Share

3/3 เข้าหา

last update Tanggal publikasi: 2024-12-18 15:53:40

เหยาอี้เหยาพยายามรักษาสีหน้าสงบเอาไว้เมื่อกงจิ้งกับจางลี่กลับมาแล้ว

“ฉู่ซื่อจื่อพูดอันใดกับเจ้าบ้าง”

“เขาอนุญาตให้ข้าอยู่ที่จวนได้ ทั้งยังกล่าวยินดีต้อนรับ”

“ง่ายเช่นนี้เลย” คนอย่างฉู่ซีเย่ ใช่ว่าใครก็สั่งได้

“ก็ไม่ง่ายนัก เขาคงมีแผนรับมือแล้วเป็นแน่” ไม่มีทางที่ฉู่ซีเย่จะไม่รู้ว่านางคือสายของไท่จื่อ สายตาของเขาบอกนางว่าเขารู้ดี แต่เกียจคร้านที่จะปฏิเสธจึงเล่นตามบทไปเท่านั้น

“ฉู่ซื่อจื่อสติปัญญาเหนือสามัญ เขาย่อมรู้แน่อยู่แล้ว”

“แล้วแผนนี้จะได้ผลหรือ ข้าว่า…” เหยาอี้เหยากำลังจะเสนอแผนการอื่นที่นางไม่ต้องเสี่ยงตาย แต่เวลานั้นเอง เสียงม้าด้านนอกจวนพลันดังขึ้น นางฟังจากเสียงบดของล้อกับพื้นหินแล้ว ไม่ได้มาคันเดียวเสียด้วย

จวนสกุลฉู่ ไม่ใช่สถานที่ซึ่งคนทั่วไปจะแวะเวียนมาเมื่อไหร่ก็ย่อมได้ แต่เป็นสถานที่และอาณาเขตปกครองส่วนบุคคล แล้วต้องเป็นผู้ใด ถึงได้มาเยือนในเวลาเช่นนี้

“ใครมากัน”

เหยาอี้เหยาปีนขึ้นโต๊ะเพื่อดูขอบกำแพง เรือนหลังนี้อยู่ห่างจากกำแพงไม่มาก จึงพอมองเห็นความเป็นไปด้านนอกกำแพง นางยืดตัวขึ้นเห็นหลังคารถม้าที่คุ้นตาตั้งแต่เมื่อสามปีก่อน “รถม้าของเจ้าเมืองฉู่มาอยู่ที่นี้ได้ยังไง”

แม้จะพูดว่ารถม้าของเจ้าเมืองฉู่ แต่เจ้าเมืองฉู่หลินได้เสียชีวิตไปเมื่อสามปีก่อน ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่ด้านในจะเป็นเจ้าเมืองฉู่ แล้วผู้ใดกันที่อยู่ด้านใน รวมทั้งสามารถใช้รถม้าคันนี้ได้

กงจิ้งเองก็ใคร่สงสัย เขาหันมามองนาง “ข้าจะไปดู เจ้าคอยอยู่ที่นี้ก่อน”

“เจ้าค่ะ” เหยาอี้เหยารับคำเพื่อให้กงจิ้งจากไป ครั้นไม่มีคนอยู่ด้วย จางลี่ก็เปลี่ยนสีหน้าท่าที นางถอนหายใจแล้วจะนั่งลง แต่เหยาอี้เหยาใช้อำนาจของนางเป็นครั้งแรกเพื่อสั่งสาวรับใช้

“ข้าอยากได้ยารักษาแผลน้ำร้อนลวก เจ้าไปเอามาให้ข้าที” เหยาอี้เหยาอยากจะรู้ว่าผู้ใดกันที่มาเยือน นางจำเป็นต้องรู้เพราะชีวิตนางขึ้นอยู่กับคนในสกุลนี้ การรู้ความเคลื่อนไหวต่างๆ ของคนสกุลฉู่ จะสร้างแต้มต่อให้นาง

“คนของฉู่ซื่อจื่อไปนำมาให้ท่านแล้ว ท่านรอสักครู่ซิเจ้าคะ”

“คนของฉู่ซื่อจื่อก็เป็นคนของเขา ตอนนี้ข้าสั่งให้เจ้าไปนำยามาให้ข้า เจ้ายังเฉยหรือ”

“คุณหนูเหยา ข้าจะกล้าได้อย่างไร” จางลี่ยังยืนอยู่กับที่ แม่ทัพกงจิ้งสั่งให้นางเฝ้าดูคุณหนูเหยา

“เจ้ากล้า เจ้าเถียงข้าอยู่นี่อย่างไร” เหยาอี้เหยาใช้เสียงที่ค่อนข้างเด็ดขาด “ข้าต้องการยา ไปนำยามาให้ข้าเดี๋ยวนี้”

ที่ผ่านมาแม้จางลี่จะแสดงท่าทีไม่อยากปรนนิบัตินางหรือพูดจากระแหนะกระแหน กระทั่งแอบขโมยเงินเล็กๆ น้อยๆ นางก็ไม่เคยมีปากเสียง จางลี่เลยนึกว่านางเป็นคุณหนูซื่อๆ จะทำอย่างไรก็ได้ แต่พอนางใช้น้ำเสียงเช่นนี้และใช้สายตาที่แฝงอำนาจ จางลี่ก็จำต้องรับคำ

“ข้าน้อยจะไปนำยามาให้ท่านเดี๋ยวนี้ คุณหนูเหยารอสักครู่นะเจ้าคะ”

“ขอบใจ เจ้ารีบไปเถอะ” เหยาอี้เหยารอจนเสียงฝีเท้าของจางลี่หายไปแล้ว นางจึงลอบออกไปจากเรือนรับรอง สวนด้านหลังของเรือนเป็นจุดกำบังตัวที่ดี นางย่อตัวลงเล็กน้อย ค่อยๆ ย่องไปตามแนวต้นไม้ ก่อนจะพบที่เหมาะๆ ให้พอแอบซุ่มดูได้ถนัดถนี่

แขกผู้มาเยือนทยอยลงมาจากรถม้าแล้ว เหยาอี้เหยาพอจะรู้จักชายวัยกลางคนที่เดินนำลงมา แต่เด็กหนุ่มและเด็กสาวซึ่งอายุน่าจะมากกว่านางนั้น เหยาอี้เหยาไม่รู้จัก ทว่าถึงจะไม่รู้จัก แต่นางพอจะปะติดปะต่อและอนุมานได้จากใบหน้าที่ละหม้ายคล้ายกัน

ชายวัยกลางคนคือเจ้าเมืองชง ฉู่กวงเยี่ยน นางสืบเรื่องของสกุลฉู่มาไม่น้อยจึงพอทราบว่าฉู่กวงเยี่ยนถือเป็นท่านอาสายสกุลรองของฉู่ซีเย่ ดังนั้นเด็กหนุ่มรูปร่างสะโอดสะองสวมชุดสีครามลายนกอินทรีซึ่งเดินตามหลังมานั้น น่าจะเป็นบุตรชายของเขา ถ้าหากเหยาอี้เหยาจำไม่ผิด เขาน่าจะชื่อฉู่กวงหลิน

ส่วนเด็กหนุ่มอีกคนและเด็กสาวใบหน้างดงามพิสุทธิ์ที่ตามมาหลังสุด เหยาอี้เหยาไม่มั่นใจว่าคือผู้ใด เพราะฉู่กวงเยี่ยนมีบุตรชายเพียงคนเดียว ส่วนบุตรสาวของเขาออกเรือนไปแล้ว หนึ่งในบุตรสาวของเขาเป็นว่าที่ฮูหยินให้หลี่หลาง น้องชายของอดีตอดีตคู่หมั้นของนาง

เหยาอี้เหยามองตามหลังคนทั้งสี่ที่เดินเยื้องเข้าไปในเรือนรับรองหลังใหญ่ ก่อนจะค่อยๆ ถอยกลับไปที่เรือนซึ่งจากมา พร้อมกับคิดว่าวันนี้ฉู่ซีเย่คงเสียเปรียบไม่น้อย

เพราะเท่าที่นางรู้มาจากข่าว ฉู่กวงเยี่ยนหมายตาตำแหน่งเจ้าเมืองฉู่ของญาติผู้พี่มาแต่ไหนแต่ไหนแล้ว อาจจะด้วยตำแหน่งเจ้าเมืองชงเป็นเพียงตำแหน่งรอง ไม่สลักสำคัญเหมือนการเป็นเจ้าเมืองเอกอย่างเมืองโจวอี้

แม้ว่าจะเป็นคนตระกูลเดียวกัน แต่ฉู่กวงเยี่ยนไม่มีสิทธิชอบธรรมที่จะสืบทอดตำแหน่งเจ้าเมืองโจวอี้หรือฉู่ซีเย่ที่เป็นซื่อจื่อของรัฐหลู่ก็ไม่มีสิทธิ แต่เป็นฉู่ซีห่าว บุตรชายแท้ๆ ของฉู่หลินที่มีสิทธิชอบธรรมในตำแหน่งเจ้าเมือง

แต่ยามนี้ฉู่ซีห่าวเป็นแม่ทัพรักษาดินแดนอยู่นอกด่านตามคำสั่งของฝ่าบาท กลับมาที่เมืองไม่ได้

อันที่จริงแล้วฉู่ซีห่าวถึงวัยเหมาะสมซึ่งจะปกครองเมืองโจวอี้ต่อจากบิดาหลังไว้ทุกข์ แต่ก็อย่างที่ทราบ ต้าหย่งเกรงว่าอำนาจของชาวแดนเหนือจะมากกว่า จึงพยายามลดอำนาจลง ทั้งยังพยายามเปลี่ยนมือเจ้าเมืองโจวอี้จากสกุลฉู่ให้เป็นของราชวงศ์

แต่การเปลี่ยนมือเป็นของราชวงศ์เลยย่อมต้องมีเสียงทัดทานจากชาวเมือง อีกทั้งคนสกุลฉู่สายตรง ยังเป็นที่รักยิ่ง ดังนั้นจึงเปลี่ยนมือไม่ได้ ยิ่งเมื่อทายาทสายตรงยังมีชีวิตอยู่

ในสมองของเหยาอี้เหยามีข้อมูลของคนสกุลฉู่เพิ่มขึ้นมาเรื่องหนึ่ง เป็นข้อมูลที่ตอบคำถามได้ว่า ทำไมฉู่กวงเยี่ยนจึงมาที่สกุลฉู่พร้อมกับไท่จื่อ

องค์หญิงหย่งจื่อเอ๋อร์ เป็นชายาของฉู่กวงเยี่ยน การผลักดันให้สกุลฉู่สายรองขึ้นมาเป็นใหญ่ในแดนเหนือมากขึ้นแต่ก็ยังคงเครื่องหมายสกุลฉู่ สามารถลดแรงทัดทานได้

ราชวงศ์ย่อมมีแต่ได้กับได้

เหยาอี้เหยาสงสัยขึ้นมาเล็กน้อย ว่าในยามที่ไท่จื่อและฉู่กวงเยี่ยนมาหาเขาอย่างพร้อมเพรียงราวนัดกันไว้ เขาจะทำอย่างไร

“ไม่ได้มีแค่ข้าที่ตกที่นั่งลำบากซินะ”

“คำนับไท่จื่อ เป็นเกียรติของสกุลฉู่ที่ท่านเดินทางมา จวนของเราเป็นเพียงจวนเล็กๆ ผุพังรอวันปลวกกิน หากมีสิ่งใดบกพร่องขัดนัยน์ตา ขอให้ซื่อจื่อโปรดอภัย” ฉู่ซีเย่เดินเข้าไปในห้องโถงของเรือนรับรองด้วยชุดสีดำ หย่งสวินลุกขึ้นแย้มยิ้ม ทักทายอย่างเป็นกันเอง

“ไม่ถือพิธี ฉู่ซื่อจื่อ เราต่างเป็นพี่น้องกัน ไยต้องมีท่าทีเป็นทางการเหล่านี้ เป็นข้าเองเสียอีกที่มารบกวนเจ้า เสียมารยาทมากแล้วจริงๆ”

“ไม่เลย เชิญนั่งทางนี้ ข้าจะรินเหล้าที่ดีที่สุดให้ท่านเพื่อเป็นการต้อนรับ” ฉู่ซีเย่เป็นมิตรยิ่ง เหมือนที่หย่งสวินเป็นมิตรต่อเขา ทั้งสองต่างแย้มยิ้มพูดจาปราศัย ทว่าบรรยากาศระหว่างทั้งสองคืออีกขั้วหนึ่ง

“เจ้าดีต่อข้าเสมอ ฉู่ซื่อจื่อ เรื่องของอาเยี่ยน เป็นข้าที่ผิดต่อเจ้า ไม่อาจจัดงานแต่งตามสัญญาทั้งยังทำให้เจ้าเป็นที่ครหา ใจข้าเป็นทุกข์ยิ่ง” หย่งสวินทำท่าคล้ายจะประสานมือขอโทษ ในยามนั้นฉู่ซีเย่ห้ามปราม ต่อหน้าธารกำนัลเขาไม่อาจให้หย่งสวินคำนับเขา

“ไท่จื่อ เรื่องล้วนผ่านไปแล้ว บางทีข้ากับองค์หญิงอาจไม่มีวาสนาต่อกัน ท่านไม่ต้องทุกข์ แค่การจากไปขององค์หญิงก็ทำท่านทุกข์มากพอแล้ว”

“ถึงอย่างไรข้าก็ยังรู้สึกผิดต่อเจ้า สองสัปดาห์มานี้เสด็จพ่อคงทราบข่าวแล้ว ข้าส่งจดหมายม้าเร็วไปอธิบายว่าอาเยี่ยนจากไปอย่างสุดวิสัยด้วยโรคร้าย ไม่ใช่ความผิดของเจ้า แต่ก็ยังช้านัก ท่านพ่อรักอาเยี่ยนที่สุด จึงทำใจได้ยากส่งกองทัพมากดดันเจ้าเพื่อขอคำอธิบาย แต่ข้าได้จัดการทุกอย่างแล้ว ยามนี้เสด็จพ่อทรงเข้าใจดี เจ้าไม่ได้ผิดอันใด”

หัวคิ้วที่มุ่นเข้าหาเล็กน้อยของฉู่ซีเย่คลายออก “ข้าดีใจที่ท่านเข้าใจ ทั้งยังช่วยข้าอธิบายให้ฝ่าบาทเข้าใจ หลายวันนี้ข้ากังวลไม่น้อย เกรงว่าจะผิดใจต่อพวกท่านและฝ่าบาท”

“จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร เราต่างรับรู้ดีว่าฉู่อ๋องภักดีต่อเสด็จพ่อมากเพียงไหน” หย่งสวินยิ้ม หมายจะย้ำเตือนฉู่ซีเย่เรื่องความภักดี

ฉู่ซีเย่ยังสามารถควบคุมกล้ามเนื้อบนหน้าได้ดี แสร้งยิ้มต่อไปได้

“หลังจากนี้ท่านกลับเมืองหลวงหรือไม่ ข้าอยากฝากจดหมายขออภัยถึงฝ่าบาทอย่างเป็นทางการ อันที่จริงใจข้าอยากไปเอง แต่ท่านก็ทราบ คนต่ำต้อยเช่นข้าไหนเลยจะมีสิทธิเข้าเฝ้าฝ่าบาทเหมือนท่าน”

หย่งสวินถูกตอกหน้าว่าไท่จื่ออย่างเขาไม่มีสิทธิ์กลับเมืองหลวงด้วยซ้ำ แต่ก็ยังยิ้ม “ฉู่ซื่อจื่อ ท่านก็รู้ว่าช่วงนี้ข้าพำนักอยู่ที่เมืองเสินหยาง ยากจะพบหน้าเสด็จพ่อเช่นกัน”

เพื่อบัลลังก์แห่งอำนาจ มีใครไม่อยากไขว่คว้ามาครอง คนที่มีสิทธิจึงพร้อมยอมสละทุกอย่างเพื่อช่วงชิงมา ยอมฆ่าได้แม้แต่คนในสายเลือดเดียวกัน ในอดีตมีไม่น้อยที่ฮ่องเต้ถูกลอบปลงพระชนม์โดยบุตรของตนเองหรือคนในครอบครัว

ฮ่องเต้แห่งต้าหย่งมีนิสัยหวาดระแวงรุนแรงถึงเรื่องนี้ แม้กระทั่งองค์ชายรัชทายาท จึงส่งออกมาจากเมืองหลวง ให้พำนักอยู่ห่างๆ สายตา

“พำนักอยู่เสินหยางนี่เอง”

“พักร้อนน่ะ”

“เป็นข้าคิดน้อยไป ไท่จื่อ เช่นนั้นท่านจะให้คนขนย้ายพระศพองค์หญิงกลับเมืองหลวงวันใด ข้าจะเดินทางไปร่วมส่งองค์หญิงด้วยตนเอง พร้อมทั้งถือโอกาสอธิบายต่อฝ่าบาท”

“ช่างใส่ใจนัก ข้าเตรียมกำหนดการไว้แล้ว มะรืนนี้จะให้คนขนย้ายร่างอาเยี่ยน เรื่องนี้ข้าฝากเจ้าด้วย ช่วยส่งอาเยี่ยนกลับบ้านแทนข้าที”

“ข้าจะเตรียมตัวให้พร้อม”

“ฉู่ซื่อจื่อ ท่านลงไปเมืองหลวงครานี้คงอยู่หลายเดือน ฉู่อ๋องและแม่ทัพฉู่ต่างเป็นวีรบุรุษ เสียสละเลือดเนื้อรักษาดินแดนอย่างเข้มแข็ง ทว่าเพราะเหตุนี้เมืองโจวอี้จึงร้างราเจ้าเมืองคอยดูแลมานานแล้ว มิสู้ตอนนี้เจ้าแต่งตั้งคนเหมาะสมมาดำรงตำแหน่งชั่วคราวแทนแม่ทัพฉู่ดีหรือไม่ จะได้แบ่งเบาภาระเจ้า”

ฉู่ซีเย่ยิ้ม พูดจาเสแสร้งกันไปหลายสิบตลบ ในที่สุดหย่งสวินก็พูดในสิ่งที่ต้องการออกมาแล้ว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ผู้ไม่เป็นที่โปรดปราน   23/2 ความรักที่สุกงอม

    ฤดูใบไม้ผลิของแดนเหนืออบอุ่นและงดงาม ต้นไม้ที่หลับใหลในฤดูเหมันต์ผลิใบอ่อน แสงแดดลอดเงาผ่านช่องว่างต้นถั่วแดงเข้ามาเป็นลำแสง ต้นถั่วแดงหงฉู่โตวเป็นไม้ยืนต้นที่ใช้เวลาหลับใหลในฤดูหนาวเช่นกัน แต่เพราะมันเติบโตในแดนใต้ที่อากาศอุ่น ก่อนจะถูกขุดล้อมแล้วย้ายขึ้นมาที่เมืองโจวอี้ ต้นถั่วแดงจึงเจริญเติบโตขึ้นมาก เหยาอี้เหยามักจะมารดน้ำต้นถั่วด้วยตนเอง นางจำได้ว่าช่วงสามปีแรก ต้นถั่วโตช้ายิ่ง จนกระถางเล็กๆ ยังโตไม่เต็ม ครั้นลงดินที่อำเภอซานถง เพียงไม่นานก็สูงเอาๆ แต่พอมาคิดดู เหยาอี้เหยาคิดว่าสาเหตุที่ต้นถั่วโตช้าตอนอยู่ในกระถาง เพราะพื้นที่ไม่พอ สารอาหารขาดแคลน พอได้รับแสงแดด สายลม พื้นที่เหมาะสม พริบตาเดียวก็สูงขึ้นจนต้องแหนหน้ามองแล้ว ร่มเงาของกิ่งก้านที่แผ่ขยายออกเป็นพุ่มงาม ใบไม้เสียดสีเบาๆ ราวกับกำลังอวยพรให้นาง เหยาอี้เหยาพนมมือรับพรด้วยน้ำตา แต่คำอวยพรบางอย่างก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้... “อยู่นี่เอง” ฉู่ซีเย่เดินเข้ามาบริเวณสวนดอกไม้ ตรงกลางมีต้นถั่วยืนต้นโดดเด่น ใต้ร่มเงามีหญิงงามในชุดผ้าคลุมตัวยาว ช่วงนี้อากาศเริ่มร้อนแล้ว กระนั้นเหยาอี้เหยาก็ยังสวมชุดฤดูหนาว “ท่านหาข้าอยู่หรือ” เ

  • ผู้ไม่เป็นที่โปรดปราน   23/1 ความรักที่สุกงอม

    เดินทางจากอำเภอซานถงถึงแดนเหนือใช้เวลาสองสัปดาห์ เหยาอี้เหยาตกลงใจใช้ชีวิตอยู่กับฉู่ซีเย่ บางวันหวานชื่น บางวันรักร้อนแรง หรือทะเลาะกันบ้าง เพราะนางอยากออกไปทำงานสำรวจสำมโนครัวแบบเมื่อก่อน เพราะอยู่เฉยๆ เบื่อเกินไปฉู่ซีเย่คัดค้านหัวชนฝา เขาไม่อยากให้นางออกไปทำงานข้างนอก กลัวว่าจะมีคนมาชมชอบนาง ก็นางงามขนาดนี้ มีแต่คนตาบอดเท่านั้นที่ไม่มอง“แน่ใจนะว่าท่านไม่อนุญาต”“แน่นอน”“งั้นคืนนี้ท่านไปนอนที่อื่น”ฉู่ซีเย่ลุกพรึ่บ “ไม่ได้”“ได้ ก็นี่ห้องข้า เสียก็แต่ว่าท่านจะยึดคืน” เหยาอี้เหยาลุกขึ้น นางคว้าหมอนและผ้าห่มของฉู่ซีเย่ออกไปทิ้งด้านนอกห้อง“อี้เหยา” ฉู่ซีเย่ตามไปเก็บแล้ววางที่เดิม ก่อนจะประกาศก้อง “คืนนี้ข้าจะนอนที่นี้”“ท่านอ๋อง ท่านไม่สิทธิ์รุกล้ำพื้นที่นะ ยิ่งเจ้าของไม่อนุญาต ยิ่งไม่ได้”“แล้วไง ใครสน” ฉู่ซีเย่นั่งลงบนเตียง เขาเอนนอนเอาแขนชันศีรษะ “ข้าพอใจจะนอนที่นี้”“ก็ได้ งั้นข้าจะไปนอนที่อื่น” เหยาอี้เหยาเดินไปที่ประตู ฉู่ซีเย่ดีดตัวลุกขึ้นมาขวาง เขายืนขวางประตู ก่อนจะถอนหายใจ เขายอมถอยให้นาง“เอาล่ะ พอก่อน มาคุยกันดีๆ เถอะ”“ก็ได้” เหยาอี้เหยาเห็นเขายอมถอย นางก็ถอยหนึ่งก้าว “

  • ผู้ไม่เป็นที่โปรดปราน   22/2 แก้แค้นสิบปีก็ไม่สาย

    “เจ้าต้องเข้าใจว่าข้าไม่อาจสบายใจได้ ตราบใดที่มีเจ้า” หย่งสวินกล่าวอย่างลำบากใจ แต่ดวงตากลับเฝ้ารอ ในใจคงจินตนาการวันที่ได้ฆ่าฉู่ซีเย่มานับครั้งไม่ถ้วน“คนที่คิดจะฆ่าข้า ไม่ตายดีสักคน” ฉู่ซีเย่ไม่กลัวว่าหย่งสวินจะเอาดาบแทงตน เพราะคนเหลี่ยมจัดอย่างหย่งสวิน ไม่เล่นในเกมที่ตกเป็นรอง“เจ้าต้องมีชีวิตอยู่นานๆ หน่อย จะได้รู้ว่าข้าจะได้ตายดีหรือไม่ แต่น่าเสียดาย คงไม่มีวันนั้นแล้ว” หย่งสวินยกดาบขึ้น ก่อนจะฟันใส่แขนขวาจนขาด เขาส่งเสียงร้องโหยหวน“ช่วยข้าด้วย! ต้าเป่ยอ๋องจะสังหารข้า!”ประตูท้องพระโรงเปิดออกในยามรุ่งสาง ฉู่ซีเย่ถูกคุมตัวออกมามุ่งหน้าไปยังลานประหารในโทษฐานลอบทำร้ายประมุขของประเทศ ความรีบร้อนในการประหารเขาทันที เป็นความต้องการของหย่งสวินคลื่นลมในวังเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว ทุกคนต่างมั่นใจแน่แล้วว่าหย่งสวินจะได้เป็นฮ่องเต้องค์ต่อไป ด้วยไท่จื่อก็สิ้นแล้ว หย่งมู่ที่กลัวตายก็รีบหอบผ้าหนีเอาตัวรอด ดังนั้นจึงไม่มีใครกล้ากังขาหรือคัดค้านแม้เพียงนิดที่หย่งสวินคิดจะสังหารฉู่ซีเย่อย่างไรก็ตาม การประหารใช่จะทำได้เลยในทันที เพราะความวุ่นวายจากทางฝั่งของคนสนับสนุนไท่จื่อก็ไม่ยินยอมเช่นกัน

  • ผู้ไม่เป็นที่โปรดปราน   22/1 แก้แค้นสิบปีก็ไม่สาย

    “เจ้าไม่เป็นห่วงชายผู้นั้นของเจ้าหรือ”ชายผู้นั้นของกงจิ้ง ย่อมหมายถึงฉู่ซีเย่ “ได้ยินว่าทางวังกำลังเผชิญหน้ากับพายุใหญ่ ไม่แน่ว่าชายผู้นั้นของเจ้า อาจพบอันตรายร้ายแรง”“ก็อาจจะพบอันตราย แต่ข้าไม่ห่วงมากเท่าไหร่” นางล้างผัก ท่าทีผ่อนคลายกงจิ้งทำหน้าประหลาด เหยาอี้เหยาดูไม่ร้อนใจเท่าที่ควร“สามปี” เหยาอี้เหยาพูดขณะมองตรงไปหน้าผืนนา “เขาใช้เวลาสามปีวางแผนแก้แค้น ดังนั้นข้าจึงเชื่อมั่นว่าเขาจะไม่เป็นอะไร ต่อให้ถูกใครคิดปองร้าย ทุกอย่างก็อยู่ในการคาดเดาของเขา”กงจิ้งมองนาง “เป็นเจ้าที่เข้าใจเขาอย่างลึกซึ้ง”“ความจริงข้าไม่เข้าใจเขาหรอก ใครจะกล้าพูดว่าเข้าใจเขาได้”กงจิ้งเห็นด้วย “ข้าแปลกใจเสมอที่รู้ว่าเขาไม่อยากเป็นหนึ่งในผู้ชิงบัลลังก์"“ข้าไม่แปลกใจ”“เพราะอะไร” ขอเพียงมีใจนึกอยาก ไม่ใช่ว่าจะชิงมาไม่ได้“เขาเป็นคนเจ้าเล่ห์และยโสโอหังมาก แต่ก็เป็นคนที่รักษาคำสัตย์ยิ่งชีพมากเช่นกัน อะไรที่รับปากคนอื่นไว้แล้ว ต่อให้ดินถล่มฟ้าแหวกออก เขาก็จะทำให้ได้ ในงานพิธีรับตำแหน่งต้าเป่ยอ๋อง เขาชัดเจนแล้วว่าเลือกแดนเหนือ”“เข้าใจแล้ว”ฉู่ซีเย่ไม่ได้ให้คำสัตย์ว่าจะไม่ชิงบัลลังก์ แต่เขาให้คำสัตย์ว่าจะตา

  • ผู้ไม่เป็นที่โปรดปราน   21/2 ความรักที่งอกงาม

    ต้าหย่ง...ชายเสื้อปักดิ้นทองเคลื่อนไหวเพียงบางเบา แต่สามารถทำให้ตะเกียงบนโต๊ะด้านหน้าสั่นไหว เงาใหญ่ยักษ์ที่ทอดลงหลังฉากพระที่นั่งวิจิตรงดงาม แลดูแปลกตา ยิ่งเมื่อขยับเคลื่อนไหว เงาสีดำยิ่งชวนให้รู้สึกขนกายลุกพองหย่งฉียังคงทรงงานแม้จะค่อนคืนเข้าไปแล้ว พระขนงมีมีร่องรอยยับย่น หมึกเปื้อนพระหัตถ์เป็นปื้นสีดำทั้งสองข้าง ลามไปถึงชายแขนเสื้อที่ถูกหมึกสีดำทำลายความประณีตลงหลายเท่าตัวหลังตั้งตรงเริ่มตกลู่ หย่งฉีในปีนี้อายุเพียงสี่สิบกว่าปี ทว่าความเคร่งเครียดและการตรากตรำอยู่ในตำแหน่งมายาวนานกว่าสามสิบปี ทำให้ใบหน้านั้นแก่ชรา ริ้วรอยแห่งวัยทอดแนวอยู่บนหน้าพระพักตร์หมองคล้ำ นัยน์ตาเต็มไปด้วยความวิตกกังวลครั้นมองลงมาภายในโถงพระที่นั่งอันหนาวเหน็บและช่างว่างเปล่า หย่งฉีคล้ายจะยิ้มเย้ยให้ตนเองอย่างสมเพชข้าวของมากมายหล่นเกลื้อนกลาดแทบเท้า ทุกสิ่งทุกอย่างพังไม่เป็นชิ้นดี กระนั้นท้องพระโรงที่เละเทะเช่นนี้ ก็ยังเทียบไม่ได้กับภายในจิตใจของเขาหย่งฉีทิ้งพู่กันในมือ เขาส่งเสียงออกมาอย่างเหนื่อยล้าราวกับแทบขาดใจ“ขันทีโม่...”โม่หานยืนก้มหน้าตามระเบียบประเพณี ในมือมีพวงแส้ม้านุ่มสลวย ทองคำซึ่งหลอมอยู

  • ผู้ไม่เป็นที่โปรดปราน   21/1 ความรักที่งอกงาม

    เหยาอี้เหยา “ก่อนจะให้ท่านพูดอธิบาย อยากจะขอรบกวนให้ท่านอาบน้ำล้างตัวเสียหน่อย” กลิ่นสาบจากตัวเขาทำให้ภายในบ้านถูกกลิ่นบูดรมควัน ดังนั้นนางจึงนำเสื้อผ้าที่เขาทิ้งไว้คราวก่อนออกมาให้เขา พร้อมชี้ทางว่าสามารถไปอาบน้ำที่ลำธารใกล้กับแปลงผักจี๋ฉายได้ ทั้งยังรุนหลัง ให้เขาไปไวๆ ฉู่ซีเย่ไม่อิดออด เขาก็เริ่มได้กลิ่นจากตัวเองเช่นกัน “ได้ ข้าจะไปอาบน้ำก่อนแล้วกัน หลังจากนั้นค่อยสนทนาเรื่องที่เข้าใจผิด” ถึงอย่างงั้นในใจของเขาก็มีความน้อยใจเล็กๆ ที่นางดูราวกับไม่ใส่ใจเขาเลย จะถามไถ่สักคำว่าเดินทางมาเหน็ดเหนื่อยหรือเปล่าก็ไม่มี ยังมีตบของนางอีก แม้แรงนางจะไม่ระคายผิวหนังหนาด้านของเขา แต่จิตใจบอบช้ำยิ่ง “ท่านอ๋อง” เหยาอี้เหยากล่าวรั้ง ใบหน้าคมกระหยิ่มยิ้มย่อง แต่เมื่อหันหน้ามาก็กลบเกลื่อนให้หมดสิ้น “ว่าอย่างไรรึ” ใบหน้าของฉู่ซีเย่ในตอนนี้สามารถพูดได้คำเดียวว่าเขาสำนึกผิดแล้ว “เมื่อครู่ข้าขอโทษที่ตบท่าน ท่านเจ็บมากหรือไม่” การตบตีเขาไม่เคยอยู่ในสมองนางมาก่อน แต่พอเห็นเขามายืนอยู่ตรงหน้า แรงอารมณ์ที่ถูกกดไว้ตลอดทั้งเดือนก็ปะทุ รู้ตัวอีกทีก็ตบเขาเสียฉาดใหญ่ “แรงเท่ามดของเจ้าจะทำอะไรข้าได้กัน”

  • ผู้ไม่เป็นที่โปรดปราน   14/2 ฉู่ซีเย่

    บาดแผลบนขาซ้ายได้รับการรักษาแล้ว เหยาอี้เหยาจึงขึ้นเกี้ยวกลับจวนให้เร็วที่สุด เนื่องจากนางยังมีเรื่องที่ต้องจัดการ นางอยากสลับจดหมายจากรัชทายาท ก่อนจะถึงมือฉู่ซีเย่ เพราะถ้าเขารู้เรื่องสัญญาหมั้นหมาย เขาคงไม่อยู่เฉยยิ่งเรื่องราวในอดีตเปิดเผย ชีวิตนางยิ่งต้องต้องระมัดระวังและรอบคอบฉู่ซีห่าวสละเสื้อคล

  • ผู้ไม่เป็นที่โปรดปราน   14/1 ฉู่ซีเย่

    ลูกธนูพุ่งมาอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถหลบพ้นเหยาอี้เหยามองเห็นลูกธนูผ่านม่านหิมะ เสี้ยววินาทีนั้นแสนสั้นแต่เหมือนได้เห็นภาพบางอย่างที่ยาวนานในหัว ทุกสรรพสิ่งเหมือนหมุนย้อนกลับ แต่แล้วสัญชาตญาณของการเอาตัวรอดทำให้นางตัดสินใจหลบแต่ช้าเกินไป เหยาอี้เหยารู้ตัวว่าถูกยิงเข้าที่ต้นขา แต่นางไม่คิดมัวโอ้เอ้ กัด

  • ผู้ไม่เป็นที่โปรดปราน   13/3 วันส่งท้ายปีเก่า

    ท้องฟ้าสว่างมากแล้ว เมื่อฉู่ซีเย่ควบม้ามาถึงประตูเมืองร่างสูงในชุดสีดำองอาจลงจากอาชา เขาเหยียบย่ำหิมะเพื่อขึ้นไปบนหอสังเกตการณ์ทหารรักษาประตูเมืองคาดไม่ถึงว่าฉู่ซีเย่จะมาในวันนี้ จึงไม่ได้เตรียมการต้อนรับ กระทั่งไม่มีเวลาแต่งกายให้เรียบร้อย ท่าทีจึงลนลานและประหม่าอย่างเห็นได้ชัดฉู่ซีเย่เห็นท่าทีของท

  • ผู้ไม่เป็นที่โปรดปราน   12/3 นักโทษ

    เมืองเซียงฝาน อำเภอชีชิวหลังถูกปลดออกจากตำแหน่งองค์รัชทายาท หย่งสวินในนามนักโทษถูกเนรเทศมาอยู่หมู่บ้านใกล้ปืนเที่ยง รับราชการในอำเภอเล็กๆ ให้ผู้คนดูแคลน ถึงยังงั้นต่อให้พบเจอความอดสูแร้นแค้นใดใด หย่งสวินพยายามดิ้นรนเอาชีวิตไปให้ได้ เพราะตราบใดที่ยังมีชีวิตรอด เขาก็ยังมีโอกาสทวงคืนในสิ่งที่ควรเป็นข

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status