Se connecterความแปลกสถานที่ และเกือบจะเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้นอนที่นอนสบาย นุ่มแบบนี้ มันสบายเกินไป ขยับตัวอย่างไรก็ไม่ค่อยถนัด ได้แต่นอนพลิกไปพลิกมา คิดนั่นคิดนี่จนดึกดื่น
แถมด้วยร้องไห้คิดถึงตาบุญของเธอ น้อยจึงกว่าจะหลับตาลงได้ก็เกือบจะตีหนึ่ง ทำให้สาวน้อยตื่นสาย เมื่อลืมตาตื่นและนึกขึ้นได้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน จึงรีบลุกขึ้นแล้วอาบน้ำชำระล้างร่างกาย กุลีกุจอลงมาด้านล่าง ตาบอกว่าให้ขยัน...ทำงานให้หมอรัญชน์ แต่เธอกลับมัวนอนสบายจนตื่นสายเสียแต่วันแรกเมื่อลงมาแล้วก็ไม่เจอใครเลยสักคน เธอเดินหาเขาไปทั่วบ้าน ไม่กล้าแม้แต่จะตะโกนเรียกชื่อเขา นี่เพิ่งจะหกโมงเช้า หมอรัญชน์ไปไหนกันนะ เธอเดินไปจนถึงในครัว สายตาสะดุดที่ตู้เย็นขนาดใหญ่ มีกระดานโน้ตแปะไว้ตรงประตูตู้เย็น มีตัวหมีแม่เหล็กติดไว้
น้อย...
วันนี้ฉันคงจะกลับบ้านประมาณสามโมงเย็น ฉันซื้อโจ๊กไว้ให้อยู่ในฝาชี อาหารกลางวันน้อยทำตามสะดวกเลย ตู้เย็นพอจะมีของสด
นี่คือข้อความที่เขาทิ้งไว้ให้ น้อยเดินไปที่โต๊ะที่มีฝาชีสีสดใสครอบถุงพลาสติกใส่โจ๊กไว้ มีปาท่องโก๋ และน้ำเต้าหู้อยู่ด้วย
เห็นอาหารก็ท้องร้องเบาๆ น้อยย่นจมูกน้อยๆ แล้วลูบท้องที่แฟบของตน เมื่อวานเย็นเธอกินอะไรไม่ค่อยลง เพราะมัวแต่เศร้าเสียใจเรื่องต้องจากกับตาบุญ
งานยังไม่ทันทำเลยนะน้อย กินเสียแล้ว
สาวน้อยบ่นกับตนเองเบาๆ แต่ก็เทโจ๊กใส่ชามพลางตักกินอย่างอร่อย เธอตั้งใจจะเก็บปาท่องโก๋กับน้ำเต้าหู้ไว้กินมื้อเที่ยง เพราะคงไม่กล้าเอาของสดมาทำรับประทานอย่างที่เขาบอกแน่ๆ
อิ่มแล้วก็เริ่มหันซ้ายหันขวา
อยู่บ้านท่านก็อย่าให้นิ่งดูดาย
เธอมาที่นี่เพื่อมาทำงาน หยิบจับอะไรได้ น้อยก็จะทำ
น้อยจึงตกลงใจเริ่มงานแรกของเธอด้วยการทำความสะอาดบ้านให้กับเขา สาวน้อยเดินหาอุปกรณ์ทำความสะอาดมันถูกเก็บไว้ในห้องเก็บของใต้บันใด ทุกชิ้นยังอยู่ในถุงพลาสติกมีฝุ่นจับ เหมือนไม่เคยถูกแกะออกมาใช้งาน ทั้งไม้กวาดไม้ม็อบถูกพื้น น้ำยาทำความสะอาดต่างๆ น้อยจึงค่อยแกะออกมา แล้วเริ่มทำงานของตนไปเรื่อยๆ
บ้านที่ได้รับการกวาดถูอาทิตย์ล่ะหน สภาพฝุ่นและความสกปรกถือว่าไม่นักหนามากนัก เพราะหมอรัญชน์ใช้เป็นแค่ที่พักกับที่นอน เขามักจะออกมาหาอะไรกินนอกบ้าน เพราะขี้เกียจเก็บล้างทำความสะอาด ติดของสดไว้ในตู้บ้างอย่างไข่กับเครื่องกระป๋อง บะหมี่สำเร็จรูป
เผื่อทำอะไรง่ายๆ เวลาที่เกิดร้านแถวบ้านปิด หรือกลับมาจากเวรดึกแล้วหิวน้อยเริ่มที่บริเวณห้องรับแขกก่อน ถึงจะตัวเล็กแต่ก็ทำไปเรื่อยๆ ไม่หยุดเหมือนมดงาน น้อยตั้งใจขัดถูทำความสะอาด จัดเก็บข้าวของให้เป็นระเบียบ ตั้งอกตั้งใจกับงานของตน จนเวลาล่วงไปเกือบบ่าย เธอก็ทำงานเสร็จไปแล้วสองห้อง ทั้งปัดกวาดเช็ดถู เก็บข้าวของ และปลดผ้าม่านลงมาซักเพราะเห็นว่ามันมีฝุ่นเกาะ
น้อยกินน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋เป็นอาหารกลางวัน แล้วก็เริ่มงานของตนต่อที่ห้องครัวที่ต้องออกแรงมากหน่อย เพราะอุปกรณ์ครัวบางอย่างฝุ่นจับหนา เธอต้องเอามขัดล้างใหม่ทั้งหมด ทำงานไปก็ฮัมเพลงไปด้วยอย่างเพลินๆ
มือน้อยนั้นทำงานไม่หยุด ออกแรงจนหน้าแดงก่ำ เหงื่อชื้นตามร่างกาย เสื้อผ้าของน้อยเปียกโชกเพราะลุยซักผ้าม่านและมาขัดพื้นห้องครัวต่อ เธอตั้งหน้าตั้งตาขัดให้มันขาวสะอาดเงาวับเลยทีเดียว
แม่นกกระจิบตัวน้อย ที่ได้รังใหม่คุ้มหัว กำลังทำงานแลกกับข้าว แลกกับน้ำ อย่างตั้งใจ ให้สมกับคำสั่งสอนของตาบุญที่นำเธอมาฝากฝังไว้กับเขา
.......................................................................................................................
"เลิกพร้อมกันวันนี้ ไปก๊งกันหน่อยไหมหมอรัญชน์ วันเกิดป้าสุด"
เสียงเพื่อนหมอด้วยกันทัก เมื่อเขาถอดเสื้อกาว์นออก หลังจากเลิกงานแล้ว ถ้าเป็นวันอื่น เขาอาจจะตอบรับไป แต่วันนี้เขามีคนรออยู่ที่บ้าน ไม่รู้ว่าป่านนี้จะหาข้าวหาปลากินหรือยัง แล้วก็กำลังทำอะไรอยู่นะ เขาคิดอยู่ว่าจะให้น้อยทำงานอะไรให้เขาบ้าง คงจะให้ทำงานเล็กๆ น้อยๆ นั่นแหละ ตัวเล็กผอมแบบนั้น เขาคงไม่กล้าใช้งานหนัก แล้วก็จะดูว่าน้อยจะทำอะไรได้บ้าง วันนี้คงจะได้คุยกัน เมื่อเช้าเขาก็ออกมาแต่เช้าซื้อของกินให้เธอแล้วก็ออกมา
"งานหน้าดีกว่า วันนี้ไม่ว่าง"
เขาปฏิเสธ แล้วโบกมือให้กับเพื่อนหมอ ที่ยังตื้ออีกสองสามคำ เมื่อเห็นว่าหมอรัญชน์ไม่ไปจริงๆ ก็ยอมจากไป
ชายหนุ่มขี่รถออกจากโรงพยาบาล เขาใช้มอเตอร์ไซค์เป็นพาหนะ เพราะมันสะดวกและคล่องตัวถ้าเข้าเวรเช้า ยกเว้นถ้าฝนตกหรือมาเข้าเวรฉุกเฉิน ก็จะใช้รถยนต์ เขาแวะที่ตลาดเพื่อหากับข้าวถุงซื้อกลับบ้าน ถ้าเป็นปรกติออกเวรไว เขาก็จะตรงกลับบ้านไปนอน ดึกๆ เย็นๆ ค่อยออกมาหาอะไรรับประทาน แต่ตอนนี้ตารางชีวิตของเขามันกำลังเริ่มเปลี่ยนไป เพราะมีคนคอยที่บ้าน
อืม...
หมอหนุ่มย่นจมูกน้อยๆ แล้วยิ้มเมื่อนึกถึงเด็กสาวตัวผอม ตอนนี้ชีวิตเขาก็มี 'อะไร' ให้คิดถึงมากขึ้นนอกจากงาน ก็คือหล่อนสินะ
เขาเลือกกับข้าวสามชนิด เอาแบบที่เด็กคงจะกินได้...เด็ก...เอ...หล่อนก็ไม่เด็กแล้ว อายุสิบหกจะสิบเจ็ดล่ะแล้วตามคำบอกของตาบุญ แต่ก็ตัวเล็กแกร็นมาก หล่อนน่าจะสูงแค่ร้อยห้าสิบนิดๆ กระมัง ถึงได้ตัวอยู่แค่ระดับอกเขา เขาถึงมองหล่อนเป็นเด็กน้อย เด็กน้อยที่น่าสงสาร
เด็กที่กลายเป็นที่หมายปองอันแสนอันตราย
คิดแล้วก็ถอนใจ ตัณหา...บางทีก็ไม่เข้าใครออกใคร แถมเข้าไปแล้ว ก็บงการสมองและความคิด จนทำให้คิดร้ายคิดเอาเปรียบคนไปได้ถึงขนาดนั้น เพื่อตัวเอง...
ตัณหาทำให้คนลืมศีลธรรมจรรยา ทำให้ทุกอย่างเพื่อความสุขของตนเอง
คิดแล้วเขาก็สั่นหน้าน้อยๆ นึกถึงหน้ากำนันปรุงได้แบบเลือนๆ จำได้ว่าเคยคุยด้วยแค่สองสามหน หมู่บ้านของน้อยค่อนข้างไกลจากที่พักของเขา หวังว่ากำนันนั่นคงจะไม่มายุ่งเกี่ยวแล้ว ถ้าเกิดว่าน้อยย้ายออกไปเสีย
เขาภาวนาให้เป็นเช่นนั้น เมื่อนึกถึงสภาพเด็กสาวผอมแห้ง ตาโตแป๋วคนนั้น ก็หวังใจให้กำนันปรุงไม่ได้ติดใจอะไรกับหล่อนนัก จนหาที่หมายใหม่ และลืมหล่อนไปเสีย ตาบุญและเด็กสาวจะได้ไม่เดือดร้อนอีก
หมอหนุ่มคิดขณะที่ขี่รถกลับไปที่บ้านพักแพทย์
“น้อยทางนี้ๆ”“น้อย เซ็นสมุดเฟรนชิฟให้ฉันด้วยนะ”“ถ่ายรูปกัน ยัยน้อย”น้อยหันไปทางนั้นที วิ่งไปทางโน้นที ตามคำเรียกของเพื่อนๆ สีหน้าของน้อยเต็มไปด้วยความสุข วันนี้เป็นวันมอบประกาศนียบัตรจบการศึกษาในระดับมัธยมปลาย ตอนนี้เด็กๆ กำลังพูดคุย ถ่ายรูปกันเป็นที่ระลึก เพราะบางคนอาจจะไม่ได้เจอะเจอกันอีกแล้ว เพราะก็ต่างแยกย้ายไปตามแนวทางของตนเองหมอรัญชน์ยืนมองน้อยที่อยู่ท่ามกลางเพื่อนๆ วันนี้เขามารับเธอและมาร่วมแสดงความยินดีกับน้อย ข้างๆ ของเขาคือคุณหญิงสุดา ที่หน้าบานไม่แพ้กับน้อย กับความสำเร็จที่ท่านเป็นคนหนึ่งที่ร่วมผลักดันช่วยเหลือ “พ่อกับคุณย่าเหรอน้อย” เพื่อนคนหนึ่งที่มาไหว้ทักทายเขาและคุณหญิงสุดาเอ่ยเสียงแจ๋ว หมอรัญชน์ถึงกับหน้าตึง ส่วนคุณหญิงสุดาอมยิ้ม เอ่อน่ะ...ริจะมารักเด็กบางทีก็ต้องเจออะไรแบบนี้ล่ะตาหมอ...“อื้อ พ่อทูนหัว”น้อยตอบเสียงเบา พลางยิ้มเพื่อนคนนั้นของน้อยเป็นผู้ชายวัยรุ่น หน้าตาหล่อเหลาเลยทีเดียวล่ะ คนที่ถูกทักว่าเป็นพ่อ...แถมหวานใจยังย้ำอีกว่าเป็นพ่อทูนหัว ก็ถึงกับหน้าลั่นดังเปรี๊ยะ!โกรธขึ้นมาวูบ น้อยใจขึ้นมาวาบเขารับไหว้ไอ้เด็กนั่นอย่างเสียไม่ได้ แถม...ยังดึงแ
ถึงจะบอกคุณหญิงว่าขึ้นมานอน แต่น้อยก็นอนไม่หลับ แถมพอหัวถึงหมอน นอนหลับตาลง ก็วนเวียนแต่ภาพของผู้หญิงคนนั้นกับหมอรัญชน์ น้ำตาของน้อยไหล ไหลออกมาอย่างที่เจ้าตัวไม่รู้ ว่าร้องไห้ทำไมขนาดนี้รู้แต่ว่าเจ็บเหลือเกิน...เจ็บทั้งที่ไม่โดนทำร้าย มีบาดแผลใดๆ แต่เจ็บปวดล้ำลึกจนจุกอยู่ในอก เสียงเคาะประตูดังขึ้น น้อยกัดริมฝีปาก ลังเลว่าจะไปเปิดดีไหม แต่สุดท้ายก็ลุกขึ้นแล้วไปเปิดประตูห้อง เผื่อว่าอาจจะเป็นคุณหญิงสุดา“น้อย ร้องไห้ทำไม” หมอรัญชน์มองหน้าแดงก่ำ เต็มไปด้วยคราบน้ำตาของน้อยก็ตกใจ เขาประคองหน้าเนียนไว้ให้มองหน้าเขา หากน้อยหลบตาเขาและรีบสั่นหน้า“น้อยไม่ได้ร้องไห้”“ไม่ได้ร้องอะไร ร้องไห้ชัดๆ” หมอหนุ่มพูดแบบนั้นน้ำตาของน้อยก็เลยไหลร่วงมาอีก น้อยสั่นหน้าแล้วพูดเสียงสั่น“น้อย...ไม่รู้ ไม่รู้สิคะ หมอปล่อยน้อยเถอะ”“โกรธฉันเหรอ...ใช่ไหม?”เห็นน้อยเสียใจ ร้องไห้เพราะการที่พิณแก้วมาเจอเขา ก็ทั้งสงสาร ทั้งใจปลื้ม สงสารที่น้อยร้องไห้ ปลื้มใจที่น้อยหึงหวงเขา“ไม่...ไม่ได้โกรธ”“แล้วร้องไห้ทำไม บอกฉันสิจ๊ะ”เขาก้มลงจูบซับน้ำตาที่คลอให้น้อย น้อยหลับตาพริ้ม หัวใจที่เหมือนถูกกรีดเจ็บแทบต
“แม่น้อย ไปแอบฟังทีสิ แม่นั่นคุยอะไรกับหมอ” คุณหญิงสุดาว่า หากน้อยสั่นหน้าแล้วยิ้มแหย ตามองไปยังคนข้างนอกที่พอมองเห็นได้เพราะแสงไฟเปิดไว้สว่าง แต่ยิ่งมอง...ใจของสาวน้อยก็หดห่อ จนต้องเมินหนีทำไมมันเจ็บ...ทำไมมันเหมือนจะหายใจไม่ออกน้อยรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร ตั้งแต่รู้น้อยก็แทบไม่อยากมองหน้าหมอเลยสักนิด อาการที่น้อยเป็นเรียกว่าอะไรกันหนอ ผู้หญิงคนนี้ที่ทำให้หมอรัญชน์ทิ้งความสะดวกสบายมาทำงานไกลถึงนี่ น้อยรู้ เพราะตอนไปอยู่กับคุณหญิงสุดา มีคนเล่าเรื่องของพิณแก้วให้น้อยฟัง ยิ่งมาเห็นคนที่เคยเป็นภรรยาหมอแล้ว น้อยก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองไม่เหมาะกับการไปยืนแทนที่ผู้หญิงคนนี้เลย“อะไร...นี่ไม่หวงหมอสักนิดหรือ”คุณหญิงสุดาว่า แล้วลอบมองหน้าน้อย น้อยก้มหน้างุด เห็นว่าแอบปาดน้ำตาด้วย ก่อนจะสั่นหน้า...แล้วเอ่ยเสียงเครือ“เอ่อ...น้อยง่วง ขอตัวไปนอนก่อนนะคะ ถ้าคุณหญิงมีอะไรก็ไลน์เข้าไปได้นะคะ น้อยนอนตื่นไวค่ะ”ว่าแล้วก็เดินก้มหน้าก้มตาไปยังชั้นสอง ทิ้งให้ท่านมองตามอย่างเป็นห่วง สลับกับมองเหตุการณ์ด้านนอกไปด้วยห่วงคนข้างนอกก็ห่วง ว่าจะกลับไปใจอ่อนกับแม่ลูกสะใภ้มหาภัยนั่นอีกหน หมอรัญชน์จ
หมอรัญชน์ไม่ได้สังเกตว่ามีรถคันหนึ่งขับตามเขามา จนเขามาจอดรถที่หน้าบ้านเพื่อจะไขประตูรั้วเอารถไปจอด รถคนนั้นจอดต่อรถของเขา มันเป็นรถหรูราคาแพง ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ทำให้หมอรัญชน์ขมวดคิ้วน้อยๆ และแล้วคนที่ลงมาจากรถ ก็เฉลยบอกว่าใครกันที่ตามเขามาหล่อน...ทำให้เขาชะงัก ก่อนจะตีหน้านิ่งขรึม “พี่หมอขา...คิดถึงจังเลย”พิณแก้วทำท่าจะถลาเข้ามากอดเขา ทำราวกับว่ารอรับเขากลับบ้านเมื่อตอนแรกช่วงแต่งงานกันใหม่ๆ ก็ไม่ปาน ไม่เหมือนว่าเธอกับเขาหย่าร้างกันด้วยความร้าวฉาน แถมเธอยังปล้นเขาไปแทบหมดตัว“คุณพิณแก้ว มีธุระอะไรกับผมหรือครับ?”พิณแก้วถึงกับชะงัก เบรกอาการวิ่งถลาหาเขาไว้ในทันที เมื่อเขายืนกอดอก ราวกับจะปกป้องตัวเอง แถมยังเขยิบเข้าไปในประตูเล็กในบ้าน เอ่อ...ถึงกับปิดประตูใส่หน้าเธออีกต่างหาก“พี่หมอ ทำไมทำแบบนี้ละคะ” พิณแก้วไม่คิดว่าจะได้รับการต้อนรับแบบนี้ ทำเสียงอ่อย หมอรัญชน์ที่ตอนนี้ ประจักษ์แก่ใจตนแล้วว่า ตะกอนความอาลัยใดๆ กับผู้หญิงคนนี้อีกต่อไปแล้ว หมอรัญชน์กระแอม รู้ว่าทำเกินไป แต่...ก็ไม่เกินไปหรอกน่ะ “มีธุระอะไรกับผมหรือครับ”เขายังคงย้ำประโยคเดิม เหินห่าง แถมโคตรสุภาพ...“ขอ
“วันนี้หมอเข้าเวรเช้า กลับมาช่วงค่ำ”คุณหญิงสุดาแอบโทรเช็คเวลากลับของลูกชาย หันมามองน้อยยิ้มๆ สองสาวต่างวัย เข้ามาในบ้านพักแพทย์ของหมอรัญชน์ โดยที่เจ้าของไม่รู้ว่ามีแขกมาเยือน คงจะกำลังทำงานอยู่อย่างแข็งขัน น้อยเดินสำรวจรอบบ้าน อย่างเคยชิน แล้วเริ่มหยิบจับ ทำความสะอาด คุณหญิงสุดายืนมองคนตัวเล็กกุลีกุจอทำงานบ้านด้วยสายตารักใคร่ ท่านพาน้อยเดินทางออกจากกรุงเทพฯ แต่เช้า มาถึงที่สระบุรีก็เกือบเที่ยง ก่อนมาที่บ้านพักแพทย์ คุณหญิงพาน้อยแวะไหว้ตาบุญก่อนที่วัด น้อยดีใจจนน้ำตาคลอ น้อยขอแวะซื้ออาหารสุนัขจำนวนหนึ่งไปฝากป้าอ้าย ที่ช่วยดูแลเลี้ยงเจ้าหมาสองตัวของตาบุญ แวะเยี่ยมเยือนพูดคุยกับคนที่เคยรู้จัก การได้พูดคุยกับคนที่เคยอยู่ดูแลน้อย ให้งานน้อย ทำให้คุณหญิงสุดายิ่งรู้สึกว่าท่านเลือกคนไม่ผิดหรอก อ้อ...หรือต้องพูดอีกทีว่า หมอรัญชน์ตาแหลมจริงๆ หนนี้ ถึงจะยังเด็กไปนิดก็เถอะท่านมองข้ามเรื่องนี้ไปแล้ว ช่องว่างระหว่างวัยของลูกชายและน้อย ท่านมองเห็นแต่ความรักที่คนทั้งคู่มอบให้กัน ตัวพ่อลูกชายนี้ไม่ต้องถามกันให้มาก ว่าคิดอย่างไรกับน้อง หูตา กิริยา เปิดเผยโล่งโจ้งแบบที่เจ้าตัวก็ไม่รู้ตัวล่ะมั้ง
คืนนั้นตอนแรกหมอรัญชน์คิดจะย่องเป็นแมวขโมย แอบไปนอนในห้องน้อย ทว่า...คุณหญิงสุดากลับดับฝันเขา ด้วยการกลับมาบ้านในคืนนั้น เพราะท่านเห็นว่า ปล่อยลูกชายให้มีความสุขมามากล่ะ แต่ไม่รู้เลยว่า จริงๆ แล้วหมอรัญชน์ยังไม่ได้ทำอะไรน้อยเลยนอกจากบทเรียนก่อนวิวาห์นิดๆ หน่อยๆ เรียกได้ว่าคอตกเลยล่ะเมื่อเห็นหน้าท่าน คุณหญิงสุดาที่กลับมาในเวลาเกือบสามทุ่ม เจอะลูกชายตอนกำลังจะเปิดห้องน้องพอดี ก็ถลึงตาใส่หมอรัญชน์ ที่เอามือออกจากลูกบิด แล้วแกล้งทำเป็นละเมอ เดินกลับไปยังห้องตัวเอง “มันร้ายจริงๆ ตาหมอนี่” คุณหญิงบ่นอุบอิบ ท่านยืนเฝ้าอีกพัก ให้แน่นอนว่าแมวตัวโตจะไม่กล้ากลับมาขโมยของรักแน่ล่ะคืนนี้ จึงกลับไปที่ห้องของตนเอง ที่อยู่ตรงกันข้ามกับห้องของน้อยแม่นะแม่...กลับมาช้าหน่อยก็ไม่ได้วันต่อมาจึงกลายเป็นกิจกรรมของครอบครัว คุณหญิงเอ่ยชวนลูกชายของเธอและน้อยไปไหว้พระกัน สองหนุ่มสาวจึงได้แต่มองตากัน แอบแตะต้องกันนิดๆ หน่อยๆ เพราะคุณหญิงสุดาประกบน้อยตลอดเวลา เห็นมองกันตาเชื่อมขนาดนั้น ก็คิดกระหยิ่มในใจ ว่าอีกไม่นานก็คงจะได้อุ้มหลานล่ะ ถึงแม่น้อยจะเด็กไปหน่อย แต่ก็เชื่อว่าจะทำให้ลูกชายของเธอมีความสุข และเ







