Share

บทที่ 6

Author: ปลาคาร์ปตัวน้อย
"เวินถิงเยี่ยน..." เธอสะอื้นออกมาอย่างไม่เอาไหน

"หืม? เจี่ยนจือ?" เขากุมมือเธอไว้ "เป็นอะไรไป อยากร้องไห้เหรอ อยากร้องก็ร้องเถอะ ไม่ต้องกลั้นหรอก"

เสียงของเขาช่างอ่อนโยนจริง ๆ อ่อนโยนเหลือเกิน

เหมือนเมื่อปีนั้น ตอนที่เธอออกจากห้องผ่าตัด เขากับพยาบาลช่วยกันเข็นเธอกลับมาที่ห้องพักผู้ป่วย เขาก็เฝ้าอยู่ข้างเตียงเธอแบบนี้ ใช้เสียงที่นุ่มนวลแทบละลายพูดกับเธอว่า "เจี่ยนจือ เจ็บไหม? เจ็บก็ร้องไห้ออกมาเถอะ ไม่ต้องอดทน..."

ตัวเธอในตอนนั้น รู้สึกเพียงว่าความห่วงใยที่อ่อนโยนราวกับน้ำนี้คือยาแก้ปวดชั้นดี แต่น่าเสียดาย เธอใช้เวลาตั้งหลายปีกว่าจะเข้าใจอย่างถ่องแท้ ว่าความอ่อนโยนและความห่วงใยของผู้ชายคนหนึ่ง ไม่มีวันเปลี่ยนเป็นความรักได้เลย...

"เวินถิงเยี่ยน เราหย่ากันเถอะ" เธอกล่าวเสียงเบา ชักมือกลับมา ความเจ็บแปลบค่อย ๆ ทำให้ดวงตาพร่ามัว

เขาขมวดคิ้ว เห็นได้ชัดเลย เขาคิดไม่ถึงว่าเธอจะพูดแบบนี้

หลังจากเงียบไปครู่เดียว เขาก็เรียกพนักงานเสิร์ฟให้นำชามสะอาดมาหนึ่งใบ จากนั้นคีบชิ้นปลา ก้มหน้าใช้ตะเกียบเขี่ยก้างปลาออกเบา ๆ พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "เจี่ยนจือ ฉันรู้ว่าเธอยังโกรธอยู่ แต่พูดถึงเรื่องหย่ามันไม่สมเหตุสมผลเลยนะ ถ้าเธอหย่ากับฉันแล้ว เธอจะทำยังไง จะใช้ชีวิตคนเดียวได้ยังไง"

เจี่ยนจือถี่หายใจถี่ขึ้น

ตลอดห้าปีมานี้ ในสายตาของทุกคน เธอเป็นเพียงคนที่พึ่งพาเขา ถ้าไม่มีเขา เธอก็คือคนน่าสงสารที่ไม่มีใครต้องการและมีชีวิตรอดต่อไปไม่ได้

เขาเองก็คิดแบบนี้เหมือนกัน

"ฉันทำได้!" เป็นครั้งแรกที่เธอแสดงความแข็งแกร่งต่อหน้าเขา เป็นครั้งแรกที่เธออยากสู้เพื่อศักดิ์ศรีของตัวเอง

เวินถิงเยี่ยนกลับยิ้มเฉย ๆ ยังคิดว่าเธอแค่อยากเอาชนะ เขานำปลาที่แกะก้างแล้วมาวางตรงหน้าเธอ "ทานเถอะ อนุญาตให้เธอโกรธต่ออีกหน่อย แต่หลังจากทานข้าวเสร็จแล้วห้ามโกรธอีกนะ"

"ฉันไม่ได้โกรธ ฉันอยากหย่าจริง ๆ!" เธอจะต้องพูดอย่างไร เวินถิงเยี่ยนถึงจะเข้าใจว่าเธอไม่ได้เอ่ยเรื่องหย่าเพราะประชดจริง ๆ?

"เจี่ยนจือ" เขาวางตะเกียบลง "พอได้แล้ว วันนี้ฉันยกเลิกประชุมสองครั้ง การเจรจาธุรกิจหนึ่งครั้ง เพื่อมาเที่ยวเล่นเป็นเพื่อนเธอโดยเฉพาะ พรุ่งนี้มะรืนนี้ ฉันอาจไม่มีเวลามากขนาดนี้แล้ว ฉันจะพูดอีกครั้งนะ เฉิงเฉิงเป็นเพื่อนที่ดีของพวกเรา เป็นสมาชิกคนหนึ่งในบรรดาเพื่อนพี่น้องของฉัน ฉันปฏิบัติกับเธอไม่ต่างจากอาเหวิน เฉิงเฉิงก็ชอบเธอมากเหมือนกัน อยากเป็นเพื่อนกับเธอมาตลอด เธอมีท่าทีแบบนี้...จะให้ฉันพาอีกฝ่ายมาเจอเธอได้ยังไง"

"งั้นก็ไม่จำเป็นต้องพามาแล้ว" เธอไม่คิดว่าลั่วอวี่เฉิงอยากเป็นเพื่อนกับเธอจริง ๆ

"เจี่ยนจือ!" เขาเริ่มมีน้ำโหเล็กน้อย

เธอรู้อยู่แล้ว ขอแค่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับลั่วอวี่เฉิง เขาก็จะอารมณ์ไม่ดีเท่าไรนัก

"รีบทานเถอะ ทานเสร็จเราไปเดินห้างกัน ซื้อของที่เธอชอบ แล้วไปทานอาหารเย็นที่บ้านคุณพ่อคุณแม่ เธอไม่ได้กลับไปเยี่ยมพ่อแม่นานแค่ไหนแล้ว" เขาคีบอาหารใส่ชามเธอไม่หยุด

เธอไม่อยากให้ตัวเองเสียเปรียบ จึงหยิบตะเกียบขึ้นมา อะไรที่ควรทานก็ท่านไป ไม่ว่าอย่างไร เธอต้องรักษาสุขภาพของตัวเองไว้ก่อน ไม่จำเป็นต้องทำร้ายกระเพาะอาหารตัวเองเพื่อระบายความโกรธ

"แบบนี้แหละถูกแล้ว" เสียงของเวินถิงเยี่ยนกลับมาอ่อนโยนอีกครั้ง "ห้ามพูดถึงคำว่าหย่าอีกเด็ดขาด"

เธอชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วก้มหน้าทานอาหารต่อไป

หลังทานอาหารเสร็จ เธอไม่อยากไปเดินซื้อของ แต่เวินถิงเยี่ยนดึงดันจะให้เธอไป จึงขับรถตรงไปยังห้างสรรพสินค้า

ตลอดห้าปีที่แต่งงานกันมา เวินถิงเยี่ยนพาเธอมาเดินห้างแทบจะนับครั้งได้ ที่จริงควรจะพูดว่า เวลาที่เธอกับเขาปรากฏตัวในที่สาธารณะพร้อมกันนั้นมีน้อยมากต่างหากล่ะ

แม้เป็นตอนกลางวัน แสงไฟในห้างสรรพสินค้าก็ยังสว่างจ้าจนแสบตา

เธอไม่ค่อยชินนัก กอดกระเป๋าเดินอย่างระมัดระวังในเงาด้านหลังเขา

ชั้นหนึ่งเป็นเคาน์เตอร์กระเป๋าหรู นาฬิกาแบรนด์เนมและเครื่องประดับ

"เธออยากซื้ออะไร" เขาหันกลับมาถามเธอ

เธอไม่อยากซื้ออะไรเลย เธอแค่อยากกลับบ้าน!

แต่เธอยังไม่ทันพูดอะไรสักคำ ก็มีคนตะโกนเรียก "ท่านประธานเวิน" มาแต่ไกล

"เป็นบริษัทคู่ค้าที่เพิ่งรู้จักกันเมื่อเร็ว ๆ นี้ ฉันจะไปทักทายหน่อย" เวินถิงเยี่ยนกำชับ "เธอเดินดูไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะกลับมาหา"

ลูกค้าของเวินถิงเยี่ยน ถึงอย่างไรเธอก็ไม่รู้จักอยู่ดี เธอยืนอยู่ที่เดิม มองดูเขาจับมือทักทายกับผู้ชายคนหนึ่งไม่ไกล ของหรูหราเต็มห้างพวกนี้ ไม่มีอะไรที่เธออยากซื้อเลย

"คุณผู้หญิง ถึงคิวคุณแล้วค่ะ" พนักงานขายเตือนเธอ

เธอเพิ่งจะพบว่า ตัวเองเผลอไปยืนอยู่ในแถวคิวของร้านแบรนด์เนมแห่งหนึ่งเข้าแล้ว

"อ๋อ ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณค่ะ" เธอรีบตอบ แล้วก็เดินออกไปทันที

เธอเดินอยู่ในห้างสรรพสินค้าอย่างเรื่อยเปื่อย ทันใดนั้นก็เห็นร่างที่คุ้นเคยตรงเคาน์เตอร์นาฬิกาแบรนด์เนมแห่งหนึ่ง ลั่วอวี่เฉิงนั่นเอง

ตอนที่เธอมองแบรนด์ของนาฬิกาเรือนนั้น ในใจก็มีบางสิ่งจมดิ่งลง เธอเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์โดยไม่รู้ตัว

คนที่ดูนาฬิกาอยู่กับลั่วอวี่เฉิงคืออาเหวิน เมื่อเธอเดินเข้าไปใกล้ บทสนทนาของทั้งสองคนก็ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ

"ถ้าเธอชอบก็ซื้อเลย" เป็นเสียงของอาเหวิน

แต่ลั่วอวี่เฉิงกลับบอกว่า "ไม่ดีมั้ง เรือนนี้มันแพงเกินไปจริง ๆ ถึงอาเยี่ยนจะให้บัตรเสริมฉันมา ให้ฉันรูดได้ตามสบาย แต่ถ้ารูดของแพงขนาดนี้ฉันก็เกรงใจ"

เจี่ยนจือหยุดฝีเท้าอยู่ที่เดิม มันหนักอึ้งจนก้าวต่อไปไม่ได้อีก หัวใจของเธอก็หนักอึ้งไม่ต่างจากฝีเท้า

บัตรเสริม...

บัตรเสริมของเขา...

"ในเมื่อให้เธอแล้ว ก็แปลว่าให้เธอรูดได้ อาเยี่ยนเคยเป็นคนปากไม่ตรงกับใจเมื่อไรกัน? เราเป็นเพื่อนกันมานานขนาดนี้ เธอยังไม่รู้จักนิสัยเขาอีกเหรอ? ให้เธอ ก็คือให้ด้วยความจริงใจ" อาเหวินพูดต่อ

"ก็จริง..." ลั่วอวี่เฉิงเริ่มขยับข้อมือไปมาเพื่อให้อาเหวินดู

เจี่ยนจือก็เห็นแล้วเช่นกัน

"สวยไหมอาเหวิน ฉันชอบนาฬิกาเรือนนี้มากจริง ๆ ชอบตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว ตอนนั้นอาเยี่ยนเคยสัญญาว่าจะซื้อให้ฉันตอนเรียนจบ แต่ตอนหลัง..."

ตอนหลัง?

รอยยิ้มที่ทั้งเยาะเย้ยทั้งขมขื่นผุดขึ้นในใจเจี่ยนจือ

ตอนหลังเวินถิงเยี่ยนก็มอบนาฬิกาเรือนนี้ให้เธอเป็นของขวัญวันเกิดและวันครบของรอบทุกปี

ทีแรกเธอคิดว่า ถึงเวินถิงเยี่ยนจะไม่มีหัวใจ แต่อย่างน้อยเขาก็ยังจำวันเกิดของเธอกับวันครบรอบได้ ของขวัญที่เลือกมาต่อให้ไม่ตั้งใจเลือก แต่อย่างน้อยก็มีมูลค่าสุง

แต่ที่จริงแล้ว เขาไม่ใช่คนไร้หัวใจ ไม่ใช่คนที่ไม่ตั้งใจทำด้วย ตรงกันข้าม เขาตั้งใจมากเกินไป ทุ่มเทเกินไปด้วย เพียงแต่สิ่งที่เขาสลักไว้ในใจนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเธอเลย...

"งั้นตอนนี้อาเยี่ยนก็ถือว่าทำตามสัญญาแล้ว เธออยากซื้ออะไร ตอนนี้ซื้อได้เลย ขอแค่ที่เธอชอบ เขาก็ซื้อให้ได้หมด" อาเหวินยุยงเธอ

"งั้นฉันรูดบัตรแล้วนะ?" ลั่วอวี่เฉิงใจเต้นแรงอย่างเห็นได้ชัด

อีกด้านหนึ่ง เวินถิงเยี่ยนพูดคุยกับคู่ค้าเสร็จแล้ว คู่ค้าคนนั้นมารับภรรยาที่มาเดินห้าง และเมื่อรู้ว่าเวินถิงเยี่ยนกำลังพาภรรยามาเดินซื้อของ จึงเสนอว่าจะไปทักทายสักหน่อย

เจี่ยนจือพอเห็นเวินถิงเยี่ยนเดินมา ก็รีบหลบไปซ่อนอยู่ข้างหลังเสาโรมันต้นหนึ่ง

แต่ลั่วอวี่เฉิงเห็นเวินถิงเยี่ยนแล้ว จึงโบกมือแล้วตะโกนเรียกเสียงดัง "อาเยี่ยน ฉันอยู่ตรงนี้ นายมานี่หน่อย"

เจี่ยนจือมองจากด้านหลังเสาโรมัน เห็นเวินถิงเยี่ยนกับคู่ค้าของเขาเดินตรงไปหาลั่วอวี่เฉิงแล้ว

ลั่วอวี่เฉิงคล้องแขนเวินถิงเยี่ยนแล้วก็เขย่า "อาเยี่ยน ฉันอยากซื้อนาฬิกาเรือนนี้ ดีไหม"

"ดีสิ" เวินถิงเยี่ยนมองลั่วอวี่เฉิงด้วยสายตาอ่อนโยนราวกับน้ำ ประกายในดวงตาทำให้ทั้งใบหน้าของเขามีชีวิตชีวาขึ้น ไม่จืดชืดเหมือนตอนอยู่บ้านกับเจี่ยนจือ

"ขอบคุณนะอาเยี่ยน งั้นฉันไปรูดบัตรเลยนะ!" ลั่วอวี่เฉิงโบกบัตรเสริมที่เวินถิงเยี่ยนให้เธอ

คู่ค้าที่มาด้วยกันเห็นดังนั้นก็ยิ้ม "คุณเวินกับคุณนายเวินรักกันหวานซึ้งจริง ๆ น่าประทับใจมากครับ"

คุณเวิน? คุณนายเวิน?

เวินถิงเยี่ยนกับลั่วอวี่เฉิงตกใจเล็กน้อย แต่ทั้งสองคนก็ไม่ได้อธิบายอะไรเลย...
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 30

    "นายแกะเองสิ!" เธอยืนนิ่งอยู่ที่เดิม หันหน้าไปอีกทาง พิงหลังกับกำแพง กดซองจดหมายที่อยู่ในมือไว้เขามองเธอด้วยสายตาจจนใจมากขึ้น "นิสัยเธอนี่ ช่วงนี้ดูหนักขึ้นเรื่อย ๆ นะ"แต่เขาก็ไม่ได้บังคับเธออีก ไม่ได้สงสัยด้วยว่าเธอซ่อนอะไรไว้ด้านหลัง เดินเข้าบ้านไปแล้วสุดท้าย ป้าเฉินก็เป็นคนแกะพัสดุนั้น ส่วนเจี่ยนจือก็รีบซ่อนผลสอบไว้ แล้วกลับเข้าห้องรับแขกไป"เจี่ยนจือ เตรียมตัวได้แล้ว" เวินถิงเยี่ยนเรียกเธอจากด้านนอก"เวินถิงเยี่ยน!" เธอหันกลับมา "นายให้เกียรติฉันบ้างได้ไหม อย่าบอกทุกเรื่องกะทันหันแบบนี้"เขาเดินมาหน้าประตูห้องรับแขก "คุณนายเวิน วันนี้ก็ถือว่าแจ้งกะทันหันเหรอ วันนี้เป็นวันเกิดพ่อของเธอนะ"เจี่ยนจือพูดไม่ออก"หรือว่าจะให้ฉันไปคนเดียว" เขาเลิกคิ้วขึ้นถามต่อ"รอแป๊บหนึ่ง ฉันจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้า" เธอพูดจบแล้วปิดประตูแต่ที่ผิดคาดมากก็คือ เขาเอื้อมมือมาขวางประตูไว้ กล่าวด้วยแววตาล้ำลึกปนสงสัย "จำเป็นต้องปิดประตูด้วยเหรอ เป็นเพราะไอ้หนุ่มนักเต้นคนนั้นใช่ไหม""พิลึกคน!" เธอออกแรงปิดประตูลงแต่งงานกันมาห้าปี มีครั้งไหนที่พวกเขาไม่ปิดประตูตอนเปลี่ยนเสื้อผ้า? ยิ่งไปกว่านั้น คนที

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 29

    เจี่ยนจือรู้สึกจนปัญญา ไม่ใช่สิ ตอนนี้เธอไม่ต้องการตำแหน่ง "คุณนายเวิน" มากขนาดนั้นแล้ว! "เวินถิงเยี่ยน นายยึดมั่นถือมั่นอะไรนักหนาถึงคิดว่าฉันต้องเป็นภรรยาให้นายในบ้านหลังนี้ ฉันไม่ต้องการเป็นคุณนายเวินตลอดไปอะไรนั่นหรอก นายลองให้ลั่วอวี่เฉิงมาคุกคามตำแหน่งฉันหน่อยสิ ได้ไหมล่ะ?"เวินถิงเยี่ยนชะงักเล็กน้อย แต่ก็แค่ยิ้มเยาะ ยังคิดว่าเธอกำลังทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจ จากนั้นเดินเข้าไปอาบน้ำในห้องนอนหลักเจี่ยนจือเองก็เหงื่อท่วมตัวเพราะเรื่องที่เผชิญเมื่อครู่นี้ เธอจึงอาบน้ำอีกครั้ง เปลี่ยนเป็นเสื้อยืดแล้วเข้านอนใหม่กลางดึกมีฝนตกหนัก เสียงฝนกระทบหน้าต่างกระจกให้ความรู้สึกเหมือนเสียงสีขาวที่ช่วยให้หลับได้ดี อุณหภูมิก็ลดลงฉับพลันเช่นกัน เธอฟังเสียงฝนและค่อย ๆ หลับไปเช้าวันรุ่งขึ้น เธอตื่นขึ้นมาเองตามธรรมชาติ เมื่อดูเวลาก็เก้าโมงแล้ว เวินถิงเยี่ยนยังคงคุยอยู่กับป้าเฉินด้านนอก ยังไม่ได้ไปบริษัท นี่ไม่ใช่สไตล์ของคนบ้างานอย่างเขาเลยหลังจากกำชับป้าเฉินเสร็จ เขาก็ออกไป ตอนนี้เจี่ยนจือถึงได้ลุกจากเตียงขณะทานอาหารเช้า ป้าเฉินก็เดินมาบอกว่า "คุณนายคะ คุณผู้ชายบอกว่าเขาจะออกไปทำธุระนิดหน่อยแล้ว

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 28

    ท่าทางของเวินถิงเยี่ยนตอนอาละวาดเป็นอย่างไร เธอไม่เคยรู้มาก่อนจริง ๆตั้งแต่เธอรู้จักเขามา เขาเป็นเหมือนหมอกยามเย็นบนภูเขา เหมือนไผ่เขียวในป่า เป็นคนเรียบ ๆ เหมือนมีม่านบาง ๆ กั้นระหว่างเขากับคนอื่นอยู่เสมอ มองไม่ชัดและสัมผัสไม่ได้แม้แต่ตอนที่เธอแต่งงานกับเขาแล้ว เขาก็ยังเป็นแบบนี้อยู่แต่เขาในตอนนี้ ดูบ้าคลั่งผิดปกติจริง ๆเธอจ้องมองเสื้อเชิ้ตที่ฉีกออก เห็นมัดกล้ามเนื้อคมชัดที่เผยออกมา เธอรู้สึกตกใจมาก"เวินถิงเยี่ยน นายจะทำอะไร" เธอใช้ผ้าห่มห่อตัวเองไว้แน่น"เธอคิดว่าฉันจะทำอะไรล่ะ" สายตาของเขาเผยความดุดันที่เห็นได้ไม่บ่อย "เธอเป็นเมียฉัน กินของฉัน ใช้ของฉัน แต่เธอร่วมมือกับคนอื่นมาทำร้ายฉัน เธอว่าฉันจะทำอะไร""ฉันไม่ได้..." เดิมทีเธอรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องอธิบาย แต่ดูจากท่าทางแบบนี้ของเขา เหมือนจะใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างมาทำเรื่องบ้าคลั่งจริง ๆเห็นว่าจู่ ๆ เวินถิงเยี่ยนปลดเข็มขัด เจี่ยนจือก็รีบห่อผ้าห่มแล้วลงจากเตียงอีกด้านอย่างรวดเร็วผลปรากฏว่าเธอถูกเวินถิงเยี่ยนโถมตัวลงมาดึงกลับไป ทั้งคนทั้งผ้าห่ม"เวินถิงเยี่ยน ปล่อยฉันนะ!"แต่เขาทำเหมือนไม่ได้ยินไม่นาน ผ้าห่มที่เธ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 27

    ใจเธอเคลื่อนไหวไปตามเขาดังนั้นเธอจึงจัดเตรียมอาหารให้เขาอย่างดี ดูแลบ้านนี้อย่างใส่ใจ อยากมอบท่าเรือที่อบอุ่นให้เขา แม้ว่าเขามักจะกลับมาดึกมาก เธอก็หวังว่าขอแค่เขากลับถึงบ้านแล้วจะได้พักผ่อนอย่างสบายก็พอ...น่าเสียดาย เขาดูเหมือนจะไม่ต้องการมันดังนั้น ก็ปล่อยให้คนที่เขาต้องการเป็นเป็นห่วงไปแล้วกันเธอกะว่าจะอาบน้ำ แล้วจะค้นหาข้อมูลเรื่องเรียนต่อต่างประเทศอีกหน่อยก็จะเข้านอนเพียงแต่บางครั้งอัลกอริทึมก็น่ารำคาญมาก มักจะทำให้เลื่อนไปเจอสิ่งที่ไม่อยากเห็นอยู่เสมอเมื่อเปิดโซเชียลมีเดียแอปหนึ่ง โพสต์ของลั่วอวี่เฉิงก็เด้งขึ้นมาในหน้าแรกของเธออีกแล้วโพสต์เมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว เนื้อหาคือเรื่องราวของคืนนี้รูปภาพหนึ่งที่ถ่ายการจับมือ มือของเวินถิงเยี่ยนกำลังจับมือของเธออยู่ข้อความที่เขียนไว้คือ [เขาเป็นเหมือนต้นไม้ใหญ่เสมอมา เย่อหยิ่ง มีปณิธาน ไม่ว่าจะเจอลมฝนหนักขนาดไหนก็ยังตั้งตระหง่าน แต่คืนนี้กลับยอมกล้ำกลืนเพื่อฉัน ขอบคุณนะ ที่ต่อสู้กับคนทั้งโลกเพื่อฉัน ถึงนายจะถูกคนมากมายตำหนิ แต่ในใจฉัน นายยังคงสง่างามเหมือนภูผา]เจี่ยนจือยิ้มอย่างขมขื่น ใช้นิ้วกดดิสไลก์โพสต์นี้ หวังว่าครั

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 26

    "ใช่" เจี่ยนจือขี้เกียจจะอธิบายแล้วเวินถิงเยี่ยนก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว จู่ ๆ ก็เข้าใกล้เธอมาก มากจนสามารถมองเห็นรอยตีนกาภายใต้ความอ่อนล้าของเขาได้อย่างชัดเจนสามสิบตั้งตัว เขายังไม่ถึงสามสิบด้วยซ้ำ แต่กลับมีร่องรอยของกาลเวลาแล้ว"เจี่ยนจือ" เขากุมไหล่ของเธอ กลิ่นน้ำหอมอ่อนจางโชยมาจากตัวเขา "หลายปีมานี้ ฉันทำดีกับเธอไม่พอหรือไง"ตอนที่เขาพูดประโยคนี้ ความเหนื่อยล้าทั้งหมดได้เผยออกมาจากคิ้วที่ขมวดมุ่นและขอบตาที่ดำคล้ำของเขาเธอถอนหายใจเบา ๆ เฮือกหนึ่งดีเธอยอมรับ ว่าเขาพยายามทำดีกับเธออย่างสุดความสามารถแล้ว ทั้งเรื่องอาหาร ของใช้ ที่อยู่ เงิน รวมถึงการทุ่มเทเงินทองมากมายให้คุณย่าและครอบครัวของเธอโดยไม่ปริปากบ่นแต่เวินถิงเยี่ยน ความดีของนายแบบนี้ สู้ให้เงินสักก้อนซื้อขาดขาที่เดินพิการของฉันตั้งแต่แรกยังดีกว่า..."ถ้าฉันไม่ได้ทำอะไรผิดต่อเธอ แล้วเธอใจแข็งทำลงได้ยังไง" ขณะที่เขาพูด ดวงตาก็เริ่มแดงเล็กน้อย "เธอทำลงได้ยังไง ที่ร่วมมือกับคนนอกมาจัดการกับฉันแบบนี้ ของฉันไม่ใช่ของเธอเหรอ ธุรกิจของฉันไม่ใช่ธุรกิจของเธอเหรอ เงินของฉันไม่ใช่เงินของเธอหรือไง เราสองสามีภรรยาไม่ใช่คนคนเดี

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 25

    ลั่วอวี่เฉิงหน้าแดงก่ำทันที น้ำตาแห่งความคับข้องใจคลอเบ้า เธอถูกเวินถิงเยี่ยนจูงมือออกไปแล้วอาจารย์จ้าวถลึงตาคุณอู๋แวบหนึ่ง ราวกับว่าเรื่องราวทั้งหมดในวันนี้เป็นผลมาจากคุณอู๋ แล้วหันมาถามเจี่ยนจือ "โครงการนี้ เธอคิดเห็นยังไง เราจะฟังความเห็นของเธอ!""ไม่ต้องคำนึงถึงหนูเลยค่ะ อาจารย์ การตัดสินใจของอาจารย์กับคุณอู๋ ไม่ต้องคำนึงถึงหนูเลยค่ะ" เจี่ยนจือขยิบตาให้อาจารย์ "อาจารย์คะ หนูคือนกนางแอ่นน้อยนะคะ หนูจะโบยบินไปให้ได้ค่ะ"อาจารย์จ้าวได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจโล่งอก "แบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อย! ที่พวกเราดูการแสดงความรักลึกซึ้งนั่นอยู่ตั้งนาน หลัก ๆ ก็เพราะคำนึงถึงเธอ ไม่อยากทำร้ายเธอโดยไม่ตั้งใจ ในเมื่อเธอพูดแบบนี้ ฉันก็วางใจได้แล้ว"คนอื่น ๆ ต่างไม่สนิทสนมกับเจี่ยนจือและเวินถิงเยี่ยน จึงไม่สะดวกที่จะเข้ามายุ่ง พอได้ยินอาจารย์จ้าวพูดแบบนี้ บรรยากาศก็ผ่อนคลายลงเช่นกัน"เอาล่ะ พวกเรามาต่อกันเถอะ" อาจารย์จ้าวเรียกทุกคนพร้อมรอยยิ้มเจี่ยนจือใช้ค่ำคืนอันสุขสันต์กับอาจารย์จ้าว ทุกคนเป็นมิตรมาก ได้แลกเปลี่ยนช่องทางการติดต่อกัน โดยเฉพาะเด็กสาวที่เป็นนักเต้นเหมือนกัน เธออบอุ่นและกระตือรือร้นเหม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status