Partager

บทที่ 3

last update Date de publication: 2025-05-11 08:32:59

ยามเหม่า (05:00-06:59) สองสามีภรรยาตื่นเช้าเช่นเคย วันนี้หวังลี่หมิงตั้งใจว่าจะเข้าป่าล่าสัตว์เช่นเคย แม้ว่าตอนนี้เขาจะมีเงินจากการขายเห็ดหลินจือได้แต่เงินนั้นใช้ไปเรื่อยๆวันนึงมันก็ต้องหมด เพราะงั้นหวังลี่หมิงจึงคิดว่าตอนที่ยังมีแรงควรหาเก็บไว้ดีกว่าภายภาคหน้าภรรยาของเขาจะได้มิลำบาก

"ท่านพี่จะเข้าป่ารึขอรับ" หลี่เฟินหนิงเห็นสามีเตรียมอุปกรณ์สำหรับเข้าป่าจึงเอ่ยถาม

"ใช่ พี่ว่าจะลองเข้าป่าดูสักหน่อยเผื่อจะได้สัตว์อะไรมาบ้าง" หวังลี่หมิงเอ่ยตอบภรรยา

"งั้นข้าขอไปด้วยอีกได้หรือไม่ขอรับ" หลี่เฟินหนิงเอ่ยถาม เขาอยากเข้าป่าอีกครั้งเผื่อว่าเจอของดีอีก

"พี่ว่าเจ้าพักอยู่บ้านไม่ดีกว่าหรือ" หวังลี่หมิงไม่อยากให้ภรรยาต้องเหน็ดเหนื่อย หรือเจออันตรายในป่า

"ข้าอยากไปกับท่านพี่ขอรับ ข้ามีเรื่องจะบอกท่านพี่ด้วย" หลี่เฟินหนิงคิดจะบอกหวังลี่หมิงเรื่องมิติ เพราะอย่างไรเสียหวังลี่หมิงก็มิใช่คนโลภมากอีกทั้งยังเป็นสามีของเขา

"งั้นวันนี้พี่จะพาเจ้าไปหาของป่าตามลำธาร" หวังลี่หมิงไม่อยากให้ภรรยาต้องเหนื่อยจึงเปลี่ยนจากการล่าสัตว์ในป่าลึกเป็นการหาของป่าแถวลำธารที่อยู่ไม่ไกลมากแทน

"ขอรับ"  หลี่เฟินหนิงขอตัวไปเตรียมตัว จากนั้นทั้งสองก็ทานมื้อเช้าเป็นหมั่นโถวกับน้ำแกง ก่อนจะออกเดินทางมุ่งสู่ป่าที่มีลำธาร

สองสามีภรรยาเดินสำรวจตามทางได้สมุนไพรและผักป่ามาพอสมควรจนมาถึงแถวลำธารหลี่เฟินหนิงมองเห็นกุ้งตัวโตก็น้ำลายสอจึงขอให้สามีจับมาให้

"น้องจะเอามันไปทำอะไรหรือ" หวังลี่หมิงเอ่ยถามภรรยาว่าต้องการสัตว์ประหลาดเปลือกเเข็งนั่นไปทำอะไร

"ข้าจะนำไปทำอาหารขอรับ" หลี่เฟินหนิงเอ่ยตอบสามี

"ทำอาหารรึ เจ้าสัตว์ประหลาดนั่นมันกินได้ด้วยอย่างนั้นหรือ" หวังลี่หมิงเอ่ยถามอย่างสงสัย เขามั่นใจว่ามิมีผู้ใดนำสัตว์ประหลาดนี่ไปทำอาหารอย่างแน่นอน

"ท่านพี่ สิ่งนี้มันเรียกว่ากุ้งแม่น้ำขอรับ มันกินได้" หลี่เฟินหนิงไม่รู้ว่าเขาทะลุมิติมาช่วงเวลาไหนคนถึงไม่รู้จักกุ้งกัน  คนพวกนี้พลาดของอร่อยเสียแล้ว

"ถ้าเจ้าบอกว่ากินได้พี่ก็จักเชื่อ  เจ้าต้องการมากน้อยเท่าใด" หวังลี่หมิงเอ่ยถามภรรยา ถ้าภรรยาบอกว่ากินได้นั้นย่อมหมายความว่ามันกินได้อย่างแน่นอนมิมีอะไรต้องสงสัย

"เอาเยอะๆเลยขอรับ" หลี่เฟินเอ่ยบอกสามี หวังลี่หมิงจึงเก็บกุ้งให้ภรรยามาเกือบเต็มตะกร้าสะพายหลังเลยทีเดียว

ยามอู่ (11:00-12:59) สองสามีภรรยาก็มานั่งทานอาหารที่ริมลำธารโดยที่หลี่เฟินหนิงลงมือเผากุ้งให้กับหวังลี่หมิงได้กิน หวังลี่หมิงได้ลองกินเจ้าสัตว์ประหลาดครั้งแรกก็ถูกอกถูกใจใหญ่แม้จะเป็นกุ้งเผาเปล่าๆไม่มีน้ำจิ้มก็ตาม

"เจ้านี้รสชาติดียิ่งนักหนิงเอ๋อร์" หวังลี่หมิงพูดประโยคนี้เป็นรอบที่สิบแล้ว เขาไม่นึกว่าเจ้าสัตว์ประหลาด โอะ กุ้งแม่น้ำจะรสชาติดีขนาดนี้

"ถ้าอร่อยเย็นนี้ข้าจะนำมันมาทำอาหารให้ท่านพี่กินอีกดีหรือไม่ขอรับ" หลี่เฟินเอ่ยบอกสามี ด้วยรอยยิ้ม

"ดี ดียิ่งนัก ต้องลำบากเจ้าแล้วหนิงเอ๋อร์" หวังลี่หมิงตอบรับอย่างมีความสุข

"ไม่ลำบากอันใดเลยขอรับ" หลี่เฟินเอ่ยบอกสามี

"เอ่อ ว่าแต่ที่เจ้าบอกว่ามีเรื่องจะบอกพี่คือเรื่องอะไรหรือ" หวังลี่หมิงนึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านั้นภรรยามีเรื่องจะบอกจึงเอ่ยถาม   

"คือมันเป็นอย่างนี้ขอรับ...." หลี่เฟินหนิงบอกซ้ายมองขวาก่อนจะพูดสิ่งที่ตนต้องการจะบอก

"เมื่อวานหลังจากกินมื้อกลางวันเสร็จข้าสังเกตให้ปานรูปดอกไม้ที่ข้อมือ  ข้าจำได้ว่ามันไม่เคยมีมาก่อนเมื่อลองแตะดูก็รู้สึกเหมือนถูกดึง แล้วตัวข้าก็ไปโผล่ยังที่ที่นึง ที่นั่นอุดมสมบูรณ์มากเลยขอรับ มีทั้งสัตว์ต่างๆมากมายพอข้าลองแตะไปที่ตัวของสัตว์เหล่านั่นกลับได้เป็นเนื้อสัตว์ออกมา  อีกทั้งผลไม้ สมุนไพร หรือแม้กระทั่ง สิ่งต่างๆที่ข้าไม่เคยเห็นและคิดว่าไม่มีในที่แห่งนี้กลับมีในนั้นขอรับ  ตอนที่ข้ากำลังสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่นั้นข้าได้ยินเสียงของเทพเซียนท่านหนึ่ง เทพเซียนท่านนั้นบอกแก่ข้าว่านี่คือ มิติที่มอบให้แก่ข้า เพราะสงสารชะตาชีวิตของข้าขอรับ เรื่องนี้อาจเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อแต่มันเกิดขึ้นจริงๆขอรับ"

"ท่านเทพเซียนช่างใจดีกับเจ้านัก แต่การมีสิ่งนี้ติดตัวย่อมเป็นอันตราย คนโลภมีอยู่ทุกหนแห่ง เจ้าจงอย่าบอกเรื่องนี้กับใคร" หวังลี่หมิงเอ่ยบอกภรรยาด้วยความเป็นห่วง ภายในใจรู้สึกถึงความสับสนบางอย่างขึ้นมา

"ขอรับ  เอ่อ ท่านพี่เป็นอะไรรึเปล่าขอรับ" หลี่เฟินเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าสีหน้าของหวังลี่หมิงไม่สู้ดีนัก

"ตอนนี้เจ้ามีทั้งมิติวิเศษและเงินแล้ว เจ้าคิดจะหย่ากับพี่หรือไม่" หวังลี่หมิงก้มหน้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ความกังวลและหวาดกลัวว่าจะได้อยู่อย่างโดดเดี่ยวอีกครั้งจู่โจมเข้ามาในหัวใจ ตอนนี้หลี่เฟินหนิงมีสิ่งที่สามารถทำให้ชีวิตของตนเองดีขึ้นแล้วไม่มีความจำเป็นอันใดที่จะมาจมปลักอยู่กับคนหน้าตาอัปลักษณ์ทั้งยังยากจนอย่างเขา คนน้องสามารถไปใช้ชีวิตดีๆในตัวเมืองได้ด้วยซ้ำ ส่วนเขาก็กลับไปเป็นไอ้ตัวลัปลักษณ์ที่ไม่มีใครต้องการเช่นเดิม หลี่เฟินหนิงเห็นสีหน้าเศร้าส้อยของสามีก็คลี่ยิ้มบางเอื้อมมือไปจับมือของอีกฝ่ายไว้ก่อนจะพูดขึ้น

"ท่านพี่ ข้าไม่เคยคิดหย่ากับท่าน ตั้งแต่ที่ข้าฟื้นขึ้นมาจากความตายครานั้นตัวข้าคิดเพียงแค่ว่าจะทำเยี่ยงไรให้ความเป็นอยู่ขเงเราสองคนดีขึ้น แม้จนกระทั่งถึงตอนนี้ข้ายังไม่คิดที่จะไปจากท่าน เว้นเสียเพียงแต่ท่านไม่ต้องการข้าหรือท่านไม่ซื่อสัตย์ต่อข้าเท่านั้นข้าถึงจะหย่ากับท่าน" 

"พี่ไม่มีทางไม่ซื่อสัตย์ต่อเจ้า อีกอย่างพี่อัปลักษณ์เช่นนี้มิมีผู้ใดมาสนใจเจ้ามิต้องเป็นกังวล หรือต่อให้มีพี่ก็จะมีเพียงเจ้าเป็นภรรยาคนเดียว  หนิงเอ๋อร์ได้โปรดให้โอกาสให้พี่ได้ดูแลเจ้า" หวังลี่หมิงมองหน้าภรรยาอย่างเว้าวอน

"ขอรับ เราสองคนจะดูแลกันและกันเช่นนี้ตลอดไปดีหรือไม่ขอรับ" หลี่เฟินหนิงยิ้มให้สามีอย่างอ่อนโยน

"ดียิ่งนัก ขอบใจเจ้าที่ให้โอกาสพี่"  หวังลี่หมิง

สองสามีภรรยาเดินป่าหาสมุนไพรเพิ่มเติมอีกเล็กน้อยแล้วกลับมาจับกุ้งที่ลำธารเพื่อนำไปทำเป็นอาหารเย็น กว่าจะเดินทางลงจากเขากลับถึงบ้านก็เป็นยามเชิน (15:00-16:59) แล้ว พอถึงบ้านทั้งสองก็หยุดชะงักเมื่อมีคนสองคนเดินมาดักหน้าพวกเขาไว้เสียก่อน

"ท่านแม่ พี่สะใภ้" หวังลี่หมิงเอ่ยเรียกสองคนเสียงแผ่วเบา

"ใครอนุญาตให้แกเรียก.... อะ เอ่อ อาหมิงเจ้าสบายดีหรือไม่" นางหลินเจียกำลังเอ่ยตวาดด่าลูกชายน่าชังว่าใครอนุญาตให้มันเรียกตนว่าแม่แต่ถูกลูกสะใภ้สะกิดเข้าเสียก่อนไม่อย่างนั้นแผนการที่จะมาหลอกเอาเงินไอ้อัปลักษณ์นี่ได้พังลงเป็นแน่

"ข้าสบายดีขอรับ ท่านแม่มีธุระอันใดกับข้ารึขอรับ" หวังลี่หมิงแม้จะรู้แปลกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของผู้เป็นแม่แต่ลึกๆเขาก็รู้สึกดีใจที่ท่านแม่ยอมพูดจาดีๆกับเขา น้ำเสียงอ่อนโยนจากคนที่หวังลี่หมิงเฝ้ารอมาตั้งแต่ยังเด็ก แต่ทุกอย่างก็พังทลายลงเมื่อรับรู้ถึงเหตุผลที่แม่ของตนมาในวันนี้

ตัดจบแบบงงๆ

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ผู้ใดก็บอกว่าสามีของข้านั้นอัปลักษณ์   บทที่ 35 (จบ)

    วันต่อมาเฝิงลี่หมิงก็ยังมีอาการเช่นเดิม แต่เซียวเฟินหนิงเองก็รู้สึกว่าร่างกายตัวเองไม่ปกติเขารู้สึกว่าตัวเองอ่อนเพลียและง่วงงุนอยู่ตลอดเวลา จะว่าพักผ่อนน้อยก็ไม่น่าใช่เพราะเมื่อวานตนกับสามีก็พักผ่อนกันอย่างเต็มที่ "ท่านพี่ไหวหรือไม่ขอรับ" เซียวเฟินหนิงเอ่ยถามสามีที่มีใบหน้าซีดเซียวจากการลุกขึ้นมาอาเจียนตั้งแต่เช้า"หนิงเออร์~" เฝิงลี่หมิงรีบเข้าไปสวมกอดภรรยาอย่างออดอ้อนทันที"เป็นเยี่ยงไรบ้างขอรับ" "พี่รู้สึกพะอืดพะอมและเวียนหัว" เฝิงลี่หมิงเอ่ยตอบภรรยาพลางซุกไปที่ลำคอขาวเพื่อสูดดมกลิ่นกายของคนรัก"เช่นนั้นข้าจะพาท่านพี่ไปหาหมอดีหรือไม่ขอรับ" เซียวเฟินหนิงเอ่ยถามสามีแต่อีกฝ่ายเอาแต่ส่ายหน้า"ไม่เอา แค่กอดเจ้าอยู่แบบนี้พี่ก็รู้สึกดีขึ้นแล้ว" เฝิงลี่หมิงเอ่ยตอบ"ท่านพี่รอสักประเดี๋ยวนะขอรับ" เซียวเฟินหนิงคิดบางอย่างได้เกี่ยวกับอาการของผู้เป็นสามีประกอบกับอาการอ่อนเพลียและง่วงงุนของตนก็รู้สึกตื่นเต้นทันที"เจ้าจะไปที่ใด" เฝิงลี่หมิงเอ่ยถามพลางช้อนตามองภรรยา"ข้าจะเข้าไปในมิติท่านเทพขอรับ ข้าคิดว่าพอจะรู้สาเหตุการป่วยของท่านพี่แล้วเพียงแต่ต้องพิสูจน์ให้แน่ใจก่อนว่าสิ่งที่ข้าคิดนั้นถ

  • ผู้ใดก็บอกว่าสามีของข้านั้นอัปลักษณ์   บทที่ 34

    เหลาอาหารซูเหอเปิดได้ไม่นานก็เต็มไปด้วยบรรดาลูกค้าเต็มร้านด้วยว่าราคาอาหารเป็นที่จับต้องได้ทุกชนชั้นและที่เหลาอาหารมีกฎสำคัญที่ว่าลูกค้าทุกคนเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นขุนนาง เศรษฐีหรือว่าคนธรรมดาก็คือลูกค้าเหมือนกันและจะต้องถูกปฏิบัติเหมือนกัน นั่นจึงทำให้เหลาอาหารแห่งนี้เป็นที่ชื่นชอบของคนทุกชนชั้นและสร้างความอิจฉาให้แก่คนที่ทำกิจการเดียวกัน"เสี่ยวเออร์ ข้าขอต้มยำกุ้ง กุ้งผัดพริกเกลือ ปลาผัดฉ่า" "ได้ขอรับ""เสี่ยวเออร์ ของข้าขอปลานึ่งมะนาว ปลา สามรส หมึกผัดไข่เค็ม""ได้ขอรับ""ข้าเอาต้มยำหัวปลา ต้มยำกุ้ง หมูมะนาว แล้วก็น้ำชา"เสียงสั่งอาหารเซ็งแซ่พร้อมกับบรรดาเสี่ยวเออร์ที่วิ่งสุ่นสร้างความคึกคักให้แก่เหลาอาหารซูเหอไม่น้อย ลูกค้าหลายคนต่างตื่นตาตื่นใจกับอาหารของร้านที่ไม่เคยเห็นอีกทั้งรสชาติยังอร่อยจัดจ้านทำให้แต่ละวันเหลาอาหารซูเหอทำกำไรได้หลายร้อนตำลึงเลยทีเดียว"ลูกค้ามีการตำหนิอันใดมาบ้างหรือไม่" เฝิงลี่หมิงเอ่ยถามหลงจู๊ร้าน"ไม่มีขอรับ ลูกค้าต่างชื่นชมว่าเหลาอาหารของเรารสชาติดียิ่งนักขอรับ" หลงจู๊ร้านเอ่ยตอบ"ดี หากลูกค้ามีสิ่งใดต้องการให้ปรับปรุงต้องรีบแจ้งข้าหรือฮูหยิน

  • ผู้ใดก็บอกว่าสามีของข้านั้นอัปลักษณ์   บทที่ 33

    เมืองหลวงแคว้นเป่ยหลี่"หนิงเออร์ส่งจดหมายมาว่าเยี่ยงไรบ้าง" โอรสสวรรค์ตรัสถามพระอนุชาร่วมอุทร"ทูลฝ่าบาท หนิงเออร์บอกว่าเมื่อไม่นานมานี้มีการปล้นเสบียงเกิดขึ้นที่เมืองซานหลาง ตอนนี้ทางฝั่งหนิงเออร์จับโจรเหล่านั้นได้แล้วเจ้าเมืองเฝิงคงหรันได้ทำการไต่สวนพวกโจรต่างสารภาพว่าถูกจ้างและข่มขู่มาจากบุคคลนิรนามให้ออกปล้นชาวเมืองเพื่อสร้างความปั่นป่วนและลอบสังหารองค์ชายหกและท่านชายเฝิงเพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจว่าทั้งสองสิ้นพระชนม์จากการถูกปล้นพะยะค่ะ" ชินอ๋องทูลรายงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด"ทางนั้นคงเริ่มแล้ว" โอรสสวรรค์ตรัสพลางถอนหายใจ"กระหม่อมคาดว่าพวกเขาจะลงมือในงานเทศกาลล่าสัตว์ที่จะถึงนี้พะยะค่ะ" ชินอ๋องทูลสิ่งที่ตนเองคิด"เจิ้นก็คิดว่าเป็นเช่นนั้น" โอรสสวรรค์ตรัสอย่างเห็นด้วย งานเทศกาลล่าสัตว์เป็นช่วงที่มือสังหารแฝงตัวมาได้ง่ายเพราะต่างก็มีหลายคนเข้าร่วม"กระหม่อมจะเพิ่มจำนวนองครักษ์เงาให้เฝ้าระวังพะยะค่ะ" "อืม อย่าลืมส่งไปอารักขาไทเฮาและฮองเฮา" "พะยะค่ะ เอ่อ หนิงเออร์ส่งของมาให้ฝั่งเราด้วยพะยะค่ะ" ชินอ๋องเอ่ยทูลเมื่อนึกขึ้นได้ว่านอกจากจดหมายแล้วยังมีหีบขนาดใหญ่หลายหีบ"คือสิ่งใดหรือ" ฮ

  • ผู้ใดก็บอกว่าสามีของข้านั้นอัปลักษณ์   บทที่ 32

    กลางดึกสงัดท่ามกลางความเงียบในหมู่บ้านแห่งหนึ่งมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนซึ่งแต่งกายมิดชิดปกปิดใบหน้าย่องมาที่บ้านหลังหนึ่งท้ายหมู่บ้านอย่างเงียบเชียบเพียงแต่ไม่ได้ทำอะไรก็ล่าถอยไปรุ่งเช้าวันใหม่สองสามีภรรยาตื่นขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อทำกิจวัตรประจำวัน เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จแล้วสองสามีภรรยาก็พากันเดินขึ้นรถม้าเพื่อเดินทางไปยังตัวเมือง รถม้าคันงามมาจอดที่หน้าจวนของท่านเจ้าเมืองบ่าวเฝ้าประตูก็รีบเปิดให้เข้าไปทันที"คาระวะท่านพ่อท่านแม่ขอรับ" เฝิงลี่หมิงกับเซียวเฟินหนิงคำนับ"ได้ยินว่าพวกเจ้าสองคนสามารถหาแหล่งน้ำได้" เฝิงคงหรันเอ่ยถาม"ขอรับ ข้าสองคนได้ซื้อเครื่องมือจากชาวตาสีฟ้ามันสามารถหาแหล่งน้ำใต้ดินได้ขอรับ" เซียวเฟินหนิงเลือกที่จะโกหกออกไปเช่นนั้น เพราะคนในยุคนี้มักจะตื่นตาตื่นใจกับสินค้าของชาวต่างชาติอยู่แล้ว"ข้าเคยได้ยินว่าพวกชาวตาสีฟ้ามักจะมีของแปลกประหลาดมาขายและใช้งานได้ดี เห็นทีคงจะเป็นเรื่องจริง" เฝิงคงหรันพูดอย่างตื่นเต้น"อย่าเพิ่งให้ใครรู้เรื่องเครื่องมือนี้นะขอรับ ให้คนของเราที่ไว้ใจได้เป็นผู้ที่ใช้สิ่งนี้หาแหล่งน้ำโดยไม่ให้ผู้อื่นรู้ หลังจากที่หาแหล่งน้ำให้ชาวเมือ

  • ผู้ใดก็บอกว่าสามีของข้านั้นอัปลักษณ์   บทที่ 31

    หลังจากพูดคุยกับชาวบ้านเสร็จสองสามีภรรยาก็พากันเดินกลับมาที่บ้านของตน ดูเหมือนว่าปัญหาครั้งนี้ใหญ่เกินไปยากที่จะแก้ไข เขาไม่สามารถทำฝนเทียมได้เหมือนยุคที่เขากลับมา เฮ้อ~"อย่ากังวล" เฝิงลี่หมิงลูบหัวภรรยาที่นั่งถอนหายใจ"ข้าไม่รู้ว่าช่วยพวกเขาอย่างไรดี" เซียวเฟินหนิงเอ่ย ไม่รู้ว่าในมิติจะมีของที่ช่วยแก้ปัญหาได้หรือเปล่า"ช่วยเท่าที่ช่วยได้ก็พอแล้ว มันมิใช่หน้าที่ของเจ้าด้วยซ้ำที่ต้องแก้ปัญหา" เฝิงลี่หมิงเอ่ยบอกภรรยา เขาไม่ชอบที่ภรรยาของเขามีเรื่องกังวลใจ"ปัญหาครั้งนี้หนักหนานัก ท่านพ่อคงกังวลใจไม่น้อย ทางวังหลวงเองก็มีเรื่องวุ่นวายข้าเกรงว่าหากปัญหาไม่ได้รับการแก้ไขโดยเร็วอาจจะเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้น" หากขาดแคลนน้ำและอาหารผู้คนคงล้มตายเป็นจำนวนมากแน่"เราไม่สามารถช่วยได้ทุกคนหรอกนะหนิงเออร์ หากว่ามีการสูญเสียเกอดขึ้นมันก็ไม่ใช่ความผิดของเจ้า" เฝิงลี่หมิงกุมมือคนรัก"ข้ารู้ขอรับ เพียงแต่ข้านั้นมีมิติวิเศษติดตัวข้าคิดว่าในมิติอาจจะมีของวิเศษที่ช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้" เซียวเฟินหนิงเอ่ยกับสามี"ปล่อยให้ทางการแก้ปัญหาก่อนเถิด หากพวกเขาทำไม่ได้จริงๆเราค่อยหาวิธีช่วยเหลือ บอกตามตรงว่า

  • ผู้ใดก็บอกว่าสามีของข้านั้นอัปลักษณ์   บทที่ 30

    "องค์ชายหก ท่านชาย ได้โปรดลงโทษกระหม่อมด้วยพะยะค่ะ""ท่านพ่อ อย่าทำเยี่ยงนี้ขอรับ" เฝิงลี่หมิงกับเซียวเฟินหนิงรีบเข้าไปพยุงเฝิงคงหรันให้ลุกขึ้น"พ่อละเลยหน้าที่ปล่อยให้นายอำเภอยักยอกเสบียง หากเจ้าสองคนไม่ไปเจอเหล่าผู้อพยพคงพากันอดตายเป็นแน่" เฝิงคงหรันพูดอย่างรู้สึกผิด"เรื่องนี้มิใช่ความผิดของท่านพ่อนะขอรับ เราทุกคนต่างรู้ว่าท่านพ่อทำงานหนักทุกวันออกหาซื้อเสบียงมาช่วยเหลือทุกคน หากจะมีคนผิดก็คือนายอำเภอที่โลภมากผู้นั้น" เซียวเฟินหนิงเอ่ย"หนิงเออร์พูดถูกขอรับ คนชั่วช้าผู้นั้นต่างหากที่ผิด" เฝิงลี่หมิงเอ่ยบ้าง"ถึงอย่างนั้นก็เถอะ แต่หากว่าพ่อตรวจสอบให้ดีกว่านี้..." "มิมีผู้ใดไม่เคยผิดพลาดขอรับ ตอนนี้ท่านพ่อได้สั่งลงโทษคนผิดแล้วตอนนี้เราควรเอาเวลาไปคิดว่าจะช่วยเหลือผู้อพยพอย่างไรต่อดีกว่าขอรับ" เซียวเฟินหนิงเอ่ยตัดบท ตอนนี้ชีวิตของผู้คนย่อมมาก่อน"เช่นนั้นเราก็ไปคุยกันที่จวนเถิด" เฝิงคงหรันเอ่ยบอก ทั้งสามคนจึงเดินทางไปที่จวนเพื่อพูดคุยหารือกันจวนท่านเจ้าเมือง"ตอนนี้เสบียงของพวกเจ้ามีมากน้อยเพียงใด" เฝิงคงหรันเอ่ยถามบุตรชายและลูกสะใภ้"มีมากพอจะให้ผู้อพยพได้กิน 3-4 เดือนขอรับ แต่

  • ผู้ใดก็บอกว่าสามีของข้านั้นอัปลักษณ์   บทที่ 15

    ตั้งแต่วันที่ท่านเจ้าเมืองรับเฝิงลี่หมิงเป็นบุตรบุญธรรมตอนนี้ก็ล่วงเลยมาซานเยว่ ( 3 เดือน) แล้ว เฝิงลี่หมิงและหลี่เฟินหนิงยังคงใช้ชีวิตปกติเฉกเช่นเดิม ตื่นเช้ามาไปขายของและกลับมาดูแลงานในไร่มีบ้างบางวันที่สองสามีภรรยาจะไปนอนค้างที่จวนของท่านเจ้าเมืองตามที่ฮูหยินเฝิงร้องขอ และในตอนนี้ก็ยังไม่มีผู้ใ

  • ผู้ใดก็บอกว่าสามีของข้านั้นอัปลักษณ์   บทที่ 14

    หวังลี่หมิงขับเกวียนมาจอดที่หน้าประตูจวนก่อนที่จะลงจากเกวียนพร้อมกับภรรยา"พวกเจ้ามาพบผู้ใด" บ่าวที่เฝ้าประตูเอ่ยถามตามหน้าที่"ข้ามาพบท่านเจ้าเมืองขอรับ ท่านเจ้าเมืองบอกให้ข้ามาพบที่จวน" หวังลี่หมิงเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ"พวกเจ้ามีนามว่าอะไร" บ่าวเฝ้าประตูจวนสอบถาม"ตัวข้ามีนามว่า หวังลี่หมิง ส่

  • ผู้ใดก็บอกว่าสามีของข้านั้นอัปลักษณ์   บทที่ 12

    หลายวันต่อมาข่าวเรื่องที่บ้านของหวังลี่หมิงเลี้ยงอาหารจานเนื้อลูกจ้างทุกวันอีกทั้งยังให้ค่าจ้างสูงกว่าในตัวเมืองก็กระจายไปทั่วหมู่บ้านและหมู่บ้านใกล้เคียงทำให้ตอนนี้สองสามีภรรยาต้องพบเจอกับเรื่องหน้าปวดหัวสาเหตุมาจากตรรกะประหลาดจากชาวบ้านในหมู่บ้านที่เคยปฏิเสธไม่ทำงานกับพวกเขา"ทำไมถึงรับพวกข้าเข้า

  • ผู้ใดก็บอกว่าสามีของข้านั้นอัปลักษณ์   บทที่ 9

    เมืองหลวงแค้นเป่ยหลี่"ฝ่าบาท ได้ข่าวของน้องบ้างหรือไม่" สตรีสูงศักดิ์ที่อยู่เหนือคนทั้งแผ่นดินเอ่ยตามบุตรชายที่ตอนนี้ครองตำแหน่งฮ่องเต้ปกครองแคว้น"มิมีผู้ใดพบเห็นผู้ที่มีลักษณะคล้ายน้องรองเลยพะยะค่ะเสร็จแม่" บุรุษที่อยู่ในชุดลายมังกรเอ่ยด้วยอ่อนใจ"นานมากแล้ว แม่ไม่รู้ว่าเยี่ยนเออร์จะเป็นเยี่ยงไร

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status