LOGIN
ติงหยวนหยวนเปิดเปลือกตาขึ้นก็เห็นเทียนแดงเล่มใหญ่ส่องแสงพริบพร่างอยู่ตรงหน้า ในใจก็นึกด่าทอน้องชาย เธอเคยเตือนเขาหลายครั้งแล้วว่าไม่ให้จุดเทียนในนี้เพราะหากเกิดไฟไหม้ขึ้นมา พ่อกับแม่คงบ่นจนหูชา
ครั้งที่แล้วน้องชายเธอจุดเทียนหอม เผลอครู่เดียว ไหม้ผ้าม่านส่วนปลายไปเล็กน้อยดีที่เธอมาเห็นเสียก่อนจึงใช้น้ำในแก้วเก็บอุณหภูมิที่ถือติดมือมาสาดให้ดับ หลังจากวันนั้นแม่เข้ามายูนิตที่เธอกับน้องชายพักอยู่ทีไรก็คอยจ้ำจี้จำไชเรื่องนี้อยู่เสมอ
‘หลิวเหว่ย! นายเอาจิตสำนึกให้สุนัขกินหมดแล้วรึไง เดี๋ยวเถอะ ฉันจะด่าให้พรุ่งนี้ไปทำงานไม่ถูกเลย’
หญิงสาวถอนหายใจก่อนจะมองไปที่เทียนแดงแท่งใหญ่อีกคราหนึ่ง คราวนี้เธอถึงกับชะงัก เทียนแดงถูกจุดเป็นคู่ เล่มแรกแกะสลักคำว่า ‘รักมั่น’ อีกเล่มแกะไว้ว่า ‘นิรันดร์’....นี่มัน ห้องหองั้นเหรอ
ปัง!
“หลี่หยวนหยวน ข้ามาแล้ว!”
เธอหันขวับไปมอง ชายหนุ่มที่ร้องตวาดอยู่ในชุดเจ้าบ่าวสีแดงปักลวดลายหรูหรา ใบหน้าหล่อเหลาคุ้นตาของเขาทำให้เธอถึงกับตกตะลึง
“หัวหน้าหยาง! คุณมาได้ยังไง”
บุรุษผู้นั้นเดินโซเซเข้ามาใกล้ กลิ่นสุราคละคลุ้ง ดวงตาคมปลาบหรี่ลง แววตาเขาดูงุนงง “เจ้าพูดอันใด ประหลาดนัก”
หญิงสาวผงะ หยางหลีเหว่ยผู้นี้เป็นหัวหน้าแผนกคลังสินค้าที่เธอทำงานอยู่ รูปร่างเขาสูงโปร่ง คิ้วพาดเฉียง จมูกโด่งเป็นสัน แนวกรามเป็นเส้นชัดเจน เป็นหนุ่มหล่อของบริษัทที่สาวๆ หมายตา รวมทั้งเธอด้วย
“ซื่อจื่อกลับมาแล้ว เช่นนั้นก็ดื่มสุรามงคลเลยเถอะเจ้าค่ะ” ซุนมามาเดินตามข้างหลังเขาและถัดไปก็มีแขกเหรื่อไม่คุ้นตากลุ่มหนึ่ง
“ได้! รีบดื่ม ข้าจะได้รีบเข้าห้องหอกับเจ้าสาวที่รอจนตัวสั่น” น้ำเสียงของเขาแข็งกร้าว จ้องหน้าเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
สาวใช้รีบเข้าไปประคองเจ้าสาวที่นั่งตะลึงอยู่ให้ลุกขึ้น ซุนมามายื่นน้ำเต้าผ่าซีกที่รินสุรามงคลแบ่งให้กับคู่บ่าวสาว ระหว่างซีกน้ำเต้านั้นมีเชือกสีแดงคล้องเอาไว้
เขาใช้มือกุมหัวไหล่ดึงร่างเธอเข้าไปใกล้แล้วคล้องแขนกันท่ามกลางเสียงร้องสนับสนุนของคนรอบข้าง ชายหนุ่มก้มหน้าลงดื่มสุรานั้นรวดเดียวจนหมด ในขณะที่เจ้าสาวดูจะมึนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้า
“ดื่มเสียสิ เจ้าอยากให้ข้าป้อนหรือไร” เจ้าบ่าวหัวเสีย เขาใช้มือจับซีกน้ำเต้าในมือของเธอแล้วจ่อริมฝีปาก “อ้าปาก” เขากัดฟันกรอดพลางสั่ง
ติงหยวนหยวนอ้าปากขึ้น สุราร้อนไหลผ่านปากและลำคอลงไปอย่างรวดเร็ว เสียงปรบมือดังขึ้นพร้อมส่งเสียงอวยพรให้คู่บ่าวสาว ‘มีลูกหลานสืบสกุลมากมายในเร็ววัน’
“ออกไปกันได้แล้ว!” เจ้าบ่าวตวาด
ซุนมามารีบโบกมือให้สาวใช้ทั้งสองถอย ก่อนจะเอ่ยประโยคสุดท้ายก่อนปิดประตู “ขอให้ท่านอ๋อง ทนุถนอมเจ้าสาวด้วยนะเจ้าคะ”
ติงหยวนหยวนทรุดตัวลงนั่ง เธอรู้สึกว่าแขนขาอ่อนแรง ยังไม่ทันจะทบทวนเรื่องราว ร่างของเธอก็ถูกเจ้าบ่าวกระชากลากถูไปยังเตียงใหญ่
“โอ๊ย! เบาหน่อยสิ หัวหน้า ฉันเจ็บนะ!”
ปกติหยางหลีเหว่ยเป็นผู้ชายที่เงียบขรึมและสุภาพ เธอไม่คิดเลยว่าเขาจะทำตัวรุ่มร่าม เมื่อครู่เขาดูเหมือนจะเมาอยู่บ้างแต่ก็ไม่น่าจะถึงกับพูดคุยกันไม่รู้เรื่อง
“เจ้ายังจะเสแสร้ง สุรามงคลของสกุลหลี่ต้องมิใช่ของดีอยู่แล้ว!”
เขาเหวี่ยงเธอจนม้วนตัวไปบนเตียงหนึ่งรอบ พลันความจำของเจ้าของร่างเดิมก็ผุดขึ้นมา คืนนี้เป็นงานวิวาห์ของหลี่หยวนหยวนกับหนิงเฉิงอ๋องหยางหลีเหว่ย
“คุณไม่ใช่หัวหน้าหยางนี่!” ติงหยวนหยวนตกใจจ้องหน้าเจ้าบ่าว
แคว่ก!
มือใหญ่ของเขาแหวกสาบเสื้อนางออกจากกันอย่างแรงจนแขนเสื้อฉีกขาด ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ใบหน้ากลายเป็นสีชาด มือนั้นสั่นเล็กน้อย
“อย่ามาเรื่องมาก คืนนี้ข้าจะเข้าหอให้สมใจเจ้า”
ยังไม่ทันจะได้อ้าปากถาม ริมฝีปากบางของเขาก็ทาบลงมาติงหยวนหยวนรู้สึกว่าร่างกายของตนเองร้อนระอุ พอร่างเธอถูกรั้งเข้าไปแนบชิดกับเขาก็คล้ายถูกหลอมละลาย ความอุ่นร้อนและแข็งกร้าวทำให้ใจของเธอเต้นระส่ำราวกับจะกระเด็นออกมานอกอก เธอลูบไล้และรัดรึงเขาราวกับจะเรียกร้องให้เขาเชยชมร่างกายของเธอ
“สตรีไร้ยางอาย!” หยางหลีเหว่ยกัดฟันกรอด หากเขาไม่ยอมดื่มสุรามงคลผสมยาบัดซบนั่น เขาคงจะหลับนอนกับนางไม่ลง
...หลี่หยวนหยวน สตรีอย่างเจ้า ไม่คู่ควรจะอยู่เคียงข้างข้า...
ภายใต้ม่านมุ้งโปร่งบางสีแดง สองหนุ่มสาวร่วมรักอย่างเร่าร้อนราวกับกำลังปลดปล่อยความรู้สึกอัดอั้นที่เก็บไว้นานแสนนาน ด้านนอกเรือนหอสายฝนกำลังโปรยปรายและกลายเป็นกระหน่ำซัดสาดกลบเสียงร้องครวญครางของคู่ข้าวใหม่ปลามัน
“ฉันเจ็บ...เจ็บนะ!” ติงหยวนหยวนที่ถูกล่วงล้ำในร่างกายอย่างฉับพลันร้องขึ้นมา
หยางหลีเหว่ยขบกรามแน่น เขาไม่ได้เห็นใจนาง แต่พอนางเกร็งร่างเขาจำต้องระวังมิให้ตนเองได้รับความกระทบกระเทือนไปด้วย เขาก้มลงมองใบหน้าของนางแล้วก็นึกโมโหจนต้องใช้มือใหญ่ทาบปิดใบหน้าของนาง
“อย่ามองข้า!” เขาผลักให้นางหันไปอีกทางหนึ่ง ก่อนจะผลักดันตัวตนเข้าไปจนแนบชิด
ติงหยวนหยวนถูกเขาพาโลดโผนอยู่บนคลื่นแห่งอารมณ์ปรารถนาจนเสร็จสมอารมณ์หมายไปคราหนึ่ง ทว่าร่างใหญ่ที่แข็งแกร่งกลับไม่ปล่อยให้นางได้พักผ่อน
“เจ้าเป็นคนเรียกร้องสิ่งนี้ เช่นนั้นข้าจะสนองให้เจ้าจนกว่าข้าจะพอใจ” เสียงเขาคำรามอยู่เหนือใบหู
จากนั้นติงหยวนหยวนก็คล้ายอยู่บนเรือน้อยท่ามกลางคลื่นลมโหมกระหน่ำ แม้จะได้มองใบหน้าของชายที่ตนเองแอบชอบอย่างใกล้ชิดบนเตียงอย่างที่ไม่คิดว่าจะมีโอกาส แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับมิได้หวานชื่นอย่างที่ฝันเอาไว้ เขาไม่อ่อนโยนเลยสักนิด น่าแปลกที่เธอเองก็กอดรัดเขาไม่ปล่อย
กระทั่งจวนรุ่งสาง ทั้งสองจึงผล็อยหลับไป
สายวันนั้นติงหยวนหยวนลืมตาขึ้นก็เห็นสาวใช้สองคนกำลังเก็บเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น ผู้ชายที่เหมือนหัวหน้าหยางราวกับแกะคนนั้นหายตัวไปแล้ว ผ้าปูที่นอนยับยู่ยี่ชวนให้นึกถึงเรื่องวาบหวามเมื่อคืน เธอเขากับเขา...กว่าจะยุติลงได้ก็ปาเข้าไปเท่าจำนวนนิ้วบนมือข้างหนึ่ง
กลิ่นอายบนเตียงชวนให้ใบหน้าของเธอร้อนผ่าว อยู่มาจนอายุสามสิบปีกลับต้องมีครั้งแรกแบบไม่ได้ตั้งใจ ซ้ำฝ่ายชายยังไม่ทนุถนอมเลยสักนิด
“หวางเฟย[1]เจ้าคะ รีบลุกขึ้นอาบน้ำเถิด ท่านยังต้องไปคารวะน้ำชาไท่เฟยนะเจ้าคะ”
ติงหยวนหยวนลุกพรวดพราดขึ้นมานั่ง หญิงสาวหยิกหลังมือและแก้มตนเองหลายครั้ง พอรู้ว่านี่ไม่ใช่ความฝันเธอก็แตกตื่น
‘ไม่ใช่ฝัน นี่มันเรื่องบ้าอะไร คงไม่ใช่ทะลุมิติมาหรอกนะ’
พลันเธอก็จดจำได้ว่าเจ้าของร่างนี้คือหลี่หยวนหยวน หญิงสาวผู้มีชื่อเหมือนกับตนแต่ต่างแซ่
ตอนนี้เธอกลายเป็น ‘หลี่หยวนหยวน’ หญิงสาวอายุสิบเจ็ด คุณหนูใหญ่สกุลหลี่แห่งแคว้นต้าหลงที่หลงใหลคลั่งไคล้ในตัวหนิงเฉิงอ๋อง ท่านป๋อหลี่หรือหลี่เหวินจั๋วหวังให้บุตรสาวสติปัญญาน้อยผู้นี้มีที่พึ่งพิงจึงบีบบังคับหนิงเฉินอ๋องให้แต่งงานกับหลี่หยวนหยวนแลกกับยาสูตรลับของตระกูล
เธอก้มลงสำรวจร่างกายที่ไม่ใช่ของตนอีกครั้งหนึ่ง เรือนร่างนี้ช่างงดงามสะโอดสะองต่างจากตัวเธอที่เป็นติงหยวนหยวนอวบอ้วนผู้นั้น
‘ใช้ได้นะนี่ ทะลุมิติมาก็อยู่ในร่างคนสวย แบบนี้ถือว่าเข้าท่า’
“หวางเฟย เร็วเข้าเถิดเจ้าค่ะ น้ำผสมกำลังพอดี” ไป๋ซวงร้องเร่ง
หญิงสาวลุกขึ้นสวมเสื้อคลุมที่สาวใช้ยื่นให้ ปากก็เอ่ยถามถึงคนที่ร่วมเตียงเมื่อคืน “ท่านอ๋องไปไหนแล้ว”
“ออกไปตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเจ้าค่ะ บอกว่าจะรอที่ศาลาริมสวนหน้าเรือนไท่เฟย ท่านรีบเถิด หากช้าชักเกรงว่าท่านอ๋องจะ.....” ไป๋ซวงเป็นสาวใช้คนสนิทที่ตามมาจากจวนสกุลหลี่ นางร้อนใจที่นายหญิงถูกสามีรังเกียจตั้งแต่วันแรกหลังการแต่งงาน
[1] หวางเฟยหรือพระชายาเป็นตำแหน่งภรรยาเอกของท่านอ๋อง
*****************
ไรเตอร์แนะนำ...ติดตามได้ทางแฟนเพจเฟสบุ๊ก "เอสเต้และซีฟางกั๋วเจีย"
เซียวหว่านได้ฟังก็เดือดดาล “ที่แท้ หลี่หยวนหยวนร้ายกาจกว่าที่ข้าคิด นางยั่วยวนท่านอ๋องด้วยการใช้บุรุษสองคนมาทำให้เกิดความหึงหวง และก็ได้ผลเสียด้วย”“จะทำอย่างไรได้เล่า พวกเขาเป็นวัวเคยขาม้าเคยขี่ แต่เจ้า...” ต้วนเหม่ยหลิงปรายตามองสหายแวบหนึ่ง “บัดนี้ เจ้าเป็นเพียงภรรยาของผู้อื่น”เซียวหว่านนึกถึงใบหน้าของติงหยวนหยวน หญิงสาวที่ทำให้หัวหน้าหยางหวั่นไหว‘ฉันแพ้แค่ชาติเดียวก็พอแล้ว ชาตินี้ฉันจะไม่แพ้อีก’ ต้วนเหม่ยหลิงเห็นท่าตกใจของสหายก็รีบสำทับ “ท่าทีของอ๋องหยางที่มีต่อนางในยามนี้ ผู้ใดก็ดูออกว่าต้องการจะคืนดี หากไม่มีใต้เท้าหนานกงกับคุณชายสกุลชิวขวางเอาไว้ ไม่แน่ว่าความฝันของเจ้าต้องพังทะลายอีกคราแล้ว”การยุแยงเซียวหว่านก็เท่ากับเปิดโอกาสให้ตนเอง คืนนี้ แม้ว่านางจะยอมให้เซียวหว่านลงมือ แต่นางก็เตรียมการซ้อนแผนเอาไว้แล้ว ไม่มีทางจะให้หนานกงโจวลุยน้ำขุ่นเท้าเปื้อนโคลนไปกับหลี่หยวนหยวนเด็ดขาด ด้วยเหตุนี้นางจึงได้ไปบอกกับชุยฮูหยินให้เชิญราชครูซ่งมาด้วย“ไม่มีทาง! ครั้งนี้ข้าต้องทำให้อ๋องหยางเกลียดนางให้จงได้ และต้องเกลียดยิ่งกว่าตอนที่ยังไม่แต่งงานด้วย” เซียวหว่านยืนยัน ต้วนเหม่ยห
“ข้าก็ให้คนคอยตามดูนางเหมือนกัน แต่พวกเขาถูกนางหลอกล่อจนตามไม่ทัน” หลี่หยวนหยวนเลิกคิ้ว “คุณชายใหญ่ ท่านให้ผู้ใดสะกดรอยนางกัน เหตุใดจึงเก่งกว่าคนของข้า” ชิวอี้เซ่อยิ้มเจ้าเล่ห์ “ข้ายอมสละแมวผีให้ไปทำภารกิจเพื่อบ่อเงินบ่อทองอย่างท่านเชียวนะ” หลี่หยวนหยวนตะลึง “แค่ข้าส่งแมวผีไปขโมยของ ท่านก็ห้ามข้าแล้ว เหตุใดที่ตนเองจึงได้ส่งไปสะกดรอยเซียวหว่านเล่า” “คุณหนูหลี่ ท่านไม่มีวรยุทธ์ หากไม่มีแมวผีอยู่ข้างกาย ข้าเกรงว่าท่านจะได้รับอันตราย ถ้าเป็นเช่นนั้น ข้าต้องปวดใจเป็นแน่ ส่วนข้านั้นต่อให้มีคนคิดทำร้ายสักสิบยี่สิบคนก็ปาดคอพวกเขาจนหมดได้” คำพูดของชิวอี้เซ่อคล้ายจะล้อเล่น แต่หลี่หยวนหยวนรู้จากชิวลู่ชิงว่าวรยุทธ์ของท่านผีเหนือผู้นี้ กระทั่งเจ้ายุทธภพคนปัจจุบันยังต้องเกรงเขาถึงห้าส่วน ดังนั้นคำพูดที่เขาพูดออกมานี้เกรงว่าจะเป็นความจริง “ท่านพูดคำว่าปวดใจออกมา หากข้าไม่รู้จักนิสัยของท่าน คงคิดว่าท่านใจให้ข้าแล้ว” หลี่หยวนหยวนเอ่ยเย้า ชิวลี่จิ่นที่ยืนฟังอยู่ข้างๆ หัวเราะเสียงดัง “พี่เหนือของข้าจะปวดใจเฉพาะตอนที่ต้องสูญเสียเงินทองเท่านั้
เซียวหว่านไปพบกับเสนาบดีชุยที่โรงน้ำชาใหญ่บนถนนสายรองหลังตลาดตะวันออก โรงน้ำชาแห่งนี้เสนาบดีชุยให้คนผู้หนึ่งออกหน้าเป็นเจ้าของ สถานที่แห่งนี้เขามีไว้นัดพบกับผู้ที่ไม่อาจพบหน้าโดยเปิดเผย “ฮูหยินน้อย เจ้าบอกข้าว่ามีแผนจะทำลายหนานกงโจวอย่างนั้นหรือ” “เจ้าค่ะ ข้าพบว่าใต้เท้าหนานกงสนิทสนมเกินธรรมดากับอดีตพระชายาของอ๋องหยาง หลี่หยวนหยวน และยามนี้ท่านอ๋องเองก็ดูเหมือนจะกำลังหวนไปคืนดีกับนาง หากว่าทำให้คนทั้งสองหมางใจกันได้ บางทีท่านอ๋องอาจเป็นฝ่ายลงมือกับใต้เท้าหนานกงด้วยตนเอง” ชุยหนิงเทียนมองดูสตรีที่นั่งอยู่ตรงหน้า เซียวหว่านเป็นฮูหยินของซางฮ่าวอวี่แต่กลับรู้เรื่องผู้อื่นดีเช่นนี้ หากเขาไม่เคยรู้อดีตของนางกับอ๋องหยางก็คงคิดว่านางกำลังพยายามช่วยสามีสร้างความดีความชอบ “เหตุใดเจ้าจึงรู้เรื่องนี้ละเอียดนัก” เสนาบดีผู้เฒ่าเลิกคิ้วสูง “เดิมทีข้าก็มีแค้นกับหลี่หยวนหยวน และเมื่อไม่นานมานี้นางก็ฉีกหน้าข้าในวันเปิดภัตตาคารจาเรออีก ระหว่างข้ากับนางไม่อาจจะอยู่ร่วมโลกกันได้” หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นน้อยๆ สายตาแสดงความเกลียดชังคนที่เอ่ยถึงอย่างไม่ปิดบัง
ซางฮ่าวอวี่มองลงไปยังถนนเบื้องล่าง ฮูหยินเอกของเขากำลังยืนพูดคุยกับคุณหนูต้วนอยู่หน้าร้านเครื่องประดับ ขุนนางหนุ่มยกจอกน้ำชาขึ้นจิบ ขณะหูฟังคนของตนรายงานพฤติกรรมของเซียวหว่าน ครั้นฟังจบก็ยกยิ้มมุมปากก่อนจะโบกมือไล่ “พอแล้ว เจ้าไปตามดูนางต่อเถอะ” เมื่อคนผู้นั้นจากไป คนสนิทของซางฮ่าวอวี่ที่ยืนอยู่เยื้องไปด้านหลังก็ย่นหัวคิ้ว “คุณชาย ท่านไม่คิดจะห้ามปรามฮูหยินน้อยหรือ” “เหอะ! ห้ามนางไปไย แต่แรกนางก็มิได้คิดจะแต่งกับข้าอยู่แล้ว แต่งกับนางก็เหมือนแต่งกับสกุลเซียว หากไม่อาศัยสกุลนาง มีหรือตำแหน่งของข้าจะเลื่อนขึ้นมาอย่างรวดเร็วเช่นนี้ ตั้งแต่ไปเมืองเฉินม่าย นางก็พยายามให้ท่าอ๋องหยางอยู่ตั้งหลายครา น่าเสียดายที่ยังไม่มีโอกาสให้ข้าได้จับชู้” บ่าวรับใช้ผงกศีรษะ “ถ้าอย่างนั้นครานี้ คุณชายคิดจะ...” “สนับสนุนให้นางทำลายอ๋องหยางและคุณหนูหลี่ จากนั้นก็ค่อยจับพวกมันในฐานะชู้ หากข้ากำจัดอ๋องหยางได้ เสนาบดีชุยจะต้องส่งเสริมข้าอย่างแน่นอน” “ขอรับ คุณชายคิดได้แยบยลนัก ไม่ต้องชักกระบี่ ใช้เพียงสมองก็กำจัดศัตรูได้แล้ว เซียวหว
“ท่านอ๋อง จะบังคับเขาไปทำไม เขายังเป็นเด็กอยู่เลย จะร้องไห้บ้างก็ปกติมิใช่หรือ” เสียงของหลี่หยวนหยวนดังขึ้นข้างหลัง หยางหลีเหว่ยหันกลับไปมอง ครั้นเห็นอดีตภรรยาเดินเข้ามาหาลูกๆ ก็ยิ้มกว้างด้วยความดีใจ “หยวนหยวนมาแล้วหรือ อาการเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” “ท่านอ๋อง ข้าบอกท่านแล้วว่าเราหย่ากันแล้ว อย่าเรียกข้าด้วยความสนิทสนมเช่นนี้ ผู้อื่นได้ยินเข้าจะพาลเข้าใจผิดได้” นางทำเสียงเขียว แต่หยางหลีเหว่ยกลับไม่สนใจ “ผู้ใดจะเข้าใจอย่างไรก็ช่างเขาเถิด ข้าหาถือสาไม่” “ท่านไม่ถือสา แต่ข้าถือ” นางส่งเสียงลอดไรฟันพอได้ยินกันสองคนเพราะไม่อยากให้คนรับใช้ได้ยิน “ตกลงว่าเจ้า ร่างกายปกตินะ” “ข้าไม่เป็นอันใด ท่านอ๋องไม่ต้องห่วง” นางสะบัดเสียงเล็กน้อย ชายหนุ่มยังคงอารมณ์ดี ยิ้มให้นางอย่างเบิกบาน “วันหน้าเจ้าก็พาหนานกงโจวมาเยี่ยมลูกเราบ่อยๆ สิ พวกเขาจะได้สนิทสนมกัน” หลี่หยวนหยวนผงะ ก่อนหน้านี้อ๋องหยางยังทำเหมือนจะกระโจนเข้าฟาดฟันหนานกงโจวทุกครั้งที่พบหน้า แต่ตอนนี้กลับเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ “ท่านอ๋องคงมิได้พูดปร
หนานกงโจวหายใจแรง “ข้ารู้! แต่แค้นระหว่างข้ากับนาง ยากจะบอกเล่าให้ผู้อื่นเข้าใจ”“ใต้เท้าหนานกง ดูเหมือนเจ้ากับหลี่หยวนหยวนจะมีเรื่องที่คนทั่วไปคาดไม่ถึงอยู่นะ”“ท่านอ๋องอย่าได้คาดเดาเรื่องของข้ากับคุณหนูหลี่เลย หาใช่เรื่องที่ท่านจะเกี่ยวข้องได้ไม่”หยางหลีเหว่ยนั่งลงที่ม้านั่ง “ใต้เท้าหนานกง เจ้ากับ หลี่หยวนหยวนซ่อนสิ่งใดไว้ที่บ้านเก่าสกุลหลี่หรือ”หนานกงโจวสำรวจใบหน้าของอ๋องหยางก็เห็นว่าเขามิได้หึงหวงตนเองเหมือนอย่างเคยจึงได้นั่งลงที่ม้านั่งตรงกันข้าม“ยากที่ข้าจะอธิบายให้ผู้อื่นเข้าใจ”หยางหลีเหว่ยเห็นว่าตนเองไม่อาจทำให้หนานกง โจววางใจจึงได้พูดสิ่งที่ตนคาดคะเนออกมา “ข้าสังเกตมานานแล้วว่าหลี่หยวนหยวนผู้นี้ มิใช่หลี่หยวนหยวนที่เคยต้องการแต่งงานกับข้า ข้าเคยคิดกระทั่งว่านางคือผู้อื่น”“ท่าน!” หนานกงโจวตะลึง“หรือว่าเจ้าเองรู้ตัวตนที่แท้จริงของนาง” หยางหลีเหว่ยโยนหินถามทางสีหน้าพิกลของหนานกงโจวทำให้อ๋องหยางรู้ว่าเขากำลังจะรู้ความลับของคนทั้งสอง “หากท่านคิดว่านางมิใช่หลี่หยวนหยวน แล้วนางจะเป็นผู้ใด” หนานกงโจวถามย้อน หยางหลีเหว่ยแสร้งใช้นิ้วเคาะลงบนพื้นโต๊ะสองสามคร







