เข้าสู่ระบบ
ติงหยวนหยวนเปิดเปลือกตาขึ้นก็เห็นเทียนแดงเล่มใหญ่ส่องแสงพริบพร่างอยู่ตรงหน้า ในใจก็นึกด่าทอน้องชาย เธอเคยเตือนเขาหลายครั้งแล้วว่าไม่ให้จุดเทียนในนี้เพราะหากเกิดไฟไหม้ขึ้นมา พ่อกับแม่คงบ่นจนหูชา
ครั้งที่แล้วน้องชายเธอจุดเทียนหอม เผลอครู่เดียว ไหม้ผ้าม่านส่วนปลายไปเล็กน้อยดีที่เธอมาเห็นเสียก่อนจึงใช้น้ำในแก้วเก็บอุณหภูมิที่ถือติดมือมาสาดให้ดับ หลังจากวันนั้นแม่เข้ามายูนิตที่เธอกับน้องชายพักอยู่ทีไรก็คอยจ้ำจี้จำไชเรื่องนี้อยู่เสมอ
‘หลิวเหว่ย! นายเอาจิตสำนึกให้สุนัขกินหมดแล้วรึไง เดี๋ยวเถอะ ฉันจะด่าให้พรุ่งนี้ไปทำงานไม่ถูกเลย’
หญิงสาวถอนหายใจก่อนจะมองไปที่เทียนแดงแท่งใหญ่อีกคราหนึ่ง คราวนี้เธอถึงกับชะงัก เทียนแดงถูกจุดเป็นคู่ เล่มแรกแกะสลักคำว่า ‘รักมั่น’ อีกเล่มแกะไว้ว่า ‘นิรันดร์’....นี่มัน ห้องหองั้นเหรอ
ปัง!
“หลี่หยวนหยวน ข้ามาแล้ว!”
เธอหันขวับไปมอง ชายหนุ่มที่ร้องตวาดอยู่ในชุดเจ้าบ่าวสีแดงปักลวดลายหรูหรา ใบหน้าหล่อเหลาคุ้นตาของเขาทำให้เธอถึงกับตกตะลึง
“หัวหน้าหยาง! คุณมาได้ยังไง”
บุรุษผู้นั้นเดินโซเซเข้ามาใกล้ กลิ่นสุราคละคลุ้ง ดวงตาคมปลาบหรี่ลง แววตาเขาดูงุนงง “เจ้าพูดอันใด ประหลาดนัก”
หญิงสาวผงะ หยางหลีเหว่ยผู้นี้เป็นหัวหน้าแผนกคลังสินค้าที่เธอทำงานอยู่ รูปร่างเขาสูงโปร่ง คิ้วพาดเฉียง จมูกโด่งเป็นสัน แนวกรามเป็นเส้นชัดเจน เป็นหนุ่มหล่อของบริษัทที่สาวๆ หมายตา รวมทั้งเธอด้วย
“ซื่อจื่อกลับมาแล้ว เช่นนั้นก็ดื่มสุรามงคลเลยเถอะเจ้าค่ะ” ซุนมามาเดินตามข้างหลังเขาและถัดไปก็มีแขกเหรื่อไม่คุ้นตากลุ่มหนึ่ง
“ได้! รีบดื่ม ข้าจะได้รีบเข้าห้องหอกับเจ้าสาวที่รอจนตัวสั่น” น้ำเสียงของเขาแข็งกร้าว จ้องหน้าเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
สาวใช้รีบเข้าไปประคองเจ้าสาวที่นั่งตะลึงอยู่ให้ลุกขึ้น ซุนมามายื่นน้ำเต้าผ่าซีกที่รินสุรามงคลแบ่งให้กับคู่บ่าวสาว ระหว่างซีกน้ำเต้านั้นมีเชือกสีแดงคล้องเอาไว้
เขาใช้มือกุมหัวไหล่ดึงร่างเธอเข้าไปใกล้แล้วคล้องแขนกันท่ามกลางเสียงร้องสนับสนุนของคนรอบข้าง ชายหนุ่มก้มหน้าลงดื่มสุรานั้นรวดเดียวจนหมด ในขณะที่เจ้าสาวดูจะมึนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้า
“ดื่มเสียสิ เจ้าอยากให้ข้าป้อนหรือไร” เจ้าบ่าวหัวเสีย เขาใช้มือจับซีกน้ำเต้าในมือของเธอแล้วจ่อริมฝีปาก “อ้าปาก” เขากัดฟันกรอดพลางสั่ง
ติงหยวนหยวนอ้าปากขึ้น สุราร้อนไหลผ่านปากและลำคอลงไปอย่างรวดเร็ว เสียงปรบมือดังขึ้นพร้อมส่งเสียงอวยพรให้คู่บ่าวสาว ‘มีลูกหลานสืบสกุลมากมายในเร็ววัน’
“ออกไปกันได้แล้ว!” เจ้าบ่าวตวาด
ซุนมามารีบโบกมือให้สาวใช้ทั้งสองถอย ก่อนจะเอ่ยประโยคสุดท้ายก่อนปิดประตู “ขอให้ท่านอ๋อง ทนุถนอมเจ้าสาวด้วยนะเจ้าคะ”
ติงหยวนหยวนทรุดตัวลงนั่ง เธอรู้สึกว่าแขนขาอ่อนแรง ยังไม่ทันจะทบทวนเรื่องราว ร่างของเธอก็ถูกเจ้าบ่าวกระชากลากถูไปยังเตียงใหญ่
“โอ๊ย! เบาหน่อยสิ หัวหน้า ฉันเจ็บนะ!”
ปกติหยางหลีเหว่ยเป็นผู้ชายที่เงียบขรึมและสุภาพ เธอไม่คิดเลยว่าเขาจะทำตัวรุ่มร่าม เมื่อครู่เขาดูเหมือนจะเมาอยู่บ้างแต่ก็ไม่น่าจะถึงกับพูดคุยกันไม่รู้เรื่อง
“เจ้ายังจะเสแสร้ง สุรามงคลของสกุลหลี่ต้องมิใช่ของดีอยู่แล้ว!”
เขาเหวี่ยงเธอจนม้วนตัวไปบนเตียงหนึ่งรอบ พลันความจำของเจ้าของร่างเดิมก็ผุดขึ้นมา คืนนี้เป็นงานวิวาห์ของหลี่หยวนหยวนกับหนิงเฉิงอ๋องหยางหลีเหว่ย
“คุณไม่ใช่หัวหน้าหยางนี่!” ติงหยวนหยวนตกใจจ้องหน้าเจ้าบ่าว
แคว่ก!
มือใหญ่ของเขาแหวกสาบเสื้อนางออกจากกันอย่างแรงจนแขนเสื้อฉีกขาด ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ใบหน้ากลายเป็นสีชาด มือนั้นสั่นเล็กน้อย
“อย่ามาเรื่องมาก คืนนี้ข้าจะเข้าหอให้สมใจเจ้า”
ยังไม่ทันจะได้อ้าปากถาม ริมฝีปากบางของเขาก็ทาบลงมาติงหยวนหยวนรู้สึกว่าร่างกายของตนเองร้อนระอุ พอร่างเธอถูกรั้งเข้าไปแนบชิดกับเขาก็คล้ายถูกหลอมละลาย ความอุ่นร้อนและแข็งกร้าวทำให้ใจของเธอเต้นระส่ำราวกับจะกระเด็นออกมานอกอก เธอลูบไล้และรัดรึงเขาราวกับจะเรียกร้องให้เขาเชยชมร่างกายของเธอ
“สตรีไร้ยางอาย!” หยางหลีเหว่ยกัดฟันกรอด หากเขาไม่ยอมดื่มสุรามงคลผสมยาบัดซบนั่น เขาคงจะหลับนอนกับนางไม่ลง
...หลี่หยวนหยวน สตรีอย่างเจ้า ไม่คู่ควรจะอยู่เคียงข้างข้า...
ภายใต้ม่านมุ้งโปร่งบางสีแดง สองหนุ่มสาวร่วมรักอย่างเร่าร้อนราวกับกำลังปลดปล่อยความรู้สึกอัดอั้นที่เก็บไว้นานแสนนาน ด้านนอกเรือนหอสายฝนกำลังโปรยปรายและกลายเป็นกระหน่ำซัดสาดกลบเสียงร้องครวญครางของคู่ข้าวใหม่ปลามัน
“ฉันเจ็บ...เจ็บนะ!” ติงหยวนหยวนที่ถูกล่วงล้ำในร่างกายอย่างฉับพลันร้องขึ้นมา
หยางหลีเหว่ยขบกรามแน่น เขาไม่ได้เห็นใจนาง แต่พอนางเกร็งร่างเขาจำต้องระวังมิให้ตนเองได้รับความกระทบกระเทือนไปด้วย เขาก้มลงมองใบหน้าของนางแล้วก็นึกโมโหจนต้องใช้มือใหญ่ทาบปิดใบหน้าของนาง
“อย่ามองข้า!” เขาผลักให้นางหันไปอีกทางหนึ่ง ก่อนจะผลักดันตัวตนเข้าไปจนแนบชิด
ติงหยวนหยวนถูกเขาพาโลดโผนอยู่บนคลื่นแห่งอารมณ์ปรารถนาจนเสร็จสมอารมณ์หมายไปคราหนึ่ง ทว่าร่างใหญ่ที่แข็งแกร่งกลับไม่ปล่อยให้นางได้พักผ่อน
“เจ้าเป็นคนเรียกร้องสิ่งนี้ เช่นนั้นข้าจะสนองให้เจ้าจนกว่าข้าจะพอใจ” เสียงเขาคำรามอยู่เหนือใบหู
จากนั้นติงหยวนหยวนก็คล้ายอยู่บนเรือน้อยท่ามกลางคลื่นลมโหมกระหน่ำ แม้จะได้มองใบหน้าของชายที่ตนเองแอบชอบอย่างใกล้ชิดบนเตียงอย่างที่ไม่คิดว่าจะมีโอกาส แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับมิได้หวานชื่นอย่างที่ฝันเอาไว้ เขาไม่อ่อนโยนเลยสักนิด น่าแปลกที่เธอเองก็กอดรัดเขาไม่ปล่อย
กระทั่งจวนรุ่งสาง ทั้งสองจึงผล็อยหลับไป
สายวันนั้นติงหยวนหยวนลืมตาขึ้นก็เห็นสาวใช้สองคนกำลังเก็บเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น ผู้ชายที่เหมือนหัวหน้าหยางราวกับแกะคนนั้นหายตัวไปแล้ว ผ้าปูที่นอนยับยู่ยี่ชวนให้นึกถึงเรื่องวาบหวามเมื่อคืน เธอเขากับเขา...กว่าจะยุติลงได้ก็ปาเข้าไปเท่าจำนวนนิ้วบนมือข้างหนึ่ง
กลิ่นอายบนเตียงชวนให้ใบหน้าของเธอร้อนผ่าว อยู่มาจนอายุสามสิบปีกลับต้องมีครั้งแรกแบบไม่ได้ตั้งใจ ซ้ำฝ่ายชายยังไม่ทนุถนอมเลยสักนิด
“หวางเฟย[1]เจ้าคะ รีบลุกขึ้นอาบน้ำเถิด ท่านยังต้องไปคารวะน้ำชาไท่เฟยนะเจ้าคะ”
ติงหยวนหยวนลุกพรวดพราดขึ้นมานั่ง หญิงสาวหยิกหลังมือและแก้มตนเองหลายครั้ง พอรู้ว่านี่ไม่ใช่ความฝันเธอก็แตกตื่น
‘ไม่ใช่ฝัน นี่มันเรื่องบ้าอะไร คงไม่ใช่ทะลุมิติมาหรอกนะ’
พลันเธอก็จดจำได้ว่าเจ้าของร่างนี้คือหลี่หยวนหยวน หญิงสาวผู้มีชื่อเหมือนกับตนแต่ต่างแซ่
ตอนนี้เธอกลายเป็น ‘หลี่หยวนหยวน’ หญิงสาวอายุสิบเจ็ด คุณหนูใหญ่สกุลหลี่แห่งแคว้นต้าหลงที่หลงใหลคลั่งไคล้ในตัวหนิงเฉิงอ๋อง ท่านป๋อหลี่หรือหลี่เหวินจั๋วหวังให้บุตรสาวสติปัญญาน้อยผู้นี้มีที่พึ่งพิงจึงบีบบังคับหนิงเฉินอ๋องให้แต่งงานกับหลี่หยวนหยวนแลกกับยาสูตรลับของตระกูล
เธอก้มลงสำรวจร่างกายที่ไม่ใช่ของตนอีกครั้งหนึ่ง เรือนร่างนี้ช่างงดงามสะโอดสะองต่างจากตัวเธอที่เป็นติงหยวนหยวนอวบอ้วนผู้นั้น
‘ใช้ได้นะนี่ ทะลุมิติมาก็อยู่ในร่างคนสวย แบบนี้ถือว่าเข้าท่า’
“หวางเฟย เร็วเข้าเถิดเจ้าค่ะ น้ำผสมกำลังพอดี” ไป๋ซวงร้องเร่ง
หญิงสาวลุกขึ้นสวมเสื้อคลุมที่สาวใช้ยื่นให้ ปากก็เอ่ยถามถึงคนที่ร่วมเตียงเมื่อคืน “ท่านอ๋องไปไหนแล้ว”
“ออกไปตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเจ้าค่ะ บอกว่าจะรอที่ศาลาริมสวนหน้าเรือนไท่เฟย ท่านรีบเถิด หากช้าชักเกรงว่าท่านอ๋องจะ.....” ไป๋ซวงเป็นสาวใช้คนสนิทที่ตามมาจากจวนสกุลหลี่ นางร้อนใจที่นายหญิงถูกสามีรังเกียจตั้งแต่วันแรกหลังการแต่งงาน
[1] หวางเฟยหรือพระชายาเป็นตำแหน่งภรรยาเอกของท่านอ๋อง
*****************
ไรเตอร์แนะนำ...ติดตามได้ทางแฟนเพจเฟสบุ๊ก "เอสเต้และซีฟางกั๋วเจีย"
เย่ซูเซียวที่ปลอมเป็นหมายเลขสิบแอบมองหนานกงโจวที่ตามเสด็จฮ่องเต้กลับไปยังห้องโถงจัดเลี้ยงอย่างไม่วางตา เรื่องที่เกิดขึ้นนั้น นางเห็นโดยตลอด ‘นึกไม่ถึงเลยว่า ฮ่องเต้กับต้วนกุ้ยเฟยจะอยู่เบื้องหลังแผนชั่วในครั้งนี้ อำนาจของสกุลหยางยิ่งใหญ่จนกลบรัศมีฮ่องเต้ คงยากที่ฮ่องเต้จะทำใจรับได้’ ซ่งหลิงผู้เป็นหัวหน้าองครักษ์ลับเหลือบมองเย่ซูเซียวแล้วส่ายหน้าเบาๆ เป็นเชิงเตือนให้นางรู้ว่า เรื่องเหล่านี้ล้วนมิใช่ธุระของพวกตน หยางหลิวเหว่ยถูกท่านปู่อุ้มไว้ เขาเหลือบมองไปยังตำแหน่งที่องครักษ์ลับทั้งสองซ่อนอยู่ ทำให้ซ่งหลิงกับเย่ซูเซียวถึงกับสะดุ้ง “ท่านปู่! ฝีมือข้ากับพี่หญิงเป็นอย่างไรบ้าง” ซื่อจื่อใช้มือน้อยๆ สองข้างนาบที่แก้มสองข้างของแม่ทัพใหญ่หยาง แล้วบีบเข้า “สุดยอด! หลิวเหว่ยเก่งที่สุดแล้ว” แม่ทัพใหญ่หยางไม่ตระหนี่คำชม คนรอบข้างที่เดินรายล้อมแม่ทัพใหญ่หยางพากันหัวเราะเสนาบดีฝ่ายซ้ายเจียงอวิ๋นซีมองทายาทสกุลหยางตัวน้อยด้วยความชื่นชม เขาเอียงหน้าไปกระซิบกับบุตรชาย “ดูท่าหลานชายของแม่ทัพใหญ่จะไม่ธรรมดาจริงๆ กระทั่งแผนของฝ่าบาทกับกุ้ยเฟย
“ฝ่าบาท! เป็นกระหม่อมเองพ่ะย่ะค่ะ” ศีรษะเล็กๆ ของเด็กชายโผล่ออกมาจากผ้าห่มที่คลุมถึงอกของอ๋องหยาง “หยางซื่อจื่อ! เจ้ามาอยู่นี่ตั้งแต่เมื่อใด” ฮ่องเต้ร้องออกมาด้วยความผิดหวัง พลันศีรษะเล็กๆ ของเด็กหญิงอีกคนก็โผล่ออกมาอยู่คู่เด็กชาย “ยังมีหม่อมฉันด้วยเพคะ” “ท่านหญิงน้อย! ที่แท้ท่านก็หลบมาอยู่ที่นี่เองหรือเจ้าคะ ข้าน้อยตามหาท่านตั้งนาน” หูเหลียนฮวาที่ยืนอยู่เยื้องไปด้านหลังของหลี่หยวนหยวนร้องออกมา “ข้ากับหลิวเหว่ยมาพร้อมกับท่านพ่อน่ะ ไม่คิดเลยว่าในห้องนี้จะมีคุณหนูเฉียวอยู่ด้วย”หน้าตาของท่านหญิงน้อยพูดจาประสาซื่อทำเอาคนทั้งกลุ่มตกใจ “ไม่จริง! ข้าแต่งตัวอยู่ในห้องนี้ก่อน ท่านอ๋องบุกเข้ามาเพียงลำพัง พวกเจ้าสองพี่น้องต่างหากที่แอบเข้ามา” เฉียวซืออวี่ร้องเสียงดัง หลี่หยวนหยวนก้าวออกมายืนอยู่ข้างเตียง “คุณหนูเฉียว เมื่อครู่พวกเราทุกคนก็เห็นด้วยกันว่าห้องนี้ถูกปิดไว้แน่น เป็นเจ้าที่ออกมาเปิดประตูให้ พวกเราจึงเข้ามาได้” ปลายนิ้วของนางชี้ไปรอบๆ “ดูสิ! หน้าต่างห้องนี้ถูกปิดสนิท เด็กสองคนตัวเล็กแค่นี้จะแอบเข้ามาโดยที่ท่านไม่เห็นได้อย่
“เจ้าค่ะ ข้าไม่พลาดแน่ๆ กุ้ยเฟยบอกว่าจะให้รางวัลใหญ่กับข้า ข้าย่อมทำเต็มที่อยู่แล้ว” เสี่ยวซวงสาวใช้คนสนิทของเฉียวซืออวี่ตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “เช่นนั้น เจ้าไปแอบดูทีว่าอ๋องหยางถูกพามาหรือยัง” “เจ้าค่ะ คุณหนู” แค่เสี่ยวซวงก้าวขาออกจากห้องได้ไม่ถึงสองก้าว ขันทีหนุ่มสองคนก็หามอ๋องหยางตรงเข้ามา “เร็วเข้า! เรามีเวลาไม่มากแล้ว” ขันทีผู้หนึ่งร้องขึ้น เสี่ยวซวงรีบหันกลับไปเปิดประตูให้กว้างออก ครั้นท่านอ๋องผู้เกรียงไกรแห่งทัพสกุลหยางถูกประคองขึ้นไปนอนบนเตียงแล้ว ขันทีทั้งสองก็ช่วยกันถอดเสื้อตัวนอกของเขาออกพาดไว้ปลายเตียง “เอาล่ะ! ต่อไปก็ขึ้นอยู่กับฝีมือของคุณหนูเฉียวแล้ว” ขันทีผู้นั้นหันไปยิ้มให้กับเฉียวซืออวี่ “ไม่ต้องห่วง! พวกเจ้ารีบออกไปเถิด ร้องเรียกคนให้มาเร็วๆ ก็แล้วกัน” เฉียวซืออวี่สั่ง ขันทีทั้งสองและเสี่ยวซวงพากันออกไปนอกห้อง ปล่อยให้เฉียวซืออวี่อยู่กับอ๋องหยางที่นอนไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่บนเตียงกันสองต่อสอง เฉียวซืออวี่ถอดเสื้อตัวนอกของตนเองออก กำลังคิดจะก้าวเท้าขึ้นบนเตียง จู่ๆ ก็มีควั
“พระชายาหลี่ ข้าน้อยขอดื่มให้ท่านสักจอกเถิด ท่านเองก็สร้างคุณงามความดีให้กับแคว้นเราไม่น้อยเลยนะเจ้าคะ” ฮูหยินขั้นสองผู้นั้นเอ่ยประจบอย่างไม่เคอะเขิน สองพี่น้องฝาแฝดหันไปสบตากัน พวกเขาเริ่มรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล “ข้าว่า ท่านพ่อกับท่านแม่กำลังถูกรุมเสียแล้วล่ะ” ซื่อจื่อน้อยเอ่ยขึ้น "อืม...ข้าว่าสถานการณ์นี้ดูคุ้นๆ คงอีกไม่นานแล้ว รอท่านพ่อเริ่มเมา จากนั้นก็...” หยางเยี่ยนฟางจุดยิ้มมุมปากคู่แฝดค่อยๆ ถอยออกจากโต๊ะที่ตนเองนั่งอยู่ ออกไปด้านหลังห้อง สองปีศาจพี่เลี้ยงที่ติดตามเข้ามาในวังหลวงรีบเดินตามนายน้อยทั้งสองของตนออกไปข้างนอก คนทั้งสี่ยืนอยู่ในที่ลับตาข้างตำหนักที่กำลังจัดงานเลี้ยง “เจ้าไปดูเฉียวซืออวี่ที ข้าสังหรณ์ว่าคืนนี้นางถูกยกให้เป็นตัวเอก หากเกิดเรื่องขึ้นกับนาง คงจะกลายเป็นเรื่องใหญ่” หยางเยี่ยนฟางบอกกับหูเหมยกุ้ย จากนั้นก็เปิดชายกระโปรงของตนขึ้นแล้วยื่นเอาห่อผ้าที่พันเอาไว้ข้างขาด้านซ้ายและขวาให้กับนาง “ท่านหญิงไม่ต้องห่วง ข้าจะเฝ้านางเอาไว้เอง” หูเหมยกุ้ยยิ้มน้อยๆ รับเอาห่อแผ่นมีดที่เป็นอาวุธลับของตนจากหยางเยี่ยนฟางก
ข่าวลือเรื่องความร่ำรวยของสกุลหยางไม่รู้ว่าเกิดจากผู้ใด แต่กลับแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว เดิมบารมีทัพสกุลหยางก็มากอยู่แล้ว พอผนวกกับเรื่องราวความรวยของพระชายาหลี่ก็ยิ่งทำให้ผู้คนในเมืองหลวงพากันจับจ้องสกุลหยางมากยิ่งขึ้น เนื่องจากเป็นงานเลี้ยงที่จัดขึ้นเพื่อฉลองชัยชนะให้แก่สองผู้นำทัพที่ยิ่งใหญ่แห่งสกุลหยาง ขุนนางทั้งหลายจึงดาหน้าเข้ามายืนออกันเพื่อกล่าวถ้อยคำสรรเสริญเยินยอแก่ท่านอ๋องสกุลหยางสองพ่อลูก ครั้นทุกคนเข้าที่นั่งประจำของตนแล้ว โจวฮ่องเต้ก็เสด็จออกมา ด้านหลังมีต้วนกุ้ยเฟย และฉินเฟยตามลำดับ ท่านหญิงน้อยมองดูผู้สูงศักดิ์ที่นั่งอยู่แท่นสูงแล้วหันไปกระซิบกระซาบกับมารดา “ต้วนเหม่ยหลิงถูกกักบริเวณนานแล้วนะเจ้าคะ” “สายในวังรายงานว่านางป่วย คงจะตรอมใจที่ไม่ถูกฮ่องเต้รังเกียจกระมัง” หลี่หยวนหยวนกระซิบตอบบุตรสาว “ท่านแม่ วางสายไว้ในวังเยอะหรือไม่” “ก็มีพอสมควร” ยามนั้นฮ่องเต้กำลังฟังกงกงเอ่ยรายงานอยู่ ครู่หนึ่งก็เงยพระพักตร์ขึ้นมากล่าวกับขุนนางทั้งหลายในห้องโถง “ขุนนางที่รักทั้งหลาย งานเลี้ยงในคืนนี้ จัดเพื่
ท่านโหวแซ่ต้วนดีใจที่ฮ่องเต้ทรงเรียกเข้าพบเป็นการส่วนพระองค์ในวันต่อมา โจวฮ่องเต้เหลือบมองท่าทีของคนตรงหน้าแล้วก็แสร้งแย้มพระโอษฐ์ “ต้วนโหว เจ้าพอจะรู้สถานการณ์ในตอนนี้หรือไม่” ท่านโหวรีบค้อมศีรษะ “พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมยินดีเป็นดาบในมือฝ่าบาท” “ดี! ดียิ่งนัก เช่นนั้นเจ้าลองเสนอวิธีมาสิว่า เจิ้นควรทำเช่นไรกับสกุลหยางดี” จงอี้โหวแซ่ต้วนจุดยิ้มมุมปาก เรื่องนี้เขาคิดมาจากจวนเอาไว้เรียบร้อยแล้ว “ฝ่าบาท หากว่าในงานเลี้ยงอ๋อง หยางสองพ่อลูกไม่ยอมมอบตราพยัคฆ์คุมกองทัพให้กับพระองค์ก็ถือโอกาสประกาศว่าพวกเขากระด้างกระเดื่องเสียเลยพ่ะย่ะค่ะ” โจวฮ่องเต้หัวเราะหึๆ หากตนต้องการคำแนะนำเพียงแค่นี้ ไหนเลยจะเรียกต้วนโหวเข้ามาหารือ วิธีการพื้นๆ ในการกดดันขุนนางสายบู๊เช่นนี้ ฮ่องเต้หลายยุคหลายสมัยล้วนนำมาใช้ “ท่านโหวต้วน หากข้าทำเช่นนั้นแล้วอ๋องหยางสองพ่อลูกเกิดตัดสินใจก่อกบฏ เกรงว่าเจิ้นจะต้องเสียเปรียบ เจ้าคงไม่รู้ว่าหลี่หยวนหยวนแท้จริงนางกุมการค้าของแคว้นเราไว้หมดแล้ว” ต้วนเหยียนชิงถึงกับตกตะลึง “จริงหรือ พ่ะย่ะค่ะ” “จริงสิ! เจิ้นตรวจส
กุนซือเฉากับชิวต้าซานขี่ม้าตามกันกลับมาสำนักมือปราบ บนหลังม้าของชายหนุ่มมีร่างหนึ่งถูกพาดคว่ำเอาไว้ มือเท้าของคนผู้นั้นถูกมัด ปากก็ถูกอุดเอาไว้ด้วยผ้า มีรอยเลือดแห้งเกรอะกรังติดตามเสื้อผ้า แขนขาและใบหน้า “หัวหน้าเหลียง เอาคนผู้นี้ไปขังแยกไว้ที ระวังอย่าให้คนเข้าไปลอบฆ่าได้เล่า กว่
หลี่หยวนหยวนจำต้องออกจากหมู่บ้านเพื่อไปดูแลกิจการร้านค้าในเมืองเฉินม่ายในช่วงที่สองผีพี่น้องต้องไปเมืองหลวง นางจึงต้องฝากลูกสองคนไว้ให้ซุนมามากับไป๋เยว่ดูแล ชิวต้าซานจัดยอดฝีมือหลายสิบคนรายล้อมรอบเรือนให้คอยดูแลความปลอดภัย “คุณหนู ท่านสบายใจได้ ข้าเรียกสี่ปีศาจมาคอยดูแลลูกๆ ของท่า
ในจวนสกุลหวาง คุณชายใหญ่หวางผู้นี้แต่งเอาคุณหนูคนงามแซ่หนิวมาเป็นฮูหยินเอก และเลือกอนุภรรยาจากสกุลที่ต่ำกว่าตนเองอีกห้าคน ส่วนอีกเจ็ดคนเป็นสตรีที่เขาฉุดคร่ามาข่มเหง สุดท้ายก็เกลี้ยกล่อมพวกนางให้ยอมเป็นอนุภรรยา นอกจากนี้ยังมีหญิงบำเรออีกร่วมยี่สิบคน พวกนางเป็นหญิงสาวชาวบ้านที่เขารังแก แต่ยอ
ชิวอี้เซ่อโบกไม้โบกมือ “ที่ไหนกัน พวกเราเป็นหุ้นส่วนกันแล้ว ข้าย่อมบอกข่าวแก่ท่านโดยไม่คิดเงิน” ครั้นได้ยินว่าไม่ต้องจ่ายเงิน หลี่หยวนหยวนก็ยิ้มกว้าง “เช่นนั้นก็เล่ามาเถิด” “อันดับแรก เรื่องของสกุลหยาง” หลี่หยวนหยวนหน้าเสีย “เช่นนั้น ท่านก็คงรู้เรื่องของข้าอย่างล







