไปเพราะความรู้สึกต่ำต้อย ปฏิเสธผู้คนและเรื่องราวทั้งหมดในโลกของการเต้น แต่ตั้งแต่วันที่เธอเปิดอัลบั้มภาพการเต้นในโทรศัพท์มือถือ ก็ราวกับมีรอยแยกแห่งแสงสว่างเปิดขึ้นบนท้องฟ้าที่มืดหม่นของเธอแล้ว

ทันใดนั้นเธอก็เริ่มโหยหาแสงสว่างที่จะส่องเข้ามา

เธอพยักหน้า "ได้ค่ะ อาจารย์" เธอน้ำตาเอ่อคลออย่างไร้เหตุผล

อาจารย์จึงจูงมือเธอ ไปที่ร้านน้ำชายามบ่ายสไตล์อังกฤษที่อยู่กลางชั้นหนึ่ง

"อาจารย์คะ ตอนนี้เพื่อนนักเรียนคนอื่น ๆ เป็นยังไงกันบ้างคะ?" เธอห่างหายจากโลกที่เป็นของเธอมานานเกินไป กลุ่มแชทของเพื่อนร่วมชั้นทั้งหมด เธอก็ได้ออกจากกลุ่มไปแล้ว

"เธออยากรู้จริง ๆ เหรอ?" อาจารย์จ้าวมองเธอแวบหนึ่งอย่างเฉียบคม

อาจารย์จ้าวรู้สถานการณ์ของเธอ เดิมทีเธอได้รับสิทธิ์ศึกษาต่อระดับปริญญาโท แต่จู่ ๆ ก็สละสิทธิ์ อาจารย์ก็ต้องสอบถามอยู่แล้ว ตอนหลังถึงขั้นเคยมาเยี่ยมเธอที่ไห่เฉิงโดยเฉพาะอีกด้วย

เธอออกแรงพยักหน้า

อาจารย์จ้าวจึงเริ่มพูดคุยกับเธอ

เวลาห้าปีนี้ เพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของคน ๆ หนึ่งได้จริง ๆ

เพื่อนร่วมชั้นของเธอ บางคนเข้าคณะการแสดงและการเต้น กลายเป็นนักเต้นหลัก บางคนไปศึกษาต่อต่างประเทศ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกแล้ว บางคนอยู่ต่อเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย เพื่อบ่มเพาะคนรุ่นใหม่

ทุกคนต่างก็มีก้าวที่ยิ่งใหญ่บนเส้นทางชีวิตเดิมของตัวเอง

มีแต่เธอเท่านั้น…

แต่นับแต่วันนี้เป็นต้นไป เธอก็จะไม่เหมือนเดิมแล้ว

เธอจะฮึดสู้และไล่ตามให้ทัน แม้เธอจะเต้นไม่ได้แล้ว เธอก็จะต้องค้นหาที่ยืนของตัวเองในเส้นทางอื่นให้ได้!

"อาจารย์คะ หนู...หนูเองก็ส่งผลสอบให้อาจารย์ได้แล้วเหมือนกัน" เธอร้อนผ่าวในดวงตา ตอนนี้เธอรู้สึกผิดต่อความคาดหวังของอาจารย์จริง ๆ

"ดีเลย" อาจารย์จ้าวยิ้มเหมือนเคย

เจี่ยนจือกระซิบข้างหูอาจารย์จ้าว เล่าเรื่องที่เธอจะไปศึกษาต่อต่างประเทศให้ฟัง

"เยี่ยมเลย! ฉันรู้อยู่แล้ว! ลูกศิษย์ของฉัน ไม่มีคนอ่อนแอหรอก!" อาจารย์จ้าวจับมือเธอพลางอุทาน "จริงสิ พวกเราจะมีทัวร์การแสดงที่ยุโรปพอดี เธอตามไปสัมผัสบรรยากาศ ปรับตัวให้เข้ากับชีวิตที่ยุโรปหน่อยไหมล่ะ!"

"แต่หนู..." ขาของเธอจะไหวเหรอ? เธอเต้นไม่ได้อีกแล้ว แค่เดินยังช้ากว่าคนอื่น วิชาที่เธอสมัครเรียนต่อระดับปริญญาโทก็เป็นสาขาทางทฤษฎี

"ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้หรอก! ถ้าตอนนั้นเธอไม่เกิดอุบัติเหตุ ก็คงได้เป็นสมาชิกของทีมเต้นเยาวชนไปแล้ว ครั้งนี้ เธอแค่ตามไปเป็นคนเดินเอกสาร! ทีมงานดูแลเวที! เป็นช่างแต่งหน้าก็พอ!"

อาจารย์จ้าวกล่าวอย่างหนักแน่น ไม่ได้มองเธอเป็นคนขาเป๋เลย

เจี่ยนจืออดยิ้มไม่ได้ เธอชอบความรู้สึกเวลาไม่ถูกมองเป็นคนขาเป๋ เธอเต้นไม่ได้แล้ว ก็ยังทำอย่างอื่นได้ ไม่ใช่ว่าเธอเต้นไม่ได้แล้วก็กลายเป็นคนไร้ค่า…

พูดจบ โทรศัพท์มือถือของอาจารย์จ้าวก็สั่น มีข้อความเข้ามา

"สามีฉันเอง เธอจะถือไหมถ้าเขาจะมาดื่มชาด้วยกัน?" อาจารย์จ้าวขอความเห็นจากเธอ

"ได้เลยค่ะ" เธอยิ้ม

ที่จริงเธอกลัวนิดหน่อย

ใช้ชีวิตแบบเก็บตัวมาห้าปี เธอจึงไม่ชินกับการพบคนแปลกหน้าแล้ว แต่ถึงอย่างไร เธอก็ต้องผ่านก้าวแรกออกไปไม่ใช่เหรอ?

"งั้นฉันจะให้เขามานะ" อาจารย์จ้าวกล่าวพลางตอบข้อความ

แต่สิ่งที่เจี่ยนจือคาดไม่ถึงเลยก็คือ สามีของอาจารย์จ้าวคือคู่ค้าคนใหม่ของเวินถิงเยี่ยน คือคนเดียวกับที่เธอเพิ่งเห็นเมื่อครู่นี้

"เขามาคุยธุรกิจที่ไห่เฉิง ฉันเลยมาเที่ยวด้วยสองสามวัน ไม่คิดว่าจะมาเจอเธอที่นี่ ถือเป็นพรหมลิขิตเหมือนกันนะ..."

อาจารย์จ้าวพูดแนะนำสามีของเธอ แต่เจี่ยนจือกลับเห็นเวินถิงเยี่ยน ลั่วอวี่เฉิงและสามีของอาจารย์จ้าวเดินมาทางโต๊ะน้ำชาตรงนี้พร้อมกัน

ในที่สุด พวกเขาก็เดินมาถึงตรงหน้าแล้ว

เจี่ยนจือนั่งอยู่กับที่ เธอเห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจบนใบหน้าเวินถิงเยี่ยนกับลั่วอวี่เฉิง สีหน้าแดงก่ำสลับขาวซีด

"มาครับ เชิญนั่งครับ นี่ภรรยาของผม แซ่จ้าว เป็นครูสอนเต้นครับ" สามีของอาจารย์จ้าวแนะนำ "นี่คือคุณเวินถิงเยี่ยนที่ผมมาติดต่อธุรกิจด้วยครั้งนี้ ส่วนนี่คือภรรยาของเขาครับ"

พอพูดคำว่า "ภรรยา" จบ มือของเวินถิงเยี่ยนก็สั่นเล็กน้อย ลั่วอวี่เฉิงก็นั่งไม่ติดที่ อึดอัดทำตัวไม่ถูก ทั้งสองคนจ้องเจี่ยนจืออย่างประหม่า

เจี่ยนจือก็แค่มองพวกเขา แล้วยิ้มเรียบ ๆ

อาจารย์จ้าวแนะนำเจี่ยนจือ "นี่คือสามีฉันเอง แซ่อู๋" จากนั้นชี้ไปที่เจี่ยนจือ "นี่คือนักเรียนของฉันเองค่ะ เธอมีแววจะได้รางวัลเถาหลี่คัพมากที่สุดในปีนั้นเลยนะ”

พอเวินถิงเยี่ยนได้ยินคำว่า "เถาหลี่คัพ" แววตาของเขาก็หม่นหมองอย่างถึงที่สุด เคลื่อนสายตาต่ำลง เหมือนอยากจะมองไปที่ขาของเจี่ยนจือ

เจี่ยนจือเห็นแล้ว ชั่วขณะนั้นในดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

ใช่แล้ว จะไม่เจ็บปวดได้ยังไงล่ะ?

ถ้าตอนนั้นขาของเธอไม่พิการ เขาก็คงไม่แต่งงานกับเธอ แล้วคนข้างกายเขาตอนนี้ ก็จะเป็นภรรยาของเขาได้อย่างถูกต้องชอบธรรมแล้ว

เจี่ยนจือยิ้มเล็กน้อย "อาจารย์จ้าว คุณอู๋ ที่จริงแล้วฉันคือ..."

"อ๊า" ลั่วอวี่เฉิงกรีดร้องออกมา ขัดจังหวะเจี่ยนจือที่กำลังพูด

เจี่ยนจือหยุดชะงัก

ลั่วอวี่เฉิงทำน้ำชาหก น้ำชาร้อน ๆ หกเลอะเต็มตัว

"ขะ... ขอโทษค่ะ ขออภัยนะคะฉันนี่...ฉันเสียมารยาทจัง" เธอรีบใช้กระดาษเช็ดน้ำ

"ไม่เป็นรค่ะ ไม่เป็นไร" อาจารย์จ้าวไม่รู้เรื่องรู้ราว ยังช่วยส่งกระดาษให้เธอด้วย

น้ำชาถ้วยเดียว ขัดขวางไม่ให้เจี่ยนจือพูดความจริง

แต่ถ้าเจี่ยนจือต้องการพูดต่อ เธอจะหยุดได้เหรอ?

เวินถิงเยี่ยนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามส่งสายตาขอร้องให้เจี่ยนจือ เขาส่ายศีรษะเบา ๆ ขยับปากบอกใบ้ว่า "อย่าพูดนะ อย่าพูด"

หึหึ ที่จริงเธอก็ไม่อยากพูดเหมือนกัน แค่แกล้งพูดออกมาครึ่งเดียว เพราะอยากเห็นสีหน้าลนลานของคนทั้งสองเท่านั้น

การจิบน้ำชายามบ่ายครั้งนี้ มีบางร้อนรนเหมือนนั่งบนเข็ม บางคนกลับดูสงบเป็นธรรมชาติ

ขณะที่เจี่ยนจือยกถ้วยชา อาจารย์จ้าวก็สังเกตเห็นมือของเธอทันที "เจี่ยนจือ เธอใส่แหวนแต่งงานด้วยเหรอ สามีเธอเป็นใคร?"

ราวกับฟ้าผ่ากลางวันแสก ๆ ทำเอาเวินถิงเยี่ยนกับลั่วอวี่เฉิงที่นั่งอยู่ตรงข้ามสีหน้าเปลี่ยนไปมาก

เจี่ยนจือมองมือของเวินถิงเยี่ยนที่พิงถ้วยชา เธอยกมุมปากยิ้มเย้ย เขาไม่เคยสวมแหวนเลย แหวนแต่งงานคู่ที่แลกกันนั้น หลังจบพิธีแต่งงานเขาก็ถอดออก ไม่รู้ว่าตอนนี้ไปวางให้ฝุ่นเกาะอยู่ตรงไหนแล้ว

"ใช่ค่ะ ฉันแต่งงานมาห้าปีแล้ว" เจี่ยนจือพูดเบา ๆ "สามีของฉันแซ่เวินค่ะ"

"บังเอิญขนาดนี้เลยเหรอ แซ่เวินด้วยเหมือนกัน?" เวินถิงเยี่ยนรีบพูดทันที

สื่อความหมายชัดเจนเกินไปแล้ว เขาไม่ต้องการให้เธอพูดต่อ

"ใช่ค่ะ แซ่เวินเหมือนกัน ทำธุรกิจเหมือนกัน แค่ไม่ได้ทำธุรกิจใหญ่เท่าประธานเวิน" เจี่ยนจือตอบแล้วจิบชา

มองผ่านถ้วยชา เจี่ยนจือเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเขาโล่งใจ

"บังเอิญจริง ๆ ครับ ครั้งหน้าเชิญคุณเวินของคุณมาดื่มชาด้วยกันนะครับ" เพราะเป็นนักเรียนของอาจารย์จ้าว คุณอู๋จึงให้ความเคารพเป็นพิเศษ กล่าวเชิญชวนแล้ว

เวินถิงเยี่ยนสีหน้าเปลี่ยนไปอีกครั้ง

เจี่ยนจือรู้สึกตลกจริง ๆ แต่งงานกันมาห้าปี การแสดงออกทางสีหน้าของเขารวมกันยังไม่มากเท่าช่วงบ่ายวันนี้เลย

ในสถานการณ์แบบนี้ เวินถิงเยี่ยนนั่งอยู่ที่นี่นานมากไม่ได้แล้ว หลังจากพูดคุยกันได้สักพัก ก็บอกว่ามีธุระต้องขอตัวก่อน

แต่เขาก็ไม่วางใจที่จะปล่อยให้เจี่ยนจืออยู่คนเดียวที่นี่อีก กลัวเธอจะพูดจาเหลวไหล จึงส่งสายตาบอกให้เธอรีบตามไปด้วย

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App
Mga Comments (12)
goodnovel comment avatar
Orathai Ketwattha
เลิกไปเลยผัวแบบนี้
goodnovel comment avatar
Phenprapha Iamsithong
ทำยากจริงค่ะ มั่วเลยบางครั้ง
goodnovel comment avatar
Phenprapha Iamsithong
สมัยมือถือหาเงินได้นี่ยายตามไม่ค่อยทันเลย เดี๋ยวเดียวหมดไปทีละ200เร็วจริง
Tignan lahat ng Komento

Pinakabagong kabanata

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 632

    หลิวซิ่วอวิ๋นรีบพูดเสริม พร้อมกับดึงตัวเจ้าหนุ่มผมทองมายืนตรงหน้าเจี่ยนจือ “ลูกดูสิ เป็นผู้ชายที่ดีจะตาย ทั้งหล่อ ทั้งทันสมัยเลยไม่ใช่เหรอ?หล่อ?ทันสมัย?ผู้ชายที่ดี?เจี่ยนจือตีหน้าถมึงทึง “ผู้ชายที่ดีขนาดนี้ แม่ก็แต่งเองสิ!”“แก……” หลิวซิ่วอวิ๋นโดนสวนกลับจนพูดไม่ออกเจ้าหนุ่มหัวทองหน้าเจื่อนไปทันที เช่นเดียวกับเถ้าแก่ลู่และภรรยาที่เริ่มหน้าตึงขึ้นมาเจี่ยนเฉิงจวินกลัวว่าบรรยากาศจะเสียจนจบไม่สวย จึงรีบค้อมตัวให้เถ้าแก่ลู่ “เถ้าแก่ลู่ครับ ลูกสาวผมแค่ตั้งใจเรียนมากไปหน่อย เธอคงกลัวว่าถ้าต้องมาคุยเรื่องนี้ตอนมัธยมจะกระทบกับการเรียน เดี๋ยวผมค่อย ๆ กลับไปคุยกับเธอเองครับ”เจ้าหนุ่มหัวทองจึงได้โอกาสพูดขึ้นว่า “ไม่กระทบการเรียนหรอก ฉันจะเรียนไปพร้อมกับเธอด้วย”เถ้าแก่ลู่ไม่พอใจมาก พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “งั้นเอาไว้แค่นี้ก่อนแล้วกัน”ทั้งครอบครัวหันหลังเตรียมจะเดินออกไป“อยู่กินข้าวก่อนสิครับ เถ้าแก่ดู……” เจี่ยนเฉิงจวินนึกขึ้นได้ว่าที่บ้านมีกับข้าวอยู่แค่สองอย่าง แถมยังเก็บไปแล้วอีกต่างหาก “ไม่อย่างนั้นไปกินข้าวที่ร้านตรงทางเข้าหมู่บ้านกันดีไหมครับ?ผมเลี้ยงเอง”“ใช่ค่ะ ๆ เดี๋ยวก็จะเป็

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 631

    เถ้าแก่ลู่ได้ยินดังนั้นก็พอใจมากทว่าเมิ่งเฉิงซ่งที่ยืนอยู่ข้างเจี่ยนจือกลับมองเธอด้วยสายตาแปลก ๆต่อให้จะเป็นแค่ความฝัน เจี่ยนจือก็ยังรู้สึกขายหน้ามากอยู่ดีใช่แล้ว ในเวลานี้เธอไม่ต่างอะไรจากสินค้าที่พ่อแม่นำมาวางโชว์ไว้บนเขียง รอให้ใครสักคนเดินผ่านมาเลือกซื้อ เขาคงไม่เคยเห็นสถานการณ์แบบนี้มาก่อนสินะ?ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในบ้าน ลูกชายหัวทองของเถ้าแก่ลู่ก็เอาแต่จ้องเจี่ยนจือด้วยสายตาละโมบโลภมากอย่างไม่ปิดบัง ซึ่งเมิ่งเฉิงซ่งเองก็สังเกตเห็นเช่นกัน เขาถึงได้ก้าวขึ้นมาข้างหน้าแล้วใช้ตัวบังเจี่ยนจือเอาไว้ ผลที่ได้กลับเป็นสายตาโกรธเกรี้ยวจากเจ้าลูกชายหัวทองเมิ่งเฉิงซ่งก็มองกลับไปอย่างไม่เกรงกลัวเช่นกันคุณย่ายังคงอยู่ในห้อง ท่านไม่รู้เลยว่าสถานการณ์ข้างนอกเป็นอย่างไรบ้าง จึงทุบประตูสุดแรง “เปิดประตู!จือจือ เปิดประตูให้ย่าหน่อย เร็วเข้า!”เถ้าแก่ลู่ “แล้วนั่นมันอะไรอีก?”“แม่ผมเอง ท่านสุขภาพไม่ค่อยดี ป่วยอยู่น่ะครับเลยให้พักอยู่ด้านใน แต่ไม่ทันระวังประตูเลยล็อค” เจี่ยนเฉิงจวินขยับเข้าไปใกล้เถ้าแก่ลู่ แล้วกระซิบเสียงเบา “เดี๋ยวจะติดเชื้อ ผมเลยไม่ให้แกออกมา”หลิวซิ่วอวิ๋นยังรีบเสริมอีก

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 630

    แต่กลายเป็นว่าการล้มครั้งนี้ช่วยชีวิตเขาไว้พอดี เพราะมีดในมือเจี่ยนจือเฉือนผ่านหนังศีรษะของเขาไปอย่างหวุดหวิด จึงไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ เลยเขากลิ้งคลุกคลานหนีไปกับพื้น พลางตะโกนด่าเจี่ยนจือว่าเป็นลูกอกตัญญู พร้อมกับตะโกนลั่น “มันจะฆ่าคนแล้ว!ฆ่าคน!”คุณย่าที่อยู่ในห้องทุบประตูเสียงดังด้วยความร้อนใจ พลางตะโกนบอกเจี่ยนจือว่าอย่าทำอะไรโง่ ๆแต่ตอนนี้เจี่ยนจืออยู่ในความฝันนี่!อยู่ในฝันมีอะไรให้ต้องกลัวล่ะ!อีกอย่าง ต่อให้จะไม่ใช่ความฝัน ต่อให้จะเป็นเหมือนในนิยายที่ว่าเธอหลับไปแล้วตื่นขึ้นมาในช่วงมัธยมปลาย งั้นเธอยิ่งไม่มีอะไรให้ต้องกลัว!แค่ได้ใช้ชีวิตมากกว่าคนอื่นอีกหนึ่งชาติ ก็ถือว่ากำไรแล้ว!ชาตินี้มีแค้นก็ต้องชำระ เรื่องที่ติดค้างไว้ก็ต้องทวงคืนให้หมด!ตอนที่เจี่ยนจือไล่ตามเจี่ยนเฉิงจวินที่คลานหนีไปตามพื้นท่ามกลางเสียงกรีดร้องของเจี่ยนเฉิงจวินและหลิวซิ่วอวิ๋น จู่ ๆ ก็มีใครบางคนพุ่งเข้ามากอดเธอไว้จากด้านหลัง ใครคนนั้นกำข้อมือที่เธอถือมีดไว้แน่น“อย่าวู่วาม!เจี่ยนจือ!อย่าวู่วามนะ!”เธอฟังออกว่าคนที่กำลังห้ามเธออยู่คือเมิ่งเฉิงซ่ง“เจี่ยนจือ ไม่ต้องกลัวนะ ฉันมาแล้ว ฉันมาช่วยเธอแล้ว

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 629

    เห็นได้ชัดเลยว่าตอนนี้พ่อเธอโกรธจนฟิวส์ขาดแล้ว แต่ที่ตอนนี้ยังยอมทนอยู่ก็เพราะมีเรื่องที่ต้องการ แถมดูเหมือนจะไม่ใช่น้อย ๆ เลยด้วยหลิวซิ่วอวิ๋นแม่ของเธอ ยังคงทำหน้าที่เป็นคนกลางคอยไกล่เกลี่ยสถานการณ์ “จือจือ พ่อเขาไม่ได้ด่าลูกนะ แค่พลั้งปากพูดเฉย ๆ”“พลั้งปากด่าลูกตัวเองขนาดนี้เลยเหรอ?ยังมีความเป็นพ่ออยู่ไหม?” คุณย่าพูดพลางกอดเจี่ยนจือไว้แน่น “พวกแกกลับไปเถอะ ที่นี่ไม่ได้ทำกับข้าวเผื่อพวกแก กลับไปกินที่บ้านตัวเองนู่น”“แม่คะ!” หลิวซิ่วอวิ๋นรีบพูดต่อ“ ไม่ใช่นะคะ ๆ พวกเราไม่ได้มาเพื่อด่าจือจือนะ พวกเรามาหาเจี่ยนจือเพราะมีข่าวดีต่างหากค่ะ”คุณย่าไม่เชื่อเลยว่าพวกเขาสองคนมาหาเพราะมีเรื่องดี ๆ มาให้เจี่ยนจือ ท่านชี้ไปที่ประตูอย่างหนักแน่น แสดงออกชัดเจนว่าต้องการไล่ให้พวกเขากลับไป“แม่ อีกเดี๋ยวจะมีแขกคนสำคัญมา แม่จะไล่ผมทำไม?” เจี่ยนเฉิงจวินพูดอย่างหงุดหงิด “แม่คิดว่าผมอยากจะมาที่บ้านนอกแบบนี้หรือไง?ก็เพราะนังเด็ก……ยัยนี่ไม่ยอมไปกินข้าวด้วยนั่นแหละ คนเขาอุตส่าห์เตรียมอาหารไว้เสียใหญ่โตเพราะจะเลี้ยงข้าวแท้ ๆ ”ตอนแรกเขาตั้งใจจะด่าว่าเด็กเหลือขอ แต่พอนึกขึ้นได้ว่าคำด่านั้นอาจจะเข้าตัว

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 628

    “ยังดีที่ก่อนหน้านี้พื้นฐานเธอไม่ได้แย่มาก ถ้าพยายามอีกหน่อยน่าจะ……”ขณะที่พูด ๆ อยู่ ทั้งสองคนก็มาถึงบอร์ดประกาศตอนนี้หน้าบอร์ดประชาสัมพันธ์เต็มไปด้วยนักเรียน ทุกคนกำลังคุยกันเจี๊ยวจ๊าวว่าใครได้อยู่ห้องไหนบ้าง ถ้าเห็นว่าตัวเองได้อยู่ห้องเดียวกับเพื่อนสนิท เสียงโห่ร้องดีใจก็จะดังขึ้นเป็นระยะเจี่ยนจือไม่ได้มองทางฝั่งสายวิทย์เลย เธอเดินตรงไปดูรายชื่อของสายศิลป์“ทางนี้ เธอจะไปไหน……” เวินถิงเยี่ยนพูดยังไม่ทันจบ ทันใดนั้นเองเขาก็ฉุกคิดอะไรขึ้นได้จึงรีบตามเธอไปแล้วเขาก็เห็นชื่อของเจี่ยนจืออยู่ในรายชื่อห้องทดลองสายศิลป์ 1“เธอหลอกฉัน?”ทั้งที่วันนี้อากาศร้อนจัด แต่เจี่ยนจือกลับรู้สึกเหมือนว่ามีไอเย็นยะเยียบแผ่ออกมาจากด้านหลัง หลังจากนั้น เธอก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกตอนที่เจี่ยนจือหันกลับไป คนที่ยืนอยู่ด้านหลังก็หายไปแล้ว กลับเป็นเมิ่งเฉิงซ่งที่เดินเข้ามาหาเธอ พร้อมหัวเราะอย่างดีใจ “เจี่ยนจือ!พวกเราได้อยู่ห้องเดียวกันจริงด้วย!”ใช่ เมิ่งเฉิงซ่งก็มีชื่ออยู่ในห้องทดลองสายศิลป์ 1 เช่นกัน“วันนี้ฉันต้องเลี้ยงข้าวเธอให้ได้!ฉลองกันหน่อย!” เมิ่งเฉิงซ่งกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจเจี่ยนจ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 627

    เจี่ยนจือรู้สึกสังหรณ์ไม่ดีเท่าไหร่แต่ตอนนี้เวินถิงเยี่ยนเห็นเธอแล้ว และจากสายตาของเขาก็ดูท่าว่าจะไม่ยอมปล่อยเธอไปง่าย ๆ เธอได้แต่เดินเข้าไปอย่างไม่เต็มใจนัก ซึ่งในมือของเวินถิงเยี่ยนกำลังถือใบคะแนนของนักเรียนในห้องอยู่จริงสิ เขาเป็นกรรมการฝ่ายการศึกษา ย่อมต้องได้เห็นคะแนนทั้งหมดก่อนอยู่แล้ว“ดูเธอสิ” เขาชี้ไปที่ใบคะแนน “ดูสิว่าเธอสอบออกมาเป็นยังไงบ้าง?วิชาสายวิทย์ไม่ผ่านเลยสักวิชา!”เจี่ยนจือไม่มีอะไรจะเถียงสิบกว่าปีแล้ว เธอไม่ได้แตะความรู้พวกนั้นเลยตั้งแต่เรียนจบมัธยม จะให้จำได้ยังไงล่ะ?ยิ่งไปกว่านั้น ตอนเรียนเธอก็แทบจะเอาตัวไม่รอด ที่ทุ่มเทไปทั้งหมดก็เพราะอยากเรียนสายวิทย์กับเขา“คะแนนตกลงแบบนี้ เธอจะยังสอบเข้ามหาวิทยาลัยอยู่ไหม?หรือต่อให้เธอเป็นนักเรียนศิลปะ แต่คะแนนวิชาสามัญแย่ขนาดนี้ก็สอบไม่ติดหรอกมั้ง?” เวินถิงเยี่ยนชี้ไปที่ใบคะแนน พลางมองเธอด้วยแววตาราวกับตัวเองเป็นครูประจำชั้นเสียเอง“ฉันรู้แล้ว ต่อจากนี้ฉันจะตั้งใจให้มากขึ้น” เธอเดินผ่านเขาแล้วตรงไปข้างหน้าวันนี้เป็นวันประกาศผลการจัดห้องเรียน น่าจะมีการเอารายชื่อไปติดไว้ที่บอร์ดประชาสัมพันธ์“หยุดนะ!เธอจะรีบไปไ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status