แชร์

บทที่ 7

ผู้เขียน: ปลาคาร์ปตัวน้อย
เจี่ยนจือเห็นเวินถิงเยี่ยนกับลั่วอวี่เฉิงกระอักกระอ่วนเพียงครู่เดียว จากนั้นก็ปรับตัวเข้ากับสถานะใหม่นี้ได้อย่างรวดเร็ว ทั้งสองคนหัวเราะและพูดคุยกับคู่ค้าอย่างสนุกสนาน

พวกเขาทั้งสองช่างเหมาะสมกันจริง ๆ …

เจี่ยนจือแอบถ่ายรูปไว้หนึ่งรูป ตอนหันหลังเดินจากไป เข็มที่ฝังอยู่ในใจก็ยังคงทิ่มแทงเธอ ความเจ็บปวดที่แหลมและถี่แผ่ซ่านทั่วหน้าอกอย่างรวดเร็ว ถึงขั้นปวดปลายจมูกแล้ว

"เจี่ยนจือ!" ขณะที่เธอกำลังจะเดินออกจากห้างสรรพสินค้า จู่ ๆ ก็มีคนเรียกชื่อเธอ

เธอหันกลับไปมอง เห็นคนคนหนึ่งยืนอยู่บนบันไดเลื่อนขาลง กำลังโบกมือให้เธอแรง ๆ

ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นอาจารย์!

เป็นอาจารย์จากสถาบันสอนเต้นของเธอในอดีต!

"อาจารย์จ้าว!" เธอรู้สึกเซอร์ไพรส์มาก

อาจารย์จ้าวรีบลงจากบันไดเลื่อน เดินมาถึงตรงหน้าเธอ คว้ามือทั้งสองข้างของเธอไว้ แล้วกล่าวอย่างดีใจมากเช่นกัน "ฉันเห็นแล้วรู้สึกว่าเหมือน พอเรียกดู ก็เป็นเธอจริง ๆ ด้วย! ตอนนี้เธอเป็นยังไงบ้าง? นี่ก็ห้าปีแล้วที่เราไม่ได้เจอกัน"

เจี่ยนจือรู้สึกเศร้าเล็กน้อย

ห้าปีผ่านไปแล้ว เธอใช้ชีวิตเหมือนคนไร้ประโยชน์ เธอจะมีหน้ามาพบอาจารย์ได้อย่างไร?

"ยุ่งไหม? ถ้าไม่ยุ่ง เราไปหาที่นั่งดื่มน้ำชายามบ่ายกันเถอะ" อาจารย์จูงมือเธอ

เธอไม่ยุ่ง

ถ้าเป็นเมื่อก่อน เธออาจจะเก็บตัวต่อไปเพราะความรู้สึกต่ำต้อย ปฏิเสธผู้คนและเรื่องราวทั้งหมดในโลกของการเต้น แต่ตั้งแต่วันที่เธอเปิดอัลบั้มภาพการเต้นในโทรศัพท์มือถือ ก็ราวกับมีรอยแยกแห่งแสงสว่างเปิดขึ้นบนท้องฟ้าที่มืดหม่นของเธอแล้ว

ทันใดนั้นเธอก็เริ่มโหยหาแสงสว่างที่จะส่องเข้ามา

เธอพยักหน้า "ได้ค่ะ อาจารย์" เธอน้ำตาเอ่อคลออย่างไร้เหตุผล

อาจารย์จึงจูงมือเธอ ไปที่ร้านน้ำชายามบ่ายสไตล์อังกฤษที่อยู่กลางชั้นหนึ่ง

"อาจารย์คะ ตอนนี้เพื่อนนักเรียนคนอื่น ๆ เป็นยังไงกันบ้างคะ?" เธอห่างหายจากโลกที่เป็นของเธอมานานเกินไป กลุ่มแชทของเพื่อนร่วมชั้นทั้งหมด เธอก็ได้ออกจากกลุ่มไปแล้ว

"เธออยากรู้จริง ๆ เหรอ?" อาจารย์จ้าวมองเธอแวบหนึ่งอย่างเฉียบคม

อาจารย์จ้าวรู้สถานการณ์ของเธอ เดิมทีเธอได้รับสิทธิ์ศึกษาต่อระดับปริญญาโท แต่จู่ ๆ ก็สละสิทธิ์ อาจารย์ก็ต้องสอบถามอยู่แล้ว ตอนหลังถึงขั้นเคยมาเยี่ยมเธอที่ไห่เฉิงโดยเฉพาะอีกด้วย

เธอออกแรงพยักหน้า

อาจารย์จ้าวจึงเริ่มพูดคุยกับเธอ

เวลาห้าปีนี้ เพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของคน ๆ หนึ่งได้จริง ๆ

เพื่อนร่วมชั้นของเธอ บางคนเข้าคณะการแสดงและการเต้น กลายเป็นนักเต้นหลัก บางคนไปศึกษาต่อต่างประเทศ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกแล้ว บางคนอยู่ต่อเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย เพื่อบ่มเพาะคนรุ่นใหม่

ทุกคนต่างก็มีก้าวที่ยิ่งใหญ่บนเส้นทางชีวิตเดิมของตัวเอง

มีแต่เธอเท่านั้น…

แต่นับแต่วันนี้เป็นต้นไป เธอก็จะไม่เหมือนเดิมแล้ว

เธอจะฮึดสู้และไล่ตามให้ทัน แม้เธอจะเต้นไม่ได้แล้ว เธอก็จะต้องค้นหาที่ยืนของตัวเองในเส้นทางอื่นให้ได้!

"อาจารย์คะ หนู...หนูเองก็ส่งผลสอบให้อาจารย์ได้แล้วเหมือนกัน" เธอร้อนผ่าวในดวงตา ตอนนี้เธอรู้สึกผิดต่อความคาดหวังของอาจารย์จริง ๆ

"ดีเลย" อาจารย์จ้าวยิ้มเหมือนเคย

เจี่ยนจือกระซิบข้างหูอาจารย์จ้าว เล่าเรื่องที่เธอจะไปศึกษาต่อต่างประเทศให้ฟัง

"เยี่ยมเลย! ฉันรู้อยู่แล้ว! ลูกศิษย์ของฉัน ไม่มีคนอ่อนแอหรอก!" อาจารย์จ้าวจับมือเธอพลางอุทาน "จริงสิ พวกเราจะมีทัวร์การแสดงที่ยุโรปพอดี เธอตามไปสัมผัสบรรยากาศ ปรับตัวให้เข้ากับชีวิตที่ยุโรปหน่อยไหมล่ะ!"

"แต่หนู..." ขาของเธอจะไหวเหรอ? เธอเต้นไม่ได้อีกแล้ว แค่เดินยังช้ากว่าคนอื่น วิชาที่เธอสมัครเรียนต่อระดับปริญญาโทก็เป็นสาขาทางทฤษฎี

"ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้หรอก! ถ้าตอนนั้นเธอไม่เกิดอุบัติเหตุ ก็คงได้เป็นสมาชิกของทีมเต้นเยาวชนไปแล้ว ครั้งนี้ เธอแค่ตามไปเป็นคนเดินเอกสาร! ทีมงานดูแลเวที! เป็นช่างแต่งหน้าก็พอ!"

อาจารย์จ้าวกล่าวอย่างหนักแน่น ไม่ได้มองเธอเป็นคนขาเป๋เลย

เจี่ยนจืออดยิ้มไม่ได้ เธอชอบความรู้สึกเวลาไม่ถูกมองเป็นคนขาเป๋ เธอเต้นไม่ได้แล้ว ก็ยังทำอย่างอื่นได้ ไม่ใช่ว่าเธอเต้นไม่ได้แล้วก็กลายเป็นคนไร้ค่า…

พูดจบ โทรศัพท์มือถือของอาจารย์จ้าวก็สั่น มีข้อความเข้ามา

"สามีฉันเอง เธอจะถือไหมถ้าเขาจะมาดื่มชาด้วยกัน?" อาจารย์จ้าวขอความเห็นจากเธอ

"ได้เลยค่ะ" เธอยิ้ม

ที่จริงเธอกลัวนิดหน่อย

ใช้ชีวิตแบบเก็บตัวมาห้าปี เธอจึงไม่ชินกับการพบคนแปลกหน้าแล้ว แต่ถึงอย่างไร เธอก็ต้องผ่านก้าวแรกออกไปไม่ใช่เหรอ?

"งั้นฉันจะให้เขามานะ" อาจารย์จ้าวกล่าวพลางตอบข้อความ

แต่สิ่งที่เจี่ยนจือคาดไม่ถึงเลยก็คือ สามีของอาจารย์จ้าวคือคู่ค้าคนใหม่ของเวินถิงเยี่ยน คือคนเดียวกับที่เธอเพิ่งเห็นเมื่อครู่นี้

"เขามาคุยธุรกิจที่ไห่เฉิง ฉันเลยมาเที่ยวด้วยสองสามวัน ไม่คิดว่าจะมาเจอเธอที่นี่ ถือเป็นพรหมลิขิตเหมือนกันนะ..."

อาจารย์จ้าวพูดแนะนำสามีของเธอ แต่เจี่ยนจือกลับเห็นเวินถิงเยี่ยน ลั่วอวี่เฉิงและสามีของอาจารย์จ้าวเดินมาทางโต๊ะน้ำชาตรงนี้พร้อมกัน

ในที่สุด พวกเขาก็เดินมาถึงตรงหน้าแล้ว

เจี่ยนจือนั่งอยู่กับที่ เธอเห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจบนใบหน้าเวินถิงเยี่ยนกับลั่วอวี่เฉิง สีหน้าแดงก่ำสลับขาวซีด

"มาครับ เชิญนั่งครับ นี่ภรรยาของผม แซ่จ้าว เป็นครูสอนเต้นครับ" สามีของอาจารย์จ้าวแนะนำ "นี่คือคุณเวินถิงเยี่ยนที่ผมมาติดต่อธุรกิจด้วยครั้งนี้ ส่วนนี่คือภรรยาของเขาครับ"

พอพูดคำว่า "ภรรยา" จบ มือของเวินถิงเยี่ยนก็สั่นเล็กน้อย ลั่วอวี่เฉิงก็นั่งไม่ติดที่ อึดอัดทำตัวไม่ถูก ทั้งสองคนจ้องเจี่ยนจืออย่างประหม่า

เจี่ยนจือก็แค่มองพวกเขา แล้วยิ้มเรียบ ๆ

อาจารย์จ้าวแนะนำเจี่ยนจือ "นี่คือสามีฉันเอง แซ่อู๋" จากนั้นชี้ไปที่เจี่ยนจือ "นี่คือนักเรียนของฉันเองค่ะ เธอมีแววจะได้รางวัลเถาหลี่คัพมากที่สุดในปีนั้นเลยนะ”

พอเวินถิงเยี่ยนได้ยินคำว่า "เถาหลี่คัพ" แววตาของเขาก็หม่นหมองอย่างถึงที่สุด เคลื่อนสายตาต่ำลง เหมือนอยากจะมองไปที่ขาของเจี่ยนจือ

เจี่ยนจือเห็นแล้ว ชั่วขณะนั้นในดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

ใช่แล้ว จะไม่เจ็บปวดได้ยังไงล่ะ?

ถ้าตอนนั้นขาของเธอไม่พิการ เขาก็คงไม่แต่งงานกับเธอ แล้วคนข้างกายเขาตอนนี้ ก็จะเป็นภรรยาของเขาได้อย่างถูกต้องชอบธรรมแล้ว

เจี่ยนจือยิ้มเล็กน้อย "อาจารย์จ้าว คุณอู๋ ที่จริงแล้วฉันคือ..."

"อ๊า" ลั่วอวี่เฉิงกรีดร้องออกมา ขัดจังหวะเจี่ยนจือที่กำลังพูด

เจี่ยนจือหยุดชะงัก

ลั่วอวี่เฉิงทำน้ำชาหก น้ำชาร้อน ๆ หกเลอะเต็มตัว

"ขะ... ขอโทษค่ะ ขออภัยนะคะฉันนี่...ฉันเสียมารยาทจัง" เธอรีบใช้กระดาษเช็ดน้ำ

"ไม่เป็นรค่ะ ไม่เป็นไร" อาจารย์จ้าวไม่รู้เรื่องรู้ราว ยังช่วยส่งกระดาษให้เธอด้วย

น้ำชาถ้วยเดียว ขัดขวางไม่ให้เจี่ยนจือพูดความจริง

แต่ถ้าเจี่ยนจือต้องการพูดต่อ เธอจะหยุดได้เหรอ?

เวินถิงเยี่ยนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามส่งสายตาขอร้องให้เจี่ยนจือ เขาส่ายศีรษะเบา ๆ ขยับปากบอกใบ้ว่า "อย่าพูดนะ อย่าพูด"

หึหึ ที่จริงเธอก็ไม่อยากพูดเหมือนกัน แค่แกล้งพูดออกมาครึ่งเดียว เพราะอยากเห็นสีหน้าลนลานของคนทั้งสองเท่านั้น

การจิบน้ำชายามบ่ายครั้งนี้ มีบางร้อนรนเหมือนนั่งบนเข็ม บางคนกลับดูสงบเป็นธรรมชาติ

ขณะที่เจี่ยนจือยกถ้วยชา อาจารย์จ้าวก็สังเกตเห็นมือของเธอทันที "เจี่ยนจือ เธอใส่แหวนแต่งงานด้วยเหรอ สามีเธอเป็นใคร?"

ราวกับฟ้าผ่ากลางวันแสก ๆ ทำเอาเวินถิงเยี่ยนกับลั่วอวี่เฉิงที่นั่งอยู่ตรงข้ามสีหน้าเปลี่ยนไปมาก

เจี่ยนจือมองมือของเวินถิงเยี่ยนที่พิงถ้วยชา เธอยกมุมปากยิ้มเย้ย เขาไม่เคยสวมแหวนเลย แหวนแต่งงานคู่ที่แลกกันนั้น หลังจบพิธีแต่งงานเขาก็ถอดออก ไม่รู้ว่าตอนนี้ไปวางให้ฝุ่นเกาะอยู่ตรงไหนแล้ว

"ใช่ค่ะ ฉันแต่งงานมาห้าปีแล้ว" เจี่ยนจือพูดเบา ๆ "สามีของฉันแซ่เวินค่ะ"

"บังเอิญขนาดนี้เลยเหรอ แซ่เวินด้วยเหมือนกัน?" เวินถิงเยี่ยนรีบพูดทันที

สื่อความหมายชัดเจนเกินไปแล้ว เขาไม่ต้องการให้เธอพูดต่อ

"ใช่ค่ะ แซ่เวินเหมือนกัน ทำธุรกิจเหมือนกัน แค่ไม่ได้ทำธุรกิจใหญ่เท่าประธานเวิน" เจี่ยนจือตอบแล้วจิบชา

มองผ่านถ้วยชา เจี่ยนจือเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเขาโล่งใจ

"บังเอิญจริง ๆ ครับ ครั้งหน้าเชิญคุณเวินของคุณมาดื่มชาด้วยกันนะครับ" เพราะเป็นนักเรียนของอาจารย์จ้าว คุณอู๋จึงให้ความเคารพเป็นพิเศษ กล่าวเชิญชวนแล้ว

เวินถิงเยี่ยนสีหน้าเปลี่ยนไปอีกครั้ง

เจี่ยนจือรู้สึกตลกจริง ๆ แต่งงานกันมาห้าปี การแสดงออกทางสีหน้าของเขารวมกันยังไม่มากเท่าช่วงบ่ายวันนี้เลย

ในสถานการณ์แบบนี้ เวินถิงเยี่ยนนั่งอยู่ที่นี่นานมากไม่ได้แล้ว หลังจากพูดคุยกันได้สักพัก ก็บอกว่ามีธุระต้องขอตัวก่อน

แต่เขาก็ไม่วางใจที่จะปล่อยให้เจี่ยนจืออยู่คนเดียวที่นี่อีก กลัวเธอจะพูดจาเหลวไหล จึงส่งสายตาบอกให้เธอรีบตามไปด้วย

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
ความคิดเห็น (12)
goodnovel comment avatar
Orathai Ketwattha
เลิกไปเลยผัวแบบนี้
goodnovel comment avatar
Phenprapha Iamsithong
ทำยากจริงค่ะ มั่วเลยบางครั้ง
goodnovel comment avatar
Phenprapha Iamsithong
สมัยมือถือหาเงินได้นี่ยายตามไม่ค่อยทันเลย เดี๋ยวเดียวหมดไปทีละ200เร็วจริง
ดูความคิดเห็นทั้งหมด

บทล่าสุด

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 600

    เวินถิงเยี่ยนถูกส่งเข้าไอซียูแล้ว นั่นก็หมายความว่าตอนนี้พวกเธอจะไม่ได้เจอเขาอีกภายใต้การเกลี้ยกล่อมซ้ำแล้วซ้ำเล่าของเจี่ยนหลาน แอนนากับเจี่ยนจือถึงยอมออกจากโรงพยาบาลแล้วกลับบ้านเจี่ยนจือวางใจเรื่องแอนนาไม่ได้จริง ๆตลอดทาง แอนนาเอาแต่นิ่งเหม่อราวกับยังไม่สามารถยอมรับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับเวินถิงเยี่ยนได้เลยคำพูดมากมายของเจี่ยนจือ ทั้งคำขอโทษ คำสัญญา คำรับรอง...ไม่มีคำไหนเลยที่เธอจะพูดออกมาได้พอแอนนาเดินออกจากอาคารผู้ป่วย ก็เดินตรงไปทางนอกโรงพยาบาล ถึงขั้นลืมไปด้วยซ้ำว่าต้องขึ้นรถของพวกเขา“แอนนา...” เจี่ยนจือเรียกเธอเอาไว้แอนนาหันกลับมาด้วยท่าทางเหม่อลอย“แอนนา” พอเห็นแอนนาเป็นแบบนี้ เจี่ยนจือก็แทบร้องไห้ออกมา “ถ้างั้นช่วงนี้เธอไปพักที่บ้านฉันสักระยะดีไหม?”เธอกังวลว่าแอนนาจะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ด้วยตัวคนเดียวไม่ไหวแต่แอนนากลับยิ้มบาง ๆ แล้วส่ายหน้าเธอยังยิ้มได้ยังไงกัน...หัวใจของเจี่ยนจือเปรี้ยวฝาดราวกับมะนาวลูกหนึ่งที่กำลังถูกบิดจนแหลกเพื่อคั้นน้ำออกมา“แอนนา” เจี่ยนจือกลั้นไม่ไหวอีกครั้ง เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้น “ไปอยู่กับพวกเราก่อนเถอะ จะได

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 599

    เจี่ยนจือกับแอนนารออยู่นอกห้องฉุกเฉินนานมาก นานแสนนานจนกระทั่งฟ้ามืดสนิท ทั้งสามคนจึงทยอยถูกเข็นออกมาคนแรกที่ออกมาคือเซนต์ หรือก็คือบอดี้การ์ดที่ถูกยิง เขาได้รับบาดเจ็บตรงหัวไหล่ ตอนถูกเข็นออกมา บริเวณแผลถูกพันด้วยผ้าก๊อซ และตัวเขาก็มีสติแจ่มชัดแล้ว นอกจากสีหน้าจะซีดเล็กน้อยแล้ว ดูท่าทางสภาพจิตใจยังดีอยู่ หลังจากบอกเจี่ยนหลานว่าตัวเองไม่เป็นไรมาก ก็ถูกส่งตัวไปยังห้องพักผู้ป่วยจากนั้นก็เป็นบอดี้การ์ดที่ถูกรถชน เขากระดูกขาหัก ตอนถูกเข็นออกมา ขาข้างหนึ่งใส่เฝือกไว้ อย่างน้อยตอนนี้ก็ไม่มีอันตรายถึงชีวิตแล้วเจี่ยนจือมองขาของบอดี้การ์ดที่ถูกหุ้มด้วยเฝือก ความทรงจำอันห่างไกลช่วงหนึ่งพลันไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวอย่างรุนแรงราวกับคลื่นยักษ์ที่กำลังซัดกระหน่ำเธอกำเสื้อของเจี่ยนหลานแน่น “พี่ เขาจะขาเป๋ไหม?”บอดี้การ์ดก็เป็นคน ไม่ใช่เครื่องจักร เขาเพียงแค่ทำงานที่มีความเสี่ยงสูงงานหนึ่งเท่านั้น ถ้าต้องพิการเพราะเรื่องนี้...อาจเป็นเพราะตัวเธอเองเคยผ่านประสบการณ์แบบเดียวกันมาก่อน ดังนั้นเมื่อเห็นเฝือก จึงยิ่งรู้สึกบีบหัวใจเป็นพิเศษเจี่ยนหลานตบมือเธอเบา ๆ ก่อนจะไปถามรายละเอียดจากหมอ หลังจาก

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 598

    เจี่ยนจือถือโทรศัพท์ ก้มหน้าพิมพ์ข้อความหาแอนนา แต่ไม่ว่าจะทำยังไงก็มองตัวหนังสือบนหน้าจอไม่ชัด จนกระทั่งน้ำตาเม็ดใหญ่ไหลลงมาหยดใส่หน้าจอ เธอจึงได้รู้ว่าน้ำตาบดบังสายตาของเธอมานานแล้วเธอยกมือเช็ดน้ำตาอย่างแรง ก่อนจะเช็ดโทรศัพท์ให้สะอาด แล้วจึงบอกแอนนาว่าทั้งสามคนถูกส่งไปโรงพยาบาลแล้ว ส่วนเป็นโรงพยาบาลไหน เธอยังต้องถามอีกทีแต่ในตอนนั้นเอง โทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นอีกครั้งครั้งนี้เป็นเจี่ยงอวี๋ฝานเจี่ยงอวี๋ฝานโทรหาเธอตอนนี้ทำไม?“พี่! พี่อยู่ไหนน่ะ?” เสียงของเจี่ยงอวี๋ฝานฟังดูร้อนรนไม่แพ้กัน“ฉันอยู่ที่บ้าน” เจี่ยนจือปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ“อ๋อ ค่อยยังชั่ว ดีแล้ว” เจี่ยงอวี๋ฝานถอนหายใจอย่างเห็นได้ชัด “พี่ ช่วงนี้ถ้าไม่มีธุระก็อย่าออกไปไหนนะ ถ้ามีธุระด่วนต้องออกไปจริง ๆ ก็ต้องพาบอดี้การ์ดไปหลาย ๆ คน”“เธอ...ทำไม?” หรือเจี่ยงอวี๋ฝานก็รู้อะไรบางอย่างเหมือนกัน?“พี่ มีคนคิดจะทำร้ายพี่ คนนามสกุลลั่ว พี่ต้องระวังตัวให้ดีนะ”“เธอรู้ได้ยังไง?” เจี่ยนจือตกใจ“หนู…”เจี่ยงอวี๋ฝานยังพูดไม่ทันจบ สายก็ตัดไปเสียก่อนเจี่ยนจือเริ่มเป็นห่วงขึ้นมา เจี่ยงอวี๋ฝานคงไม่ได้เกิดเรื่องอะไรขึ้นเห

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 597

    พอหลับตาลง เสียงปืนก็ดังขึ้นข้างหู ตามมาด้วยเสียงเครื่องยนต์คำราม ภาพคนที่ถูกชนจนกระเด็นลอยไปปรากฏขึ้นตรงหน้า รวมถึงกองเลือดบนพื้นที่ไหลออกมาหลังจากบอดี้การ์ดถูกยิงจนล้มลงจากนั้นเธอก็ได้รับสายจากแอนนาเสียงของแอนนาดังมาจากปลายสายอย่างร้อนรนเป็นพิเศษ “เจี่ยน เธออยู่ไหน? รีบกลับบ้านเร็ว มีคนคิดจะทำร้ายเธอ”ที่แท้แอนนาก็โทรหาเธอเพราะเรื่องนี้เอง...เจี่ยนจืออยากพูด แต่เสียงทั้งหมดกลับติดอยู่ในลำคอ พูดไม่ออกเลยแม้แต่คำเดียวเธอรู้สึกผิดต่อแอนนา“เจี่ยน เวินไปหาเธอแล้ว! เธอเจอเขาหรือยัง? ตอนนี้เธอเป็นยังไงบ้าง? ไม่เป็นอะไรใช่ไหม?” แอนนาร้อนใจและก็เป็นห่วงเธอมาก แน่นอนว่าเธอก็คงกำลังเป็นห่วงเวินถิงเยี่ยนอยู่ด้วยแต่เจี่ยนจือจะพูดกับเธอยังไงดี?“แอนนา...” เจี่ยนจือเอ่ยปาก เสียงของเธอแหบพร่าไปหมดแล้ว “เวินถิงเยี่ยนเขา...ขอโทษนะ...เวินถิงเยี่ยนเขา...ถูกรถชน...”ตอนที่พูดประโยคนี้ออกมา อารมณ์ของเธอก็พังทลายลงในชั่วพริบตา“ขอโทษนะแอนนา...ขอโทษ...” เธอพยายามอย่างมากที่จะกลั้นเอาไว้ไม่ให้ร้องไห้ออกมาแอนนาเงียบไปนานมาก ราวกับต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งกว่าจะตั้งสติได้ ก่อนจะถามเธอว่า “ตอ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 596

    เจี่ยนจือหันกลับไปมองเวินถิงเยี่ยนกับบอดี้การ์ดที่นอนอยู่บนพื้นแวบหนึ่ง หัวใจบีบรัดแน่นด้วยความเป็นห่วง แต่เธอก็ยังรีบตามอัลเลนขึ้นรถไปติด ๆเสียงปืนทำให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตกใจจนรีบเข้ามาดู อัลเลนเอ่ยอย่างร้อนรนว่า “รีบแจ้งตำรวจ เรียกรถพยาบาลเร็ว!”พูดจบ เขาก็หันไปพูดกับทั้งสามคนที่นอนอยู่บนพื้นว่า “อดทนไว้นะ ผมจะขับรถออกไปก่อน แล้วค่อยแจ้งคุณรอสซี”คุณย่าตกใจกลัวจนจับมือเจี่ยนจือไว้แน่น ทั้งที่ตัวเองหวาดกลัวมาก แต่ก็ยังปลอบเจี่ยนจือว่า “จือจือไม่ต้องกลัวนะ ไม่ต้องกลัว ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว หมอกับตำรวจกำลังจะมา พวกเขาสามคนจะต้องไม่เป็นอะไร”เจี่ยนจือแนบตัวอยู่กับกระจกรถ มองทั้งสามคนที่ค่อย ๆ ห่างออกไป รวมถึงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ ในหัวของเธอมีแต่เสียงหึ่ง ๆ ดังไม่หยุด ส่วนหัวใจก็เหมือนมีใครถือกลองใบใหญ่มาทุบอย่างแรง ตึก…ตึก…ตึก… ทุบเสียจนใจเธอสั่นราวกับจะกระเด็นออกมา แม้แต่ในหู ในสมอง ก็เหมือนมีใครกำลังทุบดัง ตึก…ตึก…ตึก… อยู่ตลอดเวลาเธอกุมหน้าอกพลางหอบหายใจแรง “คุณย่า หนูไม่เป็นไร หนูไม่ได้กลัว แล้วคุณย่าล่ะ? เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?”“ย่าไม่เป็นไร

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 595

    ใกล้จะถึงเทศกาลตรุษจีนแล้วถึงแม้ตัวจะอยู่ที่ต่างประเทศ แต่สำหรับคนตระกูลเจี่ยนตรุษจีนยังคงเป็นเทศกาลที่สำคัญที่สุดของปีโดยเฉพาะกับคุณย่า พอถึงช่วงนี้ทีไรท่านก็มักจะยุ่งอยู่กับการเตรียมงานฉลองตามขนบธรรมเนียมเดิมที่คุ้นเคย ซึ่งเรื่องพวกนี้ล้วนแต่เป็นเรื่องที่คนงานที่บ้านคุณป้าจัดการไม่ได้ จึงกลายเป็นหน้าที่ของคุณป้า เจี่ยนจือและเจี่ยนหลานที่ต้องช่วยคุณย่าจัดเตรียมทุกอย่างเองโดยเฉพาะเจี่ยนจือที่ยังไม่เปิดเทอม จึงมีเวลาช่วยคุณย่ามากกว่าคนอื่นทั้งเตรียมเนื้อเค็ม ตัดกระดาษมงคลตกแต่งหน้าต่างและประตู แถมยังถึงขั้นที่ไปซื้อโม่เล็ก ๆ มาอันหนึ่ง ตั้งใจจะบดข้าวเหนียวสำหรับทำบัวลอยจีนไม่มีทั้งคำพูดที่ว่า “ที่บ้านมีแฮมสเปนชั้นดีอยู่แล้วจะยังทำเนื้อเค็มไปทำไม” หรือแม้แต่ “ในซูเปอร์มาเก็ตจีนก็มีเม็ดบัวลอยสำเร็จรูปขายตั้งเยอะ นั่งโม่เองลำบากจะตาย” ทุกคนต่างเต็มใจทำตามขนมธรรมเนียมที่คุณย่ายึดถือ และที่สำคัญพวกเขาเองก็มีความสุขกับการได้ทำสิ่งเหล่านี้ไปด้วยกันถึงขนาดที่เจี่ยนหลานสนใจเครื่องโม่หินมาก เขาถึงขั้นเปิดดูคลิปสอนวิธีใช้ตามอินเทอร์เน็ต จำได้ว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งเขาถึงกับตื่นเช้ามาโม่ถั่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status