Masuk
คฤหาสน์งามตระการตาตั้งตระหง่านอยู่กลางสวนเขียวขจีที่แผ่กว้างจนสุดสายตา ตัวอาคารสะท้อนแสงอาทิตย์อ่อน ๆ ด้วยผิวสัมผัสของหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ ประดับด้วยเสาโรมันที่ดูสง่างาม เส้นสายสถาปัตยกรรมอ่อนช้อยแต่มั่นคง พื้นที่โดยรอบล้อมด้วยสวนที่ตกแต่งอย่างพิถีพิถัน ราวกับเป็นงานศิลปะธรรมชาติ
กลิ่นหอมของดอกไม้ที่บานสะพรั่งลอยมากับสายลมเอื่อย เสียงน้ำพุในสวนดังแผ่วเบาเป็นจังหวะ บรรยากาศสดใสด้วยแสงแดดที่ลอดผ่านใบไม้ สร้างเงารำไรให้แก่ทางเดินหินที่เชื่อมไปยังมุมนั่งเล่นและศาลากลางสวน
เสียงสวบสาบดังขึ้นจากพุ่มไม้ประดับในสวนที่ตกแต่งอย่างงดงาม ปรากฏร่างของอิงฟ้า เด็กสาวรูปร่างอรชร ผิวขาวผ่องอมชมพู ผมสีดำขลับยาวสลวยถึงกลางหลังดูกระเซอะกระเซิงยุ่งเหยิง แต่ดวงตากลมโตเป็นประกายสดใสนั้นสะกดใจทุกคนที่ได้พบ
คุณหนูอิงฟ้า บุตรสาวของท่านรัฐมนตรีพยายามซุกร่างเข้าซ่อนหลังหลืบระหว่างหินประดับสวนก้อนใหญ่อย่างสุดความสามารถ พลางกรอกสายตามองอย่างระแวดระไว ข้างกายเธอมีเจ้าสุนัขสีดำตัวใหญ่คลานเข้าติด ๆ ไม่ยอมห่างกายนายสาว
“โอย! วันนี้เป็นวันซวยอะไรของฉันนักหนานะ ไอ้โบ้”
อิงฟ้าบ่นกระปอดกระแปดพลางก้มตัวลงต่ำอีก เมื่อเห็นการ์ดในชุดสูทสีดำคนหนึ่งเดินเฉียดเข้ามาใกล้พุ่มไม้เพื่อตามหาเธอ อิงฟ้าจึงนึกเข่นเขี้ยวไว้ในใจ “จุ๊ ๆ เงียบ ๆ ไอ้โบ้ หมอบลง”
อิงฟ้าส่งสัญญาณให้ลูกน้องตัวเขื่อง มันทำตามอย่างว่าง่ายโดยรีบก้มนอนหมอบท้องติดพื้น พลางดูเจ้านายของมันกำลังหลบแม่ของคุณหนูอย่างทุลักทุเล
“ค้นให้ทั่ว! จับให้ได้ เอาเป็นๆ นะ ห้ามบุบสลายเด็ดขาด!”
คุณหญิงเพ็ญนภากำลังเท้าเอวสั่งการ์ดและแม่บ้านนับสิบคน เพราะสายตาคมกริบของดัชเชสแห่งรัสเซลเห็นแม่ตัวดีอยู่แถวนี้แน่นอน!
เวลาผ่านไปเพียงแค่ 5 นาที คุณหญิงเพ็ญนภาก็หมดความอดทนจนแทบหักไม้เรียวในมือทิ้ง ในที่สุดก็เริ่มใช้ไม้ตายสุดท้าย คุณหญิงควักจานร่อนสีเหลืองอ๋อย ของเล่นสุดโปรดของแรมโบ้ออกมาแกว่งอวดไปมา เจ้าหมายักษ์เห็นของในมือนายหญิงใหญ่ก็เริ่มมีปฏิกิริยาทันที หางป้อม ๆ สั่นแกว่งไกวพลางส่งสายตาดำขลับเป็นประกายระริกระรี้ออกมา นายสาวที่กำลังอยู่ในภาวะคับขันจึงต้องรีบปรามเสียงเหี้ยมเกรียม
“อย่านะ ไอ้โบ้ ถ้าออกไปแกตาย ฉันจะจับแกอาบน้ำทุกวัน...ย้ำทุกวัน” แรมโบ้หูหลุบและหางตกลงอย่างเบื่อ ๆ อิงฟ้าจึงใจชื้นขึ้นที่บริวารยังอยู่ในโอวาท
“แรมโบ้จ๋า มาเล่นกันเถอะ เร็ว ๆ มาหาแม่เร็ว เอ้า”
เสียงหวานฉ่ำเชิญชวน พร้อม ๆ กับจานร่อนที่ถูกเขวี้ยงออกจากมือนายหญิงใหญ่ ไอ้แรมโบ้ใส่เกียร์หมาพุ่งตัวออกจากที่ซ่อน งับจานร่อนกลางอากาศได้อย่างสวยงาม แล้ววิ่งระรื่นคาบไปส่งคืนให้คุณหญิงอย่างเบิกบาน ไม่รู้ตัวเลยว่าทำให้นายสาวเดือดร้อน
“ไอ้โบ้! ไอ้ทรยศ ตาย ๆ หนี ๆๆ” อิงฟ้าได้สติก็รีบลุกกระวีกระวาดจะหนีออกจากที่ซ่อน แต่ช้าไปเสียแล้ว
“เด็ก ๆ จับตัวเร็ว”
คุณหญิงรู้ตำแหน่งเป้าหมายชัดเจน เพียงแต่ร้องสั่งแล้วยืนรอ เหล่าการ์ดและแม่บ้านในคฤหาสถ์ต่างรีบพุ่งไปล้อมจุดที่แรมโบ้โผล่ออกมาไว้ทันที ไหล่เล็ก ๆ สะดุ้งสุดตัวเมื่อมีมือนับสิบเข้ามาจับเธอไว้ อิงฟ้าหันหน้ากลับไปส่งยิ้มแห้ง ๆ ให้เหล่าแม่บ้าน เพียงไม่นานร่างมอมแมมก็ถูกแม่บ้านช่วยกันหิ้วออกมาจากพุ่มไม้อย่างทุลักทุเล
“ปล่อยหนูนะ ไม่ไป ไม่เอา ปล่อยหนูเถอะ ไอ้แรมโบ้จำเอาไว้ ฉันจะฟาดก้นแก๊”
แม่ตัวดีดิ้นพราดอยู่ในวงล้อมแม่บ้านที่ช่วยกันปลุกปลอบอย่างขำ ๆ ส่วนเจ้าสี่ขาที่ถูกหมายหัวก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบ มันจึงรีบถอยหลังหลบฉากไปอยู่หลังนายหญิงใหญ่ นางยืนอมยิ้มกอดอกมองลูกสาวผู้แสนแก่นแก้วของตนอย่างอิดหนาระอาใจ
“วันนี้เป็นวันครบรอบวันเกิด 18 ปีเต็มของลูก ถือเป็นวันเปิดตัวลูกสาวคนเดียวของท่านรัฐมนตรีศักดิ์ชัยอย่างเป็นทางการ ลูกก็รู้ว่าวันนี้จะมีท่านชาย หรือแม้แต่แขกจากประเทศต่าง ๆ ร่วมงานมากมาย ลูกจะต้องทำตัวดี ๆ อย่าให้คุณพ่อต้องเสียหน้า ลูกทำให้แม่เสียเวลามามากแล้วยังไม่สำนึกผิดอีก ไปกันได้แล้ว”
“แต่แม่คะ แค่เลี้ยงฉลอง เป่าเทียน ตัดเค้ก สนุกกันในครอบครัวเหมือนทุกปีก็ได้นี่คะ หนูทำของขวัญให้คุณพ่อกับแม่ด้วยนะ”
ลูกลิงยังอุทธรณ์ด้วยความหวังอันเต็มเปี่ยม ปีนี้เธออุตส่าห์อัดเสียงเพลงรักหวานเลี่ยนที่คุณพ่อกับแม่ชอบให้เป็นเสียงของเธอเอง แม้เสียงมันจะเพี้ยน ๆ แต่ก็ทำด้วยใจ
“ปีนี้ลูกสาวของแม่ต้องมีงานเลี้ยงฉลองที่วิเศษที่สุด ให้สมกับที่ลูกสืบเชื้อสายเจ้านาย ในเหล่าราชสกุลก็ดูจะมีแต่ลูกเนี่ยล่ะที่ผ่าเหล่าผ่ากอ ปีนี้แม่มีของขวัญสุดเซอร์ไพร์สมาให้ลูกด้วยนะ แม่ต้องบินไปประมูลถึงอังกฤษเลยเชียว ถูกใจลูกแน่ ๆ จ๊ะ”
“แม่ขา ทำไมต้องสิ้นเปลืองกันขนาดนี้ด้วย หนูก็เพิ่งจะสิบแปดเองนะคะ”
“ทำตัวดี ๆ ให้น่ารักชื่นใจแม่ ให้น่าประทับใจแขกเหรื่อในงานก็เป็นของขวัญให้คุณพ่อกับแม่แล้วล่ะจ้ะ อย่ามัวแต่อิดออด อย่านึกว่าแม่ไม่รู้ทันนะ เร็วเข้า! ไปอาบน้ำแต่งตัว หากไม่ทันขึ้นมา แม่จะฟ้องคุณพ่อ”
น้ำเสียงเย็น ๆ เอ่ยขึ้นด้วยความรักเต็มเปี่ยม คุณหญิงยิ้มละไมแต่มีเสียงหวดลมจากไม้เรียวในมือดังควั่บๆ ขัดแย้งกันอย่างรุนแรงเหลือเกินในสายตาของทุกคน
‘เพราะนี่หมายความถ้าเถียงอีกคำ ไม้จะกระทบเนื้อนะจ๊ะลูกรักของแม่’
“บูบูบูบูบูบู”
หน้าหวาน ๆ หงิก แก้มป่องลมพลางส่งเสียงประท้วงไปตลอดทาง บรรดาแม่บ้านได้แต่ขำระคนเห็นใจ เพราะถ้าคุณหญิงออกโรงครั้งใด อิงฟ้าก็จอดทุกที เหล่าการ์ดที่เคยเป็นเหยื่อบาทาแอบสะใจเล็ก ๆ และต่างออกท่าออกทางเชียร์นายหญิงอย่างสุดใจกันอยู่เงียบ ๆ แต่ก็รู้สึกได้ถึงรังสีอำมหิตจนต้องหลบสายตาจากนายน้อยกันวุ่นวายเพราะอิงฟ้ารู้ว่ากำลังโดนลูกน้องสมน้ำหน้า แต่พอคุณหนูโดนลากไปจนลับตาแล้วหัวเราะกันพุงกระเพื่อม
บทที่ 57 Mission Complete บรรยากาศภายในเมืองยามค่ำคืนเงียบเหงาวังเวงเพราะมีเหตุการณ์ไม่ปกติ ร้านค้าจึงพากันปิดตัวเงียบตั้งแต่ยามบ่าย ข้าวของขึ้นราคาจนน่าอนาถใจ แม้มีเหรียญเต็มถุงก็มิอาจหาซื้ออาหารมาเลี้ยงคนในบ้านได้เพียงพอ ส่วนคนที่จนตรอกก็ถูกบีบให้ต้องออกลักวิ่งชิงปล้น มิช้านานก็อาจล่มสลายไปทั้งแคว้นเสียงสาปแช่งดังพึมพำไปทั่วเมื่อ “ขบวนเสด็จ” อันแสนหรูหราของเกาซื่อเคลื่อนผ่านเมือง หญิงที่สูญเสียสามี ชายชราที่ต้องพรากจากบุตร เด็กกำพร้าที่ต้องทนทุกข์ทรมาน เฝ้าสาปแช่งและยังคงจดจำกลิ่นเลือดของผู้เป็นที่รักได้ดี เลือดนั้นยังติดอยู่ในซอกเล็บและกลิ่นคาวก็ยังติดกาย ความชั่วร้ายของผู้ที่พรากชีวิตของพวกเขาไปจะไม่มีวันชำระล้างอีกเลยตลอดกาล เมื่อตกกลางคืน ชาวบ้านชาวตลาดและประชาชนต่างก็ปิดประตูและปิดไฟเงียบสนิท ไม่มีแม้แต่เสียงหัวเราะพูดคุยแว่วออกมาให้ได้ยิน ราวกับเป็นเมืองร้างที่มีเพียงแมวจรจัดอาศัยอยู่ บางเวลาจะมีทหารกบฏกลุ่มย่อย ๆ ออกเดินลาดตระเวนผ่านเป็นระยะทั้งวันทั้งคืน จนเป็นที่หวาดกลัวไปทั่ว ซ้ำเติมชาวเมืองหนักขึ้นไปอีกมินตราผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าที่นำติดตัวมาด้วย ร่างเพรียวระหงในชุดหน
“มีทหารตั้งค่ายอยู่ราว ๆ 5,000 นายพ่ะย่ะค่ะ” สือชงเข้ามารายงานอย่างหนักใจ หลังจากที่ออกไปซุ่มมองที่ค่ายทหารกบฎ ไหนจะประตูเมืองอันแข็งแกร่งมั่นคงที่มีการตรวจตราอย่างเข้มงวด ขบวนสินค้าของเฉินหลงเทียนจึงรั้งรออยู่ที่หมู่บ้านนอกเมืองจนเย็นย่ำเพื่อหยั่งสถานการณ์ สีพระพักตร์เริ่มเคร่งเครียดเมื่อพยายามคิดหาวิธีเข้าเมืองโดยปลอดภัยและหาวิธีจัดการกับทหารที่ล้อมเมืองอยู่ แต่มินตรากลับยิ้ม ๆ “5,000 นี่ล่ะคือกำลังของเราที่เกาซื่ออุตส่าห์หอบมาให้เรา” มินตราเอ่ยความคิด ชายหนุ่มนิ่งคิดไปชั่วครู่ก็แย้มสรวลออกมา พระองค์จึงรีบหันไปสั่งการทันที “เจ้าจงรีบกลับไปดูที่ค่ายทหารว่ามีคนของเกาซื่อคอยควบคุมสั่งการกี่คน แล้วคืนนี้จัดการลอบสังหารมันซะ แล้วชิงตราคำสั่ง สั่งให้เคลื่อนพลมาบุกทั้งนอกและในพร้อม ๆ กัน คืนนี้เราจะเข้าไปบัญชาการทัพจากในเมืองเอง แล้วจงบุกเข้ามาทันทีที่ประตูเมืองเปิด”เหล่าองครักษ์รับบัญชา ก่อนจะรีบถอยฉากออกไปเตรียมตัวลงมือ แผนการยืมกำลังของคู่ต่อสู้ช่างเฉียบขาด เหล่าทหารที่ยก
เพล้ง! เสียงจอกสุราที่ถูกเขวี้ยงตกแตก ดังสะท้อนไปทั่วโถงว่าราชการแคว้นเฉิน หลังจากที่ระบายโทสะ ความหงุดหงิดงุ่นง่านก็มิได้บรรเทาลง กลับหันไปตวาดไล่เหล่านางกำนัลให้ออกไปจนหมดชายพันธุ์ต่ำเนื้อตัวหยาบกร้าน เมื่อยืนเต็มความสูงแล้วแทบรู้สึกว่าสามารถจับคนหักกลางได้ด้วยมือเปล่า ใบหน้าดุดันไว้หนวดเครารุงรัง กำลังไม่สบอารมณ์อย่างยิ่งที่อ๋องแคว้นเฉินไม่กลับมาตามแผนที่วางไว้ เขาอุตส่าห์สร้างหลักฐานเท็จและกุเรื่ององค์ชายเฉินหยวนฟงก่อกบฏอย่างแนบเนียนไร้ช่องโหว่แล้ว แต่เจ้าอ๋องงี่เง่ากลับมัวแต่ชักช้ายืดยาด‘จะรอตรวจสอบข่าวซ้ำไปมาสักอีกกี่รอบกันถึงจะพอใจ รีบ ๆ เสด็จมาสู่กับดักที่กระหม่อมสู้อุตส่าห์บรรจงสร้างถวายเสียโดยดีเถิด แล้วจะสบายพ่ะย่ะค่ะ’แม่ทัพเกาซื่อเดินอาด ๆ ไปนั่งบนบัลลังก์ทองคำอย่างถือสิทธิ์ ภายในวังหลวงแห่งแคว้นเฉินถูกพวกทหารของมันเข้ายึดครองไว้โดยสิ้นเชิงแล้ว แล้วปล่อยข่าวลือให้ร้ายองค์ชายเฉินหยวนฟงแทน ส่วนตนเองก็แสดงบทบาทเป็นท่านแม่ทัพผู้เสียสละจงรักภักดี รอคอยการกลับมาบัญชาการรบของฝ่าบาทอยู่ที่นอกเมือง&
“ไม่ต้องกอดแน่นขนาดนี้ก็ได้เพคะ” เสียงกระซิบแว่วคำรามให้ได้ยินกันแค่สองคน แต่ชาวบ้านร้านตลาดต่างนึกเอ็นดูคู่พ่อค้าหนุ่มกับเมียสาวบนหลังม้า คนขายเนื้อยังนึกอิจฉาจึงหันไปกอดเมียของตัวเองบ้าง“จะนั่งชิดติดกันจนมิ้นต์ท้องเลยรึไงมิทราบ”“เพิ่งจะรู้ว่าเมียของเราท้องได้เหมือนปลาหางนะ ถึงจะออกลูกมาเป็นครอก เราก็เลี้ยงไหวนะ” เมียพ่อค้าคนสวยอยากต่อยคนขึ้นมาตะหงิด ๆ“ปล่อยนะเพคะ กอดอยู่ได้ มิ้นต์นั่งเองได้ ไม่ตกม้าหรอกน่า” แต่ท่อนแขนกลับรวบเอวบางมาแนบพระวรกาย ซ้ำยังกระชับแน่นขึ้นกว่าเดิมจนเธอแทบจะกระดิกตัวไม่ได้“เรากอดเมียของตัวเองมันผิดตรงไหนรึ?” มินตราชักปลงเพราะเรียนรู้แล้วว่าความชีกอแบบดื้อตาใสของพระองค์นั้นไร้เทียมทาน ไหนจะสายพระเนตรหวานฉ่ำที่ส่งมาให้ตลอดเวลาก็เริ่มทำให้ขนแขนลุกเกรียว ถึงมินตราจะเป็นสาวห้าวแรงเกินร้อยแต่ก็เขินเป็น เธอจึงรีบเปลี่ยนเรื่องคุย“อะ...เอ่อ... เอ่อ ทำไมหลงเทียนถึงจูบเก่งนักล่ะเพคะ?” พอถามออกไปแล้วก็อยากให้ม้ากัดปาก ทำไมจู่ ๆ เธอก็วกไปเรื่องจูบเสียนี่
บทที่ 56 Mission impossible“ที่น่าเป็นห่วงก็คือ พระนางเฉินไทเฮาและองค์ชายเฉินหยวนฟงที่เงียบหายไร้ข่าวคราวสินะเพคะ”ร่างบางเอ่ยผ่านผ้าคลุมหน้าสีดำสนิท โผล่แต่เพียงดวงตากลมโตสุกใส ยิ่งทำให้ดูลึกลับน่าค้นหา ในเช้าวันนี้ขบวนสินค้าปลอม ๆ ได้ขึ้นฝั่งที่เมืองท่าฟู่ห่าวแล้วอย่างปลอดภัยโดยไร้ปัญหา เพราะมีใบผ่านทางที่ได้รับจากจวิ้นเหยาอ๋องโดยตรง ทำให้นายท่าไม่กล้าเข้ามาวุ่นวายมากแต่สองคืนที่ผ่านมาช่างแสนสาหัส มินตราต้องนอนตัวแข็งไม่กล้ากระดุกกระดิก เพราะมีคนตัวใหญ่ถือวิสาสะมานอนกอดด้วย พ่อเจ้าประคุณใช้เหตุผลว่าเป็นผัวเมียกัน ก็ไม่ควรแยกห้องนอน มินตราอยากจะหักคอคนช่างคิดนักแต่พอย้อนนึกแล้วก็หน้าแดงทุกครา“นี่เฉินหลงเทียน แล้วจะให้มิ้นต์นอนห้องไหนเหรอเพคะ?” ตอนนั้นเธอเดินสำรวจรอบเรือสินค้าจนทั่วเพื่อประเมินกำลังและอาวุธทั้งหมด ด้านล่างของเรือก็แบ่งเป็นห้องต่าง ๆ อยู่หลายห้อง ใช้เก็บสินค้าปลอม ๆ และเป็นที่พัก
"ทะ... ท่านอ๋อง! หยุดก่อนเพคะ! อื้อ... มีคนอยู่ตรงนั้นเต็มไปหมดเลยนะ! ลูกน้องของพระองค์มองมาทางนี้หมดแล้ว!" มินตรากระซิบกระซาบเสียงหลง ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับจะระเบิดทว่าเฉินหลงเทียนผู้กำลังมัวเมาในกลิ่นกายหอมหวานและรสสัมผัสอันเร่าร้อน กลับทรงแย้มพระสรวลอย่างไม่ยี่ห้อต่อสายตาใครทั้งสิ้น พระองค์ทรงก้มลงกดจูบซ้ำๆ ลงบนพวงแก้มแดงก่ำของนางอย่างหยอกเยหา ก่อนจะกระซิบตอบด้วยสุรเสียงทุ้มต่ำพร่าร่าเริง"ช่างพวกเขาปะไร... ใครกล้ามอง ก็ให้มันตาบอดไปเสียสิ..."ตรัสจบ เฉินหลงเทียนก็ไม่ยอมหยุดพระโอษฐ์ พระองค์ทรงประทับจูบซับความหวานจากเรียวปากอิ่มของเธอต่ออย่างเนิ่นนานและดูดดื่มยิ่งกว่าเดิม พร้อมกันนั้น ช่วงล่างที่แนบชิดกันอยู่ก็เริ่มขยับบดเบียดและถูไถแก่นกายอุ่นร้อนอย่างเอาแต่ใจ สัมผัสเสียดสีที่เย้ายวนทำเอาขาของมินตราอ่อนยวบลงทันที ส่งเสียงครางแผ่วเบาออกมาอย่างห้ามไม่อยู่“อ๊ะ... อย่านะ”พระหัตถ์แกร่งเอื้อมไปรวบชายกระโปรงของมินตราขึ้นอย่างรวดเร็ว ร่นขึ้นจนสูงถึงสะโพก เผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนและโหนกเนินอวบอิ่มฉ่ำแฉะ เด่นชัดในสายตาของพวกทหารทุกคนที่ยืนอย







