Share

6

last update publish date: 2026-06-22 18:18:42

"ตาจะไปแล้วหรือจ๊ะ"

น้อยพยายามกลั้นน้ำตา แต่มันกลับกลั้นไม่อยู่ ไหลพรั่งพรูออกมามากมาย ตาบุญพยักหน้า แกพยายามอย่างเหลือเกินที่จะระงับใจ ไม่ดึงน้อยมากอด เพราะเกรงว่าตัวเองจะใจอ่อน พาหลานกลับไปด้วย

เขาพาน้อยกลับไปด้วยไม่ได้จริงๆ น้อยจะไม่ปลอดภัย

"อืม อยู่กับหมอเค้า ก็ทำตัวดีๆ ล่ะน้อย ขยันขันแข็งนะลูก หมอสั่งให้ทำอะไรก็ต้องทำ"

"จ้ะ"

น้อยปาดน้ำตาป้อยๆ ตาบุญเอ่ยลาเจ้าของบ้าน ที่ตอนนี้ยืนกอดอก เมินหน้าไปเสียทางอื่น เพราะไม่อยากเป็นความเศร้าโศกของการลาจาก

"ฝากน้อยด้วยนะหมอนะ

" ตาบุญยกมือไหว้ท่วมหัว หมอรัญชน์ยกมือไหว้ตอบ เขาเอ่ยเสียงปราณี

"ผมไปส่งขึ้นรถไหมครับตา"

"ไม่ต้องหรอกหมอ เดินไปอีกนิดหน่อยเอง ฝากน้อยด้วยนะ ถือว่าเอ็นดูลูกนกลูกกา"

แกยังไม่วายสั่งเสีย หมอรัญชน์รับปาก น้อยยืนสะอื้นฮักๆ ยืนมองผู้เป็นตาข้างๆ หมอรัญชน์

"เอ้า..."

หมอรัญชน์ทนน้ำตาของน้อยไม่ไหว จึงล้วงหยิบเอาผ้าเช็ดหน้าที่พกติดกระเป๋าประจำส่งให้เจ้าหล่อน มือน้อยนั่นรับไป แล้วเช็ดน้ำตา ยิ่งเช็ดก็เหมือนจะยิ่งไหล

น้ำตาและน้ำมูก ยิ่งทำให้ใบหน้านั้นเหมือนแมวซนที่ไปมุดหญ้ามุดดินจนมอมแมม ไม่เห็นเค้าความสะสวย ที่ชวนต้องใจ จนเป็นอันตรายแก่ตัวเอง

"ขอบคุณจ้ะ"

เธอส่งผ้าเช็ดหน้าเปียกๆ นั่นคืนให้ หากหมอรัญชน์สั่นหน้า

"เก็บเอาไว้เถอะ ของๆ น้อยมีเท่านี้น่ะหรือ"

หมอรัญชน์มองที่กองสัมภาระของน้อย เจ้าตัวพยักหน้า ยังคงสะอื้น

"จ้ะ เอ๊ย ค่ะ"

"ไม่ต้องพูดกับฉันเป็นทางการมากมายหรอก เอาที่น้อยถนัดก็ได้"

หมอรัญชน์เอ่ย นึกเอ็นดูเจ้าหล่อนขึ้นมานิดๆ น้อยพยักหน้าพึมพำรับ อกใจเธอยังคงเศร้าโศก กับการจากลาของตาบุญ

"มา ฉันจะพาไปดูห้องหับ"

เขาเดินนำน้อยไปยังชั้นสอง บ้านพักแพทย์นี้มีสองห้องนอน หนึ่งห้องครัว หนึ่งห้องรับแขก เป็นสัดส่วนและมีขนาดใหญ่พอสมควร ไม่อึดอัด เขาให้น้อยพักที่ห้องอีกห้อง ตรงกันข้ามกับห้องของเขา เมื่อวานเขาสั่งฟูกกับพวกของใช้เล็กน้อย ที่คิดว่าจำเป็นสำหรับเด็กสาว มาให้เธอ ถึงตาบุญจะมาขายเธอให้เหมือนคนรับใช้ แต่เขาก็ไม่ได้คิดว่าจะกดใช้อะไรเด็กขนาดนั้น นึกสงสารเอ็นดูด้วยซ้ำ กับชะตากรรมของเจ้าตัว

อายุเพียงเท่านั้น ต้องผ่านอะไรมามากขนาดนี้ แถมยังไม่ได้ร่ำเรียนหนังสือ เขาตั้งใจว่าจะคุยกับน้อย ว่าอยากจะเรียนต่อไหม เขาจะช่วย เพราะด้วยฐานะการเงินของเขาก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร ถ้าจะอุปถัมภ์เธอ

"โอ้โห"

น้อยเผลออุทาน เมื่อเห็นสภาพของห้องที่เจ้านายของเธอเตรียมไว้ มันดี มันสวย น้อยไม่เคยอยู่ห้องที่ดีขนาดนี้มาก่อน มันใหญ่กว่าบ้านเธอทั้งหลังที่เธอใช้คุ้มหัวด้วยซ้ำ

"พอจะนอนได้ไหม ขาดเหลืออะไรก็ไปบอกได้นะ เคาะห้องฉันได้เลยไม่ต้องเกรงใจ"

เขาว่า ใช้มือล้วงกระเป๋าไว้ ทั้งที่อยากจะเอื้อมมือลูบศษะคนตัวเล็ก หล่อนทำให้เขานึกสงสารและเอ็นดู

"ขอบคุณมากๆ ค่ะหมอ น้อยไม่เคยอยู่ดีแบบนี้มาก่อนเลย ไม่เคยมีเตียงนอนแบบนี้"

หล่อนหันมายิ้มกว้างส่งให้เขา นัยน์ตานั้นเป็นประกายระยับ รอยยิ้มบนใบหน้าที่ยังเปื้อนคราบน้ำตานั่น ทำให้หมอรัญชน์ยิ่งนึกเอ็นดู

เด็กหนอเด็ก ร้องไห้อยู่แหม็บๆ ก็ยิ้มได้เสียแล้ว ก็ยังเด็กจริงๆ

"หมอจะให้น้อยทำงานอะไรหรือเปล่าจ๊ะตาบอกว่าหมอเป็นเจ้านายของน้อย"

แม่ตัวเล็กวางของลงแล้ว ทรุดนั่งพับเพียบเรียบร้อย ท่าทางนั้นเหมือนคนรับใช้กับเจ้านายเจ้ายศเจ้าอย่าง หมอรัญชน์มองแล้วก็กอดอก พลางยิ้มนิดๆ น้อยก้มหน้าก้มตาเหมือนจะรับคำสั่ง

"คืนนี้ยังหรอก อาบน้ำแล้วก็นอนให้สบาย พรุ่งนี้ค่อยมาว่ากัน ว่าน้อยจะต้องทำอะไรบ้าง"

"จ้ะ เอ๊ย ค่ะ"

"แล้วก็ไม่ต้อง...นั่งก้มหน้าก้มตาแบบนี้ เวลาอยู่กับฉันอีกนะ ยืนคุยกับฉันนี่ล่ะ น้อยไม่ใช่ทาส ไม่ใช่คนใช้"

"อา..."

แม่ตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมา นึกฉงนกับสิ่งที่หมอหนุ่มเอ่ย แต่ก็รีบลุกขึ้นยืนเสมอเขาอย่างรวดเร็ว หมอรัญชน์หัวเราะเบาๆ อย่างนึกเอ็นดู อดไม่ได้จนลืมตัว เอื้อมมือไปจับศีรษะเล็กๆ นั่นโคลงไปมาเบาๆ อย่างจะหยอกๆ

"พรุ่งนี้เจอกันนะน้อย"

"จ้ะ...อะ...ค่ะ"

หมอหนุ่มสั่นหน้าน้อยๆ เขายังคงมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้าคมสันนั่น เขาปิดประตูแล้วทรุดลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานที่อยู่ปลายเตียง เอนตัวตามสบาย นี่เขากลายเป็นเจ้านาย ที่มีนางทาสน้อยๆ ตามคอยรับใช้ไปแล้วสินะ มารดาเคยจะให้คนมาตามทำงานบ้านให้เขา เมื่อตอนเขาย้ายมาทำงานที่นี่ แต่หมอรัญชน์ห้ามไว้ เพราะไม่อยากให้มีใครมาวุ่นวาย งานบ้านเล็กน้อยเขาก็พอทำเองได้ อาทิตย์หนึ่งก็จ้างแม่บ้านมาเก็บกวาดทีหนึ่ง อาจจะเพราะเขาในตอนนั้นยังมีแผลใจ จึงอยากรักษามันด้วยการทำงานให้หนัก ไม่ต้องยุ่งวุ่นวายกับใคร ไม่อยากสังคมกับมนุษย์หน้าไหน หมอเอกเพื่อนสนิทต่างแผนก บอกว่าเขาเป็นโรคใจ ต้องให้การรักษาก่อนที่จะลุกลามเป็นซึมเศร้า แต่หมอรัญชน์ใช้งานยึดเหนี่ยว จนผ่านพ้นอาการทั้งหลายนั้นมาได้ ตอนนี้ยามใครเอ่ยถึงเมียเก่า เขาก็แค่ร้ายแรงสุดคือสะดุ้งนิดๆ แล้วก็ยักไหล่ ไม่สนใจหล่อน ก็เท่านั้น

เขาไม่ค่อยมีรอยยิ้มสักเท่าไหร่ กลายเป็นหมอหนุ่มหน้าตายเย็นชา ยิ้มน้อยครั้ง หัวเราะไม่บ่อย เนือยๆ ยามมีเวลาส่วนตัว ชีวิตอุทิศเพื่องานหนักไปเสียแล้ว

แต่น้อยทำให้เขายิ้มออก

เด็กคนนี้ก็น่าเอ็นดูดี

แล้วเขาก็คงจะมีอะไรให้คิด ให้ทำมากกว่างานล่ะทีนี้

การที่น้อยเข้ามาในชีวิตเขา มันก็...คงจะเป็นสิ่งดีๆ สินะ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พรหมจรรย์ขายขาด   38 ตอนพิเศษ หมอขี้งอน

    “น้อยทางนี้ๆ”​“น้อย เซ็นสมุดเฟรนชิฟให้ฉันด้วยนะ”​“ถ่ายรูปกัน ยัยน้อย”​น้อยหันไปทางนั้นที วิ่งไปทางโน้นที ตามคำเรียกของเพื่อนๆ สีหน้าของน้อยเต็มไปด้วยความสุข วันนี้เป็นวันมอบประกาศนียบัตรจบการศึกษาในระดับมัธยมปลาย ตอนนี้เด็กๆ กำลังพูดคุย ถ่ายรูปกันเป็นที่ระลึก เพราะบางคนอาจจะไม่ได้เจอะเจอกันอีกแล้ว เพราะก็ต่างแยกย้ายไปตามแนวทางของตนเอง​หมอรัญชน์ยืนมองน้อยที่อยู่ท่ามกลางเพื่อนๆ วันนี้เขามารับเธอและมาร่วมแสดงความยินดีกับน้อย ข้างๆ ของเขาคือคุณหญิงสุดา ที่หน้าบานไม่แพ้กับน้อย กับความสำเร็จที่ท่านเป็นคนหนึ่งที่ร่วมผลักดันช่วยเหลือ ​“พ่อกับคุณย่าเหรอน้อย” เพื่อนคนหนึ่งที่มาไหว้ทักทายเขาและคุณหญิงสุดาเอ่ยเสียงแจ๋ว หมอรัญชน์ถึงกับหน้าตึง ส่วนคุณหญิงสุดาอมยิ้ม เอ่อน่ะ...ริจะมารักเด็กบางทีก็ต้องเจออะไรแบบนี้ล่ะตาหมอ...​“อื้อ พ่อทูนหัว”น้อยตอบเสียงเบา พลางยิ้มเพื่อนคนนั้นของน้อยเป็นผู้ชายวัยรุ่น หน้าตาหล่อเหลาเลยทีเดียวล่ะ คนที่ถูกทักว่าเป็นพ่อ...แถมหวานใจยังย้ำอีกว่าเป็นพ่อทูนหัว ก็ถึงกับหน้าลั่นดังเปรี๊ยะ!​โกรธขึ้นมาวูบ น้อยใจขึ้นมาวาบเขารับไหว้ไอ้เด็กนั่นอย่างเสียไม่ได้ แถม...ยังดึงแ

  • พรหมจรรย์ขายขาด   37

    ถึงจะบอกคุณหญิงว่าขึ้นมานอน แต่น้อยก็นอนไม่หลับ แถมพอหัวถึงหมอน นอนหลับตาลง ก็วนเวียนแต่ภาพของผู้หญิงคนนั้นกับหมอรัญชน์ น้ำตาของน้อยไหล ไหลออกมาอย่างที่เจ้าตัวไม่รู้ ว่าร้องไห้ทำไมขนาดนี้​รู้แต่ว่าเจ็บเหลือเกิน...​เจ็บทั้งที่ไม่โดนทำร้าย มีบาดแผลใดๆ แต่เจ็บปวดล้ำลึกจนจุกอยู่ในอก ​เสียงเคาะประตูดังขึ้น น้อยกัดริมฝีปาก ลังเลว่าจะไปเปิดดีไหม แต่สุดท้ายก็ลุกขึ้นแล้วไปเปิดประตูห้อง เผื่อว่าอาจจะเป็นคุณหญิงสุดา​“น้อย ร้องไห้ทำไม” หมอรัญชน์มองหน้าแดงก่ำ เต็มไปด้วยคราบน้ำตาของน้อยก็ตกใจ เขาประคองหน้าเนียนไว้ให้มองหน้าเขา หากน้อยหลบตาเขาและรีบสั่นหน้า​“น้อยไม่ได้ร้องไห้”​“ไม่ได้ร้องอะไร ร้องไห้ชัดๆ” หมอหนุ่มพูดแบบนั้นน้ำตาของน้อยก็เลยไหลร่วงมาอีก น้อยสั่นหน้าแล้วพูดเสียงสั่น​“น้อย...ไม่รู้ ไม่รู้สิคะ หมอปล่อยน้อยเถอะ”​“โกรธฉันเหรอ...ใช่ไหม?”เห็นน้อยเสียใจ ร้องไห้เพราะการที่พิณแก้วมาเจอเขา ก็ทั้งสงสาร ทั้งใจปลื้ม สงสารที่น้อยร้องไห้ ปลื้มใจที่น้อยหึงหวงเขา​“ไม่...ไม่ได้โกรธ”​“แล้วร้องไห้ทำไม บอกฉันสิจ๊ะ”เขาก้มลงจูบซับน้ำตาที่คลอให้น้อย น้อยหลับตาพริ้ม หัวใจที่เหมือนถูกกรีดเจ็บแทบต

  • พรหมจรรย์ขายขาด   36

    ​“แม่น้อย ไปแอบฟังทีสิ แม่นั่นคุยอะไรกับหมอ” คุณหญิงสุดาว่า หากน้อยสั่นหน้าแล้วยิ้มแหย ตามองไปยังคนข้างนอกที่พอมองเห็นได้เพราะแสงไฟเปิดไว้สว่าง แต่ยิ่งมอง...ใจของสาวน้อยก็หดห่อ จนต้องเมินหนี​ทำไมมันเจ็บ...​ทำไมมันเหมือนจะหายใจไม่ออก​น้อยรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร ตั้งแต่รู้น้อยก็แทบไม่อยากมองหน้าหมอเลยสักนิด อาการที่น้อยเป็นเรียกว่าอะไรกันหนอ ​ผู้หญิงคนนี้ที่ทำให้หมอรัญชน์ทิ้งความสะดวกสบายมาทำงานไกลถึงนี่ น้อยรู้ เพราะตอนไปอยู่กับคุณหญิงสุดา มีคนเล่าเรื่องของพิณแก้วให้น้อยฟัง ยิ่งมาเห็นคนที่เคยเป็นภรรยาหมอแล้ว น้อยก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองไม่เหมาะกับการไปยืนแทนที่ผู้หญิงคนนี้เลย​“อะไร...นี่ไม่หวงหมอสักนิดหรือ”คุณหญิงสุดาว่า แล้วลอบมองหน้าน้อย น้อยก้มหน้างุด เห็นว่าแอบปาดน้ำตาด้วย ก่อนจะสั่นหน้า...แล้วเอ่ยเสียงเครือ​“เอ่อ...น้อยง่วง ขอตัวไปนอนก่อนนะคะ ถ้าคุณหญิงมีอะไรก็ไลน์เข้าไปได้นะคะ น้อยนอนตื่นไวค่ะ”ว่าแล้วก็เดินก้มหน้าก้มตาไปยังชั้นสอง ทิ้งให้ท่านมองตามอย่างเป็นห่วง สลับกับมองเหตุการณ์ด้านนอกไปด้วย​ห่วงคนข้างนอกก็ห่วง ว่าจะกลับไปใจอ่อนกับแม่ลูกสะใภ้มหาภัยนั่นอีกหน หมอรัญชน์จ

  • พรหมจรรย์ขายขาด   35

    หมอรัญชน์ไม่ได้สังเกตว่ามีรถคันหนึ่งขับตามเขามา จนเขามาจอดรถที่หน้าบ้านเพื่อจะไขประตูรั้วเอารถไปจอด รถคนนั้นจอดต่อรถของเขา มันเป็นรถหรูราคาแพง ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ทำให้หมอรัญชน์ขมวดคิ้วน้อยๆ และแล้วคนที่ลงมาจากรถ ก็เฉลยบอกว่าใครกันที่ตามเขามา​หล่อน...ทำให้เขาชะงัก ก่อนจะตีหน้านิ่งขรึม ​“พี่หมอขา...คิดถึงจังเลย”พิณแก้วทำท่าจะถลาเข้ามากอดเขา ทำราวกับว่ารอรับเขากลับบ้านเมื่อตอนแรกช่วงแต่งงานกันใหม่ๆ ก็ไม่ปาน ไม่เหมือนว่าเธอกับเขาหย่าร้างกันด้วยความร้าวฉาน แถมเธอยังปล้นเขาไปแทบหมดตัว​“คุณพิณแก้ว มีธุระอะไรกับผมหรือครับ?”​พิณแก้วถึงกับชะงัก เบรกอาการวิ่งถลาหาเขาไว้ในทันที เมื่อเขายืนกอดอก ราวกับจะปกป้องตัวเอง แถมยังเขยิบเข้าไปในประตูเล็กในบ้าน เอ่อ...ถึงกับปิดประตูใส่หน้าเธออีกต่างหาก​“พี่หมอ ทำไมทำแบบนี้ละคะ” พิณแก้วไม่คิดว่าจะได้รับการต้อนรับแบบนี้ ทำเสียงอ่อย หมอรัญชน์ที่ตอนนี้ ประจักษ์แก่ใจตนแล้วว่า ตะกอนความอาลัยใดๆ กับผู้หญิงคนนี้อีกต่อไปแล้ว หมอรัญชน์กระแอม รู้ว่าทำเกินไป แต่...ก็ไม่เกินไปหรอกน่ะ ​“มีธุระอะไรกับผมหรือครับ”เขายังคงย้ำประโยคเดิม เหินห่าง แถมโคตรสุภาพ...​“ขอ

  • พรหมจรรย์ขายขาด   34

    ​“วันนี้หมอเข้าเวรเช้า กลับมาช่วงค่ำ”คุณหญิงสุดาแอบโทรเช็คเวลากลับของลูกชาย หันมามองน้อยยิ้มๆ สองสาวต่างวัย เข้ามาในบ้านพักแพทย์ของหมอรัญชน์ โดยที่เจ้าของไม่รู้ว่ามีแขกมาเยือน คงจะกำลังทำงานอยู่อย่างแข็งขัน น้อยเดินสำรวจรอบบ้าน อย่างเคยชิน แล้วเริ่มหยิบจับ ทำความสะอาด คุณหญิงสุดายืนมองคนตัวเล็กกุลีกุจอทำงานบ้านด้วยสายตารักใคร่ ​ท่านพาน้อยเดินทางออกจากกรุงเทพฯ แต่เช้า มาถึงที่สระบุรีก็เกือบเที่ยง ก่อนมาที่บ้านพักแพทย์ คุณหญิงพาน้อยแวะไหว้ตาบุญก่อนที่วัด น้อยดีใจจนน้ำตาคลอ น้อยขอแวะซื้ออาหารสุนัขจำนวนหนึ่งไปฝากป้าอ้าย ที่ช่วยดูแลเลี้ยงเจ้าหมาสองตัวของตาบุญ ​แวะเยี่ยมเยือนพูดคุยกับคนที่เคยรู้จัก การได้พูดคุยกับคนที่เคยอยู่ดูแลน้อย ให้งานน้อย ทำให้คุณหญิงสุดายิ่งรู้สึกว่าท่านเลือกคนไม่ผิดหรอก อ้อ...หรือต้องพูดอีกทีว่า หมอรัญชน์ตาแหลมจริงๆ หนนี้ ถึงจะยังเด็กไปนิดก็เถอะ​ท่านมองข้ามเรื่องนี้ไปแล้ว ช่องว่างระหว่างวัยของลูกชายและน้อย ท่านมองเห็นแต่ความรักที่คนทั้งคู่มอบให้กัน ตัวพ่อลูกชายนี้ไม่ต้องถามกันให้มาก ว่าคิดอย่างไรกับน้อง หูตา กิริยา เปิดเผยโล่งโจ้งแบบที่เจ้าตัวก็ไม่รู้ตัวล่ะมั้ง

  • พรหมจรรย์ขายขาด   33

    คืนนั้นตอนแรกหมอรัญชน์คิดจะย่องเป็นแมวขโมย แอบไปนอนในห้องน้อย ทว่า...คุณหญิงสุดากลับดับฝันเขา ด้วยการกลับมาบ้านในคืนนั้น เพราะท่านเห็นว่า ปล่อยลูกชายให้มีความสุขมามากล่ะ แต่ไม่รู้เลยว่า จริงๆ แล้วหมอรัญชน์ยังไม่ได้ทำอะไรน้อยเลยนอกจากบทเรียนก่อนวิวาห์นิดๆ หน่อยๆ เรียกได้ว่าคอตกเลยล่ะเมื่อเห็นหน้าท่าน คุณหญิงสุดาที่กลับมาในเวลาเกือบสามทุ่ม เจอะลูกชายตอนกำลังจะเปิดห้องน้องพอดี ก็ถลึงตาใส่หมอรัญชน์ ที่เอามือออกจากลูกบิด แล้วแกล้งทำเป็นละเมอ เดินกลับไปยังห้องตัวเอง ​“มันร้ายจริงๆ ตาหมอนี่” ​คุณหญิงบ่นอุบอิบ ท่านยืนเฝ้าอีกพัก ให้แน่นอนว่าแมวตัวโตจะไม่กล้ากลับมาขโมยของรักแน่ล่ะคืนนี้ จึงกลับไปที่ห้องของตนเอง ที่อยู่ตรงกันข้ามกับห้องของน้อย​แม่นะแม่...กลับมาช้าหน่อยก็ไม่ได้​วันต่อมาจึงกลายเป็นกิจกรรมของครอบครัว คุณหญิงเอ่ยชวนลูกชายของเธอและน้อยไปไหว้พระกัน สองหนุ่มสาวจึงได้แต่มองตากัน แอบแตะต้องกันนิดๆ หน่อยๆ เพราะคุณหญิงสุดาประกบน้อยตลอดเวลา เห็นมองกันตาเชื่อมขนาดนั้น ก็คิดกระหยิ่มในใจ ว่าอีกไม่นานก็คงจะได้อุ้มหลานล่ะ ถึงแม่น้อยจะเด็กไปหน่อย แต่ก็เชื่อว่าจะทำให้ลูกชายของเธอมีความสุข และเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status