Compartir

บทที่ 7

Autor: ปลาคาร์ปตัวน้อย
เจี่ยนจือเห็นเวินถิงเยี่ยนกับลั่วอวี่เฉิงกระอักกระอ่วนเพียงครู่เดียว จากนั้นก็ปรับตัวเข้ากับสถานะใหม่นี้ได้อย่างรวดเร็ว ทั้งสองคนหัวเราะและพูดคุยกับคู่ค้าอย่างสนุกสนาน

พวกเขาทั้งสองช่างเหมาะสมกันจริง ๆ …

เจี่ยนจือแอบถ่ายรูปไว้หนึ่งรูป ตอนหันหลังเดินจากไป เข็มที่ฝังอยู่ในใจก็ยังคงทิ่มแทงเธอ ความเจ็บปวดที่แหลมและถี่แผ่ซ่านทั่วหน้าอกอย่างรวดเร็ว ถึงขั้นปวดปลายจมูกแล้ว

"เจี่ยนจือ!" ขณะที่เธอกำลังจะเดินออกจากห้างสรรพสินค้า จู่ ๆ ก็มีคนเรียกชื่อเธอ

เธอหันกลับไปมอง เห็นคนคนหนึ่งยืนอยู่บนบันไดเลื่อนขาลง กำลังโบกมือให้เธอแรง ๆ

ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นอาจารย์!

เป็นอาจารย์จากสถาบันสอนเต้นของเธอในอดีต!

"อาจารย์จ้าว!" เธอรู้สึกเซอร์ไพรส์มาก

อาจารย์จ้าวรีบลงจากบันไดเลื่อน เดินมาถึงตรงหน้าเธอ คว้ามือทั้งสองข้างของเธอไว้ แล้วกล่าวอย่างดีใจมากเช่นกัน "ฉันเห็นแล้วรู้สึกว่าเหมือน พอเรียกดู ก็เป็นเธอจริง ๆ ด้วย! ตอนนี้เธอเป็นยังไงบ้าง? นี่ก็ห้าปีแล้วที่เราไม่ได้เจอกัน"

เจี่ยนจือรู้สึกเศร้าเล็กน้อย

ห้าปีผ่านไปแล้ว เธอใช้ชีวิตเหมือนคนไร้ประโยชน์ เธอจะมีหน้ามาพบอาจารย์ได้อย่างไร?

"ยุ่งไหม? ถ้าไม่ยุ่ง เราไปหาที่นั่งดื่มน้ำชายามบ่ายกันเถอะ" อาจารย์จูงมือเธอ

เธอไม่ยุ่ง

ถ้าเป็นเมื่อก่อน เธออาจจะเก็บตัวต่อไปเพราะความรู้สึกต่ำต้อย ปฏิเสธผู้คนและเรื่องราวทั้งหมดในโลกของการเต้น แต่ตั้งแต่วันที่เธอเปิดอัลบั้มภาพการเต้นในโทรศัพท์มือถือ ก็ราวกับมีรอยแยกแห่งแสงสว่างเปิดขึ้นบนท้องฟ้าที่มืดหม่นของเธอแล้ว

ทันใดนั้นเธอก็เริ่มโหยหาแสงสว่างที่จะส่องเข้ามา

เธอพยักหน้า "ได้ค่ะ อาจารย์" เธอน้ำตาเอ่อคลออย่างไร้เหตุผล

อาจารย์จึงจูงมือเธอ ไปที่ร้านน้ำชายามบ่ายสไตล์อังกฤษที่อยู่กลางชั้นหนึ่ง

"อาจารย์คะ ตอนนี้เพื่อนนักเรียนคนอื่น ๆ เป็นยังไงกันบ้างคะ?" เธอห่างหายจากโลกที่เป็นของเธอมานานเกินไป กลุ่มแชทของเพื่อนร่วมชั้นทั้งหมด เธอก็ได้ออกจากกลุ่มไปแล้ว

"เธออยากรู้จริง ๆ เหรอ?" อาจารย์จ้าวมองเธอแวบหนึ่งอย่างเฉียบคม

อาจารย์จ้าวรู้สถานการณ์ของเธอ เดิมทีเธอได้รับสิทธิ์ศึกษาต่อระดับปริญญาโท แต่จู่ ๆ ก็สละสิทธิ์ อาจารย์ก็ต้องสอบถามอยู่แล้ว ตอนหลังถึงขั้นเคยมาเยี่ยมเธอที่ไห่เฉิงโดยเฉพาะอีกด้วย

เธอออกแรงพยักหน้า

อาจารย์จ้าวจึงเริ่มพูดคุยกับเธอ

เวลาห้าปีนี้ เพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของคน ๆ หนึ่งได้จริง ๆ

เพื่อนร่วมชั้นของเธอ บางคนเข้าคณะการแสดงและการเต้น กลายเป็นนักเต้นหลัก บางคนไปศึกษาต่อต่างประเทศ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกแล้ว บางคนอยู่ต่อเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย เพื่อบ่มเพาะคนรุ่นใหม่

ทุกคนต่างก็มีก้าวที่ยิ่งใหญ่บนเส้นทางชีวิตเดิมของตัวเอง

มีแต่เธอเท่านั้น…

แต่นับแต่วันนี้เป็นต้นไป เธอก็จะไม่เหมือนเดิมแล้ว

เธอจะฮึดสู้และไล่ตามให้ทัน แม้เธอจะเต้นไม่ได้แล้ว เธอก็จะต้องค้นหาที่ยืนของตัวเองในเส้นทางอื่นให้ได้!

"อาจารย์คะ หนู...หนูเองก็ส่งผลสอบให้อาจารย์ได้แล้วเหมือนกัน" เธอร้อนผ่าวในดวงตา ตอนนี้เธอรู้สึกผิดต่อความคาดหวังของอาจารย์จริง ๆ

"ดีเลย" อาจารย์จ้าวยิ้มเหมือนเคย

เจี่ยนจือกระซิบข้างหูอาจารย์จ้าว เล่าเรื่องที่เธอจะไปศึกษาต่อต่างประเทศให้ฟัง

"เยี่ยมเลย! ฉันรู้อยู่แล้ว! ลูกศิษย์ของฉัน ไม่มีคนอ่อนแอหรอก!" อาจารย์จ้าวจับมือเธอพลางอุทาน "จริงสิ พวกเราจะมีทัวร์การแสดงที่ยุโรปพอดี เธอตามไปสัมผัสบรรยากาศ ปรับตัวให้เข้ากับชีวิตที่ยุโรปหน่อยไหมล่ะ!"

"แต่หนู..." ขาของเธอจะไหวเหรอ? เธอเต้นไม่ได้อีกแล้ว แค่เดินยังช้ากว่าคนอื่น วิชาที่เธอสมัครเรียนต่อระดับปริญญาโทก็เป็นสาขาทางทฤษฎี

"ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้หรอก! ถ้าตอนนั้นเธอไม่เกิดอุบัติเหตุ ก็คงได้เป็นสมาชิกของทีมเต้นเยาวชนไปแล้ว ครั้งนี้ เธอแค่ตามไปเป็นคนเดินเอกสาร! ทีมงานดูแลเวที! เป็นช่างแต่งหน้าก็พอ!"

อาจารย์จ้าวกล่าวอย่างหนักแน่น ไม่ได้มองเธอเป็นคนขาเป๋เลย

เจี่ยนจืออดยิ้มไม่ได้ เธอชอบความรู้สึกเวลาไม่ถูกมองเป็นคนขาเป๋ เธอเต้นไม่ได้แล้ว ก็ยังทำอย่างอื่นได้ ไม่ใช่ว่าเธอเต้นไม่ได้แล้วก็กลายเป็นคนไร้ค่า…

พูดจบ โทรศัพท์มือถือของอาจารย์จ้าวก็สั่น มีข้อความเข้ามา

"สามีฉันเอง เธอจะถือไหมถ้าเขาจะมาดื่มชาด้วยกัน?" อาจารย์จ้าวขอความเห็นจากเธอ

"ได้เลยค่ะ" เธอยิ้ม

ที่จริงเธอกลัวนิดหน่อย

ใช้ชีวิตแบบเก็บตัวมาห้าปี เธอจึงไม่ชินกับการพบคนแปลกหน้าแล้ว แต่ถึงอย่างไร เธอก็ต้องผ่านก้าวแรกออกไปไม่ใช่เหรอ?

"งั้นฉันจะให้เขามานะ" อาจารย์จ้าวกล่าวพลางตอบข้อความ

แต่สิ่งที่เจี่ยนจือคาดไม่ถึงเลยก็คือ สามีของอาจารย์จ้าวคือคู่ค้าคนใหม่ของเวินถิงเยี่ยน คือคนเดียวกับที่เธอเพิ่งเห็นเมื่อครู่นี้

"เขามาคุยธุรกิจที่ไห่เฉิง ฉันเลยมาเที่ยวด้วยสองสามวัน ไม่คิดว่าจะมาเจอเธอที่นี่ ถือเป็นพรหมลิขิตเหมือนกันนะ..."

อาจารย์จ้าวพูดแนะนำสามีของเธอ แต่เจี่ยนจือกลับเห็นเวินถิงเยี่ยน ลั่วอวี่เฉิงและสามีของอาจารย์จ้าวเดินมาทางโต๊ะน้ำชาตรงนี้พร้อมกัน

ในที่สุด พวกเขาก็เดินมาถึงตรงหน้าแล้ว

เจี่ยนจือนั่งอยู่กับที่ เธอเห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจบนใบหน้าเวินถิงเยี่ยนกับลั่วอวี่เฉิง สีหน้าแดงก่ำสลับขาวซีด

"มาครับ เชิญนั่งครับ นี่ภรรยาของผม แซ่จ้าว เป็นครูสอนเต้นครับ" สามีของอาจารย์จ้าวแนะนำ "นี่คือคุณเวินถิงเยี่ยนที่ผมมาติดต่อธุรกิจด้วยครั้งนี้ ส่วนนี่คือภรรยาของเขาครับ"

พอพูดคำว่า "ภรรยา" จบ มือของเวินถิงเยี่ยนก็สั่นเล็กน้อย ลั่วอวี่เฉิงก็นั่งไม่ติดที่ อึดอัดทำตัวไม่ถูก ทั้งสองคนจ้องเจี่ยนจืออย่างประหม่า

เจี่ยนจือก็แค่มองพวกเขา แล้วยิ้มเรียบ ๆ

อาจารย์จ้าวแนะนำเจี่ยนจือ "นี่คือสามีฉันเอง แซ่อู๋" จากนั้นชี้ไปที่เจี่ยนจือ "นี่คือนักเรียนของฉันเองค่ะ เธอมีแววจะได้รางวัลเถาหลี่คัพมากที่สุดในปีนั้นเลยนะ”

พอเวินถิงเยี่ยนได้ยินคำว่า "เถาหลี่คัพ" แววตาของเขาก็หม่นหมองอย่างถึงที่สุด เคลื่อนสายตาต่ำลง เหมือนอยากจะมองไปที่ขาของเจี่ยนจือ

เจี่ยนจือเห็นแล้ว ชั่วขณะนั้นในดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

ใช่แล้ว จะไม่เจ็บปวดได้ยังไงล่ะ?

ถ้าตอนนั้นขาของเธอไม่พิการ เขาก็คงไม่แต่งงานกับเธอ แล้วคนข้างกายเขาตอนนี้ ก็จะเป็นภรรยาของเขาได้อย่างถูกต้องชอบธรรมแล้ว

เจี่ยนจือยิ้มเล็กน้อย "อาจารย์จ้าว คุณอู๋ ที่จริงแล้วฉันคือ..."

"อ๊า" ลั่วอวี่เฉิงกรีดร้องออกมา ขัดจังหวะเจี่ยนจือที่กำลังพูด

เจี่ยนจือหยุดชะงัก

ลั่วอวี่เฉิงทำน้ำชาหก น้ำชาร้อน ๆ หกเลอะเต็มตัว

"ขะ... ขอโทษค่ะ ขออภัยนะคะฉันนี่...ฉันเสียมารยาทจัง" เธอรีบใช้กระดาษเช็ดน้ำ

"ไม่เป็นรค่ะ ไม่เป็นไร" อาจารย์จ้าวไม่รู้เรื่องรู้ราว ยังช่วยส่งกระดาษให้เธอด้วย

น้ำชาถ้วยเดียว ขัดขวางไม่ให้เจี่ยนจือพูดความจริง

แต่ถ้าเจี่ยนจือต้องการพูดต่อ เธอจะหยุดได้เหรอ?

เวินถิงเยี่ยนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามส่งสายตาขอร้องให้เจี่ยนจือ เขาส่ายศีรษะเบา ๆ ขยับปากบอกใบ้ว่า "อย่าพูดนะ อย่าพูด"

หึหึ ที่จริงเธอก็ไม่อยากพูดเหมือนกัน แค่แกล้งพูดออกมาครึ่งเดียว เพราะอยากเห็นสีหน้าลนลานของคนทั้งสองเท่านั้น

การจิบน้ำชายามบ่ายครั้งนี้ มีบางร้อนรนเหมือนนั่งบนเข็ม บางคนกลับดูสงบเป็นธรรมชาติ

ขณะที่เจี่ยนจือยกถ้วยชา อาจารย์จ้าวก็สังเกตเห็นมือของเธอทันที "เจี่ยนจือ เธอใส่แหวนแต่งงานด้วยเหรอ สามีเธอเป็นใคร?"

ราวกับฟ้าผ่ากลางวันแสก ๆ ทำเอาเวินถิงเยี่ยนกับลั่วอวี่เฉิงที่นั่งอยู่ตรงข้ามสีหน้าเปลี่ยนไปมาก

เจี่ยนจือมองมือของเวินถิงเยี่ยนที่พิงถ้วยชา เธอยกมุมปากยิ้มเย้ย เขาไม่เคยสวมแหวนเลย แหวนแต่งงานคู่ที่แลกกันนั้น หลังจบพิธีแต่งงานเขาก็ถอดออก ไม่รู้ว่าตอนนี้ไปวางให้ฝุ่นเกาะอยู่ตรงไหนแล้ว

"ใช่ค่ะ ฉันแต่งงานมาห้าปีแล้ว" เจี่ยนจือพูดเบา ๆ "สามีของฉันแซ่เวินค่ะ"

"บังเอิญขนาดนี้เลยเหรอ แซ่เวินด้วยเหมือนกัน?" เวินถิงเยี่ยนรีบพูดทันที

สื่อความหมายชัดเจนเกินไปแล้ว เขาไม่ต้องการให้เธอพูดต่อ

"ใช่ค่ะ แซ่เวินเหมือนกัน ทำธุรกิจเหมือนกัน แค่ไม่ได้ทำธุรกิจใหญ่เท่าประธานเวิน" เจี่ยนจือตอบแล้วจิบชา

มองผ่านถ้วยชา เจี่ยนจือเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเขาโล่งใจ

"บังเอิญจริง ๆ ครับ ครั้งหน้าเชิญคุณเวินของคุณมาดื่มชาด้วยกันนะครับ" เพราะเป็นนักเรียนของอาจารย์จ้าว คุณอู๋จึงให้ความเคารพเป็นพิเศษ กล่าวเชิญชวนแล้ว

เวินถิงเยี่ยนสีหน้าเปลี่ยนไปอีกครั้ง

เจี่ยนจือรู้สึกตลกจริง ๆ แต่งงานกันมาห้าปี การแสดงออกทางสีหน้าของเขารวมกันยังไม่มากเท่าช่วงบ่ายวันนี้เลย

ในสถานการณ์แบบนี้ เวินถิงเยี่ยนนั่งอยู่ที่นี่นานมากไม่ได้แล้ว หลังจากพูดคุยกันได้สักพัก ก็บอกว่ามีธุระต้องขอตัวก่อน

แต่เขาก็ไม่วางใจที่จะปล่อยให้เจี่ยนจืออยู่คนเดียวที่นี่อีก กลัวเธอจะพูดจาเหลวไหล จึงส่งสายตาบอกให้เธอรีบตามไปด้วย

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App
Comentarios (12)
goodnovel comment avatar
Orathai Ketwattha
เลิกไปเลยผัวแบบนี้
goodnovel comment avatar
Phenprapha Iamsithong
ทำยากจริงค่ะ มั่วเลยบางครั้ง
goodnovel comment avatar
Phenprapha Iamsithong
สมัยมือถือหาเงินได้นี่ยายตามไม่ค่อยทันเลย เดี๋ยวเดียวหมดไปทีละ200เร็วจริง
VER TODOS LOS COMENTARIOS

Último capítulo

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 596

    เจี่ยนจือหันกลับไปมองเวินถิงเยี่ยนกับบอดี้การ์ดที่นอนอยู่บนพื้นแวบหนึ่ง หัวใจบีบรัดแน่นด้วยความเป็นห่วง แต่เธอก็ยังรีบตามอัลเลนขึ้นรถไปติด ๆเสียงปืนทำให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตกใจจนรีบเข้ามาดู อัลเลนเอ่ยอย่างร้อนรนว่า “รีบแจ้งตำรวจ เรียกรถพยาบาลเร็ว!”พูดจบ เขาก็หันไปพูดกับทั้งสามคนที่นอนอยู่บนพื้นว่า “อดทนไว้นะ ผมจะขับรถออกไปก่อน แล้วค่อยแจ้งคุณรอสซี”คุณย่าตกใจกลัวจนจับมือเจี่ยนจือไว้แน่น ทั้งที่ตัวเองหวาดกลัวมาก แต่ก็ยังปลอบเจี่ยนจือว่า “จือจือไม่ต้องกลัวนะ ไม่ต้องกลัว ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว หมอกับตำรวจกำลังจะมา พวกเขาสามคนจะต้องไม่เป็นอะไร”เจี่ยนจือแนบตัวอยู่กับกระจกรถ มองทั้งสามคนที่ค่อย ๆ ห่างออกไป รวมถึงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ ในหัวของเธอมีแต่เสียงหึ่ง ๆ ดังไม่หยุด ส่วนหัวใจก็เหมือนมีใครถือกลองใบใหญ่มาทุบอย่างแรง ตึก…ตึก…ตึก… ทุบเสียจนใจเธอสั่นราวกับจะกระเด็นออกมา แม้แต่ในหู ในสมอง ก็เหมือนมีใครกำลังทุบดัง ตึก…ตึก…ตึก… อยู่ตลอดเวลาเธอกุมหน้าอกพลางหอบหายใจแรง “คุณย่า หนูไม่เป็นไร หนูไม่ได้กลัว แล้วคุณย่าล่ะ? เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?”“ย่าไม่เป็นไร

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 595

    ใกล้จะถึงเทศกาลตรุษจีนแล้วถึงแม้ตัวจะอยู่ที่ต่างประเทศ แต่สำหรับคนตระกูลเจี่ยนตรุษจีนยังคงเป็นเทศกาลที่สำคัญที่สุดของปีโดยเฉพาะกับคุณย่า พอถึงช่วงนี้ทีไรท่านก็มักจะยุ่งอยู่กับการเตรียมงานฉลองตามขนบธรรมเนียมเดิมที่คุ้นเคย ซึ่งเรื่องพวกนี้ล้วนแต่เป็นเรื่องที่คนงานที่บ้านคุณป้าจัดการไม่ได้ จึงกลายเป็นหน้าที่ของคุณป้า เจี่ยนจือและเจี่ยนหลานที่ต้องช่วยคุณย่าจัดเตรียมทุกอย่างเองโดยเฉพาะเจี่ยนจือที่ยังไม่เปิดเทอม จึงมีเวลาช่วยคุณย่ามากกว่าคนอื่นทั้งเตรียมเนื้อเค็ม ตัดกระดาษมงคลตกแต่งหน้าต่างและประตู แถมยังถึงขั้นที่ไปซื้อโม่เล็ก ๆ มาอันหนึ่ง ตั้งใจจะบดข้าวเหนียวสำหรับทำบัวลอยจีนไม่มีทั้งคำพูดที่ว่า “ที่บ้านมีแฮมสเปนชั้นดีอยู่แล้วจะยังทำเนื้อเค็มไปทำไม” หรือแม้แต่ “ในซูเปอร์มาเก็ตจีนก็มีเม็ดบัวลอยสำเร็จรูปขายตั้งเยอะ นั่งโม่เองลำบากจะตาย” ทุกคนต่างเต็มใจทำตามขนมธรรมเนียมที่คุณย่ายึดถือ และที่สำคัญพวกเขาเองก็มีความสุขกับการได้ทำสิ่งเหล่านี้ไปด้วยกันถึงขนาดที่เจี่ยนหลานสนใจเครื่องโม่หินมาก เขาถึงขั้นเปิดดูคลิปสอนวิธีใช้ตามอินเทอร์เน็ต จำได้ว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งเขาถึงกับตื่นเช้ามาโม่ถั่

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 594

    เขายอมรับผิดทุกอย่างไว้คนเดียว และรับแรงโจมตีทั้งหมดบนโลกออนไลน์ไว้กับตัวเอง“เขาเป็นผู้ชายนะ รับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำก็เป็นเรื่องที่ควรอยู่แล้ว!แค่นี้ลูกก็ซาบซึ้งใจแล้วเหรอ?” แม่หลินไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่ลูกสาวตัวเองจะยอมลดตัวไปทุ่มเทให้ผู้ชายขนาดนี้ “ผู้ชายดี ๆ มีตั้งเยอะแยะไม่ใช่หรือไง?”หลินจื่อเวยแย่งโทรศัพท์กลับมา “ใช่ค่ะ ผู้ชายมีเยอะก็จริง แต่เจี่ยงซื่อฝานมีคนเดียว!”พูดจบ เธอก็วิ่งออกไปทันที“ลูกจะไปไหน?จะไปหาเขาใช่ไหม ลูกฟังแม่……”แม่หลินยังพูดไม่ทันจบ หลินจื่อเวยก็วิ่งออกจากบ้านไปแล้วเธอตั้งใจจะไปหาเจี่ยงซื่อฝานจริง ๆ นั่นแหละเธอถ่อไปถึงที่บริษัทของเจี่ยงซื่อฝาน แต่ตอนนั้นเจี่ยงซื่อฝานกำลังประชุมอยู่ เธอจึงเข้าไปนั่งรอในห้องทำงานของเขาตอนที่เจี่ยงซื่อฝานกลับมาแล้วเห็นเธอกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานของตน ความโกรธก็พลันพุ่งขึ้นมา “ใครอนุญาตให้เธอมา?”หลินจื่อเวยไม่ตอบอะไร เธอเพียงลุกออกจากเก้าอี้แล้วพุ่งเข้าหาเขา ก่อนจะตวัดเรียวแขนโอบรัดเอวสอบเจี่ยงซื่อฝานรีบยกมือทั้งสองข้างขึ้น “เธอเป็นบ้าอะไรเนี่ย?”“ขอบคุณนะ” หลินจื่อเวยเอ่ยเสียงเบา“ขอบคุณเรื่องอะไร?” เจี่

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่593

    เจี่ยงซื่อฝานอึ้งไปพักใหญ่ ก่อนจะเหยียดยิ้มฝืน ๆ “โง่จริง ๆ ก็มีแต่เธอนั่นแหละที่คิดว่าฉันดีไปหมดทุกอย่าง”หลินจื่อเวยเองก็เงียบไปพักใหญ่ สุดท้ายก็พูดทั้งน้ำตา “ นายดีทุกอย่างนั่นแหละ ยกเว้นเรื่องที่ไม่ชอบฉัน”เจี่ยงซื่อฝานทรุดตัวนั่งลงบนพื้น ผ่านไปพักใหญ่ ๆ เขาถึงพูดขึ้นว่า “ ฉันบอกแล้วว่าฉันมาขอโทษ”หลินจื่อเวยเบือนหน้าหนี ขอบตาแดงก่ำด้วยความน้อยใจเจี่ยงซื่อฝานเอ่ย “ เรื่องนี้เป็นความผิดของฉันทั้งหมด ฉันไม่ควรปล่อยให้เธอเห็นคลิปนั้นแล้วเอาไปฝึกตาม ฉันผิดเองที่เก็บ ไฟล์ข้อมูลของตัวเองไม่ดี”น้ำตาของหลินจื่อเวยไหลพรากลงมาทันที “ ฉันเป็นคนแอบฝึกเอง แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนาย”“ ยังไงก็เป็นเพราะฉันปล่อยปละละเลยเกินไป” เจี่ยงซื่อฝานว่าต่อ “ ฉันทำผิดต่อเธอ ทำผิดต่อเจี่ยนจือด้วย เรื่องนี้ฉันผิดเอง”พอหลินจื่อเวยได้ยินแบบนั้น ไฟโทสะก็ปะทุขึ้นอีกครั้ง ร่างบางชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง “ทำไมต้องพูดถึงยัยนั่นด้วย? นายมาขอโทษฉันนะ! ฉันจะบอกอะไรให้ ฉันทนไม่ได้ที่เห็นนายไปทำดีกับผู้หญิงคนอื่น! ทนไม่ได้ที่เห็นนายไปคบกับคนอื่น!นายรู้ไหมว่าตอนที่นายคบกับผู้หญิงที่ชื่อเจี่ยนจือ ฉันเสียใจขนาดไหน?แล้วตอน

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่592

    พ่อหลินหน้าถอดสีไปทันที “ว่าไงนะ?เป็นไปได้ยังไง?พ่อแม่ของเจี่ยนจือเป็นพวกผีพนันกับคนโลภไม่รู้จักพอไม่ใช่เหรอ แถมน้องชายเพียงคนเดียวก็เป็นพวกไม่เอาถ่านนี่?”“ลูกพี่ลูกน้องครับ คุณรอสซีกับเจี่ยนจือเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน คุณรอสซีรักเจี่ยนจือเหมือนเป็นแก้วตาดวงใจ จะว่ายังไงล่ะครับ……อยู่ดีไม่ว่าดีทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ได้!” พี่ชายหลินจนปัญญาสุด ๆ พ่อหลินตวัดสายตามองพ่อเจี่ยงทันที ความโกรธพลันปะทุขึ้นอีกครั้ง “คุณรู้เรื่องนี้อยู่แล้วใช่ไหม?ในใจคงกำลังหัวเราะเยาะผมสินะ?” คิดดูอีกที คำตอบมันก็แน่นอนอยู่แล้ว ยังไงไอ้คนตระกูลเจี่ยงก็ต้องรู้เรื่องนี้ดี ในเมื่อเจี่ยงซื่อฝานเกือบจะได้กลายเป็นลูกเขยบ้านนั้นแล้ว!เรื่องที่หน้าแตกครั้งนี้ทำเอาพ่อหลินแทบคุมสติตัวเองไว้ไม่อยู่เขาเสียหน้าได้ แต่จะเสียหน้าต่อหน้าเหล่าเจิ้งไม่ได้!พ่อหลินตั้งท่าจะไล่พวกเขากลับด้วยความโมโห แต่แม่เจี่ยงก็เข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยไว้เสียก่อน “โอ๊ย เหล่าหลิน พวกเรารู้จักกันมาตั้งหลายปีแล้วนะคะ อย่าทะเลาะกันเพราะเรื่องแค่นี้เลยนะ?คุณกับเหล่าเจิ้งรู้จักกันมาตั้งแต่หนุ่ม ๆ ผ่านอะไรมาด้วยกันตั้งเท่าไหร่แล้ว เขาเป็นคนยังไงคุณก็น่า

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 591

    คนตระกูลหลินเองก็ไม่เคยมีใครคาดคิดว่าพ่อแม่ของเจี่ยงซื่อฝานและเจี่ยงซื่อฝานจะยังกล้ามาเยี่ยมกันถึงบ้านแบบนี้ แถมยังเอาของฝากมาให้ด้วย โดยที่อ้างเสียน่าฟังว่ามาเยี่ยมเวยเวยตอนนี้พ่อแม่ของหลินจื่อเวยยังคงรู้สึกอคติกับเจี่ยงซื่อฝานมาก สำหรับพวกเขาแล้วสิ่งที่เจี่ยงซื่อฝานทำไม่ต่างอะไรกับการราดน้ำเกลือลงบนแผลสด ไม่ช่วยเหลือกันยังพอว่า แต่นี่กลับออกแถลงการณ์ที่เหมือนการตอกหน้าหลินจื่อเวยกลาย ๆ อีกเพราะแบบนั้น ครอบครัวเจี่ยงจึงไม่ได้รับการต้อนรับอย่างดีนักเพราะต่างก็เป็นตระกูลใหญ่มีหน้ามีตา แม่เจี่ยงจึงทำเป็นไม่สนใจท่าทีเย็นชาของพวกเขา ยังคงชวนคุยสัพเพเหระเหมือนปกติ พอคุยไปพอหอมปากหอมคอแล้ว จึงวกเข้าเรื่องว่าช่วงตรุษจีนนี้ให้สองครอบครัวไปเที่ยวพักผ่อนด้วยกันดีไหม จะได้เปิดโอกาสให้หนุ่มสาวได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น?“ไม่ล่ะ” พ่อหลินตอบ“อ้อ?” แม่เจี่ยงหัวเราะพลางพูดว่า “มีแพลนอื่นแล้วเหรอคะ?”“ใช่ครับ” พ่อหลินตอบ “พวกผมจะไปไห่เฉิง”“ไปไห่เฉิง?” แม่เจี่ยงคลี่ยิ้มบาง “ไม่เลวเลยค่ะ ซื่อฝานเต้นรำอยู่กับคณะนาฏศิลป์ไห่เฉิงพอดีเลย ที่ผ่านมาพวกเราไปไห่เฉิงเพราะเรื่องงานทั้งนั้น ยังไม่มีโอกาสได้เที

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status