แชร์

บทที่ 6

ผู้เขียน: ปลาคาร์ปตัวน้อย
"เวินถิงเยี่ยน..." เธอสะอื้นออกมาอย่างไม่เอาไหน

"หืม? เจี่ยนจือ?" เขากุมมือเธอไว้ "เป็นอะไรไป อยากร้องไห้เหรอ อยากร้องก็ร้องเถอะ ไม่ต้องกลั้นหรอก"

เสียงของเขาช่างอ่อนโยนจริง ๆ อ่อนโยนเหลือเกิน

เหมือนเมื่อปีนั้น ตอนที่เธอออกจากห้องผ่าตัด เขากับพยาบาลช่วยกันเข็นเธอกลับมาที่ห้องพักผู้ป่วย เขาก็เฝ้าอยู่ข้างเตียงเธอแบบนี้ ใช้เสียงที่นุ่มนวลแทบละลายพูดกับเธอว่า "เจี่ยนจือ เจ็บไหม? เจ็บก็ร้องไห้ออกมาเถอะ ไม่ต้องอดทน..."

ตัวเธอในตอนนั้น รู้สึกเพียงว่าความห่วงใยที่อ่อนโยนราวกับน้ำนี้คือยาแก้ปวดชั้นดี แต่น่าเสียดาย เธอใช้เวลาตั้งหลายปีกว่าจะเข้าใจอย่างถ่องแท้ ว่าความอ่อนโยนและความห่วงใยของผู้ชายคนหนึ่ง ไม่มีวันเปลี่ยนเป็นความรักได้เลย...

"เวินถิงเยี่ยน เราหย่ากันเถอะ" เธอกล่าวเสียงเบา ชักมือกลับมา ความเจ็บแปลบค่อย ๆ ทำให้ดวงตาพร่ามัว

เขาขมวดคิ้ว เห็นได้ชัดเลย เขาคิดไม่ถึงว่าเธอจะพูดแบบนี้

หลังจากเงียบไปครู่เดียว เขาก็เรียกพนักงานเสิร์ฟให้นำชามสะอาดมาหนึ่งใบ จากนั้นคีบชิ้นปลา ก้มหน้าใช้ตะเกียบเขี่ยก้างปลาออกเบา ๆ พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "เจี่ยนจือ ฉันรู้ว่าเธอยังโกรธอยู่ แต่พูดถึงเรื่องหย่ามันไม่สมเหตุสมผลเลยนะ ถ้าเธอหย่ากับฉันแล้ว เธอจะทำยังไง จะใช้ชีวิตคนเดียวได้ยังไง"

เจี่ยนจือถี่หายใจถี่ขึ้น

ตลอดห้าปีมานี้ ในสายตาของทุกคน เธอเป็นเพียงคนที่พึ่งพาเขา ถ้าไม่มีเขา เธอก็คือคนน่าสงสารที่ไม่มีใครต้องการและมีชีวิตรอดต่อไปไม่ได้

เขาเองก็คิดแบบนี้เหมือนกัน

"ฉันทำได้!" เป็นครั้งแรกที่เธอแสดงความแข็งแกร่งต่อหน้าเขา เป็นครั้งแรกที่เธออยากสู้เพื่อศักดิ์ศรีของตัวเอง

เวินถิงเยี่ยนกลับยิ้มเฉย ๆ ยังคิดว่าเธอแค่อยากเอาชนะ เขานำปลาที่แกะก้างแล้วมาวางตรงหน้าเธอ "ทานเถอะ อนุญาตให้เธอโกรธต่ออีกหน่อย แต่หลังจากทานข้าวเสร็จแล้วห้ามโกรธอีกนะ"

"ฉันไม่ได้โกรธ ฉันอยากหย่าจริง ๆ!" เธอจะต้องพูดอย่างไร เวินถิงเยี่ยนถึงจะเข้าใจว่าเธอไม่ได้เอ่ยเรื่องหย่าเพราะประชดจริง ๆ?

"เจี่ยนจือ" เขาวางตะเกียบลง "พอได้แล้ว วันนี้ฉันยกเลิกประชุมสองครั้ง การเจรจาธุรกิจหนึ่งครั้ง เพื่อมาเที่ยวเล่นเป็นเพื่อนเธอโดยเฉพาะ พรุ่งนี้มะรืนนี้ ฉันอาจไม่มีเวลามากขนาดนี้แล้ว ฉันจะพูดอีกครั้งนะ เฉิงเฉิงเป็นเพื่อนที่ดีของพวกเรา เป็นสมาชิกคนหนึ่งในบรรดาเพื่อนพี่น้องของฉัน ฉันปฏิบัติกับเธอไม่ต่างจากอาเหวิน เฉิงเฉิงก็ชอบเธอมากเหมือนกัน อยากเป็นเพื่อนกับเธอมาตลอด เธอมีท่าทีแบบนี้...จะให้ฉันพาอีกฝ่ายมาเจอเธอได้ยังไง"

"งั้นก็ไม่จำเป็นต้องพามาแล้ว" เธอไม่คิดว่าลั่วอวี่เฉิงอยากเป็นเพื่อนกับเธอจริง ๆ

"เจี่ยนจือ!" เขาเริ่มมีน้ำโหเล็กน้อย

เธอรู้อยู่แล้ว ขอแค่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับลั่วอวี่เฉิง เขาก็จะอารมณ์ไม่ดีเท่าไรนัก

"รีบทานเถอะ ทานเสร็จเราไปเดินห้างกัน ซื้อของที่เธอชอบ แล้วไปทานอาหารเย็นที่บ้านคุณพ่อคุณแม่ เธอไม่ได้กลับไปเยี่ยมพ่อแม่นานแค่ไหนแล้ว" เขาคีบอาหารใส่ชามเธอไม่หยุด

เธอไม่อยากให้ตัวเองเสียเปรียบ จึงหยิบตะเกียบขึ้นมา อะไรที่ควรทานก็ท่านไป ไม่ว่าอย่างไร เธอต้องรักษาสุขภาพของตัวเองไว้ก่อน ไม่จำเป็นต้องทำร้ายกระเพาะอาหารตัวเองเพื่อระบายความโกรธ

"แบบนี้แหละถูกแล้ว" เสียงของเวินถิงเยี่ยนกลับมาอ่อนโยนอีกครั้ง "ห้ามพูดถึงคำว่าหย่าอีกเด็ดขาด"

เธอชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วก้มหน้าทานอาหารต่อไป

หลังทานอาหารเสร็จ เธอไม่อยากไปเดินซื้อของ แต่เวินถิงเยี่ยนดึงดันจะให้เธอไป จึงขับรถตรงไปยังห้างสรรพสินค้า

ตลอดห้าปีที่แต่งงานกันมา เวินถิงเยี่ยนพาเธอมาเดินห้างแทบจะนับครั้งได้ ที่จริงควรจะพูดว่า เวลาที่เธอกับเขาปรากฏตัวในที่สาธารณะพร้อมกันนั้นมีน้อยมากต่างหากล่ะ

แม้เป็นตอนกลางวัน แสงไฟในห้างสรรพสินค้าก็ยังสว่างจ้าจนแสบตา

เธอไม่ค่อยชินนัก กอดกระเป๋าเดินอย่างระมัดระวังในเงาด้านหลังเขา

ชั้นหนึ่งเป็นเคาน์เตอร์กระเป๋าหรู นาฬิกาแบรนด์เนมและเครื่องประดับ

"เธออยากซื้ออะไร" เขาหันกลับมาถามเธอ

เธอไม่อยากซื้ออะไรเลย เธอแค่อยากกลับบ้าน!

แต่เธอยังไม่ทันพูดอะไรสักคำ ก็มีคนตะโกนเรียก "ท่านประธานเวิน" มาแต่ไกล

"เป็นบริษัทคู่ค้าที่เพิ่งรู้จักกันเมื่อเร็ว ๆ นี้ ฉันจะไปทักทายหน่อย" เวินถิงเยี่ยนกำชับ "เธอเดินดูไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะกลับมาหา"

ลูกค้าของเวินถิงเยี่ยน ถึงอย่างไรเธอก็ไม่รู้จักอยู่ดี เธอยืนอยู่ที่เดิม มองดูเขาจับมือทักทายกับผู้ชายคนหนึ่งไม่ไกล ของหรูหราเต็มห้างพวกนี้ ไม่มีอะไรที่เธออยากซื้อเลย

"คุณผู้หญิง ถึงคิวคุณแล้วค่ะ" พนักงานขายเตือนเธอ

เธอเพิ่งจะพบว่า ตัวเองเผลอไปยืนอยู่ในแถวคิวของร้านแบรนด์เนมแห่งหนึ่งเข้าแล้ว

"อ๋อ ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณค่ะ" เธอรีบตอบ แล้วก็เดินออกไปทันที

เธอเดินอยู่ในห้างสรรพสินค้าอย่างเรื่อยเปื่อย ทันใดนั้นก็เห็นร่างที่คุ้นเคยตรงเคาน์เตอร์นาฬิกาแบรนด์เนมแห่งหนึ่ง ลั่วอวี่เฉิงนั่นเอง

ตอนที่เธอมองแบรนด์ของนาฬิกาเรือนนั้น ในใจก็มีบางสิ่งจมดิ่งลง เธอเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์โดยไม่รู้ตัว

คนที่ดูนาฬิกาอยู่กับลั่วอวี่เฉิงคืออาเหวิน เมื่อเธอเดินเข้าไปใกล้ บทสนทนาของทั้งสองคนก็ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ

"ถ้าเธอชอบก็ซื้อเลย" เป็นเสียงของอาเหวิน

แต่ลั่วอวี่เฉิงกลับบอกว่า "ไม่ดีมั้ง เรือนนี้มันแพงเกินไปจริง ๆ ถึงอาเยี่ยนจะให้บัตรเสริมฉันมา ให้ฉันรูดได้ตามสบาย แต่ถ้ารูดของแพงขนาดนี้ฉันก็เกรงใจ"

เจี่ยนจือหยุดฝีเท้าอยู่ที่เดิม มันหนักอึ้งจนก้าวต่อไปไม่ได้อีก หัวใจของเธอก็หนักอึ้งไม่ต่างจากฝีเท้า

บัตรเสริม...

บัตรเสริมของเขา...

"ในเมื่อให้เธอแล้ว ก็แปลว่าให้เธอรูดได้ อาเยี่ยนเคยเป็นคนปากไม่ตรงกับใจเมื่อไรกัน? เราเป็นเพื่อนกันมานานขนาดนี้ เธอยังไม่รู้จักนิสัยเขาอีกเหรอ? ให้เธอ ก็คือให้ด้วยความจริงใจ" อาเหวินพูดต่อ

"ก็จริง..." ลั่วอวี่เฉิงเริ่มขยับข้อมือไปมาเพื่อให้อาเหวินดู

เจี่ยนจือก็เห็นแล้วเช่นกัน

"สวยไหมอาเหวิน ฉันชอบนาฬิกาเรือนนี้มากจริง ๆ ชอบตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว ตอนนั้นอาเยี่ยนเคยสัญญาว่าจะซื้อให้ฉันตอนเรียนจบ แต่ตอนหลัง..."

ตอนหลัง?

รอยยิ้มที่ทั้งเยาะเย้ยทั้งขมขื่นผุดขึ้นในใจเจี่ยนจือ

ตอนหลังเวินถิงเยี่ยนก็มอบนาฬิกาเรือนนี้ให้เธอเป็นของขวัญวันเกิดและวันครบของรอบทุกปี

ทีแรกเธอคิดว่า ถึงเวินถิงเยี่ยนจะไม่มีหัวใจ แต่อย่างน้อยเขาก็ยังจำวันเกิดของเธอกับวันครบรอบได้ ของขวัญที่เลือกมาต่อให้ไม่ตั้งใจเลือก แต่อย่างน้อยก็มีมูลค่าสุง

แต่ที่จริงแล้ว เขาไม่ใช่คนไร้หัวใจ ไม่ใช่คนที่ไม่ตั้งใจทำด้วย ตรงกันข้าม เขาตั้งใจมากเกินไป ทุ่มเทเกินไปด้วย เพียงแต่สิ่งที่เขาสลักไว้ในใจนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเธอเลย...

"งั้นตอนนี้อาเยี่ยนก็ถือว่าทำตามสัญญาแล้ว เธออยากซื้ออะไร ตอนนี้ซื้อได้เลย ขอแค่ที่เธอชอบ เขาก็ซื้อให้ได้หมด" อาเหวินยุยงเธอ

"งั้นฉันรูดบัตรแล้วนะ?" ลั่วอวี่เฉิงใจเต้นแรงอย่างเห็นได้ชัด

อีกด้านหนึ่ง เวินถิงเยี่ยนพูดคุยกับคู่ค้าเสร็จแล้ว คู่ค้าคนนั้นมารับภรรยาที่มาเดินห้าง และเมื่อรู้ว่าเวินถิงเยี่ยนกำลังพาภรรยามาเดินซื้อของ จึงเสนอว่าจะไปทักทายสักหน่อย

เจี่ยนจือพอเห็นเวินถิงเยี่ยนเดินมา ก็รีบหลบไปซ่อนอยู่ข้างหลังเสาโรมันต้นหนึ่ง

แต่ลั่วอวี่เฉิงเห็นเวินถิงเยี่ยนแล้ว จึงโบกมือแล้วตะโกนเรียกเสียงดัง "อาเยี่ยน ฉันอยู่ตรงนี้ นายมานี่หน่อย"

เจี่ยนจือมองจากด้านหลังเสาโรมัน เห็นเวินถิงเยี่ยนกับคู่ค้าของเขาเดินตรงไปหาลั่วอวี่เฉิงแล้ว

ลั่วอวี่เฉิงคล้องแขนเวินถิงเยี่ยนแล้วก็เขย่า "อาเยี่ยน ฉันอยากซื้อนาฬิกาเรือนนี้ ดีไหม"

"ดีสิ" เวินถิงเยี่ยนมองลั่วอวี่เฉิงด้วยสายตาอ่อนโยนราวกับน้ำ ประกายในดวงตาทำให้ทั้งใบหน้าของเขามีชีวิตชีวาขึ้น ไม่จืดชืดเหมือนตอนอยู่บ้านกับเจี่ยนจือ

"ขอบคุณนะอาเยี่ยน งั้นฉันไปรูดบัตรเลยนะ!" ลั่วอวี่เฉิงโบกบัตรเสริมที่เวินถิงเยี่ยนให้เธอ

คู่ค้าที่มาด้วยกันเห็นดังนั้นก็ยิ้ม "คุณเวินกับคุณนายเวินรักกันหวานซึ้งจริง ๆ น่าประทับใจมากครับ"

คุณเวิน? คุณนายเวิน?

เวินถิงเยี่ยนกับลั่วอวี่เฉิงตกใจเล็กน้อย แต่ทั้งสองคนก็ไม่ได้อธิบายอะไรเลย...

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 656

    อาจารย์จ้าวได้ฟังเช่นนั้นก็หัวเราะออกมาเบา ๆ “ขอบคุณนะ”เพราะอยู่บนเวทีจึงไม่มีเวลาพูดคุยกันมากนัก เจี่ยนจือจึงลงจากเวทีพร้อมกับความหวังว่า เธอจะได้พบอาจารย์อีกครั้งในรั้วมหาวิทยาลัยเมื่อออกจากโรงละคร สายลมยามค่ำคืนช่วยพัดพาความคิดฟุ้งซ่านของเจี่ยนจือให้ค่อย ๆ จางหายไป พอหันไปเห็นเมิ่งเฉิงซ่งที่เดินอยู่ข้างกาย เธอก็รู้สึกเขินขึ้นมาเล็กน้อยเมิ่งเฉิงซ่งคงแปลกใจแน่ ๆ ว่าทำไมเธอถึงร้องไห้หนักขนาดนั้น?“ฉัน……” เธอหัวเราะทั้งน้ำตา ดวงตายังคงแดงระเรื่อ “น่าตลกมากเลยใช่ไหม?”“จะเป็นแบบนั้นได้ยังไง?” ภายใต้แสงไฟริมถนน ดวงตาของเมิ่งเฉิงซ่งให้ความรู้สึกเหมือนถูกปกคลุมด้วยหมอกจาง ๆ ดูอบอุ่นเหลือเกิน “การร้องไห้ให้สิ่งที่ตัวเองรักเป็นเรื่องที่ควรค่าแก่การเคารพมากนะ”นี่เป็นครั้งแรกที่เจี่ยนจือได้ยินใครสักคนมองว่า “การร้องไห้” ก็เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ได้ จึงหลุดหัวเราะออกมา “เมิ่งเฉิงซ่ง นายนี่เข้าใจพูดนะ”แต่เมิ่งเฉิงซ่งกลับส่ายหน้า “ฉันไม่ได้พูดไปงั้น ๆ นะ ฉันพูดจริง ๆ ฉันอิจฉาเธอมากนะเพราะฉันว่าการที่คนเราจะยึดมั่นในสิ่งที่รักมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แล้วยิ่งสามารถหลั่งน้ำตาให้กับสิ่งนั้นได

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 655

    ณ ใต้ต้นการบูร เมิ่งเฉิงซ่งหยิบบัตรเข้าชมการแสดงออกมาสองใบ “ดูสิว่านี่อะไร?”ดวงตาของเจี่ยนจือเป็นประกายทันที “ว้าว บัตรชมการแสดงของอาจารย์จ้าวเหรอ?”เมิ่งเฉิงซ่งยกยิ้มพลางพยักหน้ารับ“นี่นายไปเอามา……?” หัวใจของเจี่ยนจือเต้นระรัวด้วยความดีใจ!อาจารย์จ้าวของเธออาจารย์จ้าวที่เคยเป็นคนผลักดันเธอสมัยเรียนอยู่สถาบันนาฏศิลป์!อาจารย์จ้าวคนที่คอยเอาใจใส่เธอถึงแม้เธอจะบาดเจ็บที่ขาจนไม่สามารถขึ้นแสดงได้อีก!และอาจารย์จ้าวที่ยืนหยัดอยู่ข้างเธอแม้ในวันที่เธอโดนกระแสบนโลกออนไลน์ถล่ม!เพียงแต่ในอีกโลกหนึ่ง อาจารย์จ้าววางมือจากการขึ้นแสดงบนเวทีแล้ว และหันมาทุ่มเทให้กับงานสอนอย่างเต็มที่ เธอไม่ได้เห็นอาจารย์จ้าวผู้เปล่งประกายเจิดจรัสอยู่บนเวทีมานานกี่ปีแล้วนะ!บัตรสองใบนี้ที่เมิ่งเฉิงซ่งหามาให้ ช่างถูกใจเธอเหลือเกิน!“เมิ่งเฉิงซ่ง!” รอยยิ้มของเธอเปล่งประกายงดงามท่ามกลางแสงแดดในฤดูร้อน “นายรู้ได้ยังไงว่าฉันชอบอาจารย์จ้าว?”เมิ่งเฉิงซ่งกลับเอียงศีรษะแล้วยกยิ้มน้อย ๆ “ฉันไม่รู้หรอก ก็แค่เห็นว่าอาจารย์ท่านนี้เป็นสมาชิกคณะนาฏศิลป์ของวิทยาลัยนาฏศิลป์ในเมืองหลวง ที่นั่นคือมหาวิทยาลัยในฝันของเธอ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 654

    เวินถิงเยี่ยนไม่รู้แต่เขารู้ว่าเจี่ยนจือต้องเตรียมของขวัญให้เขาแน่นอนเย็นวันสุดท้ายที่คุณย่าเวินนอนโรงพยาบาล ตอนเลิกเรียน อาเฟิงยกแขนพาดไหล่เขา “ลูกพี่ มะรืนนี้แล้วนะ ฉันเตรียมของไว้หมดแล้ว เลิกเรียนก็ไปบ้านนายเลย”“อืม” เวินถิงเยี่ยนตอบเรียบ ๆบนใบหน้าของอาเฟิงมีสีหน้าตื่นเต้นแบบ “อดไม่ไหวแล้ว ต้องบอกนายให้ได้” “เฮ้ ลูกพี่!” จากนั้นก็หัวเราะแปลก ๆ ขึ้นมาอีกเวินถิงเยี่ยนปรายตามองเขาอย่างเย็นชา สีหน้าเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามอาเฟิงดึงเขาเข้ามาใกล้ทันที แล้วกดเสียงต่ำ ดวงตาเป็นประกาย “ฉันบอกนายแล้ว นายอย่าหลุดพิรุธล่ะ!”“อะไร?” เวินถิงเยี่ยนมองอย่างเฉยชา สายตาจับจ้องเมิ่งเฉิงซ่งที่ยืนอยู่ใต้ต้นการบูรตรงชั้นหนึ่ง“เจี่ยนจือไง! ของขวัญที่จะให้นาย!” อาเฟิงเอ่ยกระซิบพร้อมทำไม้ทำมือ “ฉันเห็นเธอเตรียมไว้แล้ว!”เวินถิงเยี่ยนเลิกเปลือกตาขึ้น “...อะไร?”“ลูกแก้วคริสตัลจักรวาลกับท้องฟ้าดวงดาว!” อาเฟิงตบแขนเขาอย่างตื่นเต้น “จริง ๆ นะ ฉันเห็นกับตาว่าเธอกำลังทำ! ฉันจะบอกนายให้ เมื่อสองเดือนก่อน ตอนนั้นพวกเรายังไม่ได้แยกห้อง ฉันแอบเห็นเจี่ยนจือวาดแบบอยู่ แล้วยังเห็นเธอซื้ออุปกรณ์มาเยอะม

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 653

    เจี่ยนจือนั่งเหม่อมองปฏิทินบนโต๊ะก่อนที่เจี่ยนจือจะย้อนเวลากลับมา เธอได้วงวันที่หนึ่งบนปฏิทินเอาไว้เธอเข้าใจความหมายของวงกลมนั้น วันนี้คือวันเกิดของเวินถิงเยี่ยนเจี่ยนจือคนนั้นที่เคยซื่อบื้อและมีแต่เวินถิงเยี่ยนอยู่เต็มหัวใจ แอบสลักความรักข้างเดียวของตัวเองเอาไว้ในรายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้อย่างเงียบ ๆถึงขั้นเริ่มเตรียมของขวัญวันเกิดให้เวินถิงเยี่ยนตั้งแต่สองเดือนก่อนบนโต๊ะยังมีของขวัญที่ทำค้างไว้อยู่ครึ่งหนึ่ง เป็นลูกแก้วคริสตัลที่เจี่ยนจือลงมือทำเองเธอตั้งใจจัดฉากด้านในอย่างมาก เป็นภาพของจักรวาลและท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว ท้องฟ้ายามค่ำคืนสีน้ำเงินเข้ม งดงามและเจิดจรัสเวินถิงเยี่ยนเป็นคนโดดเดี่ยว เธออยากบอกเขาว่าคนเราเกิดมาอยู่บนโลกใบนี้ ย่อมมีดวงดาวนับหมื่นนับพันคอยอยู่เป็นเพื่อนหรือบางที หนึ่งในนั้นอาจเป็นเธอตอนนั้นยังเด็ก มักชอบใช้เวลาและแรงมากมายทำเรื่องสวยงามฟุ้งฝันที่แทบไม่มีประโยชน์จริง ๆ เหมือนกับก้อนหินที่เธอเคยแกะสลักรูปพระจันทร์กับดอกหอมหมื่นลี้ก้อนนั้น ตอนนี้เมื่อหันกลับไปมอง ก็รู้สึกเพียงว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นช่างซื่อบื้อ เป็นแค่ความซาบซึ้งกับสิ่งที่ตัวเอ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 652

    ความหวั่นไหวในวัยเยาว์ คือการแอบเขียนชื่อของเธอลงบนหนังสือเรียน ก่อนจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วลบมันทิ้ง คือยามที่เธอเดินผ่านริมหน้าต่าง จังหวะหายใจก็พลันรวนไปหมด แต่กลับโทษว่าเป็นเพราะจักจั่นนอกหน้าต่างส่งเสียงดังเกินไปเด็กหนุ่มสองคนที่ยังอยู่ในวัยสดใส มองเห็นทั้งความอดกลั้น การต่อสู้ และความรู้สึกร้อนแรงในดวงตาของกันและกัน ทว่าสิ่งเดียวที่ไม่มีก็คือความลังเลสุดท้ายเวินถิงเยี่ยนก็เบือนสายตาออก เปลือกตาหลุบลงเล็กน้อย ปิดบังคลื่นอารมณ์ที่ปั่นป่วนอยู่ในดวงตาลึกคู่นั้น “ขอโทษนะอาซ่ง อย่างอื่นได้หมด แต่ข้อนี้ไม่ได้”เมิ่งเฉิงซ่งเองก็ไม่ได้ฝืนเขาอีก เพียงถามว่า “นายบอกฉันมาสิ ในชีวิตของนาย มีอะไรที่ทิ้งได้บ้าง? แล้วอะไรที่ทิ้งไม่ได้? ฉันช่วยนาย ฉันก็อยากได้สิ่งตอบแทน แต่ฉันไม่เอาของไร้ค่าหรอกนะ”เวินถิงเยี่ยนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างกะทันหัน รอยยิ้มเจือความอ้างว้างจาง ๆเพราะเขาพบว่าสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ไม่ได้มากมายเลย“อะไรก็ได้” เขาเอ่ยเสียงต่ำ “ยกเว้นสองคน”“สองคนไหน?” เมิ่งเฉิงซ่งถามต่อ“ย่าของฉัน” เวินถิงเยี่ยนหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะไม่ได้เอ่ยชื่อของอีกคน

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 651

    ดังนั้นเจี่ยนจือจึงถูกอาเฟิงดักอยู่หน้าห้องเต้นอย่างงง ๆ และต้องนั่งฟังอาเฟิงตะโกนอธิบายโจทย์ให้เธอฟังจนเสียงแทบแตกอยู่ครึ่งชั่วโมงกระทั่งอาเฟิงตะโกนอธิบายจนจบ เธอก็ยังคงอยู่ในสภาพมึนงง สมองอื้อไปหมด“ตกลงเธอเข้าใจหรือยังเนี่ย?” อาเฟิงตะโกนจนคอแทบไหม้เจี่ยนจือขมวดคิ้ว “โจทย์ง่ายขนาดนี้ นายจะตะโกนทำไม?”อาเฟิงนิ่งอึ้งไป ก่อนที่วินาทีต่อมาเสียงจะแหบพร่า “ถ้ามันง่าย แล้วทำไมเธอไม่ทำล่ะ? ปล่อยว่างหมดเลยเนี่ยนะ?”“แล้วทำไมฉันต้องทำด้วย? นายให้ฉันทำโจทย์ ฉันก็ต้องทำงั้นเหรอ? ฉัน...” มันไร้เหตุผลสุด ๆ ไปเลยไม่ใช่หรือไง?“ฉันไม่ได้ให้เธอทำ ลูกพี่ต่างหากที่ให้เธอทำ! ลูกพี่เป็นคนสั่ง!” น้ำเสียงของอาเฟิงเหมือนกำลังบอกว่า เธอกล้าไม่ฟังคำพูดของลูกพี่เหรอ?เจี่ยนจือยิ่งรู้สึกว่ามันเหลวไหลเข้าไปใหญ่ “เขาเป็นลูกพี่ของนาย ไม่ใช่ของฉันสักหน่อย!”เธอยัดข้อสอบกลับใส่มืออาเฟิง “ฉันไม่เรียนพิเศษ ขอบใจนะ”“เฮ้! เฮ้!” อาเฟิงตะโกนเรียกไล่หลังเธอเสียงดังเจี่ยนจือเดินจากไปตามทางของตัวเองโดยไม่สนใจเขา แต่อาเฟิงกลับตีความประโยคนั้นว่าเธอไม่อยากให้เขาสอน แต่อยากให้ลูกพี่มาสอนเองจะแบบนั้นได้ยังไง? ต

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status