Mag-log in"วันนี้จะไม่ไปทำงานเหรอ?" ก้อง ผัวหนุ่มถามดาว เพราะเห็นเธอยังไม่ลุกจากที่นอน
"เมื่อคืนนอนดึกไปหน่อย รู้สึกมึนหัว วันนี้ดาวคิดว่าจะลาป่วย" ดาว ตอบผัวหนุ่ม พร้อมกับดึงผ้าห่มไปคลุมตัว
"งั้นพี่ไปนะ จะรีบกลับ มีไรก็โทรไปแล้วกัน"
"กลอนประตูพี่ไม่ซ่อมซะที วันนี้ดาวอยู่บ้านคนเดียว ประตูห้องก็ปิดไม่ได้ ดาวก็กังวลนะ" ดาวบ่นกับผัวหนุ่ม เพราะประตูห้องล็อกไม่ได้ ทำได้แค่เพียงงับประตูไว้
"เออน่า เดี๋ยววันอาทิตย์พี่จะซ่อมให้" พูดเสร็จก้องก็หันไปหยิบหมวกกันน็อคเดินออกประตูบ้าน และไม่นานนักดาวก็ได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์วิ่งออกประตูรั้วบ้านไป
ขณะที่ดาวกำลังเคลิ้ม เธอได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซค์วิ่งเข้าประตูรั้วบ้านมา แต่เธอจำได้ว่าเสียงรถคันที่วิ่งเข้ามาเป็นรถของพ่อตา แก้ว พ่อแก้วและแอนเอาปุ๋ยไปส่งที่ไร่ส้มตั้งแต่เช้ามืด ปกติกว่าจะกลับก็บ่ายแก่ๆ แต่ทำไมวันนี้กลับมาเร็ว และท่าทางจะกลับมาคนเดียว...
"ทำไมไม่ปิดประตูให้เรียบร้อยกันนะ" เสียง แอน บ่นเบาๆ หลังจากที่เปิดประตูหน้าบ้าน เดินเข้ามาภายในโถงชั้นล่าง
"ลุงรงค์... แอนถึงบ้านแล้วนะ ตอนนี้บ้านไม่มีใครแล้ว มาเร็วๆ นะ" แอนพูดผ่านโทรศัพท์ หลังจากนั่งบนโซฟาไม้สัก ก่อนที่จะลุกเดินเข้าห้องน้ำที่อยู่เยื้องออกไป
ดาวหูผึ่งทันทีที่ได้ยินเสียงแอนคุยโทรศัพท์ ความง่วงมันหายไปหมดสิ้น ตอนนี้ดาวรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที เธอค่อนข้างแน่ใจว่าพี่แอนของเธอต้องนัดลุงรงค์มาทำอะไรกันต่ออย่างแน่นอน
"เมื่อคืนก็เอากันจนดึกดื่น เช้ามายังจะเอาต่อกันอีกเหรอเนี่ย?" ดาวแอบคิดอยู่ในใจ "แล้วนัดกันแบบนี้ พ่อแก้วรู้รึเปล่าเนี่ย?"
ดาวเริ่มมีข้อสงสัย เพราะหลายครั้งที่เธอรู้ลึกถึงความจริงเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างสามคนนี้:
"แก้ว กูขอเย็ดเมียเอ็งทุกวันได้มั๊ยวะ?" "พี่อยากเย็ดเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ผมขออย่างเดียว ขอให้ผมอยู่ด้วย อย่าทำลับหลังผม"
แล้วครั้งนี้ล่ะ พ่อแก้วของเธอรับรู้หรือเปล่า? ทำไมเธอต้องมารู้มาเห็นอะไรในสิ่งที่เป็นความลับของคนเหล่านี้ด้วยนะ
ไม่นานนัก เธอก็ได้ยินเสียงคนเดินมาหยุดที่ประตูเข้าบ้าน แน่นอนต้องเป็นลุงรงค์ สักพักประตูเข้าบ้านก็ถูกเปิดออกแล้วมีคนเดินเข้ามา ดาวรู้ได้จากแสงที่สว่างวาบขึ้นและหายไป
ดาวรีบลุกจากที่นอน แนบสายตาเข้ากับช่องลับ ที่เธอใช้แอบดูเป็นที่ประจำของเธอ
"แอน กูมาแล้ว" เสียงลุงรงค์ร้องบอกแทบจะเป็นเสียงกระซิบ
"ไปบ้านกูดีมั๊ย ที่นี่เดี๋ยวไอ้แก้วมันกลับมาเจอจะแย่เอานา" แกเสนอความคิด
"ไม่ได้หรอก หนูไม่มีเวลามากขนาดนั้น" แอนตอบด้วยเสียงกระซิบเหมือนกัน
"อ้าว ไม่มีเวลา แล้วให้กูมาทำไมวะ?" ลุงรงค์ถามกลับด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยพอใจนัก
"ก็ไม่ขนาดนั้นหรอก แหม ทำใจน้อยไปได้" แอนทำเสียง ออดอ้อนเอาใจ พลางเดินเข้าหาแก มือข้างหนึ่งของเธอก็ คว้าหมับไปที่ท่อนเอ็นที่หว่างขาของแก รูดขึ้นรูดลง สายตาฉ่ำเยิ้มยั่วตัณหาของเธอ จ้องตาลุงรงค์บอกให้แกรู้ว่า เธอกำลังอยากเต็มที่
"นี่ที่แหละ ไม่ต้องเสียเวลา หนูต้องรีบกลับไปที่ไร่ หนูบอกพี่แก้วว่าจะกลับมาเอาสายชาร์ต" แอนพูดพลาง รูดท่อนเอ็นของแกจากข้างนอก แล้วดันตัวลุงรงค์ให้นั่งลงที่โซฟาไม้สัก ก่อนจะรูดซิปกางเกงยีน งัดเอาแท่งเอ็นของแกขึ้นมา งับที่หัวของมัน ดูดเสียวนวนส่วนหัวของมันอย่างช่ำชอง
ดาวใจเต้นระทึก กับภาพที่เธอกำลังเห็น ทุกครั้งที่เธอเห็น ภาพเหล่านี้จะทำให้เธอตื่นเต้นและกระตุ้นอารมณ์เธอได้เสมอ
"ควยลุงทำให้หนู ทนรอให้ถึงคืนนี้ไม่ไหว" แอนมองตาแกขณะที่กำลังดูดหัวท่อนเอ็นที่กำลังแข็ง พองตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ "หนูมีเวลาแค่ครึ่งชั่วโมง ต้องรีบกลับ ไม่งั้นพี่แก้วจะสงสัย" แอนทั้งพูดทั้งดูด เสียง จ๊วบๆ "ดังนั้น หนูขอทำเอง ลุงออมแรงไว้เย็ดหนูคืนนี้ดีกว่านะ" แอนกระซิบเสียงอ่อนเสียงหวาน
"ถ้างั้นกูขอเลียหีเอ็งหน่อยว่ะ" ลุงรงค์พูดเสียงกระเส่า
แอนรีบลุกขึ้นถอดเสื้อยืดรัดรูป และกางเกงยีนของตัวเอง พร้อมทั้งถอดบราและกางเกงในสีขาวตัวจิ๋วอย่างรวดเร็ว แล้ว ก้าวขึ้นคร่อมหน้าลุงรงค์ ในท่า 69 กลีบร่องที่โหนกนูนของเธอคร่อมตรงตำแหน่งปากของลุงรงค์พอดิบพอดี ส่วนปากของเธอก็อ้างับ ดูดแท่งเอ็นของแก จ๊วบ ๆ ซึ่งตอนนี้มันแข็งโด่เต็มที่ เธอจึงอ้าปากอมเข้าไปได้เต็มที่เพียงแค่ส่วนหัวของมันเท่านั้น
"ซีด! อีแอน เอ็งนี่มัน ร่านถูกใจกูจริงๆ ซีด..." ลุงรงค์ซีดปาก เอวกระตุกเป็นจังหวะ
ดาวเห็นลุงรงค์ ลากลิ้นตรงร่องเนินกลีบแคมของแอน ผงกหัวขึ้นลง สองมือแกแหวกปลีก้นออกแล้วตั้งหน้าตั้งตาดูดเลียร่องแยกของแอนจนเอวแอนกระดกตามปลายลิ้นของแก
แอนคราง อืออา ตาปรือ ปากเธอดูบควยลุงรงค์สลับกับ ตวัดปลายลิ้นวนรอบหัวบานใหญ่ของแท่นเอ็นยักษ์ของแก
"ซีด... ไม่ไหวแล้วลุง หนูอยากโดนควย ไม่ไหวแล้ว ซีด..." เสียงแอนกระเส่า ก่อนจะรีบกลับหัว แล้วจับแท่งเอ็นใหญ่ยาวของแก ซึ่งตอนนี้เปียกเยิ้มไปด้วยน้ำลายของเธอ จ่อรูของเธอที่ฉ่ำเยิ้มไม่แพ้กัน แล้วค่อยๆ กดสะโพกของเธอลงช้าๆ
ทันทีที่ดาวและแอนก้าวพ้นประตูบ้านเข้าไป แก้ว และ รงค์ ที่นั่งล้อมวงสังสรรค์กันอยู่ข้างในต่างก็หันมามองเป็นตาเดียว รอยยิ้มร่าฉายชัดบนใบหน้าของชายทั้งสอง พวกเขาร้องทักดาวด้วยความคุ้นเคยเหมือนเวลาหลายปีที่ผ่านมาไม่มีผลอะไรเลย"อ้าว อีดาว มาเลยมา... มาได้จังหวะพอดีเลย!" รงค์ร้องทักเสียงดังอย่างคนกันเอง พลางขยับตัวเว้นที่ว่างบนพื้นไม้เพื่อให้ดาวได้เข้ามานั่งล้อมวงในตำแหน่งเดิมที่เธอเคยนั่งในอดีต "ไม่ได้เจอนาน มึงดูดีขึ้นเยอะเลยนะ" รงค์พูดหยอกพลางยกมือรับไหว้ดาวด้วยแววตาที่พราวระยับ"โอ้โห... กำลังตั้งวงกันเลยนะ" ก้องร้องทักตามหลังมาด้วยเสียงร่าเริง เขารู้สึกผ่อนคลายอย่างที่สุดเมื่อเห็นภาพความสนิทสนมนี้"ไอ้ก้องมาๆ... นั่งเลย" แก้วกวักมือเรียกพรางมองลูกชายด้วยความภาคภูมิใจ ก่อนจะหันมาทางดาวด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้มแห่งความปรีดา "เป็นไงมาไงเนี่ย ถึงได้มาด้วยกันได้?""อย่าเพิ่งถามอะไรเลยพ่อ เอาเป็นว่าคืนนี้ผมกับเมียจะขอมานอนค้างด้วยที่นี่" ก้องประกาศกร้าวพร้อมรอยยิ้มแห่งความสุขประโยคนั้นทำให้ทั้งแก้ว รงค์ และแอนต่างพากันทำตาโตด้วยความคาดไม่ถึง ก่อนที่ความดีใจจะระเบิดออกมา "จริงหรือเนี่ย! พี่ยิ
ก้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ส่งประกายโหยหาอาทรมาให้เขาอย่างไม่ลดละ เขาสัมผัสได้ว่าคำพูดของดาวในวินาทีนี้มันออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจจริงๆ แต่ลึกๆ ในใจก้องยังคงมีเครื่องหมายคำถามที่คอยเตือนสติเขาอยู่เสมอ ว่าสถานการณ์วิกฤตที่เธอกำลังเผชิญอยู่นี้หรือเปล่าที่ผลักดันให้เธอพูดออกมา หรือมันคือความต้องการที่แท้จริงที่ปราศจากผลประโยชน์แอบแฝง"พี่ว่าดาวอาจจะกำลังอยู่ในภาวะที่จิตใจไม่ปกติก็ได้นะ พี่อยากให้ดาวลองคิดดูให้ดีก่อน..."คำพูดของก้องเหมือนเป็นการตัดรอนไมตรีที่ดาวหยิบยื่นให้จนเธอใจหายวาบ แต่กระนั้นเขาก็ไม่ได้ปิดกั้นเสียทีเดียว มันเป็นความระมัดระวังของคนที่เคยเจ็บจนฝังใจ"ดาวไม่ได้เพิ่งจะรู้สึกแบบนี้นะคะพี่ก้อง... ดาวรู้สึกแบบนี้มานานแล้ว ก่อนที่จะเกิดเรื่องนี้ขึ้นเสียอีก" ดาวพยายามละล่ำละลักอธิบาย แววตาที่สั่นระริกพยายามสื่อสารความจริงใจทั้งหมดที่มีเพื่อให้เขามั่นใจก้องยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน เป็นยิ้มที่เต็มไปด้วยความเมตตามากกว่าความโกรธแค้น เขาค่อยๆ ยื่นมือที่หนาและอบอุ่นไปกุมมือน้อยๆ ที่กำลังว้าเหว่ของเธอเอาไว้แน่น แรงบีบเบาๆ นั้นทำให้ดาวรู้สึกเหมือนได้รับพลังงานบางอย่างที่โหยหามานาน
แสงแดดรำไรของยามโพล้เพล้กำลังถูกแทนที่ด้วยแสงไฟนีออนสีขาวนวลจาก "ร้านลาบป้าหมาย" ร้านอาหารพื้นๆ เล็กๆ ริมทาง ร้านนี้แม้จะเป็นเพียงเพิงหมาแหงนมุงหลังคาสังกะสีแต่ก็ดูสะอาดสะอ้าน โต๊ะม้าหินอ่อนถูกคลุมด้วยผ้าใบสีสดใส และมีเสียงเพลงลูกทุ่งเบาๆ ดังมาจากลำโพงอันเล็กๆ ที่ติดอยู่ที่เสาไม้ยูคาของร้าน ช่วยทำให้บรรยากาศในร้านดูไม่เงียบเหงาจนเกินไปนักดาวนั่งรออยู่ที่โต๊ะในสุด ซึ่งมักจะเป็นโต๊ะประจำของเธอและก้องในสมัยก่อนยามที่มีโอกาสมาใช้บริการ วันนี้เธอจงใจสลัดคราบ "เจ๊ดาว" เจ้าของอพาร์ตเมนต์ผู้มั่งคั่งออกไปจนหมดสิ้น เธอพยายามคุ้ยหาเสื้อผ้าที่ใกล้เคียงกับ "น้องดาว" คนเดิมให้มากที่สุด เสื้อยืดสีขาวพอดีตัวกับกางเกงยีนส์ซีดๆ และรองเท้าผ้าใบที่ดูเรียบง่าย ถูกหยิบมาสวมใส่แทนชุดแบรนด์เนมราคาแพง ผมยาวสลวยถูกมวบตึงเป็นหางม้าอย่างที่ก้องเคยชมว่าดูน่ารัก เพื่อหวังว่าภาพลักษณ์นี้จะช่วยยื้อความรู้สึกเก่าๆ ให้กลับคืนมาเธอนั่งมองดูควันที่ลอยเอื่อยๆ ขึ้นมาจากหม้อจิ้มจุ่มที่ตั้งอยู่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกสุขปนเศร้า กลิ่นหอมของสมุนไพร ข่า ตะไคร้ และใบมะกรูดที่โชยขึ้นมาพร้อมกับไอน้ำร้อนๆ มันกำลังทำหน้าที่เป็นไทม์แ
ข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏบนหน้าจอว่า "พี่เห็นข่าวแล้ว ดาวโอเคไหม?" เป็นเพียงประโยคธรรมดาที่ไม่หวือหวา แต่มันกลับทรงพลังราวกับน้ำทิพย์ที่หลั่งชโลมลงบนหน้าดินที่แตกระแหง หัวใจที่เคยแห้งเหี่ยวและบอบช้ำของดาวฟื้นคืนชีพขึ้นมาทันที มันพองฟูและสว่างไสวราวกับได้เกิดใหม่ในพริบตา ความอบอุ่นที่เธอถวิลหาไหลพล่านไปทั่วทั้งร่างดาวรีบเอื้อมมือที่สั่นเทาคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากอดแนบอกไว้แน่นอย่างโหยหา เธอหลับตาลงสัมผัสไออุ่นจากตัวเครื่องที่สื่อสารความห่วงใยจากก้องมาถึงเธอ ก่อนจะค่อยๆ ยกมันขึ้นมาจ้องมองตัวอักษรเหล่านั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อให้แน่ใจว่าเธอไม่ได้ตาฝาดไป หรือไม่ได้กำลังฝันไปกลางกองน้ำตาเธอสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมความกล้าที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด พิมพ์ข้อความตอบกลับไปด้วยนิ้วที่สั่นระริก"ดาวโทรหาพี่ได้ไหม?"ส่งไปแล้ว... ดาวจ้องมองหน้าจอนิ่งค้าง ลมหายใจแทบจะหยุดกักขังไว้ในปอด ทุกวินาทีที่ผ่านไปมันช่างยาวนานเหมือนเป็นปี เธอใจจดใจจ่อรอคอยคำตอบจากปลายสายอย่างมีความหวังที่ปนไปด้วยความกังวลว่าเขาจะปฏิเสธหรือไม่ตึ๊ง!"ได้สิ ถ้าสะดวก"ข้อความสั้นๆ จากก้องเปรียบเสมือนกุญแจที่ไขพันธนาการแห่งความกลัวออกจนหมด
หอพักขนาดใหญ่ใจกลางแหล่งชุมชน ตอบโจทย์พนักงานออฟฟิศและผู้มีรายได้ปานกลางที่รักความสะดวกสบาย หอพักขนาด 60 ห้องแห่งนี้ดูมีชีวิตชีวาแต่เป็นระเบียบเรียบร้อย บริเวณชั้นล่างแบ่งพื้นที่อย่างลงตัว มี ร้านสะดวกซื้อ ที่สว่างไสวด้วยไฟนีออนคอยให้บริการยามค่ำคืน และ ร้านซักรีดแบบครบวงจร ที่ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำยาปรับผ้านุ่มโชยออกมาจางๆ ให้ความรู้สึกถึงความสะอาดและการจัดการที่ดีภายในห้องทำงานส่วนตัวของเจ้าของหอพัก บรรยากาศเงียบสงบและดูเคร่งขรึมแต่ทว่าทันสมัย ผนังฝั่งหนึ่งเป็นกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นทางเข้าออกของหอพักได้อย่างชัดเจน บนโต๊ะทำงานไม้ตัวหนามีคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหน้าจอกว้างโชว์ภาพจากกล้องวงจรปิดรอบอาคารสลับกับโปรแกรมจัดการห้องพักที่ดูซับซ้อน แฟ้มเอกสารสีน้ำเงินเรียงรายอยู่ในชั้นวางอย่างเป็นหมวดหมู่แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะขับเน้นให้เห็นใบหน้าคมคายของดาวที่กำลังขะมักเขม้นอยู่กับการตรวจเช็กบัญชีรายรับรายจ่าย กลิ่นหอมของกาแฟคั่วบดที่วางอยู่ข้างมือช่วยให้บรรยากาศการทำงานดูผ่อนคลายขึ้น ท่ามกลางเสียงเครื่องปรับอากาศที่ครางเบาๆ ดาวดูเป็นผู้หญิงที่สง่างามและมีความมั่นคง ผิดกับภาพลักษณ์ในอดีตอย่
จุ๊บแจงก้าวเท้าเดินขึ้นบันไดไปช้าๆ ราวกับคนไร้วิญญาณ แต่ละก้าวที่เหยียบลงบนไม้ขั้นบันไดมันช่างหนักอึ้งและหนาวเหน็บ เธอเอื้อมมือที่สั่นเทาเปิดประตูห้องนอนที่เคยใช้ร่วมกับก้องเข้าไป ใจดวงน้อยแอบหวังลึกๆ ว่าจะได้เห็นเขานั่งรออยู่ในนั้น หวังว่าน้ำตาและการอ้อนวอนครั้งสุดท้ายจะทำให้เขามโนธรรมอ่อนวูบลงบ้าง แต่ทว่า... ภายในห้องกลับว่างเปล่า ไร้เงาของชายผู้แสนดีที่เธอเพิ่งทำลายน้ำใจเขาไปจนไม่มีชิ้นดีเธอเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า ค่อยๆ หยิบเสื้อผ้าที่เคยย้ายมาด้วยความย่ามใจก่อนหน้านี้ออกมาพับใส่กระเป๋าใบเดิมอย่างเชื่องช้า ความมั่นใจที่เคยมีว่าสามารถควบคุมก้องไว้ได้อยู่หมัด บัดนี้พังครืนลงมาทับตัวเธอเองจนหายใจไม่ออก เธอเคยฝันว่าเขาจะเป็นหลักยึด เป็นที่พักพิง และเป็นหน้าตาทางสังคมเพื่อปกปิดความฟอนเฟะเน่าหนอนภายในตัวเธอให้ดูสวยงามสง่าต่อหน้าคนอื่นในตอนแรก... เธอไม่เคยคิดรักผู้ชายคนนี้เลยสักนิด ก้องสำหรับเธอเป็นเพียงเกราะป้องกันที่แสนดีและสุภาพเกินไปจนน่าเบื่อ เขาไม่มีทางเติมเต็มความวิปริตในจิตใจที่โหยหาการแย่งชิงหรือรสชาติลักขโมยกินของคนอื่นที่เธอนิยมชมชอบได้เลยแต่ในนาทีนี้... เมื่อความเงียบงันปะทะเข
บรรยากาศภายในคฤหาสน์ไม้สักทองอันโอ่อ่าของเสี่ยอำนาจดูร่มรื่นและเงียบสงบ ทิวไม้เขียวขจีรอบบ้านไหวเอนตามแรงลมเอื่อยๆ เสียงนกกาเหว่าที่ร้องก้องมาจากยอดไม้ไกลๆ ผสมกับเสียงใบไม้เสียดสีกันเบาๆ คล้ายจะขับกล่อมให้สถานที่แห่งนี้เป็นวิมานบนดิน แต่สำหรับ ดาว ในเวลานี้ เธอกลับสัมผัสได้เพียงความวังเวงที่เกาะกิน
บรรยากาศเงียบเหงาภายในอาณาจักรที่กว้างใหญ่ของเสี่ยอำนาจยิ่งตอกย้ำความว้าเหว่ในใจของดาวมากขึ้นไปอีก เธอนั่งทอดอาลัยอยู่บนเก้าอี้ไม้สักแกะสลักหรูหราใต้ถุนบ้านทรงไทยประยุกต์ เสื้อผ้าไหมเนื้อดีราคาแพงที่สวมใส่พลิ้วไหวไปตามกระแสลมยามบ่ายที่พัดโชยมาเอื่อยๆ สายตาของเธอมองออกไปข้างหน้าอย่างมืดบอด เห็นเพียง
รถมอเตอร์ไซค์ของก้องแล่นเข้ามาจอดในลานกว้างของคฤหาสน์ไม้สักทอง ทันทีที่เครื่องยนต์ดับลง ความเงียบวังเวงก็เข้าปกคลุม แม่บ้านวัยกลางคนคนเดิมยืนรออยู่เหมือนรู้ล่วงหน้าว่าแขกทั้งสองจะกลับมาพร้อมคำตอบแบบไหน“เสี่ยให้ขึ้นไปพบข้างบนได้เลยค่ะ” คำพูดสุภาพเรียบเรื่อยนั้นบีบหัวใจคนฟัง ก้องและดาวยืนมองหน้ากันก
เสียงคนพูดคุยกันอย่างเอะอะมะเมิ่งดังมาจากโถงชั้นล่างของบ้าน รบกวน ก้อง ที่กำลังนอนพักผ่อนในวันหยุด เตียงนอนข้างๆ เขาว่างเปล่า เพราะ ดาว ออกไปทำงานตั้งแต่เช้ามืดแล้ว ก้อง พยายามข่มตาหลับแต่ก็ไม่สำเร็จ เขาต้องทนนอนฟังการพูดคุยกันของ รงค์ และ แก้ว ผู้เป็นพ่อของเขาอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นักแต่แล้ว... คำพ







