Masukหลายวันต่อมา
ตอนนี้มิราได้สอบปิดภาคเรียนที่สองและจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่หกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และกำลังอยู่ในช่วงปิดเทอม โดยระยะเวลาหลายวันที่ผ่านมาเธอได้ส่งไลน์หาบอดี้การ์ดคนของใจทุกคืน ใจจริงเธออยากไลน์หาเขาแทบทุกเวลาที่เธอว่างเลยด้วยซ้ำ แต่กลัวว่าเขาจะรำคาญเธอเสียก่อน เลยไลน์หาเขาแค่ตอนก่อนนอนเพื่อบอกชอบบอกคิดถึงและบอกฝันดี ถึงแม้เขาจะตอบกลับบ้างไม่ตอบบ้างก็ตาม แค่เธอได้ไลน์หาเขาทุกคืนก่อนนอนและเห็นว่าเขาอ่านไลน์ทุกข้อความที่เธอส่งไป แค่นี้เธอก็พอใจแล้ว
บริเวณโต๊ะริมสระว่ายน้ำของคฤหาสน์หลังใหญ่
"พี่ภีมคะ พี่วายุไปไหนเหรอคะ" มิราที่เดินออกมาจากในบ้าน เดินมาหยุดยืนอยู่ด้านหลังของบอดี้การ์ดคนสนิท แล้วเอ่ยถามหาบอดี้การ์ดคนของใจเมื่อไม่เห็นเขา พลางกวาดสายตามองหาร่างสูงของเขาไปด้วย ปกติบอดี้การ์ดส่วนตัวของเธอทั้งสองคนจะตัวติดกันตลอด แต่ตอนนี้กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของอีกคนเลย
ด้านภีมที่นั่งอยู่ก็หันมาตามเสียง ก่อนจะดันตัวลุกขึ้นไปยืนตรงหน้าเจ้าของเสียงหวานที่เอ่ยถามเขา โดยยืนอยู่ในท่ากุมมือไว้ด้านหน้าหรือท่าประจำของบอดี้การ์ด แล้วเอ่ยตอบออกไป
"พี่วายุไปเข้าห้องน้ำครับ คุณหนูมีอะไรใช้ผมก็ได้ครับ" ภีมเสนอตัวเองแทนตามหน้าที่ ซึ่งตั้งแต่บอดี้การ์ดรุ่นพี่เข้ามาดูแลเด็กสาวคู่กับเขา เธอก็เอาแต่เรียกหารุ่นพี่ของเขาจนเขาเองก็นึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย เพราะเด็กสาวดูจะสนิทกับรุ่นพี่ของเขาเร็วเสียเหลือเกิน ทั้งที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่กี่วัน
"น้องมิแค่ถามหาพี่วายุเฉยๆ ไม่ได้จะใช้อะไรหรอกค่ะ" พูดจบมิราก็เงียบไปครู่หนึ่งราวกับกำลังชั่งใจคิดอะไรอยู่ ก่อนจะตัดสินใจพูดต่อ
"เออ... พี่ภีมช่วยอะไรน้องมิสักอย่างได้ไหมคะ"
"ได้อยู่แล้วครับ คุณหนูจะให้ผมช่วยอะไรบอกผมมาได้เลยครับ" ภีมตอบออกไปอย่างไม่ต้องคิด เพราะบอดี้การ์ดอย่างเขาพร้อมทำตามความประสงค์ของคุณหนูตัวน้อยทุกประการอยู่แล้ว
ด้านมิราจึงไม่รอช้า เอ่ยบอกถึงความต้องการของตัวเองทันที
"น้องมิชอบพี่วายุค่ะ น้องมิอยากให้พี่ภีมช่วยน้องมิจีบพี่วายุค่ะ" พูดจบเธอก็รอคำตอบจากบอดี้การ์ดคนสนิทตาแป๋ว โดยไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายแทบช็อคกับสิ่งที่เธอขอให้ช่วย ขณะเดียวกันดวงตากลมโตสะดุดเข้ากับร่างสูงของอีกคนที่เธอถามหากำลังเดินมาทางเธอจากด้านหลังของบอดี้การ์ดคนสนิท
หมับ!
เห็นแบบนั้นด้วยความตกใจ เธอจึงคว้าหมับแขนแกร่งของบอดี้การ์ดคนสนิทเข้าหาตัวทันที ทำให้อีกฝ่ายที่กำลังช๊อคไม่หายยิ่งตกใจหนักกว่าเดิมกับการกระทำของเธอ
"พี่ภีมอย่าบอกเรื่องนี้กับพี่วายุนะคะ น้องมิกลัวโดนพี่วายุดุ" มิราเอ่ยกระซิบกระซาบประหนึ่งขอร้องบอดี้การ์ดคนสนิทไปทันที เสมือนทำผิดและกลัวความผิดยังไงยังงั้น ทั้งๆที่ตัวเองก็ไม่ได้ทำอะไรผิดเลย
"เอ่อ คะ ครับ" ด้วยเหตุการณ์มันบังคับ ภีมจึงเออออห่อหมกไป น้ำเสียงตะกุกตะกักเพราะยังไม่หายตกใจกับเรื่องที่เขาเพิ่งจะได้รับรู้ ไหนจะคุณหนูตัวน้อยที่เกาะแขนเขาไม่ยอมปล่อย จนเขารู้สึกกระอักกระอ่วนทำตัวไม่ถูกเอาเสียเลย แต่ทว่าเมื่ออีกคนเดินมาถึง...
พรึ่บ!
วายุกระชากแขนอีกข้างของรุ่นน้องออกจากตัวเด็กสาวอย่างแรง ก่อนจะเอ่ยถามออกไปเสียงดังน้ำเสียงแข็ง
"ทำอะไรกัน!"
ขณะที่คิ้วหนาขมวดเข้าหากันยุ่งแสดงความไม่พอใจออกมาชัดเจนที่เห็นเด็กสาวถึงเนื้อถึงตัวกับผู้ชายคนอื่นแบบนี้ ถึงจะรู้ดีอยู่แก่ใจว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์หึงหวงอะไรเธอเลยด้วยซ้ำ แต่กระนั้นถ้าจะให้เขานิ่งดูดายเขาทำไม่ได้
"เปล่านะพี่ ผมไม่ได้ทำอะไรคุณหนูเลย" ภีมรีบปฏิเสธออกไปทันที มาถึงตอนนี้เขาเข้าใจทุกอย่างแจ่มแจ้งดีแล้วว่ารุ่นพี่ของเขาก็มีใจให้กับคุณหนูตัวน้อยเหมือนกัน ถ้าให้เขาเดาหรือจับสังเกตจากวันที่ผ่านๆมา คนทั้งคู่ก็น่าจะมีใจให้กันตั้งแต่วันแรกๆหรือตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันแล้วด้วยซ้ำ
"ใช่ค่ะ พี่ภีมไม่ได้ทำอะไรน้องเลยนะคะ นี่ไงเสื้อพี่ภีมเลอะน้องก็เลยช่วยเช็ดให้" มิรารีบเอ่ยสมทบทันทีละคนร้อนตัว แล้วแสร้งพูดในประโยคหลังพลางมือบางข้างหนึ่งปัดแขนเสื้อของบอดี้การ์ดคนสนิทไปด้วยเพื่อให้ดูสมจริง แต่ทว่าพอเจอสายตาดุๆของอีกคนที่มองมา เธอจึงชักมือกลับ ยืนสงบนิ่งก่อนจะยิ้มแห้งๆให้เขา ทำตัวไม่ถูกกับสายตาคู่คมดุๆของเขาที่มองอยู่ ไม่รู้ว่าเขาไปหงุดหงิดอะไรมา ทำไมใบหน้าหล่อๆถึงได้มีสีหน้าบอกบุญไม่รับเช่นนี้
"งั้นน้องมิขอตัวเข้าบ้านก่อนนะคะ" พูดจบมิราก็ชำเลืองมองไปยังบอดี้การ์ดคนสนิทเล็กน้อย เพื่อเป็นการบอกย้ำทางสายตาในเรื่องที่ตกลงกันไว้ ก่อนจะหันหลังเดินเข้าบ้านไป โดยมีสายตาสองคู่ของบอดี้การส่วนตัวมองตามหลังเธอจนเห็นว่าเธอเดินหายเข้าไปในบ้านแล้ว พวกเขาจึงหันกลับมาเผชิญหน้ากันต่อ โดยหารู้ไม่ว่าเด็กสาวได้เดินย้อนกลับมา แล้วแอบอยู่ตรงขอบประตูด้วยความที่อยากรู้ว่าพวกเขาสองคนจะคุยอะไรกันบ้าง
พบคนหึงแถวนี้ครับมาเก็บด่วนนนน
เวลาต่อมา16:35 น.บริเวณโต๊ะริมสระว่ายน้ำ"อะไรเหรอคะ" มิราเอ่ยถามคนตัวโตเมื่อเขายื่นกล่องเล็กๆสีชมพูมาให้ขณะที่เธอนั่งอยู่บนตักแกร่งของเขา"เปิดดูสิครับ" บอกกับเด็กสาวน้ำเสียงอ่อนโยน โอบกอดเอวบางเอาไว้หลวมๆ มืออีกข้างก็ยังคงถือกล่องเล็กๆสีชมพูยื่นให้เด็กสาวด้านมิราจึงรับกล่องดังกล่าวมาแล้วเปิดฝากล่องออก เมื่อเห็นว่าสิ่งของในกล่องคืออะไรก็ระบายยิ้มออกมาจนแก้มแทบปริ ซึ่งภายในกล่องเป็นสร้อยคอเส้นเล็กๆสีเงิน ตัวจี้เป็นรูปหนังสือเล่มเล็กๆสีชมพู"ชอบไหมครับ พี่สั่งทำให้หนูเป็นพิเศษเลยนะ" เขาถามพลางกระชับกอดคนบนตักแน่นขึ้น ซึ่งสร้อยเส้นนี้เขาสั่งทำไว้นานแล้ว แต่เพิ่งจะได้มีโอกาสไปเอาที่ร้านตอนไปส่งคนเป็นน้องสาวที่คอนโด"ชอบค่ะ ชอบมากด้วย ขอบคุณนะคะ"ฟอด~มิราหอมแก้มของคนตัวโตไปหนึ่งฟอดเป็นการเอาใจ ซึ่งสร้อยที่เขาให้มามันน่ารักมากและถูกใจเธอมากจริงๆด้านวายุก็ได้แต่ยิ้มเอ็นดูคนบนตัก ก่อนจะเกยคางไว้บนไหล่มนเสมือนกำลังออดอ้อนคนบนตักยังไงยังงั้น"ว่าแต่ทำไมพี่วายุถึงสั่งทำจี้สร้อยเป็นรูปหนังสือล่ะคะ?""เพราะว่าหนูชอบอ่านนิยายไงครับ พี่เลยสั่งทำสร้อยเป็นรูปหนังสือ หนูลองดูดีๆสิครับ ในตัวจี้ด้าน
วันต่อมากรุงเทพมหานคร ขณะนี้วายุกับมิราเดินทางกลับมาถึงกรุงเทพเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พวกเขาออกเดินทางตั้งแต่เช้าตรู่ โดยมีคนที่ได้ชื่อว่าเป็นน้องสาวติดสอยห้อยตามทั้งสองคนมาด้วย ณ คฤหาสน์หลังใหญ่11:45 น.เมื่อวายุขับรถเข้ามาจอดอยู่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่โดยไม่ได้ดับเครื่องยนต์ เขาก็เอี้ยวตัวหันไปพูดกับน้องสาวที่นั่งอยู่บนเบาะรถด้านหลังทันที"รอพี่ในรถก่อนนะ พี่ขอเอาของไปเก็บก่อนแล้วจะไปส่งที่คอนโด""ค่ะ" พระพายจึงพยักหน้าตอบด้วยใบหน้ายิ้มๆ ก่อนจะกวาดสายตามองออกไปนอกรถอย่างซุกซนละคนอยากรู้อยากเห็น เธอตื่นเต้นไม่น้อยกับการที่ได้เห็นคฤหาสน์หลังใหญ่ ไม่รู้ว่าบ้านหรือวังถึงได้ใหญ่โตอลังการเช่นนี้ด้านวายุจึงลงจากรถแล้วไปเปิดประตูรถฝั่งของคนรัก จากนั้นเขาก็พาคนรักเข้าบ้านโดยมีกระเป๋าสัมภาระของเธอและเขาถืออยู่ในมือหนาทั้งสองข้างส่วนสาวน้อยที่นั่งอยู่ในรถของพี่ชาย โดยไม่รู้เลยว่ามีรถตู้คันหรูสีดำของเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้กำลังขับเคลื่อนเข้ามาจอดอยู่ด้านหลังรถของพี่ชายที่เธอนั่งอยู่ ด้วยความซุกซนและอยากรู้อยากเห็นเธอจึงตัดสินใจเปิดประตูลงจากรถเพื่อจะได้มองสำรวจคฤหาสน์ได้สะดวกขึ้น แทนที่จะรออยู่ในรถ
(ป่วนหัวใจนายบอดี้การ์ดหน้านิ่ง)ภายในห้องนอนของวายุหลังจากที่พูดคุยกับลุงและป้าสะใภ้เสร็จ วายุก็พาเด็กสาวขึ้นมาพักผ่อนบนห้องนอนของเขา"นั่งรถมาเหนื่อยๆ อากาศก็ร้อน พี่ว่าหนูไปอาบน้ำก่อนดีกว่านะครับจะได้สดชื่น" วายุเอ่ยบอกพลางเดินไปหยิบผ้าขนหนูที่พับเก็บไว้ในตูเสื้อผ้าของตัวเองออกมา ก่อนจะเดินกลับมาหาเด็กสาวที่กำลังกวาดสายตามองไปรอบๆห้องของเขา"พี่วายุชอบสีเทากับสีดำเหรอคะ ห้องของพี่ถึงได้คลุมโทนสีเทาดำหมดเลย" มิราไม่ได้สนใจคำพูดของคนตัวโตเลย ปากถามแต่สายตากวาดมองไปรอบๆห้องของเขาอย่างซุกซน พลางยื่นมือไปรับผ้าขนหนูที่เขายื่นให้ ซึ่งแม้กระทั่งผ้าขนหนูที่เขาให้มาก็ยังเป็นสีเทา"ใช่ครับ" เขาตอบก่อนจะปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีดำที่สวมใส่อยู่ แล้วถอดออกโยนทิ้งลงตระกร้าที่วางอยู่ข้างตู้เสื้อผ้า ตามด้วยถอดเข็มขัดราคาแพง แต่ทว่าขณะที่เขากำลังจะปลดกระดุมกางเกง เด็กสาวก็ดันเอ่ยขัดขึ้นมา"พะ พี่วายุถอดเสื้อผ้าทำไมคะ" รู้สึกร้อนๆหนาวๆขึ้นมาเสียดื้อๆเมื่อเห็นอีกคนยืนถอดเสื้อผ้าต่อหน้าต่อตา"อาบน้ำก็ต้องถอดเสื้อผ้าสิครับ จะอาบทั้งเสื้อผ้าได้ยังไงกัน" "อ๋อ พี่วายุจะอาบน้ำก่อนใช่ไหมคะ งั้นเดี๋ยวน้องไปรอข
บ้านของวายุ (ต่างจังหวัด)13:25 น."ลุงวินป้าจ๋าพี่วายุมาแล้วค่ะ!" เป็นเสียงเด็กสาววัยสิบแปดปีที่มีหน้าตาสะสวยและหุ่นดี ไม่ใช่สวยธรรมดา แต่เรียกได้ว่าสวยมากเลยทีเดียว เธอตะโกนบอกผู้เป็นลุงแท้ๆกับป้าสะใภ้ที่อยู่หลังบ้านเมื่อเห็นรถคันหรูสีดำคุ้นตาของคนเป็นพี่ชายหรือลูกพี่ลูกน้องของเธอขับเข้ามาจอดอยู่หน้าบ้าน...ซึ่งเด็กสาวคนดังกล่าวเธอมีนามว่า พระพาย เธอเองไม่ต่างจากวายุที่คนเป็นลุงแท้ๆกับป้าสะใภ้ได้รับมาเลี้ยงดูเช่นกัน เนื่องจากพ่อของเธอได้เสียไปเมื่อสามปีก่อนด้วยโรคร้าย ส่วนแม่ของเธอได้เสียไปตั้งแต่เธออายุได้สองขวบด้วยโรคประจำตัว เธอจึงไม่เหลือใครนอกจากพี่ชายของพ่อหรือลุงแท้ๆกับป้าสะใภ้ที่ยังไม่มีลูก พวกเขาทั้งสองคนจึงรับเธอมาเลี้ยงดูและรักเธอกับวายุเสมือนลูกของพวกเขาจริงๆ...และไม่รอช้าพระพายรีบวิ่งไปหาคนเป็นพี่ชายกับว่าที่พี่สะใภ้ที่กำลังลงจากรถ"สวัสดีค่ะพี่วายุ" เมื่อวิ่งมาถึง พระพายจึงเอ่ยสวัสดีพร้อมกับพนมมือน้อยๆไหว้พี่ชาย ก่อนจะหันไปทักทายว่าที่พี่สะใภ้ที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันด้วยใบหน้ายิ้มๆ"หวัดดี เราชื่อพระพายนะ เป็นน้องพี่วายุ""หวัดดีจ้ะ เราชื่อมิรา เป็นแฟนพี่วายุ" มิราเ
(ป่วนหัวใจนายบอดี้การ์ดหน้านิ่ง)"พี่วายุเป็นไงบ้างพี่" เมื่อคนเป็นนายและพี่ชายออกไปจากห้องนี้แล้ว ภีมก็รีบพุ่งตัวเข้าไปหารุ่นพี่อย่างไว แล้วช่วยประคองกายแกร่งของรุ่นพี่ให้ลุกขึ้นนั่ง "กู โอเค" วายุตอบรุ่นน้องด้วยน้ำเสียงเบาหวิว แทบจะไม่มีแรงพูด ร่างกายไร้เรี่ยวแรง สมองยังปวดหนึบด้วยฤทธิ์ยา "อดทนอีกนิดนะพี่ เดี๋ยวยาก็หมดฤทธิ์แล้ว" ภีมไม่สามารถช่วยอะไรรุ่นพี่ได้เลย เขาทำได้แค่บอกให้รุ่นพี่อดทน เพราะยาชนิดนี้ไม่มียาแก้หรือยาต้านใดๆ สุดแล้วแต่ร่างกายและความอดทนของคนที่ได้รับยานี้เข้าไปว่าจะอดทนต่อฤทธิ์ของมันได้หรือไม่"มึงอย่าปากสว่างไปบอกหนูมิล่ะ กูไม่อยากให้เมียกูต้องเป็นห่วง" วายุไม่ได้สนใจคำพูดของรุ่นน้องแต่อย่างใด เขาเลือกที่จะเอ่ยประหนึ่งเป็นคำสั่งกับรุ่นน้องแทนขณะที่ใบหน้ายังคงเหยเกด้วยความเจ็บปวด มือหนาข้างหนึ่งกุมขมับเอาไว้ มือหนาอีกข้างวางค้ำยันลงบนพื้นเพื่อเป็นหลักให้ตัวเอง"โธ่พี่ ผมไม่บอกคุณหนูหรอกหน่า อีกอย่างพี่ห่วงตัวเองก่อนเถอะ สภาพพี่ตอนนี้ดูไม่ได้เลย" ภีมรู้ดีว่าเรื่องไหนควรพูดไม่ควรพูด แต่รุ่นพี่ของเขานี่สิ ห่วงแต่คุณหนูตัวน้อยทั้งที่สภาพตัวเองตอนนี้แย่มากแทบดูไม่ได
(ป่วนหัวใจนายบอดี้การ์ดหน้านิ่ง)ภายในห้องใต้ดินหรือห้องเชือดผัวะ!ทันทีที่วายุโผล่หน้าเข้ามาในห้องเชือด เดชาก็ปล่อยหมัดหนักๆใส่ใบหน้าข้างขวาของวายุเต็มแรง จนใบหน้าหันไปตามแรงหมัดพร้อมกับเซไปด้านหลังจนเกือบเสียหลักล้มลงไป แต่ไม่ทันที่จะได้ตั้งหลักดี หมัดที่สองก็ตามมาใส่ใบหน้าอีกข้างเต็มแรงผัวะ!ใบหน้าของวายุหันไปตามแรงหมัดเกือบจะเสียหลักล้มลงไปอีกครั้งแต่ก็ทรงตัวเอาไว้ได้ ก่อนจะใช้หลังมือปาดน้ำคาวสีแดงที่ซึมออกมาตรงมุมปากทั้งสองข้างออกลวงๆ แล้วมองไปยังผู้เป็นนายนิ่งๆ โดยไม่พูดหรือไม่คิดจะตอบโต้กลับไป เขายอมให้ผู้เป็นนายกระทำแต่โดยดี"สองหมัดนี้แค่น้ำจิ้ม หลังจากนี้มึงเตรียมตัวรับบททดสอบของกูให้ได้ก็แล้วกันไอ้วายุ หึ" เดชาพูดด้วยน้ำเสียงกดต่ำ พูดจบก็กระตุกยิ้มร้ายเย้ยหยันคนเป็นลูกน้องที่เลี้ยงไม่เชื่อง"ผมพร้อมครับ" วายุพูดสวนไปทันทีด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งไม่ต่างจากใบหน้า เขายังคงใจเย็น ไม่ได้มีความเกรงกลัวผู้เป็นเจ้านายและสิ่งที่ตัวเองกำลังจะเผชิญเลยแม้แต่น้อย"อวดเก่ง! ถ้ามึงพร้อมมากขนาดนี้กูก็พร้อมจัดให้มึงแบบชุดใหญ่ จัดให้แบบสมเกียรติคนเก่งอยากมึง" เดชาไม่เคยเจอใครที่กล้าหือกับเขาแ