Mag-log inบทที่ 5 แค่สงสาร
ไอแดดเริ่มแผดเผาจนถนนลาดยางส่งไอความร้อนระอุ ลูกชิ้นปั่นจักรยานคันเดิมออกมาด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง ขาที่เริ่มล้าจากการปั่นรอบแรกต้องออกแรงถีบส่งร่างอวบอัดให้ฝ่าลมร้อนไปที่ร้านพี่นุชอีกครั้ง เขากำชับกับแม่ค้าเสียงสั่นว่าขอ "ไม่หวานเลย" แม้พี่นุชจะมองมาด้วยความเห็นใจแต่ลูกชิ้นก็ทำเพียงฝืนยิ้มบาง ๆ เมื่อได้กาแฟแก้วใหม่มา เขาไม่รอช้าที่จะรีบปั่นกลับเพราะกลัวคนใจร้ายจะรอนาน ทว่าในจังหวะที่เลี้ยวเข้าเขตล้งมะพร้าว ด้วยความรีบร้อนประกอบกับพื้นถนนที่มีทรายโรยกรวดไว้ จักรยานคันเก่าก็เกิดเสียหลักลื่นไถล! “อ๊ะ! โครม!” ร่างอวบของลูกชิ้นล้มกระแทกพื้นถนนอย่างแรง เข่าและศอกครูดไปกับกรวดหยาบจนผิวขาวจัดถลอกเป็นปื้นแดงฉาน เลือดไหลซึมออกมาตามรอยแผลทว่าสิ่งที่ลูกชิ้นห่วงกลับไม่ใช่ตัวเอง... เขารีบลุกขึ้นคว้าแก้วกาแฟที่โชคดีว่าไม่แตกและฝายังปิดสนิทอยู่ขึ้นมากอดไว้แนบอก ลูกชิ้นพยุงร่างกายที่สั่นเทาและเจ็บระบม เดินกะเผลกเข้าไปในออฟฟิศทั้งสภาพฝุ่นมอมแมม กลิ่นคาวเลือดลอยคละคลุ้งมาพร้อมกับร่างที่เดินเข้ามาหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงานของอาทิตย์ “กา... กาแฟได้แล้วครับคุณอาทิตย์ แก้วนี้ไม่หวานเลยครับ” น้ำเสียงนั้นสั่นพร่า ลูกชิ้นพยายามวางแก้วลงบนโต๊ะด้วยมือที่สั่นระริกและมีแผลถลอกจนเห็นเนื้อสีแดงสด อาทิตย์ที่กำลังหงุดหงิดเตรียมจะอ้าปากด่าที่คนน้องไปนานเกินควร ถึงกับชะงักคำพูดไว้ที่ลำคอ สายตาคมกริบกวาดมองสภาพของคนตรงหน้าอย่างตกใจ ใบหน้าที่เคยขาวใสกลับมอมแมมไปด้วยฝุ่นดิน ที่ศอกและเข่ามีแผลเหวอะหวะจนเลือดไหลซึมออกมาหยดลงบนพื้นห้องแอร์ทีละหยด... ทีละหยด “มึงไปทำอะไรมา!” อาทิตย์ตวาดเสียงหลง ทว่าครั้งนี้ในน้ำเสียงกลับมีความสับสนและวูบไหวอย่างเห็นได้ชัด “ชิ้น... ชิ้นล้มครับ ขอโทษที่คุณอาทิตย์ต้องรอนาน” ลูกชิ้นก้มหน้าลงพยายามซ่อนน้ำตาที่รื้นขึ้นมาเพราะความเจ็บปวด “คุณอาทิตย์ลองชิมดูนะครับว่าถูกปากไหม ถ้ายังไม่ถูกใจ... ฮึก... ชิ้นจะไปซื้อให้ใหม่ครับ” หยดน้ำตาเม็ดโตหยดแหมะลงบนแขนที่เต็มไปด้วยแผลถลอก อาทิตย์มองดูแก้วกาแฟที่ลูกชิ้นประคองมาเพียงเพื่อจะเอาใจเขา ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่เคยพยายามฝังมันไว้เริ่มตีกลับจนเขาหน้าเสีย เขามองดูกาฝากที่เขาเพิ่งด่าว่าหนังหนาเหมือนควาย... แต่ตอนนี้คนตรงหน้ากลับดูเปราะบางเหมือนแก้วที่จวนเจียนจะแตกสลาย “หยุดพูด! แล้วนั่งลง!” อาทิตย์ลุกพรวดจากเก้าอี้ก่อนจะก้าวเข้าไปคว้าต้นแขนของลูกชิ้นแรงๆ จนเจ้าตัวร้องอุทานด้วยความเจ็บ “กูสั่งให้มึงไปซื้อกาแฟ ไม่ได้สั่งให้มึงไปตาย! มานี่!” สิ้นเสียงตวาดลั่น อาทิตย์ก็ก้าวพรวดเข้าไปหาคนตัวเล็กที่ยืนโงนเงนอยู่กลางห้อง มือหนาคว้าเข้าที่ต้นแขนของลูกชิ้นแล้วออกแรงดึงให้เดินตามมายังโซฟาหนังตัวยาวด้วยอารมณ์ที่กึ่งโมโหกึ่งสับสน “เจ็บ... คุณอาทิตย์ ชิ้นเจ็บครับ”เสียงครางเครือระคนสะอื้นของลูกชิ้นดังขึ้นพร้อมกับร่างที่พยายามฝืนเดินตามแรงกระชาก แผลที่เข่าซ้ายซึ่งเพิ่งครูดกับถนนมาสด ๆ ร้อน ๆ ถูกยืดรั้งจนเลือดซิบออกมามากกว่าเดิม แต่อาทิตย์กลับไม่ได้หยุดมือ เขาออกแรงกดไหล่มนให้ลูกชิ้นนั่งลงบนโซฟาอย่างแรง ก่อนจะสะบัดมือออกราวกับรังเกียจนักหนา ทว่าดวงตาคมกริบกลับไม่ได้ละไปไหน เขายังคงจ้องมองหยดเลือดสีแดงสดที่เริ่มไหลซึมผ่านรอยถลอกบนผิวขาวจัดนั้นไม่วางตา “ก็นั่งนิ่ง ๆ สิ! จะสำออยอะไรนักหนาวะ!” อาทิตย์ตวาดกลบเกลื่อนความรู้สึกผิดที่แวบขึ้นมาในอก เขาหันไปคว้ากล่องปฐมพยาบาลมากระแทกลงบนโต๊ะเสียงดังปัง จนลูกชิ้นสะดุ้งตัวโยน มือหนาหยิบสำลีชุบแอลกอฮอล์จนชุ่มแล้วกด ลงบนบาดแผลที่เข่าของลูกชิ้นอย่างไม่เบามือนักในทีแรก ทำให้คนเจ็บถึงกับสูดปากด้วยความแสบจนตัวงอ “ฮึก... คุณอาทิตย์ ชิ้นแสบครับ พอก่อน...” “เงียบ! ซุ่มซ่ามจนได้แผลมาเองแล้วยังจะมีหน้ามาสั่งกูอีกเหรอ?” แม้ปากจะด่าทอด้วยถ้อยคำร้ายกาจ แต่สายตาของอาทิตย์ที่จ้องมองบาดแผลกลับวูบไหว เขาเห็นน้ำตาเม็ดโตหยดแหมะลงบนแขนขาว ๆ ของลูกชิ้น ความอุ่นวูบของน้ำตานั้นราวกับจะลวกมือที่กำลังถือสำลีอยู่ให้ร้อนผ่าว อาทิตย์ขบกรามแน่น พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ประหลาดที่ตีรวนขึ้นมา ก่อนจะค่อย ๆ ลดแรงมือลง สัมผัสที่เคยดิบเถื่อนเปลี่ยนเป็นแผ่วเบาลงอย่างเห็นได้ชัด เขาใช้สำลีซับรอยเลือดและเศษฝุ่นรอบ ๆ แผลอย่างตั้งใจ แม้จะยังตีหน้ายักษ์ใส่คนตรงหน้าอยู่ก็ตาม ลูกชิ้นนั่งเกร็งจนตัวสั่น แอบมองเสี้ยวหน้าคมของคนที่กำลังก้มลงทำแผลให้เขาอย่างไม่เชื่อสายตา พี่จ๋าคนเดิมที่เคยทำแผลให้เขาตอน เด็ก ๆ แวบเข้ามาในหัวใจที่กำลังบอบช้ำ แต่ยังไม่ทันจะได้คิดอะไรต่อ เสียงห้วนก็ดังขัดขึ้นมาเสียก่อน “มองอะไร! มึงคีย์งานเสร็จแล้วหรือไงถึงได้ว่างมานั่งจ้องหน้ากู?” “ชิ้น... ชิ้นขอโทษครับคุณอาทิตย์ ขอบคุณนะครับที่ทำแผลให้ชิ้น” ลูกชิ้นรีบก้มหน้าลงต่ำเพื่อซ่อนรอยแดงที่พวงแก้ม “กูไม่ได้อยากทำ! แต่เลือดมึงมันจะหยดเปื้อนโซฟากูต่างหาก” อาทิตย์ปิดพลาสเตอร์แผ่นใหญ่ทับแผลอย่างลวก ๆ ก่อนจะลุกขึ้นเต็มความสูง “ทำแผลเสร็จแล้วก็ไปทำงานต่อ อย่าให้กูเห็นว่ามึงนั่งพักกินแรงคนอื่น ไม่อย่างนั้นแผลรอบหน้าที่ได้... จะไม่ใช่แค่แผลถลอกแน่!” อาทิตย์เดินกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงาน คว้าแก้วกาแฟที่ลูกชิ้นเอาชีวิตไปเสี่ยงซื้อมาดูดอึกใหญ่ กาแฟรสขมจัดที่ไม่มีน้ำตาลแม้แต่หยดเดียวไหลลงคอ มันเป็นรสชาติที่เขาชอบ... แต่วันนี้ทำไมเขากลับรู้สึกว่ามันขมปร่าไปถึงขั้วหัวใจอย่างบอกไม่ถูก แสงอาทิตย์ยามเย็นทาทาบลงบนหลังคาบ้านไม้ทรงไทยประยุกต์ บรรยากาศภายในบ้านอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของแกงคั่วและพริกแกงที่น้าหญิงกำลังจัดเตรียมไว้สำหรับมื้อค่ำ ทันทีที่รถออฟโรดคันใหญ่จอดสนิท ลูกชิ้นก็รีบกะเผลกลงจากรถแล้วตรงดิ่งเข้าไปในห้องครัวราวกับต้องการหาที่พักพิงใจที่ปลอดภัยที่สุด “แม่ครับ... ฮึก... แม่” ลูกชิ้นโผเข้ากอดผู้เป็นแม่จากด้านหลัง ใบหน้ากลมมนซบลงที่แผ่นหลังของน้าหญิงอย่างหาที่พึ่ง “อ้าวลูกชิ้น! เป็นอะไรไปครับลูก?” น้าหญิงรีบวางมือจากทัพพีแล้วหันมาหาลูกชายทันที หัวใจคนเป็นแม่หล่นวูบเมื่อเห็นสภาพของลูก “ทำไมหน้าตาเป็นแบบนี้ล่ะ แล้วไปทำไรมาถึงมอมแมมไปหมดเลย” “อึก... ชิ้นเจ็บ... ชิ้นเจ็บขาครับแม่ เจ็บแขนด้วย” ลูกชิ้นสะอื้นน้อย ๆ พลางยื่นแขนที่มีรอยถลอกปอกเปิกให้แม่ดู ดวงตากลมโตสั่นระริกด้วยความเจ็บที่เพิ่งกลั้นไว้มาตลอดทั้งวัน “ไปทำอะไรมาครับ! ทำไมแผลเหวอะขนาดนี้?” น้าหญิงถามเสียงสั่นด้วยความตกใจ มือเรียวประคองแขนลูกชายขึ้นมาดูอย่างเบามือ “ชิ้นขี่จักรยานล้มครับแม่... ชิ้นรีบไปหน่อย” ยังไม่ทันที่ผู้เป็นแม่จะได้เอ่ยคำปลอบประโลมให้ชื่นใจ เสียงเข้มที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยันก็ดังขึ้นจากทางประตูครัว ทำเอาสองแม่ลูกถึงกับสะดุ้งสุดตัว “เหอะ... แผลถลอกแค่นิดเดียว ถึงกับต้องรีบมาฟ้องแม่เลยเหรอไอ้ลูกหมู มึงนี่มันขี้แยไม่เปลี่ยนจริง ๆ” อาทิตย์เดินกอดอกเข้ามาในครัว สายตาคมมองผ่านสองแม่ลูกด้วยความเฉยเมย ราวกับเหตุการณ์ที่เขาทำแผลให้ลูกชิ้นเมื่อกลางวันไม่เคยเกิดขึ้น “คุณอาทิตย์คะ... น้าขอโทษแทนลูกชิ้นด้วยค่ะที่ทำให้ต้องลำบากใจ น้องยังไม่ค่อยชินกับ งานที่ล้ง” น้าหญิงรีบปล่อยมือจากลูกชายแล้วก้มหน้าขอโทษขอโพยด้วยความประหม่า เพราะรู้ดีว่าอาทิตย์ตั้งแง่รังเกียจพวกเธอมาโดยตลอด อาทิตย์ไม่ตอบอะไร เขาเพียงแต่แค่นหัวเราะในลำคอ “หึ... ห่วงกันเข้าไป สั่งงานนิดงานหน่อยทำเป็นจะเป็นจะตาย ถ้าไม่อยากให้ลูกลำบาก ก็พากันขนของออกไปจากบ้านกูซะสิ จะได้ไม่ต้องมานั่งสำออยให้กูเห็น” คำพูดทิ้งท้ายด้วยวาจาเชือดเฉือนเสร็จ อาทิตย์ก็หันหน้าหนีเดินขึ้นชั้นบนไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แสนเจ็บปวดภายในห้องครัว ลูกชิ้นได้แต่ยืนนิ่ง กอดแม่ไว้แน่น น้ำตาที่แห้งไปแล้วกลับรื้นขึ้นมาใหม่ “แม่ครับ... ผมต้องทำยังไง พี่อาทิตย์ถึงจะเลิกเกลียดเราเสียที” เสียงของลูกชิ้นสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ “ชิ้นพยายามแล้ว...พยายามทุกอย่างแล้วจริง ๆ” หญิงลูบหัวลูกชายด้วยความสงสารจับใจ เธอทำได้เพียงฝืนยิ้มทั้งที่ในตาคลอน้ำตา “ไม่เป็นไรหรอกนะลูก... อดทนหน่อยนะ เดี๋ยวพี่เขาอารมณ์ดี เขาก็คงจะหายโกรธเราเองนั่นแหละ” “ครับ...” ลูกชิ้นรับคำอย่างสิ้นหวัง เขาไม่รู้เลยว่าต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหน หรือต้องเจ็บตัวอีกกี่ครั้ง ใจที่เย็นชาเหมือนน้ำแข็งของพี่อาทิตย์ถึงจะละลายลงได้บ้าง “ไปเถอะลูก ไปอาบน้ำอาบท่าให้สบายตัว เดี๋ยวแม่ไปทำแผลให้ใหม่นะลูก” ลูกชิ้นพยักหน้าช้า ๆ ก่อนจะเดินกะเผลกแยกตัวออกไป ในหัวสมองยังคงมีแต่คำพูดร้ายกาจของอาทิตย์วนเวียนอยู่ไม่จบสิ้น... ความรักที่เขามีให้พี่ชายคนนี้ ดูเหมือนจะยิ่งทำให้เขาเจ็บปวดขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนกับหัวใจถูกกรีดซ้ำแล้วซ้ำเล่าบทที่ 26 ตลอดไปวันเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่าน จากวันเป็นเดือน และล่วงเลยเข้าสู่ปี... สำหรับ อาทิตย์ แล้ว ช่วงเวลาที่ผ่านมาคือบทพิสูจน์ความอดทนอันยิ่งใหญ่ เขาเริ่มต้นจีบลูกชิ้นใหม่อย่างใจเย็นในทุก ๆ วัน ราวกับต้องเขียนบันทึกเล่มเดิมซ้ำ ๆ บนหน้ากระดาษที่ว่างเปล่าแม้อาการความจำเสื่อมของลูกชิ้นจะไม่มีทีท่าว่าจะหายขาด แต่ดูเหมือนว่าเวรกรรมของอาทิตย์จะไม่ต้องรอไปถึงชาติหน้า เพราะตอนนี้เขากำลังชดใช้มันด้วยความรักที่ต้องยอมสละทุกอย่าง แม้กระทั่งอำนาจที่เคยมี ยอมทำตามคำบัญชาของร่างอวบเพียงคนเดียว“พี่อาทิตย์... ชิ้นอยากกินมะพร้าวครับ”เสียงใส ๆ ดังขึ้นจากโซฟาตัวยาวภายในห้องทำงาน อาทิตย์ที่กำลังขะมักเขม้นอยู่กับกองเอกสารเงยหน้าขึ้นทันที เขามองดูคนตัวเล็กที่นั่งแกว่งขาไปมาอย่างสบายใจ ตั้งแต่กลับมาจากโรงพยาบาล อาทิตย์แทบจะไม่ยอมให้ลูกชิ้นหยิบจับงานหนักเลยแม้แต่นิดเดียว แถมยังตัวติดกันแทบจะตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง“ได้จ้ะหมูอ้วน รอพี่แป๊บเดี๋ยวนะครับ” อาทิตย์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยใช้กับใคร เขาละมือจากงานทันทีแล้วเดินออกไปตะโกนสั
บทที่ 25 หวงสายตาทั้งสามคู่หันขวับไปมองผู้มาใหม่เป็นตาเดียว อาทิตย์เดินตรงมาที่วงสนทนาด้วยท่าทางคุกคามเล็กน้อยตามสไตล์คนขี้หวง สายตาคมกริบของเขาพุ่งตรงไปที่ลูกชิ้นเป็นคนแรกเขาสนใจแค่คนอวบอ้วนตรงหน้าเขาแค่นั้น“ท่าทางมีความสุขกันจังเลยนะ” น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะประชดประชันทำเอาเก้าถึงกับหัวเราะในลำคอ อาทิตย์ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะ จ้องมองความใกล้ชิดของคนทั้งคู่ด้วยแววตาขุ่นมัว“เรื่องของพวกกูไหมล่ะ ทำไมต้องรายงานมึงด้วยวะ” เก้าลอยหน้าลอยตาตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน ท้าทายอำนาจมืดของเพื่อนรักอย่างนึกสนุก“กวนตีน...” อาทิตย์สบถด่าเพื่อนเบา ๆ แต่ฝีเท้ากลับรีบก้าวเข้ามาในวงสนทนาอย่างรวดเร็ว เขาไม่ยอมปล่อยให้มีช่องว่างระหว่างคนทั้งคู่แม้เพียงนิ้วเดียวน้าหญิง ที่เห็นท่าไม่ดีและไม่อยากขัดจังหวะพวกหนุ่ม ๆ จึงรีบออกตัวเพื่อเปิดทางให้เจ้าของที่ตัวจริงได้จัดการ“เด็ก ๆ คุยกันไปก่อนนะจ๊ะ เดี๋ยวน้าไปดูขนมในครัวเพิ่มมาให้ทานกัน” พูดจบเธอก็เลี่ยงออกไป “มึงมาทำไมไม่บอกกูสักคำวะเก้า” อาทิตย์พูดพลางแทรกตัวลงนั่งข้างลูกชิ้นอย่างถือวิสาส
บทที่ 24 ขอโทษให้โอกาสได้ไหมท่ามกลางความเงียบสงัดของค่ำคืน ภายในห้องนอนที่คุ้นเคย อาทิตย์ค่อย ๆ เปิดประตูและแทรกตัวเข้ามาอย่างเงียบเชียบเหมือนที่เขาเคยทำ ทว่าคราวนี้หัวใจของเขาไม่ได้เต็มไปด้วยความรุ่มร้อนอย่างครั้งก่อน แต่มันกลับเต็มไปด้วยความประหม่า เขาค่อย ๆ ล้มตัวลงนอนเคียงข้างร่างอวบที่นอนรออยู่ก่อนแล้ว“พี่มาแล้วครับ...” อาทิตย์กระซิบแผ่วเบาที่ข้างหู กลิ่นหอมจาง ๆ จากตัวลูกชิ้นทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายอย่างประหลาด“ครับ... ชิ้นรอฟังอยู่” ลูกชิ้นพลิกตัวหันมาหา ดวงตากลมหม่นจ้องมองคนตัวโตท่ามกลางความสลัว“เมื่อก่อน... ตอนที่พี่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ พี่ทำตัวแย่มาก” อาทิตย์เริ่มระบายความในใจด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย “พี่ไม่ชอบทั้งเราและน้าหญิง พี่คิดไปเองว่าพวกเรามาเพื่อแทนที่แม่ของพี่ มาเพื่อแย่งความรักและความสำคัญจากพ่อไป... พี่มันบ้าเองที่เลือกจะเกลียดและแกล้งเราสารพัดเพื่อให้เราทนไม่ไหว”“แล้วทำไมถึงต้องไม่ชอบขนาดนั้นล่ะครับ ทั้งที่แม่กับชิ้นก็รักพี่” ลูกชิ้นถามด้วยความสงสัย ไร้ซึ่งร่องรอยของความโกรธแค้น“พี่
บทที่ 23 ใส่ใจหลังจากกลับมาพักฟื้นที่บ้านได้สักพัก ร่างกายของลูกชิ้นก็เริ่มกลับมาแข็งแรงสดใสเหมือนเก่า แม้ความทรงจำเกี่ยวกับชายหนุ่มนัยน์ตรงหน้าจะยังคงเป็นสีขาวโพลน แต่ลูกชิ้นก็พยายามทำตัวให้ชินกับพี่ชายคนใหม่ที่ขยันเอาอกเอาใจเขาจนผิดสังเกตลูกชิ้นเลือกที่จะช่วยหญิงหยิบจับงานบ้านและเข้าครัวทำอาหาร แทนการออกไปช่วยงานที่ล้งมะพร้าวเหมือนแต่ก่อน ทว่าทุกเที่ยง... อาทิตย์ มักจะหาข้ออ้างกลับมากินข้าวที่บ้านเสมอ ทั้งที่ปกติเขาจะหมกตัวอยู่ที่ล้งจนดึกดื่น“ลูกชิ้น... วันนี้มีอะไรกินครับ กลิ่นหอมโชยไปถึงหน้าบ้านเลย” อาทิตย์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลพลางเดินเข้ามาในห้องครัว สายตาคมจับจ้องเพียงร่างอวบที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดสำรับก่อนที่ลูกชิ้นจะทันตั้งตัว อาทิตย์ก็ขยับเข้าไปใกล้แล้วเอื้อมมือไปบีบแก้มอวบๆ ที่กำลังเคี้ยวขนมตุ่ยๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยวเพี๊ยะ!!!!“โอ๊ย! ตีพี่ทำไมครับเนี่ย” อาทิตย์แสร้งทำเสียงน้อยใจพลางลูบหลังมือตัวเองปรือๆ“ก็พี่อาทิตย์ชอบมาหยิกมาจับแก้มชิ้นอยู่เรื่อยเลย ชิ้นไม่ใช่เด็กแล้วนะครับ” ลูกชิ้นขมวดคิ
บทที่ 22 เราเคยรู้จักกันเหรอครับภายในห้องพักฟื้นที่เคยเต็มไปด้วยเหล่าแพทย์และพยาบาลที่เข้ามาประเมินอาการอย่างละเอียด ผลสรุปจากคุณหมอเจ้าของไข้ทำให้หัวใจของอาทิตย์ร่วงหล่นลงสู่เหวอีกครั้ง คำวินิจฉัยนั้นเรียบง่ายแต่กลับหนักอึ้งเหมือนหินก้อนใหญ่ที่ทับลงบนอกของคนฟังจนแทบหายใจไม่ออก“คนไข้มีภาวะสูญเสียความทรงจำบางส่วนครับ เหมือนสมองจะเลือกปิดกั้นเหตุการณ์หรือบุคคลที่สร้างความสะเทือนใจ และจะเลือกจำเฉพาะสิ่งที่เขารู้สึกปลอดภัยหรืออยากจำเท่านั้น” คุณหมอกล่าวเสียงเรียบ อาทิตย์ฟังแล้วถึงกับชาวาบไปทั้งตัว เพราะคนที่สร้างความสะเทือนใจให้ลูกชิ้นมากที่สุด... ก็คือเขาเอง“แต่ภาพรวมร่างกายดีขึ้นมากแล้วครับ ก็เริ่มเตรียมตัวกลับบ้านไปพักฟื้นต่อได้เลย”“ครับ... ขอบคุณครับหมอ” เขาเอ่ยขอบคุณด้วยน้ำเสียงที่เลื่อนลอย แม้ร่างกายลูกชิ้นจะกลับมาปกติ แต่ตัวตนที่เคยรักเขาและเจ็บปวดเพราะเขาดูเหมือนจะเลือนหายไปพร้อมกับอุบัติเหตุครั้งนี้เขานั่งเงียบอยู่ตรงมุมห้อง มองดูหมอเก้าที่ขยับเข้าไปชวนร่างอวบบนเตียงสนทนา เพื่อทดสอบความจำในเบื้องต้น อาทิตย์นั่งมองอยู่ห่าง ๆไม่แม
บทที่ 21 คุณเป็นใคร?เวลาเกือบสองชั่วโมงหน้าห้องฉุกเฉินช่างยาวนานราวกับผ่านไปเป็นปี อาทิตย์นั่งกุมมือตัวเองที่สั่นเทา สายตาจับจ้องไปยังบานประตูสีขาวโพลนไม่วางตา กระทั่งไฟหน้าห้องดับลงพร้อมกับการปรากฏตัวของนายแพทย์ในชุดสีเขียวสะอาดตาที่ก้าวออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย“ท่านใดเป็นญาติคนไข้ครับ?”“ผมครับ!” อาทิตย์ผุดลุกขึ้นยืนเป็นคนแรก น้ำเสียงร้อนรนจนแทบจะถลาเข้าไปคว้าไหล่หมอ“ดิฉันค่ะ... ฉันเป็นแม่ของแกค่ะคุณหมอ”หญิงรีบก้าวตามมาติด ๆ ดวงตาที่บวมช้ำจากการร้องไห้จ้องมองหมออย่างมีความหวัง“หมอทำการผ่าตัดช่วยเหลือคนไข้จนพ้นขีดอันตรายแล้วนะครับ ร่างกายบอบช้ำหนักแต่โชคดีที่ไม่โดนจุดสำคัญมากนัก ทว่า...” คุณหมอเว้นจังหวะเล็กน้อยพลางปรับสีหน้าให้จริงจังขึ้น“เนื่องจากศีรษะได้รับการกระแทกอย่างรุนแรง ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นคือความทรงจำของคนไข้อาจจะกลับมาไม่ครบถ้วนร้อยเปอร์เซ็นต์ หรืออาจจะหลงลืมเหตุการณ์บางช่วงไป ซึ่งต้องรอให้คนไข้ฟื้นขึ้นมาเพื่อประเมินอาการอย่างละเอียดอีกครั้งครับ ตอนนี้หมอจะย้ายคนไข้ไปพักฟื้นที่ห้องปลอดเชื้อก่อนนะครับ”
แวะมาทำความรู้จักกันก่อนนะครับ”นิสัยพระเอก (อาทิตย์) ปากหมาเป็นที่หนึ่ง ดุเก่ง วีนเก่ง ยืนยืนในเรื่องความใจร้าย แต่ลึก ๆ แล้วเป็นคนรับผิดชอบและซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกตัวเองถึงจะแสดงออกผิดวิธีไปหน่อยก็เถอะนิสัยนายเอก (ลูกชิ้น) นุ่มนิ่ม น่ารัก ขี้อ้อน และกินเก่งยืนหนึ่ง ดูภายนอกเหมือนยอมคนและยอมเป็น
บทที่ 4 เจ้าของสวนคนใหม่บรรยากาศภายในโดมขนาดใหญ่ที่เคยจอแจด้วยเสียงเครื่องจักร กลับเงียบสนิทลงทันตาเมื่อคนงานนับร้อยชีวิตถูกเรียกมารวมตัวกันตามคำสั่งของเสี่ยสน อาทิตย์ยืนเด่นอยู่ข้างกายผู้เป็นพ่อ ร่างสูงสง่าในมาดนักธุรกิจจากเมืองนอกดูน่าเกรงขามจนไม่มีใครกล้าสบตา“ฟังทางนี้ทุกคน!” เสี่ยสนประกาศก้อง
บทที่ 3 กาฝากเช้าวันรุ่งขึ้นแสงแดดอ่อนยามรุ่งสางเริ่มสาดส่องทาบทับลงบนยอดพร้าวที่พลิ้วไหวตามแรงลม บรรยากาศรอบกายดูร่มรื่นทว่าในใจของลูกชิ้นกลับหม่นหมองเหมือนมีเมฆฝนตั้งเค้า เขาตื่นขึ้นมาเตรียมตัวตั้งแต่ตีห้า จัดแจงเสื้อผ้าที่ดูรัดกุมพร้อมลุยงานตามคำสั่งเมื่อคืนร่างอวบสะดุ้งสุดตัวจนไหล่สั่น เมื่อเ
บทที่ 2 สะเออะ แสงโพล้เพล้ตะวัน ลาลับขอบฟ้าไปแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงความมืดมิดที่เข้าปกคลุมสวน อาทิตย์ทอดกายลงบนเตียงกว้างในห้องนอนเดิมของเขา ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางอารมณ์ที่คุกรุ่นทำให้เขาเผลอหลับไปครู่ใหญ่ ทว่าในจังหวะที่สติกำลังก้ำกึ่งระหว่างความฝันและความจริง เสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาก๊อก







