เข้าสู่ระบบยังมีเรื่องราวให้ติดตามต่อนะคะ มาดูกันว่า หลังจากคืนนี้ไป เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามต่อในตอนหน้านะคะ พลับพลึงดำ
ย้อนกลับไปเมื่อประมาณห้าปีที่แล้ว... คืนนั้นเป็นคืนที่ท้องฟ้าหม่นหมองและสายฝนโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย เสียงเม็ดฝนที่กระทบหลังคาสังกะสีดังเปาะแปะคลอไปกับเสียงไอแห้งๆ ของแม่ที่นอนซมอยู่บนเตียงภายในห้องนอนไม้เก่าๆจุ๊บแจง ในวัยนักศึกษาชั้นปีที่ 1 เธอยังอยู่ในชุดยูนิฟอร์มเสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัวและกระโปรงพลีทสีดำสั้นเสมอเข่าที่เปียกชื้นเล็กน้อยจากการเดินทางกลับจากมหาวิทยาลัย เธอกำลังก้มหน้าก้มตาบิดผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดตามเนื้อตัวให้แม่ที่ป่วยหนักอย่างเบามือ"แม่ไปหาหมอเถอะนะจ๊ะ... ไข้ไม่ลดเลย" แจงพึมพำกับแม่ด้วยความกังวลใจ"แม่ไม่เป็นไรหรอกลูก... เดี๋ยวก็ดีขึ้น" แม่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วพร่า แต่ดวงตาที่ฝ้าฟางนั้นกลับเต็มไปด้วยความวิตกกังวลในความจริงแล้ว ความเจ็บไข้ได้ป่วยไม่ใช่สิ่งที่แม่กังวลที่สุด แต่เป็นความปลอดภัยของลูกสาววัยสะพรั่งที่ต้องอาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกับ โชติ พ่อเลี้ยงที่มีแววตาหิวกระหายอยู่ตลอดเวลาต่างหาก แม่รู้ดีว่าโชติรอคอยจังหวะที่เธออ่อนแอเพื่อที่จะเข้าถึงตัวแจง และนั่นคือเหตุผลที่แม่พยายามฝืนสังขารไม่ยอมไปโรงพยาบาล เพราะกลัวว่าบ้านหลังนี้จะกลายเป็นกรงเล็บปีศาจสำหรับลูกส
จุ๊บแจงเงยหน้าขึ้นสบตากับก้องในระยะประชิด แววตาที่เคยสั่นระริกด้วยความหวาดวิตกเมื่อครู่ พลันเปลี่ยนเป็นฉ่ำปรือและร่านร้อนอย่างรวดเร็วราวกับเป็นคนละคน เมื่อเธอรู้แล้วว่าก้องไม่ได้รังเกียจในสิ่งที่เธอทำ แต่มันกลับเป็นกุญแจสำคัญที่จะผูกมัดเขาไว้"ถ้าพี่อยากให้แจงพิสูจน์... แจงก็จะพิสูจน์ให้พี่เห็นค่ะ"น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นพร่าพรายและเต็มไปด้วยกระแสแห่งกามารมณ์ จุ๊บแจงโอบแขนเรียวเข้ากับลำคอหนาของก้องทันที ก่อนจะซุกไซ้จมูกโด่งรั้นไปตามซอกคอและติ่งหูของชายคนรักอย่างชำนาญและคล่องแคล่ว ลิ้นเล็กๆ ของเธอตวัดเลียเบาๆ จนก้องถึงกับขนลุกซู่ด้วยความสยิวแจงไม่ปล่อยให้จังหวะขาดช่วง เธอขยับกายก้าวขาขึ้นพาดคร่อมตักของก้องในท่าที่ล่อแหลมที่สุด ก่อนจะออกแรงดันร่างหนาให้เอนตัวนอนหงายลงไปบนฟูกที่ยับเยินผืนเดิม มือเรียวเอื้อมไปกระตุกปมผ้าขนหนูที่พันกายอยู่อย่างรวดเร็วเพียงครั้งเดียว ผ้าผืนบางหลุดร่วงไปกองอยู่ที่เอว เปิดทางให้ปทุมถันคู่สวยอวบอิ่มชูชันเด่นล่อตาของก้องที่นอนมองขึ้นมาด้วยสายตาพร่าพราย"แจงจะพิสูจน์ให้พี่ก้องเห็น... ว่าแจงรักพี่มากแค่ไหน"เธอพูดพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาด้วยแววตาที่ท้าทา
ก้องเดินลงบันไดกลับมาที่รถด้วยท่าทางลอยชาย ร่างกายของเขารู้สึกเบาหวงแต่มันกลับแฝงไปด้วยความรู้สึกว่างเปล่าอย่างบอกไม่ถูก ภาพใบหน้าที่เคยนวลใสของแจง ซึ่งบัดนี้บิดเบี้ยวเหยเกด้วยความเสียวซ่านหยาดเยิ้มยังคงติดตาขยี้อารมณ์ของเขาไม่ยอมจางหายเขารู้สึกผิดหวังจนจุกอกที่คำพูดของแจงกลายเป็นเพียงเรื่องโกหกคำโตที่ปั้นแต่งขึ้นมาหลอกใช้เขา แต่ในความขมขื่นนั้นเอง... ลึกๆ ลงไปในกมลสันดานของก้อง ความรู้สึกอีกสายหนึ่งกลับแล่นริ้วขึ้นมาจู่โจมหัวใจ มันคือความตื่นเต้นอย่างประหลาดที่ได้เห็น "ผู้หญิงของเขา" กำลังนอนร้องครางกระเส่าและโยกคลอนไปตามแรงกระแทกกระทั้นของชายคนอื่น นิสัยดิบๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์ของผู้บริหารเริ่มทำงาน มันเป็นความรู้สึกกระสันที่ปนเปไปกับความเจ็บปวดอย่างหฤหรรษ์ก้องเดินมาหยุดยืนพิงประตูรถ ทอดสายตาฝ่าความมืดสลัวมองกลับขึ้นไปยังห้องพักชั้นสามนั่นอีกครั้ง เขาหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ พ่นควันสีเทาจางๆ ออกมาอย่างช้าๆ ความคิดในหัวมันสับสนปนเปกันไปหมดเหมือนสายใยที่พันกันยุ่งเหยิงเมื่อไม่กี่นาทีก่อน จุ๊บแจงยังเป็นเพียง "นางฟ้าตัวน้อย" ที่แสนเปราะบางในสายตาเขา เป็นคนที่เขาตั้งปณิธานไว้ว่าจ
…ในห้องนั่งเล่นของบ้านพักผู้บริหารระดับกลางที่ทางบริษัทจัดสรรให้ แสงจากหน้าจอโทรทัศน์สะท้อนวูบวาบฉายลงบนใบหน้าคมเข้มของ ก้อง เขานั่งเอนหลังพิงพนักโซฟาในชุดลำลองสบายตา ทอดสายตามองภาพเคลื่อนไหวตรงหน้าอย่างเลื่อนลอย ความเงียบเชียบภายในบ้านหลังนี้กลายเป็นเพื่อนสนิทของเขามานานหลายสัปดาห์ โดยเฉพาะในวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ควรจะเป็นเวลาแห่งการพักผ่อน แต่เขากลับรู้สึกถึงความว่างเปล่าที่ก่อตัวขึ้นช่วงหลังมานี้ จุ๊บแจง แทบไม่ได้แวะเวียนมาที่บ้านของเขาเลย ตารางชีวิตของเธอถูกบีบอัดด้วยหน้าที่การงานและภาระทางใจที่โรงพยาบาล ก้องมองดูนาฬิกาข้างฝา จินตนาการถึงร่างบางที่ต้องเทียวไปเทียวมาเพื่อดูแลแม่ที่อยู่ในช่วงพักฟื้น แม้อาการของแม่จะดีขึ้นจนหมออนุญาตให้กลับบ้านได้ แต่กำแพงความกังวลที่ชื่อว่า 'พ่อเลี้ยง' ก็ยังคงสูงชันก้องนึกถึงบทสนทนาที่แจงเคยเล่าให้ฟังด้วยสีหน้าหนักใจ แม่ของเธอปฏิเสธที่จะไปพักฟื้นที่หอพักเพราะกลัวว่าไอ้คนระยำนั่นจะใช้เป็นข้ออ้างตามมาราวีลูกสาวอีก ความกดดันที่ถาโถมใส่แจง ทำให้ก้องที่ทำได้เพียงเฝ้ามองอยู่ห่างๆ รู้สึกหน่วงในอกอย่างบอกไม่ถูกสายตาของเขายังคงจ้องที่ทีวี แต่ภาพที่ฉายซ้ำในห
ก๊อก!.. ก๊อก!..เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันทำให้ดาวสะดุ้งสุดตัว เธอรีบวางขวดน้ำหอมลงแล้วกวาดมือปาดน้ำตาที่นองหน้าอย่างลนลาน พยายามจัดการเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายที่ยับย่นให้เข้าที่เข้าทางที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเดินไปเปิดประตูห้องด้วยหัวใจที่หนักอึ้งแอน ยืนอยู่ตรงนั้น ในชุดเสื้อยืดแขนกุดสีซีดกับกางเกงขาสั้นกะทัดรัด ภาพลักษณ์ที่ดูเรียบง่ายธรรมดาแบบที่ดาวเคยเห็นจนชินตาในสมัยที่แอนยังเป็นเมียของพ่อเธอ และมีฐานะเป็นแม่เลี้ยงที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมบ้านหลังนี้ แอนจ้องมองมาที่ดาวด้วยแววตาที่สงบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความเข้าใจลึกซึ้ง เธอไม่ได้พาดพิงถึงความร่านร้อนที่เกิดขึ้นบนพื้นไม้สักเมื่อคืนแม้แต่น้อย"ไปอาบน้ำก่อนไป... พี่ทำกับข้าวเสร็จแล้ว เดี๋ยวมากินด้วยกัน"แอนพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับว่าดาวไม่เคยหนีออกจากบ้านหลังนี้ไปไหน ราวกับว่าทุกอย่างยังเป็นเหมือนเดิมเหมือนวันวานที่พวกเธอเคยอยู่ในครัวด้วยกัน คำพูดที่ดูธรรมดานั้นกลับยิ่งบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของดาว มันคือความผูกพันที่เธอตัดไม่ขาด แต่มันกลับตอกย้ำว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ของเธออีกต่อไปแล้ว"พี่แอนคะ.
แก้วที่อดทนดูภาพความร่านร้อนอยู่ข้างหลังจนแทบจะระเบิด ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาเอื้อมมือหนาไปกระชากสะโพกผายงามของดาวที่ฟุบอยู่ให้แอ่นยกขึ้นสูงในท่าโก้งโค้งทั้งที่เธอยังทับร่างลุงรงค์อยู่ แก้วไม่ยอมปล่อยให้ดาวได้หยุดพักหายใจ เขาจับแท่งควยที่แข็งปวดหนึบจนสั่นระริกจ่อเข้ากับรูหีที่ยังขมิบตอดรับแรงอารมณ์ที่คั่งค้างพรวด!แก้วกดกระแทกท่อนควยเข้าไปในรูหีที่ฉ่ำเยิ้มของดาวทีเดียวจนมิดโคน ความอุ่นร้อนที่จู่โจมเข้ามาใหม่ทำเอาดาวสะดุ้งสุดตัว"อูยยย... ซี๊ดดดด!" ดาวร้องครางเสียงหลง ใบหน้าสวยเกลือกกลิ้งไปกับอกหนาของลุงรงค์ด้วยความเสียวซ่านที่โถมเข้ามาอีกระลอก"อูยยย อีดาว... หีมึงตอดควยกูดีฉิบหาย ซี๊ดดดด!" แก้วครางอู้ออกมาอย่างสุดกลั้น เขากดสะโพกสอบให้หนอกควยหนาบดเบียดแนบชิดกับแคมอูมใหญ่ที่ปริปลิ้นออกมาด้านหลังจนแน่นขนัด ก่อนจะเริ่มเดินเครื่องสาวควยชักออกมาจนเกือบสุดปลายหัวแล้วกระแทกสวนเข้าไปอย่างรุนแรงตั๊บ! ตั๊บ! ตั๊บ!"อูยยย... ซี๊ดดด ดีจัง... อูยยย!" ดาวครางอู้อยู่บนตัวลุงรงค์ ลิ้นเรียวเล็กของเธอเริ่มตวัดเลียหัวนมที่แข็งเป็นไตของรงค์ที่อยู่ตรงหน้าเพื่อระบายความเสียว รงค์เองก็สั่นสะท้านไปทั้งร่างจา







