Se connecterกลับมาที่ปัจจุบัน
“ผมเพิ่งเคลียร์งานเสร็จ” “วันนี้อยู่ทานข้าวกับแม่ได้ไหม” “ครับ” “จริงนะ!” “....” พยักหน้า “วันนี้แม่จะลงมือทำของโปรดให้ลูกเอง ดีใจที่สุดเลย ลูกมาทานข้าวด้วย” “ผมขอไปหานายใหญ่ก่อน” ส่วนเหตุผลที่ผืนป่าไม่ยอมเรียกทั้งสองว่าพ่อกับแม่ก็มาจากเรื่องในอดีต ซึ่งขอไม่ลงรายละเอียดว่ามาจากใคร เอาเป็นว่าเขารักทั้งสองเสมือนพ่อกับแม่แท้ ๆ ของเขาแน่นอน แล้วการที่เรียกแบบนี้ก็เพื่อความสบายใจของตัวเขาเองด้วย และใครบางคน “มีเรื่องด่วนเหรอลูก” “ไม่ครับ” แค่งานทั่วไป ไม่ได้ด่วนอะไร “ถ้าอย่างนั้นแม่ไม่กวนแล้ว ห้ามคืนคำด้วยนะ” “ครับ” “แม่ไปทำอาหารก่อน” จากนั้นหญิงวัยกลางคนก็รีบไปเตรียมอาหารไว้รอลูกชายอีกคนของเธอ วันนี้จะทำให้สุดฝีมือเลย แผ่นดินว่าเจอตัวยากแล้ว ผืนป่านี่ยากกว่า บางเดือนแทบไม่กลับมาเหยียบบ้านก็มี ทั้งสองมักเลี่ยงที่จะเจอกัน หากคนใดคนหนึ่งกลับมานอนบ้าน อีกฝ่ายก็จะไม่ก้าวเข้ามาในเขตบริเวณบ้านหลังนี้เด็ดขาด การไม่เผชิญหน้ากันมันเป็นอะไรที่ดีที่สุด ก๊อก ก๊อก ผืนป่าพาตัวเองมาหยุดหน้าห้องทำงานใหญ่ เขาเลื่อนมือขึ้นไปเคาะประตูก่อนจะผลักเข้าไปด้านใน “ไหนว่าไม่เข้ามา” “แอร์พัง” “จะซื้อบ้านให้ก็ไม่เอา” “มันใหญ่” เขาไม่ชอบ ไม่ชอบที่ต้องอยู่คนเดียวในบ้านหลังใหญ่ “ลูกน้อง แม่บ้าน อยากได้กี่คนก็เลือกไป” เพราะรู้ว่าเจ้าลูกชายคนนี้ไม่ยอมรับอะไรจากตนง่าย ๆ แม้กระทั่งเงินยังไม่ยอมรับไปฟรี ๆ ผืนป่าทำทุกอย่างเหมือนว่าตัวเองเป็นเพียงลูกจ้างคนหนึ่ง ไม่เคยแสดงตัวตนว่าตัวเองเป็นใครมาจากไหน ทั้งนี้ทั้งนั้น คนในบ้านรวมถึงหุ้นส่วนทุกคน แม้กระทั่งคนรอบข้างก็รู้จักผืนป่าในนามลูกชายคุณพรเกียรติกับคุณหญิงเปมนีย์ เพราะพวกเขาไม่เคยปิดว่าเด็กคนนี้เป็นใคร แล้วถ้าหากใครมันกล้ามาทำให้เด็กคนนี้ต้องเสียใจ เขาก็พร้อมปิดบัญชีพวกมันทุกตัวทันที “นายใหญ่เรียกมาทำไม” กะว่าเลิกงานแล้วจะไปพักผ่อนสักหน่อย เห็นข้อความจากผู้เป็นพ่อจึงเปลี่ยนเส้นทางมาที่นี่แทน ความจริงเรื่องมันก็ไม่ได้สำคัญอะไรมากหรอก พ่อเขาบอกว่าจะมาก็ได้ ไม่มาก็ได้ สำหรับเขา ถ้ามันคืองานที่ท่านอยากให้ทำ มันสำคัญหมด ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม “พรุ่งนี้จะมีงานเลี้ยงบ้านคุณพิพัฒน์” “....” “รู้ใช่ไหมว่าต้องทำยังไง” “ในเมื่อมันรักผู้หญิงคนนั้น ทำไมนายใหญ่ไม่เปิดโอกาสมันหน่อย” พรเกียรติชินไปแล้วกับการเรียกกันของสองพี่น้องคู่นี้ แล้วการที่เขาทำแบบนี้ไม่ใช่ว่ารักผืนป่ามากกว่าแผ่นดิน หรือรักแผ่นดินมากกว่าผืนป่า เขาต่างก็รักทั้งคู่เท่า ๆ กัน เพียงแต่อยากทำบางอย่างให้มันกลับมาเป็นเหมือนเดิมเท่านั้นเอง “ฉันทำในสิ่งที่ควรทำ” “แล้วถ้ามันรู้เข้า” เพราะรู้จักนิสัยอีกคนดีว่าเป็นยังไง ถ้ามันไม่อยากให้ยุ่งกับใครก็อย่าเข้าไปยุ่งเรื่องของมันเด็ดขาด อีกอย่างตัวเขาก็ไม่ค่อยอยากสนใจมันเท่าไหร่ด้วย ยิ่งชอบทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาอยู่เรื่อย มันอะ “ก็อย่าทำให้รู้” “....” ผืนป่าเงียบไป เขากำลังคิดหนักกับเรื่องที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า ไม่รู้ว่าวิธีของพ่อที่กำลังทำอยู่ตอนนี้จะได้ผลหรือเปล่า แต่ถ้าอีกฝ่ายไหวตัวทัน เท่ากับว่าแผนที่วางไว้จะจบสิ้นในทันที แล้วหลังจากนี้จะเป็นยังไงก็ต้องมาลุ้นกันอีกที “พรุ่งนี้ไปด้วย” เนื่องจากทางนั้นเชิญทั้งครอบครัว แล้วผืนป่าก็เป็นลูกชายตน ฉะนั้นควรไปด้วยกันหมดนี่แหละ ไม่ว่าจะเป็นผืนป่าหรือแผ่นดิน ทั้งคู่ต้องไปกับเขา “ผมต้องเคลียร์งาน” “งานกับพ่อแม่อันไหนสำคัญกว่ากัน” ทุกครั้งที่ผืนป่าปฏิเสธไม่ไปไหนกับพวกท่าน พรเกียรติมักเอาข้อนี้มาอ้างเสมอ ซึ่งมันได้ผล “กี่โมง” “หนึ่งทุ่ม มาเจอกันที่บ้าน” “ผมไปเจอที่งานดีกว่า” “อย่าไปทะเลาะกันอีก” “ไปบอกมันเถอะ” กับเขาไม่มีปัญหาอะไรหรอก แต่กับอีกฝ่ายนั่นแหละที่มักจะชอบหาเรื่องอยู่เป็นประจำ ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่คิดโกรธมันหรอก เขาเลือกที่จะปล่อยผ่านแล้วไม่สนใจมัน คิดแค่ว่าสิ่งที่มันกำลังเจออยู่ก็หนักหนามากพอแล้ว “วันนี้ไปรับลูกพีชหน่อย” “ทำไม” ไหนบอกว่าเธอไปทำงานกับมันยังไงล่ะ แล้วจะให้เขาไปรับเธอทำไม หรือมันไปสร้างเรื่องไว้อีกแล้ว ไอ้เวรนี่ต้องโดนสักทีก่อนไหมมันถึงจะเลิกทำตัวกวนตีน “ผู้หญิงคนนั้นก็ไป” “.....” ขยันวิ่งตามคนที่เขาไม่รักจังเลย ไอ้ห่านี่ “ไปส่งน้องแล้วก็ไปพักเถอะ” “แค่นี้ใช่ไหม” “อืม” “งั้นผมเข้าไปดูงานต่อ” “ทำไมไม่พัก” “ทางผ่านอยู่แล้ว” คอนโดใหม่เข้าอยู่ไม่ไกลจากโกดังด้วย แวะไปดูสักหน่อยไม่เป็นไรหรอก “แล้วเจอแม่ยัง” “เจอแล้ว” “แล้วเมื่อไหร่จะกลับไปเรียกเหมือนเดิม” เขาไม่อยากให้ผืนป่าเรียกตัวเองกับภรรยาว่านายหญิงกับนายใหญ่ อยากให้ผืนป่ากลับไปเรียกตนว่าพ่อกับแม่เหมือนเดิม แต่มันก็เหมือนความฝันลม ๆ แล้ง ๆ ของเขาเท่านั้น เพราะดูแล้วผืนป่าแทบจะไม่สนใจเลย ยืนยันว่าจะเรียกแบบนี้ ส่วนเขาก็จนปัญญาที่จะพูดกับลูกแล้ว เอาเป็นว่าจะเรียกยังไงก็แล้วแต่เถอะ ยังไงซะผืนป่าก็คือลูกชายของเขา เวลา 18:30 “อร่อยไหมลูก” “เค็ม” “ผืนป่า! แม่อุตส่าห์ตั้งใจทำสุดความสามารถเลยนะ มาบอกว่าเค็มได้ยังไง นิสัยเหมือนพ่อไม่มีผิด” “อะไรของคุณ ผมนั่งอยู่เงียบ ๆ ก็มาว่าผมอีก” “ก็ลูกได้คุณมาเยอะนี่” โดยเฉพาะนิสัย ผืนป่าได้นิสัยสามีเธอมาเต็ม ๆ โดยเฉพาะความโหดนี่ไม่ต้องพูดถึงเลย สองคนนี้อย่าให้ไปมีเรื่องที่ไหนเชียว เวลามีเรื่อง ‘ฆ่า’ อย่างเดียว “ก็ด่าลูกสิมาด่าผมทำไม” “เดี๋ยวลูกเสียใจ” “แล้วไม่คิดว่าผมจะเสียใจเหรอ” “คุณแก่แล้ว ไม่ต้องคิดมากหรอก” “คำก็แก่ สองคำก็แก่ อยากลองไหมล่ะ” “พูดอะไรของคุณ ลูกนั่งอยู่” “มันโตแล้ว” “ผมไม่รู้เรื่อง” “ว่าแต่เราเถอะผืนป่า” เปมนีย์เลิกสนใจสามีแล้วหันมาหาลูกชายคนเล็กของตน “ครับ?” “เมื่อไหร่จะเอาลูกสะใภ้มาฝากแม่สักที” “ช่วยขออะไรที่มันเป็นไปได้หน่อยได้ไหม” ขอให้เขาไปฆ่าคนยังง่ายกว่าหาเมียอีก เรื่องความรักไม่เคยอยู่ในหัวเขาเลย “แต่พี่เราก็ใกล้จะแต่งละนะ” “กับใคร” “ก็มีคนเดียวแหละที่พี่จะแต่งด้วย” “เธอตกลงแล้วหรือไง” หากคนที่ไม่รู้จักหรือสนิทกับผืนป่าจะมองว่าเขาเป็นคนที่ก้าวร้าว พูดไม่มีหางเสียง แต่ความจริงมันไม่ใช่แบบนั้นเลย ผืนป่าให้เกียรติผู้มีพระคุณกับตัวเองเสมอ เพียงแต่เวลาพูดเขาเป็นคนที่เสียงแข็งและห้วน มันเลยดูเป็นคนพูดไม่มีหางเสียง ซึ่งทั้งสองเองก็ไม่ถืออยู่แล้ว เพราะไม่ใช่แค่ผืนป่าที่เป็น แผ่นดินเองก็เป็นเช่นกัน อาจเป็นเพราะการเลี้ยงดูของทั้งสองด้วย พรเกียรติเลี้ยงลูกชายสองคนแบบไม่โอ๋ ล้มเองก็ต้องลุกเอง เป็นลูกผู้ชายอย่าให้เห็นน้ำตาเด็ดขาด ทั้งแผ่นดินและผืนป่าถูกเลี้ยงดูมาเป็นอย่างดี ไม่ต้องห่วงเรื่องมารยาท เพราะทั้งสองต่างก็มีครบหมดทุกอย่าง บนโต๊ะอาหารมีแต่เสียงทะเลาะของสองสามีภรรยา ถือว่าเป็นการเพิ่มสีสันให้ไม่เงียบเหงาจนเกินไป หลังทานมื้อค่ำจนอิ่ม พวกเขาก็แยกย้ายกันขึ้นห้องใครห้องมัน เช่นเดียวกับผืนป่าที่หนีไปอยู่ในห้องซ้อมยิงปืน เขามักจะมาอยู่แต่ในนี้เวลาที่กลับบ้าน ไม่ก็ไปซ้อมขี่ม้ากับลูกน้องที่สนามม้าหลังบ้าน เพราะมันคือการผ่อนคลายที่ดีที่สุดสำหรับเขา เมื่อถึงเวลา เขาก็ออกไปรับลูกพีชตามที่ผู้เป็นพ่อสั่งทันที(ย้อนอดีตต่อจากตอนที่แล้ว)อาการป่วยของลูกพีชเริ่มแสดงออกตอนที่เธอย้ายไปเรียนต่างประเทศได้หนึ่งปี หญิงสาวพอรู้ว่าตัวเองผิดปกติจึงรีบไปหาหมอทันที แล้วสิ่งที่เธอไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นก็เกิดขึ้นจนได้‘คนไข้ป่วยเป็นโรคมะเร็งสมองครับ’วินาทีที่รู้ว่าตัวเองป่วย เธอหมดแรงจะใช้ชีวิตต่อไป เอาแต่นั่งมองแหวนบนนิ้วตัวเอง พลางปล่อยให้น้ำตาไหลอาบใบหน้า ความเสียใจในครั้งนั้นทำให้เธอกลัว กลัวไปหมดเสียทุกอย่าง กลัวว่าวันหนึ่งตัวเองไม่อยู่แล้วแผ่นดินจะเป็นยังไงบ้าง เขาจะเสียใจที่เธอไม่อยู่แล้วไหม ความคิดต่าง ๆ นานาผุดขึ้นมา เขาจะยังรักเธอไหม เสียใจหรือเปล่า อยากมีเธอเป็นคนรักอยู่ไหม เธอกลัวจนทำอะไรไม่ถูกจริง ๆเธอใช้เวลาอยู่เป็นเดือนกว่าจะตัดสินใจได้ว่าจะเอายังไง สุดท้ายเธอก็ได้ข้อสรุปให้กับตัวเอง ลูกพีชตัดสินใจโทรไปบอกครอบครัวว่าตัวเองกำลังป่วย เพียงแต่ไม่ได้ลงรายละเอียดถึงอาการป่วยว่าเป็นอะไร แต่สิ่งที่ได้รับกลับคืนมาคือ..‘ป๊าไม่ว่าง’‘ดูแลตัวเองไปก่อนนะลูก’‘หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถ..’“ฮึก” ลูกพีชไม่สามารถติดต่อครอบครัวได้อีกเลย ทุกคนเอาแต่ปฏิเสธสายของเธอ หรือถ้ารับ พวกเขาก็เอาแต่บอกว่ายุ่ง ไม
หลังจากที่ลูกพีชเข้าห้องผ่าตัดไปหลายชั่วโมง เธอก็ถูกพาไปพักที่ห้องพักฟื้น ผลสรุปออกมาแล้วว่าหญิงสาว ‘ความจำเสื่อม’ เธออาจไม่ได้ลืมไปเสียหมดทุกเรื่อง ยังมีบางคน บางเรื่อง และบางเหตุการณ์ที่เธอจดจำได้ แต่จะมากน้อยแค่ไหนก็ต้องรอลุ้นตอนเธอฟื้นขึ้นมาด้านผืนป่าได้ทำใจไว้แล้วว่าเธออาจฟื้นขึ้นมาแล้วจำเขาไม่ได้ก็ได้ จะเป็นยังไงก็ต้องมาลุ้นไปด้วยกัน ผืนป่าเป็นคนเดินเรื่องจัดการเรื่องห้องพักฟื้นไว้รอระหว่างที่เธออยู่ในห้องผ่าตัด ค่าใช้จ่ายทั้งหมดพรเกียรติเป็นคนจัดการ ส่วนเรื่องครอบครัวของเธอ ตอนนี้พรเกียรติก็กำลังจัดการอยู่เช่นเดียวกันวันเวลาผ่านไปเกือบสองอาทิตย์ ลูกพีชตื่นขึ้นมาพร้อมคำทักทายจากผืนป่าว่า ‘คุณเป็นใคร’ ก็สรุปได้แล้วว่าเธอจำเขาไม่ได้ ในระหว่างที่รักษาตัวอยู่ที่นี่ ผืนป่าก็พยายามเอารูปภาพมาให้หญิงสาวดูว่าแต่ละคนเป็นใคร และแน่นอนว่ามีทั้งคนที่เธอจำได้และจำไม่ได้ เธอจำพ่อของเขาได้ จำแผ่นดินได้ จำทุกคนได้ ยกเว้นเขาคนเดียว และสิ่งที่เขาอยากให้เกิดขึ้นก็เกิดจนได้ ลูกพีชลืมเรื่องราวที่ผ่านมาไปหมดแล้ว ถึงแม้ว่าจะจำแผ่นดินได้ แต่บางเรื่องที่เกี่ยวกับพี่ชายของเขา หญิงสาวกลับลืมมันไปจนหมดสิ
ครามมองเจ้านายด้วยความสงสาร ตั้งแต่ขึ้นมาบนเครื่องบิน แผ่นดินก็เอาแต่เงียบ นั่งมองรูปหญิงสาวในมือถืออยู่อย่างนั้นเป็นชั่วโมงแล้ว โชคดีที่ครั้งนี้เขาตามเจ้านายมาด้วย แต่ใครจะคิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ แผ่นดินเป็นผู้ชายที่ดีมาก ๆ คนหนึ่ง คลั่งรักลูกพีชสุด ๆ ใส่ใจทุกอย่างที่เกี่ยวกับหญิงสาว ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดอะไร แผ่นดินก็จำได้หมด ไม่เคยลืมวันสำคัญ จดจำทุกอย่างไว้เป็นอย่างดี"นายครับ""กูอยากอยู่คนเดียว""..ครับ" ครามกลับไปนั่งที่ของตัวเอง เครื่องบินลำนี้เป็นเครื่องบินส่วนตัวของครอบครัวแผ่นดิน เขาใช้มันเดินทางมาหาหญิงสาวทุก ๆ เดือน และไม่ได้มีแค่ลำนี้ลำเดียวหนึ่งอาทิตย์ต่อมา"เพราะอะไร""ไม่มีเหตุผล"พรเกียรติจ้องลูกชายตัวเองนิ่ง ไหนมันบอกว่าจะไปหาหนูลูกพีชยังไงล่ะ ทำไมถึงมานั่งพูดจาไร้สาระอยู่ตรงนี้ แผ่นดินมาหาพ่อในช่วงเช้าเพื่อขอให้ท่านถอนหมั้นระหว่างเขากับหญิงสาว เขาไม่ต้องการหมั้นกับเธอแล้ว ไม่มีความจำเป็นอะไรอีกต่อไปสำหรับผู้หญิงคนนี้ ทว่าท่านกลับไม่เห็นด้วย พรเกียรติยืนยันว่ายังไงก็จะไม่ถอนหมั้นให้ทั้งสอง อยากให้แผ่นดินกลับไปคิดดี ๆ ก่อน มองย้อนกลับไปในวันที่ตัวเองรักหญิง
“....” แผ่นดินกลับมาถึงห้องของคนตัวเล็ก เขาพาตัวเองไปนั่งบนโซฟากลางห้อง โดยที่ภายในห้องยังคงมืดสนิท และเขาก็หวังว่าสิ่งที่ได้ยินมาจะเป็นเพียงคำโกหก เธอคงเลือกกลับมาหาเขาที่กำลังรออยู่ใช่ไหมเข็มนาฬิกาเดินไปเรื่อย ๆ กระทั่งถึงเช้า สุดท้ายแล้วลูกพีชก็ทิ้งให้แผ่นดินรออยู่ในห้องนี้เพียงคนเดียว โดยที่เธอไปสนุกกับผู้ชายอีกคน เขาไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะเจ็บปวดกับความรักได้ขนาดนี้ ทั้งที่ทุ่มเทความรักทั้งหมดให้กับผู้หญิงคนหนึ่งมาโดยตลอด แต่สิ่งที่อีกฝ่ายตอบแทนกลับเป็นการหักหลัง มันคงไม่เจ็บเลยถ้าผู้ชายคนนั้นเป็นคนไกลตัว ถ้าไม่รักกันแล้วก็ควรบอกกันตรง ๆ ไม่ควรทำแบบนี้กับเขาเลย แม้แต่โทรศัพท์เธอยังไม่โทรมาหาสักสาย การที่เราเห็นแฟนของตัวเองไปกับผู้ชายคนอื่น ไม่มีใครรับได้หรอกนะ รักเขาแทบตาย ห่วงเขาฉิบหาย กลัวว่าเขาจะอยู่ไม่ได้ กลัวว่าอาหารที่นี่จะไม่ถูกปาก กลัวว่าอากาศจะหนาวจนเกินไป แม่งกลัวไปทุกเรื่องที่เขาต้องเจอ แต่สุดท้ายเธอมาทำแบบนี้เหรอวะ นี่คือสิ่งตอบแทนของคนที่ซื่อสัตย์มาโดยตลอดใช่ไหม รักแทบตาย ห่วงแทบตาย สุดท้ายแม่งก็โดนหักหลัง เจ็บสุดตรงที่สองคนนั้นเป็นคนที่เรารักยังไงล่ะ“เธอโคตรใจร้าย
ย้อนกลับไปในอดีตณ สหรัฐอเมริกา“พี่แผ่นดิน” หญิงสาวใบหน้าจิ้มลิ้มตะโกนเรียกแฟนหนุ่มที่ยืนรออยู่หน้ามหาวิทยาลัย แผ่นดินหันไปยิ้มให้แฟนสาวพร้อมกับเดินเข้าไปหา ทั้งสองโผกอดกันด้วยความคิดถึง เนื่องจากลูกพีชมาเรียนที่ต่างประเทศ และคนที่ต้องเดินทางมาหาอยู่บ่อย ๆ ก็คือแผ่นดิน แม้ว่าทั้งสองจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่ความรักก็ไม่เคยจืดจางไปเลยสักครั้ง แผ่นดินไม่เคยน้อยใจแฟนสาวที่เรียนหนักจนไม่มีเวลาให้ เขากลับเข้าใจว่านี่คืออนาคตของเธอ จึงอยากสนับสนุนให้คนตัวเล็กทำมันออกมาให้ดีที่สุด และจะคอยเป็นกำลังใจให้อยู่ตรงนี้เสมอ“ไหนบอกจะไม่มาหาหนูไง” ใบหน้าสวยง้ำงอ แผ่นดินบอกกับเธอว่าเดือนนี้ไม่ได้มาหาเหมือนทุกครั้ง เพราะติดงานสำคัญ ต้องเลื่อนไปเป็นเดือนหน้าแทน“อยากเซอร์ไพรส์” แค่อยากแกล้งแฟนตัวเองไปเท่านั้นแหละ ใครจะปล่อยให้คอยล่ะ เขาต้องรีบเคลียร์ตัวเองให้ว่าง เพื่อจะได้มาอยู่กับเธอนานหน่อย เอาเวลาทั้งหมดยกให้เธอคนเดียวไปเลย“นิสัยไม่ดีเลยนะ”“เป็นไงบ้าง เหนื่อยไหม”“ไม่เลยค่ะ คิดถึงพี่แผ่นดินมากกว่า^^”“ปากหวาน”“อย่างอื่นก็หวานนะ^^” คนขี้เล่นชอบพูดแหย่ให้แฟนหนุ่มหมดความอดทน แล้วมันก็จะไปจบที่เรื่องอ
ณ โรงพยาบาลหญิงวัยกลางคนเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน กำลังจะเข้าไปทำความสะอาดห้อง แต่พอเปิดประตูเข้าไปก็พบหญิงสาวนอนหมดสติอยู่บนพื้น นาทีนั้นแม่บ้านตกใจจนทำอะไรไม่ถูก จึงโทรเรียกสามีที่ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยอยู่ในคอนโดแห่งนี้ รวมถึงนิติบุคคลให้ขึ้นมาช่วย จากนั้นจึงหามเธอส่งโรงพยาบาลทันทีไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่ แม่บ้านทำได้เพียงเก็บความสงสัยเอาไว้กับตัวเอง ระหว่างที่รอให้หมอตรวจเช็กอาการหญิงสาว ทางด้านนิติบุคคลได้ติดต่อหาญาติ และตอนนี้ก็รอแค่ญาติมาหาเท่านั้น ตอนที่ทุกคนพาลูกพีชมาส่งโรงพยาบาล ใบหน้าของเธอขึ้นสีแดงจัด ดวงตาทั้งสองข้างมีน้ำใส ๆ ไหลออกมาไม่หยุด ไม่รู้ว่าเธอป่วยเป็นอะไรกันแน่ ตอนนี้ทำได้แค่รอให้หมอออกมาแจ้งอาการตึก ตึกผ่านไปสักพักก็มีเสียงฝีเท้าวิ่งดังมาแต่ไกล ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะเข้ามาหยุดนิ่งข้างหญิงวัยกลางคนพร้อมกับเสียงหอบหายใจ แม่บ้านหันไปมอง แล้วก็พบกับร่างสูงที่มีใบหน้าเรียบนิ่ง ตามกรอบหน้าเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ ตอนที่มีคนโทรไปแจ้งว่าลูกพีชเข้าโรงพยาบาล สมองเขาตอนนั้นไม่รับรู้อะไร คิดแค่ว่าตัวเองต้องรีบมาหาหญิงสาวให้เร็วที่สุด ทั้งที่แม่งไม่ต้องสนใจ
ให้ตัวเอง“พี่เอามาฝาก” เขามองซ้ายมองขวา เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ตรงนี้ จึงใช้สรรพนามที่เอาไว้เรียกเวลาอยู่ด้วยกันสองคน ทว่าหญิงสาวกลับรู้สึกตกใจจึงหันขวับมองไปรอบ ๆ ตัวเองก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก“แกล้งฝันอีกแล้ว” นี่แหละผู้หญิงที่พ่อเขาพูดถึงก่อนหน้านั้น เธอชื่อว่า 'ฝันดี' ฝันดีเป็นพนักงานใ
ณ คฤหาสน์ตระกูลปรีดิวัฒน์“พ่อเรียกผมมาทำไม” ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ ทันทีที่เดินมาถึงห้องนั่งเล่น ปากหยักได้รูปจึงเอ่ยถามผู้เป็นพ่อพลางหย่อนตัวนั่งลงฝั่งตรงข้าม“พรุ่งนี้น้องจะไปฝึกงานที่บริษัท ดูแลน้องให้ดี” ประมุขของบ้านเอ่ยกำชับลูกชายเพียงคนเดียวของตน เพราะลูกพีชเป็นหลานสาวเพี
ตึก ตึก“รอด้วยค่ะ!” เสียงที่ดังมาจากข้างหลัง เรียกสายตาผู้คนในละแวกนั้นให้หันมองด้วยความตกใจ เช่นเดียวกับร่างสูงที่ยืนอยู่ในลิฟต์ เขาจึงเอื้อมมือไปกดไม่ให้ประตูปิดลงเพื่อรอเธอ“ขอบคุณค่ะ แฮ่ก~” เมื่อเข้ามาอยู่ด้านในตัวลิฟต์ ใบหน้าเปื้อนหยาดเหงื่อจึงหันไปเอ่ยขอบคุณ“ชั้นไหนครับ”“37ค่ะ” เมื่อได้รับ







