Share

4/2 ข้าจะควักเครื่องในเจ้า

last update Terakhir Diperbarui: 2024-12-18 15:55:00

“ดื่มซะ ไม่เช่นนั้นข้าจะควักเครื่องในเจ้ามาตุ๋นน้ำแกงกิน”

ฉู่ซีเย่พูดอย่างเย็นยะเยือก ไม่มีวี่เเววล้อเล่น

“ข้าดื่มแล้วเจ้าค่ะ กินบัดเดี๋ยวนี้” เหยาอี้เหยายกจอกเหล้าขึ้นจรดริมฝีปาก กลิ่นเฉพาะของสุรารสเลิศแทรกผ่านอากาศเข้าสู่จมูก ทว่าในตอนนั้นเอง นางกลับพึ่งนึกขึ้นมาได้ว่ายาพิษที่ไท่จื่อหย่งสวินให้นางกินนั้น ต้องหลีกเลี่ยงสุราช่วงระยะแรก ไม่เช่นนั้นอาการจะกำเริบขึ้นมาได้จนตาย

“เหตุใดไม่กิน” ฉู่ซีเย่ถามเสียงเรียบ “หรือเจ้าแอบใส่ยาพิษให้ข้าจริงๆ”

เหยาอี้เหยาคุกเข่าโดยพลัน นางสั่นสะท้านทั้งจากความหนาวเย็นและสายตาของฉู่ซีเย่ที่ทิ่มแทงยิ่ง “ไม่มีทางเจ้าค่ะ ข้าน้อยไม่มีความกล้าที่จะทำเช่นนั้นกับท่านแน่นอน เพียงแต่ข้าน้อยไม่เคยดื่มสุรา อีกทั้งสุราของท่านยังเป็นสุราชั้นเลิศ ข้าน้อยเลยไม่กล้าแตะต้อง”

ไท่จื่อหย่งสวินให้นางกินยาพิษเพื่อป้องกันนางหลบหนีหรือหักหลังพระองค์ในภายหลัง ยาพิษนั้นเป็นแมลงคุณไสยที่มีชีวิต พระองค์จึงสั่งไว้ว่าในช่วงระยะแรกของการย้ายแมลงเข้ามาในตัวนาง นางต้องหลีกเลี่ยงอาหารบางจำพวกและสุรา ไม่เช่นนั้นยาระงับแมลงคุณไสยจะไม่ได้ผล เนื่องจากตัวแมลงไม่คุ้นชินกับร่างใหม่

รอจนพ้นเดือนเก้า นางถึงจะสามารถทานทุกอย่างได้ตามปกติ

“ข้าบอกเจ้าแล้วว่าให้กิน กล้าหรือไม่ก็เป็นคำสั่งของข้า” ทีแรกที่ฉู่ซีเย่ให้นางดื่มสุราก็เพียงเพราะต้องการให้ร่างกายของนางอบอุ่นขึ้น แต่ไม่คิดว่าท่าทีของนางจะดูไม่กล้าแตะต้องสุราเพียงนี้ ทั้งๆ ที่เห็นชัดๆ ว่านางหวาดกลัวเขา แต่ก็ไม่ยอมดื่มสุรา

หรือนางจะวางยาพิษไว้ในกาสุรา?

“ซื่อจื่อ ข้าน้อยไม่ดื่มสุราเจ้าค่ะ” ไท่จื่อบอกชัดเจนว่าหากนางแพร่งพรายเรื่องยาพิษให้ผู้อื่นรู้ นางจะต้องชดใช้ความผิดด้วยชีวิตของคนในสกุลเหยา นางจึงไม่อาจให้ฉู่ซีเย่รู้

“ดื่ม อย่าให้ข้าต้องกรอกใส่ปากให้เจ้าด้วยตนเอง” สีหน้าฉู่ซีเย่อึมครึมยิ่ง เขาไม่สามารถจับรังสีอำมหิตหรือเจตนาชั่วร้ายจากนางได้ ทว่าท่าทีของนางน่าสงสัย กอปรกับนางเป็นสายให้หย่งสวิน ฉู่ซีเย่มีเหตุผลมากมายที่จะสงสัยนาง

เหยาอี้เหยาไร้หนทาง ฉู่ซีเย่ขยับเท้ามาใกล้มากเหลือเกิน นางจึงคว่ำกาสุราและจอกเหล้าทิ้งเสีย ดีกว่านางกินเข้าไปแล้วอาการกำเริบ ถึงเวลานั้นฉู่ซีเย่ที่เป็นลูกหลานผู้อาวุโสฉู่ ย่อมต้องมองออกแน่ว่านางถูกพิษแมลงคุณไสย

“ดียิ่ง เจ้ากล้าคว่ำกาสุราเช่นนี้เชียว” ฉู่ซีเย่ดวงตามืดครึ้ม สกุลฉู่เป็นสกุลผู้เชี่ยวชาญในด้านการแพทย์หลายแขนง ดังนั้นจึงมีความสามารถในการจำแนกแยกแยะพิษมากกว่าคนธรรมดา ในสุราไม่มียาพิษ เขามั่นใจจากกลิ่นที่ไม่ได้เปลี่ยนไป ทว่านางคว่ำกาสุราทิ้ง บ่งบอกความไม่บริสุทธิ์ใจบางอย่างของนางที่มีต่อเขา

“ข้าน้อยผิดไปแล้วเจ้าค่ะ” เหยาอี้เหยาสะดุ้ง นางลอยขึ้นจากพื้นเมื่อฉู่ซีเย่ใช้กำลังมือบีบคอนางไว้ด้วยข้อนิ้วที่เย็นเฉียบของเขา

“เมื่อครู่ข้าบอกชัดแล้วว่าถ้าเจ้าไม่ดื่มสุรา ข้าจะควักเครื่องในเจ้ามาตุ๋นน้ำแกง”

“ซื่อจื่อ ข้าน้อยเพียงแค่ไม่อยากดื่มสุรา...”

“หย่งสวินวางแผนอะไรให้เจ้า เจ้าคิดจะทำอันใดกับข้า” ฉู่ซีเย่ตัดสินใจให้นางอาศัยอยู่ในจวนได้แม้จะรู้ว่านางเป็นคนของหย่งสวินด้วยเหตุผลประการเดียว คือเขาเบื่อหน่ายที่จัดการกับคนที่หย่งสวินส่งมาแล้ว เขาจึงรับนางไว้ หย่งสวินจะได้เลิกส่งคนมาล่วงข้อมูลเสียที

“หะ...หายใจไม่ออก...เจ้าค่ะ”

สองเท้าของเหยาอี้เหยาเตะอากาศ ฉู่ซีเย่สูงเพียงใดนางไม่เคยคิดคะเนมาก่อน จนวันนี้ วันที่นางถูกเขาบีบคอจนลอยสูง นางใกล้จะขาดอากาศหายใจ กระนั้นมือแข็งกระด้างที่บีบลำคอนาง ไม่มีความผ่อนปรนใดๆ

“ซะ...ซื่อจื่อ...ปล่อยข้า” นางใช้กำลังทั้งหมดเพื่อดิ้นรนหาอิสรภาพ ฉู่ซีเย่จึงตัดกำลังนางด้วยการผลักนางให้ติดก้อนศิลา ทำเช่นนี้เขายิ่งออกแรงบีบคอนางได้ดียิ่งขึ้น

ใต้ฝ่ามือของฉู่ซีเย่รับรู้ได้ถึงชีพจรที่เต้นอย่างบ้าคลั่ง รวมทั้งลมหายใจแต่ละเฮือกของนาง แววตาของนางสุกใสเอ่อคลอเป็นม่านน้ำตก ภายในนั้นสะท้านภาพใบหน้าของเขา

ฉู่ซีเย่เห็นตนเองจากนัยน์ตาของนาง อารมณ์เขาพลันอ่อนลง

“คิดจะทำร้ายข้ารึเปล่า”

“ไม่...ไม่เจ้าค่ะ...” นางอ้อนวอนจากสายตา พยายามใช้มือแกะนิ้วของเขา ความรู้สึกว่าอากาศกำลังจะหมดลงช่างเป็นความรู้สึกทรมานจนอยากจะเอื้อนเอ่ย กำลังดิ้นรนของนางหมดลงในเวลาสั้นๆ ความทรมานส่งผลให้น้ำตาของนางเอ่อคลอจนไหลลงมาต้องหลังมือของฉู่ซีเย่

มือที่บีบคอนางปล่อย ร่างเล็กร่วงลงพื้นหิมะ นางไอด้วยความทุกข์ทรมานพร้อมซุกตัวอยู่ใต้ก้อนหิน ฉู่ซีเย่สัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวของนางที่มีต่อเขาอย่างชัดเจน

ทว่ายังไม่พอ ฉู่ซีเย่ต้องการให้นางหวาดกลัวเขาเข้ากระดูกดำ ให้นางต้องรู้สึกว่าการคิดร้ายต่อเขาตามคำสั่งของหย่งสวิน เป็นเรื่องอันตรายต่อชีวิตมากกว่าที่คิด

“ที่ข้าปล่อยเจ้า ไม่ใช่เพราะข้ามีเมตตา แต่เป็นเพราะข้าเบื่อหน่ายกับคนที่หย่งสวินส่งมานัก หากวันนี้เจ้าตายไป เขาก็ส่งคนใหม่มา แล้วข้าก็ต้องสิ้นเปลืองสมองจัดการเหลือบไรเช่นเจ้าอีก” ฉู่ซีเย่ดับโคมไฟตามทางเดินรวมทั้งตะเกียงของนาง ความมืออันเยียบเย็นโอบล้อมจนสะท้าน “คุณหนูเหยา จดจำรสชาตินี้ไว้ให้ดี เมื่อไหร่ก็ตามที่ข้าเห็นว่าเจ้ามีพฤติกรรมเข้าข่ายจะทำร้ายข้า วันนั้นข้าจะบีบคอเจ้าให้ตายคามือ”

เหยาอี้เหยาไม่กล้าส่งเสียง รอให้ฉู่ซีเย่จากไปแล้ว นางถึงได้กล้าร้องไห้ออกมา

กลิ่นสุราที่นางสูดเข้าไปกระตุ้นแมลงคุณไสยในเวลาต่อมา

เหยาอี้เหยาจับไข้หนาวสั่นทั้งคืน จางลี่จึงถูกกงจิ้งเรียกตัวมาดูแลนางอย่างไม่ค่อยเต็มใจ แต่ครั้นจะไม่ทำก็ไม่ได้ เนื่องจากแม่ทัพกง คอยจับตามองนางว่าทำหน้าที่สาวรับใช้ดีหรือไม่

ไข้ของนางไม่ลดลงเลย รุ่งสางกงจิ้งจึงให้ซ่างเจวี๋ยไปเรียกท่านหมอมา ทว่าลู่หมิงหยุดซ่างเจวี๋ยไว้ แล้วตามหมอหลวงที่ติดตามไท่จื่อหย่งสวินมาจากเมืองหลวง

โดยสาเหตุที่ไม่กล้าให้คนไปเรียกท่านหมอผู้อื่น เพราะเกรงว่าแมลงคุณไสยที่อยู่ในตัวเหยาอี้เหยาอาจถูกเปิดโปงได้

ยุคสมัยนี้เป็นยุคสงครามบ้านเมืองไม่สงบ การเข่นฆ่ามีอยู่ดาษดื่น ทว่าการใช้แมลงคุณไสยถือเป็นข้อห้ามร้ายแรงอันดับหนึ่ง

วิชาแมลงคุณไสยจึงหายไปจากแผ่นดินนับสิบปีแล้ว หากวันนี้ปรากฏขึ้นมาด้วยฝีมือของไท่จื่อ ลู่หมิงเกรงว่าพระองค์อาจถูกโจมตีว่าฝักใฝ่วิชาต่ำทราม ขาดคุณสมบัติขึ้นปกครอง

อีกอย่างนอกจากลู่หมิงแล้ว กงจิ้งและซ่างเจวี๋ยไม่รู้ว่าเหยาอี้เหยาถูกพิษ

ทราบเพียงแต่ว่านางถูกไท่จื่อบีบให้ทำงานให้ ลู่หมิงเชื่อว่าด้วยคุณธรรมของกงจิ้งและซ่างเจวี๋ย หากพวกเขารู้เรื่อง คงเปลี่ยนใจไม่มากก็น้อย

“หากอี้เหยาไม่ดีขึ้น ข้าจะไปเอาเรื่องฉู่ซื่อจื่อ” ซ่างเจวี๋ยร้อนใจแต่เช้า เขาเคยเห็นคนป่วยมามาก แต่คนป่วยที่ล้มหมอนนอนเสื่อในฉับพลันมีไม่มาก นี้ล้วนต้องเป็นเพราะฉู่ซีเย่ รอยแดงช้ำบนคอนางคือฝีมือคนแซ่ฉู่

“มีปากใช้ว่าจะพูดจาส่งเดชอันใดก็ได้ ระวังหัวจะหลุดจากบ่า”

“ฉู่ซื่อจื่อชาติสุนัข เขากล้าทำร้ายอี้เหยา” ซ่างเจวี๋ยเดือดดาลแต่ก็ทำอะไรฉู่ซีเย่ไม่ได้ “ท่านหมอก็ไร้สามารถยิ่ง ทั้งวันแล้วอี้เหยายังไม่ดีขึ้นแม้สักนิด”

“ยาปรุงไม่ใช่ยาวิเศษ กินแล้วหายวับในทันตา” หากเวลาปกติเหยาอี้เหยาคงไม่ทรุดเร็วเพียงนี้ แต่ร่างกายนางอ่อนแอฉับพลันเพราะแมลงคุณไสย วิธีแก้คือให้กินยาระงับ ทว่าลู่หมิงหาจังหวะป้อนยาระงับแมลงคุณไสยให้นางไม่ได้

“อย่างน้อยก็ควรต้องดีขึ้นบ้างกระมัง”

“จะทะเลาะไปข้างนอก ข้าต้องการความสงบ” กงจิ้งกล่าวเสียงขรึม

ลู่หมิงมองตะเกียงพลางใช้ความคิด เขาต้องหาวิธิให้กงจิ้งและซ่างเจวี๋ยจากไปชั่วครู่ ไม่เช่นนั้นก็ป้อนยาให้เหยาอี้เหยาไม่ได้

“ข้าจะไปเรียกหมอมาดูอาการอี้เหยาอีกรอบ”

ซ่างเจวี๋ยยกขาขัดไว้ เขามั่นใจว่าวิ่งเร็วกว่าลู่หมิงที่เดินช้าพิรี้พิไร “ข้าเอง ขืนให้เจ้าเดินไปเรียกท่านหมอ ต้นข้าวคงออกรวงได้เวลาเก็บเกี่ยว”

“เช่นนั้นรบกวนแม่ทัพซ่างแล้ว”

“ไม่ต้อง ข้าทำเพื่ออี้เหยา” ซ่างเจวี๋ยพูดจบก็รีบไป เขาเคลื่อนไหวรวดเร็วปานสายลม กงจิ้งที่เฝ้าเหยาอี้เหยามาทั้งวันทั้งคืนรู้สึกอ่อนล้าอยู่บ้าง จึงขอตัวไปอาบน้ำพักสายตาสักครู่ แล้วจะมาผลัดลู่หมิงอีกที

“เจ้าออกไปก่อน ไม่มีคำสั่งข้าไม่ต้องเข้ามา” ลู่หมิงสั่งจางลี่ เขาคอยเวลาที่ปลอดผู้คนเช่นนี้มาทั้งวันแล้ว ลู่หมิงกวาดตามองรอบด้าน จนมั่นใจว่าไม่มีผู้ใดแล้ว เขาจึงหยิบยาลูกกลอนออกมาจากอกเสื้อ ป้อนใส่ปากเหยาอี้เหยาหนึ่งเม็ด

เหตุการณ์ทั้งหมดที่ลู่หมิงคิดว่าไม่มีผู้ใดเห็น ล้วนตกอยู่ในสายตาของฉู่ซีเย่

ท่านหมอหลวงมาตรวจอาการเหยาอี้เหยาอีกรอบในช่วงค่ำ

เขาจัดเทียบยาชุดใหม่พร้อมกล่าวเช่นเดิมว่าเหยาอี้เหยาต้องความหนาวเย็นจนล้มป่วย ยามนี้อาการยังไม่ดีขึ้น ทว่ายาเริ่มได้ผลแล้ว ชีพจรเริ่มคงที่ ไม่สับสนเช่นวันนี้ คาดว่าอีกไม่นานไข้นางน่าจะลดลง

“อีกนานนี่นานเพียงใด” แม้เหยาอี้เหยาจะยังไม่ฟื้นทว่าสีหน้าของนางดีขึ้นมากแล้ว

“แม่ทัพซ่าง ข้าน้อยคาดว่านางจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในวันพรุ่งนี้” หมอหลวงตอบอย่างนอบน้อม

“ท่านหมอนี่คือยาเทียบใหม่รึ” กงจิ้งมองกากยาที่ถูกเทไว้ด้านข้างและยาเทียบใหม่ด้วยความสงสัย “เทียบยาไม่ได้เปลี่ยนอันใดมากมาย แล้วเหตุใดอาการนางจึงดีขึ้น”

“แต่เดิมร่างกายนางไม่ได้มีปัญหาอันใด เพียงต้องความเย็นจนจับไข้ ทว่าเหตุใดจึงล้มป่วยอย่างรวดเร็วและฉับพลันปานนี้ข้าน้อยก็ไม่ทราบ”

“มันต้องมีปัญหาสิ นางทรุดลงภายในชั่วข้ามคืน” กงจิ้งกังวลว่าฉู่ซีเย่อาจทำร้ายนางมากกว่าที่ตาเห็น

“บางทีนางอาจจะมีโรคซ่อนเร้น เมื่อนางฟื้น ข้าจะตรวจให้ละเอียดอีกรอบ” หมอหลวงตอบแบ่งรับแบ่งสู้ เขาไม่ทราบว่านางถูกวางยาพิษแมลงคุณไสย ด้วยในตำราแพทย์ ไม่สอนวิชานี้

ลู่หมิงคลี่คลายสถานการณ์

“ตอนนี้อี้เหยาดีขึ้นแล้ว ท่านหมอ ขอบคุณท่านมากที่พยายามเต็มที่ ข้าน้อยจะให้แม่ทัพซ่างไปส่งท่าน”

ซ่างเจวี๋ยไม่ได้อยากไปส่งท่านหมอหลวง แต่ในเมื่อลู่หมิงพูดออกมาแล้ว เขาจะพูดปฏิเสธผู้มีพระคุณที่ช่วยเหยาอี้เหยาไว้ก็ไม่ได้ จึงไปส่งท่านหมอหลวงตามนั้น ภายในห้องจึงเหลือเพียงกงจิ้งและลู่หมิง

“เมื่อคืนแม่ทัพกงเฝ้าอี้เหยาแล้ว คืนนี้ให้เป็นหน้าที่ข้าเถิด”

กงจิ้งสีหน้าเรียบนิ่ง กริชคมวาวอยู่ห่างจากหลอดอาหารราชทูตหนุ่มเพียงเส้นผม “ลู่หมิง ข้าเชื่อว่าเจ้ามีเรื่องปิดบังข้าไม่มากก็น้อย”

“มีเรื่องข้องใจค่อยๆ พูดเถอะ ทำเช่นนี้ข้าเองก็กลัวนะ” สายตามกริบของกงจิ้งทำให้ลู่หมิงต้องพูดความจริงออกไป “แมลงคุณไสย”

“ยาพิษชั่วร้ายพรรค์นั้น” กงจิ้งลดกริชในมือลงเงียบๆ “...นางยังเด็ก”

“อาจจะไม่สบายใจที่ได้ยินเช่นนี้ แต่นางจะไม่เป็นอะไร ตราบใดที่ยังกินยาระงับพิษทุกๆ สิบห้าวัน” ลู่หมิงพูด ภายในห้องเงียบลง ไม่มีใครพูดอะไรหลังจากนั้น

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ผู้ไม่เป็นที่โปรดปราน   23/2 ความรักที่สุกงอม

    ฤดูใบไม้ผลิของแดนเหนืออบอุ่นและงดงาม ต้นไม้ที่หลับใหลในฤดูเหมันต์ผลิใบอ่อน แสงแดดลอดเงาผ่านช่องว่างต้นถั่วแดงเข้ามาเป็นลำแสง ต้นถั่วแดงหงฉู่โตวเป็นไม้ยืนต้นที่ใช้เวลาหลับใหลในฤดูหนาวเช่นกัน แต่เพราะมันเติบโตในแดนใต้ที่อากาศอุ่น ก่อนจะถูกขุดล้อมแล้วย้ายขึ้นมาที่เมืองโจวอี้ ต้นถั่วแดงจึงเจริญเติบโตขึ้นมาก เหยาอี้เหยามักจะมารดน้ำต้นถั่วด้วยตนเอง นางจำได้ว่าช่วงสามปีแรก ต้นถั่วโตช้ายิ่ง จนกระถางเล็กๆ ยังโตไม่เต็ม ครั้นลงดินที่อำเภอซานถง เพียงไม่นานก็สูงเอาๆ แต่พอมาคิดดู เหยาอี้เหยาคิดว่าสาเหตุที่ต้นถั่วโตช้าตอนอยู่ในกระถาง เพราะพื้นที่ไม่พอ สารอาหารขาดแคลน พอได้รับแสงแดด สายลม พื้นที่เหมาะสม พริบตาเดียวก็สูงขึ้นจนต้องแหนหน้ามองแล้ว ร่มเงาของกิ่งก้านที่แผ่ขยายออกเป็นพุ่มงาม ใบไม้เสียดสีเบาๆ ราวกับกำลังอวยพรให้นาง เหยาอี้เหยาพนมมือรับพรด้วยน้ำตา แต่คำอวยพรบางอย่างก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้... “อยู่นี่เอง” ฉู่ซีเย่เดินเข้ามาบริเวณสวนดอกไม้ ตรงกลางมีต้นถั่วยืนต้นโดดเด่น ใต้ร่มเงามีหญิงงามในชุดผ้าคลุมตัวยาว ช่วงนี้อากาศเริ่มร้อนแล้ว กระนั้นเหยาอี้เหยาก็ยังสวมชุดฤดูหนาว “ท่านหาข้าอยู่หรือ” เ

  • ผู้ไม่เป็นที่โปรดปราน   23/1 ความรักที่สุกงอม

    เดินทางจากอำเภอซานถงถึงแดนเหนือใช้เวลาสองสัปดาห์ เหยาอี้เหยาตกลงใจใช้ชีวิตอยู่กับฉู่ซีเย่ บางวันหวานชื่น บางวันรักร้อนแรง หรือทะเลาะกันบ้าง เพราะนางอยากออกไปทำงานสำรวจสำมโนครัวแบบเมื่อก่อน เพราะอยู่เฉยๆ เบื่อเกินไปฉู่ซีเย่คัดค้านหัวชนฝา เขาไม่อยากให้นางออกไปทำงานข้างนอก กลัวว่าจะมีคนมาชมชอบนาง ก็นางงามขนาดนี้ มีแต่คนตาบอดเท่านั้นที่ไม่มอง“แน่ใจนะว่าท่านไม่อนุญาต”“แน่นอน”“งั้นคืนนี้ท่านไปนอนที่อื่น”ฉู่ซีเย่ลุกพรึ่บ “ไม่ได้”“ได้ ก็นี่ห้องข้า เสียก็แต่ว่าท่านจะยึดคืน” เหยาอี้เหยาลุกขึ้น นางคว้าหมอนและผ้าห่มของฉู่ซีเย่ออกไปทิ้งด้านนอกห้อง“อี้เหยา” ฉู่ซีเย่ตามไปเก็บแล้ววางที่เดิม ก่อนจะประกาศก้อง “คืนนี้ข้าจะนอนที่นี้”“ท่านอ๋อง ท่านไม่สิทธิ์รุกล้ำพื้นที่นะ ยิ่งเจ้าของไม่อนุญาต ยิ่งไม่ได้”“แล้วไง ใครสน” ฉู่ซีเย่นั่งลงบนเตียง เขาเอนนอนเอาแขนชันศีรษะ “ข้าพอใจจะนอนที่นี้”“ก็ได้ งั้นข้าจะไปนอนที่อื่น” เหยาอี้เหยาเดินไปที่ประตู ฉู่ซีเย่ดีดตัวลุกขึ้นมาขวาง เขายืนขวางประตู ก่อนจะถอนหายใจ เขายอมถอยให้นาง“เอาล่ะ พอก่อน มาคุยกันดีๆ เถอะ”“ก็ได้” เหยาอี้เหยาเห็นเขายอมถอย นางก็ถอยหนึ่งก้าว “

  • ผู้ไม่เป็นที่โปรดปราน   22/2 แก้แค้นสิบปีก็ไม่สาย

    “เจ้าต้องเข้าใจว่าข้าไม่อาจสบายใจได้ ตราบใดที่มีเจ้า” หย่งสวินกล่าวอย่างลำบากใจ แต่ดวงตากลับเฝ้ารอ ในใจคงจินตนาการวันที่ได้ฆ่าฉู่ซีเย่มานับครั้งไม่ถ้วน“คนที่คิดจะฆ่าข้า ไม่ตายดีสักคน” ฉู่ซีเย่ไม่กลัวว่าหย่งสวินจะเอาดาบแทงตน เพราะคนเหลี่ยมจัดอย่างหย่งสวิน ไม่เล่นในเกมที่ตกเป็นรอง“เจ้าต้องมีชีวิตอยู่นานๆ หน่อย จะได้รู้ว่าข้าจะได้ตายดีหรือไม่ แต่น่าเสียดาย คงไม่มีวันนั้นแล้ว” หย่งสวินยกดาบขึ้น ก่อนจะฟันใส่แขนขวาจนขาด เขาส่งเสียงร้องโหยหวน“ช่วยข้าด้วย! ต้าเป่ยอ๋องจะสังหารข้า!”ประตูท้องพระโรงเปิดออกในยามรุ่งสาง ฉู่ซีเย่ถูกคุมตัวออกมามุ่งหน้าไปยังลานประหารในโทษฐานลอบทำร้ายประมุขของประเทศ ความรีบร้อนในการประหารเขาทันที เป็นความต้องการของหย่งสวินคลื่นลมในวังเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว ทุกคนต่างมั่นใจแน่แล้วว่าหย่งสวินจะได้เป็นฮ่องเต้องค์ต่อไป ด้วยไท่จื่อก็สิ้นแล้ว หย่งมู่ที่กลัวตายก็รีบหอบผ้าหนีเอาตัวรอด ดังนั้นจึงไม่มีใครกล้ากังขาหรือคัดค้านแม้เพียงนิดที่หย่งสวินคิดจะสังหารฉู่ซีเย่อย่างไรก็ตาม การประหารใช่จะทำได้เลยในทันที เพราะความวุ่นวายจากทางฝั่งของคนสนับสนุนไท่จื่อก็ไม่ยินยอมเช่นกัน

  • ผู้ไม่เป็นที่โปรดปราน   22/1 แก้แค้นสิบปีก็ไม่สาย

    “เจ้าไม่เป็นห่วงชายผู้นั้นของเจ้าหรือ”ชายผู้นั้นของกงจิ้ง ย่อมหมายถึงฉู่ซีเย่ “ได้ยินว่าทางวังกำลังเผชิญหน้ากับพายุใหญ่ ไม่แน่ว่าชายผู้นั้นของเจ้า อาจพบอันตรายร้ายแรง”“ก็อาจจะพบอันตราย แต่ข้าไม่ห่วงมากเท่าไหร่” นางล้างผัก ท่าทีผ่อนคลายกงจิ้งทำหน้าประหลาด เหยาอี้เหยาดูไม่ร้อนใจเท่าที่ควร“สามปี” เหยาอี้เหยาพูดขณะมองตรงไปหน้าผืนนา “เขาใช้เวลาสามปีวางแผนแก้แค้น ดังนั้นข้าจึงเชื่อมั่นว่าเขาจะไม่เป็นอะไร ต่อให้ถูกใครคิดปองร้าย ทุกอย่างก็อยู่ในการคาดเดาของเขา”กงจิ้งมองนาง “เป็นเจ้าที่เข้าใจเขาอย่างลึกซึ้ง”“ความจริงข้าไม่เข้าใจเขาหรอก ใครจะกล้าพูดว่าเข้าใจเขาได้”กงจิ้งเห็นด้วย “ข้าแปลกใจเสมอที่รู้ว่าเขาไม่อยากเป็นหนึ่งในผู้ชิงบัลลังก์"“ข้าไม่แปลกใจ”“เพราะอะไร” ขอเพียงมีใจนึกอยาก ไม่ใช่ว่าจะชิงมาไม่ได้“เขาเป็นคนเจ้าเล่ห์และยโสโอหังมาก แต่ก็เป็นคนที่รักษาคำสัตย์ยิ่งชีพมากเช่นกัน อะไรที่รับปากคนอื่นไว้แล้ว ต่อให้ดินถล่มฟ้าแหวกออก เขาก็จะทำให้ได้ ในงานพิธีรับตำแหน่งต้าเป่ยอ๋อง เขาชัดเจนแล้วว่าเลือกแดนเหนือ”“เข้าใจแล้ว”ฉู่ซีเย่ไม่ได้ให้คำสัตย์ว่าจะไม่ชิงบัลลังก์ แต่เขาให้คำสัตย์ว่าจะตา

  • ผู้ไม่เป็นที่โปรดปราน   21/2 ความรักที่งอกงาม

    ต้าหย่ง...ชายเสื้อปักดิ้นทองเคลื่อนไหวเพียงบางเบา แต่สามารถทำให้ตะเกียงบนโต๊ะด้านหน้าสั่นไหว เงาใหญ่ยักษ์ที่ทอดลงหลังฉากพระที่นั่งวิจิตรงดงาม แลดูแปลกตา ยิ่งเมื่อขยับเคลื่อนไหว เงาสีดำยิ่งชวนให้รู้สึกขนกายลุกพองหย่งฉียังคงทรงงานแม้จะค่อนคืนเข้าไปแล้ว พระขนงมีมีร่องรอยยับย่น หมึกเปื้อนพระหัตถ์เป็นปื้นสีดำทั้งสองข้าง ลามไปถึงชายแขนเสื้อที่ถูกหมึกสีดำทำลายความประณีตลงหลายเท่าตัวหลังตั้งตรงเริ่มตกลู่ หย่งฉีในปีนี้อายุเพียงสี่สิบกว่าปี ทว่าความเคร่งเครียดและการตรากตรำอยู่ในตำแหน่งมายาวนานกว่าสามสิบปี ทำให้ใบหน้านั้นแก่ชรา ริ้วรอยแห่งวัยทอดแนวอยู่บนหน้าพระพักตร์หมองคล้ำ นัยน์ตาเต็มไปด้วยความวิตกกังวลครั้นมองลงมาภายในโถงพระที่นั่งอันหนาวเหน็บและช่างว่างเปล่า หย่งฉีคล้ายจะยิ้มเย้ยให้ตนเองอย่างสมเพชข้าวของมากมายหล่นเกลื้อนกลาดแทบเท้า ทุกสิ่งทุกอย่างพังไม่เป็นชิ้นดี กระนั้นท้องพระโรงที่เละเทะเช่นนี้ ก็ยังเทียบไม่ได้กับภายในจิตใจของเขาหย่งฉีทิ้งพู่กันในมือ เขาส่งเสียงออกมาอย่างเหนื่อยล้าราวกับแทบขาดใจ“ขันทีโม่...”โม่หานยืนก้มหน้าตามระเบียบประเพณี ในมือมีพวงแส้ม้านุ่มสลวย ทองคำซึ่งหลอมอยู

  • ผู้ไม่เป็นที่โปรดปราน   21/1 ความรักที่งอกงาม

    เหยาอี้เหยา “ก่อนจะให้ท่านพูดอธิบาย อยากจะขอรบกวนให้ท่านอาบน้ำล้างตัวเสียหน่อย” กลิ่นสาบจากตัวเขาทำให้ภายในบ้านถูกกลิ่นบูดรมควัน ดังนั้นนางจึงนำเสื้อผ้าที่เขาทิ้งไว้คราวก่อนออกมาให้เขา พร้อมชี้ทางว่าสามารถไปอาบน้ำที่ลำธารใกล้กับแปลงผักจี๋ฉายได้ ทั้งยังรุนหลัง ให้เขาไปไวๆ ฉู่ซีเย่ไม่อิดออด เขาก็เริ่มได้กลิ่นจากตัวเองเช่นกัน “ได้ ข้าจะไปอาบน้ำก่อนแล้วกัน หลังจากนั้นค่อยสนทนาเรื่องที่เข้าใจผิด” ถึงอย่างงั้นในใจของเขาก็มีความน้อยใจเล็กๆ ที่นางดูราวกับไม่ใส่ใจเขาเลย จะถามไถ่สักคำว่าเดินทางมาเหน็ดเหนื่อยหรือเปล่าก็ไม่มี ยังมีตบของนางอีก แม้แรงนางจะไม่ระคายผิวหนังหนาด้านของเขา แต่จิตใจบอบช้ำยิ่ง “ท่านอ๋อง” เหยาอี้เหยากล่าวรั้ง ใบหน้าคมกระหยิ่มยิ้มย่อง แต่เมื่อหันหน้ามาก็กลบเกลื่อนให้หมดสิ้น “ว่าอย่างไรรึ” ใบหน้าของฉู่ซีเย่ในตอนนี้สามารถพูดได้คำเดียวว่าเขาสำนึกผิดแล้ว “เมื่อครู่ข้าขอโทษที่ตบท่าน ท่านเจ็บมากหรือไม่” การตบตีเขาไม่เคยอยู่ในสมองนางมาก่อน แต่พอเห็นเขามายืนอยู่ตรงหน้า แรงอารมณ์ที่ถูกกดไว้ตลอดทั้งเดือนก็ปะทุ รู้ตัวอีกทีก็ตบเขาเสียฉาดใหญ่ “แรงเท่ามดของเจ้าจะทำอะไรข้าได้กัน”

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status