Masukหมอรัญชน์ได้รับการต้อนรับกลับบ้านวันนี้ เป็นกลิ่นหอมฟุ้งของน้ำยาทำความสะอาด เขาถึงกับย่นคิ้วน้อยๆ เมื่อมองกวาดดูรอบๆ ประตูเข้าบ้านเหล็กดัดสีขาววันนี้ใหม่สะอาดสะอ้านไร้ฝุ่น มันเปิดแง้มไว้น้อยๆ เขาจึงเปิดออกกว้าง เอ...นี่เขาเข้ามาบ้านผิดหลังหรือเปล่านะ?
บ้านของเขาแม้จะไม่ได้รกอะไรมาก แต่ก็ไม่ได้สะอาดสะอ้านแบบนี้มานานมากแล้ว หมอรัญชน์ถึงกับยิ้มเมื่อรู้ว่าใครเป็นคนทำทั้งหมดนี่ เขามองหาหล่อน กำลังตั้งใจจะเรียกคนตัวเล็กผอม ทว่าสายตากลับมองไปเห็นกองผ้าม่าน...แม้กระทั่งผ้าม่านหนาหนักขนาดนั้น ยังปลดลงมาซักหรือนั่น ยอมใจความขยันของแม่ตัวน้อยนี่จริงๆ
เขาเห็นบางอย่าง เรือนผมที่โผล่พ้นมาจากกองผ้า จึงเดินก้าวเท้ายาวๆ ตรงไปดู แม่ตัวเล็กคงจะเหนื่อยที่ทำความสะอาดใหญ่เพียงคนเดียว น้อยนอนหลับสนิทอยู่บนพื้นที่สะอาดเงามันวับ ใช้ผ้าม่านนอนหนุนต่างหมอน นอนหลับตาพริ้ม ปากอิ่มเผยอเล็กน้อย คราบฝุ่นเปื้อนมอมตามใบหน้าและเนื้อตัว เธอสวมเสื้อตัวโคร่งใหญ่กว่าตัวเอง และกางเกงขาสั้นลวดลายน่าเวียนหัวที่ตัวใหญ่กว่าตัวเองอีกเช่นกัน
เขามองไล่ไปตามแขนขาเล็ก เขาพอจะรู้แล้วว่าควรจะทำอะไรกับแม่ตัวเล็กที่มาเป็นสมบัติกับตนเองนี่ก่อนดี ตอบแทนที่หล่อนทำงานวันแรกได้ดีเหลือเกิน
หมอรัญชน์ทรุดลงนั่งข้างร่างเล็กผอม มือหนาจับที่บ่ามนแล้วเขย่าเบาๆ พร้อมกับเรียกชื่อเธอ
"น้อย...น้อย"
"จะ...จ้า ตา"
น้อยงัวเงียลุกขึ้น ปากเรียกขานรับ เพราะนึกว่าตนเองยังอยู่ที่บ้าน มันสะท้อนใจคนปลุก ว่าเธอคงจะคิดถึงตาบุญมาก
เด็กเอ๋ยเด็กน้อย
"ทำบ้านฉันเสียสะอาดวับ จำแทบไม่ได้ไปเลย นี่ปลดผ้าม่านลงมายังไงไหวล่ะนั่น มันหนักมากเลยนะน้อย"
"อะเอ่อ...หมอ..."
น้อยทำตาโต เมื่อตื่นเต็มตา เธอรีบลุกขึ้นนั่ง แล้วยิ้มแหยๆ ส่งให้หมอรัญชน์ ที่กำลังมองจ้องเธอด้วยนัยน์ตาคมกริบอ่อนโยนหลังกรอบแว่นสีเข้ม
"กินอะไรกลางวันนี้ หรือมัวแต่ทำงานจนไม่ได้กินข้าว"
เขาถามแล้วลุกขึ้นยืน ตายังมองไปรอบๆ อย่างพึงใจกับความสะอาดสะอ้านที่เห็น น้อยทำงานดีกว่าแม่บ้านที่เขาจ้างมาทำงานเสียอีก
"กินน้ำเต้าหู้ กับปาท่องโก๋น่ะค่ะ"
น้อยงึมงำตอบ เจ้าตัวทำตาโตแป๋วมองเขา ที่มีสีหน้าพึงใจเมื่อมองผลงานของเธอ หมอรัญชน์ขมวดคิ้วเล็กน้อย เมื่อหล่อนตอบแบบนั้น
"ของสดมีในตู้ ทำไมไม่ทำกิน มาม่าอะไรก็มี กินแค่นั้นจะอิ่มหรือ แล้วดูทำงานขนาดนี้ ฉันก็ไม่ได้ใช้ให้ทำมากขนาดนี้นะน้อย"
เอ็ดไปเพราะห่วง แต่คนฟังห่อตัวเหลือนิดเดียว เพราะคิดว่าเขาไม่พอใจ น้อยน้ำตาคลอเลยทีเดียว เมื่อเงยหน้ามามองหน้าเขาอีกรอบ เจ้าหล่อนพนมมือไหว้ขอโทษ
"นะ...น้อยขอโทษค่ะหมอ ที่น้อยไม่ทำตามคำสั่ง น้อยทำงานบ้านเพราะมันสกปรก แล้วน้อยก็ไม่รู้จะทำอะไรดี"
"เอ้อ...คือ...เฮ้อ"
เห็นน้ำตานั่น หมอรัญชน์ก็อยากจะเขกหัวตัวเอง ที่ทำเสียงดังเสียงดุกับหล่อน เขาถอนใจ แล้วกวักมือให้เธอไปยืนใกล้ๆ
"มานี่สิน้อย มานี่ก่อน"
น้อยทำตาปริบๆ พยายามกลั้นน้ำตา แล้วเดินขาสั่นไปใกล้เขา เขาจะตีหล่อนไหมหนอ...น้อยเคยไปทำงานแล้วทำจานแตก ก็โดนคนจ้างตีเอาแรงๆ ทีหนึ่ง ก่อนจะตัดค่าแรงของน้อย ให้เพียงกับข้าวเหลือกลับบ้าน
"ฉันไม่ได้จะดุอะไร แต่แค่ห่วงกลัวว่าจะกินไม่อิ่ม จะทำงานหนักเกินไป ก็เท่านั้นเอง ต่อไปนี้ก็ทำตามที่ฉันสั่ง น้อยกินของกินที่บ้านนี้ได้ ทุกอย่าง เพราะฉันอนุญาต ส่วนงานน่ะ เดี๋ยวฉันจะค่อยบอกว่าจะให้ทำอะไรบ้าง ค่อยๆ ทำไปก็ได้งานบ้าน ฉันไม่ได้เร่งอะไร"
"ค่ะ"
น้ำตาไหลออกมาจนได้ แม่ตัวเล็กปาดน้ำตาป้อยๆ หมอรัญชน์ได้แต่ลอบถอนใจ มองหน้านวลเปื้อนทั้งฝุ่นและน้ำตานั่น อย่างนึกเอ็นดู
"หิวหรือยังล่ะ"
"น้อยยังทำงานไม่เสร็จเลยค่ะ จะเอาผ้าม่านขึ้นแขวน แต่มันหนัก"
เจ้าหล่อนเอ่ยเสียงอ่อย หมอรัญชน์อดไม่ได้ที่่จะเอื้อมมือลูบศีรษะเล็กๆ นั่น หล่อนรู้สึกแปลกประหลาดกับการกระทำของเขา มันอบอุ่น...และรู้สึกดีเหลือเกิน
นัยน์ตากลมโตมองสบกับนัยน์ตาคมกริบอ่อนโยน หมอหนุ่มยิ้มให้เธอ รอยยิ้มนั่นเหมือนราวกับอาบด้วยแสงตะวัน มันอุ่นวาบเข้าไปในหัวใจของสาวน้อย
"ไปกินข้าวกันก่อน เดี๋ยวฉันเอาขึ้นแขวนเอง น้อยทำไม่ไหวหรอก แล้วก็ขอบใจมากนะวันนี้"
"ตาบอกให้น้อยทำงานให้กับหมอ ให้น้อยทำให้ดีๆ เพราะว่าหมอเป็นเจ้านาย"
เจ้าหล่อนตอบเสียงใส คนโดนแต่งตั้งเป็นเจ้านายยิ้มกว้าง ก่อนจะโอบบ่าบาง พาหล่อนเดินเข้าไปในครัว น้อยแกะแกงถุงและข้าวสวยจัดใส่จาน หมอรัญชน์บอกให้เธอกินด้วยกัน บอกให้เธอล้างหน้าล้างมือให้เรียบร้อย หน้านวลค่อยดูได้หน่อยเมื่อไม่มีคราบฝุ่นและน้ำตานั่น แต่ผมยาวของหล่อนที่รวบไว้หลวมๆ มันค่อยชอบตกลงมาปรกหน้าตา ทำให้เขาพานนึกรำคาญแทน
เขามองหล่อนกินตุ้ยๆ คงจะหิว มองเพลินจนตัวเองแทบจะลืมกิน มื้อแรกในรอบหลายปีที่เขามีคนมานั่งร่วมโต๊ะอาหารด้วย ในบ้าน...
อืม...
เขาลืมความรู้สึกแบบนี้ไปนานแล้ว นานเท่าไหร่แล้วนะที่มีคนกินข้าวเย็นด้วยกันแบบนี้
น้อยเป็นสิ่งที่ดีอีกสิ่งในชีวิตของเขาตอนนี้ มันทำให้เขาพลอยมีพลังชีวิต ไม่ได้อยู่แบบซังกะตายไปวันๆ แม่สาวน้อยทำให้เขานึกมีแผนการชีวิต แม้จะเพื่อคนอื่น มันก็เรียกน้ำแห่งชีวิตที่เหือดหายไปนานแล้วให้ผุดขึ้นมาอีกหน
หล่อนเหมือนลูกนกตัวเล็กของเขาที่เอามาถนอมเลี้ยงต่อจากเจ้าของ
เขาจะทำให้ลูกนกตัวนี้โบยบินอย่างแข็งแกร่ง
หมอหนุ่มคิดขณะที่มองหน้าเนียนใสที่กำลังก้มหน้าก้มตารับประทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย
“น้อยทางนี้ๆ”“น้อย เซ็นสมุดเฟรนชิฟให้ฉันด้วยนะ”“ถ่ายรูปกัน ยัยน้อย”น้อยหันไปทางนั้นที วิ่งไปทางโน้นที ตามคำเรียกของเพื่อนๆ สีหน้าของน้อยเต็มไปด้วยความสุข วันนี้เป็นวันมอบประกาศนียบัตรจบการศึกษาในระดับมัธยมปลาย ตอนนี้เด็กๆ กำลังพูดคุย ถ่ายรูปกันเป็นที่ระลึก เพราะบางคนอาจจะไม่ได้เจอะเจอกันอีกแล้ว เพราะก็ต่างแยกย้ายไปตามแนวทางของตนเองหมอรัญชน์ยืนมองน้อยที่อยู่ท่ามกลางเพื่อนๆ วันนี้เขามารับเธอและมาร่วมแสดงความยินดีกับน้อย ข้างๆ ของเขาคือคุณหญิงสุดา ที่หน้าบานไม่แพ้กับน้อย กับความสำเร็จที่ท่านเป็นคนหนึ่งที่ร่วมผลักดันช่วยเหลือ “พ่อกับคุณย่าเหรอน้อย” เพื่อนคนหนึ่งที่มาไหว้ทักทายเขาและคุณหญิงสุดาเอ่ยเสียงแจ๋ว หมอรัญชน์ถึงกับหน้าตึง ส่วนคุณหญิงสุดาอมยิ้ม เอ่อน่ะ...ริจะมารักเด็กบางทีก็ต้องเจออะไรแบบนี้ล่ะตาหมอ...“อื้อ พ่อทูนหัว”น้อยตอบเสียงเบา พลางยิ้มเพื่อนคนนั้นของน้อยเป็นผู้ชายวัยรุ่น หน้าตาหล่อเหลาเลยทีเดียวล่ะ คนที่ถูกทักว่าเป็นพ่อ...แถมหวานใจยังย้ำอีกว่าเป็นพ่อทูนหัว ก็ถึงกับหน้าลั่นดังเปรี๊ยะ!โกรธขึ้นมาวูบ น้อยใจขึ้นมาวาบเขารับไหว้ไอ้เด็กนั่นอย่างเสียไม่ได้ แถม...ยังดึงแ
ถึงจะบอกคุณหญิงว่าขึ้นมานอน แต่น้อยก็นอนไม่หลับ แถมพอหัวถึงหมอน นอนหลับตาลง ก็วนเวียนแต่ภาพของผู้หญิงคนนั้นกับหมอรัญชน์ น้ำตาของน้อยไหล ไหลออกมาอย่างที่เจ้าตัวไม่รู้ ว่าร้องไห้ทำไมขนาดนี้รู้แต่ว่าเจ็บเหลือเกิน...เจ็บทั้งที่ไม่โดนทำร้าย มีบาดแผลใดๆ แต่เจ็บปวดล้ำลึกจนจุกอยู่ในอก เสียงเคาะประตูดังขึ้น น้อยกัดริมฝีปาก ลังเลว่าจะไปเปิดดีไหม แต่สุดท้ายก็ลุกขึ้นแล้วไปเปิดประตูห้อง เผื่อว่าอาจจะเป็นคุณหญิงสุดา“น้อย ร้องไห้ทำไม” หมอรัญชน์มองหน้าแดงก่ำ เต็มไปด้วยคราบน้ำตาของน้อยก็ตกใจ เขาประคองหน้าเนียนไว้ให้มองหน้าเขา หากน้อยหลบตาเขาและรีบสั่นหน้า“น้อยไม่ได้ร้องไห้”“ไม่ได้ร้องอะไร ร้องไห้ชัดๆ” หมอหนุ่มพูดแบบนั้นน้ำตาของน้อยก็เลยไหลร่วงมาอีก น้อยสั่นหน้าแล้วพูดเสียงสั่น“น้อย...ไม่รู้ ไม่รู้สิคะ หมอปล่อยน้อยเถอะ”“โกรธฉันเหรอ...ใช่ไหม?”เห็นน้อยเสียใจ ร้องไห้เพราะการที่พิณแก้วมาเจอเขา ก็ทั้งสงสาร ทั้งใจปลื้ม สงสารที่น้อยร้องไห้ ปลื้มใจที่น้อยหึงหวงเขา“ไม่...ไม่ได้โกรธ”“แล้วร้องไห้ทำไม บอกฉันสิจ๊ะ”เขาก้มลงจูบซับน้ำตาที่คลอให้น้อย น้อยหลับตาพริ้ม หัวใจที่เหมือนถูกกรีดเจ็บแทบต
“แม่น้อย ไปแอบฟังทีสิ แม่นั่นคุยอะไรกับหมอ” คุณหญิงสุดาว่า หากน้อยสั่นหน้าแล้วยิ้มแหย ตามองไปยังคนข้างนอกที่พอมองเห็นได้เพราะแสงไฟเปิดไว้สว่าง แต่ยิ่งมอง...ใจของสาวน้อยก็หดห่อ จนต้องเมินหนีทำไมมันเจ็บ...ทำไมมันเหมือนจะหายใจไม่ออกน้อยรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร ตั้งแต่รู้น้อยก็แทบไม่อยากมองหน้าหมอเลยสักนิด อาการที่น้อยเป็นเรียกว่าอะไรกันหนอ ผู้หญิงคนนี้ที่ทำให้หมอรัญชน์ทิ้งความสะดวกสบายมาทำงานไกลถึงนี่ น้อยรู้ เพราะตอนไปอยู่กับคุณหญิงสุดา มีคนเล่าเรื่องของพิณแก้วให้น้อยฟัง ยิ่งมาเห็นคนที่เคยเป็นภรรยาหมอแล้ว น้อยก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองไม่เหมาะกับการไปยืนแทนที่ผู้หญิงคนนี้เลย“อะไร...นี่ไม่หวงหมอสักนิดหรือ”คุณหญิงสุดาว่า แล้วลอบมองหน้าน้อย น้อยก้มหน้างุด เห็นว่าแอบปาดน้ำตาด้วย ก่อนจะสั่นหน้า...แล้วเอ่ยเสียงเครือ“เอ่อ...น้อยง่วง ขอตัวไปนอนก่อนนะคะ ถ้าคุณหญิงมีอะไรก็ไลน์เข้าไปได้นะคะ น้อยนอนตื่นไวค่ะ”ว่าแล้วก็เดินก้มหน้าก้มตาไปยังชั้นสอง ทิ้งให้ท่านมองตามอย่างเป็นห่วง สลับกับมองเหตุการณ์ด้านนอกไปด้วยห่วงคนข้างนอกก็ห่วง ว่าจะกลับไปใจอ่อนกับแม่ลูกสะใภ้มหาภัยนั่นอีกหน หมอรัญชน์จ
หมอรัญชน์ไม่ได้สังเกตว่ามีรถคันหนึ่งขับตามเขามา จนเขามาจอดรถที่หน้าบ้านเพื่อจะไขประตูรั้วเอารถไปจอด รถคนนั้นจอดต่อรถของเขา มันเป็นรถหรูราคาแพง ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ทำให้หมอรัญชน์ขมวดคิ้วน้อยๆ และแล้วคนที่ลงมาจากรถ ก็เฉลยบอกว่าใครกันที่ตามเขามาหล่อน...ทำให้เขาชะงัก ก่อนจะตีหน้านิ่งขรึม “พี่หมอขา...คิดถึงจังเลย”พิณแก้วทำท่าจะถลาเข้ามากอดเขา ทำราวกับว่ารอรับเขากลับบ้านเมื่อตอนแรกช่วงแต่งงานกันใหม่ๆ ก็ไม่ปาน ไม่เหมือนว่าเธอกับเขาหย่าร้างกันด้วยความร้าวฉาน แถมเธอยังปล้นเขาไปแทบหมดตัว“คุณพิณแก้ว มีธุระอะไรกับผมหรือครับ?”พิณแก้วถึงกับชะงัก เบรกอาการวิ่งถลาหาเขาไว้ในทันที เมื่อเขายืนกอดอก ราวกับจะปกป้องตัวเอง แถมยังเขยิบเข้าไปในประตูเล็กในบ้าน เอ่อ...ถึงกับปิดประตูใส่หน้าเธออีกต่างหาก“พี่หมอ ทำไมทำแบบนี้ละคะ” พิณแก้วไม่คิดว่าจะได้รับการต้อนรับแบบนี้ ทำเสียงอ่อย หมอรัญชน์ที่ตอนนี้ ประจักษ์แก่ใจตนแล้วว่า ตะกอนความอาลัยใดๆ กับผู้หญิงคนนี้อีกต่อไปแล้ว หมอรัญชน์กระแอม รู้ว่าทำเกินไป แต่...ก็ไม่เกินไปหรอกน่ะ “มีธุระอะไรกับผมหรือครับ”เขายังคงย้ำประโยคเดิม เหินห่าง แถมโคตรสุภาพ...“ขอ
“วันนี้หมอเข้าเวรเช้า กลับมาช่วงค่ำ”คุณหญิงสุดาแอบโทรเช็คเวลากลับของลูกชาย หันมามองน้อยยิ้มๆ สองสาวต่างวัย เข้ามาในบ้านพักแพทย์ของหมอรัญชน์ โดยที่เจ้าของไม่รู้ว่ามีแขกมาเยือน คงจะกำลังทำงานอยู่อย่างแข็งขัน น้อยเดินสำรวจรอบบ้าน อย่างเคยชิน แล้วเริ่มหยิบจับ ทำความสะอาด คุณหญิงสุดายืนมองคนตัวเล็กกุลีกุจอทำงานบ้านด้วยสายตารักใคร่ ท่านพาน้อยเดินทางออกจากกรุงเทพฯ แต่เช้า มาถึงที่สระบุรีก็เกือบเที่ยง ก่อนมาที่บ้านพักแพทย์ คุณหญิงพาน้อยแวะไหว้ตาบุญก่อนที่วัด น้อยดีใจจนน้ำตาคลอ น้อยขอแวะซื้ออาหารสุนัขจำนวนหนึ่งไปฝากป้าอ้าย ที่ช่วยดูแลเลี้ยงเจ้าหมาสองตัวของตาบุญ แวะเยี่ยมเยือนพูดคุยกับคนที่เคยรู้จัก การได้พูดคุยกับคนที่เคยอยู่ดูแลน้อย ให้งานน้อย ทำให้คุณหญิงสุดายิ่งรู้สึกว่าท่านเลือกคนไม่ผิดหรอก อ้อ...หรือต้องพูดอีกทีว่า หมอรัญชน์ตาแหลมจริงๆ หนนี้ ถึงจะยังเด็กไปนิดก็เถอะท่านมองข้ามเรื่องนี้ไปแล้ว ช่องว่างระหว่างวัยของลูกชายและน้อย ท่านมองเห็นแต่ความรักที่คนทั้งคู่มอบให้กัน ตัวพ่อลูกชายนี้ไม่ต้องถามกันให้มาก ว่าคิดอย่างไรกับน้อง หูตา กิริยา เปิดเผยโล่งโจ้งแบบที่เจ้าตัวก็ไม่รู้ตัวล่ะมั้ง
คืนนั้นตอนแรกหมอรัญชน์คิดจะย่องเป็นแมวขโมย แอบไปนอนในห้องน้อย ทว่า...คุณหญิงสุดากลับดับฝันเขา ด้วยการกลับมาบ้านในคืนนั้น เพราะท่านเห็นว่า ปล่อยลูกชายให้มีความสุขมามากล่ะ แต่ไม่รู้เลยว่า จริงๆ แล้วหมอรัญชน์ยังไม่ได้ทำอะไรน้อยเลยนอกจากบทเรียนก่อนวิวาห์นิดๆ หน่อยๆ เรียกได้ว่าคอตกเลยล่ะเมื่อเห็นหน้าท่าน คุณหญิงสุดาที่กลับมาในเวลาเกือบสามทุ่ม เจอะลูกชายตอนกำลังจะเปิดห้องน้องพอดี ก็ถลึงตาใส่หมอรัญชน์ ที่เอามือออกจากลูกบิด แล้วแกล้งทำเป็นละเมอ เดินกลับไปยังห้องตัวเอง “มันร้ายจริงๆ ตาหมอนี่” คุณหญิงบ่นอุบอิบ ท่านยืนเฝ้าอีกพัก ให้แน่นอนว่าแมวตัวโตจะไม่กล้ากลับมาขโมยของรักแน่ล่ะคืนนี้ จึงกลับไปที่ห้องของตนเอง ที่อยู่ตรงกันข้ามกับห้องของน้อยแม่นะแม่...กลับมาช้าหน่อยก็ไม่ได้วันต่อมาจึงกลายเป็นกิจกรรมของครอบครัว คุณหญิงเอ่ยชวนลูกชายของเธอและน้อยไปไหว้พระกัน สองหนุ่มสาวจึงได้แต่มองตากัน แอบแตะต้องกันนิดๆ หน่อยๆ เพราะคุณหญิงสุดาประกบน้อยตลอดเวลา เห็นมองกันตาเชื่อมขนาดนั้น ก็คิดกระหยิ่มในใจ ว่าอีกไม่นานก็คงจะได้อุ้มหลานล่ะ ถึงแม่น้อยจะเด็กไปหน่อย แต่ก็เชื่อว่าจะทำให้ลูกชายของเธอมีความสุข และเ







