Share

บทที่ 6

Author: ปลาคาร์ปตัวน้อย
"เวินถิงเยี่ยน..." เธอสะอื้นออกมาอย่างไม่เอาไหน

"หืม? เจี่ยนจือ?" เขากุมมือเธอไว้ "เป็นอะไรไป อยากร้องไห้เหรอ อยากร้องก็ร้องเถอะ ไม่ต้องกลั้นหรอก"

เสียงของเขาช่างอ่อนโยนจริง ๆ อ่อนโยนเหลือเกิน

เหมือนเมื่อปีนั้น ตอนที่เธอออกจากห้องผ่าตัด เขากับพยาบาลช่วยกันเข็นเธอกลับมาที่ห้องพักผู้ป่วย เขาก็เฝ้าอยู่ข้างเตียงเธอแบบนี้ ใช้เสียงที่นุ่มนวลแทบละลายพูดกับเธอว่า "เจี่ยนจือ เจ็บไหม? เจ็บก็ร้องไห้ออกมาเถอะ ไม่ต้องอดทน..."

ตัวเธอในตอนนั้น รู้สึกเพียงว่าความห่วงใยที่อ่อนโยนราวกับน้ำนี้คือยาแก้ปวดชั้นดี แต่น่าเสียดาย เธอใช้เวลาตั้งหลายปีกว่าจะเข้าใจอย่างถ่องแท้ ว่าความอ่อนโยนและความห่วงใยของผู้ชายคนหนึ่ง ไม่มีวันเปลี่ยนเป็นความรักได้เลย...

"เวินถิงเยี่ยน เราหย่ากันเถอะ" เธอกล่าวเสียงเบา ชักมือกลับมา ความเจ็บแปลบค่อย ๆ ทำให้ดวงตาพร่ามัว

เขาขมวดคิ้ว เห็นได้ชัดเลย เขาคิดไม่ถึงว่าเธอจะพูดแบบนี้

หลังจากเงียบไปครู่เดียว เขาก็เรียกพนักงานเสิร์ฟให้นำชามสะอาดมาหนึ่งใบ จากนั้นคีบชิ้นปลา ก้มหน้าใช้ตะเกียบเขี่ยก้างปลาออกเบา ๆ พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "เจี่ยนจือ ฉันรู้ว่าเธอยังโกรธอยู่ แต่พูดถึงเรื่องหย่ามันไม่สมเหตุสมผลเลยนะ ถ้าเธอหย่ากับฉันแล้ว เธอจะทำยังไง จะใช้ชีวิตคนเดียวได้ยังไง"

เจี่ยนจือถี่หายใจถี่ขึ้น

ตลอดห้าปีมานี้ ในสายตาของทุกคน เธอเป็นเพียงคนที่พึ่งพาเขา ถ้าไม่มีเขา เธอก็คือคนน่าสงสารที่ไม่มีใครต้องการและมีชีวิตรอดต่อไปไม่ได้

เขาเองก็คิดแบบนี้เหมือนกัน

"ฉันทำได้!" เป็นครั้งแรกที่เธอแสดงความแข็งแกร่งต่อหน้าเขา เป็นครั้งแรกที่เธออยากสู้เพื่อศักดิ์ศรีของตัวเอง

เวินถิงเยี่ยนกลับยิ้มเฉย ๆ ยังคิดว่าเธอแค่อยากเอาชนะ เขานำปลาที่แกะก้างแล้วมาวางตรงหน้าเธอ "ทานเถอะ อนุญาตให้เธอโกรธต่ออีกหน่อย แต่หลังจากทานข้าวเสร็จแล้วห้ามโกรธอีกนะ"

"ฉันไม่ได้โกรธ ฉันอยากหย่าจริง ๆ!" เธอจะต้องพูดอย่างไร เวินถิงเยี่ยนถึงจะเข้าใจว่าเธอไม่ได้เอ่ยเรื่องหย่าเพราะประชดจริง ๆ?

"เจี่ยนจือ" เขาวางตะเกียบลง "พอได้แล้ว วันนี้ฉันยกเลิกประชุมสองครั้ง การเจรจาธุรกิจหนึ่งครั้ง เพื่อมาเที่ยวเล่นเป็นเพื่อนเธอโดยเฉพาะ พรุ่งนี้มะรืนนี้ ฉันอาจไม่มีเวลามากขนาดนี้แล้ว ฉันจะพูดอีกครั้งนะ เฉิงเฉิงเป็นเพื่อนที่ดีของพวกเรา เป็นสมาชิกคนหนึ่งในบรรดาเพื่อนพี่น้องของฉัน ฉันปฏิบัติกับเธอไม่ต่างจากอาเหวิน เฉิงเฉิงก็ชอบเธอมากเหมือนกัน อยากเป็นเพื่อนกับเธอมาตลอด เธอมีท่าทีแบบนี้...จะให้ฉันพาอีกฝ่ายมาเจอเธอได้ยังไง"

"งั้นก็ไม่จำเป็นต้องพามาแล้ว" เธอไม่คิดว่าลั่วอวี่เฉิงอยากเป็นเพื่อนกับเธอจริง ๆ

"เจี่ยนจือ!" เขาเริ่มมีน้ำโหเล็กน้อย

เธอรู้อยู่แล้ว ขอแค่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับลั่วอวี่เฉิง เขาก็จะอารมณ์ไม่ดีเท่าไรนัก

"รีบทานเถอะ ทานเสร็จเราไปเดินห้างกัน ซื้อของที่เธอชอบ แล้วไปทานอาหารเย็นที่บ้านคุณพ่อคุณแม่ เธอไม่ได้กลับไปเยี่ยมพ่อแม่นานแค่ไหนแล้ว" เขาคีบอาหารใส่ชามเธอไม่หยุด

เธอไม่อยากให้ตัวเองเสียเปรียบ จึงหยิบตะเกียบขึ้นมา อะไรที่ควรทานก็ท่านไป ไม่ว่าอย่างไร เธอต้องรักษาสุขภาพของตัวเองไว้ก่อน ไม่จำเป็นต้องทำร้ายกระเพาะอาหารตัวเองเพื่อระบายความโกรธ

"แบบนี้แหละถูกแล้ว" เสียงของเวินถิงเยี่ยนกลับมาอ่อนโยนอีกครั้ง "ห้ามพูดถึงคำว่าหย่าอีกเด็ดขาด"

เธอชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วก้มหน้าทานอาหารต่อไป

หลังทานอาหารเสร็จ เธอไม่อยากไปเดินซื้อของ แต่เวินถิงเยี่ยนดึงดันจะให้เธอไป จึงขับรถตรงไปยังห้างสรรพสินค้า

ตลอดห้าปีที่แต่งงานกันมา เวินถิงเยี่ยนพาเธอมาเดินห้างแทบจะนับครั้งได้ ที่จริงควรจะพูดว่า เวลาที่เธอกับเขาปรากฏตัวในที่สาธารณะพร้อมกันนั้นมีน้อยมากต่างหากล่ะ

แม้เป็นตอนกลางวัน แสงไฟในห้างสรรพสินค้าก็ยังสว่างจ้าจนแสบตา

เธอไม่ค่อยชินนัก กอดกระเป๋าเดินอย่างระมัดระวังในเงาด้านหลังเขา

ชั้นหนึ่งเป็นเคาน์เตอร์กระเป๋าหรู นาฬิกาแบรนด์เนมและเครื่องประดับ

"เธออยากซื้ออะไร" เขาหันกลับมาถามเธอ

เธอไม่อยากซื้ออะไรเลย เธอแค่อยากกลับบ้าน!

แต่เธอยังไม่ทันพูดอะไรสักคำ ก็มีคนตะโกนเรียก "ท่านประธานเวิน" มาแต่ไกล

"เป็นบริษัทคู่ค้าที่เพิ่งรู้จักกันเมื่อเร็ว ๆ นี้ ฉันจะไปทักทายหน่อย" เวินถิงเยี่ยนกำชับ "เธอเดินดูไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะกลับมาหา"

ลูกค้าของเวินถิงเยี่ยน ถึงอย่างไรเธอก็ไม่รู้จักอยู่ดี เธอยืนอยู่ที่เดิม มองดูเขาจับมือทักทายกับผู้ชายคนหนึ่งไม่ไกล ของหรูหราเต็มห้างพวกนี้ ไม่มีอะไรที่เธออยากซื้อเลย

"คุณผู้หญิง ถึงคิวคุณแล้วค่ะ" พนักงานขายเตือนเธอ

เธอเพิ่งจะพบว่า ตัวเองเผลอไปยืนอยู่ในแถวคิวของร้านแบรนด์เนมแห่งหนึ่งเข้าแล้ว

"อ๋อ ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณค่ะ" เธอรีบตอบ แล้วก็เดินออกไปทันที

เธอเดินอยู่ในห้างสรรพสินค้าอย่างเรื่อยเปื่อย ทันใดนั้นก็เห็นร่างที่คุ้นเคยตรงเคาน์เตอร์นาฬิกาแบรนด์เนมแห่งหนึ่ง ลั่วอวี่เฉิงนั่นเอง

ตอนที่เธอมองแบรนด์ของนาฬิกาเรือนนั้น ในใจก็มีบางสิ่งจมดิ่งลง เธอเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์โดยไม่รู้ตัว

คนที่ดูนาฬิกาอยู่กับลั่วอวี่เฉิงคืออาเหวิน เมื่อเธอเดินเข้าไปใกล้ บทสนทนาของทั้งสองคนก็ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ

"ถ้าเธอชอบก็ซื้อเลย" เป็นเสียงของอาเหวิน

แต่ลั่วอวี่เฉิงกลับบอกว่า "ไม่ดีมั้ง เรือนนี้มันแพงเกินไปจริง ๆ ถึงอาเยี่ยนจะให้บัตรเสริมฉันมา ให้ฉันรูดได้ตามสบาย แต่ถ้ารูดของแพงขนาดนี้ฉันก็เกรงใจ"

เจี่ยนจือหยุดฝีเท้าอยู่ที่เดิม มันหนักอึ้งจนก้าวต่อไปไม่ได้อีก หัวใจของเธอก็หนักอึ้งไม่ต่างจากฝีเท้า

บัตรเสริม...

บัตรเสริมของเขา...

"ในเมื่อให้เธอแล้ว ก็แปลว่าให้เธอรูดได้ อาเยี่ยนเคยเป็นคนปากไม่ตรงกับใจเมื่อไรกัน? เราเป็นเพื่อนกันมานานขนาดนี้ เธอยังไม่รู้จักนิสัยเขาอีกเหรอ? ให้เธอ ก็คือให้ด้วยความจริงใจ" อาเหวินพูดต่อ

"ก็จริง..." ลั่วอวี่เฉิงเริ่มขยับข้อมือไปมาเพื่อให้อาเหวินดู

เจี่ยนจือก็เห็นแล้วเช่นกัน

"สวยไหมอาเหวิน ฉันชอบนาฬิกาเรือนนี้มากจริง ๆ ชอบตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว ตอนนั้นอาเยี่ยนเคยสัญญาว่าจะซื้อให้ฉันตอนเรียนจบ แต่ตอนหลัง..."

ตอนหลัง?

รอยยิ้มที่ทั้งเยาะเย้ยทั้งขมขื่นผุดขึ้นในใจเจี่ยนจือ

ตอนหลังเวินถิงเยี่ยนก็มอบนาฬิกาเรือนนี้ให้เธอเป็นของขวัญวันเกิดและวันครบของรอบทุกปี

ทีแรกเธอคิดว่า ถึงเวินถิงเยี่ยนจะไม่มีหัวใจ แต่อย่างน้อยเขาก็ยังจำวันเกิดของเธอกับวันครบรอบได้ ของขวัญที่เลือกมาต่อให้ไม่ตั้งใจเลือก แต่อย่างน้อยก็มีมูลค่าสุง

แต่ที่จริงแล้ว เขาไม่ใช่คนไร้หัวใจ ไม่ใช่คนที่ไม่ตั้งใจทำด้วย ตรงกันข้าม เขาตั้งใจมากเกินไป ทุ่มเทเกินไปด้วย เพียงแต่สิ่งที่เขาสลักไว้ในใจนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเธอเลย...

"งั้นตอนนี้อาเยี่ยนก็ถือว่าทำตามสัญญาแล้ว เธออยากซื้ออะไร ตอนนี้ซื้อได้เลย ขอแค่ที่เธอชอบ เขาก็ซื้อให้ได้หมด" อาเหวินยุยงเธอ

"งั้นฉันรูดบัตรแล้วนะ?" ลั่วอวี่เฉิงใจเต้นแรงอย่างเห็นได้ชัด

อีกด้านหนึ่ง เวินถิงเยี่ยนพูดคุยกับคู่ค้าเสร็จแล้ว คู่ค้าคนนั้นมารับภรรยาที่มาเดินห้าง และเมื่อรู้ว่าเวินถิงเยี่ยนกำลังพาภรรยามาเดินซื้อของ จึงเสนอว่าจะไปทักทายสักหน่อย

เจี่ยนจือพอเห็นเวินถิงเยี่ยนเดินมา ก็รีบหลบไปซ่อนอยู่ข้างหลังเสาโรมันต้นหนึ่ง

แต่ลั่วอวี่เฉิงเห็นเวินถิงเยี่ยนแล้ว จึงโบกมือแล้วตะโกนเรียกเสียงดัง "อาเยี่ยน ฉันอยู่ตรงนี้ นายมานี่หน่อย"

เจี่ยนจือมองจากด้านหลังเสาโรมัน เห็นเวินถิงเยี่ยนกับคู่ค้าของเขาเดินตรงไปหาลั่วอวี่เฉิงแล้ว

ลั่วอวี่เฉิงคล้องแขนเวินถิงเยี่ยนแล้วก็เขย่า "อาเยี่ยน ฉันอยากซื้อนาฬิกาเรือนนี้ ดีไหม"

"ดีสิ" เวินถิงเยี่ยนมองลั่วอวี่เฉิงด้วยสายตาอ่อนโยนราวกับน้ำ ประกายในดวงตาทำให้ทั้งใบหน้าของเขามีชีวิตชีวาขึ้น ไม่จืดชืดเหมือนตอนอยู่บ้านกับเจี่ยนจือ

"ขอบคุณนะอาเยี่ยน งั้นฉันไปรูดบัตรเลยนะ!" ลั่วอวี่เฉิงโบกบัตรเสริมที่เวินถิงเยี่ยนให้เธอ

คู่ค้าที่มาด้วยกันเห็นดังนั้นก็ยิ้ม "คุณเวินกับคุณนายเวินรักกันหวานซึ้งจริง ๆ น่าประทับใจมากครับ"

คุณเวิน? คุณนายเวิน?

เวินถิงเยี่ยนกับลั่วอวี่เฉิงตกใจเล็กน้อย แต่ทั้งสองคนก็ไม่ได้อธิบายอะไรเลย...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 652

    ความหวั่นไหวในวัยเยาว์ คือการแอบเขียนชื่อของเธอลงบนหนังสือเรียน ก่อนจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วลบมันทิ้ง คือยามที่เธอเดินผ่านริมหน้าต่าง จังหวะหายใจก็พลันรวนไปหมด แต่กลับโทษว่าเป็นเพราะจักจั่นนอกหน้าต่างส่งเสียงดังเกินไปเด็กหนุ่มสองคนที่ยังอยู่ในวัยสดใส มองเห็นทั้งความอดกลั้น การต่อสู้ และความรู้สึกร้อนแรงในดวงตาของกันและกัน ทว่าสิ่งเดียวที่ไม่มีก็คือความลังเลสุดท้ายเวินถิงเยี่ยนก็เบือนสายตาออก เปลือกตาหลุบลงเล็กน้อย ปิดบังคลื่นอารมณ์ที่ปั่นป่วนอยู่ในดวงตาลึกคู่นั้น “ขอโทษนะอาซ่ง อย่างอื่นได้หมด แต่ข้อนี้ไม่ได้”เมิ่งเฉิงซ่งเองก็ไม่ได้ฝืนเขาอีก เพียงถามว่า “นายบอกฉันมาสิ ในชีวิตของนาย มีอะไรที่ทิ้งได้บ้าง? แล้วอะไรที่ทิ้งไม่ได้? ฉันช่วยนาย ฉันก็อยากได้สิ่งตอบแทน แต่ฉันไม่เอาของไร้ค่าหรอกนะ”เวินถิงเยี่ยนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างกะทันหัน รอยยิ้มเจือความอ้างว้างจาง ๆเพราะเขาพบว่าสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ไม่ได้มากมายเลย“อะไรก็ได้” เขาเอ่ยเสียงต่ำ “ยกเว้นสองคน”“สองคนไหน?” เมิ่งเฉิงซ่งถามต่อ“ย่าของฉัน” เวินถิงเยี่ยนหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะไม่ได้เอ่ยชื่อของอีกคน

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 651

    ดังนั้นเจี่ยนจือจึงถูกอาเฟิงดักอยู่หน้าห้องเต้นอย่างงง ๆ และต้องนั่งฟังอาเฟิงตะโกนอธิบายโจทย์ให้เธอฟังจนเสียงแทบแตกอยู่ครึ่งชั่วโมงกระทั่งอาเฟิงตะโกนอธิบายจนจบ เธอก็ยังคงอยู่ในสภาพมึนงง สมองอื้อไปหมด“ตกลงเธอเข้าใจหรือยังเนี่ย?” อาเฟิงตะโกนจนคอแทบไหม้เจี่ยนจือขมวดคิ้ว “โจทย์ง่ายขนาดนี้ นายจะตะโกนทำไม?”อาเฟิงนิ่งอึ้งไป ก่อนที่วินาทีต่อมาเสียงจะแหบพร่า “ถ้ามันง่าย แล้วทำไมเธอไม่ทำล่ะ? ปล่อยว่างหมดเลยเนี่ยนะ?”“แล้วทำไมฉันต้องทำด้วย? นายให้ฉันทำโจทย์ ฉันก็ต้องทำงั้นเหรอ? ฉัน...” มันไร้เหตุผลสุด ๆ ไปเลยไม่ใช่หรือไง?“ฉันไม่ได้ให้เธอทำ ลูกพี่ต่างหากที่ให้เธอทำ! ลูกพี่เป็นคนสั่ง!” น้ำเสียงของอาเฟิงเหมือนกำลังบอกว่า เธอกล้าไม่ฟังคำพูดของลูกพี่เหรอ?เจี่ยนจือยิ่งรู้สึกว่ามันเหลวไหลเข้าไปใหญ่ “เขาเป็นลูกพี่ของนาย ไม่ใช่ของฉันสักหน่อย!”เธอยัดข้อสอบกลับใส่มืออาเฟิง “ฉันไม่เรียนพิเศษ ขอบใจนะ”“เฮ้! เฮ้!” อาเฟิงตะโกนเรียกไล่หลังเธอเสียงดังเจี่ยนจือเดินจากไปตามทางของตัวเองโดยไม่สนใจเขา แต่อาเฟิงกลับตีความประโยคนั้นว่าเธอไม่อยากให้เขาสอน แต่อยากให้ลูกพี่มาสอนเองจะแบบนั้นได้ยังไง? ต

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 650

    แต่ตอนนี้เขากลับเริ่มสนใจมหาวิทยาลัยในเมืองหลวงขึ้นมาอย่างนั้นเหรอ?เวินถิงเยี่ยนเก็บสมุดลงอย่างไม่ใส่ใจ “คุณย่าบอกว่าประเทศเรากว้างใหญ่ขนาดนี้ แต่ยังไม่เคยได้เที่ยวชมภูเขาแม่น้ำของบ้านเมืองดี ๆ เลย แล้วก็ยังไม่เคยไปดูพิธีเชิญธงขึ้นเสาด้วย เพราะงั้นฉันเลยคิดว่าจะพาคุณย่าไปเรียนที่เมืองหลวงด้วยกัน”อาเฟิงไม่เข้าใจวิธีคิดแบบนี้ “อยากดูพิธีเชิญธง อยากเที่ยวชมบ้านเมือง ไปตอนปิดเทอมก็ได้นี่?”“นายไม่เข้าใจหรอก ออกไปเลย” เวินถิงเยี่ยนไล่อีกฝ่ายออกจากที่นั่งของตัวเอง“ฉันไม่เข้าใจจริง ๆ นั่นแหละ” อาเฟิงพึมพำ พลางเดินออกจากที่นั่งของเวินถิงเยี่ยน ระหว่างเดินก็ยังบ่นอย่างไม่ยอมแพ้ “ไหนบอกว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกับพวกเรา ไม่รักษาคำพูดเลย”แต่จู่ ๆ เวินถิงเยี่ยนก็นึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ เขาหันไปมองอาเฟิง “จริงสิ ช่วงเวลานี้นายว่างไหม?”เขาหยิบตารางเรียนออกมา แล้ววงช่วงเวลาสองสามช่วงเอาไว้“เล่นบาสเหรอ!” อาเฟิงคิดว่าช่วงนี้เขายุ่งกับเรื่องคุณย่าเข้าโรงพยาบาลจนไม่มีเวลาเล่นบาส จึงเอ่ยต่อว่า “นายไม่มาก็ไม่เป็นไร ยังมีพวกเราอยู่”“ไม่ใช่” เวินถิงเยี่ยนเอ่ย “อาทิตย์หน้าถ้านายว่างช่วงนี

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 649

    สุดท้ายเวินถิงเยี่ยนก็ได้พบกับเจี่ยนจือแบบเผชิญหน้ากันในโรงเรียนตอนนั้นคุณย่าเวินผ่าตัดมาได้หนึ่งสัปดาห์แล้ว เวินถิงเยี่ยนดูซูบโทรมลงไม่น้อยคุณย่าเป็นคนที่สำคัญที่สุดสำหรับเขา ถึงจะมีผู้ดูแลคอยดูแลอยู่ แต่เขาก็ยังไปโรงพยาบาลทุกวัน เอาแต่คิดอยากอยู่เป็นเพื่อนคุณย่าให้นานขึ้นอีกหน่อย และหาวิธีเอาของที่คุณย่ากินได้ไปให้เรียนหนังสือ ทำงานพิเศษ ดูแลคุณย่าเขาลำบากมากเหมือนกับครั้งนั้น เดิมทีก็เป็นคนพูดน้อยอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งเงียบขรึมกว่าเดิมเพียงแต่ครั้งนี้ ยังไงสถานการณ์ก็แตกต่างออกไปเจี่ยนจือจำได้ว่าตอนม.6 ในปีนั้น เขาหม่นหมองจนแทบดูไม่ได้ มันเป็นความมืดมนของคนที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังคนที่ตัวเองรักที่สุดกำลังจะจากโลกนี้ไป แต่เขากลับทำอะไรไม่ได้เลย เจี่ยนจือเอาใจเขามาใส่ใจเรา จึงเข้าใจความรู้สึกของเขาได้อย่างสมบูรณ์ เพราะในชีวิตของเธอก็มีเพียงคุณย่าที่พึ่งพาอาศัยกันและกันเพราะแบบนั้น ตอนนั้นเธอถึงได้แอบช่วยเขาแต่ตอนนี้ถึงแม้เขาจะดูเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด แต่ในดวงตากลับไม่มีความสิ้นหวังราวเถ้าถ่านเช่นนั้นตรงกันข้าม วันนี้ฝนกำลังตก ตอนที่เธอกับเขาเจอกันตรงบันไดอาคารเรีย

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 648

    แต่หลังจากเขาเดินวนไปได้สองสามรอบ จู่ ๆ ก็หันตัวกลับมาจนเกือบชนเข้ากับเมิ่งเฉิงซ่งที่กำลังเดินวนไปวนมาเหมือนกันเขาสังเกตเห็นว่าเมิ่งเฉิงซ่งเองก็กระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัดเมิ่งเฉิงซ่งกระแอมสองที “ขอโทษนะ เกือบชนกับนายแล้ว ฉันเองก็เป็นห่วงมากเหมือนกัน คนที่เป็นศัลยแพทย์หลักคือคุณปู่ของฉัน ถ้าเกิดว่า…ถุย ๆ ๆ ไม่หรอก ๆ คุณย่าจะต้องออกมาอย่างปลอดภัยแน่นอน!”เวินถิงเยี่ยนเข้าใจในทันที ที่แท้เมิ่งเฉิงซ่งก็กลัวว่าคนที่ลงมือผ่าตัดคือคุณปู่ของตัวเอง หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมา เขาคงไม่รู้ว่าจะเผชิญหน้ากับเวินถิงเยี่ยนยังไงอาซ่งคิดมากเกินไปจริง ๆ แค่วันนี้อาซ่งมาส่งคุณย่าเข้าห้องผ่าตัดก่อนเขา ชาตินี้อีกฝ่ายก็จะเป็นเพื่อนสนิทของเขาตลอดไปแล้ว“ไม่ว่ายังไง อาซ่ง…” เวินถิงเยี่ยนเอ่ยอย่างจริงจัง “นายก็คือผู้มีพระคุณของฉัน”เมิ่งเฉิงซ่งเงียบไปครู่หนึ่ง “รอให้คุณย่าออกมาก่อนค่อยพูดเถอะ”เวินถิงเยี่ยนพยักหน้า “สำหรับเพื่อนสนิทแล้ว บุญคุณใหญ่หลวงไม่จำเป็นต้องเอ่ยคำขอบคุณหรอก”ทั้งสองกลับเข้าสู่การรอคอยอันเงียบงันยิ่งกว่าเดิม ทุกวินาทีที่ผ่านไปล้วนทรมานใจเวลาผ่านไปแปดชั่วโมงเต็มในที่สุดคุณหมอ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 647

    การผ่าตัดของคุณย่าเวินเป็นคิวแรกของเช้าวันนั้น เธอจัดการทุกอย่างด้วยตัวเองไว้เรียบร้อยหมดแล้วจ้างคนดูแลผู้ป่วยไว้แล้ว ทั้งยังชำระค่ารักษาในโรงพยาบาลและค่าผ่าตัดด้วยตัวเองเรียบร้อยคนดูแลผู้ป่วยเป็นคนอัธยาศัยดีมาก ยังถามเธอด้วยว่าทำไมลูกหลานที่บ้านถึงไม่มาคอยอยู่เป็นเพื่อน?คุณย่าเวินก็ตอบยิ้ม ๆ ว่า “พวกเขายุ่งกันหมด เป็นแค่ผ่าตัดเล็ก ๆ ไม่อยากรบกวนพวกเขา”คนดูแลผู้ป่วยได้แต่ถอนหายใจ จะเรียกว่าผ่าตัดเล็ก ๆ ได้ยังไงกัน?แต่เธอก็ไม่สะดวกพูดอะไรมาก จึงเพียงช่วยพยาบาลเข็นคุณย่าเวินเข้าไปในห้องผ่าตัดสิ่งที่คาดไม่ถึงก็คือ ตรงหน้าห้องผ่าตัดมีเด็กหนุ่มท่าทางเหมือนนักเรียนคนหนึ่งกำลังรออยู่คุณย่าเวินรู้จักเขา เขาเป็นเพื่อนร่วมชั้นของหลานชาย ชื่อเมิ่งเฉิงซ่ง“เสี่ยวเมิ่ง ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?” คุณย่าเวินถามยิ้ม ๆ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าหมอเมิ่งเองก็นามสกุลเมิ่ง จึงถามอย่างสงสัย “หมอเมิ่งเป็น...”“เป็นญาติของผมครับ” เมิ่งเฉิงซ่งตอบ “ผมก็รู้จากหมอเมิ่งเหมือนกันว่าวันนี้คุณย่าจะผ่าตัด ผมกับอาเยี่ยนเป็นเพื่อนสนิทกัน ผมคิดว่า คุณย่าคงมีเหตุผลที่ไม่ได้บอกเขา งั้นผมมาคอยอยู่เป็นเพื่อนคุณ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status