LOGINบทที่ 2 สะเออะ
แสงโพล้เพล้ตะวัน ลาลับขอบฟ้าไปแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงความมืดมิดที่เข้าปกคลุมสวน อาทิตย์ทอดกายลงบนเตียงกว้างในห้องนอนเดิมของเขา ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางอารมณ์ที่คุกรุ่นทำให้เขาเผลอหลับไปครู่ใหญ่ ทว่าในจังหวะที่สติกำลังก้ำกึ่งระหว่างความฝันและความจริง เสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมา ก๊อก ก๊อก ก๊อก... เสียงเคาะประตูไม้สักดังขึ้นอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ แต่มันกลับดังก้องในโสตประสาทของคนที่เกลียดการถูกรบกวนเป็นที่สุด “เข้ามา!” เขาตวาดออกไปเสียงลั่น บ่งบอกชัดเจนว่าเจ้าของห้องกำลังหงุดหงิดถึงขีดสุด บานประตูค่อย ๆ แง้มออกช้า ๆ พร้อมกับร่างหนึ่งที่แทรกตัวเข้ามา... ร่างนั้นไม่ได้ผอมเพรียวเหมือนหนุ่มเมืองหลวงทั่วไป แต่กลับเป็นชายหนุ่มร่างอวบอัด ผิวพรรณขาวจัดตัดกับความมืดมิดภายนอก ดวงตากลมโตสั่นระริก แก้มยุ้ย ๆ นั้นดูตึงแน่นจนน่าหยิก แต่มันกลับทำให้ความโกรธของอาทิตย์พุ่งพล่าน “พี่อาทิตย์ครับ... คุณลุงให้ ชิ้นมาตาม ไปทานข้าวครับ” น้ำเสียงนั้นนุ่มนวลและอ่อนหวานทว่าสั่นเครือ แต่มันกลับเป็นเชื้อไฟชั้นดีที่จุดระเบิดอารมณ์ของคนบนเตียง พรึ่บ! อาทิตย์ยันกายลุกขึ้นจากเตียงด้วยท่วงท่าคุกคาม ก้าวพรวดเดียวก็ถึงตัวคนตัวเล็กกว่าที่ยืนจด ๆ จ้อง ๆ อยู่หน้าประตู “ใครพี่มึง? กูเป็นลูกคนเดียว!” คำรามเสียงต่ำใส่หน้าคนตรงหน้าจนลูกชิ้นสะดุ้งโหยง ตัวสั่นเทาจนเห็นได้ชัด ความสูงที่ต่างกันเกือบยี่สิบเซนติเมตรทำให้อีกฝ่ายดูเล็กลงไปถนัดตา “ชิ้น...ชิ้นขอโทษครับ คุณอาทิตย์” คนตัวขาวรีบละล่ำละลักบอกพลางก้มหน้าจนคางชิดอก ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาคมคู่เดิมที่เขาเคยถวิลหา... พี่อาทิตย์คนเดิมที่เคยใจดีหายไปแล้ว เหลือเพียงซาตานร้ายที่จ้องจะขย้ำเขาให้จมเขี้ยวเท่านั้น “แล้วจำใส่หัวไว้ วันหลังอย่าเสือกเสนอหน้าขึ้นมาบนห้องกู ถ้ากูไม่สั่ง...!” อาทิตย์ทิ้งท้ายด้วยวาจาเชือดเฉือน เขาเกลียด... เกลียดที่เห็นเด็กคนนี้ที่เติบโตมาในบ้านของเขา เกลียดที่แม่ของมันเข้ามาเสวยสุขแทนแม่เขา และเกลียดที่สุดคือสายตาอ้อนวอนที่ดูใสซื่อจนน่ารำคาญ “ครับ...” ลูกชิ้นรับคำเสียงเบาหวิว พยายามหมุนตัวเดินออกจากห้องไปให้ไวที่สุดเพื่อซ่อนน้ำตาที่รื้นขึ้นมา อาทิตย์มองตามแผ่นหลังอวบกลมนั้นไปด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะก้าวเท้าตามลงไปข้างล่างด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัว เขาจะทำให้อีกฝ่ายรู้ว่า การเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ในฐานะกาฝากมันไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิด! อาทิตย ก้าวลงบันไดมาด้วยท่าทีฮึดฮัด เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของเขากระแทกลงบนพื้นไม้ราวกับจะประกาศให้ทุกคนในบ้านรู้ว่าเจ้าของบ้านตัวจริงกลับมาแล้ว เขาเลื่อนเก้าอี้หัวโต๊ะออกเสียงดัง ครืด จนคนตัวเล็กที่กำลังง่วนกับการตักข้าวอย่างลูกชิ้นถึงกับมือสั่นจนทัพพีเกือบหลุดมือ "นั่งลงสิอาทิตย์ น้าหญิงเขาทำของโปรดแกทั้งนั้นเลยนะ ทั้งแกงส้มปลากะพง ทั้งปลาทูแม่ทอด" เสี่ยสนเอ่ยขึ้นพยายามทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด อาทิตย์ปรายตามองกับข้าวตระการตาบนโต๊ะ ก่อนจะแค่นยิ้มเหยียด "ของโปรด? พ่อจำผิดหรือเปล่าครับ... ของพวกนี้มันของโปรดแม่ผม แต่น้าเขาเอามาทำประจบนึกว่าจะแทนที่แม่ผมได้งั้นเหรอ? เหอะ... ตลกว่ะ" "ไอ้อาทิตย์!" เสี่ยสนตบโต๊ะดังปังจนชามแกงสะเทือน "คุณพี่คะ... ใจเย็น ๆ เถอะค่ะ อาทิตย์เขาคงเหนื่อยจากการเดินทาง" หญิงรีบปรามสามีพลางส่งสายตาบอกลูกชายให้รีบตักข้าว ลูกชิ้นพยายามบังคับมือที่สั่นเทา ตักข้าวสวยร้อน ๆ ใส่จานให้เสี่ยสน ก่อนจะเขยิบมาข้างกายร่างสูงใหญ่ของอาทิตย์ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงจากตัวพี่อาทิตย์ลอยมาแตะจมูกมันหอมเย็นทว่าให้ความรู้สึกกดดันจนลูกชิ้นแทบหายใจไม่ออก "ระ... รับข้าวเพิ่มไหมครับคุณอาทิตย์" ลูกชิ้นเอ่ยเสียงแผ่ว พยายามเลี่ยงไม่สบตาคมกริบคู่นั้น "ตักให้มันน้อย ๆ หน่อย เห็นตัวมึงแล้วกูสยองชิบหาย ขืนกินเยอะเหมือนมึงกูคงเดินไม่ไหว กลายเป็นหมูตอนเฝ้าสวนพอดี" คำพูดถากถางนั้นทำให้ลูกชิ้นหน้าเสียจนแทบจะมุดลงใต้โต๊ะ ความอวบอัดที่เขามักถูกชมว่าน่ารักจากคนอื่น กลับกลายเป็นขยะแขยงในสายตาของคนตรงหน้า "อาทิตย์... อย่าไปว่าลูกชิ้น น้องตั้งใจดูแลบ้าน" เสี่ยสนพูดพยายามช่วยลูกเลี้ยงตัวเอง "ดูแลบ้าน? หรือจ้องจะดูแลสมบัติของพ่อกันแน่" อาทิตย์ตักกับข้าวเข้าปากเพียงคำเดียว ก่อนจะขมวดคิ้วมุ่นด้วยความรังเกียจ "รสชาติห่วยแตก... เก็บไว้กินเองเถอะครับ ผมกินไม่ลง" เขารวบช้อนเสียงดัง เคร้ง! จนคนทั้งโต๊ะสะดุ้ง อาทิตย์ไม่สนว่าใครจะกินอิ่มหรือไม่ สายตาคมกริบตวัดไปมองลูกชิ้นที่นั่งตัวลีบอยู่ข้าง ๆ เห็นแก้มอิ่มน้ำที่เคยขาวนวลเริ่มขึ้นสีระเรื่อและสั่นระริกเหมือนคนจวนเจียนจะร้องไห้ เขากลับยิ่งรู้สึกสะใจ "อ้อ... แล้วจำใส่หัวไว้ด้วยนะไอ้ลูกชิ้น พรุ่งนี้มึงต้องไปทำงานที่ล้งกับกูแต่เช้า!" อาทิตย์กระแทกเสียงใส่คนตัวเล็ก "ในเมื่อมึงกับแม่ของมึงมาอาศัยบ้านกูอยู่ มึงก็ต้องทำงานแลกข้าวสุก อย่ามัวแต่นอนอืดเป็นหมูไปวัน ๆ มันรกหูรกตา!" "ครับ... คุณอาทิตย์" ลูกชิ้นรับคำเสียงเครือพลางก้มหน้ามองจานข้าวเปล่าของตัวเอง ความหิวที่เคยมีเลือนหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความเจ็บแปลบที่แล่นพล่านไปทั่วอก... เจ็บที่ถูกคนที่เขาแอบปลื้มมาตลอด สาดคำพูดใส่ไม่ยั้ง อาทิตย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาของเขาพาดทับร่างอวบที่สั่นเทาเหมือนลูกนกตกน้ำ เขาแสยะยิ้มเย็นชา...เขาจะทรมานเด็กนี่ให้ทนไม่ไหว จนต้องหอบผ้าผ่อนหนีออกไปจากบ้านหลังนี้พร้อมกับแม่ของมันให้ได้! หลังจากแผ่นหลังกว้างของอาทิตย์ลับหายไปจากห้องอาหาร บรรยากาศที่เคยตึงเครียดจนหายใจไม่ออกก็ค่อย ๆ คลายตัวลง เหลือเพียงความเงียบงันที่แสนหดหู่ เสี่ยสนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความหนักใจ เขาทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้พลางหันไปมองภรรยาใหม่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด "หญิง... ไม่เป็นไรนะ ให้เวลาไอ้อาทิตย์มันหน่อย มันคงยังปรับตัวไม่ได้" เสี่ยสนเอ่ยปลอบก่อนจะหันไปหาลูกชิ้นที่นั่งก้มหน้าจนหยดน้ำตาแทบจะหล่นลงในจานข้าว "ส่วนลูกชิ้น... ลุงขอโทษแทนพี่มันด้วยนะลูก พี่มันปากร้ายแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว อย่าไปถือสามันนักเลย" ลูกชิ้นรีบเงยหน้าขึ้นพยายามฝืนยิ้มให้ดูเป็นปกติที่สุด แม้ว่าข้างในใจจะสั่นคลอนแค่ไหนก็ตาม "ไม่เป็นไรครับคุณลุง... ชิ้นเข้าใจ ชิ้นไม่ได้โกรธคุณอาทิตย์เลยครับ" น้ำเสียงสั่น ๆ ของลูกชายทำให้หญิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ทนไม่ไหว เธอขยับเข้าไปใกล้แล้วโอบไหล่อวบของลูกชิ้นไว้แน่น ฝ่ามือที่คุ้นเคยลูบเบา ๆ บนแผ่นหลังเพื่อมอบความอบอุ่น "ไม่เป็นไรนะลูกชิ้น... พี่อาทิตย์เขาคงเหนื่อยจากการเดินทางน่ะลูก เลยหงุดหงิดไปบ้าง เราอย่าไปเก็บมาใส่ใจเลยนะ"หญิงกระซิบปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "จ๊ะแม่... ชิ้นรู้ ชิ้นจะอดทนครับ"ลูกชิ้นตอบรับเสียงเบา ทว่าในใจกลับนึกไปถึงใบหน้าคมเข้มของคนที่เพิ่งเดินจากไป สายตาของพี่อาทิตย์ในวันนี้ช่างแตกต่างจากพี่อาทิตย์ในความทรงจำวัยเด็กของเขาเหลือเกิน มันทั้งเย็นชาและรังเกียจเดียดฉันท์จนเขาแทบไม่กล้ายืนอยู่ในสายตา แม้จะถูกด่าทอว่าอ้วนหรือเป็นกาฝาก แต่ลึก ๆ ในใจที่ซื่อสัตย์ของลูกชิ้นกลับมีคำถามหนึ่งลอยวนอยู่... ต้องทำอย่างไร พี่อาทิตย์ถึงจะเลิกเกลียดชิ้นเสียที?บทที่ 26 ตลอดไปวันเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่าน จากวันเป็นเดือน และล่วงเลยเข้าสู่ปี... สำหรับ อาทิตย์ แล้ว ช่วงเวลาที่ผ่านมาคือบทพิสูจน์ความอดทนอันยิ่งใหญ่ เขาเริ่มต้นจีบลูกชิ้นใหม่อย่างใจเย็นในทุก ๆ วัน ราวกับต้องเขียนบันทึกเล่มเดิมซ้ำ ๆ บนหน้ากระดาษที่ว่างเปล่าแม้อาการความจำเสื่อมของลูกชิ้นจะไม่มีทีท่าว่าจะหายขาด แต่ดูเหมือนว่าเวรกรรมของอาทิตย์จะไม่ต้องรอไปถึงชาติหน้า เพราะตอนนี้เขากำลังชดใช้มันด้วยความรักที่ต้องยอมสละทุกอย่าง แม้กระทั่งอำนาจที่เคยมี ยอมทำตามคำบัญชาของร่างอวบเพียงคนเดียว“พี่อาทิตย์... ชิ้นอยากกินมะพร้าวครับ”เสียงใส ๆ ดังขึ้นจากโซฟาตัวยาวภายในห้องทำงาน อาทิตย์ที่กำลังขะมักเขม้นอยู่กับกองเอกสารเงยหน้าขึ้นทันที เขามองดูคนตัวเล็กที่นั่งแกว่งขาไปมาอย่างสบายใจ ตั้งแต่กลับมาจากโรงพยาบาล อาทิตย์แทบจะไม่ยอมให้ลูกชิ้นหยิบจับงานหนักเลยแม้แต่นิดเดียว แถมยังตัวติดกันแทบจะตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง“ได้จ้ะหมูอ้วน รอพี่แป๊บเดี๋ยวนะครับ” อาทิตย์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยใช้กับใคร เขาละมือจากงานทันทีแล้วเดินออกไปตะโกนสั
บทที่ 25 หวงสายตาทั้งสามคู่หันขวับไปมองผู้มาใหม่เป็นตาเดียว อาทิตย์เดินตรงมาที่วงสนทนาด้วยท่าทางคุกคามเล็กน้อยตามสไตล์คนขี้หวง สายตาคมกริบของเขาพุ่งตรงไปที่ลูกชิ้นเป็นคนแรกเขาสนใจแค่คนอวบอ้วนตรงหน้าเขาแค่นั้น“ท่าทางมีความสุขกันจังเลยนะ” น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะประชดประชันทำเอาเก้าถึงกับหัวเราะในลำคอ อาทิตย์ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะ จ้องมองความใกล้ชิดของคนทั้งคู่ด้วยแววตาขุ่นมัว“เรื่องของพวกกูไหมล่ะ ทำไมต้องรายงานมึงด้วยวะ” เก้าลอยหน้าลอยตาตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน ท้าทายอำนาจมืดของเพื่อนรักอย่างนึกสนุก“กวนตีน...” อาทิตย์สบถด่าเพื่อนเบา ๆ แต่ฝีเท้ากลับรีบก้าวเข้ามาในวงสนทนาอย่างรวดเร็ว เขาไม่ยอมปล่อยให้มีช่องว่างระหว่างคนทั้งคู่แม้เพียงนิ้วเดียวน้าหญิง ที่เห็นท่าไม่ดีและไม่อยากขัดจังหวะพวกหนุ่ม ๆ จึงรีบออกตัวเพื่อเปิดทางให้เจ้าของที่ตัวจริงได้จัดการ“เด็ก ๆ คุยกันไปก่อนนะจ๊ะ เดี๋ยวน้าไปดูขนมในครัวเพิ่มมาให้ทานกัน” พูดจบเธอก็เลี่ยงออกไป “มึงมาทำไมไม่บอกกูสักคำวะเก้า” อาทิตย์พูดพลางแทรกตัวลงนั่งข้างลูกชิ้นอย่างถือวิสาส
บทที่ 24 ขอโทษให้โอกาสได้ไหมท่ามกลางความเงียบสงัดของค่ำคืน ภายในห้องนอนที่คุ้นเคย อาทิตย์ค่อย ๆ เปิดประตูและแทรกตัวเข้ามาอย่างเงียบเชียบเหมือนที่เขาเคยทำ ทว่าคราวนี้หัวใจของเขาไม่ได้เต็มไปด้วยความรุ่มร้อนอย่างครั้งก่อน แต่มันกลับเต็มไปด้วยความประหม่า เขาค่อย ๆ ล้มตัวลงนอนเคียงข้างร่างอวบที่นอนรออยู่ก่อนแล้ว“พี่มาแล้วครับ...” อาทิตย์กระซิบแผ่วเบาที่ข้างหู กลิ่นหอมจาง ๆ จากตัวลูกชิ้นทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายอย่างประหลาด“ครับ... ชิ้นรอฟังอยู่” ลูกชิ้นพลิกตัวหันมาหา ดวงตากลมหม่นจ้องมองคนตัวโตท่ามกลางความสลัว“เมื่อก่อน... ตอนที่พี่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ พี่ทำตัวแย่มาก” อาทิตย์เริ่มระบายความในใจด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย “พี่ไม่ชอบทั้งเราและน้าหญิง พี่คิดไปเองว่าพวกเรามาเพื่อแทนที่แม่ของพี่ มาเพื่อแย่งความรักและความสำคัญจากพ่อไป... พี่มันบ้าเองที่เลือกจะเกลียดและแกล้งเราสารพัดเพื่อให้เราทนไม่ไหว”“แล้วทำไมถึงต้องไม่ชอบขนาดนั้นล่ะครับ ทั้งที่แม่กับชิ้นก็รักพี่” ลูกชิ้นถามด้วยความสงสัย ไร้ซึ่งร่องรอยของความโกรธแค้น“พี่
บทที่ 23 ใส่ใจหลังจากกลับมาพักฟื้นที่บ้านได้สักพัก ร่างกายของลูกชิ้นก็เริ่มกลับมาแข็งแรงสดใสเหมือนเก่า แม้ความทรงจำเกี่ยวกับชายหนุ่มนัยน์ตรงหน้าจะยังคงเป็นสีขาวโพลน แต่ลูกชิ้นก็พยายามทำตัวให้ชินกับพี่ชายคนใหม่ที่ขยันเอาอกเอาใจเขาจนผิดสังเกตลูกชิ้นเลือกที่จะช่วยหญิงหยิบจับงานบ้านและเข้าครัวทำอาหาร แทนการออกไปช่วยงานที่ล้งมะพร้าวเหมือนแต่ก่อน ทว่าทุกเที่ยง... อาทิตย์ มักจะหาข้ออ้างกลับมากินข้าวที่บ้านเสมอ ทั้งที่ปกติเขาจะหมกตัวอยู่ที่ล้งจนดึกดื่น“ลูกชิ้น... วันนี้มีอะไรกินครับ กลิ่นหอมโชยไปถึงหน้าบ้านเลย” อาทิตย์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลพลางเดินเข้ามาในห้องครัว สายตาคมจับจ้องเพียงร่างอวบที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดสำรับก่อนที่ลูกชิ้นจะทันตั้งตัว อาทิตย์ก็ขยับเข้าไปใกล้แล้วเอื้อมมือไปบีบแก้มอวบๆ ที่กำลังเคี้ยวขนมตุ่ยๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยวเพี๊ยะ!!!!“โอ๊ย! ตีพี่ทำไมครับเนี่ย” อาทิตย์แสร้งทำเสียงน้อยใจพลางลูบหลังมือตัวเองปรือๆ“ก็พี่อาทิตย์ชอบมาหยิกมาจับแก้มชิ้นอยู่เรื่อยเลย ชิ้นไม่ใช่เด็กแล้วนะครับ” ลูกชิ้นขมวดคิ
บทที่ 22 เราเคยรู้จักกันเหรอครับภายในห้องพักฟื้นที่เคยเต็มไปด้วยเหล่าแพทย์และพยาบาลที่เข้ามาประเมินอาการอย่างละเอียด ผลสรุปจากคุณหมอเจ้าของไข้ทำให้หัวใจของอาทิตย์ร่วงหล่นลงสู่เหวอีกครั้ง คำวินิจฉัยนั้นเรียบง่ายแต่กลับหนักอึ้งเหมือนหินก้อนใหญ่ที่ทับลงบนอกของคนฟังจนแทบหายใจไม่ออก“คนไข้มีภาวะสูญเสียความทรงจำบางส่วนครับ เหมือนสมองจะเลือกปิดกั้นเหตุการณ์หรือบุคคลที่สร้างความสะเทือนใจ และจะเลือกจำเฉพาะสิ่งที่เขารู้สึกปลอดภัยหรืออยากจำเท่านั้น” คุณหมอกล่าวเสียงเรียบ อาทิตย์ฟังแล้วถึงกับชาวาบไปทั้งตัว เพราะคนที่สร้างความสะเทือนใจให้ลูกชิ้นมากที่สุด... ก็คือเขาเอง“แต่ภาพรวมร่างกายดีขึ้นมากแล้วครับ ก็เริ่มเตรียมตัวกลับบ้านไปพักฟื้นต่อได้เลย”“ครับ... ขอบคุณครับหมอ” เขาเอ่ยขอบคุณด้วยน้ำเสียงที่เลื่อนลอย แม้ร่างกายลูกชิ้นจะกลับมาปกติ แต่ตัวตนที่เคยรักเขาและเจ็บปวดเพราะเขาดูเหมือนจะเลือนหายไปพร้อมกับอุบัติเหตุครั้งนี้เขานั่งเงียบอยู่ตรงมุมห้อง มองดูหมอเก้าที่ขยับเข้าไปชวนร่างอวบบนเตียงสนทนา เพื่อทดสอบความจำในเบื้องต้น อาทิตย์นั่งมองอยู่ห่าง ๆไม่แม
บทที่ 21 คุณเป็นใคร?เวลาเกือบสองชั่วโมงหน้าห้องฉุกเฉินช่างยาวนานราวกับผ่านไปเป็นปี อาทิตย์นั่งกุมมือตัวเองที่สั่นเทา สายตาจับจ้องไปยังบานประตูสีขาวโพลนไม่วางตา กระทั่งไฟหน้าห้องดับลงพร้อมกับการปรากฏตัวของนายแพทย์ในชุดสีเขียวสะอาดตาที่ก้าวออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย“ท่านใดเป็นญาติคนไข้ครับ?”“ผมครับ!” อาทิตย์ผุดลุกขึ้นยืนเป็นคนแรก น้ำเสียงร้อนรนจนแทบจะถลาเข้าไปคว้าไหล่หมอ“ดิฉันค่ะ... ฉันเป็นแม่ของแกค่ะคุณหมอ”หญิงรีบก้าวตามมาติด ๆ ดวงตาที่บวมช้ำจากการร้องไห้จ้องมองหมออย่างมีความหวัง“หมอทำการผ่าตัดช่วยเหลือคนไข้จนพ้นขีดอันตรายแล้วนะครับ ร่างกายบอบช้ำหนักแต่โชคดีที่ไม่โดนจุดสำคัญมากนัก ทว่า...” คุณหมอเว้นจังหวะเล็กน้อยพลางปรับสีหน้าให้จริงจังขึ้น“เนื่องจากศีรษะได้รับการกระแทกอย่างรุนแรง ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นคือความทรงจำของคนไข้อาจจะกลับมาไม่ครบถ้วนร้อยเปอร์เซ็นต์ หรืออาจจะหลงลืมเหตุการณ์บางช่วงไป ซึ่งต้องรอให้คนไข้ฟื้นขึ้นมาเพื่อประเมินอาการอย่างละเอียดอีกครั้งครับ ตอนนี้หมอจะย้ายคนไข้ไปพักฟื้นที่ห้องปลอดเชื้อก่อนนะครับ”
บทที่ 5 แค่สงสารไอแดดเริ่มแผดเผาจนถนนลาดยางส่งไอความร้อนระอุ ลูกชิ้นปั่นจักรยานคันเดิมออกมาด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง ขาที่เริ่มล้าจากการปั่นรอบแรกต้องออกแรงถีบส่งร่างอวบอัดให้ฝ่าลมร้อนไปที่ร้านพี่นุชอีกครั้งเขากำชับกับแม่ค้าเสียงสั่นว่าขอ "ไม่หวานเลย" แม้พี่นุชจะมองมาด้วยความเห็นใจแต่ลูกชิ้นก็ทำเพียงฝ
บทที่ 4 เจ้าของสวนคนใหม่บรรยากาศภายในโดมขนาดใหญ่ที่เคยจอแจด้วยเสียงเครื่องจักร กลับเงียบสนิทลงทันตาเมื่อคนงานนับร้อยชีวิตถูกเรียกมารวมตัวกันตามคำสั่งของเสี่ยสน อาทิตย์ยืนเด่นอยู่ข้างกายผู้เป็นพ่อ ร่างสูงสง่าในมาดนักธุรกิจจากเมืองนอกดูน่าเกรงขามจนไม่มีใครกล้าสบตา“ฟังทางนี้ทุกคน!” เสี่ยสนประกาศก้อง
บทที่ 3 กาฝากเช้าวันรุ่งขึ้นแสงแดดอ่อนยามรุ่งสางเริ่มสาดส่องทาบทับลงบนยอดพร้าวที่พลิ้วไหวตามแรงลม บรรยากาศรอบกายดูร่มรื่นทว่าในใจของลูกชิ้นกลับหม่นหมองเหมือนมีเมฆฝนตั้งเค้า เขาตื่นขึ้นมาเตรียมตัวตั้งแต่ตีห้า จัดแจงเสื้อผ้าที่ดูรัดกุมพร้อมลุยงานตามคำสั่งเมื่อคืนร่างอวบสะดุ้งสุดตัวจนไหล่สั่น เมื่อเ
บทที่ 1 เกลียดขี้หน้าท่ามกลางผู้คนที่เดินกันขวักไขว่ภายในอาคารผู้โดยสารขาเข้าของสนามบินสุวรรณภูมิร่างสูงสง่าในชุดสูทเนื้อดีสีเข้มก้าวเท้าออกมา ชายหนุ่มชื่ออาทิตย์ในวัย 35 ปี เจ้าของส่วนสูง 180 เซนติเมตร และใบหน้าคมเข้มที่ติดจะดุรั้น กวาดสายตามองไปรอบบริเวณด้วยความรู้สึกอันหลากหลายสิบกว่าปีแล้วที่






![Boylove the Serise|ดื่มด่ำค่ำคืนอันเร่าร้อน [YAOI] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
