مشاركة

บทที่ 6

مؤلف: ปลาคาร์ปตัวน้อย
"เวินถิงเยี่ยน..." เธอสะอื้นออกมาอย่างไม่เอาไหน

"หืม? เจี่ยนจือ?" เขากุมมือเธอไว้ "เป็นอะไรไป อยากร้องไห้เหรอ อยากร้องก็ร้องเถอะ ไม่ต้องกลั้นหรอก"

เสียงของเขาช่างอ่อนโยนจริง ๆ อ่อนโยนเหลือเกิน

เหมือนเมื่อปีนั้น ตอนที่เธอออกจากห้องผ่าตัด เขากับพยาบาลช่วยกันเข็นเธอกลับมาที่ห้องพักผู้ป่วย เขาก็เฝ้าอยู่ข้างเตียงเธอแบบนี้ ใช้เสียงที่นุ่มนวลแทบละลายพูดกับเธอว่า "เจี่ยนจือ เจ็บไหม? เจ็บก็ร้องไห้ออกมาเถอะ ไม่ต้องอดทน..."

ตัวเธอในตอนนั้น รู้สึกเพียงว่าความห่วงใยที่อ่อนโยนราวกับน้ำนี้คือยาแก้ปวดชั้นดี แต่น่าเสียดาย เธอใช้เวลาตั้งหลายปีกว่าจะเข้าใจอย่างถ่องแท้ ว่าความอ่อนโยนและความห่วงใยของผู้ชายคนหนึ่ง ไม่มีวันเปลี่ยนเป็นความรักได้เลย...

"เวินถิงเยี่ยน เราหย่ากันเถอะ" เธอกล่าวเสียงเบา ชักมือกลับมา ความเจ็บแปลบค่อย ๆ ทำให้ดวงตาพร่ามัว

เขาขมวดคิ้ว เห็นได้ชัดเลย เขาคิดไม่ถึงว่าเธอจะพูดแบบนี้

หลังจากเงียบไปครู่เดียว เขาก็เรียกพนักงานเสิร์ฟให้นำชามสะอาดมาหนึ่งใบ จากนั้นคีบชิ้นปลา ก้มหน้าใช้ตะเกียบเขี่ยก้างปลาออกเบา ๆ พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "เจี่ยนจือ ฉันรู้ว่าเธอยังโกรธอยู่ แต่พูดถึงเรื่องหย่ามันไม่สมเหตุสมผลเลยนะ ถ้าเธอหย่ากับฉันแล้ว เธอจะทำยังไง จะใช้ชีวิตคนเดียวได้ยังไง"

เจี่ยนจือถี่หายใจถี่ขึ้น

ตลอดห้าปีมานี้ ในสายตาของทุกคน เธอเป็นเพียงคนที่พึ่งพาเขา ถ้าไม่มีเขา เธอก็คือคนน่าสงสารที่ไม่มีใครต้องการและมีชีวิตรอดต่อไปไม่ได้

เขาเองก็คิดแบบนี้เหมือนกัน

"ฉันทำได้!" เป็นครั้งแรกที่เธอแสดงความแข็งแกร่งต่อหน้าเขา เป็นครั้งแรกที่เธออยากสู้เพื่อศักดิ์ศรีของตัวเอง

เวินถิงเยี่ยนกลับยิ้มเฉย ๆ ยังคิดว่าเธอแค่อยากเอาชนะ เขานำปลาที่แกะก้างแล้วมาวางตรงหน้าเธอ "ทานเถอะ อนุญาตให้เธอโกรธต่ออีกหน่อย แต่หลังจากทานข้าวเสร็จแล้วห้ามโกรธอีกนะ"

"ฉันไม่ได้โกรธ ฉันอยากหย่าจริง ๆ!" เธอจะต้องพูดอย่างไร เวินถิงเยี่ยนถึงจะเข้าใจว่าเธอไม่ได้เอ่ยเรื่องหย่าเพราะประชดจริง ๆ?

"เจี่ยนจือ" เขาวางตะเกียบลง "พอได้แล้ว วันนี้ฉันยกเลิกประชุมสองครั้ง การเจรจาธุรกิจหนึ่งครั้ง เพื่อมาเที่ยวเล่นเป็นเพื่อนเธอโดยเฉพาะ พรุ่งนี้มะรืนนี้ ฉันอาจไม่มีเวลามากขนาดนี้แล้ว ฉันจะพูดอีกครั้งนะ เฉิงเฉิงเป็นเพื่อนที่ดีของพวกเรา เป็นสมาชิกคนหนึ่งในบรรดาเพื่อนพี่น้องของฉัน ฉันปฏิบัติกับเธอไม่ต่างจากอาเหวิน เฉิงเฉิงก็ชอบเธอมากเหมือนกัน อยากเป็นเพื่อนกับเธอมาตลอด เธอมีท่าทีแบบนี้...จะให้ฉันพาอีกฝ่ายมาเจอเธอได้ยังไง"

"งั้นก็ไม่จำเป็นต้องพามาแล้ว" เธอไม่คิดว่าลั่วอวี่เฉิงอยากเป็นเพื่อนกับเธอจริง ๆ

"เจี่ยนจือ!" เขาเริ่มมีน้ำโหเล็กน้อย

เธอรู้อยู่แล้ว ขอแค่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับลั่วอวี่เฉิง เขาก็จะอารมณ์ไม่ดีเท่าไรนัก

"รีบทานเถอะ ทานเสร็จเราไปเดินห้างกัน ซื้อของที่เธอชอบ แล้วไปทานอาหารเย็นที่บ้านคุณพ่อคุณแม่ เธอไม่ได้กลับไปเยี่ยมพ่อแม่นานแค่ไหนแล้ว" เขาคีบอาหารใส่ชามเธอไม่หยุด

เธอไม่อยากให้ตัวเองเสียเปรียบ จึงหยิบตะเกียบขึ้นมา อะไรที่ควรทานก็ท่านไป ไม่ว่าอย่างไร เธอต้องรักษาสุขภาพของตัวเองไว้ก่อน ไม่จำเป็นต้องทำร้ายกระเพาะอาหารตัวเองเพื่อระบายความโกรธ

"แบบนี้แหละถูกแล้ว" เสียงของเวินถิงเยี่ยนกลับมาอ่อนโยนอีกครั้ง "ห้ามพูดถึงคำว่าหย่าอีกเด็ดขาด"

เธอชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วก้มหน้าทานอาหารต่อไป

หลังทานอาหารเสร็จ เธอไม่อยากไปเดินซื้อของ แต่เวินถิงเยี่ยนดึงดันจะให้เธอไป จึงขับรถตรงไปยังห้างสรรพสินค้า

ตลอดห้าปีที่แต่งงานกันมา เวินถิงเยี่ยนพาเธอมาเดินห้างแทบจะนับครั้งได้ ที่จริงควรจะพูดว่า เวลาที่เธอกับเขาปรากฏตัวในที่สาธารณะพร้อมกันนั้นมีน้อยมากต่างหากล่ะ

แม้เป็นตอนกลางวัน แสงไฟในห้างสรรพสินค้าก็ยังสว่างจ้าจนแสบตา

เธอไม่ค่อยชินนัก กอดกระเป๋าเดินอย่างระมัดระวังในเงาด้านหลังเขา

ชั้นหนึ่งเป็นเคาน์เตอร์กระเป๋าหรู นาฬิกาแบรนด์เนมและเครื่องประดับ

"เธออยากซื้ออะไร" เขาหันกลับมาถามเธอ

เธอไม่อยากซื้ออะไรเลย เธอแค่อยากกลับบ้าน!

แต่เธอยังไม่ทันพูดอะไรสักคำ ก็มีคนตะโกนเรียก "ท่านประธานเวิน" มาแต่ไกล

"เป็นบริษัทคู่ค้าที่เพิ่งรู้จักกันเมื่อเร็ว ๆ นี้ ฉันจะไปทักทายหน่อย" เวินถิงเยี่ยนกำชับ "เธอเดินดูไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะกลับมาหา"

ลูกค้าของเวินถิงเยี่ยน ถึงอย่างไรเธอก็ไม่รู้จักอยู่ดี เธอยืนอยู่ที่เดิม มองดูเขาจับมือทักทายกับผู้ชายคนหนึ่งไม่ไกล ของหรูหราเต็มห้างพวกนี้ ไม่มีอะไรที่เธออยากซื้อเลย

"คุณผู้หญิง ถึงคิวคุณแล้วค่ะ" พนักงานขายเตือนเธอ

เธอเพิ่งจะพบว่า ตัวเองเผลอไปยืนอยู่ในแถวคิวของร้านแบรนด์เนมแห่งหนึ่งเข้าแล้ว

"อ๋อ ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณค่ะ" เธอรีบตอบ แล้วก็เดินออกไปทันที

เธอเดินอยู่ในห้างสรรพสินค้าอย่างเรื่อยเปื่อย ทันใดนั้นก็เห็นร่างที่คุ้นเคยตรงเคาน์เตอร์นาฬิกาแบรนด์เนมแห่งหนึ่ง ลั่วอวี่เฉิงนั่นเอง

ตอนที่เธอมองแบรนด์ของนาฬิกาเรือนนั้น ในใจก็มีบางสิ่งจมดิ่งลง เธอเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์โดยไม่รู้ตัว

คนที่ดูนาฬิกาอยู่กับลั่วอวี่เฉิงคืออาเหวิน เมื่อเธอเดินเข้าไปใกล้ บทสนทนาของทั้งสองคนก็ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ

"ถ้าเธอชอบก็ซื้อเลย" เป็นเสียงของอาเหวิน

แต่ลั่วอวี่เฉิงกลับบอกว่า "ไม่ดีมั้ง เรือนนี้มันแพงเกินไปจริง ๆ ถึงอาเยี่ยนจะให้บัตรเสริมฉันมา ให้ฉันรูดได้ตามสบาย แต่ถ้ารูดของแพงขนาดนี้ฉันก็เกรงใจ"

เจี่ยนจือหยุดฝีเท้าอยู่ที่เดิม มันหนักอึ้งจนก้าวต่อไปไม่ได้อีก หัวใจของเธอก็หนักอึ้งไม่ต่างจากฝีเท้า

บัตรเสริม...

บัตรเสริมของเขา...

"ในเมื่อให้เธอแล้ว ก็แปลว่าให้เธอรูดได้ อาเยี่ยนเคยเป็นคนปากไม่ตรงกับใจเมื่อไรกัน? เราเป็นเพื่อนกันมานานขนาดนี้ เธอยังไม่รู้จักนิสัยเขาอีกเหรอ? ให้เธอ ก็คือให้ด้วยความจริงใจ" อาเหวินพูดต่อ

"ก็จริง..." ลั่วอวี่เฉิงเริ่มขยับข้อมือไปมาเพื่อให้อาเหวินดู

เจี่ยนจือก็เห็นแล้วเช่นกัน

"สวยไหมอาเหวิน ฉันชอบนาฬิกาเรือนนี้มากจริง ๆ ชอบตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว ตอนนั้นอาเยี่ยนเคยสัญญาว่าจะซื้อให้ฉันตอนเรียนจบ แต่ตอนหลัง..."

ตอนหลัง?

รอยยิ้มที่ทั้งเยาะเย้ยทั้งขมขื่นผุดขึ้นในใจเจี่ยนจือ

ตอนหลังเวินถิงเยี่ยนก็มอบนาฬิกาเรือนนี้ให้เธอเป็นของขวัญวันเกิดและวันครบของรอบทุกปี

ทีแรกเธอคิดว่า ถึงเวินถิงเยี่ยนจะไม่มีหัวใจ แต่อย่างน้อยเขาก็ยังจำวันเกิดของเธอกับวันครบรอบได้ ของขวัญที่เลือกมาต่อให้ไม่ตั้งใจเลือก แต่อย่างน้อยก็มีมูลค่าสุง

แต่ที่จริงแล้ว เขาไม่ใช่คนไร้หัวใจ ไม่ใช่คนที่ไม่ตั้งใจทำด้วย ตรงกันข้าม เขาตั้งใจมากเกินไป ทุ่มเทเกินไปด้วย เพียงแต่สิ่งที่เขาสลักไว้ในใจนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเธอเลย...

"งั้นตอนนี้อาเยี่ยนก็ถือว่าทำตามสัญญาแล้ว เธออยากซื้ออะไร ตอนนี้ซื้อได้เลย ขอแค่ที่เธอชอบ เขาก็ซื้อให้ได้หมด" อาเหวินยุยงเธอ

"งั้นฉันรูดบัตรแล้วนะ?" ลั่วอวี่เฉิงใจเต้นแรงอย่างเห็นได้ชัด

อีกด้านหนึ่ง เวินถิงเยี่ยนพูดคุยกับคู่ค้าเสร็จแล้ว คู่ค้าคนนั้นมารับภรรยาที่มาเดินห้าง และเมื่อรู้ว่าเวินถิงเยี่ยนกำลังพาภรรยามาเดินซื้อของ จึงเสนอว่าจะไปทักทายสักหน่อย

เจี่ยนจือพอเห็นเวินถิงเยี่ยนเดินมา ก็รีบหลบไปซ่อนอยู่ข้างหลังเสาโรมันต้นหนึ่ง

แต่ลั่วอวี่เฉิงเห็นเวินถิงเยี่ยนแล้ว จึงโบกมือแล้วตะโกนเรียกเสียงดัง "อาเยี่ยน ฉันอยู่ตรงนี้ นายมานี่หน่อย"

เจี่ยนจือมองจากด้านหลังเสาโรมัน เห็นเวินถิงเยี่ยนกับคู่ค้าของเขาเดินตรงไปหาลั่วอวี่เฉิงแล้ว

ลั่วอวี่เฉิงคล้องแขนเวินถิงเยี่ยนแล้วก็เขย่า "อาเยี่ยน ฉันอยากซื้อนาฬิกาเรือนนี้ ดีไหม"

"ดีสิ" เวินถิงเยี่ยนมองลั่วอวี่เฉิงด้วยสายตาอ่อนโยนราวกับน้ำ ประกายในดวงตาทำให้ทั้งใบหน้าของเขามีชีวิตชีวาขึ้น ไม่จืดชืดเหมือนตอนอยู่บ้านกับเจี่ยนจือ

"ขอบคุณนะอาเยี่ยน งั้นฉันไปรูดบัตรเลยนะ!" ลั่วอวี่เฉิงโบกบัตรเสริมที่เวินถิงเยี่ยนให้เธอ

คู่ค้าที่มาด้วยกันเห็นดังนั้นก็ยิ้ม "คุณเวินกับคุณนายเวินรักกันหวานซึ้งจริง ๆ น่าประทับใจมากครับ"

คุณเวิน? คุณนายเวิน?

เวินถิงเยี่ยนกับลั่วอวี่เฉิงตกใจเล็กน้อย แต่ทั้งสองคนก็ไม่ได้อธิบายอะไรเลย...

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق
تعليقات (1)
goodnovel comment avatar
นันทิกานต์ อักษร
มีกี่ตอนค่ะ
عرض جميع التعليقات

أحدث فصل

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 672

    ตามหมอ?เธอสบายดีนะ ไม่ได้ป่วยสักหน่อย ทำไมต้องตามหมอมาด้วย?กลิ่นหอมของดอกพุดยังคงอบอวลอยู่ที่ปลายจมูก เธอจ้องมองเพดาน ก่อนจะฉุกคิดได้ว่าเธอไม่ได้อยู่ที่บ้านในไห่เฉิง ตอนนี้เธออยู่ที่ลอนดอน ……เธอกลับมาแล้วถ้าอย่างนั้น ที่ผ่านมาเธอแค่หลับแล้วฝันไปอย่างนั้นเหรอ?ท่ามกลางสติอันเลือนราง คุณย่ากับพี่ชายก็เดินเข้ามาหาเธอทันทีที่คุณย่าเห็นเธอ ท่านก็ดีใจจนออกนอกหน้า “ในที่สุดก็ฟื้นสักทีนะ จือจือ คราวนี้หลานทำย่าตกใจแทบแย่เลย”“ขอโทษนะคะ คุณย่า” เพราะนอนหลับนานเกินไป น้ำเสียงของเธอจึงแหบแห้ง“ตื่นมาก็ดีแล้วล่ะ แค่ฟื้นก็พอ ไม่เป็นไรนะลูก” คุณย่าตบหลังมือเธอเบา ๆ ก่อนจะถามว่า “ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?รู้สึกไม่ดีตรงไหนไหม?”เจี่ยนจือส่ายหน้าไปมา เธอเพียงรู้สึกอ่อนล้าเหลือเกิน เป็นความเหนื่อยแบบเดียวกับเวลาที่นอนกลางวันในฤดูร้อนนาน ๆ ยิ่งนอนก็ยิ่งรู้สึกหมดแรง“ไม่ต้องรีบลูก นอนพักผ่อนก่อนเถอะ อยากกินอะไรไหม เดี๋ยวย่าไปทำให้”เจี่ยนจือไม่ค่อยอยากอาหารเท่าไหร่ เธอนอนมองถุงน้ำเกลือตรงหน้า ตอนนี้ยังเหลืออยู่อีกประมาณครึ่งถุง จึงรู้ได้ทันทีว่า ระหว่างที่เธอหลับ คนในครอบครัวคงให้น้ำเกลือเพื

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 671

    กลับมาที่เรื่องนี้——พาคุณย่าไปอยู่ที่ต่างประเทศ ถึงแม้เจี่ยนจือจะบอกท่านไปแล้วว่าหลังจบปริญญาตรีแล้วเธอก็จะตามไปอยู่ด้วย แค่คุณย่าย้ายไปก่อนเธอแค่นั้น แล้วอีกอย่างเธอเอาตัวรอดเองได้สบายมาก คุณย่าไม่ต้องเป็นห่วง แต่ไม่ว่าจะพูดอย่างไรท่านก็ไม่ยอมไปอยู่ดี เพราะท่านทำใจทิ้งเจี่ยนจือไว้คนเดียวไม่ได้เจี่ยนหลานเองก็รับปากว่าจะจัดการเรื่องต่าง ๆ ในประเทศให้เรียบร้อย จะไม่ปล่อยให้เจี่ยนจือต้องลำบากหรือได้รับอันตรายอย่างแน่นอนแต่คุณย่าก็ยังคงส่ายหน้าสุดท้าย คุณป้ากับเจี่ยนหลานก็ต้องยอมรับว่า ไม่ว่าพวกเขาจะพูดอย่างไร ก็คงเกลี้ยกล่อมคุณย่าไม่ได้แล้ว ดังนั้นเจี่ยนหลานจึงเปลี่ยนแผน ช่วงนี้เขาจึงออกไปสำรวจสถานการณ์และหาข้อมูลเกี่ยวกับบ้านในไห่เฉิงอยู่ตลอด“ผมดูบ้านไว้เรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้พวกเราไปดูกันนะครับ ถ้าคุณยายชอบ เราจะซื้อเลย” เจี่ยนหลานเอ่ยเจี่ยนจือถามเขาว่าบ้านที่ดูไว้ตั้งอยู่แถวไหนเมื่อได้ยินที่อยู่ที่เจี่ยนหลานบอกแล้ว เจี่ยนจือก็ถึงกับชะงักไป นี่มันบ้านที่พี่เธอเคยซื้อไว้ไม่ใช่เหรอ?ตอนนี้ซื้อล่วงหน้าแล้ว?พอคุณย่าได้ยินว่าเป็นบ้านหลังใหญ่โต ก็รีบโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน “ไม่เอา

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 670

    แต่เธอไม่ใช่ตอนนี้เธออายุสามสิบกว่าแล้วผ่านทั้งความรักอันร้อนแรงและแรงแค้นมาจนหมดสิ้นแล้วไม่มีอะไรที่เธอพูดออกมาไม่ได้“เวินถิงเยี่ยน” เธอพูดกับเขาตรง ๆ “อันที่จริง ฉันไม่ชอบเล่นเกมทายปริศนาหรอกนะ บางทีฉันอาจจะเข้าใจสิ่งที่นายต้องการจะสื่อผิดไปก็ได้ แต่ถ้าเป็นไปตามความเข้าใจของฉัน ฉันก็อยากจะบอกนายว่าเวินถิงเยี่ยน เจี่ยนจือในอดีตอาจจะเคยชอบนาย แต่ตอนนี้ฉันไม่ได้ชอบนายแล้ว”เธอเห็นประกายความเศร้าวาบผ่านดวงตาของเขาอย่างรวดเร็วเป็นแบบที่เธอคิดจริง ๆ เหรอ?เห้อ น่าเสียดายจริง ๆ เวินถิงเยี่ยน ทำไมนายต้องมารักเจี่ยนจือในตอนที่เจี่ยนจือไม่ได้รักนายแล้วอยู่เรื่อยเลยนะ?“ทำไม?” เวลาที่เขาดื้อดึงขึ้นมา เขาก็ดื้อดึงถึงที่สุด ในเมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว เขาก็ต้องรู้เหตุผลให้ได้“ฉันบอกไปแล้วนี่” เจี่ยนจือตอบพลางคลี่ยิ้มบาง “ฉันรู้แล้วว่าตอนนี้ตัวเองต้องการอะไร และนายไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องการ”พูดจบ หน้าจอโทรศัพท์ของเธอก็พลันสว่างขึ้น พี่ชายส่งข้อความมาบอกว่าเขามาถึงแล้ว และให้เธอลงไปได้เลย“ฉันไปนะ” เธอหมุนตัวเดินออกจากร้านเค้กเวินถิงเยี่ยนจ้องมองแผ่นหลังของเธอ มองเธอเดินออกไปริมถน

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 669

    มันฟังดูเหมือนกำลังงอนอยู่เลยหวังว่าเขาจะไม่เข้าใจผิดก็แล้วกันเธอไม่ได้ตั้งใจพูดแบบนั้นเพราะได้ยินบทสนทนาระหว่างเขากับอาเฟิงในวันนั้นจริง ๆ เธอแค่……เธอคิดว่าเธอน่าจะซึมซับนิสัยของเขามา เพราะเขามักจะมองของขวัญที่เธอตั้งใจทำให้เป็นเพียงของประดับที่ไร้ประโยชน์ ดังนั้นเวลาอยู่ต่อหน้าเขา เธอจึงเผลอพูดแบบเดียวกันออกมาโดยไม่รู้ตัว“วันนั้น……”จู่ ๆ ทั้งสองคนก็เอ่ยขึ้นมาพร้อมกันเจี่ยนจือตั้งใจจะบอกว่าเธอไม่ได้พูดแบบนี้เพราะได้ยินเขาคุยกับอาเฟิงส่วนเขาอยากถามว่าเธอได้ยินบทสนทนาระหว่างเขากับอาเฟิงหรือเปล่าแต่แล้วจู่ ๆ เจี่ยนจือก็รู้สึกว่าไม่มีความจำเป็นต้องอธิบายอะไรอีกแล้ว“เวินถิงเยี่ยน……” เธอเดินถือถาดขนมปังมาที่เคาน์เตอร์คิดเงิน “คิดเงินเถอะ”เวินถิงเยี่ยนตั้งใจจะเปิดใจคุยกับเธอ แต่กลับถูกตัดบทเสียก่อนเขาหยิบขนมปังขึ้นมาสแกนทีละชิ้น ก่อนจะจัดใส่ถุงให้เธอ แต่เมื่อราคาสินค้าปรากฏขึ้นบนหน้าจอ ในใจเขาก็พลันรู้สึกไม่อยากยอมรับขึ้นมา ไม่อยากยอมรับว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอจะกลายเป็นเพียงความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานขายขนมปังกับลูกค้า เขาไม่รู้เลยว่าความสัมพันธ์นี้เดินทางมาถึงจุด

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 668

    “บนรถมีคนตั้งเยอะนี่?มีอะไรต้องกลัวล่ะ?” เธอตอบกลับด้วยท่าทีนิ่งเฉย เหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรระหว่างทางจากป้ายรถโดยสารถึงจุดหมายปลายทาง มีต้นแปะก๊วยปลูกเรียงรายทั้งสองข้างถนน มีผู้คนสัญจรไปมาพวกเขาเดินเงียบ ๆ ไปกับฝูงชน “เจี่ยนจือ……” เวินถิงเยี่ยนพยายามจะชวนเธอคุยอยู่หลายครั้ง แต่สุดท้ายก็มาถึงตึกที่ว่าโดยไม่ได้แม้แต่จะคุยอะไรกับเธอเลย เพราะทุกครั้งที่เตรียมจะพูดก็จะถูกผู้คนที่เดินสวนเบียดเข้ามาขัดจังหวะตลอดเจี่ยนจือเองไม่รู้ว่าเขามีอะไรอยากจะพูด พอมาถึงหน้าร้านเค้กชั้นหนึ่ง เธอก็โบกมือให้เขา “บ๊ายบาย ฉันไปก่อนนะ”เขาทอดมองแผ่นหลังของเธอที่ค่อย ๆ เดินห่างออกไป คำพูดมากมายถูกกลืนหายลงไปโดยที่ยังไม่ทันได้เอื้อนเอ่ยกว่าเจี่ยนจือจะเต้นรำเสร็จก็ผ่านไปประมาณสองชั่วโมงแล้วเธอนัดกับพี่ชายไว้แล้วว่าจะให้มารับ แต่ระหว่างทางพี่ชายดันเจอรถติดเลยมาไม่ทัน ต้องรออีกประมาณยี่สิบนาทีเจี่ยนจือกำลังคิดอยู่ว่าจะยืนรอริมถนนเลย หรือกลับเข้าไปเดินเล่นในซูเปอร์มาร์เก็ตหรือห้างสรรพสินค้าในอาคารดี และเมื่อหันกลับมา เธอก็พบว่าเวินถิงเยี่ยนกำลังยืนมองเธออยู่ด้านหลัง“นายเลิกงานแล้วเหรอ?” เธอถาม

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 667

    มาถึงขั้นนี้แล้ว มีเหรอที่ผู้โดยสารคนอื่นจะไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น?ชายคนนี้ต้องเป็นคนขโมยโทรศัพท์ของคุณยายไปแน่ ๆ ทุกคนจึงพากันเข้าข้างเจี่ยนจือ พร้อมทั้งกดดันให้เขาเอาโทรศัพท์ออกมาคุณยายเองก็ร้อนใจ หันไปขอร้องเขาว่า “คืนโทรศัพท์ให้ฉันเถอะนะ ในนั้นมีรูปถ่ายของลูกฉันอยู่เยอะแยะเลย ……”ชายคนนั้นเริ่มลนลาน แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้จนถึงวินาทีสุดท้าย “บอกว่าไม่ได้เอาไปไง!พวกเธอคิดจะเอายังไงล่ะ?ค้นตัวเหรอ?ฉันจะบอกอะไรให้ว่าการค้นตัวคนอื่นมันผิดกฎหมาย ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล!แล้วก็นายด้วย!”เขาหันไปโวยวายใส่เวินถิงเยี่ยน “นายทำร้ายร่างกายฉัน ฉันจะแจ้งความเอาเรื่องแน่ เตรียมจ่ายค่าเสียหายได้เลย!”“เอาสิ!” เวินถิงเยี่ยนไม่สะทกสะท้านกับคำข่มขู่ของอีกฝ่ายเลย “งั้นก็ไปแจ้งความเลยสิ ไปกันตอนนี้เลย พี่คนขับครับ รบกวนเปิดประตูให้พวกเราลงหน่อยครับ คุณคนนี้จะได้ไปแจ้งความ!”“ไป……ไปไหน?” เขาพยายามฉวยจังหวะที่เวินถิงเยี่ยนเผลอ ดึงมือให้หลุดจากการเกาะกุม แต่ก็ไม่เป็นผล เพราะเวินถิงเยี่ยนจับข้อมือของเขาไว้แน่นจนแทบขยับหนีไม่ได้“สถานีตำรวจไง!” เวินถิงเยี่ยนว่าต่อ “คุณบอกว่าจะเอาเรื่องผมฐานทำร้ายร่างกายไ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status