Beranda / LGBTQ+ / ผมก็แค่กาฝากของเขา / บทที่ 1 เกลียดขี้หน้า

Share

บทที่ 1 เกลียดขี้หน้า

Penulis: Tawan miki
last update Tanggal publikasi: 2026-03-16 02:50:13

บทที่ 1 เกลียดขี้หน้า

ท่ามกลางผู้คนที่เดินกันขวักไขว่ภายในอาคารผู้โดยสารขาเข้าของสนามบินสุวรรณภูมิร่างสูงสง่าในชุดสูทเนื้อดีสีเข้มก้าวเท้าออกมา ชายหนุ่มชื่ออาทิตย์ในวัย 35 ปี เจ้าของส่วนสูง 180 เซนติเมตร และใบหน้าคมเข้มที่ติดจะดุรั้น กวาดสายตามองไปรอบบริเวณด้วยความรู้สึกอันหลากหลาย

สิบกว่าปีแล้วที่เขาถูกส่งตัวไปอยู่ที่ต่างประเทศหลังจากเหตุการณ์ที่ทะเลาะกับผู้เป็นพ่อในตอนนั้น การกลับมาเมืองไทยครั้งนี้ไม่ใช่เพราะความคิดถึงบ้าน แต่มันคือคำสั่งแกมบังคับจากเสี่ยสนผู้เป็นพ่อที่ต้องการให้เขากลับมาดูแลสวนมะพร้าวน้ำหอมและล้งส่งออกขนาดใหญ่ในตำบลบางป่า ธุรกิจมูลค่ามหาศาลที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำจนใคร ๆ ต่างก็อิจฉา

“ทางนี้ไอ้ลูกหมา!”น้ำเสียงทุ้มกังวานที่คุ้นเคยดังแทรกผ่านเสียงจอแจ อาทิตย์ชะงักฝีเท้าเล็กน้อยก่อนจะหันไปตามต้นเสียง ภาพของชายสูงวัยที่ดูภูมิฐานทว่าเริ่มมีริ้วรอยตามวัยปรากฏชัดยืนเด่นอยู่ไม่ไกล แม้จะไม่ได้คุยกันบ่อยครั้งเพราะคุยกันทีไรเป็นต้องวางมวยทางคำพูดใส่กันทุกที แต่สายใยบางอย่างก็ทำให้เขารู้สึกหน่วงในอกอย่างเลี่ยงไม่ได้

อาทิตย์เดินตรงเข้าไปหาผู้เป็นพ่อก่อนจะยกมือไหว้ตามมารยาทที่พึงมี

“สวัสดีครับ”

ทว่า ทันทีที่ลดมือลง สายตาคมก็ตวัดไปมองร่างของหญิงวัยกลางคนหนึ่งที่ยืนเยื้องอยู่ด้านหลังเสี่ยสน ใบหน้าของอาทิตย์เปลี่ยนเป็นเย็นชาขึ้นมาทันควัน

“มาทำไม”คำถามสั้น ๆ ทว่าห้วนสั้นและไร้ซึ่งเยื่อใยพุ่งตรงไปยังน้าหญิง ในวัยกลางคนที่วางตัวสงบเสงี่ยมมาโดยตลอด

“ไอ้อาทิตย์ น้าหญิงเขาตั้งใจอยากมารับแกด้วยตัวเองนะเว้ย” เสี่ยสนรีบแทรกขึ้นเพื่อกั้นกลางระหว่างอารมณ์ที่เริ่มคุกรุ่นของลูกชาย

“ไม่จำเป็น... เป็นแค่คนนอก อย่าสะเออะมาเสนอหน้าแถวนี้จะดีกว่า”

“ไอ้อาทิตย์! พูดจากับน้าหญิงให้มันดี ๆ หน่อย เขาดูแลพ่อแกมาตั้งกี่ปี!” คนเป็นพ่อเริ่มขึ้นเสียงด้วยความไม่พอใจที่ลูกชายยังคงตั้งป้อมใส่ภรรยาใหม่ของเขาไม่เลิกรา

อาทิตย์เค้นยิ้มสมเพชที่มุมปาก ดวงตาคมกริบวาวโรจน์อย่างเย็นชา

“ทำไมผมต้องพูดดีกับกาฝากที่จ้องจะมาสูบเลือดสูบเนื้อพ่อ แล้วพยายามจะมาเสนอหน้าแทนที่แม่ของผมด้วยล่ะครับ? แค่เห็นหน้าก็เสนียดลูกตาจะแย่”

“แกนี่มัน...” เสี่ยสนกัดฟันกรอด พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่จวนเจียนจะระเบิดออกมากลางสนามบิน

“ไป! ข้าไม่อยากมาเถียงกับแกที่นี่ กลับไปคุยกันที่บ้าน แล้วอย่าหาว่าข้าไม่เตือนนะไอ้อาทิตย์”

อาทิตย์ไม่ได้ตอบโต้อะไรต่อ เขาเพียงแต่กระชากกระเป๋าเดินทางเดินนำลิ่วออกไป ทิ้งให้บรรยากาศเบื้องหลังเต็มไปด้วยความอึดอัด

รถกระบะสี่ประตูยกสูงสีดำขลับเคลื่อนตัวออกจากวนเวียนหน้าอาคารผู้โดยสาร มุ่งหน้าสู่เส้นทางสายใต้สู่จังหวัดราชบุรี ภายในห้องโดยสารปกคลุมด้วยความเงียบเชียบที่มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศคอยขับกล่อมอย่างน่าอึดอัด เสี่ยสน ทำหน้าที่สารถีด้วยใบหน้าเคร่งขรึม โดยมีน้าหญิงนั่งข้างคนขับด้วยรอยยิ้มเจื่อน ๆ

ส่วนอาทิตย์เลือกที่จะทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างเบาะหลัง เขาจมดิ่งอยู่กับความคิดของตัวเองโดยไม่คิดจะเปิดบทสนทนาใดๆ

ทว่า สุดท้ายความเงียบที่แสนอึดอัดนั้นก็ถูกทำลายลงด้วยน้ำเสียงแหบพร่าของผู้เป็นพ่อ

“อยู่ที่นั่น... เป็นยังไงบ้างล่ะแก” เสี่ยสนเอ่ยถามผ่านกระจกมองหลัง พยายามจะทลายกำแพงหนาที่ลูกชายสร้างขึ้น

อาทิตย์ค่อย ๆ ละสายตาจากทิวทัศน์ข้างทางที่เริ่มเปลี่ยนจากตึกสูงเป็นต้นไม้เขียวขจี เขาเหลือบตาขึ้นมองสบกับแววตาของผู้เป็นพ่อในกระจกเพียงครู่เดียว ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความประชดประชัน

“สนใจด้วยเหรอครับ ว่าผมจะเป็นยังไง”

“นี่ไอ้อาทิตย์... ข้าถามแกดี ๆ นะ” มือที่จับพวงมาลัยของเสี่ยสนเริ่มกำแน่นขึ้น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนตามอารมณ์ที่เริ่มคุกรุ่น

“ก็ดีครับ... ดีกว่าที่เมืองไทยเยอะ”อาทิตย์ทิ้งท้ายประโยคด้วยการปรายตามองไปยังหญิงวัยกลางคนที่นั่งอยู่ด้านหน้าอย่างจงใจ คำว่าดีกว่าของเขาไม่ได้หมายถึงสภาพความเป็นอยู่ แต่มันหมายถึงความสบายใจที่เขาไม่ต้องทนเห็นภาพบาดตาบาดใจว่ามีคนอื่นเข้ามาแทนที่ของแม่เขา

“เออ... งั้นก็ดี” เสี่ยสนเค้นคำตอบออกมาแค่นั้น ก่อนจะกระแทกคันเร่งส่งแรงขับเคลื่อนให้รถทะยานไปข้างหน้า ราวกับต้องการให้ถึงจุดหมายให้เร็วที่สุดเพื่อยุติสงครามประสาทนี้

ร่วมสองชั่วโมงที่ถนนลาดยางพารถคันใหญ่เข้าสู่เขตจังหวัดราชบุรี กลิ่นอายของดินและไอน้ำจากร่องสวนเริ่มโชยมาปะทะจมูกเมื่อกระจกถูกลดลงเล็กน้อย รถแล่นผ่านไร่มะพร้าวสูงชะลูดที่ปลูกเรียงรายเป็นระเบียบสุดลูกหูลูกตา ใบมะพร้าวที่พลิ้วไหวตามแรงลมดูคล้ายกับจะร่วมต้อนรับการกลับมาของนายน้อยของสวน

แต่สำหรับอาทิตย์... มันเหมือนภาพจำลองของคุกที่เขาเคยหนีไปได้ แล้วถูกลากกลับมาขังใหม่อีกครั้ง

ในที่สุด รถคันงามก็เบรกนิ่งสนิทหน้าบ้านไม้กึ่งปูนหลังใหญ่ทรงไทยประยุกต์ บ้านที่เขาเคยวิ่งเล่นเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก บ้านที่เคยมีความทรงจำที่แสนอบอุ่นกับแม่... และเป็นบ้านหลังเดียวกับที่เขาถูกส่งตัวออกไปเหมือนคนไม่มีค่า

อาทิตย์ขยับตัวลงจากรถทันทีที่เครื่องยนต์ดับสนิท เขาพ่นลมหายใจออกมาอย่างขุ่นมัวพลางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ สภาพบ้านยังคงดูภูมิฐานไม่ต่างจากวันวาน แต่มันกลับไม่ได้ให้ความรู้สึกนึกถึงบ้านสำหรับเขาอีกต่อไป

“อาทิตย์... ให้พ่อช่วยขนของขึ้นไปไหม” เสียงของเสี่ยสนตะโกนไล่หลังมาขณะกำลังเปิดท้ายรถ

เขาไม่คิดจะหันกลับไปมองกิริยาฟึดฟัดของคนเป็นพ่อ หรือแม้แต่สายตาละห้อยที่แฝงไปด้วยความรู้สึกผิดของน้าหญิงที่มองตามหลังมา อาทิตย์เพียงก้าวฉับ ๆ ตรงเข้าไปในตัวบ้านไม้หลังใหญ่ ความคุ้นชินที่ฝังอยู่ในความทรงจำนำพาเขาเดินหน้าไปอย่างอัตโนมัติ แม้จะจากไปนานนับสิบปี แต่ร่างกายของเขากลับจดจำทิศทางทางเดินและเหลี่ยมมุมของเสาไม้สักได้เป็นอย่างดีราวกับเพิ่งจากไปเมื่อวาน

เขาเมินเฉยต่อเสียงเรียกและทุกสิ่งรอบกาย มุ่งตรงขึ้นไปยังชั้นสองผ่านบันไดไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดลั่นไปตามจังหวะก้าวเดินที่หนักหน่วง ก่อนจะหยุดลงหน้าห้องนอนที่อยู่สุดทางเดินอันเป็นพื้นที่ส่วนตัวเพียงหนึ่งเดียว

ปัง!

มือหนาผลักประตูไม้บานเก่าเปิดออก กลิ่นที่คุ้นเคยลอยมาปะทะจมูก อาทิตย์จัดการโยนกระเป๋าเดินทางและข้าวของทุกอย่างลงบนพื้นอย่างไม่ใยดี ก่อนจะทิ้งตัวลงบนเตียงกว้างอย่างแรงจนเกิดเสียงยวบยาบ

เขานอนหงายทอดสายตามองเพดานห้องที่ยังคงมีร่องรอยของสติกเกอร์รูปดาวเรืองแสงที่เขาเคยแปะไว้ตอนเด็ก ๆ ความเงียบสงัดเข้าครอบคลุมพื้นที่จนได้ยินเสียงลมหายใจที่ยังไม่เป็นจังหวะของตัวเอง

ทุกอย่างยังเหมือนเดิม... เหมือนถูกหยุดเวลาเอาไว้ในวันที่เขาจากไป อาทิตย์ขยับปลายนิ้วลูบไล้ไปตามผ้าปูเตียงสีหม่น เขาประหลาดใจไม่น้อยที่พบว่าข้าวของทุกชิ้นยังคงวางอยู่ที่เดิมอย่างเป็นระเบียบ ไม่มีรอยขยับเขยื้อน และที่สำคัญคือไร้ฝุ่นราวกับมีใครบางคนคอยเข้ามาดูแล ปัดกวาด และทะนุถนอมห้องไว้เป็นอย่างดี

เขาสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ กลิ่นผงซักฟอกอ่อน ๆ ที่ติดอยู่กับปลอกหมอนไม่ใช่กลิ่นที่เขาเคยใช้ แต่มันเป็นกลิ่นสะอาดสะอ้านที่ให้ความรู้สึกละมุนละไมอย่างประหลาด

‘ใครกัน? ใครคือคนที่เข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ส่วนตัวของเขาตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา’

ความสงสัยเริ่มก่อตัวขึ้นท่ามกลางความล้าจากการเดินทาง อาทิตย์หลับตาลงพยายามจะสลัดภาพใบหน้าบึ้งตึงของพ่อออกไป

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ผมก็แค่กาฝากของเขา   บทที่ 26 ตลอดไป

    บทที่ 26 ตลอดไปวันเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่าน จากวันเป็นเดือน และล่วงเลยเข้าสู่ปี... สำหรับ อาทิตย์ แล้ว ช่วงเวลาที่ผ่านมาคือบทพิสูจน์ความอดทนอันยิ่งใหญ่ เขาเริ่มต้นจีบลูกชิ้นใหม่อย่างใจเย็นในทุก ๆ วัน ราวกับต้องเขียนบันทึกเล่มเดิมซ้ำ ๆ บนหน้ากระดาษที่ว่างเปล่าแม้อาการความจำเสื่อมของลูกชิ้นจะไม่มีทีท่าว่าจะหายขาด แต่ดูเหมือนว่าเวรกรรมของอาทิตย์จะไม่ต้องรอไปถึงชาติหน้า เพราะตอนนี้เขากำลังชดใช้มันด้วยความรักที่ต้องยอมสละทุกอย่าง แม้กระทั่งอำนาจที่เคยมี ยอมทำตามคำบัญชาของร่างอวบเพียงคนเดียว“พี่อาทิตย์... ชิ้นอยากกินมะพร้าวครับ”เสียงใส ๆ ดังขึ้นจากโซฟาตัวยาวภายในห้องทำงาน อาทิตย์ที่กำลังขะมักเขม้นอยู่กับกองเอกสารเงยหน้าขึ้นทันที เขามองดูคนตัวเล็กที่นั่งแกว่งขาไปมาอย่างสบายใจ ตั้งแต่กลับมาจากโรงพยาบาล อาทิตย์แทบจะไม่ยอมให้ลูกชิ้นหยิบจับงานหนักเลยแม้แต่นิดเดียว แถมยังตัวติดกันแทบจะตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง“ได้จ้ะหมูอ้วน รอพี่แป๊บเดี๋ยวนะครับ” อาทิตย์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยใช้กับใคร เขาละมือจากงานทันทีแล้วเดินออกไปตะโกนสั

  • ผมก็แค่กาฝากของเขา   บทที่ 25 หวง

    บทที่ 25 หวงสายตาทั้งสามคู่หันขวับไปมองผู้มาใหม่เป็นตาเดียว อาทิตย์เดินตรงมาที่วงสนทนาด้วยท่าทางคุกคามเล็กน้อยตามสไตล์คนขี้หวง สายตาคมกริบของเขาพุ่งตรงไปที่ลูกชิ้นเป็นคนแรกเขาสนใจแค่คนอวบอ้วนตรงหน้าเขาแค่นั้น“ท่าทางมีความสุขกันจังเลยนะ” น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะประชดประชันทำเอาเก้าถึงกับหัวเราะในลำคอ อาทิตย์ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะ จ้องมองความใกล้ชิดของคนทั้งคู่ด้วยแววตาขุ่นมัว“เรื่องของพวกกูไหมล่ะ ทำไมต้องรายงานมึงด้วยวะ” เก้าลอยหน้าลอยตาตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน ท้าทายอำนาจมืดของเพื่อนรักอย่างนึกสนุก“กวนตีน...” อาทิตย์สบถด่าเพื่อนเบา ๆ แต่ฝีเท้ากลับรีบก้าวเข้ามาในวงสนทนาอย่างรวดเร็ว เขาไม่ยอมปล่อยให้มีช่องว่างระหว่างคนทั้งคู่แม้เพียงนิ้วเดียวน้าหญิง ที่เห็นท่าไม่ดีและไม่อยากขัดจังหวะพวกหนุ่ม ๆ จึงรีบออกตัวเพื่อเปิดทางให้เจ้าของที่ตัวจริงได้จัดการ“เด็ก ๆ คุยกันไปก่อนนะจ๊ะ เดี๋ยวน้าไปดูขนมในครัวเพิ่มมาให้ทานกัน” พูดจบเธอก็เลี่ยงออกไป “มึงมาทำไมไม่บอกกูสักคำวะเก้า” อาทิตย์พูดพลางแทรกตัวลงนั่งข้างลูกชิ้นอย่างถือวิสาส

  • ผมก็แค่กาฝากของเขา   บทที่ 24 ขอโทษให้โอกาสได้ไหม

    บทที่ 24 ขอโทษให้โอกาสได้ไหมท่ามกลางความเงียบสงัดของค่ำคืน ภายในห้องนอนที่คุ้นเคย อาทิตย์ค่อย ๆ เปิดประตูและแทรกตัวเข้ามาอย่างเงียบเชียบเหมือนที่เขาเคยทำ ทว่าคราวนี้หัวใจของเขาไม่ได้เต็มไปด้วยความรุ่มร้อนอย่างครั้งก่อน แต่มันกลับเต็มไปด้วยความประหม่า เขาค่อย ๆ ล้มตัวลงนอนเคียงข้างร่างอวบที่นอนรออยู่ก่อนแล้ว“พี่มาแล้วครับ...” อาทิตย์กระซิบแผ่วเบาที่ข้างหู กลิ่นหอมจาง ๆ จากตัวลูกชิ้นทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายอย่างประหลาด“ครับ... ชิ้นรอฟังอยู่” ลูกชิ้นพลิกตัวหันมาหา ดวงตากลมหม่นจ้องมองคนตัวโตท่ามกลางความสลัว“เมื่อก่อน... ตอนที่พี่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ พี่ทำตัวแย่มาก” อาทิตย์เริ่มระบายความในใจด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย “พี่ไม่ชอบทั้งเราและน้าหญิง พี่คิดไปเองว่าพวกเรามาเพื่อแทนที่แม่ของพี่ มาเพื่อแย่งความรักและความสำคัญจากพ่อไป... พี่มันบ้าเองที่เลือกจะเกลียดและแกล้งเราสารพัดเพื่อให้เราทนไม่ไหว”“แล้วทำไมถึงต้องไม่ชอบขนาดนั้นล่ะครับ ทั้งที่แม่กับชิ้นก็รักพี่” ลูกชิ้นถามด้วยความสงสัย ไร้ซึ่งร่องรอยของความโกรธแค้น“พี่

  • ผมก็แค่กาฝากของเขา   บทที่ 23 ใส่ใจ

    บทที่ 23 ใส่ใจหลังจากกลับมาพักฟื้นที่บ้านได้สักพัก ร่างกายของลูกชิ้นก็เริ่มกลับมาแข็งแรงสดใสเหมือนเก่า แม้ความทรงจำเกี่ยวกับชายหนุ่มนัยน์ตรงหน้าจะยังคงเป็นสีขาวโพลน แต่ลูกชิ้นก็พยายามทำตัวให้ชินกับพี่ชายคนใหม่ที่ขยันเอาอกเอาใจเขาจนผิดสังเกตลูกชิ้นเลือกที่จะช่วยหญิงหยิบจับงานบ้านและเข้าครัวทำอาหาร แทนการออกไปช่วยงานที่ล้งมะพร้าวเหมือนแต่ก่อน ทว่าทุกเที่ยง... อาทิตย์ มักจะหาข้ออ้างกลับมากินข้าวที่บ้านเสมอ ทั้งที่ปกติเขาจะหมกตัวอยู่ที่ล้งจนดึกดื่น“ลูกชิ้น... วันนี้มีอะไรกินครับ กลิ่นหอมโชยไปถึงหน้าบ้านเลย” อาทิตย์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลพลางเดินเข้ามาในห้องครัว สายตาคมจับจ้องเพียงร่างอวบที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดสำรับก่อนที่ลูกชิ้นจะทันตั้งตัว อาทิตย์ก็ขยับเข้าไปใกล้แล้วเอื้อมมือไปบีบแก้มอวบๆ ที่กำลังเคี้ยวขนมตุ่ยๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยวเพี๊ยะ!!!!“โอ๊ย! ตีพี่ทำไมครับเนี่ย” อาทิตย์แสร้งทำเสียงน้อยใจพลางลูบหลังมือตัวเองปรือๆ“ก็พี่อาทิตย์ชอบมาหยิกมาจับแก้มชิ้นอยู่เรื่อยเลย ชิ้นไม่ใช่เด็กแล้วนะครับ” ลูกชิ้นขมวดคิ

  • ผมก็แค่กาฝากของเขา   บทที่ 22 เราเคยรู้จักกันเหรอครับ

    บทที่ 22 เราเคยรู้จักกันเหรอครับภายในห้องพักฟื้นที่เคยเต็มไปด้วยเหล่าแพทย์และพยาบาลที่เข้ามาประเมินอาการอย่างละเอียด ผลสรุปจากคุณหมอเจ้าของไข้ทำให้หัวใจของอาทิตย์ร่วงหล่นลงสู่เหวอีกครั้ง คำวินิจฉัยนั้นเรียบง่ายแต่กลับหนักอึ้งเหมือนหินก้อนใหญ่ที่ทับลงบนอกของคนฟังจนแทบหายใจไม่ออก“คนไข้มีภาวะสูญเสียความทรงจำบางส่วนครับ เหมือนสมองจะเลือกปิดกั้นเหตุการณ์หรือบุคคลที่สร้างความสะเทือนใจ และจะเลือกจำเฉพาะสิ่งที่เขารู้สึกปลอดภัยหรืออยากจำเท่านั้น” คุณหมอกล่าวเสียงเรียบ อาทิตย์ฟังแล้วถึงกับชาวาบไปทั้งตัว เพราะคนที่สร้างความสะเทือนใจให้ลูกชิ้นมากที่สุด... ก็คือเขาเอง“แต่ภาพรวมร่างกายดีขึ้นมากแล้วครับ ก็เริ่มเตรียมตัวกลับบ้านไปพักฟื้นต่อได้เลย”“ครับ... ขอบคุณครับหมอ” เขาเอ่ยขอบคุณด้วยน้ำเสียงที่เลื่อนลอย แม้ร่างกายลูกชิ้นจะกลับมาปกติ แต่ตัวตนที่เคยรักเขาและเจ็บปวดเพราะเขาดูเหมือนจะเลือนหายไปพร้อมกับอุบัติเหตุครั้งนี้เขานั่งเงียบอยู่ตรงมุมห้อง มองดูหมอเก้าที่ขยับเข้าไปชวนร่างอวบบนเตียงสนทนา เพื่อทดสอบความจำในเบื้องต้น อาทิตย์นั่งมองอยู่ห่าง ๆไม่แม

  • ผมก็แค่กาฝากของเขา   บทที่ 21 คุณเป็นใคร?

    บทที่ 21 คุณเป็นใคร?เวลาเกือบสองชั่วโมงหน้าห้องฉุกเฉินช่างยาวนานราวกับผ่านไปเป็นปี อาทิตย์นั่งกุมมือตัวเองที่สั่นเทา สายตาจับจ้องไปยังบานประตูสีขาวโพลนไม่วางตา กระทั่งไฟหน้าห้องดับลงพร้อมกับการปรากฏตัวของนายแพทย์ในชุดสีเขียวสะอาดตาที่ก้าวออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย“ท่านใดเป็นญาติคนไข้ครับ?”“ผมครับ!” อาทิตย์ผุดลุกขึ้นยืนเป็นคนแรก น้ำเสียงร้อนรนจนแทบจะถลาเข้าไปคว้าไหล่หมอ“ดิฉันค่ะ... ฉันเป็นแม่ของแกค่ะคุณหมอ”หญิงรีบก้าวตามมาติด ๆ ดวงตาที่บวมช้ำจากการร้องไห้จ้องมองหมออย่างมีความหวัง“หมอทำการผ่าตัดช่วยเหลือคนไข้จนพ้นขีดอันตรายแล้วนะครับ ร่างกายบอบช้ำหนักแต่โชคดีที่ไม่โดนจุดสำคัญมากนัก ทว่า...” คุณหมอเว้นจังหวะเล็กน้อยพลางปรับสีหน้าให้จริงจังขึ้น“เนื่องจากศีรษะได้รับการกระแทกอย่างรุนแรง ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นคือความทรงจำของคนไข้อาจจะกลับมาไม่ครบถ้วนร้อยเปอร์เซ็นต์ หรืออาจจะหลงลืมเหตุการณ์บางช่วงไป ซึ่งต้องรอให้คนไข้ฟื้นขึ้นมาเพื่อประเมินอาการอย่างละเอียดอีกครั้งครับ ตอนนี้หมอจะย้ายคนไข้ไปพักฟื้นที่ห้องปลอดเชื้อก่อนนะครับ”

  • ผมก็แค่กาฝากของเขา   บทที่ 5 แค่สงสาร

    บทที่ 5 แค่สงสารไอแดดเริ่มแผดเผาจนถนนลาดยางส่งไอความร้อนระอุ ลูกชิ้นปั่นจักรยานคันเดิมออกมาด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง ขาที่เริ่มล้าจากการปั่นรอบแรกต้องออกแรงถีบส่งร่างอวบอัดให้ฝ่าลมร้อนไปที่ร้านพี่นุชอีกครั้งเขากำชับกับแม่ค้าเสียงสั่นว่าขอ "ไม่หวานเลย" แม้พี่นุชจะมองมาด้วยความเห็นใจแต่ลูกชิ้นก็ทำเพียงฝ

  • ผมก็แค่กาฝากของเขา   บทที่ 4 เจ้าของสวนคนใหม่

    บทที่ 4 เจ้าของสวนคนใหม่บรรยากาศภายในโดมขนาดใหญ่ที่เคยจอแจด้วยเสียงเครื่องจักร กลับเงียบสนิทลงทันตาเมื่อคนงานนับร้อยชีวิตถูกเรียกมารวมตัวกันตามคำสั่งของเสี่ยสน อาทิตย์ยืนเด่นอยู่ข้างกายผู้เป็นพ่อ ร่างสูงสง่าในมาดนักธุรกิจจากเมืองนอกดูน่าเกรงขามจนไม่มีใครกล้าสบตา“ฟังทางนี้ทุกคน!” เสี่ยสนประกาศก้อง

  • ผมก็แค่กาฝากของเขา   บทที่ 3 กาฝาก

    บทที่ 3 กาฝากเช้าวันรุ่งขึ้นแสงแดดอ่อนยามรุ่งสางเริ่มสาดส่องทาบทับลงบนยอดพร้าวที่พลิ้วไหวตามแรงลม บรรยากาศรอบกายดูร่มรื่นทว่าในใจของลูกชิ้นกลับหม่นหมองเหมือนมีเมฆฝนตั้งเค้า เขาตื่นขึ้นมาเตรียมตัวตั้งแต่ตีห้า จัดแจงเสื้อผ้าที่ดูรัดกุมพร้อมลุยงานตามคำสั่งเมื่อคืนร่างอวบสะดุ้งสุดตัวจนไหล่สั่น เมื่อเ

  • ผมก็แค่กาฝากของเขา   “แวะมาทำความรู้จักกันก่อนนะครับ”

    แวะมาทำความรู้จักกันก่อนนะครับ”นิสัยพระเอก (อาทิตย์) ปากหมาเป็นที่หนึ่ง ดุเก่ง วีนเก่ง ยืนยืนในเรื่องความใจร้าย แต่ลึก ๆ แล้วเป็นคนรับผิดชอบและซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกตัวเองถึงจะแสดงออกผิดวิธีไปหน่อยก็เถอะนิสัยนายเอก (ลูกชิ้น) นุ่มนิ่ม น่ารัก ขี้อ้อน และกินเก่งยืนหนึ่ง ดูภายนอกเหมือนยอมคนและยอมเป็น

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status