แชร์

บทที่ 6

ผู้เขียน: ปลาคาร์ปตัวน้อย
"เวินถิงเยี่ยน..." เธอสะอื้นออกมาอย่างไม่เอาไหน

"หืม? เจี่ยนจือ?" เขากุมมือเธอไว้ "เป็นอะไรไป อยากร้องไห้เหรอ อยากร้องก็ร้องเถอะ ไม่ต้องกลั้นหรอก"

เสียงของเขาช่างอ่อนโยนจริง ๆ อ่อนโยนเหลือเกิน

เหมือนเมื่อปีนั้น ตอนที่เธอออกจากห้องผ่าตัด เขากับพยาบาลช่วยกันเข็นเธอกลับมาที่ห้องพักผู้ป่วย เขาก็เฝ้าอยู่ข้างเตียงเธอแบบนี้ ใช้เสียงที่นุ่มนวลแทบละลายพูดกับเธอว่า "เจี่ยนจือ เจ็บไหม? เจ็บก็ร้องไห้ออกมาเถอะ ไม่ต้องอดทน..."

ตัวเธอในตอนนั้น รู้สึกเพียงว่าความห่วงใยที่อ่อนโยนราวกับน้ำนี้คือยาแก้ปวดชั้นดี แต่น่าเสียดาย เธอใช้เวลาตั้งหลายปีกว่าจะเข้าใจอย่างถ่องแท้ ว่าความอ่อนโยนและความห่วงใยของผู้ชายคนหนึ่ง ไม่มีวันเปลี่ยนเป็นความรักได้เลย...

"เวินถิงเยี่ยน เราหย่ากันเถอะ" เธอกล่าวเสียงเบา ชักมือกลับมา ความเจ็บแปลบค่อย ๆ ทำให้ดวงตาพร่ามัว

เขาขมวดคิ้ว เห็นได้ชัดเลย เขาคิดไม่ถึงว่าเธอจะพูดแบบนี้

หลังจากเงียบไปครู่เดียว เขาก็เรียกพนักงานเสิร์ฟให้นำชามสะอาดมาหนึ่งใบ จากนั้นคีบชิ้นปลา ก้มหน้าใช้ตะเกียบเขี่ยก้างปลาออกเบา ๆ พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "เจี่ยนจือ ฉันรู้ว่าเธอยังโกรธอยู่ แต่พูดถึงเรื่องหย่ามันไม่สมเหตุสมผลเลยนะ ถ้าเธอหย่ากับฉันแล้ว เธอจะทำยังไง จะใช้ชีวิตคนเดียวได้ยังไง"

เจี่ยนจือถี่หายใจถี่ขึ้น

ตลอดห้าปีมานี้ ในสายตาของทุกคน เธอเป็นเพียงคนที่พึ่งพาเขา ถ้าไม่มีเขา เธอก็คือคนน่าสงสารที่ไม่มีใครต้องการและมีชีวิตรอดต่อไปไม่ได้

เขาเองก็คิดแบบนี้เหมือนกัน

"ฉันทำได้!" เป็นครั้งแรกที่เธอแสดงความแข็งแกร่งต่อหน้าเขา เป็นครั้งแรกที่เธออยากสู้เพื่อศักดิ์ศรีของตัวเอง

เวินถิงเยี่ยนกลับยิ้มเฉย ๆ ยังคิดว่าเธอแค่อยากเอาชนะ เขานำปลาที่แกะก้างแล้วมาวางตรงหน้าเธอ "ทานเถอะ อนุญาตให้เธอโกรธต่ออีกหน่อย แต่หลังจากทานข้าวเสร็จแล้วห้ามโกรธอีกนะ"

"ฉันไม่ได้โกรธ ฉันอยากหย่าจริง ๆ!" เธอจะต้องพูดอย่างไร เวินถิงเยี่ยนถึงจะเข้าใจว่าเธอไม่ได้เอ่ยเรื่องหย่าเพราะประชดจริง ๆ?

"เจี่ยนจือ" เขาวางตะเกียบลง "พอได้แล้ว วันนี้ฉันยกเลิกประชุมสองครั้ง การเจรจาธุรกิจหนึ่งครั้ง เพื่อมาเที่ยวเล่นเป็นเพื่อนเธอโดยเฉพาะ พรุ่งนี้มะรืนนี้ ฉันอาจไม่มีเวลามากขนาดนี้แล้ว ฉันจะพูดอีกครั้งนะ เฉิงเฉิงเป็นเพื่อนที่ดีของพวกเรา เป็นสมาชิกคนหนึ่งในบรรดาเพื่อนพี่น้องของฉัน ฉันปฏิบัติกับเธอไม่ต่างจากอาเหวิน เฉิงเฉิงก็ชอบเธอมากเหมือนกัน อยากเป็นเพื่อนกับเธอมาตลอด เธอมีท่าทีแบบนี้...จะให้ฉันพาอีกฝ่ายมาเจอเธอได้ยังไง"

"งั้นก็ไม่จำเป็นต้องพามาแล้ว" เธอไม่คิดว่าลั่วอวี่เฉิงอยากเป็นเพื่อนกับเธอจริง ๆ

"เจี่ยนจือ!" เขาเริ่มมีน้ำโหเล็กน้อย

เธอรู้อยู่แล้ว ขอแค่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับลั่วอวี่เฉิง เขาก็จะอารมณ์ไม่ดีเท่าไรนัก

"รีบทานเถอะ ทานเสร็จเราไปเดินห้างกัน ซื้อของที่เธอชอบ แล้วไปทานอาหารเย็นที่บ้านคุณพ่อคุณแม่ เธอไม่ได้กลับไปเยี่ยมพ่อแม่นานแค่ไหนแล้ว" เขาคีบอาหารใส่ชามเธอไม่หยุด

เธอไม่อยากให้ตัวเองเสียเปรียบ จึงหยิบตะเกียบขึ้นมา อะไรที่ควรทานก็ท่านไป ไม่ว่าอย่างไร เธอต้องรักษาสุขภาพของตัวเองไว้ก่อน ไม่จำเป็นต้องทำร้ายกระเพาะอาหารตัวเองเพื่อระบายความโกรธ

"แบบนี้แหละถูกแล้ว" เสียงของเวินถิงเยี่ยนกลับมาอ่อนโยนอีกครั้ง "ห้ามพูดถึงคำว่าหย่าอีกเด็ดขาด"

เธอชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วก้มหน้าทานอาหารต่อไป

หลังทานอาหารเสร็จ เธอไม่อยากไปเดินซื้อของ แต่เวินถิงเยี่ยนดึงดันจะให้เธอไป จึงขับรถตรงไปยังห้างสรรพสินค้า

ตลอดห้าปีที่แต่งงานกันมา เวินถิงเยี่ยนพาเธอมาเดินห้างแทบจะนับครั้งได้ ที่จริงควรจะพูดว่า เวลาที่เธอกับเขาปรากฏตัวในที่สาธารณะพร้อมกันนั้นมีน้อยมากต่างหากล่ะ

แม้เป็นตอนกลางวัน แสงไฟในห้างสรรพสินค้าก็ยังสว่างจ้าจนแสบตา

เธอไม่ค่อยชินนัก กอดกระเป๋าเดินอย่างระมัดระวังในเงาด้านหลังเขา

ชั้นหนึ่งเป็นเคาน์เตอร์กระเป๋าหรู นาฬิกาแบรนด์เนมและเครื่องประดับ

"เธออยากซื้ออะไร" เขาหันกลับมาถามเธอ

เธอไม่อยากซื้ออะไรเลย เธอแค่อยากกลับบ้าน!

แต่เธอยังไม่ทันพูดอะไรสักคำ ก็มีคนตะโกนเรียก "ท่านประธานเวิน" มาแต่ไกล

"เป็นบริษัทคู่ค้าที่เพิ่งรู้จักกันเมื่อเร็ว ๆ นี้ ฉันจะไปทักทายหน่อย" เวินถิงเยี่ยนกำชับ "เธอเดินดูไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะกลับมาหา"

ลูกค้าของเวินถิงเยี่ยน ถึงอย่างไรเธอก็ไม่รู้จักอยู่ดี เธอยืนอยู่ที่เดิม มองดูเขาจับมือทักทายกับผู้ชายคนหนึ่งไม่ไกล ของหรูหราเต็มห้างพวกนี้ ไม่มีอะไรที่เธออยากซื้อเลย

"คุณผู้หญิง ถึงคิวคุณแล้วค่ะ" พนักงานขายเตือนเธอ

เธอเพิ่งจะพบว่า ตัวเองเผลอไปยืนอยู่ในแถวคิวของร้านแบรนด์เนมแห่งหนึ่งเข้าแล้ว

"อ๋อ ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณค่ะ" เธอรีบตอบ แล้วก็เดินออกไปทันที

เธอเดินอยู่ในห้างสรรพสินค้าอย่างเรื่อยเปื่อย ทันใดนั้นก็เห็นร่างที่คุ้นเคยตรงเคาน์เตอร์นาฬิกาแบรนด์เนมแห่งหนึ่ง ลั่วอวี่เฉิงนั่นเอง

ตอนที่เธอมองแบรนด์ของนาฬิกาเรือนนั้น ในใจก็มีบางสิ่งจมดิ่งลง เธอเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์โดยไม่รู้ตัว

คนที่ดูนาฬิกาอยู่กับลั่วอวี่เฉิงคืออาเหวิน เมื่อเธอเดินเข้าไปใกล้ บทสนทนาของทั้งสองคนก็ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ

"ถ้าเธอชอบก็ซื้อเลย" เป็นเสียงของอาเหวิน

แต่ลั่วอวี่เฉิงกลับบอกว่า "ไม่ดีมั้ง เรือนนี้มันแพงเกินไปจริง ๆ ถึงอาเยี่ยนจะให้บัตรเสริมฉันมา ให้ฉันรูดได้ตามสบาย แต่ถ้ารูดของแพงขนาดนี้ฉันก็เกรงใจ"

เจี่ยนจือหยุดฝีเท้าอยู่ที่เดิม มันหนักอึ้งจนก้าวต่อไปไม่ได้อีก หัวใจของเธอก็หนักอึ้งไม่ต่างจากฝีเท้า

บัตรเสริม...

บัตรเสริมของเขา...

"ในเมื่อให้เธอแล้ว ก็แปลว่าให้เธอรูดได้ อาเยี่ยนเคยเป็นคนปากไม่ตรงกับใจเมื่อไรกัน? เราเป็นเพื่อนกันมานานขนาดนี้ เธอยังไม่รู้จักนิสัยเขาอีกเหรอ? ให้เธอ ก็คือให้ด้วยความจริงใจ" อาเหวินพูดต่อ

"ก็จริง..." ลั่วอวี่เฉิงเริ่มขยับข้อมือไปมาเพื่อให้อาเหวินดู

เจี่ยนจือก็เห็นแล้วเช่นกัน

"สวยไหมอาเหวิน ฉันชอบนาฬิกาเรือนนี้มากจริง ๆ ชอบตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว ตอนนั้นอาเยี่ยนเคยสัญญาว่าจะซื้อให้ฉันตอนเรียนจบ แต่ตอนหลัง..."

ตอนหลัง?

รอยยิ้มที่ทั้งเยาะเย้ยทั้งขมขื่นผุดขึ้นในใจเจี่ยนจือ

ตอนหลังเวินถิงเยี่ยนก็มอบนาฬิกาเรือนนี้ให้เธอเป็นของขวัญวันเกิดและวันครบของรอบทุกปี

ทีแรกเธอคิดว่า ถึงเวินถิงเยี่ยนจะไม่มีหัวใจ แต่อย่างน้อยเขาก็ยังจำวันเกิดของเธอกับวันครบรอบได้ ของขวัญที่เลือกมาต่อให้ไม่ตั้งใจเลือก แต่อย่างน้อยก็มีมูลค่าสุง

แต่ที่จริงแล้ว เขาไม่ใช่คนไร้หัวใจ ไม่ใช่คนที่ไม่ตั้งใจทำด้วย ตรงกันข้าม เขาตั้งใจมากเกินไป ทุ่มเทเกินไปด้วย เพียงแต่สิ่งที่เขาสลักไว้ในใจนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเธอเลย...

"งั้นตอนนี้อาเยี่ยนก็ถือว่าทำตามสัญญาแล้ว เธออยากซื้ออะไร ตอนนี้ซื้อได้เลย ขอแค่ที่เธอชอบ เขาก็ซื้อให้ได้หมด" อาเหวินยุยงเธอ

"งั้นฉันรูดบัตรแล้วนะ?" ลั่วอวี่เฉิงใจเต้นแรงอย่างเห็นได้ชัด

อีกด้านหนึ่ง เวินถิงเยี่ยนพูดคุยกับคู่ค้าเสร็จแล้ว คู่ค้าคนนั้นมารับภรรยาที่มาเดินห้าง และเมื่อรู้ว่าเวินถิงเยี่ยนกำลังพาภรรยามาเดินซื้อของ จึงเสนอว่าจะไปทักทายสักหน่อย

เจี่ยนจือพอเห็นเวินถิงเยี่ยนเดินมา ก็รีบหลบไปซ่อนอยู่ข้างหลังเสาโรมันต้นหนึ่ง

แต่ลั่วอวี่เฉิงเห็นเวินถิงเยี่ยนแล้ว จึงโบกมือแล้วตะโกนเรียกเสียงดัง "อาเยี่ยน ฉันอยู่ตรงนี้ นายมานี่หน่อย"

เจี่ยนจือมองจากด้านหลังเสาโรมัน เห็นเวินถิงเยี่ยนกับคู่ค้าของเขาเดินตรงไปหาลั่วอวี่เฉิงแล้ว

ลั่วอวี่เฉิงคล้องแขนเวินถิงเยี่ยนแล้วก็เขย่า "อาเยี่ยน ฉันอยากซื้อนาฬิกาเรือนนี้ ดีไหม"

"ดีสิ" เวินถิงเยี่ยนมองลั่วอวี่เฉิงด้วยสายตาอ่อนโยนราวกับน้ำ ประกายในดวงตาทำให้ทั้งใบหน้าของเขามีชีวิตชีวาขึ้น ไม่จืดชืดเหมือนตอนอยู่บ้านกับเจี่ยนจือ

"ขอบคุณนะอาเยี่ยน งั้นฉันไปรูดบัตรเลยนะ!" ลั่วอวี่เฉิงโบกบัตรเสริมที่เวินถิงเยี่ยนให้เธอ

คู่ค้าที่มาด้วยกันเห็นดังนั้นก็ยิ้ม "คุณเวินกับคุณนายเวินรักกันหวานซึ้งจริง ๆ น่าประทับใจมากครับ"

คุณเวิน? คุณนายเวิน?

เวินถิงเยี่ยนกับลั่วอวี่เฉิงตกใจเล็กน้อย แต่ทั้งสองคนก็ไม่ได้อธิบายอะไรเลย...

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
ความคิดเห็น (2)
goodnovel comment avatar
Khruor Yawichai
ยิ่งอ่าน ก็ยิ่งสนุก ต่ออีก
goodnovel comment avatar
นันทิกานต์ อักษร
มีกี่ตอนค่ะ
ดูความคิดเห็นทั้งหมด

บทล่าสุด

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 768

    ตอนแรกเขาถอดเสื้อยืดที่อยู่บนตัวออก จากนั้นก็เข็มขัดหนัง กางเกง แม้แต่กางเกงชั้นในเขาก็ไม่คิดจะเข้าไปถอดในห้องน้ำดี ๆ หรือไง?“เวินถิงเยี่ยน!” เธออดหวีดร้องไม่ได้และแน่นอนว่าเวินถิงเยี่ยนไม่ได้ยินเสียงของเธอ ยังคงถอดเสื้อผ้าที่สวมอยู่บนร่างกำยำออก ……เจี่ยนจือพยายามใช้แรงเบือนหน้าหนีไปอีกทาง ในที่สุดก็หนีจากภาพตรงหน้าได้สักทีเมื่อได้ยินเสียงสายน้ำกระทบพื้น เธอก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก หันกลับมาสำรวจห้องของเวินถิงเยี่ยนอีกครั้งเวินถิงเยี่ยนเก็บของทั้งหมดเสร็จแล้ว ดูเหมือนเขาพร้อมที่จะเดินทางไปเมืองหลวงได้ทุกเมื่อเลยบนโต๊ะเขียนหนังสือของเขามีของกองหนึ่งวางอยู่อย่างเป็นระเบียบ เธอลอยเข้าไปใกล้ ตั้งใจจะดูว่าเขาวางแผนอะไรเอาไว้บ้าง แต่กลับพบว่ากระดาษร่างที่เธอเคยเขียนวางอยู่ด้านบนสุดของกอง“เวินถิงเยี่ยน อย่าลืมที่นายรับปากฉันไว้นะ ห้ามไปเล่นกับอาเหวิน อาซิน และลั่วอวี่เฉิง ห้ามเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกับพวกเขา ห้ามเป็นเพื่อนกับพวกเขาด้วย”กระดาษแผ่นนั้นมีทั้งข้อความที่เธอซึ่งเป็นแค่ร่างเงาโปร่งใสเขียนทิ้งไว้ และยังมีวิธีแก้โจทย์ที่เขาเขียนไว้ด้วย นี่เขายังเก็บมันไว้อีกเหรอ ผ่านไป

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 767

    เจี่ยนจือลอยไปมาระหว่างพวกเขาพลางขบคิดไปด้วย ดูเหมือนว่ามิตรภาพระหว่างพวกเขาจะยังเหมือนเดิม ไม่อย่างนั้นคงไม่นั่งกินข้าวด้วยกันอย่างสนิทสนมแบบนี้อาเฟิงยังคงทำใจไม่ได้ เดี๋ยวกอดคนนี้ที เดี๋ยวกอดคนนั้นที ร้องไห้แล้วร้องไห้อีก จนพลอยทำให้ทุกคนรู้สึกเศร้าตามไปด้วย สุดท้ายหร่านเฉินกับเจี่ยนจือก็ร้องไห้ออกมาเช่นกันเมิ่งเฉิงซ่งเห็นว่าถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปคงไม่มีวันจบ จึงค่อย ๆ ปลอบทุกคนทีละคน ก่อนจะเสนอให้พอแค่นี้ แล้วส่งทุกคนกลับบ้านเวลาล่วงเลยสู่วันใหม่ พวกเขาจึงลงมาชั้นล่างเพื่อเรียกรถกลับเจี่ยนจือมีบอดี้การ์ดมารับกลับ จึงมีที่นั่งเหลือสำหรับสี่คน“พวกนายขึ้นรถไปเถอะ ฉันยังมีธุระต่อ” เวินถิงเยี่ยนเสนอ“อาเยี่ยน นายขึ้นรถไปเถอะ ฉันเรียกรถกลับเองก็ได้” เมิ่งเฉิงซ่งหันไปบอกเขา หลังจากส่งตัวป่วนทั้งสามที่ยังสะอึกสะอื้นขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว“ไม่ต้องหรอก จริง ๆ นะ” เวินถิงเยี่ยนเร่งเขา “นายขึ้นรถไปเลย ฉันยังต้องกลับไปเก็บร้านอีก”เมิ่งเฉิงซ่งเงียบไปครู่หนึ่ง “พรุ่งนี้จะทำเรื่องแล้วเหรอ?”“อืม” เวินถิงเยี่ยนว่าต่อ “รีบเคลียร์ให้เสร็จ จะได้เตรียมพาคุณย่าไปที่เมืองหลวง”เมิ่งเฉิงซ่

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 766

    และในที่สุดเจี่ยนจือก็ตื่นขึ้นมาอีกครั้งตอนที่ตื่นขึ้นมา ตัวเธอกำลังนอนอยู่ในบ้านที่ไห่เฉิง คราวนี้เธอแค่หลับไปในช่วงบ่าย หรือจะเรียกว่านอนกลางวันก็ได้หลังตื่นขึ้นมา เธอจำไม่ค่อยได้แล้วว่าเวินถิงเยี่ยนพูดอะไรกับเจี่ยนจือตัวน้อยบ้าง รู้เพียงว่าร่างกายอ่อนเพลียไปหมดหลายวันต่อมา เจี่ยนหลานก็กลับประเทศ เขาจัดการธุระของบริษัทในประเทศอยู่ครึ่งเดือน ก่อนจะมารับพวกเธอทั้งสามคนแล้วเดินทางกลับลอนดอนด้วยกันนับจากนั้น เจี่ยนจือก็ไม่อาจกลับเข้าไปในความฝันแบบนั้นได้อีกหนึ่งเดือน สองเดือน สามเดือน……เธอถึงขั้นคิดว่าเรื่องราวที่เธอได้พบเจอในห้วงเวลานั้นเป็นแค่ความฝันจริง ๆ ก็เหมือนกับตัวเอกในนิยายหลายเรื่องที่เข้าใจว่าตัวเองได้ไปใช้ชีวิตอยู่ในอีกห้วงเวลาหนึ่ง แต่สุดท้ายเรื่องทุกอย่างก็เป็นเพียงฝันตื่นหนึ่งเท่านั้นฤดูร้อนวนมาอีกครั้ง และเทศกาลศิลปะเอดินบะระก็เวียนมาอีกหนเจี่ยนจือกลับมาเข้าร่วมกับคณะนาฏศิลป์ และตอนนี้ก็ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานใหม่กับทางคณะมาได้ครึ่งปีกว่า และในที่สุดพวกเธอก็เตรียมการแสดงเสร็จทันก่อนที่เทศกาลศิลปะเอดินบะระจะเริ่ม อีกทั้งยังสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับเท

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 765

    เมื่อเดินก้าวเข้ารั้วประตูโรงเรียนจนมาถึงด้านหน้าอาคารเรียน เจี่ยนจือตัวน้อยก็ให้เมิ่งเฉิงซ่งกับอาเฟิงกลับห้องเรียนไปก่อน เธอหยุดฝีเท้าลงพร้อมกับเอ่ยรั้งเวินถิงเยี่ยนที่เดินคอตกให้อยู่คุยกับเธอก่อนเจี่ยนจือที่อยู่ในร่างเงาลอยอยู่ระหว่างทั้งสองคน รอฟังบทสนทนาที่จะเกิดขึ้น แต่กลับไม่มีใครเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนาขึ้นก่อน เจี่ยนจือตัวน้อยจ้องเวินถิงเยี่ยนเขม็ง ขณะที่เวินถิงเยี่ยนเอาแต่ก้มหน้าเงียบตลอดเวลา ช่างเหมือนเด็กหนุ่มที่ทำผิดแล้วถูกเรียกมาตักเตือนจริง ๆ“เวินถิงเยี่ยน” ในที่สุดเจี่ยนจือตัวน้อยก็เป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน “ปลายภาคที่แล้วสอบได้อันดับสองร้อยของสายวิทย์ นี่นายคิดยังไงกันแน่?”อะไรนะ?อันดับสองร้อย???เจี่ยนจืออยากพูดเหลือเกินว่าเวินถิงเยี่ยนควรถูกตบอีกสักหลายฉาด! ทางที่ดีควรจับมาซ้อมให้หนักสักยก!แต่เวินถิงเยี่ยนกลับเอาแต่เงียบ ไม่ยอมตอบอะไรเลยเจี่ยนจือตัวน้อยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นว่า “มีคนบอกว่านายชอบไปเที่ยวกับพวกคนนอกโรงเรียน จนถูกพวกนั้นชักนำไปในทางที่ผิด แต่ฉันไม่คิดแบบนั้น นายเป็นคนที่ควบคุมตัวเองได้ดีมาตลอด ถ้านายไม่คิดจะปล่อยตัวเองให้เหลวไหลเสียเอง ก็ไ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 764

    จู่ ๆ เจี่ยนจือก็นึกย้อนถึงช่วงครึ่งแรกของชีวิตตัวเองขึ้นมา รู้สึกร้อนผ่าวที่ขอบตานิดหน่อย เจี่ยนจือในห้วงเวลานี้เข้มแข็งและเด็ดเดี่ยวกว่าเธอมาก บางทีอาจเป็นเพราะได้พบคุณป้ากับพี่ชายตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงมีที่พึ่งพิง ไม่ต้องทนถูกพ่อแม่แท้ ๆ รังแกข่มเหงอยู่ตลอดเวลา ทั้งไม่ต้องคอยกังวลว่าคุณย่าจะถูกพวกเขารังแกด้วย หรือบางทีอาจมีเหตุผลอื่นก็ได้ แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด เธอก็เชื่อว่าเจี่ยนจือในห้วงเวลานี้จะมีชีวิตที่ดีกว่าช่วงครึ่งแรกของชีวิตที่เธอเคยผ่านมาส่วนสถานการณ์ตรงหน้า เห็นได้ชัดว่าแม้แต่เวินถิงเยี่ยนเองก็ยังคาดไม่ถึงว่าจะลงเอยเช่นนี้ เขาจึงได้แต่ยืนนิ่งอึ้ง ทำอะไรไม่ถูกอาซินถอยกรูดไปหลายก้าว แทบอยากตัดขาดความสัมพันธ์กับเวินถิงเยี่ยนให้รู้แล้วรู้รอด มีเพียงลั่วอวี่เฉิงที่หัวเราะออกมา ก่อนจะขยับเข้าไปหาเวินถิงเยี่ยนแทน “อาเยี่ยน นาย……”“เงียบไปซะ!” เจี่ยนจือยกมือชี้ลั่วอวี่เฉิง “ถ้าไม่อยากลงไปนอนกับพื้นเหมือนหมอนั่นก็เงียบไป!”ลั่วอวี่เฉิงได้แต่ยิ้มเจื่อน ๆ พลางหันไปมองเวินถิงเยี่ยน แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เธอจึงถอยหลังไปหลายก้าวโดยไม่รู้ตัวเช่นกันและในจังหวะนั้น เส

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 763

    แต่สิ่งที่เจี่ยนจือไม่เข้าใจเลยก็คือ ไม่ว่าจะเป็นห้วงเวลาไหน อาเหวิน อาซิน และลั่วอวี่เฉิงต่างก็เรียนเก่งกันทั้งนั้น ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงสอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกับเวินถิงเยี่ยนไม่ได้แล้วทำไมในห้วงเวลานี้ คนพวกนี้ถึงได้ทำตัวเหมือนเด็กเกเรที่ไม่สนใจเรียนกันไปหมด?“อาเหวิน พวกเราออกมาสองชั่วโมงแล้วนะ กลับกันเถอะ?” จู่ ๆ อาซินก็เสนอขึ้น“กลัวอะไร?” อาเหวินว่าต่อ “นี่มันเดือนไหนแล้ว?เรื่องที่ต้องเรียนก็เรียนกันไปหมดแล้ว เรื่องที่ต้องรู้ก็รู้หมดแล้ว ส่วนเรื่องที่ไม่เข้าใจ ให้ตายก็ไม่เข้าใจหรอก สู้เอาเวลาออกมาผ่อนคลายดีกว่า”อาซินถอนหายใจ “เฮ้อ ถ้าพวกเราโดดเรียนอีก ครูจะเรียกผู้ปกครองแล้วนะ”โดดเรียนจริงด้วยสินะ……เจี่ยนจือฟังแล้วโกรธจนแทบไฟลุก“เรียกก็เรียกสิ ช่วงนี้พวกครูไม่กล้าตีหรอก มีแต่จะตามใจพวกเรา”อาซินถอนหายใจอีกครั้ง ดูท่าทางใจลอยอย่างเห็นได้ชัดดูเหมือนว่าอาซินจะเป็นคนขี้ขลาดมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วสินะ“พอได้แล้วน่า นายดูสิ ขนาดอาเยี่ยนยังไม่เห็นเดือดร้อนเลย แล้วนายจะร้อนใจไปทำไม?” อาเหวินว่าต่อ“นั่นสิ” ลั่วอวี่เฉิงก้าวขึ้นมาข้างหน้า จนมาหยุดอยู่ตรงหน้าเวินถิงเยี่ยน “อา

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status