Share

บทที่ 7

Author: ปลาคาร์ปตัวน้อย
เจี่ยนจือเห็นเวินถิงเยี่ยนกับลั่วอวี่เฉิงกระอักกระอ่วนเพียงครู่เดียว จากนั้นก็ปรับตัวเข้ากับสถานะใหม่นี้ได้อย่างรวดเร็ว ทั้งสองคนหัวเราะและพูดคุยกับคู่ค้าอย่างสนุกสนาน

พวกเขาทั้งสองช่างเหมาะสมกันจริง ๆ …

เจี่ยนจือแอบถ่ายรูปไว้หนึ่งรูป ตอนหันหลังเดินจากไป เข็มที่ฝังอยู่ในใจก็ยังคงทิ่มแทงเธอ ความเจ็บปวดที่แหลมและถี่แผ่ซ่านทั่วหน้าอกอย่างรวดเร็ว ถึงขั้นปวดปลายจมูกแล้ว

"เจี่ยนจือ!" ขณะที่เธอกำลังจะเดินออกจากห้างสรรพสินค้า จู่ ๆ ก็มีคนเรียกชื่อเธอ

เธอหันกลับไปมอง เห็นคนคนหนึ่งยืนอยู่บนบันไดเลื่อนขาลง กำลังโบกมือให้เธอแรง ๆ

ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นอาจารย์!

เป็นอาจารย์จากสถาบันสอนเต้นของเธอในอดีต!

"อาจารย์จ้าว!" เธอรู้สึกเซอร์ไพรส์มาก

อาจารย์จ้าวรีบลงจากบันไดเลื่อน เดินมาถึงตรงหน้าเธอ คว้ามือทั้งสองข้างของเธอไว้ แล้วกล่าวอย่างดีใจมากเช่นกัน "ฉันเห็นแล้วรู้สึกว่าเหมือน พอเรียกดู ก็เป็นเธอจริง ๆ ด้วย! ตอนนี้เธอเป็นยังไงบ้าง? นี่ก็ห้าปีแล้วที่เราไม่ได้เจอกัน"

เจี่ยนจือรู้สึกเศร้าเล็กน้อย

ห้าปีผ่านไปแล้ว เธอใช้ชีวิตเหมือนคนไร้ประโยชน์ เธอจะมีหน้ามาพบอาจารย์ได้อย่างไร?

"ยุ่งไหม? ถ้าไม่ยุ่ง เราไปหาที่นั่งดื่มน้ำชายามบ่ายกันเถอะ" อาจารย์จูงมือเธอ

เธอไม่ยุ่ง

ถ้าเป็นเมื่อก่อน เธออาจจะเก็บตัวต่อไปเพราะความรู้สึกต่ำต้อย ปฏิเสธผู้คนและเรื่องราวทั้งหมดในโลกของการเต้น แต่ตั้งแต่วันที่เธอเปิดอัลบั้มภาพการเต้นในโทรศัพท์มือถือ ก็ราวกับมีรอยแยกแห่งแสงสว่างเปิดขึ้นบนท้องฟ้าที่มืดหม่นของเธอแล้ว

ทันใดนั้นเธอก็เริ่มโหยหาแสงสว่างที่จะส่องเข้ามา

เธอพยักหน้า "ได้ค่ะ อาจารย์" เธอน้ำตาเอ่อคลออย่างไร้เหตุผล

อาจารย์จึงจูงมือเธอ ไปที่ร้านน้ำชายามบ่ายสไตล์อังกฤษที่อยู่กลางชั้นหนึ่ง

"อาจารย์คะ ตอนนี้เพื่อนนักเรียนคนอื่น ๆ เป็นยังไงกันบ้างคะ?" เธอห่างหายจากโลกที่เป็นของเธอมานานเกินไป กลุ่มแชทของเพื่อนร่วมชั้นทั้งหมด เธอก็ได้ออกจากกลุ่มไปแล้ว

"เธออยากรู้จริง ๆ เหรอ?" อาจารย์จ้าวมองเธอแวบหนึ่งอย่างเฉียบคม

อาจารย์จ้าวรู้สถานการณ์ของเธอ เดิมทีเธอได้รับสิทธิ์ศึกษาต่อระดับปริญญาโท แต่จู่ ๆ ก็สละสิทธิ์ อาจารย์ก็ต้องสอบถามอยู่แล้ว ตอนหลังถึงขั้นเคยมาเยี่ยมเธอที่ไห่เฉิงโดยเฉพาะอีกด้วย

เธอออกแรงพยักหน้า

อาจารย์จ้าวจึงเริ่มพูดคุยกับเธอ

เวลาห้าปีนี้ เพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของคน ๆ หนึ่งได้จริง ๆ

เพื่อนร่วมชั้นของเธอ บางคนเข้าคณะการแสดงและการเต้น กลายเป็นนักเต้นหลัก บางคนไปศึกษาต่อต่างประเทศ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกแล้ว บางคนอยู่ต่อเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย เพื่อบ่มเพาะคนรุ่นใหม่

ทุกคนต่างก็มีก้าวที่ยิ่งใหญ่บนเส้นทางชีวิตเดิมของตัวเอง

มีแต่เธอเท่านั้น…

แต่นับแต่วันนี้เป็นต้นไป เธอก็จะไม่เหมือนเดิมแล้ว

เธอจะฮึดสู้และไล่ตามให้ทัน แม้เธอจะเต้นไม่ได้แล้ว เธอก็จะต้องค้นหาที่ยืนของตัวเองในเส้นทางอื่นให้ได้!

"อาจารย์คะ หนู...หนูเองก็ส่งผลสอบให้อาจารย์ได้แล้วเหมือนกัน" เธอร้อนผ่าวในดวงตา ตอนนี้เธอรู้สึกผิดต่อความคาดหวังของอาจารย์จริง ๆ

"ดีเลย" อาจารย์จ้าวยิ้มเหมือนเคย

เจี่ยนจือกระซิบข้างหูอาจารย์จ้าว เล่าเรื่องที่เธอจะไปศึกษาต่อต่างประเทศให้ฟัง

"เยี่ยมเลย! ฉันรู้อยู่แล้ว! ลูกศิษย์ของฉัน ไม่มีคนอ่อนแอหรอก!" อาจารย์จ้าวจับมือเธอพลางอุทาน "จริงสิ พวกเราจะมีทัวร์การแสดงที่ยุโรปพอดี เธอตามไปสัมผัสบรรยากาศ ปรับตัวให้เข้ากับชีวิตที่ยุโรปหน่อยไหมล่ะ!"

"แต่หนู..." ขาของเธอจะไหวเหรอ? เธอเต้นไม่ได้อีกแล้ว แค่เดินยังช้ากว่าคนอื่น วิชาที่เธอสมัครเรียนต่อระดับปริญญาโทก็เป็นสาขาทางทฤษฎี

"ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้หรอก! ถ้าตอนนั้นเธอไม่เกิดอุบัติเหตุ ก็คงได้เป็นสมาชิกของทีมเต้นเยาวชนไปแล้ว ครั้งนี้ เธอแค่ตามไปเป็นคนเดินเอกสาร! ทีมงานดูแลเวที! เป็นช่างแต่งหน้าก็พอ!"

อาจารย์จ้าวกล่าวอย่างหนักแน่น ไม่ได้มองเธอเป็นคนขาเป๋เลย

เจี่ยนจืออดยิ้มไม่ได้ เธอชอบความรู้สึกเวลาไม่ถูกมองเป็นคนขาเป๋ เธอเต้นไม่ได้แล้ว ก็ยังทำอย่างอื่นได้ ไม่ใช่ว่าเธอเต้นไม่ได้แล้วก็กลายเป็นคนไร้ค่า…

พูดจบ โทรศัพท์มือถือของอาจารย์จ้าวก็สั่น มีข้อความเข้ามา

"สามีฉันเอง เธอจะถือไหมถ้าเขาจะมาดื่มชาด้วยกัน?" อาจารย์จ้าวขอความเห็นจากเธอ

"ได้เลยค่ะ" เธอยิ้ม

ที่จริงเธอกลัวนิดหน่อย

ใช้ชีวิตแบบเก็บตัวมาห้าปี เธอจึงไม่ชินกับการพบคนแปลกหน้าแล้ว แต่ถึงอย่างไร เธอก็ต้องผ่านก้าวแรกออกไปไม่ใช่เหรอ?

"งั้นฉันจะให้เขามานะ" อาจารย์จ้าวกล่าวพลางตอบข้อความ

แต่สิ่งที่เจี่ยนจือคาดไม่ถึงเลยก็คือ สามีของอาจารย์จ้าวคือคู่ค้าคนใหม่ของเวินถิงเยี่ยน คือคนเดียวกับที่เธอเพิ่งเห็นเมื่อครู่นี้

"เขามาคุยธุรกิจที่ไห่เฉิง ฉันเลยมาเที่ยวด้วยสองสามวัน ไม่คิดว่าจะมาเจอเธอที่นี่ ถือเป็นพรหมลิขิตเหมือนกันนะ..."

อาจารย์จ้าวพูดแนะนำสามีของเธอ แต่เจี่ยนจือกลับเห็นเวินถิงเยี่ยน ลั่วอวี่เฉิงและสามีของอาจารย์จ้าวเดินมาทางโต๊ะน้ำชาตรงนี้พร้อมกัน

ในที่สุด พวกเขาก็เดินมาถึงตรงหน้าแล้ว

เจี่ยนจือนั่งอยู่กับที่ เธอเห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจบนใบหน้าเวินถิงเยี่ยนกับลั่วอวี่เฉิง สีหน้าแดงก่ำสลับขาวซีด

"มาครับ เชิญนั่งครับ นี่ภรรยาของผม แซ่จ้าว เป็นครูสอนเต้นครับ" สามีของอาจารย์จ้าวแนะนำ "นี่คือคุณเวินถิงเยี่ยนที่ผมมาติดต่อธุรกิจด้วยครั้งนี้ ส่วนนี่คือภรรยาของเขาครับ"

พอพูดคำว่า "ภรรยา" จบ มือของเวินถิงเยี่ยนก็สั่นเล็กน้อย ลั่วอวี่เฉิงก็นั่งไม่ติดที่ อึดอัดทำตัวไม่ถูก ทั้งสองคนจ้องเจี่ยนจืออย่างประหม่า

เจี่ยนจือก็แค่มองพวกเขา แล้วยิ้มเรียบ ๆ

อาจารย์จ้าวแนะนำเจี่ยนจือ "นี่คือสามีฉันเอง แซ่อู๋" จากนั้นชี้ไปที่เจี่ยนจือ "นี่คือนักเรียนของฉันเองค่ะ เธอมีแววจะได้รางวัลเถาหลี่คัพมากที่สุดในปีนั้นเลยนะ”

พอเวินถิงเยี่ยนได้ยินคำว่า "เถาหลี่คัพ" แววตาของเขาก็หม่นหมองอย่างถึงที่สุด เคลื่อนสายตาต่ำลง เหมือนอยากจะมองไปที่ขาของเจี่ยนจือ

เจี่ยนจือเห็นแล้ว ชั่วขณะนั้นในดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

ใช่แล้ว จะไม่เจ็บปวดได้ยังไงล่ะ?

ถ้าตอนนั้นขาของเธอไม่พิการ เขาก็คงไม่แต่งงานกับเธอ แล้วคนข้างกายเขาตอนนี้ ก็จะเป็นภรรยาของเขาได้อย่างถูกต้องชอบธรรมแล้ว

เจี่ยนจือยิ้มเล็กน้อย "อาจารย์จ้าว คุณอู๋ ที่จริงแล้วฉันคือ..."

"อ๊า" ลั่วอวี่เฉิงกรีดร้องออกมา ขัดจังหวะเจี่ยนจือที่กำลังพูด

เจี่ยนจือหยุดชะงัก

ลั่วอวี่เฉิงทำน้ำชาหก น้ำชาร้อน ๆ หกเลอะเต็มตัว

"ขะ... ขอโทษค่ะ ขออภัยนะคะฉันนี่...ฉันเสียมารยาทจัง" เธอรีบใช้กระดาษเช็ดน้ำ

"ไม่เป็นรค่ะ ไม่เป็นไร" อาจารย์จ้าวไม่รู้เรื่องรู้ราว ยังช่วยส่งกระดาษให้เธอด้วย

น้ำชาถ้วยเดียว ขัดขวางไม่ให้เจี่ยนจือพูดความจริง

แต่ถ้าเจี่ยนจือต้องการพูดต่อ เธอจะหยุดได้เหรอ?

เวินถิงเยี่ยนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามส่งสายตาขอร้องให้เจี่ยนจือ เขาส่ายศีรษะเบา ๆ ขยับปากบอกใบ้ว่า "อย่าพูดนะ อย่าพูด"

หึหึ ที่จริงเธอก็ไม่อยากพูดเหมือนกัน แค่แกล้งพูดออกมาครึ่งเดียว เพราะอยากเห็นสีหน้าลนลานของคนทั้งสองเท่านั้น

การจิบน้ำชายามบ่ายครั้งนี้ มีบางร้อนรนเหมือนนั่งบนเข็ม บางคนกลับดูสงบเป็นธรรมชาติ

ขณะที่เจี่ยนจือยกถ้วยชา อาจารย์จ้าวก็สังเกตเห็นมือของเธอทันที "เจี่ยนจือ เธอใส่แหวนแต่งงานด้วยเหรอ สามีเธอเป็นใคร?"

ราวกับฟ้าผ่ากลางวันแสก ๆ ทำเอาเวินถิงเยี่ยนกับลั่วอวี่เฉิงที่นั่งอยู่ตรงข้ามสีหน้าเปลี่ยนไปมาก

เจี่ยนจือมองมือของเวินถิงเยี่ยนที่พิงถ้วยชา เธอยกมุมปากยิ้มเย้ย เขาไม่เคยสวมแหวนเลย แหวนแต่งงานคู่ที่แลกกันนั้น หลังจบพิธีแต่งงานเขาก็ถอดออก ไม่รู้ว่าตอนนี้ไปวางให้ฝุ่นเกาะอยู่ตรงไหนแล้ว

"ใช่ค่ะ ฉันแต่งงานมาห้าปีแล้ว" เจี่ยนจือพูดเบา ๆ "สามีของฉันแซ่เวินค่ะ"

"บังเอิญขนาดนี้เลยเหรอ แซ่เวินด้วยเหมือนกัน?" เวินถิงเยี่ยนรีบพูดทันที

สื่อความหมายชัดเจนเกินไปแล้ว เขาไม่ต้องการให้เธอพูดต่อ

"ใช่ค่ะ แซ่เวินเหมือนกัน ทำธุรกิจเหมือนกัน แค่ไม่ได้ทำธุรกิจใหญ่เท่าประธานเวิน" เจี่ยนจือตอบแล้วจิบชา

มองผ่านถ้วยชา เจี่ยนจือเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเขาโล่งใจ

"บังเอิญจริง ๆ ครับ ครั้งหน้าเชิญคุณเวินของคุณมาดื่มชาด้วยกันนะครับ" เพราะเป็นนักเรียนของอาจารย์จ้าว คุณอู๋จึงให้ความเคารพเป็นพิเศษ กล่าวเชิญชวนแล้ว

เวินถิงเยี่ยนสีหน้าเปลี่ยนไปอีกครั้ง

เจี่ยนจือรู้สึกตลกจริง ๆ แต่งงานกันมาห้าปี การแสดงออกทางสีหน้าของเขารวมกันยังไม่มากเท่าช่วงบ่ายวันนี้เลย

ในสถานการณ์แบบนี้ เวินถิงเยี่ยนนั่งอยู่ที่นี่นานมากไม่ได้แล้ว หลังจากพูดคุยกันได้สักพัก ก็บอกว่ามีธุระต้องขอตัวก่อน

แต่เขาก็ไม่วางใจที่จะปล่อยให้เจี่ยนจืออยู่คนเดียวที่นี่อีก กลัวเธอจะพูดจาเหลวไหล จึงส่งสายตาบอกให้เธอรีบตามไปด้วย

Continue to read this book for free
Scan code to download App
Comments (12)
goodnovel comment avatar
Orathai Ketwattha
เลิกไปเลยผัวแบบนี้
goodnovel comment avatar
Phenprapha Iamsithong
ทำยากจริงค่ะ มั่วเลยบางครั้ง
goodnovel comment avatar
Phenprapha Iamsithong
สมัยมือถือหาเงินได้นี่ยายตามไม่ค่อยทันเลย เดี๋ยวเดียวหมดไปทีละ200เร็วจริง
VIEW ALL COMMENTS

Latest chapter

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 568

    พอหลับไปคราวนี้ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นพอตื่นขึ้นมาในเช้าวันถัดไป เธอก็สร่างเมาแล้ว พอนึกถึงความฝันเมื่อคืนอีกครั้ง ก็รู้สึกว่าน่าจะเป็นเพราะตอนดื่มเหล้าเธอนึกถึงเรื่องสมัยมัธยมปลาย ถึงได้เก็บเอาไปฝันวันนี้เธอต้องไปเยี่ยมบ้านของนักเต้นพื้นเมืองสูงวัยบนเกาะพร้อมกับอาจารย์ที่ปรึกษาเดิมทีตกลงกันไว้ว่าจะให้เจ้าของบ้านพักที่พวกเธอพักอยู่พาไป แต่เจ้าของบ้านมีธุระด่วนต้องออกจากเกาะ เลยฝากบ้านข้าง ๆ ซึ่งจริง ๆ แล้วก็คือพี่ชายของเขา ให้เป็นคนพาพวกเธอไปแทนดังนั้น เจี่ยนจือกับคนอื่น ๆ จึงมาที่บ้านข้าง ๆ เพื่อหาพี่ชายของเจ้าของบ้านจู่ ๆ เจี่ยนจือก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อวานมีพูดถึงว่า ตอนนั้นเมิ่งเฉิงซ่งเคยพักที่บ้านหลังนี้ จึงมองโฮมสเตย์แห่งนี้ให้มากขึ้นอีกหน่อยเธอพบว่าโฮมสเตย์แห่งนี้เปิดมานานกว่า น่าจะเป็นโฮมสเตย์แห่งแรก ๆ ของหมู่บ้านนี้วิธีที่โฮมสเตย์แห่งนี้ใช้แสดงให้เห็นถึงความเก่าแก่และเป็นที่ยอมรับ ก็คือมีตู้ใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยสมุดข้อความจากแขกนี่ก็ถือเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของที่นี่เช่นกัน…สะอาดมาก แต่ทุกมุมล้วนอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของกาลเวลาเจี่ยนจือยืนอยู่หน้าตู้ พลางคิดในใจว่าจะมีสักห

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 567

    อ้อ ใช่แล้ว เมิ่งเฉิงซ่งชอบใส่เสื้อผ้าหลวม ๆโดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิกับฤดูใบไม้ร่วง เขามักจะมีเสื้อไหมพรมถักหยาบตัวหลวมอยู่หลายตัว...เธอหรี่ตาลง ในความพร่าเลือนจากฤทธิ์เหล้า คนที่กำลังพูดอยู่ตรงข้ามดูคล้ายเมิ่งเฉิงซ่งเสียเหลือเกิน“เมิ่งเฉิงซ่ง” เธอเมามายจนมึนงง จู่ ๆ ก็เอ่ยขัดคำพูดของอีกฝ่าย “หลังจากนั้นนายได้จับตั๊กแตนมากินไหม?”เสียงพูดหยุดลงคนตรงข้ามชะงักไปครู่หนึ่ง “เธอเรียกฉันว่าอะไรนะ?”“เมิ่งเฉิง...” เจี่ยนจือขยี้ตา อ้าว ที่แท้ก็เวินถิงเยี่ยนนี่เอง...เธอโบกมือ “ขอโทษ มองผิดคน”“เธอเมาแล้ว” เวินถิงเยี่ยนเอ่ยยิ้ม ๆเจี่ยนจือพยักหน้า ใช่สิ ไม่งั้นจะจำคนผิดได้ยังไงจู่ ๆ ก็รู้สึกหมดอารมณ์ขึ้นมาเล็กน้อยเธอใช้มือยันหน้าผาก “ดื่มเยอะไปแล้ว วันนี้พักผ่อนเร็วหน่อยเถอะ”เธอลุกขึ้น ก่อนจะพาดแขนกับตี๋โยว “ไป เรากลับห้องกันเถอะ”“ได้เลยหัวหน้าทีม” ตี๋โยวคอแข็งกว่าเธอ เบียร์เพียงแค่จุดอารมณ์ของตี๋โยวให้คึกคักขึ้น แต่ตัวเธอยังมีสติอยู่มากตี๋โยวยังหันกลับไปเอ่ยกับแอนนาว่า “บ๊ายบาย” จากนั้นก็ประคองเจี่ยนจือกลับห้องไปเวินถิงเยี่ยนกับแอนนาแทบจะเอ่ยขึ้นพร้อมกันว่า “บ๊ายบาย”เ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 566

    เธอหยิบขนมปังดำขึ้นมาหนึ่งแผ่น จุ่มลงในน้ำซุปจากเนื้อตุ๋น แล้วกัดไปคำหนึ่งมันยังแข็งเหมือนเดิม เคี้ยวหนึบมาก ส่วนที่ไม่ได้จุ่มน้ำซุปนั้นแข็งจนแทบจะทิ่มเนื้อในช่องปากของเธอให้เจ็บเธอลองจินตนาการถึงตอนที่เมิ่งเฉิงซ่งกินขนมปังดำแบบนี้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์เหล้าหรือเปล่า ทั้งที่สมองมึนงง แต่ภาพของคนคนนี้กลับค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นในหัวเธอเริ่มนึกถึงเขาขึ้นมา รู้สึกว่าไม่ว่าเขาจะกินอะไรก็ดูเหมือนจะกินอย่างเอร็ดอร่อยมีความสุขไปหมดเหมือนจะมีอยู่ครั้งหนึ่งใช่ไหมนะ?วันนั้นเธอซ้อมจนดึกเกินไป ตอนที่ไปกินข้าวที่โรงอาหาร อาหารก็แทบจะหมดเกลี้ยงทุกถาดแล้ว ตรงช่องตักอาหารเหลือเพียงเขาคนเดียวที่กำลังตักข้าวอยู่ปกติเธอแทบไม่ได้สังเกตเขา พอมองดูดี ๆ ในตอนนั้นถึงเพิ่งพบว่าเขากินเยอะจริง ๆ กะละมังข้าวของเขาใหญ่กว่ากล่องข้าวของเธอถึงสองเท่า ข้างในอัดแน่นไปด้วยข้าวสวยส่วนตรงช่องอาหารมีเพียงเศษกับข้าวเหลืออยู่สองถาด พอตักกะหล่ำปลีได้หนึ่งทัพพี กับหมูผัดอีกหนึ่งทัพพี เขาจึงตั้งใจจะตักให้หมดแต่พอเธอมา เขากลับตักกะหล่ำปลีเพียงครึ่งทัพพี แล้วก็เตรียมจะเดินออกไปเธอเดาว่าเขาคงตั้งใจเหลือหมูกับกะหล่ำปล

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 565

    อาจารย์ของเจี่ยนจืออดถามขึ้นไม่ได้ “เพื่อนเธอเหรอ?”เวินถิงเยี่ยนมองเธอพลางอมยิ้มน้อย ๆ “แค่คนรู้จักกันเฉย ๆ ค่ะ” ถึงตอนนี้เจี่ยนจือจะเมาแต่เธอก็ยังไม่ถึงขั้นขาดสติ ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีทางหลุดคำว่า “สามีเก่า” ออกมาอยู่แล้วแอนนาคลี่ยิ้มหวาน “ฉันกับเธอเราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันค่ะ”เธอที่ว่า แอนนาหมายถึงเจี่ยนจือเจี่ยนจือถึงกับชะงักไปเล็กน้อย ความกระอักกระอ่วนเมื่อครู่พลันคลี่คลายลง แต่แอนนาจะใจดีและน่ารักเกินไปหน่อยหรือเปล่า?เจี่ยนจืออดคิดในใจไม่ได้ว่า โชคดีที่ตอนหย่ากับเวินถิงเยี่ยนพวกเธอได้ตัดขาดกันเหมือนศัตรูที่ตายขาดกันไปแล้ว ไม่ใช่ภรรยาเก่าที่วนเวียนอยู่ในชีวิตเขา ไม่อย่างนั้นคงรู้สึกผิดต่อความน่ารักและความแสนดีของแอนนาแน่ ๆคำพูดของแอนนาช่วยคลี่คลายคำถาม “เวินถิงเยี่ยนเป็นอะไรกับเจี่ยนจือ” ไปได้ ทุกคนจึงหันมาทำความรู้จักกัน ก่อนจะเริ่มดื่มกันต่ออีกยกตลอดมื้ออาหาร เจี่ยนจือไม่ได้พูดอะไรเท่าไหร่เลย แค่นั่งฟังคนอื่นคุยกันเท่านั้นนั่งฟังอาจารย์กับนักศึกษาชายอีกคนคุยกับเวินถิงเยี่ยนเรื่องดนตรีและการเต้นพื้นเมืองของที่นี่ ระหว่างที่พวกเขาพูดคุยกันอย่างออกรส เธอก็นั่งกินนั่นดื

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 564

    ในที่สุดผู้คนก็เริ่มทยอยเข้ามาในร้าน ความมืดของราตรีค่อย ๆ คืบคลานเข้ามาเรื่อย ๆ บาร์แห่งนี้จึงเข้าสู่ช่วงเวลาที่มีเสน่ห์ที่สุดของวันวงดนตรีเริ่มขึ้นมาบรรเลงบนพื้นที่โล่งเล็ก ๆ ตรงกลางบาร์ ทันทีที่หีบเพลงบรรเลงโน้ตแสนสนุกสนาน กีตาร์และเชลโลก็เข้ามารับต่ออย่างรวดเร็ว และเพลงที่บรรเลงเป็นเพลงแรกคือเพลงเต้นรำแบบชาวไอริชเจี่ยนจือไม่เคยเต้นแบบนั้นมาก่อน ตอนแรกเธอจึงทำได้แค่นั่งดูอยู่ข้าง ๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปบรรยากาศภายในบาร์ก็เริ่มร้อนแรงจนแทบลุกเป็นไฟเมื่อดนตรีสำหรับเต้นสเต็ปแดนซ์ดังขึ้น เจี่ยนจือก็อดใจไม่ไหวลากตี๋โยวออกมาเต้นด้วยกันทันทีจะเต้นเป็นหรือไม่เป็นก็ช่างเถอะ แค่เต้นตามคนอื่นเขาไปก็พอแล้วนี่เมื่อกราฟความสนุกค่อย ๆ พุ่งสูงขึ้น บรรยากาศภายในร้านก็ยิ่งคึกคักจนร้านแทบจะระเบิดไม่ว่าจะรู้จักกันมาก่อนหรือไม่ ทุกคนต่างหัวเราะและส่งเสียงอย่างสนุกสนาน พากันเบียดเข้าไปจับมือคล้องแขนกันตรงพื้นที่เล็ก ๆ กลางบาร์ ก่อนออกสเต็ปเต้นไปด้วยกันอย่างไม่ค่อยเป็นจังหวะ แต่เต็มไปด้วยความสนุกสุดเหวี่ยงชั่วพริบตาเดียว บรรยากาศทั้งร้านก็เต็มไปด้วยความสุขที่แสนเรียบง่ายและไร้ซึ่งการแบ่งแยกเจ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 563

    เจี่ยนจือพาคณะนาฏศิลป์มาแลกเปลี่ยนกับนักศึกษาเอกศิลปะของมหาวิทยาลัยแห่งนี้อยู่หลายวัน หลังจากแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมเสร็จ เจี่ยนจือก็เดินทางไปที่หมู่บ้านบนเกาะกับอาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อศึกษาการเต้นรำพื้นเมืองของไอร์แลนด์ช่วงหลายวันมานี้ก็มีรอบแสดงเหมือนกัน แต่เวินถิงเยี่ยนก็ไม่ได้แวะเวียนเข้ามาเลยเขาคงจะเดินทางต่อแล้วสินะ?ไม่รู้ว่าจุดหมายต่อไปของเมิ่งเฉิงซ่งคือที่ไหน และเขาตามรอยไปถึงไหนแล้วหลังจากการแลกเปลี่ยนจบลง เนื่องจากสมาชิกที่เรียนปริญญาตรียังต้องกลับไปเรียนต่อ ดังนั้นคนที่ตามเจี่ยนจือไปที่หมู่บ้านจึงมีเพียงตี๋โยว รวมถึงนักศึกษาและเพื่อน ๆ ที่อาจารย์พามาด้วยสถานที่ที่พวกเธอกำลังจะไปนั้นตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขาและรายล้อมด้วยทะเล ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในหมู่คนทั่วไป อย่างน้อยที่ผ่านมาเจี่ยนจือก็ยังไม่เคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับที่นี่มาก่อน จึงอดรู้สึกหวั่น ๆ ในใจไม่ได้ตอนที่เธอขึ้นเกาะเป็นช่วงพระอาทิตย์กำลังตกพอดี ทั้งหมู่บ้านอาบไล้ไปด้วยแสงสีส้มอุ่น ๆ บ้านเรือนที่มีผนังเป็นหินแกรนิตสีชมพูทำให้เธอรู้สึกราวกับกำลังเดินเข้าสู่โลกแห่งเทพนิยายหมู่บ้านแห่งนี้มีทางเข้าออกเพียงทางเดี

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status