Share

บทที่ 7

Penulis: ปลาคาร์ปตัวน้อย
เจี่ยนจือเห็นเวินถิงเยี่ยนกับลั่วอวี่เฉิงกระอักกระอ่วนเพียงครู่เดียว จากนั้นก็ปรับตัวเข้ากับสถานะใหม่นี้ได้อย่างรวดเร็ว ทั้งสองคนหัวเราะและพูดคุยกับคู่ค้าอย่างสนุกสนาน

พวกเขาทั้งสองช่างเหมาะสมกันจริง ๆ …

เจี่ยนจือแอบถ่ายรูปไว้หนึ่งรูป ตอนหันหลังเดินจากไป เข็มที่ฝังอยู่ในใจก็ยังคงทิ่มแทงเธอ ความเจ็บปวดที่แหลมและถี่แผ่ซ่านทั่วหน้าอกอย่างรวดเร็ว ถึงขั้นปวดปลายจมูกแล้ว

"เจี่ยนจือ!" ขณะที่เธอกำลังจะเดินออกจากห้างสรรพสินค้า จู่ ๆ ก็มีคนเรียกชื่อเธอ

เธอหันกลับไปมอง เห็นคนคนหนึ่งยืนอยู่บนบันไดเลื่อนขาลง กำลังโบกมือให้เธอแรง ๆ

ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นอาจารย์!

เป็นอาจารย์จากสถาบันสอนเต้นของเธอในอดีต!

"อาจารย์จ้าว!" เธอรู้สึกเซอร์ไพรส์มาก

อาจารย์จ้าวรีบลงจากบันไดเลื่อน เดินมาถึงตรงหน้าเธอ คว้ามือทั้งสองข้างของเธอไว้ แล้วกล่าวอย่างดีใจมากเช่นกัน "ฉันเห็นแล้วรู้สึกว่าเหมือน พอเรียกดู ก็เป็นเธอจริง ๆ ด้วย! ตอนนี้เธอเป็นยังไงบ้าง? นี่ก็ห้าปีแล้วที่เราไม่ได้เจอกัน"

เจี่ยนจือรู้สึกเศร้าเล็กน้อย

ห้าปีผ่านไปแล้ว เธอใช้ชีวิตเหมือนคนไร้ประโยชน์ เธอจะมีหน้ามาพบอาจารย์ได้อย่างไร?

"ยุ่งไหม? ถ้าไม่ยุ่ง เราไปหาที่นั่งดื่มน้ำชายามบ่ายกันเถอะ" อาจารย์จูงมือเธอ

เธอไม่ยุ่ง

ถ้าเป็นเมื่อก่อน เธออาจจะเก็บตัวต่อไปเพราะความรู้สึกต่ำต้อย ปฏิเสธผู้คนและเรื่องราวทั้งหมดในโลกของการเต้น แต่ตั้งแต่วันที่เธอเปิดอัลบั้มภาพการเต้นในโทรศัพท์มือถือ ก็ราวกับมีรอยแยกแห่งแสงสว่างเปิดขึ้นบนท้องฟ้าที่มืดหม่นของเธอแล้ว

ทันใดนั้นเธอก็เริ่มโหยหาแสงสว่างที่จะส่องเข้ามา

เธอพยักหน้า "ได้ค่ะ อาจารย์" เธอน้ำตาเอ่อคลออย่างไร้เหตุผล

อาจารย์จึงจูงมือเธอ ไปที่ร้านน้ำชายามบ่ายสไตล์อังกฤษที่อยู่กลางชั้นหนึ่ง

"อาจารย์คะ ตอนนี้เพื่อนนักเรียนคนอื่น ๆ เป็นยังไงกันบ้างคะ?" เธอห่างหายจากโลกที่เป็นของเธอมานานเกินไป กลุ่มแชทของเพื่อนร่วมชั้นทั้งหมด เธอก็ได้ออกจากกลุ่มไปแล้ว

"เธออยากรู้จริง ๆ เหรอ?" อาจารย์จ้าวมองเธอแวบหนึ่งอย่างเฉียบคม

อาจารย์จ้าวรู้สถานการณ์ของเธอ เดิมทีเธอได้รับสิทธิ์ศึกษาต่อระดับปริญญาโท แต่จู่ ๆ ก็สละสิทธิ์ อาจารย์ก็ต้องสอบถามอยู่แล้ว ตอนหลังถึงขั้นเคยมาเยี่ยมเธอที่ไห่เฉิงโดยเฉพาะอีกด้วย

เธอออกแรงพยักหน้า

อาจารย์จ้าวจึงเริ่มพูดคุยกับเธอ

เวลาห้าปีนี้ เพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของคน ๆ หนึ่งได้จริง ๆ

เพื่อนร่วมชั้นของเธอ บางคนเข้าคณะการแสดงและการเต้น กลายเป็นนักเต้นหลัก บางคนไปศึกษาต่อต่างประเทศ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกแล้ว บางคนอยู่ต่อเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย เพื่อบ่มเพาะคนรุ่นใหม่

ทุกคนต่างก็มีก้าวที่ยิ่งใหญ่บนเส้นทางชีวิตเดิมของตัวเอง

มีแต่เธอเท่านั้น…

แต่นับแต่วันนี้เป็นต้นไป เธอก็จะไม่เหมือนเดิมแล้ว

เธอจะฮึดสู้และไล่ตามให้ทัน แม้เธอจะเต้นไม่ได้แล้ว เธอก็จะต้องค้นหาที่ยืนของตัวเองในเส้นทางอื่นให้ได้!

"อาจารย์คะ หนู...หนูเองก็ส่งผลสอบให้อาจารย์ได้แล้วเหมือนกัน" เธอร้อนผ่าวในดวงตา ตอนนี้เธอรู้สึกผิดต่อความคาดหวังของอาจารย์จริง ๆ

"ดีเลย" อาจารย์จ้าวยิ้มเหมือนเคย

เจี่ยนจือกระซิบข้างหูอาจารย์จ้าว เล่าเรื่องที่เธอจะไปศึกษาต่อต่างประเทศให้ฟัง

"เยี่ยมเลย! ฉันรู้อยู่แล้ว! ลูกศิษย์ของฉัน ไม่มีคนอ่อนแอหรอก!" อาจารย์จ้าวจับมือเธอพลางอุทาน "จริงสิ พวกเราจะมีทัวร์การแสดงที่ยุโรปพอดี เธอตามไปสัมผัสบรรยากาศ ปรับตัวให้เข้ากับชีวิตที่ยุโรปหน่อยไหมล่ะ!"

"แต่หนู..." ขาของเธอจะไหวเหรอ? เธอเต้นไม่ได้อีกแล้ว แค่เดินยังช้ากว่าคนอื่น วิชาที่เธอสมัครเรียนต่อระดับปริญญาโทก็เป็นสาขาทางทฤษฎี

"ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้หรอก! ถ้าตอนนั้นเธอไม่เกิดอุบัติเหตุ ก็คงได้เป็นสมาชิกของทีมเต้นเยาวชนไปแล้ว ครั้งนี้ เธอแค่ตามไปเป็นคนเดินเอกสาร! ทีมงานดูแลเวที! เป็นช่างแต่งหน้าก็พอ!"

อาจารย์จ้าวกล่าวอย่างหนักแน่น ไม่ได้มองเธอเป็นคนขาเป๋เลย

เจี่ยนจืออดยิ้มไม่ได้ เธอชอบความรู้สึกเวลาไม่ถูกมองเป็นคนขาเป๋ เธอเต้นไม่ได้แล้ว ก็ยังทำอย่างอื่นได้ ไม่ใช่ว่าเธอเต้นไม่ได้แล้วก็กลายเป็นคนไร้ค่า…

พูดจบ โทรศัพท์มือถือของอาจารย์จ้าวก็สั่น มีข้อความเข้ามา

"สามีฉันเอง เธอจะถือไหมถ้าเขาจะมาดื่มชาด้วยกัน?" อาจารย์จ้าวขอความเห็นจากเธอ

"ได้เลยค่ะ" เธอยิ้ม

ที่จริงเธอกลัวนิดหน่อย

ใช้ชีวิตแบบเก็บตัวมาห้าปี เธอจึงไม่ชินกับการพบคนแปลกหน้าแล้ว แต่ถึงอย่างไร เธอก็ต้องผ่านก้าวแรกออกไปไม่ใช่เหรอ?

"งั้นฉันจะให้เขามานะ" อาจารย์จ้าวกล่าวพลางตอบข้อความ

แต่สิ่งที่เจี่ยนจือคาดไม่ถึงเลยก็คือ สามีของอาจารย์จ้าวคือคู่ค้าคนใหม่ของเวินถิงเยี่ยน คือคนเดียวกับที่เธอเพิ่งเห็นเมื่อครู่นี้

"เขามาคุยธุรกิจที่ไห่เฉิง ฉันเลยมาเที่ยวด้วยสองสามวัน ไม่คิดว่าจะมาเจอเธอที่นี่ ถือเป็นพรหมลิขิตเหมือนกันนะ..."

อาจารย์จ้าวพูดแนะนำสามีของเธอ แต่เจี่ยนจือกลับเห็นเวินถิงเยี่ยน ลั่วอวี่เฉิงและสามีของอาจารย์จ้าวเดินมาทางโต๊ะน้ำชาตรงนี้พร้อมกัน

ในที่สุด พวกเขาก็เดินมาถึงตรงหน้าแล้ว

เจี่ยนจือนั่งอยู่กับที่ เธอเห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจบนใบหน้าเวินถิงเยี่ยนกับลั่วอวี่เฉิง สีหน้าแดงก่ำสลับขาวซีด

"มาครับ เชิญนั่งครับ นี่ภรรยาของผม แซ่จ้าว เป็นครูสอนเต้นครับ" สามีของอาจารย์จ้าวแนะนำ "นี่คือคุณเวินถิงเยี่ยนที่ผมมาติดต่อธุรกิจด้วยครั้งนี้ ส่วนนี่คือภรรยาของเขาครับ"

พอพูดคำว่า "ภรรยา" จบ มือของเวินถิงเยี่ยนก็สั่นเล็กน้อย ลั่วอวี่เฉิงก็นั่งไม่ติดที่ อึดอัดทำตัวไม่ถูก ทั้งสองคนจ้องเจี่ยนจืออย่างประหม่า

เจี่ยนจือก็แค่มองพวกเขา แล้วยิ้มเรียบ ๆ

อาจารย์จ้าวแนะนำเจี่ยนจือ "นี่คือสามีฉันเอง แซ่อู๋" จากนั้นชี้ไปที่เจี่ยนจือ "นี่คือนักเรียนของฉันเองค่ะ เธอมีแววจะได้รางวัลเถาหลี่คัพมากที่สุดในปีนั้นเลยนะ”

พอเวินถิงเยี่ยนได้ยินคำว่า "เถาหลี่คัพ" แววตาของเขาก็หม่นหมองอย่างถึงที่สุด เคลื่อนสายตาต่ำลง เหมือนอยากจะมองไปที่ขาของเจี่ยนจือ

เจี่ยนจือเห็นแล้ว ชั่วขณะนั้นในดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

ใช่แล้ว จะไม่เจ็บปวดได้ยังไงล่ะ?

ถ้าตอนนั้นขาของเธอไม่พิการ เขาก็คงไม่แต่งงานกับเธอ แล้วคนข้างกายเขาตอนนี้ ก็จะเป็นภรรยาของเขาได้อย่างถูกต้องชอบธรรมแล้ว

เจี่ยนจือยิ้มเล็กน้อย "อาจารย์จ้าว คุณอู๋ ที่จริงแล้วฉันคือ..."

"อ๊า" ลั่วอวี่เฉิงกรีดร้องออกมา ขัดจังหวะเจี่ยนจือที่กำลังพูด

เจี่ยนจือหยุดชะงัก

ลั่วอวี่เฉิงทำน้ำชาหก น้ำชาร้อน ๆ หกเลอะเต็มตัว

"ขะ... ขอโทษค่ะ ขออภัยนะคะฉันนี่...ฉันเสียมารยาทจัง" เธอรีบใช้กระดาษเช็ดน้ำ

"ไม่เป็นรค่ะ ไม่เป็นไร" อาจารย์จ้าวไม่รู้เรื่องรู้ราว ยังช่วยส่งกระดาษให้เธอด้วย

น้ำชาถ้วยเดียว ขัดขวางไม่ให้เจี่ยนจือพูดความจริง

แต่ถ้าเจี่ยนจือต้องการพูดต่อ เธอจะหยุดได้เหรอ?

เวินถิงเยี่ยนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามส่งสายตาขอร้องให้เจี่ยนจือ เขาส่ายศีรษะเบา ๆ ขยับปากบอกใบ้ว่า "อย่าพูดนะ อย่าพูด"

หึหึ ที่จริงเธอก็ไม่อยากพูดเหมือนกัน แค่แกล้งพูดออกมาครึ่งเดียว เพราะอยากเห็นสีหน้าลนลานของคนทั้งสองเท่านั้น

การจิบน้ำชายามบ่ายครั้งนี้ มีบางร้อนรนเหมือนนั่งบนเข็ม บางคนกลับดูสงบเป็นธรรมชาติ

ขณะที่เจี่ยนจือยกถ้วยชา อาจารย์จ้าวก็สังเกตเห็นมือของเธอทันที "เจี่ยนจือ เธอใส่แหวนแต่งงานด้วยเหรอ สามีเธอเป็นใคร?"

ราวกับฟ้าผ่ากลางวันแสก ๆ ทำเอาเวินถิงเยี่ยนกับลั่วอวี่เฉิงที่นั่งอยู่ตรงข้ามสีหน้าเปลี่ยนไปมาก

เจี่ยนจือมองมือของเวินถิงเยี่ยนที่พิงถ้วยชา เธอยกมุมปากยิ้มเย้ย เขาไม่เคยสวมแหวนเลย แหวนแต่งงานคู่ที่แลกกันนั้น หลังจบพิธีแต่งงานเขาก็ถอดออก ไม่รู้ว่าตอนนี้ไปวางให้ฝุ่นเกาะอยู่ตรงไหนแล้ว

"ใช่ค่ะ ฉันแต่งงานมาห้าปีแล้ว" เจี่ยนจือพูดเบา ๆ "สามีของฉันแซ่เวินค่ะ"

"บังเอิญขนาดนี้เลยเหรอ แซ่เวินด้วยเหมือนกัน?" เวินถิงเยี่ยนรีบพูดทันที

สื่อความหมายชัดเจนเกินไปแล้ว เขาไม่ต้องการให้เธอพูดต่อ

"ใช่ค่ะ แซ่เวินเหมือนกัน ทำธุรกิจเหมือนกัน แค่ไม่ได้ทำธุรกิจใหญ่เท่าประธานเวิน" เจี่ยนจือตอบแล้วจิบชา

มองผ่านถ้วยชา เจี่ยนจือเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเขาโล่งใจ

"บังเอิญจริง ๆ ครับ ครั้งหน้าเชิญคุณเวินของคุณมาดื่มชาด้วยกันนะครับ" เพราะเป็นนักเรียนของอาจารย์จ้าว คุณอู๋จึงให้ความเคารพเป็นพิเศษ กล่าวเชิญชวนแล้ว

เวินถิงเยี่ยนสีหน้าเปลี่ยนไปอีกครั้ง

เจี่ยนจือรู้สึกตลกจริง ๆ แต่งงานกันมาห้าปี การแสดงออกทางสีหน้าของเขารวมกันยังไม่มากเท่าช่วงบ่ายวันนี้เลย

ในสถานการณ์แบบนี้ เวินถิงเยี่ยนนั่งอยู่ที่นี่นานมากไม่ได้แล้ว หลังจากพูดคุยกันได้สักพัก ก็บอกว่ามีธุระต้องขอตัวก่อน

แต่เขาก็ไม่วางใจที่จะปล่อยให้เจี่ยนจืออยู่คนเดียวที่นี่อีก กลัวเธอจะพูดจาเหลวไหล จึงส่งสายตาบอกให้เธอรีบตามไปด้วย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (12)
goodnovel comment avatar
Orathai Ketwattha
เลิกไปเลยผัวแบบนี้
goodnovel comment avatar
Phenprapha Iamsithong
ทำยากจริงค่ะ มั่วเลยบางครั้ง
goodnovel comment avatar
Phenprapha Iamsithong
สมัยมือถือหาเงินได้นี่ยายตามไม่ค่อยทันเลย เดี๋ยวเดียวหมดไปทีละ200เร็วจริง
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 608

    เวินถิงเยี่ยนยังรู้สึกตัวอยู่สีหน้าของเขาซีดเทาผิดปกติ บวกกับตลอดสองปีมานี้เขาผอมลงไปมากจริง ๆ ผ้าห่มที่คลุมอยู่บนตัวราบเรียบจนแทบไม่มีส่วนไหนนูนขึ้นมา ทั้งร่างดูซูบโทรมและโรยรามีเพียงดวงตาคู่นั้นที่พลันเปล่งประกายขึ้นมาทันทีที่เห็นเธอกับคุณย่า“คะ...คุณย่า...” เขาเรียกเสียงสั่น ดวงตาวาววับพอเข้าไปใกล้ ถึงได้เห็นว่าแสงในดวงตาคู่นั้นคือน้ำตาคุณย่าเดินเข้าไปใกล้ มองเขาแล้วถามเสียงเบา “เจ็บไหม?”ขอบตาของเวินถิงเยี่ยนแดงขึ้นทันที “มะ...ไม่เจ็บครับ”คุณย่าไม่เอ่ยถึงเรื่องอื่น เธอเพียงยิ้มแล้ววางอาหารที่นำมาจากบ้านไว้บนโต๊ะข้างเตียง “ปีใหม่แล้ว ย่าทำอาหารแบบไห่เฉิงมานิดหน่อย ปีใหม่ของคนจีนก็ต้องกินอาหารจีนสิ”“ขอบคุณครับ...คุณย่า...” เวินถิงเยี่ยนเอ่ยอย่างยากลำบากด้วยเสียงแหบพร่า“เด็กโง่ ไม่สบายก็ไม่ต้องพูด ย่ารู้อยู่แล้ว” คุณย่าเอ่ยด้วยเสียงอ่อนโยน ก่อนจะหยิบอั่งเปาออกมาอีกซอง แล้ววางไว้บนโต๊ะ “วันนี้วันส่งท้ายปีเก่า เด็ก ๆ ทุกคนต้องได้อั่งเปา ขอให้พวกเธออายุยืนยาว ปลอดภัยแข็งแรงตลอดไป”คำว่า “อายุยืนยาว ปลอดภัยแข็งแรง” ทำให้เวินถิงเยี่ยนกลั้นไม่อยู่ เขาหลับตาลง หางตามีน้ำตาว

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 607

    วันรุ่งขึ้น เจี่ยงอวี๋ฝานก็ส่งข้อความหาเจี่ยนจือว่า: พี่ วันนี้ตอนบ่ายพี่ชายหนูจะขึ้นเครื่องกลับประเทศแล้ว หนูก็เตรียมจะกลับบ้านไปฉลองปีใหม่กับเขาด้วย สุขสันต์วันปีใหม่นะพี่ ไว้เจอกันปีหน้าค่ะ!เจี่ยนจือตอบกลับ: สุขสันต์วันปีใหม่นะเจี่ยนหลานไม่ได้กลับบ้านเลยหลายวันติดต่อกัน เขาเพียงโทรกลับมาบอกคนในบ้านว่าไม่ต้องเป็นห่วง เขากำลังยุ่งอยู่ข้างนอกเจี่ยนจือคิดว่าพี่ชายของเธอน่าจะกำลังจัดการเรื่องลั่วอวี่เฉิงอยู่แล้วก็เป็นอย่างที่คิด คืนหนึ่งเจี่ยนหลานกลับมา สภาพดูยุ่งเหยิงอย่างที่แทบไม่เคยเห็น หนวดเคราก็ขึ้น แม้แต่แว่นตาที่ปกติใส่ไว้สร้างภาพลักษณ์ก็หายไป ดูแตกต่างจากเจี่ยนหลานที่เนี้ยบพิถีพิถันในทุก ๆ วันราวกับคนละคน“ไม่เป็นไรแล้ว จัดการเรียบร้อยหมดแล้ว” หลังจากเจี่ยนหลานอาบน้ำและโกนหนวดเสร็จ ก็จงใจแต่งตัวให้ดูสะอาดสดชื่นแล้วมาหาเธอ พร้อมเล่าเรื่องราวตลอดหลายวันที่ผ่านมาให้เธอฟังอย่างชัดเจนลั่วอวี่เฉิงถูกจับตั้งแต่วันที่เจี่ยงซื่อฝานมาหาเจี่ยนจือแล้ว ส่วนคนที่มีความเกี่ยวข้องกับลั่วอวี่เฉิง ก็คือคนที่อยู่เบื้องหลังเธอเจี่ยนหลานไม่ยอมบอกชื่อของคนเบื้องหลังคนนั้น เพียงเอ่ยว่า “

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 606

    ไม่อยากให้หลังจากความสัมพันธ์นี้จบลงแล้วยังหลงเหลือความขุ่นเคืองเอาไว้ และไม่อยากให้ทิ้งปัญหาแฝงเอาไว้ภายหลังความเย็นชา ความเด็ดขาด และการใช้คำพูดรุนแรง ล้วนเป็นวิธีแก้ปัญหาได้ทั้งนั้น แต่คุณย่าก็ยังคงหวังว่า ท้ายที่สุดแล้วจะสามารถใช้ความอ่อนโยนค่อย ๆ คลี่คลายทุกอย่างได้“รุ่นพี่เจี่ยน!” เจี่ยงซื่อฝานยังตะโกนเรียกจากด้านนอกอีกครั้งแต่รถเริ่มขับเข้าไปด้านในแล้วเจี่ยงซื่อฝานจึงคว้าบอดี้การ์ดที่ยังไม่ได้ขึ้นรถเอาไว้ “ฉันรู้ว่าลั่วอวี่เฉิงอยู่ที่ไหน ที่มาครั้งนี้ก็เพื่อจะบอกเรื่องนี้! ฉันเกือบลืมเรื่องสำคัญที่สุดไปแล้วไง!”บอดี้การ์ดพยักหน้า “ขอบคุณครับ ถ้าคุณยอมบอกได้ก็จะดีที่สุด”“ฉันจะบอก!” เจี่ยงซื่อฝานพิมพ์ที่อยู่ลงในโทรศัพท์ แล้วให้บอดี้การ์ดถ่ายเก็บไว้ “เอาล่ะ พวกนายรีบส่งคนไปเถอะ”“ขอบคุณครับ” บอดี้การ์ดเดินเข้าไปด้านในพร้อมกับรายงานเรื่องนี้ให้เจี่ยนหลานทราบเจี่ยงซื่อฝานมองรถที่ค่อย ๆ แล่นห่างออกไป รู้สึกราวกับในใจถูกควักหายไปก้อนใหญ่พวกเขาไม่เคยบอกลากันอย่างเป็นทางการแบบนี้มาก่อนถึงขั้นที่ว่าเขาเองก็เคยหลีกเลี่ยงการบอกลาแบบนี้อยู่บ้างราวกับว่าตราบใดที่ยังไม่ได้พ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 605

    “แค่นายมองฉันแบบนั้น ฉันก็จะปลอบนาย ทำให้นายกลับมาร่าเริงมีความสุขเหมือนเดิม แต่ในเวลาแบบนั้น ฉันกลับไม่ได้มีความสุขเลย ฉันรู้สึกเหนื่อยมาก” เจี่ยนจือเอ่ย “นายดูสิ จริง ๆ แล้วฉันมีข้อเสียเยอะมาก ความอ่อนโยนกับความใจกว้างที่นายพูดถึง มันเป็นเพียงภาพที่เห็นจากภายนอกเท่านั้น ความจริงข้างในใจฉันก็มีความรำคาญ มีความไม่อดทนเหมือนกัน ฉันเองก็อยากเป็นเหมือนนาย อยากเบิกตาชื้น ๆ มองคู่รักของฉัน แล้วให้เขาเอาใจฉันบ้าง ปลอบฉันบ้าง”“พี่ทำได้นะ พี่ทำแบบนั้นได้ ถ้าพี่ทำ ผมจะปลอบพี่เอง” เจี่ยงซื่อฝานรีบเอ่ยเจี่ยนจือส่ายหน้า “นี่แหละคือปัญหา ฉันทำไม่ได้ เวลาอยู่ต่อหน้านาย ฉันเหมือนถูกกำหนดบทบาทไว้แล้วว่าต้องเป็นพี่สาวที่คอยเข้าอกเข้าใจ นายรู้สึกน้อยใจ ฉันก็ปลอบ นายงอน ฉันก็ยอม ฉันเคยลองคิดว่าจะเผยด้านนี้ของตัวเองให้นายเห็น เหมือนที่นายแสดงด้านนั้นกับฉัน แต่ฉันกลับทำไม่ได้ รู้สึกเขิน รู้สึกเหมือนกำลังแสดงละคร”เธอมองเจี่ยงซื่อฝานตรง ๆ “เจี่ยงซื่อฝาน เวลาอยู่ต่อหน้านาย ฉันดูเป็นคนมีเหตุผลตลอด แต่จริง ๆ แล้วฉันเป็นคนที่ใช้อารมณ์มาก ๆ คนหนึ่ง นายรู้ไหม?”เจี่ยงซื่อฝานเงียบไป“เพราะฉะนั้น เจี่ยงซื่อฝ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 604

    เจี่ยงซื่อฝานยิ่งพูดก็ยิ่งตื่นเต้นขึ้นมา “รุ่นพี่เจี่ยน พี่รู้ไหม? ผมหวังให้คนที่กำลังนอนอยู่ในโรงพยาบาลตอนนี้เป็นผมมากเลยนะ แบบนั้นพี่จะสงสารผมไหม? จะรู้สึกขอบคุณผมไหม? แล้วจะยอมรับผมกลับเข้าไปในชีวิตอีกครั้งหรือเปล่า?”ประกายร้อนแรงอันคุ้นเคยปะทุขึ้นในดวงตาของเจี่ยงซื่อฝานในใจเจี่ยนจือพลันเกิดความตึงเครียดและอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกขึ้นมาตามสัญชาตญาณ เธอเลื่อนกระจกขึ้นอีกนิดอย่างเหนื่อยล้า จะได้ไม่ต้องมองเห็นดวงตาของเจี่ยงซื่อฝาน“เจี่ยงซื่อฝาน มันไม่ใช่แบบนั้น ในเมื่อพวกเราเลิกกันแล้ว ฉันก็ขอให้นายเริ่มต้นชีวิตใหม่ เดินหน้าต่อไป อย่าหันกลับมามองอีกเลย” เจี่ยนจือไม่อยากยั่วโมโหเขา และก็อวยพรเขาจากใจจริง“ไม่!” เจี่ยงซื่อฝานกลับร้องออกมาอย่างร้อนรนพร้อมเสียงสะอื้น “ไม่ใช่แบบนี้สิ! พี่ให้อภัยเวินถิงเยี่ยนแล้วใช่ไหม? พี่ไปเยี่ยมเขา เป็นห่วงเขาแล้วใช่ไหม? เมื่อก่อนพี่เกลียดเขาขนาดนั้น ตอนนี้พี่ยังไปโรงพยาบาลเพราะสงสารเขาได้ ทำไมคนที่ช่วยพี่ถึงไม่ใช่ผม? ทำไม...”คำว่า ทำไม ดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า พร้อมกับเสียงฝ่ามือของเขาที่ทุบกระจกรถ ขมับของเจี่ยนจือเริ่มปวดตุบ ๆ แบบที่คุ้นเคยขึ้นม

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 603

    “คุณหนู ผมจะลงไปดูนะครับ” คนที่นั่งอยู่ตรงเบาะข้างคนขับคือบอดี้การ์ดคนใหม่ที่เจี่ยนหลานส่งมาเจี่ยนจือพยักหน้า “ไปเถอะ ถามให้ชัดว่าเขามีธุระอะไรกันแน่”หลังจากบอดี้การ์ดลงจากรถ เจี่ยนจือก็เลื่อนกระจกลงเป็นช่องเล็ก ๆ ทำให้พอได้ยินเสียงพวกเขาคุยกัน“เจี่ยนจืออยู่ในรถใช่ไหม? ให้เธอลงมาคุยกับผม” น้ำเสียงของเจี่ยงซื่อฝานทั้งร้อนรนและแข็งกร้าว“มีอะไรก็บอกผมได้ครับ” ท่าทีของบอดี้การ์ดเองก็ไม่ยอมถอย“นาย? นายรับเรื่องแทนเจี่ยนจือได้หรือไง?” น้ำเสียงของเจี่ยงซื่อฝานยังคงเจือความดูแคลนแต่บอดี้การ์ดกลับตอบสั้นกระชับ ไม่ยอมอ่อนข้อแม้แต่น้อย “ได้ครับ”“นาย...” ความกร่างของบอดี้การ์ดคนนี้ทำให้เจี่ยงซื่อฝานรู้สึกโมโห จึงเดินมาทุบกระจกรถฝั่งเจี่ยนจือต่อ “รุ่นพี่เจี่ยน ผมรู้ว่าพี่อยู่ในรถ ผมมีเรื่องสำคัญจะคุยกับพี่”“คุณครับ คุณหนูสั่งไว้ว่าสามารถคุยกับผมได้ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม” บอดี้การ์ดขยับมายืนขวางระหว่างเจี่ยงซื่อฝานกับกระจกรถ“ไม่ว่าเรื่องอะไร?” เจี่ยงซื่อฝานโมโหหนักกว่าเดิม “แล้วเรื่องส่วนตัวระหว่างฉันกับคุณหนูของนายล่ะ? ก็ต้องคุยกับนายด้วยหรือไง? นายเป็นตัวแทนคุณหนูหรือไง?”เจี่ยนจ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status