Share

บทที่ 6

Author: ปลาคาร์ปตัวน้อย
"เวินถิงเยี่ยน..." เธอสะอื้นออกมาอย่างไม่เอาไหน

"หืม? เจี่ยนจือ?" เขากุมมือเธอไว้ "เป็นอะไรไป อยากร้องไห้เหรอ อยากร้องก็ร้องเถอะ ไม่ต้องกลั้นหรอก"

เสียงของเขาช่างอ่อนโยนจริง ๆ อ่อนโยนเหลือเกิน

เหมือนเมื่อปีนั้น ตอนที่เธอออกจากห้องผ่าตัด เขากับพยาบาลช่วยกันเข็นเธอกลับมาที่ห้องพักผู้ป่วย เขาก็เฝ้าอยู่ข้างเตียงเธอแบบนี้ ใช้เสียงที่นุ่มนวลแทบละลายพูดกับเธอว่า "เจี่ยนจือ เจ็บไหม? เจ็บก็ร้องไห้ออกมาเถอะ ไม่ต้องอดทน..."

ตัวเธอในตอนนั้น รู้สึกเพียงว่าความห่วงใยที่อ่อนโยนราวกับน้ำนี้คือยาแก้ปวดชั้นดี แต่น่าเสียดาย เธอใช้เวลาตั้งหลายปีกว่าจะเข้าใจอย่างถ่องแท้ ว่าความอ่อนโยนและความห่วงใยของผู้ชายคนหนึ่ง ไม่มีวันเปลี่ยนเป็นความรักได้เลย...

"เวินถิงเยี่ยน เราหย่ากันเถอะ" เธอกล่าวเสียงเบา ชักมือกลับมา ความเจ็บแปลบค่อย ๆ ทำให้ดวงตาพร่ามัว

เขาขมวดคิ้ว เห็นได้ชัดเลย เขาคิดไม่ถึงว่าเธอจะพูดแบบนี้

หลังจากเงียบไปครู่เดียว เขาก็เรียกพนักงานเสิร์ฟให้นำชามสะอาดมาหนึ่งใบ จากนั้นคีบชิ้นปลา ก้มหน้าใช้ตะเกียบเขี่ยก้างปลาออกเบา ๆ พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "เจี่ยนจือ ฉันรู้ว่าเธอยังโกรธอยู่ แต่พูดถึงเรื่องหย่ามันไม่สมเหตุสมผลเลยนะ ถ้าเธอหย่ากับฉันแล้ว เธอจะทำยังไง จะใช้ชีวิตคนเดียวได้ยังไง"

เจี่ยนจือถี่หายใจถี่ขึ้น

ตลอดห้าปีมานี้ ในสายตาของทุกคน เธอเป็นเพียงคนที่พึ่งพาเขา ถ้าไม่มีเขา เธอก็คือคนน่าสงสารที่ไม่มีใครต้องการและมีชีวิตรอดต่อไปไม่ได้

เขาเองก็คิดแบบนี้เหมือนกัน

"ฉันทำได้!" เป็นครั้งแรกที่เธอแสดงความแข็งแกร่งต่อหน้าเขา เป็นครั้งแรกที่เธออยากสู้เพื่อศักดิ์ศรีของตัวเอง

เวินถิงเยี่ยนกลับยิ้มเฉย ๆ ยังคิดว่าเธอแค่อยากเอาชนะ เขานำปลาที่แกะก้างแล้วมาวางตรงหน้าเธอ "ทานเถอะ อนุญาตให้เธอโกรธต่ออีกหน่อย แต่หลังจากทานข้าวเสร็จแล้วห้ามโกรธอีกนะ"

"ฉันไม่ได้โกรธ ฉันอยากหย่าจริง ๆ!" เธอจะต้องพูดอย่างไร เวินถิงเยี่ยนถึงจะเข้าใจว่าเธอไม่ได้เอ่ยเรื่องหย่าเพราะประชดจริง ๆ?

"เจี่ยนจือ" เขาวางตะเกียบลง "พอได้แล้ว วันนี้ฉันยกเลิกประชุมสองครั้ง การเจรจาธุรกิจหนึ่งครั้ง เพื่อมาเที่ยวเล่นเป็นเพื่อนเธอโดยเฉพาะ พรุ่งนี้มะรืนนี้ ฉันอาจไม่มีเวลามากขนาดนี้แล้ว ฉันจะพูดอีกครั้งนะ เฉิงเฉิงเป็นเพื่อนที่ดีของพวกเรา เป็นสมาชิกคนหนึ่งในบรรดาเพื่อนพี่น้องของฉัน ฉันปฏิบัติกับเธอไม่ต่างจากอาเหวิน เฉิงเฉิงก็ชอบเธอมากเหมือนกัน อยากเป็นเพื่อนกับเธอมาตลอด เธอมีท่าทีแบบนี้...จะให้ฉันพาอีกฝ่ายมาเจอเธอได้ยังไง"

"งั้นก็ไม่จำเป็นต้องพามาแล้ว" เธอไม่คิดว่าลั่วอวี่เฉิงอยากเป็นเพื่อนกับเธอจริง ๆ

"เจี่ยนจือ!" เขาเริ่มมีน้ำโหเล็กน้อย

เธอรู้อยู่แล้ว ขอแค่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับลั่วอวี่เฉิง เขาก็จะอารมณ์ไม่ดีเท่าไรนัก

"รีบทานเถอะ ทานเสร็จเราไปเดินห้างกัน ซื้อของที่เธอชอบ แล้วไปทานอาหารเย็นที่บ้านคุณพ่อคุณแม่ เธอไม่ได้กลับไปเยี่ยมพ่อแม่นานแค่ไหนแล้ว" เขาคีบอาหารใส่ชามเธอไม่หยุด

เธอไม่อยากให้ตัวเองเสียเปรียบ จึงหยิบตะเกียบขึ้นมา อะไรที่ควรทานก็ท่านไป ไม่ว่าอย่างไร เธอต้องรักษาสุขภาพของตัวเองไว้ก่อน ไม่จำเป็นต้องทำร้ายกระเพาะอาหารตัวเองเพื่อระบายความโกรธ

"แบบนี้แหละถูกแล้ว" เสียงของเวินถิงเยี่ยนกลับมาอ่อนโยนอีกครั้ง "ห้ามพูดถึงคำว่าหย่าอีกเด็ดขาด"

เธอชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วก้มหน้าทานอาหารต่อไป

หลังทานอาหารเสร็จ เธอไม่อยากไปเดินซื้อของ แต่เวินถิงเยี่ยนดึงดันจะให้เธอไป จึงขับรถตรงไปยังห้างสรรพสินค้า

ตลอดห้าปีที่แต่งงานกันมา เวินถิงเยี่ยนพาเธอมาเดินห้างแทบจะนับครั้งได้ ที่จริงควรจะพูดว่า เวลาที่เธอกับเขาปรากฏตัวในที่สาธารณะพร้อมกันนั้นมีน้อยมากต่างหากล่ะ

แม้เป็นตอนกลางวัน แสงไฟในห้างสรรพสินค้าก็ยังสว่างจ้าจนแสบตา

เธอไม่ค่อยชินนัก กอดกระเป๋าเดินอย่างระมัดระวังในเงาด้านหลังเขา

ชั้นหนึ่งเป็นเคาน์เตอร์กระเป๋าหรู นาฬิกาแบรนด์เนมและเครื่องประดับ

"เธออยากซื้ออะไร" เขาหันกลับมาถามเธอ

เธอไม่อยากซื้ออะไรเลย เธอแค่อยากกลับบ้าน!

แต่เธอยังไม่ทันพูดอะไรสักคำ ก็มีคนตะโกนเรียก "ท่านประธานเวิน" มาแต่ไกล

"เป็นบริษัทคู่ค้าที่เพิ่งรู้จักกันเมื่อเร็ว ๆ นี้ ฉันจะไปทักทายหน่อย" เวินถิงเยี่ยนกำชับ "เธอเดินดูไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะกลับมาหา"

ลูกค้าของเวินถิงเยี่ยน ถึงอย่างไรเธอก็ไม่รู้จักอยู่ดี เธอยืนอยู่ที่เดิม มองดูเขาจับมือทักทายกับผู้ชายคนหนึ่งไม่ไกล ของหรูหราเต็มห้างพวกนี้ ไม่มีอะไรที่เธออยากซื้อเลย

"คุณผู้หญิง ถึงคิวคุณแล้วค่ะ" พนักงานขายเตือนเธอ

เธอเพิ่งจะพบว่า ตัวเองเผลอไปยืนอยู่ในแถวคิวของร้านแบรนด์เนมแห่งหนึ่งเข้าแล้ว

"อ๋อ ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณค่ะ" เธอรีบตอบ แล้วก็เดินออกไปทันที

เธอเดินอยู่ในห้างสรรพสินค้าอย่างเรื่อยเปื่อย ทันใดนั้นก็เห็นร่างที่คุ้นเคยตรงเคาน์เตอร์นาฬิกาแบรนด์เนมแห่งหนึ่ง ลั่วอวี่เฉิงนั่นเอง

ตอนที่เธอมองแบรนด์ของนาฬิกาเรือนนั้น ในใจก็มีบางสิ่งจมดิ่งลง เธอเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์โดยไม่รู้ตัว

คนที่ดูนาฬิกาอยู่กับลั่วอวี่เฉิงคืออาเหวิน เมื่อเธอเดินเข้าไปใกล้ บทสนทนาของทั้งสองคนก็ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ

"ถ้าเธอชอบก็ซื้อเลย" เป็นเสียงของอาเหวิน

แต่ลั่วอวี่เฉิงกลับบอกว่า "ไม่ดีมั้ง เรือนนี้มันแพงเกินไปจริง ๆ ถึงอาเยี่ยนจะให้บัตรเสริมฉันมา ให้ฉันรูดได้ตามสบาย แต่ถ้ารูดของแพงขนาดนี้ฉันก็เกรงใจ"

เจี่ยนจือหยุดฝีเท้าอยู่ที่เดิม มันหนักอึ้งจนก้าวต่อไปไม่ได้อีก หัวใจของเธอก็หนักอึ้งไม่ต่างจากฝีเท้า

บัตรเสริม...

บัตรเสริมของเขา...

"ในเมื่อให้เธอแล้ว ก็แปลว่าให้เธอรูดได้ อาเยี่ยนเคยเป็นคนปากไม่ตรงกับใจเมื่อไรกัน? เราเป็นเพื่อนกันมานานขนาดนี้ เธอยังไม่รู้จักนิสัยเขาอีกเหรอ? ให้เธอ ก็คือให้ด้วยความจริงใจ" อาเหวินพูดต่อ

"ก็จริง..." ลั่วอวี่เฉิงเริ่มขยับข้อมือไปมาเพื่อให้อาเหวินดู

เจี่ยนจือก็เห็นแล้วเช่นกัน

"สวยไหมอาเหวิน ฉันชอบนาฬิกาเรือนนี้มากจริง ๆ ชอบตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว ตอนนั้นอาเยี่ยนเคยสัญญาว่าจะซื้อให้ฉันตอนเรียนจบ แต่ตอนหลัง..."

ตอนหลัง?

รอยยิ้มที่ทั้งเยาะเย้ยทั้งขมขื่นผุดขึ้นในใจเจี่ยนจือ

ตอนหลังเวินถิงเยี่ยนก็มอบนาฬิกาเรือนนี้ให้เธอเป็นของขวัญวันเกิดและวันครบของรอบทุกปี

ทีแรกเธอคิดว่า ถึงเวินถิงเยี่ยนจะไม่มีหัวใจ แต่อย่างน้อยเขาก็ยังจำวันเกิดของเธอกับวันครบรอบได้ ของขวัญที่เลือกมาต่อให้ไม่ตั้งใจเลือก แต่อย่างน้อยก็มีมูลค่าสุง

แต่ที่จริงแล้ว เขาไม่ใช่คนไร้หัวใจ ไม่ใช่คนที่ไม่ตั้งใจทำด้วย ตรงกันข้าม เขาตั้งใจมากเกินไป ทุ่มเทเกินไปด้วย เพียงแต่สิ่งที่เขาสลักไว้ในใจนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเธอเลย...

"งั้นตอนนี้อาเยี่ยนก็ถือว่าทำตามสัญญาแล้ว เธออยากซื้ออะไร ตอนนี้ซื้อได้เลย ขอแค่ที่เธอชอบ เขาก็ซื้อให้ได้หมด" อาเหวินยุยงเธอ

"งั้นฉันรูดบัตรแล้วนะ?" ลั่วอวี่เฉิงใจเต้นแรงอย่างเห็นได้ชัด

อีกด้านหนึ่ง เวินถิงเยี่ยนพูดคุยกับคู่ค้าเสร็จแล้ว คู่ค้าคนนั้นมารับภรรยาที่มาเดินห้าง และเมื่อรู้ว่าเวินถิงเยี่ยนกำลังพาภรรยามาเดินซื้อของ จึงเสนอว่าจะไปทักทายสักหน่อย

เจี่ยนจือพอเห็นเวินถิงเยี่ยนเดินมา ก็รีบหลบไปซ่อนอยู่ข้างหลังเสาโรมันต้นหนึ่ง

แต่ลั่วอวี่เฉิงเห็นเวินถิงเยี่ยนแล้ว จึงโบกมือแล้วตะโกนเรียกเสียงดัง "อาเยี่ยน ฉันอยู่ตรงนี้ นายมานี่หน่อย"

เจี่ยนจือมองจากด้านหลังเสาโรมัน เห็นเวินถิงเยี่ยนกับคู่ค้าของเขาเดินตรงไปหาลั่วอวี่เฉิงแล้ว

ลั่วอวี่เฉิงคล้องแขนเวินถิงเยี่ยนแล้วก็เขย่า "อาเยี่ยน ฉันอยากซื้อนาฬิกาเรือนนี้ ดีไหม"

"ดีสิ" เวินถิงเยี่ยนมองลั่วอวี่เฉิงด้วยสายตาอ่อนโยนราวกับน้ำ ประกายในดวงตาทำให้ทั้งใบหน้าของเขามีชีวิตชีวาขึ้น ไม่จืดชืดเหมือนตอนอยู่บ้านกับเจี่ยนจือ

"ขอบคุณนะอาเยี่ยน งั้นฉันไปรูดบัตรเลยนะ!" ลั่วอวี่เฉิงโบกบัตรเสริมที่เวินถิงเยี่ยนให้เธอ

คู่ค้าที่มาด้วยกันเห็นดังนั้นก็ยิ้ม "คุณเวินกับคุณนายเวินรักกันหวานซึ้งจริง ๆ น่าประทับใจมากครับ"

คุณเวิน? คุณนายเวิน?

เวินถิงเยี่ยนกับลั่วอวี่เฉิงตกใจเล็กน้อย แต่ทั้งสองคนก็ไม่ได้อธิบายอะไรเลย...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 576

    ถ้าเปลี่ยนเป็นผู้หญิงคนอื่นที่ชี้ไปยังอาหารในจานพร้อมบอกเธอว่า นี่คืออาหารที่เวินถิงเยี่ยนทำ เธอคงรู้สึกว่าผู้หญิงคนนั้นกำลังอวด แต่พอเป็นแอนนาทำแบบนี้ เธอกลับไม่รู้สึกแบบนั้นเลยจริง ๆ“ฝีมือทำอาหารของเวินก็ใช้ได้นะ” แอนนาเอ่ย “เขาทำเค้กอร่อยมาก”เจี่ยนจือยิ้มบาง “ฉันรู้ว่าเขาทำเค้กอร่อย ร้านบ้านคุกกี้ของเขาก็เปิดเพื่อเธอไม่ใช่เหรอ?”เจี่ยนจือสาบานได้ว่าตอนพูดประโยคนี้ เธอไม่ได้รู้สึกหึงหวงเลยสักนิด เพียงแค่รู้สึกทอดถอนใจและสะท้อนใจเท่านั้นคิดไม่ถึงว่าแอนนากลับเอ่ยว่า “เพื่อฉันเนี่ยนะ? ไม่หรอก ฉันไม่ชอบอะไรแบบนั้น”“งั้นเหรอ?” เจี่ยนจือชะงักไปเล็กน้อยแอนนายิ้มแล้วเอ่ยว่า “ฉันยังเคยหัวเราะเขาเลยว่าไร้เดียงสา”จู่ ๆ เจี่ยนจือก็นึกขึ้นได้ว่าวันนั้นตอนเวินถิงเยี่ยนเล่าให้เธอฟังว่าทำไมร้านเค้กถึงออกแบบเป็นรูปทรงบ้านคุกกี้โดยพูดเป็นภาษาจีนตอนนั้นแอนนาฟังไม่เข้าใจเหรอ?แอนนาที่อยู่อีกฝั่งยิ้มแล้วเอ่ยว่า “เขามาแล้ว”เวินถิงเยี่ยนเหรอ?เพียงชั่วพริบตา เวินถิงเยี่ยนก็ปรากฏตัวในกล้อง เขายิ้มอยู่ทางนั้น “เจี่ยนจือกลับมาแล้วเหรอ? เดินทางราบรื่นดีไหม?”“ก็โอเคนะ” เจี่ยนจือมองเวินถิงเย

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 575

    เจี่ยนจือรู้ดีว่า ในใจของพี่ชายเธอกากบาทสีแดงชื่อเวินถิงเยี่ยนเอาไว้แล้วแต่เจี่ยนหลานก็ยังไม่ถึงขั้นพูดออกมาตรง ๆ ต่อหน้าน้องสาว เขาเพียงทำเหมือนไม่ได้ยิน แล้วเอ่ยว่า “กินข้าวได้แล้ว คุณยายกับแม่ฉันพูดถึงมื้อนี้มาหลายวัน เมนูก็แก้แล้วแก้อีก ทุกอย่างเลือกตามที่เธอชอบหมด”ยิ่งทำให้เขาที่เป็นลูกชายแท้ ๆ ดูเหมือนเก็บมาเลี้ยงเข้าไปใหญ่เจี่ยนจือยิ้มจนหุบไม่ลงตอนที่เพิ่งรู้จักพี่ชาย แม้พี่ชายจะดีกับเธอมาก ๆ แต่จริง ๆ แล้วเธอก็ยังแอบกลัวเขาอยู่บ้าง เพราะรัศมีรอบตัวเขาแข็งแกร่งเกินไป แต่เวลาอยู่บ้าน โดยเฉพาะตอนอยู่ต่อหน้าคุณป้า พี่ชายกลับขี้เล่นขึ้นมากจริง ๆทุกคนในครอบครัวกินอาหารมื้อใหญ่อันแสนอุดมสมบูรณ์ด้วยกันเมื่อวานยังเป็นเนื้อตุ๋นกับไส้กรอกอยู่เลย พอจู่ ๆ กลับมาเป็นอาหารจีนที่ประณีต ก็ให้อรรถรสไปอีกแบบหลังจากกินข้าวเสร็จ เจี่ยนจือนั่งคุยกับคนในครอบครัว เล่าเรื่องที่พบเจอในไอร์แลนด์อยู่พักใหญ่ แล้วยังเต้นรำพื้นเมืองที่เพิ่งเรียนมาให้พวกเขาดูด้วย ไม่ต้องพูดเลยว่าทุกคนในบ้านมีความสุขกันแค่ไหนหลังจากเจี่ยนจือกลับเข้าห้องของตัวเอง การเดินทางตลอดหนึ่งเดือนนี้ถึงถือว่าสิ้นสุดลงอย่า

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 574

    หลายวันที่อยู่ไอร์แลนด์ทำให้เธอพลาดคริสต์มาสที่ลอนดอนไป แต่ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงวันหยุด เธอจึงสามารถกลับไปฉลองปีใหม่กับคนในครอบครัวได้เพราะงั้น ที่เธอมาที่นี่ก็เพื่อตั้งใจจะเก็บของนิดหน่อยแล้วกลับบ้านหลังจากเตรียมของขวัญสำหรับคนในครอบครัวเรียบร้อย เธอก็เรียกอัลเลนให้กลับบ้านไปด้วยกันบนรถ เธอยื่นของขวัญสามชิ้นให้อัลเลน “สวัสดีปีใหม่นะ ของพวกนายคนละชิ้น ฝากนายเอาไปให้พวกเขาด้วย”“เอ่อ...” อัลเลนรู้สึกเกรงใจเล็กน้อย“ไม่เป็นไร ช่วงนี้พวกนายก็เหนื่อยมามากแล้ว” เจี่ยนจือวางของขวัญไว้บนเบาะข้างคนขับ“ขอบคุณครับคุณหนู” อัลเลนเอ่ยเจี่ยนจือยิ้ม “ไม่เป็นไร”หลังจากอัลเลนไปส่งเจี่ยนจือถึงบ้านคุณอาแล้วก็กลับไป พอเจี่ยนจือเข้าบ้าน คุณย่าก็เดินเข้ามามองสำรวจเธอทันที จากนั้นก็พูดซ้ำ ๆ ว่า “ผอมมาก ผอมสุด ๆ”ในสายตาของผู้สูงอายุ สรุปแล้วต้องอ้วนขนาดไหนกัน พวกเขาถึงจะไม่พูดว่าคำว่าผอม?เจี่ยนจือได้แต่จนใจ เธอกอดแขนคุณย่าพลางออดอ้อน “ทริปนี้หนูเอาแต่กินเนื้อ น้ำหนักขึ้นตั้งห้ากิโล ถ้าอ้วนกว่านี้อีก หนูจะเต้นไม่ไหวแล้วนะ”คุณย่าบีบแก้มเธอเบา ๆ พลางมองค้อน “ไม่เห็นจะดูอ้วนขึ้นตรงไหน”คุณป้าก็

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 573

    “งั้นฉันไปก่อนนะ ขอให้พวกเธอเที่ยวกันให้สนุก” เวินถิงเยี่ยนยังคงมีรอยยิ้มเต็มใบหน้าอยู่ตลอดตี๋โยวรู้สึกไม่ค่อยพอใจ “หัวหน้าทีมเจี่ยน เขาดูเหมือนจะยิ้มมีความสุขมากเลยนะ”เจี่ยนจือหันกลับไปมอง ท่ามกลางแสงไฟของตลาดเทศกาล เขาก็หันกลับมาพอดี แล้วส่งยิ้มบาง ๆ ให้เธอเธอเพิ่งจะสังเกตจริง ๆ ว่าช่วงนี้เขายิ้มบ่อยมากอันที่จริง เวลาที่เขายิ้มก็ดูดีมากเลยทีเดียวสมัยมัธยมปลายที่เธอชอบเขา บุคลิกเย็นชาและห่างเหินรอบตัวเขาก็ดึงดูดคนอยู่แล้ว แต่เวลาเขาเผลอยิ้มขึ้นมาบ้าง ก็เหมือนแสงแดดในฤดูหนาว ถึงแม้จะยังคงเย็นใส แต่กลับเจิดจ้าจนละสายตาไม่ได้เพียงแต่ว่าตลอดห้าปีที่เธอแต่งงานกับเขา เขาแทบไม่เคยยิ้มเลยบางที เธอคงไม่ใช่คนที่ทำให้เขายิ้มได้ละมั้งจริง ๆ แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ในเมื่อพวกเขากลายเป็นคนแปลกหน้าต่อกันไปแล้ว เขาจะได้พบคนที่ทำให้เขายิ้มได้สดใสขนาดนี้ ก็ถือว่า...โคตรจะดวงดีเลยนะ!ผู้ชายเฮงซวยนี่มักจะโชคดีเป็นบ้า!สวรรค์ช่างไม่ยุติธรรมจริง ๆ!เวินถิงเยี่ยนเจอเป็ดปักกิ่งม้วน ก็เอ่ยกับแอนนาอย่างตื่นเต้น “ลองไหม? เธอบอกว่าไม่เคยไปกินเป็ดปักกิ่งที่เมืองจีนไม่ใช่เหรอ? ฉันจะลองดูว่ารสชาติเหม

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 572

    หลังจากเจี่ยนจือเต้นที่บ้านหลังนี้เสร็จ ก็ออกเดินทางไปบ้านถัดไปพร้อมกับตี๋โยวและเด็ก ๆ ส่วนเวินถิงเยี่ยนก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายวิดีโออีกครั้งตี๋โยวถามด้วยความสงสัย “หัวหน้าทีมเจี่ยน ทำไมฉันรู้สึกว่าคุณชายขนมปังคนนั้นดูสนิทกับเธอมากกว่าอีกนะ?”คุณชายขนมปัง...“เขาเป็นอดีตสามีฉัน” เจี่ยนจือตอบอย่างตรงไปตรงมา“หา?” หลังจากตกใจ ตี๋โยวก็เข้าสู่ความสับสนทันที “งั้นก่อนหน้านี้ฉันยังไปคุยกับเขาอีก? ฉันควรอยู่ฝ่ายไหนดีเนี่ย หัวหน้าmu,เจี่ยน? ฉันควรเกลียดเขาหรือเกลียดเขาดี?”เจี่ยนจือถูกตี๋โยวทำเอาหัวเราะ “ไม่เป็นไรหรอก เป็นอดีตไปแล้ว จะยังไงก็ไม่เกี่ยวกับฉันแล้ว”“ไม่ได้ ต่อไปฉันจะไม่สนใจเขาแล้ว” ตี๋โยวยังมีความรู้สึกเป็นพวกเดียวกันอยู่เต็มเปี่ยม “หัวหน้าทีมเจี่ยนของพวกเราดีขนาดนี้ยังหย่ากันได้ งั้นเขาต้องไม่ใช่คนดีแน่”เจี่ยนจือส่ายหน้ายิ้ม “พอแล้ว ถึงตาพวกเราเต้นแล้ว!”เสียงดนตรีและเสียงร้องของเด็ก ๆ ดังขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงเพลงอันสนุกสนาน แค่สองเท้าก็ขยับแทบไม่ทันแล้ว ใครจะยังจำเรื่องบุญคุณความแค้นพวกนั้นได้อีก?มันปลิวหายไปกับสายลมนานแล้วช่วงบ่าย เจี่ยนจือจึงไปเดินตลาดคริส

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 571

    ระยะเวลาที่เจี่ยนจือติดตามอาจารย์ที่ปรึกษาทำวิจัยภาคสนามคือหนึ่งเดือนในสัปดาห์สุดท้าย พวกเขาเผื่อเวลาไว้สองวันที่ดับลินอาจารย์ที่ปรึกษาบอกว่ามีเทศกาลดั้งเดิมอยู่เทศกาลหนึ่ง จะได้สัมผัสบรรยากาศที่แตกต่างออกไปครั้งนี้ก็ยังพักโฮมสเตย์เหมือนเดิม เจ้าของโฮมสเตย์เป็นเพื่อนเก่าของอาจารย์ที่ปรึกษา ทุกครั้งที่อาจารย์มาทางนี้ก็มักจะพักที่นี่ วันที่พวกเขาเพิ่งมาถึงไอร์แลนด์วันแรกก็พักที่นี่เช่นกันเจ้าของบ้านบอกว่าในวันเทศกาล เด็ก ๆ จะแต่งหน้าแล้วเดินไปตามบ้านทีละหลังเพื่อเต้นรำพอเจี่ยนจือได้ฟังก็รู้สึกว่าน่าสนุกมากอาจารย์ที่ปรึกษายิ้มแล้วบอกว่า งั้นให้เจี่ยนจือกับตี๋โยวเข้าร่วมด้วยกันเลย“พวกเราไม่ใช่เด็กแล้วนะคะ” เจี่ยนจือพูดอย่างเขิน ๆเจ้าของบ้านกับอาจารย์ที่ปรึกษาต่างหัวเราะแล้วเอ่ยว่า “ในสายตาพวกเรา พวกเธอก็ยังเป็นเด็กอยู่ดี”เจี่ยนจือกับตี๋โยวต่างหัวเราะออกมาดังลั่น“เงินที่ได้จากการเต้นระดมทุนทั้งหมดจะเอาไปทำการกุศล” อาจารย์ที่ปรึกษาพูดเสริมอีกถ้าอย่างนั้นก็...ไปกันเลย!ดังนั้น ในวันเทศกาล เจี่ยนจือกับตี๋โยวจึงแต่งตัวกันเต็มที่ ตามเด็ก ๆ ในท้องถิ่นไปเรียนท่าเต้น เรียนไปเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status