Partager

บทที่ 2

last update Date de publication: 2025-05-11 08:21:46

สองสามีภรรยาเดินจับจ่ายซื้อของในตลาดก่อนที่หลี่เฟินหนิงจะนึกบางอย่างได้

"ท่านพี่ขอรับ เราซื้อเกวียนดีหรือไม่ขอรับ" หลี่เฟินหนิงเอ่ยถามผู้เป็นสามี

"อืม พี่ก็ว่าดี งั้นเราไปที่ตลาดค้าวัวกัน" หวังลี่หมิงเอ่ยตอบจากนั้นทั้งสองคนจึงเดินไปที่ตลาดค้าวัว

"นายท่านต้องการรับอะไรหรือขอรับ"

"ข้าต้องการวัวสำหรับลากเกวียน" หวังลี่หมิงเอ่ยตอบ

"นี่เลยขอรับ วัวสองตัวนี้เป็นวัวหนุ่มแข็งแรงยิ่งนัก" เถ้าแก่ร้านพลางเอ่ยแนะนำวัวพันธุ์ดี

"งั้นข้าเอาสองตัวนี้ ไม่ทราบว่าร้านท่านรับทำเกวียนหรือไม่" หวังลี่หมิงลี่หมิงเอ่ยถาม

"รับขอรับ มีทั้งแบบรับทำและเกวียนทำเสร็จแล้ว" เถ้าแก่ร้านเอ่ยตอบอย่างใจดีไม่ได้ดูถูกแม้ว่าทั้งสองจะแต่งตัวด้วยผ้าเนื้อหยาบปะชุนหลายจุดก็ตาม

"ข้าขอดูเกวียนทำเสร็จแล้วได้หรือไม่" หลี่เฟินหนิงเอ่ยถาม

"ได้ขอรับฮูหยินน้อย เชิญทางนี้" จากนั้นเถ้าแก่ร้านก็พามาดูเกวียนที่ทำเสร็จแล้วมีหลายขนาดตั้งแต่เล็ก กลาง ใหญ่

"ท่านพี่ เราเอาเกวียนใหญ่เลยดีหรือไม่ขอรับจะได้ใส่ของได้เยอะ" หลี่เฟินหนิงเอ่ยถามความเห็นของสามี ในอนาคตเขาคิดว่าจะค้าขายจึงอยากได้เกวียนที่กว้างพอใส่ของ

"ตามใจเจ้า" หวังลี่หมิงเอ่ยตอบภรรยา หากหลี่เฟินหนิงต้องการเขาก็ไม่ขัด

"เถ้าแก่ ข้าเอาเกวียนเล่มนี้ขอรับแล้วขอเป็นเบาะรองนั่งอย่างดีนะขอรับ" หลี่่เฟินหนิงเอ่ยบอกกับเถ้าแก่ร้าน

"ได้ๆ ฮูหยินโปรดรอสักประเดี๋ยวข้าจะต่อเกวียนกับวัวให้" เถ้าแก่ร้านเอ่ยตอบอย่างดีใจ ช่วงนี้ร้านเขาซบเซานักพอขายเกวียนเล่มใหญ่ได้จึงรู้สึกยินดียิ่งนักรีบสั่งให้ลูกน้องต่อเกวียนทันที

"เกวียนกับวัวทั้งหมดข้าคิด 30 ตำลึงทองขอรับ" เถ้าแก่ร้านเอ่ยบอกราคา เพราะมีเบาะรองชั้นดี ตัวเกวียนก็เป็นเกวียนอย่างดีราวกับเกวียนคุณหนูคุณชายทำให้ราคาค่อนข้างสูง

"นี่ขอรับเถ้าแก่" หลี่เฟินหนิงจ่ายเงินเถ้าแก่ร้านก่อนจะขนของและขึ้นไปนั่งบนเกวียนโดยมีหวังลี่หมิงเป็นผู้บังคับม้า

"หนิงเอ๋อร์ เจ้าอยากได้ผ้าตัดชุดใหม่หรือไม่" หวังลี่หมิงเอ่ยถามภรรยาเมื่อเห็นว่าชุดที่ภรรยาใส่นั้นเก่ามากแล้วอีกทั้งยังมีรอยปะชุนเต็มไปหมด

"เอ่อท่านพี่ขอรับ ข้าเย็บชุดไม่เป็นน่ะขอรับ" หลี่เฟินหนิงยิ้มแห้งให้กับสามี

"งั้นเราซื้อชุดสำเร็จก็ได้" หวังลี่หมิงเอ่ยบอกภรรยา

"ขอรับ" จากนั้นทั้งสองจึงมาที่ร้านขายผ้าใกล้ตลาด

"คุณชายทั้งสองต้องการรับผ้าแบบใดขอรับ ร้านเรามีตั้งแต่ผ้าเนื้อหยาบ ผ้าฝ้ายเนื้อละเอียด และผ้าไหมชั้นดีขอรับ" เสี่ยวเอ้อร์ร้านรีบออกมาต้อนรับทันที

"มีชุดสำเร็จหรือไม่"หลี่เฟินหนิงเอ่ยถาม

"มีขอรับ คุณชายต้องการแบบใดขอรับ"

"สำหรับข้าและสามี " หลี่เฟินหนิงเอ่ยตอบ

"รอสักครู่ขอรับ" จากนั้นเสี่ยวเอ้อร์ก็เดินเข้าไปในร้านนำชุดมาให้ทั้งสองเลือก สองสามีภรรยาจึงเลือกชุดผ้าฝ้ายเนื้อละเอียดคนละ 5 ชุด และชุดผ้าไหมชั้นดีอีกคนละ 5 ชุด รวมกันเป็น 20 ชุด

"ทั้งหมดราคา 5 ตำลึงทองขอรับ" เสี่ยวเอ้อร์ร้านแจ้งราคาค่าสินค้าหลังจากที่พวกเขาทั้งสองเลือกเสร็จ

"นี่ขอรับ" หลี่เฟินหนิงจ่ายเงินให้แก่เสี่ยวเอ้อร์ก่อนทั้งสองจะพากันกลับขึ้นเกวียนเพื่อเดินทางกลับบ้าน

ยามอู่ (11:00-12:59) หวังลี่หมิงและหลี่เฟินหนิงขับเกวียนเข้ามาในหมู่บ้านสร้างความแปลกใจให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก ต่างพากันสงสัยว่าเกวียนขนาดใหญ่นั้นเป็นของผู้ใด เมื่อเห็นเกวียนขับเข้าไปในบ้านของหวังลี่หมิงชายอัปลักษณ์ที่แสนยากจนในหมู่บ้านก็ยิ่งสร้างความแปลกใจ หลายคนจึงจับกลุ่มพูดคุยกัน สองสามีภรรยาไม่รู้ว่าตัวเองตกเป็นเป้าสนทนาของชาวบ้านทั้งสองต่างช่วยกันยกของที่ซื้อมาเข้าไปเก็บไว้ในบ้าน จากนั้นหลี่เฟินหนิงก็มาเตรียมทำอาหาร วันนี้เขาจะทำอาหารง่ายๆอย่าง ไข่เจียว กับ ต้มจืดหมูสับ หลี่เฟินหนิงตั้งหมอรอให้น้ำเดือดจากนั้นใส่รากผักชี กระเทียม พริกไทย ทุบพอหยาบๆลงไป ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว เกลือ และน้ำตาล จากนั้นนำหมูสับมาปั้นเป็นก้อนกลมใส่ลงไปรอจนหมูเริ่มสุกจึงใส่ผักกาดขาวและเห็ดหอมลงไปเมื่อทุกอย่างสุกก็ทำไข่เจียวต่อ

"นี่คืออันใดหรือหนิงเอ๋อร์ กลิ่นหอมยิ่งนัก" หวังลี่หมิงมองอาหารที่ไม่เคยพบเห็นพลางลอบกลืนน้ำลาย

"สิ่งนี้เรียกว่าต้มจืดหมูสับขอรับ ส่วนอันนี้เรียกว่าไข่เจียว ท่านพี่ลองชิมดูว่าถูกปากหรือไม่" หลี่เฟินหนิงบอกผู้เป็นสามี   

"อร่อย!  เจ้าช่างรสมือดีนัก" หวังลี่หมิงเมื่อได้ลองตักน้ำแกงชิมก็ถึงกับเบิกตากว้าง เขาไม่เคยได้กินอาหารอร่อยๆแบบนี้มาก่อน 

"งั้นท่านพี่ก็กินเยอะๆนะขอรับ" หลี่เฟินหนิงบอกคนตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม

"น้องเองก็ต้องกินเยอะนะหนิงเอ๋อร์ ร่างกายเจ้าเพิ่งหายป่วย" หวังลี่หมิงเอ่ยบอกภรรยา ตอนนี้เขามีความสุขมากที่คนตรงหน้าไม่รังเกียจกันเช่นเมื่อก่อน

"ขอรับ" สองสามีนั่งกินข้าวด้วยกันอย่างมีความสุขอีกครั้ง

หลังกินข้าวเสร็จหวังลี่หมิงก็อาสาล้างจานส่วนหลี่เฟินหนิงก็เข้ามาในห้องพลางคิดว่าจะทำอะไรดี

"เอะ มีตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย" หลี่เฟินหนิงมองดูข้อมือตัวเองอย่างสงสัย ปานรูปดอกไม้สีแดงเล็กๆ ปรากฏอยู่บนข้อมือเขาจำได้ว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยมีมันมาก่อน หลี่เฟินหนิงใช้มือแตะไปที่ปานรูปดอกไม้ก่อนที่ร่างของเขาจะถูกดูดเข้าไป

"เหวอ อะไรวะเนี่ย" หลี่เฟินหนิงถึงกับตะลึงกับทัศนียภาพที่เปลี่ยนไปแปลงผัก ผลไม้และสัตว์เลี้ยงมากมายตรงหน้า หลี่เฟินหนิงเดินสำรวจไปเรื่อยๆพบกับอุปกรณ์ต่างๆ ไม่เว้นแม้แต่ตำราโบราณ 

หรือว่านี่คือ.... 

"มิติ!" 

อีกด้าน

"ท่านแม่ขอรับ ข้าได้ยินว่าไอ้ลี่หมิงไปนำเนื้อไปขายที่ตลาดเยอะมากเลยขอรับ" หวังม่งสือ รีบนำความที่ได้ยินมาบอกแก่มารดา 

"จริงรึอาสือ" นางหลินเจียเอ่ยถามบุตรชายทันที

"จริงขอรับท่านแม่ มีชาวบ้านเห็นไอ้อัปลักษณ์นั่นแบกเนื้อไปขายในเมือง เมื่อกลับมามันยังซื้อเกวียนหลังใหญ่งดงามเลยทีเดียวขอรับ" หวังม่งสือรีบเอ่ยฟ้องมารดาด้วยความอิจฉาไม่พอใจที่ไอ้น้องชายอัปลักษณ์นั่นจะมีสิ่งของดีมากกว่าตน ไหนมันจะได้ หลี่เฟินหนิง เกอที่งดงามที่เขาถูกใจไว้อีกแม้หลี่เฟินหนิงจะไม่ถูกยอมรับในครอบครัวและตัวเขาเองก็มีภรรยาอยู่แล้วแต่ถ้าแต่งเป็นเมียรองให้อยู่แต่ในเรือนจะมีปัญหาอะไร ไม่รู้ว่าไอ้น้องชายอัปลักษณ์ไปหลอกล่ออย่างไรถึงได้เกอคนงามไปครอบครอง

"เพ้ย ไอ้ลูกเนรคุณนี่ได้เงินมาแทนที่จะเอามาให้ข้าแต่กลับเก็บไว้เอง ข้าไม่น่าให้มันเกิดมาเลยจริงๆ" นางหลินเจียพูดออกมาด้วยความโมโห นางรังเกียจบุตรชายอัปลักษณ์ผู้นี้ยิ่งนัก ตั้งแต่ให้กำเนิดมันมานางก็อยากจัดการมันทิ้งเสีย คิดแล้วน่าโมโหยิ่งนัก

"นั่นสิเจ้าคะ เงินที่มันได้มาควรจะเป็นของท่านแม่" นางซิงอีรีบเอ่ยยุแยงแม่สามีทันที

"แต่เราตัดมันออกจากตระกูลแล้วมันจะยอมให้เงินเรารึ" นางหลินเจียนึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้ก็รู้สึกลังเล

"โถ่ ท่านแม่ขอรับ บุตรเยี่ยงไรก็คือบุตรแม้ตัดขาดไปแล้วก็ต้องตอบแทนบิดามารดาผู้ให้กำเนิด อีกอย่างไอ้อัปลักษณ์นั่นก็ต้องการความรักจากท่านพ่อท่านแม่อยู่แล้วหากท่านทั้งสองพูดดีกับมันหน่อยมีรึมันจะไม่ใจอ่อน" ได้ยินดังนั้นทุกคนก็มองหน้ากันด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ทันที ก่อนจะพากันวางแผนเพื่อที่จะเอาเงินจากไอ้คนอัปลักษณ์นั่น

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ผู้ใดก็บอกว่าสามีของข้านั้นอัปลักษณ์   บทที่ 35 (จบ)

    วันต่อมาเฝิงลี่หมิงก็ยังมีอาการเช่นเดิม แต่เซียวเฟินหนิงเองก็รู้สึกว่าร่างกายตัวเองไม่ปกติเขารู้สึกว่าตัวเองอ่อนเพลียและง่วงงุนอยู่ตลอดเวลา จะว่าพักผ่อนน้อยก็ไม่น่าใช่เพราะเมื่อวานตนกับสามีก็พักผ่อนกันอย่างเต็มที่ "ท่านพี่ไหวหรือไม่ขอรับ" เซียวเฟินหนิงเอ่ยถามสามีที่มีใบหน้าซีดเซียวจากการลุกขึ้นมาอาเจียนตั้งแต่เช้า"หนิงเออร์~" เฝิงลี่หมิงรีบเข้าไปสวมกอดภรรยาอย่างออดอ้อนทันที"เป็นเยี่ยงไรบ้างขอรับ" "พี่รู้สึกพะอืดพะอมและเวียนหัว" เฝิงลี่หมิงเอ่ยตอบภรรยาพลางซุกไปที่ลำคอขาวเพื่อสูดดมกลิ่นกายของคนรัก"เช่นนั้นข้าจะพาท่านพี่ไปหาหมอดีหรือไม่ขอรับ" เซียวเฟินหนิงเอ่ยถามสามีแต่อีกฝ่ายเอาแต่ส่ายหน้า"ไม่เอา แค่กอดเจ้าอยู่แบบนี้พี่ก็รู้สึกดีขึ้นแล้ว" เฝิงลี่หมิงเอ่ยตอบ"ท่านพี่รอสักประเดี๋ยวนะขอรับ" เซียวเฟินหนิงคิดบางอย่างได้เกี่ยวกับอาการของผู้เป็นสามีประกอบกับอาการอ่อนเพลียและง่วงงุนของตนก็รู้สึกตื่นเต้นทันที"เจ้าจะไปที่ใด" เฝิงลี่หมิงเอ่ยถามพลางช้อนตามองภรรยา"ข้าจะเข้าไปในมิติท่านเทพขอรับ ข้าคิดว่าพอจะรู้สาเหตุการป่วยของท่านพี่แล้วเพียงแต่ต้องพิสูจน์ให้แน่ใจก่อนว่าสิ่งที่ข้าคิดนั้นถ

  • ผู้ใดก็บอกว่าสามีของข้านั้นอัปลักษณ์   บทที่ 34

    เหลาอาหารซูเหอเปิดได้ไม่นานก็เต็มไปด้วยบรรดาลูกค้าเต็มร้านด้วยว่าราคาอาหารเป็นที่จับต้องได้ทุกชนชั้นและที่เหลาอาหารมีกฎสำคัญที่ว่าลูกค้าทุกคนเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นขุนนาง เศรษฐีหรือว่าคนธรรมดาก็คือลูกค้าเหมือนกันและจะต้องถูกปฏิบัติเหมือนกัน นั่นจึงทำให้เหลาอาหารแห่งนี้เป็นที่ชื่นชอบของคนทุกชนชั้นและสร้างความอิจฉาให้แก่คนที่ทำกิจการเดียวกัน"เสี่ยวเออร์ ข้าขอต้มยำกุ้ง กุ้งผัดพริกเกลือ ปลาผัดฉ่า" "ได้ขอรับ""เสี่ยวเออร์ ของข้าขอปลานึ่งมะนาว ปลา สามรส หมึกผัดไข่เค็ม""ได้ขอรับ""ข้าเอาต้มยำหัวปลา ต้มยำกุ้ง หมูมะนาว แล้วก็น้ำชา"เสียงสั่งอาหารเซ็งแซ่พร้อมกับบรรดาเสี่ยวเออร์ที่วิ่งสุ่นสร้างความคึกคักให้แก่เหลาอาหารซูเหอไม่น้อย ลูกค้าหลายคนต่างตื่นตาตื่นใจกับอาหารของร้านที่ไม่เคยเห็นอีกทั้งรสชาติยังอร่อยจัดจ้านทำให้แต่ละวันเหลาอาหารซูเหอทำกำไรได้หลายร้อนตำลึงเลยทีเดียว"ลูกค้ามีการตำหนิอันใดมาบ้างหรือไม่" เฝิงลี่หมิงเอ่ยถามหลงจู๊ร้าน"ไม่มีขอรับ ลูกค้าต่างชื่นชมว่าเหลาอาหารของเรารสชาติดียิ่งนักขอรับ" หลงจู๊ร้านเอ่ยตอบ"ดี หากลูกค้ามีสิ่งใดต้องการให้ปรับปรุงต้องรีบแจ้งข้าหรือฮูหยิน

  • ผู้ใดก็บอกว่าสามีของข้านั้นอัปลักษณ์   บทที่ 33

    เมืองหลวงแคว้นเป่ยหลี่"หนิงเออร์ส่งจดหมายมาว่าเยี่ยงไรบ้าง" โอรสสวรรค์ตรัสถามพระอนุชาร่วมอุทร"ทูลฝ่าบาท หนิงเออร์บอกว่าเมื่อไม่นานมานี้มีการปล้นเสบียงเกิดขึ้นที่เมืองซานหลาง ตอนนี้ทางฝั่งหนิงเออร์จับโจรเหล่านั้นได้แล้วเจ้าเมืองเฝิงคงหรันได้ทำการไต่สวนพวกโจรต่างสารภาพว่าถูกจ้างและข่มขู่มาจากบุคคลนิรนามให้ออกปล้นชาวเมืองเพื่อสร้างความปั่นป่วนและลอบสังหารองค์ชายหกและท่านชายเฝิงเพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจว่าทั้งสองสิ้นพระชนม์จากการถูกปล้นพะยะค่ะ" ชินอ๋องทูลรายงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด"ทางนั้นคงเริ่มแล้ว" โอรสสวรรค์ตรัสพลางถอนหายใจ"กระหม่อมคาดว่าพวกเขาจะลงมือในงานเทศกาลล่าสัตว์ที่จะถึงนี้พะยะค่ะ" ชินอ๋องทูลสิ่งที่ตนเองคิด"เจิ้นก็คิดว่าเป็นเช่นนั้น" โอรสสวรรค์ตรัสอย่างเห็นด้วย งานเทศกาลล่าสัตว์เป็นช่วงที่มือสังหารแฝงตัวมาได้ง่ายเพราะต่างก็มีหลายคนเข้าร่วม"กระหม่อมจะเพิ่มจำนวนองครักษ์เงาให้เฝ้าระวังพะยะค่ะ" "อืม อย่าลืมส่งไปอารักขาไทเฮาและฮองเฮา" "พะยะค่ะ เอ่อ หนิงเออร์ส่งของมาให้ฝั่งเราด้วยพะยะค่ะ" ชินอ๋องเอ่ยทูลเมื่อนึกขึ้นได้ว่านอกจากจดหมายแล้วยังมีหีบขนาดใหญ่หลายหีบ"คือสิ่งใดหรือ" ฮ

  • ผู้ใดก็บอกว่าสามีของข้านั้นอัปลักษณ์   บทที่ 32

    กลางดึกสงัดท่ามกลางความเงียบในหมู่บ้านแห่งหนึ่งมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนซึ่งแต่งกายมิดชิดปกปิดใบหน้าย่องมาที่บ้านหลังหนึ่งท้ายหมู่บ้านอย่างเงียบเชียบเพียงแต่ไม่ได้ทำอะไรก็ล่าถอยไปรุ่งเช้าวันใหม่สองสามีภรรยาตื่นขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อทำกิจวัตรประจำวัน เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จแล้วสองสามีภรรยาก็พากันเดินขึ้นรถม้าเพื่อเดินทางไปยังตัวเมือง รถม้าคันงามมาจอดที่หน้าจวนของท่านเจ้าเมืองบ่าวเฝ้าประตูก็รีบเปิดให้เข้าไปทันที"คาระวะท่านพ่อท่านแม่ขอรับ" เฝิงลี่หมิงกับเซียวเฟินหนิงคำนับ"ได้ยินว่าพวกเจ้าสองคนสามารถหาแหล่งน้ำได้" เฝิงคงหรันเอ่ยถาม"ขอรับ ข้าสองคนได้ซื้อเครื่องมือจากชาวตาสีฟ้ามันสามารถหาแหล่งน้ำใต้ดินได้ขอรับ" เซียวเฟินหนิงเลือกที่จะโกหกออกไปเช่นนั้น เพราะคนในยุคนี้มักจะตื่นตาตื่นใจกับสินค้าของชาวต่างชาติอยู่แล้ว"ข้าเคยได้ยินว่าพวกชาวตาสีฟ้ามักจะมีของแปลกประหลาดมาขายและใช้งานได้ดี เห็นทีคงจะเป็นเรื่องจริง" เฝิงคงหรันพูดอย่างตื่นเต้น"อย่าเพิ่งให้ใครรู้เรื่องเครื่องมือนี้นะขอรับ ให้คนของเราที่ไว้ใจได้เป็นผู้ที่ใช้สิ่งนี้หาแหล่งน้ำโดยไม่ให้ผู้อื่นรู้ หลังจากที่หาแหล่งน้ำให้ชาวเมือ

  • ผู้ใดก็บอกว่าสามีของข้านั้นอัปลักษณ์   บทที่ 31

    หลังจากพูดคุยกับชาวบ้านเสร็จสองสามีภรรยาก็พากันเดินกลับมาที่บ้านของตน ดูเหมือนว่าปัญหาครั้งนี้ใหญ่เกินไปยากที่จะแก้ไข เขาไม่สามารถทำฝนเทียมได้เหมือนยุคที่เขากลับมา เฮ้อ~"อย่ากังวล" เฝิงลี่หมิงลูบหัวภรรยาที่นั่งถอนหายใจ"ข้าไม่รู้ว่าช่วยพวกเขาอย่างไรดี" เซียวเฟินหนิงเอ่ย ไม่รู้ว่าในมิติจะมีของที่ช่วยแก้ปัญหาได้หรือเปล่า"ช่วยเท่าที่ช่วยได้ก็พอแล้ว มันมิใช่หน้าที่ของเจ้าด้วยซ้ำที่ต้องแก้ปัญหา" เฝิงลี่หมิงเอ่ยบอกภรรยา เขาไม่ชอบที่ภรรยาของเขามีเรื่องกังวลใจ"ปัญหาครั้งนี้หนักหนานัก ท่านพ่อคงกังวลใจไม่น้อย ทางวังหลวงเองก็มีเรื่องวุ่นวายข้าเกรงว่าหากปัญหาไม่ได้รับการแก้ไขโดยเร็วอาจจะเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้น" หากขาดแคลนน้ำและอาหารผู้คนคงล้มตายเป็นจำนวนมากแน่"เราไม่สามารถช่วยได้ทุกคนหรอกนะหนิงเออร์ หากว่ามีการสูญเสียเกอดขึ้นมันก็ไม่ใช่ความผิดของเจ้า" เฝิงลี่หมิงกุมมือคนรัก"ข้ารู้ขอรับ เพียงแต่ข้านั้นมีมิติวิเศษติดตัวข้าคิดว่าในมิติอาจจะมีของวิเศษที่ช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้" เซียวเฟินหนิงเอ่ยกับสามี"ปล่อยให้ทางการแก้ปัญหาก่อนเถิด หากพวกเขาทำไม่ได้จริงๆเราค่อยหาวิธีช่วยเหลือ บอกตามตรงว่า

  • ผู้ใดก็บอกว่าสามีของข้านั้นอัปลักษณ์   บทที่ 30

    "องค์ชายหก ท่านชาย ได้โปรดลงโทษกระหม่อมด้วยพะยะค่ะ""ท่านพ่อ อย่าทำเยี่ยงนี้ขอรับ" เฝิงลี่หมิงกับเซียวเฟินหนิงรีบเข้าไปพยุงเฝิงคงหรันให้ลุกขึ้น"พ่อละเลยหน้าที่ปล่อยให้นายอำเภอยักยอกเสบียง หากเจ้าสองคนไม่ไปเจอเหล่าผู้อพยพคงพากันอดตายเป็นแน่" เฝิงคงหรันพูดอย่างรู้สึกผิด"เรื่องนี้มิใช่ความผิดของท่านพ่อนะขอรับ เราทุกคนต่างรู้ว่าท่านพ่อทำงานหนักทุกวันออกหาซื้อเสบียงมาช่วยเหลือทุกคน หากจะมีคนผิดก็คือนายอำเภอที่โลภมากผู้นั้น" เซียวเฟินหนิงเอ่ย"หนิงเออร์พูดถูกขอรับ คนชั่วช้าผู้นั้นต่างหากที่ผิด" เฝิงลี่หมิงเอ่ยบ้าง"ถึงอย่างนั้นก็เถอะ แต่หากว่าพ่อตรวจสอบให้ดีกว่านี้..." "มิมีผู้ใดไม่เคยผิดพลาดขอรับ ตอนนี้ท่านพ่อได้สั่งลงโทษคนผิดแล้วตอนนี้เราควรเอาเวลาไปคิดว่าจะช่วยเหลือผู้อพยพอย่างไรต่อดีกว่าขอรับ" เซียวเฟินหนิงเอ่ยตัดบท ตอนนี้ชีวิตของผู้คนย่อมมาก่อน"เช่นนั้นเราก็ไปคุยกันที่จวนเถิด" เฝิงคงหรันเอ่ยบอก ทั้งสามคนจึงเดินทางไปที่จวนเพื่อพูดคุยหารือกันจวนท่านเจ้าเมือง"ตอนนี้เสบียงของพวกเจ้ามีมากน้อยเพียงใด" เฝิงคงหรันเอ่ยถามบุตรชายและลูกสะใภ้"มีมากพอจะให้ผู้อพยพได้กิน 3-4 เดือนขอรับ แต่

  • ผู้ใดก็บอกว่าสามีของข้านั้นอัปลักษณ์   บทที่ 29

    ทุกคนหันไปมองผู้มาใหม่ เซียวเฟินหนิงกวาดสายตามองการแต่งกายของคนผู้นั้นก็รู้ได้ว่าเป็นนายอำเภอ ส่วนสตรีที่เดินตามหลังไม่แน่ใจว่าเป็นภรรยาหรือบุตรี"ว่าอย่างไร เหตุใดมีเสบียงส่งมาให้ผู้อพยพถึงไม่นำไปรายงานท่านพ่อของข้าก่อนกล้าดีเยี่ยงไรถึงนำมาทำอาหารโดยพลการ" บุตรีของนายอำเภอเอ่ยขึ้นเมื่องนางกวาดตา

  • ผู้ใดก็บอกว่าสามีของข้านั้นอัปลักษณ์   บทที่ 24

    "ท่านเจ้าเมืองมาพอดี สามีภรรยาสองคนนี้มาขัดขวางไม่ให้ข้านำบุตรสาวไปให้ท่านขอรับ" ชายวัยกลางคนเอ่ยอย่างนอบน้อม ท่านเจ้าเมืองหันไปมองทางด้านสองสามีภรรยาก็ต้องตกตะลึง ใบหน้างดงามนี่คืออันใดกัน เทพเซียนมาลงมาจากสวรรค์หรือ"เจ้าสนใจมาเป็นฮูหยินรองของข้าหรือไม่" เจ้าเมืองซานหลีใช้สายตาแทะโลมอย่างไม่ปิดปั

  • ผู้ใดก็บอกว่าสามีของข้านั้นอัปลักษณ์   บทที่ 17

    เมื่อฤดูหนาวมาถึงการเก็บเกี่ยวก็เสร็จสิ้นพอดีตอนนี้สองสามีภรรยากำลังจ่ายค่าแรงวันสุดท้ายให้กับเหล่าคนงานก่อนที่หิมะเเรกจะมาเยือน เหล่าคนงานต่างพากันเหงาหงอยเพราะคิดว่าพวกเขาจะไม่ถูกจ้างอีกเลยแต่ก็เข้าใจเพราะที่ผ่านมารายได้จากการทำงานที่นี่ทำให้ครอบครัวของพวกเขาไม่ได้ลำบาก"ท่านใดรับเงินไปแล้วรอสักค

  • ผู้ใดก็บอกว่าสามีของข้านั้นอัปลักษณ์   บทที่ 16

    รุ่งเช้ายามอิ๋น (03:00-04:59) สองสามีภรรยาก็ช่วยกันขนของขึ้นเกวียนจนเสร็จเรียบร้อยกู้ไห่ก็พามารดามาถึงพอดี"คาระวะกู้ฮูหยินขอรับ" เฝิงลี่หมิงกับหลี่เฟินหนิงคำนับผู้อาวุโสกว่าอย่างรู้มารยาท"ขอบคุณพวกเจ้าสองคนมากนะที่เมตตาคนแก่เช่นข้า" กู้ฮูหยินเอ่ยบอกอย่างซึ้งใจ"กู้ฮูหยินอย่าได้เกรงใจไป ท่านเป็นม

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status