Share

บทที่ 6

Penulis: ปลาคาร์ปตัวน้อย
"เวินถิงเยี่ยน..." เธอสะอื้นออกมาอย่างไม่เอาไหน

"หืม? เจี่ยนจือ?" เขากุมมือเธอไว้ "เป็นอะไรไป อยากร้องไห้เหรอ อยากร้องก็ร้องเถอะ ไม่ต้องกลั้นหรอก"

เสียงของเขาช่างอ่อนโยนจริง ๆ อ่อนโยนเหลือเกิน

เหมือนเมื่อปีนั้น ตอนที่เธอออกจากห้องผ่าตัด เขากับพยาบาลช่วยกันเข็นเธอกลับมาที่ห้องพักผู้ป่วย เขาก็เฝ้าอยู่ข้างเตียงเธอแบบนี้ ใช้เสียงที่นุ่มนวลแทบละลายพูดกับเธอว่า "เจี่ยนจือ เจ็บไหม? เจ็บก็ร้องไห้ออกมาเถอะ ไม่ต้องอดทน..."

ตัวเธอในตอนนั้น รู้สึกเพียงว่าความห่วงใยที่อ่อนโยนราวกับน้ำนี้คือยาแก้ปวดชั้นดี แต่น่าเสียดาย เธอใช้เวลาตั้งหลายปีกว่าจะเข้าใจอย่างถ่องแท้ ว่าความอ่อนโยนและความห่วงใยของผู้ชายคนหนึ่ง ไม่มีวันเปลี่ยนเป็นความรักได้เลย...

"เวินถิงเยี่ยน เราหย่ากันเถอะ" เธอกล่าวเสียงเบา ชักมือกลับมา ความเจ็บแปลบค่อย ๆ ทำให้ดวงตาพร่ามัว

เขาขมวดคิ้ว เห็นได้ชัดเลย เขาคิดไม่ถึงว่าเธอจะพูดแบบนี้

หลังจากเงียบไปครู่เดียว เขาก็เรียกพนักงานเสิร์ฟให้นำชามสะอาดมาหนึ่งใบ จากนั้นคีบชิ้นปลา ก้มหน้าใช้ตะเกียบเขี่ยก้างปลาออกเบา ๆ พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "เจี่ยนจือ ฉันรู้ว่าเธอยังโกรธอยู่ แต่พูดถึงเรื่องหย่ามันไม่สมเหตุสมผลเลยนะ ถ้าเธอหย่ากับฉันแล้ว เธอจะทำยังไง จะใช้ชีวิตคนเดียวได้ยังไง"

เจี่ยนจือถี่หายใจถี่ขึ้น

ตลอดห้าปีมานี้ ในสายตาของทุกคน เธอเป็นเพียงคนที่พึ่งพาเขา ถ้าไม่มีเขา เธอก็คือคนน่าสงสารที่ไม่มีใครต้องการและมีชีวิตรอดต่อไปไม่ได้

เขาเองก็คิดแบบนี้เหมือนกัน

"ฉันทำได้!" เป็นครั้งแรกที่เธอแสดงความแข็งแกร่งต่อหน้าเขา เป็นครั้งแรกที่เธออยากสู้เพื่อศักดิ์ศรีของตัวเอง

เวินถิงเยี่ยนกลับยิ้มเฉย ๆ ยังคิดว่าเธอแค่อยากเอาชนะ เขานำปลาที่แกะก้างแล้วมาวางตรงหน้าเธอ "ทานเถอะ อนุญาตให้เธอโกรธต่ออีกหน่อย แต่หลังจากทานข้าวเสร็จแล้วห้ามโกรธอีกนะ"

"ฉันไม่ได้โกรธ ฉันอยากหย่าจริง ๆ!" เธอจะต้องพูดอย่างไร เวินถิงเยี่ยนถึงจะเข้าใจว่าเธอไม่ได้เอ่ยเรื่องหย่าเพราะประชดจริง ๆ?

"เจี่ยนจือ" เขาวางตะเกียบลง "พอได้แล้ว วันนี้ฉันยกเลิกประชุมสองครั้ง การเจรจาธุรกิจหนึ่งครั้ง เพื่อมาเที่ยวเล่นเป็นเพื่อนเธอโดยเฉพาะ พรุ่งนี้มะรืนนี้ ฉันอาจไม่มีเวลามากขนาดนี้แล้ว ฉันจะพูดอีกครั้งนะ เฉิงเฉิงเป็นเพื่อนที่ดีของพวกเรา เป็นสมาชิกคนหนึ่งในบรรดาเพื่อนพี่น้องของฉัน ฉันปฏิบัติกับเธอไม่ต่างจากอาเหวิน เฉิงเฉิงก็ชอบเธอมากเหมือนกัน อยากเป็นเพื่อนกับเธอมาตลอด เธอมีท่าทีแบบนี้...จะให้ฉันพาอีกฝ่ายมาเจอเธอได้ยังไง"

"งั้นก็ไม่จำเป็นต้องพามาแล้ว" เธอไม่คิดว่าลั่วอวี่เฉิงอยากเป็นเพื่อนกับเธอจริง ๆ

"เจี่ยนจือ!" เขาเริ่มมีน้ำโหเล็กน้อย

เธอรู้อยู่แล้ว ขอแค่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับลั่วอวี่เฉิง เขาก็จะอารมณ์ไม่ดีเท่าไรนัก

"รีบทานเถอะ ทานเสร็จเราไปเดินห้างกัน ซื้อของที่เธอชอบ แล้วไปทานอาหารเย็นที่บ้านคุณพ่อคุณแม่ เธอไม่ได้กลับไปเยี่ยมพ่อแม่นานแค่ไหนแล้ว" เขาคีบอาหารใส่ชามเธอไม่หยุด

เธอไม่อยากให้ตัวเองเสียเปรียบ จึงหยิบตะเกียบขึ้นมา อะไรที่ควรทานก็ท่านไป ไม่ว่าอย่างไร เธอต้องรักษาสุขภาพของตัวเองไว้ก่อน ไม่จำเป็นต้องทำร้ายกระเพาะอาหารตัวเองเพื่อระบายความโกรธ

"แบบนี้แหละถูกแล้ว" เสียงของเวินถิงเยี่ยนกลับมาอ่อนโยนอีกครั้ง "ห้ามพูดถึงคำว่าหย่าอีกเด็ดขาด"

เธอชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วก้มหน้าทานอาหารต่อไป

หลังทานอาหารเสร็จ เธอไม่อยากไปเดินซื้อของ แต่เวินถิงเยี่ยนดึงดันจะให้เธอไป จึงขับรถตรงไปยังห้างสรรพสินค้า

ตลอดห้าปีที่แต่งงานกันมา เวินถิงเยี่ยนพาเธอมาเดินห้างแทบจะนับครั้งได้ ที่จริงควรจะพูดว่า เวลาที่เธอกับเขาปรากฏตัวในที่สาธารณะพร้อมกันนั้นมีน้อยมากต่างหากล่ะ

แม้เป็นตอนกลางวัน แสงไฟในห้างสรรพสินค้าก็ยังสว่างจ้าจนแสบตา

เธอไม่ค่อยชินนัก กอดกระเป๋าเดินอย่างระมัดระวังในเงาด้านหลังเขา

ชั้นหนึ่งเป็นเคาน์เตอร์กระเป๋าหรู นาฬิกาแบรนด์เนมและเครื่องประดับ

"เธออยากซื้ออะไร" เขาหันกลับมาถามเธอ

เธอไม่อยากซื้ออะไรเลย เธอแค่อยากกลับบ้าน!

แต่เธอยังไม่ทันพูดอะไรสักคำ ก็มีคนตะโกนเรียก "ท่านประธานเวิน" มาแต่ไกล

"เป็นบริษัทคู่ค้าที่เพิ่งรู้จักกันเมื่อเร็ว ๆ นี้ ฉันจะไปทักทายหน่อย" เวินถิงเยี่ยนกำชับ "เธอเดินดูไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะกลับมาหา"

ลูกค้าของเวินถิงเยี่ยน ถึงอย่างไรเธอก็ไม่รู้จักอยู่ดี เธอยืนอยู่ที่เดิม มองดูเขาจับมือทักทายกับผู้ชายคนหนึ่งไม่ไกล ของหรูหราเต็มห้างพวกนี้ ไม่มีอะไรที่เธออยากซื้อเลย

"คุณผู้หญิง ถึงคิวคุณแล้วค่ะ" พนักงานขายเตือนเธอ

เธอเพิ่งจะพบว่า ตัวเองเผลอไปยืนอยู่ในแถวคิวของร้านแบรนด์เนมแห่งหนึ่งเข้าแล้ว

"อ๋อ ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณค่ะ" เธอรีบตอบ แล้วก็เดินออกไปทันที

เธอเดินอยู่ในห้างสรรพสินค้าอย่างเรื่อยเปื่อย ทันใดนั้นก็เห็นร่างที่คุ้นเคยตรงเคาน์เตอร์นาฬิกาแบรนด์เนมแห่งหนึ่ง ลั่วอวี่เฉิงนั่นเอง

ตอนที่เธอมองแบรนด์ของนาฬิกาเรือนนั้น ในใจก็มีบางสิ่งจมดิ่งลง เธอเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์โดยไม่รู้ตัว

คนที่ดูนาฬิกาอยู่กับลั่วอวี่เฉิงคืออาเหวิน เมื่อเธอเดินเข้าไปใกล้ บทสนทนาของทั้งสองคนก็ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ

"ถ้าเธอชอบก็ซื้อเลย" เป็นเสียงของอาเหวิน

แต่ลั่วอวี่เฉิงกลับบอกว่า "ไม่ดีมั้ง เรือนนี้มันแพงเกินไปจริง ๆ ถึงอาเยี่ยนจะให้บัตรเสริมฉันมา ให้ฉันรูดได้ตามสบาย แต่ถ้ารูดของแพงขนาดนี้ฉันก็เกรงใจ"

เจี่ยนจือหยุดฝีเท้าอยู่ที่เดิม มันหนักอึ้งจนก้าวต่อไปไม่ได้อีก หัวใจของเธอก็หนักอึ้งไม่ต่างจากฝีเท้า

บัตรเสริม...

บัตรเสริมของเขา...

"ในเมื่อให้เธอแล้ว ก็แปลว่าให้เธอรูดได้ อาเยี่ยนเคยเป็นคนปากไม่ตรงกับใจเมื่อไรกัน? เราเป็นเพื่อนกันมานานขนาดนี้ เธอยังไม่รู้จักนิสัยเขาอีกเหรอ? ให้เธอ ก็คือให้ด้วยความจริงใจ" อาเหวินพูดต่อ

"ก็จริง..." ลั่วอวี่เฉิงเริ่มขยับข้อมือไปมาเพื่อให้อาเหวินดู

เจี่ยนจือก็เห็นแล้วเช่นกัน

"สวยไหมอาเหวิน ฉันชอบนาฬิกาเรือนนี้มากจริง ๆ ชอบตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว ตอนนั้นอาเยี่ยนเคยสัญญาว่าจะซื้อให้ฉันตอนเรียนจบ แต่ตอนหลัง..."

ตอนหลัง?

รอยยิ้มที่ทั้งเยาะเย้ยทั้งขมขื่นผุดขึ้นในใจเจี่ยนจือ

ตอนหลังเวินถิงเยี่ยนก็มอบนาฬิกาเรือนนี้ให้เธอเป็นของขวัญวันเกิดและวันครบของรอบทุกปี

ทีแรกเธอคิดว่า ถึงเวินถิงเยี่ยนจะไม่มีหัวใจ แต่อย่างน้อยเขาก็ยังจำวันเกิดของเธอกับวันครบรอบได้ ของขวัญที่เลือกมาต่อให้ไม่ตั้งใจเลือก แต่อย่างน้อยก็มีมูลค่าสุง

แต่ที่จริงแล้ว เขาไม่ใช่คนไร้หัวใจ ไม่ใช่คนที่ไม่ตั้งใจทำด้วย ตรงกันข้าม เขาตั้งใจมากเกินไป ทุ่มเทเกินไปด้วย เพียงแต่สิ่งที่เขาสลักไว้ในใจนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเธอเลย...

"งั้นตอนนี้อาเยี่ยนก็ถือว่าทำตามสัญญาแล้ว เธออยากซื้ออะไร ตอนนี้ซื้อได้เลย ขอแค่ที่เธอชอบ เขาก็ซื้อให้ได้หมด" อาเหวินยุยงเธอ

"งั้นฉันรูดบัตรแล้วนะ?" ลั่วอวี่เฉิงใจเต้นแรงอย่างเห็นได้ชัด

อีกด้านหนึ่ง เวินถิงเยี่ยนพูดคุยกับคู่ค้าเสร็จแล้ว คู่ค้าคนนั้นมารับภรรยาที่มาเดินห้าง และเมื่อรู้ว่าเวินถิงเยี่ยนกำลังพาภรรยามาเดินซื้อของ จึงเสนอว่าจะไปทักทายสักหน่อย

เจี่ยนจือพอเห็นเวินถิงเยี่ยนเดินมา ก็รีบหลบไปซ่อนอยู่ข้างหลังเสาโรมันต้นหนึ่ง

แต่ลั่วอวี่เฉิงเห็นเวินถิงเยี่ยนแล้ว จึงโบกมือแล้วตะโกนเรียกเสียงดัง "อาเยี่ยน ฉันอยู่ตรงนี้ นายมานี่หน่อย"

เจี่ยนจือมองจากด้านหลังเสาโรมัน เห็นเวินถิงเยี่ยนกับคู่ค้าของเขาเดินตรงไปหาลั่วอวี่เฉิงแล้ว

ลั่วอวี่เฉิงคล้องแขนเวินถิงเยี่ยนแล้วก็เขย่า "อาเยี่ยน ฉันอยากซื้อนาฬิกาเรือนนี้ ดีไหม"

"ดีสิ" เวินถิงเยี่ยนมองลั่วอวี่เฉิงด้วยสายตาอ่อนโยนราวกับน้ำ ประกายในดวงตาทำให้ทั้งใบหน้าของเขามีชีวิตชีวาขึ้น ไม่จืดชืดเหมือนตอนอยู่บ้านกับเจี่ยนจือ

"ขอบคุณนะอาเยี่ยน งั้นฉันไปรูดบัตรเลยนะ!" ลั่วอวี่เฉิงโบกบัตรเสริมที่เวินถิงเยี่ยนให้เธอ

คู่ค้าที่มาด้วยกันเห็นดังนั้นก็ยิ้ม "คุณเวินกับคุณนายเวินรักกันหวานซึ้งจริง ๆ น่าประทับใจมากครับ"

คุณเวิน? คุณนายเวิน?

เวินถิงเยี่ยนกับลั่วอวี่เฉิงตกใจเล็กน้อย แต่ทั้งสองคนก็ไม่ได้อธิบายอะไรเลย...

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 664

    เวินถิงเยี่ยนเดินกลับเข้ามาในตัวบ้าน เขาแวะไปดูคุณย่าที่ห้องก่อนก็เห็นว่าท่านหลับไปแล้วแถมยังมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าเมื่อเห็นภาพนั้น เขาก็คลี่ยิ้มบาง ๆ ก่อนเดินกลับมาที่ห้องของตัวเองเพื่ออาบน้ำเขาเอาของขวัญวันเกิดที่เมิ่งเฉิงซ่งให้วางไว้บนโต๊ะนอกจากเค้กแล้ว นี่เป็นของขวัญเพียงชิ้นเดียวที่เขาได้รับในวันเกิดปีนี้แน่นอนว่าเขาไม่ได้สนใจว่าเพื่อนร่วมชั้นจะให้ของขวัญเขาหรือเปล่า เพียงแต่ถึงแม้จะรอจนทุกคนแยกย้ายกลับไปหมดแล้ว เขาก็ยังไม่ได้เห็นลูกแก้วคริสตัลจำลองกาแล็กซีที่เธอเคยพูดถึงเลยวันนี้อากาศดีมาก ท้องฟ้าปลอดโปร่งจนตอนที่นั่งอยู่หน้าลานบ้านมองเห็นดวงดาวเต็มฟ้า ตลอดทั้งคืนนี้บ้านของเขาอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะและความสนุกสนานอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทว่าในใจของเขากลับรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งขาดหายไป เป็นช่องว่างที่เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะเติมเต็มด้วยอะไรกล่องของขวัญที่เมิ่งเฉิงซ่งให้มีขนาดเล็กมาก เขาไม่รู้เลยว่าข้างในใส่อะไรไว้พอเขาเปิดมันออกก็ต้องชะงักไป ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงจะดึงสติกลับมาได้ของขวัญที่เมิ่งเฉิงซ่งให้คือพวงกุญแจสั่งทำจากแอปช็อปปิ้งออนไลน์แอปหนึ่ง เดิมทีมันก็เป็นแค่ข

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 663

    “ใช่แล้ว พี่ใหญ่ พอถึงตอนนั้นนายก็จะไม่ต่างอะไรจากลิงในสวนสัตว์ นักเรียนทั้งระดับชั้นจะแห่มาดูนาย นายลองคิดดูสิว่ามันน่าขายหน้าแค่ไหน!” อาเฟิงคอยเติมเชื้อไฟอยู่ข้าง ๆ คราวนี้ นอกจากเจี่ยนจือกับเมิ่งเฉิงซ่งแล้ว เพื่อนร่วมชั้นคนอื่น ๆ ต่างก็พากันพูดเกลี้ยกล่อมเวินถิงเยี่ยน“คนที่ถูกทำโทษคือฉันนะ ทำไมพวกนายถึงดูร้อนใจกว่าอีกล่ะ?” เวินถิงเยี่ยนตอบด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “ทำภารกิจ”“ก็ได้” อาเฟิงกับหร่านเฉินได้แต่ถอยทัพกลับไปอย่างหมดท่า เพราะไม่สามารถล้วงความลับเรื่องคนที่เวินถิงเยี่ยนชอบออกมาได้แต่มีเหรอที่สองคนนี้จะยอมง่าย ๆ ?เกมจึงดำเนินต่อไปทั้งสองคนพยายามสุดชีวิต เพื่อที่จะให้เมล่อนลูกนั้น “หล่น” ใส่เวินถิงเยี่ยนอีกครั้งในที่สุด หลังจากเกมดำเนินไปหลายรอบ ความตั้งใจของพวกเขาก็สัมฤทธิ์ผล“พี่ใหญ่ ๆ ผู้หญิงที่นายชอบอยู่ห้องเดียวกับพวกเราหรือเปล่า?” อาเฟิงรีบโพล่งคำถามใส่ทันทีเวินถิงเยี่ยนเองก็ตอบโดยไม่ต้องคิดเช่นกัน “ไม่ใช่”ไม่ใช่เหรอ?แม้แต่เจี่ยนจือก็อดครุ่นคิดไม่ได้ว่า แล้วผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกัน?เมื่อก่อนเขาชอบลั่วอวี่เฉิง แต่ตอนนี้ทั้งสองคนยังไม่ได้เจอกันนี่นา……แต่เรื

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 662

    “พี่ใหญ่ ๆ องุ่นหล่นหมดแล้ว” อาเฟิงรีบวิ่งเข้ามารับกะละมังจากมือเขาทันที “เอามาเยอะเกินไปจนหนักเหรอ?พี่ใหญ่?”“อืม……” เวินถิงเยี่ยนขานรับส่ง ๆ พลางย่อตัวลงเก็บองุ่นที่หล่นอยู่บนพื้น แต่หางตายังคงเหลือบมองไปทางนั้น ท่ามกลางแสงสลัวของค่ำคืน รอยยิ้มที่เธอมีให้เมิ่งเฉิงซ่งนั้นเจิดจ้าราวกับมีประกายแสงออกมาภาพนั้นทำให้เขานึกถึงบ่ายวันหนึ่งอีกครั้ง ใต้ต้นการบูรที่ปลูกอยู่หน้าตึกเรียน เธอวิ่งตรงเข้าไปหาเมิ่งเฉิงซ่งด้วยท่าทางที่เหมือนกับลูกกวางตัวน้อย ตอนนั้นเธอก็ยิ้มแบบนี้ ……“พี่ใหญ่ มันเปื้อนหมดแล้วนะ ทิ้งไปดีไหม?”อาเฟิงว่าพลางขยับเข้ามายืนตรงหน้า บดบังวิสัยทัศน์ของเขาจนหมด“อืม” เขาหยิบพวงองุ่นเหล่านั้นขึ้นมาโยนลงถังขยะ แล้วกลับไปนั่งที่เดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นตอนนี้ทุกคนกินกันจนอิ่มพอสมควรแล้ว แต่เวลายังไม่ดึกมาก อาเฟิงจึงเสนอให้ทุกคนอยู่เล่นเกมกันต่อบางคนเสนอให้เล่นไพ่ บางคนบอกให้เล่นต่อสำนวน แล้วก็มีบางคนถึงขั้นเสนอให้เล่นต่อกลอนด้วยแต่สุดท้าย ทุกคนกลับเลือกเกมสุดคลาสสิกอย่างจริงหรือกล้าและแน่นอนว่าเป็นอาเฟิงที่เลือกเพราะอย่างไรเสีย ในบรรดาเพื่อน ๆ เขานี่แหละเป็นตัวป่วน

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 661

    เจี่ยนจือรีบรับเนื้อย่างสองไม้มาจากมือเขา “ขอบคุณนะ” ถ้าไม่รับต่างหากถึงจะดูแปลกน่ะ ใช่ไหม?แต่ที่เขาบอกว่าเนื้อวัวเธอรู้แล้วล่ะว่าเพราะอะไรมีอยู่ครั้งหนึ่ง เธอกับหร่านเฉินแล้วก็เพื่อนคนอื่น ๆ เคยซื้อเนื้อย่างไม้หมุนกินที่ร้านหน้าโรงเรียน เขาเองก็อยู่ด้วย ตอนนั้นเธอพูดว่า “ฉันเอาเนื้อวัว ไม่เอาเนื้อแพะ ไม่ชอบกลิ่นสาบ”เขาความจำดีจะตายก็แน่อยู่แล้วนี่?เขาเป็นถึงเด็กเรียนอันดับท็อปของโรงเรียนเลยนะขึ้นอยู่แค่ว่าเขาอยากจำหรือเปล่าเธอเคยใช้ชีวิตแต่งงานกับเขามาถึงห้าปี เธอคิดว่าเขาคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอชอบกินอะไร ไม่ชอบกินอะไร แต่ทำไมตอนนี้เขาจำได้ล่ะ?เธอกัดเนื้อเข้าไปหนึ่งคำอืม ย่างจนเนื้อค่อนข้างแห้งเลย อันที่จริงฝีมือทำอาหารของเขาก็ไม่ได้ดีอะไรขนาดนั้น หรือควรจะบอกว่า ฝีมือของเขาในตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นนั้นมากกว่าแต่ดูเหมือนคืนนี้เขาจะสนุกกับการย่างเนื้อมาก เอาแต่ย่างอยู่นั่นแล้วตัวเขาเองก็ไม่หยิบกินเลยสักไม้ เอาแต่ย่างไปเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะย่างอะไรไม้สุดท้ายก็มักจะถูกส่งมาอยู่ในมือเธอจนกระทั่งเธอรับปลาไส้ตันย่างไม้สุดท้ายมา ก็รีบโบกมือ “ฉันไม่เอาแล้ว อิ่มแล้ว กินไม่ลงแล้ว

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 660

    อาเฟิงกำลังโฆษณาสรรพคุณดักแด้ไหมให้เพื่อน ๆ ฟังอย่างออกรสออกชาติ แต่กลับไม่มีใครตอบรับเขาเลยแม้แต่คนเดียว ยิ่งกว่านั้นหร่านเฉินยังถอยห่างจากเขาด้วยความรังเกียจ เจี่ยนจือหันไปมองเมิ่งเฉิงซ่งที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก่อนจะแกล้งแหย่เขา “นายชอบของแบบนี้ไม่ใช่เหรอ?”เมิ่งเฉิงซ่งส่ายหน้าพัลวัน “เป็นไปไม่ได้!ฉันไม่มีทางกินของแบบนี้เด็ดขาด!”ก็ได้……หรือว่าจริง ๆ แล้วดักแด้ไหมจะแตกต่างจากพวกหนอนหรือแมลงทอดกันนะ?ตอนที่เวินถิงเยี่ยนเข้ามาสมทบ ข้างกายเจี่ยนจือก็ไม่มีที่นั่งว่างเหลือแล้ว ฝั่งหนึ่งคือเมิ่งเฉิงซ่ง อีกฝั่งคือหร่านเฉิน เขาจึงนั่งลงตรงข้ามกับเจี่ยนจือทุกคนกำลังช่วยกันย่างเนื้อ ส่วนเจี่ยนจือกำลังง่วนอยู่กับการย่างกุยช่ายเสียบไม้ตอนที่เวินถิงเยี่ยนนั่งลง เขาก็หยิบเนื้อวัวเสียบไม้มาหนึ่งกำใหญ่ ๆ แล้วช่วยทุกคนย่าง“พี่ใหญ่ นี่นายย่างเป็นด้วยเหรอ?” อาเฟิงรู้สึกว่าพี่ใหญ่ของเขาดูไม่ใช่คนที่จะลงมาแตะต้องเรื่องวุ่นวายบนโลกมนุษย์แบบนี้เลย พี่ใหญ่ของเขาจะมายืนท่ามกลางเนื้อย่างและควันโขมงแบบนี้ได้ยังไง?เวินถิงเยี่ยนไม่ได้สนใจเขา เพียงหยิบผงยี่หร่าโรยลงบนเนื้อย่าง กลิ่นหอมของสมุนไพรลอยฟุ้งไป

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 659

    เพราะคุณย่าเวินเพิ่งออกจากโรงพยาบาลได้ไม่นาน “หัวเรือใหญ่” ในการจัดปาร์ตี้ครั้งนี้อย่างอาเฟิงจึงไม่ได้จัดกิจกรรมอะไรภายในบ้าน แต่เลือกจัดเตาบาร์บีคิวไว้ที่ลานบ้านของตระกูลเวินแทนตอนนี้เตาย่างบาร์บีคิวถูกเตรียมไว้ที่หน้าลานบ้านเรียบร้อยแล้ว กลิ่นหอมของถ่านที่กำลังลุกไหม้เริ่มลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ เหลือเพียงรอให้ปาร์ตี้เนื้อย่างเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการเท่านั้นแต่ก่อนจะเริ่ม อาเฟิงก็เสนอให้เป่าเทียนวันเกิดก่อนดังนั้น เค้กที่ทุกคนช่วยกันลงขันซื้อไว้จึงถูกนำออกมาเป็นเค้กผลไม้ธรรมดาที่มีขายตามร้านเค้กทั่วไป แต่เค้กก้อนนี้ทำออกมาได้สวยมาก แถมยังดูน่าอร่อยไม่น้อย ทว่าในตอนที่ทุกคนร้องเพลงวันเกิดเสร็จและเร่งให้เวินถิงเยี่ยนอธิษฐาน เขาก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองเจี่ยนจือตอนนี้เธอยืนอยู่ตรงกลางระหว่างหร่านเฉินกับเมิ่งเฉิงซ่ง นอกจากใบหน้าเปื้อนยิ้มแล้วก็ไม่มีอะไรอีก“ขอพรสิ เวินถิงเยี่ยน” หร่านเฉินพูดกับเขา“อืม” เวินถิงเยี่ยนหลับตาลงแล้วเริ่มอธิษฐานในใจ จากนั้นเขาก็ลืมตาขึ้นแล้วเป่าเทียนตรงหน้าอาเฟิงถามขึ้นท่ามกลางเสียงปรบมือ “อาเยี่ยน นายอธิษฐานอะไรไปเหรอ?”เวินถิงเยี่ยนก้มหน้าตัดเค้ก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status