مشاركة

บทที่ 4

last update تاريخ النشر: 2025-05-11 08:33:58

"ข้าสบายดีขอรับ ท่านแม่มีธุระอันใดกับข้ารึขอรับ" หวังลี่หมิงเอ่ยถามหญิงวัยกลางคนตรงหน้า

"ตอนนี้บ้านของเรากำลังลำบาก เงินทองขาดมือ แม่ได้ยินว่าเจ้านำเนื้อไปขายในเมืองได้เงินมาจึงจะมาขอหยิบยืมเจ้าสักหน่อย" นางหลินเจียเอ่ยตอบพลางทำสีหน้าน่าสงสาร   

"ท่านแม่เงินที่ขายเนื้อได้ไม่ได้มากอย่างที่ท่านคิด ตอนนี้ข้าใช้ซื้อของเข้าบ้านหมดแล้วขอรับ" หวังลี่หมิงได้ฟังสิ่งที่คนตรงหน้าเอ่ยก็เข้าใจทันทีว่าเหตุใดผู้เป็นแม่ถึงพูดจาดีกับตน

"เจ้ามีเงินซื้อเกวียนซะใหญ่โต จะหมดได้อย่างไรกัน! " นางหลินเจียตวาดเสียงดังด้วยความไม่พอใจ

"ท่านแม่" นางซิงอีรีบกระตุกเเขนเสื้อแม่สามีเมื่อเห็นอีกคนกำลังทำให้แผนการล่ม

"ท่านแม่เงินของข้าหมดไปแล้วจริงๆ" หวังลี่หมิงรู้สึกหน่วงหัวใจยิ่งนัก หากเขาไม่มีเงินผู้เป็นแม่จะจำได้หรือไม่ว่ามีลูกชายคนนี้อยู่

"ท่านแม่ ถ้ามันไม่มีเงินก็เอาเกวียนของมันซะสิเจ้าคะ" นาวซิงอีรีบกระซิบยุแยงแม่สามี

"เอาล่ะ ในเมื่อเงินของเจ้าหมดแล้วก็หมดไป งั้นก็ยกเกวียนนั่นให้ข้าซะ เวลาจะเอาข้าวไปขายในเมืองจะได้สะดวก" นางหลินเจียพูดแกมสั่ง

"ท่านแม่ ข้าทำเยี่ยงนั้นไม่ได้หรอกขอรับ" หวังลี่หมิงพูดอย่างอ่อนใจ

"ทำไม!  ทำไมจะไม่ได้" นางหลินเจียตวาดเสียงดัง ชาวบ้านก็ต่างมามุงซุบซิบนินทา

"เพราะเกวียนนี้เป็นของข้าและสามีอย่างไรเล่า เหตุใดต้องมอบให้ท่านรึฮูหยินหวัง" หลี่เฟินหนิงเอ่ยขึ้น  พลางกอบกุมมือของสามี

"เพราะข้าเป็นแม่ของมันอย่างไรเล่า ของของพวกเจ้าก็คือของข้า" นางหลินเจียเอ่ยบอกอย่างไม่สบอารมณ์

"ฮูหยินหวัง มิใช่ท่านทำหนังสือตัดขาดกับสามีข้าแล้วไม่ใช่หรือ เราสองครอบครัวไม่เกี่ยวข้องกันแล้ว เหตุใดท่านถึงมาอ้างสิทธิ์เสร็จนี้" หลี่เฟินหนิงตอบกลับทันที

"ฮูหยินหวังข้าว่าท่านกลับไปเทิดขอรับ ไม่เยี่ยงนั้นข้าจะไปแจ้งผู้นำหมู่บ้านว่าท่านละเมิดสัญญา" หวังลี่หมิงเอ่ยบอกแม่ของตน เพียงแต่ตอนนี้เขาจะไม่เรียกหญิงคนนี้ว่าแม่อีกแล้ว

"นี่เจ้า ไอ้อัปลักษณ์ ไอ้เนรคุณ" นางหลินเจียชี้หน้าด่าลูกชายคนรองด้วยความโมโห  

"ท่านแม่เรากลับไปก่อนเถอะนะเจ้าคะ ถ้ามันไปแจ้งผู้นำหมู่บ้านจริงจะเราอาจจะเสียค่าปรับให้พวกมันก็ได้" นางซิงอีรีบกระซิบบอกแม่สามี เห็นทีการจะเอาเงินจากสองคนนี่ไท่ง่ายอย่างที่พวกเขาคิด

"จำไว้ไอ้คนอกตัญญู เราจะได้เห็นดีกัน" นางหลินเจียกล่าวก่อนจะสะบัดหน้าเดินกลับบ้านไป

"ท่านพี่ คิดมากหรือไม่ขอรับ" หลี่เฟินหนิงเอ่ยถามสามีทันทีเมื่อพวกเขาสองคนเข้ามาในบ้าน เขารู้ดีว่าเรื่องครอบครัวนั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อน

"ไม่หรอก เขาเป็นเช่นนี้ก็ดีแล้วพี่จะได้ตัดขาดกับเขาอย่างไม่ต้องรู้สึกผิดอะไร" หวังลี่หมิงคลี่ยิ้มให้กับภรรยา เมื่อก่อนเขาต้องการความรักจากครแบครัวนั้นเป็นอย่างมาก แต่ตอนนี้ไม่จำเป็นแล้วเพราะหลี่เฟินหนิงจะเป็นครอบครัวคนเดียวของเขา

"งั้นวันนี้ข้าจะทำของอร่อยปลอบใจท่านพี่นะขอรับ" หลี่เฟินเอ่ยบอกสามี

"ภรรยา เจ้าทำอะไรก็อร่อยอยู่แล้ว" หวังลี่หมิงเอ่ยเย้าหยอกภรรยาของตน

"งั้นข้าจะต้มน้ำใส่เกลือให้ท่านกินดีหรือไม่ขอรับ" หลี่เฟินหนิงเอ่ยอย่างหมั่นไส้สามี

"แค่เพียงแค่เป็นเจ้าทำมันย่อมออกมารสชาติดี" หวังลี่หมิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

"ท่านพี่! ข้าไม่คุยกับท่านแล้วขอรับ" พูดจบร่างบางก็รีบลุกเดินเข้าครัวทันทีทำให้อีกคนหัวเราะตามหลังด้วยความเอ็นดู

เช้าวันต่อมาหลี่เฟินหนิงขอให้สามีพาเข้าไปในเมืองอีกครั้ง เขาต้องการไปสำรวจลู่ทางทำมาหากินจะได้รู้ว่าควรทำอะไรดี  ทั้งสองมาถึงตัวเมืองในยามเฉิน (07:00-08:59) สองสามีภรรยาเลือกเดินสำรวจตลาดและร้านต่างๆ หลี่เฟินหนิงพบว่าร้านอาหารส่วนใหญ่หากไม่ใช่เหลาอาหารจะขายพวกซาลาเปา ก๋วยเตี๋ยว เสียเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีอาหารย่างเลยสักร้าน

"เจ้าคิดออกหรือยังว่าจะทำอันใด" หวังลี่หมิงเอ่ยถามภรรยา

"ข้าอยากตั้งแผงขายอาหารขอรับ" หลี่เฟินหนิงเอ่ยตอบสามี

"ขายอาหารรึ เจ้าจะขายอาหารอันใด ที่นี่มีทั้งเหลาอาหาร ร้านก๋วยเตี๋ยวอยู่มาก" หวังลี่หมิงเอ่ยถามอย่างสงสัย ตัวเขานั้นเชื่อมั่นในฝีมือภรรยาอยู่แล้วแต่กลัวว่าจะสู้ร้านที่มีชื่อเสียงมายาวนานไม่ได้มากกว่า

"ข้าจะขายอาหารประเภทปิ้งย่างขอรับ" หลี่เฟินหนิงเอ่ยตอบสามี

"ปิ้งย่างงั้นรึ เหมือนกุ้งที่เจ้าทำให้พี่กินใช่หรือไม่" หวังลี่หมิงถามด้วยแววตาเป็นประกายเมื่อนึกถึงกุ้งเผาตัวใหญ่ที่เขาได้กินเมื่อวาน

"คล้ายๆแบบนั้นแหละขอรับ" หลี่เฟินหนิงเอ่ยตอบสามี 

"พี่จะช่วยเจ้า"  สองสามีภรรยาเดินสำรวจตลาดอีกนิดหน่อยก่อนจะไปสั่งทำสิ่งที่ต้องการสอบถามผู้คนว่ามีผู้ที่ให้เช่าแผงขายออกหรือไม่

"ข้าได้ยินมาว่าเจ้าของร้านขายหมั่นโถวนั่นต้องการที่จะขายร้านไปอยู่ที่อื่น  หากพวกเจ้าสนใจก็ลองไปสอบถามดู ร้านอยู่ หน้าตลาดนั่นแหละ" ลุงเจ้าของร้านทำเหล็กที่หลี่เฟินหนิงมาสั่งทำเตาปิ้งย่างเอ่ยบอก

"ขอบคุณที่แนะนำขอรับเถ้าแก่" หวังลี่หมิงเอ่ยบอก ร้านที่เถ้าแก่พูดมานับว่าทำเลดีไม่น้อย

"ไม่เป็นไรๆ" เถ้าแก่ร้านตอบกลับนี่แค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น

"งั้นข้ากับภรรยาขอตัวลาก่อนแล้วอีกสามวันจะมารับของที่สั่งทำไว้นะขอรับ" หวังลี่หมิงเอ่ยบอก 

"ได้" เถ้าแก่ร้านตอบกลับ  สองสามีภรรยาจึงเดินทางมาที่ร้านที่เถ้าแก่แนะนำ  

"ต้องการรับอันใดหรือ" ชายวัยกลางคนเอ่ยถามสองสามีภรรยาที่เดินมาที่ร้านตน

"ข้าได้ยินเถ้าแก่ร้านตีเหล็กบอกว่าท่านต้องการขายร้านนี้ข้าเลยจะมาสอบถามน่ะขอรับ" หลี่เฟินหนิงเอ่ยตอบชายวัยกลางคน

"อ้อ งั้นเจ้าสองคนโปรดนั่งรอสักครู่ ข้าขอขายของให้ลูกค้าก่อน" ชายวัยกลางคนตอบกลับอย่างดีใจ  เขาต้องการขายร้านเพื่อเดินทางไปอยู่กับลูกและภรรยาที่ต่างเมือง แต่ติดที่ว่าร้านนี้ราคาค่อนข้างสูงทำให้ไม่มีคนสนใจ

"ขอโทษที่ให้เจ้าสองคนต้องรอ" หลังจากหมดลูกค้าชายวันกลางคนก็เดินมานั่งที่โต๊ะกับทั้งสองคน

"ไม่เป็นไรขอรับ ไม่ทราบว่าคุณลุงต้องการขายร้านเท่าใดรึขอรับ" หลี่เฟินหนิงรีบเข้าเรื่องทันที

"ร้านนี้ทำเลค่อนข้างดี แล้วตอนข้าซื้อมาก็ค่อนข้างแพงอยู่แล้ว ข้าขายให้เจ้า 80 ตำลังทองเท่ากับที่ซื้อมาก็แล้วกัน" ชายวัยกลางคนเอ่ยบอก แม้อยากขายแต่เขาก็ไม่อย่างขาดทุนเช่นกัน เพราะอย่างนี้เขาถึงขายร้านไม่ได้สักทีแม้ว่ามันจะทำเลดีก็ตามเพราะลูกค้าส่วนใหญ่มักจะต่อราคาพอไม่ได้ก็พาลไม่พอใจ 

"ท่านพี่ว่าอย่างไรขอรับ" หลี่เฟินหนิงหันไปถามสามี

"พี่คิดว่าที่นี่ทำเลดีนะ อยู่หน้าตลาดด้วย ถ้าเจ้าต้องการเปิดแผงขายอาหารพี่ว่าที่นี่เหมาะ" หวังลี่หมิงออกความเห็น ร้านนี้มีลักษณะเป็นร้านปูนด้านหน้าเป็นที่ตั้งแผง ด้านหลัง เป็นที่เตรียมของโดยรวมแล้วคล้ายห้องครัวห้องหนึ่ง

"งั้นข้าตกลงซื้อที่ขอรับท่านลุง  อีกสามวันข้าจะมาทำสัญญาได้หรือไม่ขอรับ" หลี่เฟินหนิงเลือกวันทำสัญญาวันเดียวกับที่มารับชุดเตาปิ้งย่าง

"ได้ๆ" ชายวัยกลางคนรีบตอบกลับทันที หลังจากตกลงกันเสร็จทั้งสองก็จะเดินทางกลับทันทีมิเช่นนั้นกว่่าจะถึงบ้านก็จะตกเย็นเสียก่อนโดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาหนึ่งที่มองทั้งสองคนอยู่ในชุดผ้าไหมชั้นดีด้วยความอิจฉา

"ทำไมต้องเป็นแกที่ได้ดีกว่า"

ฝากติดตามผลงานด้วยน้า ยังไม่แก้คำผิด/ เจอคำผิดช่วงไหนโปรดแจ้งหน่อยนะคะ

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ผู้ใดก็บอกว่าสามีของข้านั้นอัปลักษณ์   บทที่ 35 (จบ)

    วันต่อมาเฝิงลี่หมิงก็ยังมีอาการเช่นเดิม แต่เซียวเฟินหนิงเองก็รู้สึกว่าร่างกายตัวเองไม่ปกติเขารู้สึกว่าตัวเองอ่อนเพลียและง่วงงุนอยู่ตลอดเวลา จะว่าพักผ่อนน้อยก็ไม่น่าใช่เพราะเมื่อวานตนกับสามีก็พักผ่อนกันอย่างเต็มที่ "ท่านพี่ไหวหรือไม่ขอรับ" เซียวเฟินหนิงเอ่ยถามสามีที่มีใบหน้าซีดเซียวจากการลุกขึ้นมาอาเจียนตั้งแต่เช้า"หนิงเออร์~" เฝิงลี่หมิงรีบเข้าไปสวมกอดภรรยาอย่างออดอ้อนทันที"เป็นเยี่ยงไรบ้างขอรับ" "พี่รู้สึกพะอืดพะอมและเวียนหัว" เฝิงลี่หมิงเอ่ยตอบภรรยาพลางซุกไปที่ลำคอขาวเพื่อสูดดมกลิ่นกายของคนรัก"เช่นนั้นข้าจะพาท่านพี่ไปหาหมอดีหรือไม่ขอรับ" เซียวเฟินหนิงเอ่ยถามสามีแต่อีกฝ่ายเอาแต่ส่ายหน้า"ไม่เอา แค่กอดเจ้าอยู่แบบนี้พี่ก็รู้สึกดีขึ้นแล้ว" เฝิงลี่หมิงเอ่ยตอบ"ท่านพี่รอสักประเดี๋ยวนะขอรับ" เซียวเฟินหนิงคิดบางอย่างได้เกี่ยวกับอาการของผู้เป็นสามีประกอบกับอาการอ่อนเพลียและง่วงงุนของตนก็รู้สึกตื่นเต้นทันที"เจ้าจะไปที่ใด" เฝิงลี่หมิงเอ่ยถามพลางช้อนตามองภรรยา"ข้าจะเข้าไปในมิติท่านเทพขอรับ ข้าคิดว่าพอจะรู้สาเหตุการป่วยของท่านพี่แล้วเพียงแต่ต้องพิสูจน์ให้แน่ใจก่อนว่าสิ่งที่ข้าคิดนั้นถ

  • ผู้ใดก็บอกว่าสามีของข้านั้นอัปลักษณ์   บทที่ 34

    เหลาอาหารซูเหอเปิดได้ไม่นานก็เต็มไปด้วยบรรดาลูกค้าเต็มร้านด้วยว่าราคาอาหารเป็นที่จับต้องได้ทุกชนชั้นและที่เหลาอาหารมีกฎสำคัญที่ว่าลูกค้าทุกคนเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นขุนนาง เศรษฐีหรือว่าคนธรรมดาก็คือลูกค้าเหมือนกันและจะต้องถูกปฏิบัติเหมือนกัน นั่นจึงทำให้เหลาอาหารแห่งนี้เป็นที่ชื่นชอบของคนทุกชนชั้นและสร้างความอิจฉาให้แก่คนที่ทำกิจการเดียวกัน"เสี่ยวเออร์ ข้าขอต้มยำกุ้ง กุ้งผัดพริกเกลือ ปลาผัดฉ่า" "ได้ขอรับ""เสี่ยวเออร์ ของข้าขอปลานึ่งมะนาว ปลา สามรส หมึกผัดไข่เค็ม""ได้ขอรับ""ข้าเอาต้มยำหัวปลา ต้มยำกุ้ง หมูมะนาว แล้วก็น้ำชา"เสียงสั่งอาหารเซ็งแซ่พร้อมกับบรรดาเสี่ยวเออร์ที่วิ่งสุ่นสร้างความคึกคักให้แก่เหลาอาหารซูเหอไม่น้อย ลูกค้าหลายคนต่างตื่นตาตื่นใจกับอาหารของร้านที่ไม่เคยเห็นอีกทั้งรสชาติยังอร่อยจัดจ้านทำให้แต่ละวันเหลาอาหารซูเหอทำกำไรได้หลายร้อนตำลึงเลยทีเดียว"ลูกค้ามีการตำหนิอันใดมาบ้างหรือไม่" เฝิงลี่หมิงเอ่ยถามหลงจู๊ร้าน"ไม่มีขอรับ ลูกค้าต่างชื่นชมว่าเหลาอาหารของเรารสชาติดียิ่งนักขอรับ" หลงจู๊ร้านเอ่ยตอบ"ดี หากลูกค้ามีสิ่งใดต้องการให้ปรับปรุงต้องรีบแจ้งข้าหรือฮูหยิน

  • ผู้ใดก็บอกว่าสามีของข้านั้นอัปลักษณ์   บทที่ 33

    เมืองหลวงแคว้นเป่ยหลี่"หนิงเออร์ส่งจดหมายมาว่าเยี่ยงไรบ้าง" โอรสสวรรค์ตรัสถามพระอนุชาร่วมอุทร"ทูลฝ่าบาท หนิงเออร์บอกว่าเมื่อไม่นานมานี้มีการปล้นเสบียงเกิดขึ้นที่เมืองซานหลาง ตอนนี้ทางฝั่งหนิงเออร์จับโจรเหล่านั้นได้แล้วเจ้าเมืองเฝิงคงหรันได้ทำการไต่สวนพวกโจรต่างสารภาพว่าถูกจ้างและข่มขู่มาจากบุคคลนิรนามให้ออกปล้นชาวเมืองเพื่อสร้างความปั่นป่วนและลอบสังหารองค์ชายหกและท่านชายเฝิงเพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจว่าทั้งสองสิ้นพระชนม์จากการถูกปล้นพะยะค่ะ" ชินอ๋องทูลรายงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด"ทางนั้นคงเริ่มแล้ว" โอรสสวรรค์ตรัสพลางถอนหายใจ"กระหม่อมคาดว่าพวกเขาจะลงมือในงานเทศกาลล่าสัตว์ที่จะถึงนี้พะยะค่ะ" ชินอ๋องทูลสิ่งที่ตนเองคิด"เจิ้นก็คิดว่าเป็นเช่นนั้น" โอรสสวรรค์ตรัสอย่างเห็นด้วย งานเทศกาลล่าสัตว์เป็นช่วงที่มือสังหารแฝงตัวมาได้ง่ายเพราะต่างก็มีหลายคนเข้าร่วม"กระหม่อมจะเพิ่มจำนวนองครักษ์เงาให้เฝ้าระวังพะยะค่ะ" "อืม อย่าลืมส่งไปอารักขาไทเฮาและฮองเฮา" "พะยะค่ะ เอ่อ หนิงเออร์ส่งของมาให้ฝั่งเราด้วยพะยะค่ะ" ชินอ๋องเอ่ยทูลเมื่อนึกขึ้นได้ว่านอกจากจดหมายแล้วยังมีหีบขนาดใหญ่หลายหีบ"คือสิ่งใดหรือ" ฮ

  • ผู้ใดก็บอกว่าสามีของข้านั้นอัปลักษณ์   บทที่ 32

    กลางดึกสงัดท่ามกลางความเงียบในหมู่บ้านแห่งหนึ่งมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนซึ่งแต่งกายมิดชิดปกปิดใบหน้าย่องมาที่บ้านหลังหนึ่งท้ายหมู่บ้านอย่างเงียบเชียบเพียงแต่ไม่ได้ทำอะไรก็ล่าถอยไปรุ่งเช้าวันใหม่สองสามีภรรยาตื่นขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อทำกิจวัตรประจำวัน เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จแล้วสองสามีภรรยาก็พากันเดินขึ้นรถม้าเพื่อเดินทางไปยังตัวเมือง รถม้าคันงามมาจอดที่หน้าจวนของท่านเจ้าเมืองบ่าวเฝ้าประตูก็รีบเปิดให้เข้าไปทันที"คาระวะท่านพ่อท่านแม่ขอรับ" เฝิงลี่หมิงกับเซียวเฟินหนิงคำนับ"ได้ยินว่าพวกเจ้าสองคนสามารถหาแหล่งน้ำได้" เฝิงคงหรันเอ่ยถาม"ขอรับ ข้าสองคนได้ซื้อเครื่องมือจากชาวตาสีฟ้ามันสามารถหาแหล่งน้ำใต้ดินได้ขอรับ" เซียวเฟินหนิงเลือกที่จะโกหกออกไปเช่นนั้น เพราะคนในยุคนี้มักจะตื่นตาตื่นใจกับสินค้าของชาวต่างชาติอยู่แล้ว"ข้าเคยได้ยินว่าพวกชาวตาสีฟ้ามักจะมีของแปลกประหลาดมาขายและใช้งานได้ดี เห็นทีคงจะเป็นเรื่องจริง" เฝิงคงหรันพูดอย่างตื่นเต้น"อย่าเพิ่งให้ใครรู้เรื่องเครื่องมือนี้นะขอรับ ให้คนของเราที่ไว้ใจได้เป็นผู้ที่ใช้สิ่งนี้หาแหล่งน้ำโดยไม่ให้ผู้อื่นรู้ หลังจากที่หาแหล่งน้ำให้ชาวเมือ

  • ผู้ใดก็บอกว่าสามีของข้านั้นอัปลักษณ์   บทที่ 31

    หลังจากพูดคุยกับชาวบ้านเสร็จสองสามีภรรยาก็พากันเดินกลับมาที่บ้านของตน ดูเหมือนว่าปัญหาครั้งนี้ใหญ่เกินไปยากที่จะแก้ไข เขาไม่สามารถทำฝนเทียมได้เหมือนยุคที่เขากลับมา เฮ้อ~"อย่ากังวล" เฝิงลี่หมิงลูบหัวภรรยาที่นั่งถอนหายใจ"ข้าไม่รู้ว่าช่วยพวกเขาอย่างไรดี" เซียวเฟินหนิงเอ่ย ไม่รู้ว่าในมิติจะมีของที่ช่วยแก้ปัญหาได้หรือเปล่า"ช่วยเท่าที่ช่วยได้ก็พอแล้ว มันมิใช่หน้าที่ของเจ้าด้วยซ้ำที่ต้องแก้ปัญหา" เฝิงลี่หมิงเอ่ยบอกภรรยา เขาไม่ชอบที่ภรรยาของเขามีเรื่องกังวลใจ"ปัญหาครั้งนี้หนักหนานัก ท่านพ่อคงกังวลใจไม่น้อย ทางวังหลวงเองก็มีเรื่องวุ่นวายข้าเกรงว่าหากปัญหาไม่ได้รับการแก้ไขโดยเร็วอาจจะเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้น" หากขาดแคลนน้ำและอาหารผู้คนคงล้มตายเป็นจำนวนมากแน่"เราไม่สามารถช่วยได้ทุกคนหรอกนะหนิงเออร์ หากว่ามีการสูญเสียเกอดขึ้นมันก็ไม่ใช่ความผิดของเจ้า" เฝิงลี่หมิงกุมมือคนรัก"ข้ารู้ขอรับ เพียงแต่ข้านั้นมีมิติวิเศษติดตัวข้าคิดว่าในมิติอาจจะมีของวิเศษที่ช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้" เซียวเฟินหนิงเอ่ยกับสามี"ปล่อยให้ทางการแก้ปัญหาก่อนเถิด หากพวกเขาทำไม่ได้จริงๆเราค่อยหาวิธีช่วยเหลือ บอกตามตรงว่า

  • ผู้ใดก็บอกว่าสามีของข้านั้นอัปลักษณ์   บทที่ 30

    "องค์ชายหก ท่านชาย ได้โปรดลงโทษกระหม่อมด้วยพะยะค่ะ""ท่านพ่อ อย่าทำเยี่ยงนี้ขอรับ" เฝิงลี่หมิงกับเซียวเฟินหนิงรีบเข้าไปพยุงเฝิงคงหรันให้ลุกขึ้น"พ่อละเลยหน้าที่ปล่อยให้นายอำเภอยักยอกเสบียง หากเจ้าสองคนไม่ไปเจอเหล่าผู้อพยพคงพากันอดตายเป็นแน่" เฝิงคงหรันพูดอย่างรู้สึกผิด"เรื่องนี้มิใช่ความผิดของท่านพ่อนะขอรับ เราทุกคนต่างรู้ว่าท่านพ่อทำงานหนักทุกวันออกหาซื้อเสบียงมาช่วยเหลือทุกคน หากจะมีคนผิดก็คือนายอำเภอที่โลภมากผู้นั้น" เซียวเฟินหนิงเอ่ย"หนิงเออร์พูดถูกขอรับ คนชั่วช้าผู้นั้นต่างหากที่ผิด" เฝิงลี่หมิงเอ่ยบ้าง"ถึงอย่างนั้นก็เถอะ แต่หากว่าพ่อตรวจสอบให้ดีกว่านี้..." "มิมีผู้ใดไม่เคยผิดพลาดขอรับ ตอนนี้ท่านพ่อได้สั่งลงโทษคนผิดแล้วตอนนี้เราควรเอาเวลาไปคิดว่าจะช่วยเหลือผู้อพยพอย่างไรต่อดีกว่าขอรับ" เซียวเฟินหนิงเอ่ยตัดบท ตอนนี้ชีวิตของผู้คนย่อมมาก่อน"เช่นนั้นเราก็ไปคุยกันที่จวนเถิด" เฝิงคงหรันเอ่ยบอก ทั้งสามคนจึงเดินทางไปที่จวนเพื่อพูดคุยหารือกันจวนท่านเจ้าเมือง"ตอนนี้เสบียงของพวกเจ้ามีมากน้อยเพียงใด" เฝิงคงหรันเอ่ยถามบุตรชายและลูกสะใภ้"มีมากพอจะให้ผู้อพยพได้กิน 3-4 เดือนขอรับ แต่

  • ผู้ใดก็บอกว่าสามีของข้านั้นอัปลักษณ์   บทที่ 29

    ทุกคนหันไปมองผู้มาใหม่ เซียวเฟินหนิงกวาดสายตามองการแต่งกายของคนผู้นั้นก็รู้ได้ว่าเป็นนายอำเภอ ส่วนสตรีที่เดินตามหลังไม่แน่ใจว่าเป็นภรรยาหรือบุตรี"ว่าอย่างไร เหตุใดมีเสบียงส่งมาให้ผู้อพยพถึงไม่นำไปรายงานท่านพ่อของข้าก่อนกล้าดีเยี่ยงไรถึงนำมาทำอาหารโดยพลการ" บุตรีของนายอำเภอเอ่ยขึ้นเมื่องนางกวาดตา

  • ผู้ใดก็บอกว่าสามีของข้านั้นอัปลักษณ์   บทที่ 24

    "ท่านเจ้าเมืองมาพอดี สามีภรรยาสองคนนี้มาขัดขวางไม่ให้ข้านำบุตรสาวไปให้ท่านขอรับ" ชายวัยกลางคนเอ่ยอย่างนอบน้อม ท่านเจ้าเมืองหันไปมองทางด้านสองสามีภรรยาก็ต้องตกตะลึง ใบหน้างดงามนี่คืออันใดกัน เทพเซียนมาลงมาจากสวรรค์หรือ"เจ้าสนใจมาเป็นฮูหยินรองของข้าหรือไม่" เจ้าเมืองซานหลีใช้สายตาแทะโลมอย่างไม่ปิดปั

  • ผู้ใดก็บอกว่าสามีของข้านั้นอัปลักษณ์   บทที่ 17

    เมื่อฤดูหนาวมาถึงการเก็บเกี่ยวก็เสร็จสิ้นพอดีตอนนี้สองสามีภรรยากำลังจ่ายค่าแรงวันสุดท้ายให้กับเหล่าคนงานก่อนที่หิมะเเรกจะมาเยือน เหล่าคนงานต่างพากันเหงาหงอยเพราะคิดว่าพวกเขาจะไม่ถูกจ้างอีกเลยแต่ก็เข้าใจเพราะที่ผ่านมารายได้จากการทำงานที่นี่ทำให้ครอบครัวของพวกเขาไม่ได้ลำบาก"ท่านใดรับเงินไปแล้วรอสักค

  • ผู้ใดก็บอกว่าสามีของข้านั้นอัปลักษณ์   บทที่ 16

    รุ่งเช้ายามอิ๋น (03:00-04:59) สองสามีภรรยาก็ช่วยกันขนของขึ้นเกวียนจนเสร็จเรียบร้อยกู้ไห่ก็พามารดามาถึงพอดี"คาระวะกู้ฮูหยินขอรับ" เฝิงลี่หมิงกับหลี่เฟินหนิงคำนับผู้อาวุโสกว่าอย่างรู้มารยาท"ขอบคุณพวกเจ้าสองคนมากนะที่เมตตาคนแก่เช่นข้า" กู้ฮูหยินเอ่ยบอกอย่างซึ้งใจ"กู้ฮูหยินอย่าได้เกรงใจไป ท่านเป็นม

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status