LOGINเจียงเฉิงที่กำลังคอยดูแลความสงบอยู่ชั้นล่าง พอเห็นภาพนี้เข้าก็แทบจะหน้ามืดลมจับ “คุณหนูใหญ่…” บรรดาสื่อมวลชนต่างพากันหันกล้องจับภาพวินาทีระทึกนี้เอาไว้ ไม่ว่าถังหนิงจะตกลงไปหรือไม่ เหตุการณ์ในวันนี้ก็ต้องกลายเป็นข่าวช็อกวงการอย่างแน่นอน “ถังหนิง!” จี้จิ่นซิวออกแรงดึงมากขึ้น เขาคว้าตัวถังหนิงเอาไว้แน่น นัยน์ตาเผยให้เห็นถึงความตื่นตระหนกเป็นครั้งแรก ปฏิกิริยานี้ของเขาล้วนตกอยู่ในสายตาของถังหนิง ทว่าร่างกายของเธอกลับร่วงหล่นลงไปอย่างไม่อาจควบคุมได้ จากความสูงระดับตึกสามสิบชั้น หากตกลงไปมีแต่จะร่างแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี แต่ถึงแม้ในใจของถังหนิงจะหวาดกลัว เธอก็ยังคงพยายามรักษาสติเอาไว้ “จับฉันไว้แน่น ๆ ฉันไม่มีวันปล่อยให้เธอเป็นอะไรเด็ดขาด” ใบหน้าของจี้จิ่นซิวแดงก่ำ เส้นเลือดดำปูดโปนเต้นตุบ ๆ เขาหันขวับไปตะโกนใส่คนพวกนั้น “รีบมาช่วยกันเร็วเข้า!” พวกคนงานพากันขวางคนอื่น ๆ เอาไว้ ทำให้ไม่มีใครเข้ามาได้ในทันที โชคดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าระงับเหตุและควบคุมตัวพวกเขาไว้ได้อย่างรวดเร็ว หัวหน้าตำรวจกับเฉินปินจึงฝ่าฝูงชนเข้ามาช่วยจี้จิ่นซิวดึงตัวถังหนิงขึ้นไปได้ทันเวลา ถังห
“พวกคนรวยอย่างพวกมันไม่เคยสนความเป็นความตายของเราหรอก! ไอ้นายทุนหน้าเลือดเอ๊ย! ผลักนางนั่นลงไปเลย ไปสู้ตายกับพวกมัน!” ถังหนิงรู้สึกถึงเหงื่อเย็นเยียบที่ซึมชื้นแผ่นหลัง ชายคนนี้จงใจประสงค์ร้ายอย่างเห็นได้ชัด แต่ในเวลานี้ เธอไม่มีเวลามามัวกังวลอะไรอีกแล้ว ทำได้เพียงพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อเกลี้ยกล่อมให้คนงานเหล่านี้สงบสติอารมณ์ลง จังหวะนั้นเอง เฉินปินกับจี้จิ่นซิวก็รีบรุดมาถึงพอดี ทันทีที่พวกเขาตบเท้าลงจากรถ เหล่ากองทัพนักข่าวก็กรูกันเข้าไปหา พร้อมกับหันเลนส์กล้องจ่อไปที่เขาทันที “เกิดเรื่องกับถังซื่อกรุ๊ปแบบนี้ ทำไมประธานจี้ถึงมาอยู่ที่นี่ได้ครับ?” “ประธานจี้เห็นข่าวแล้วรีบมาเลยใช่ไหมคะ?” “ขอถามประธานจี้หน่อยครับ ถังกรุ๊ปกับจี้กรุ๊ปเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกันมาตลอด เรื่องนี้จะส่งผลกระทบครั้งใหญ่ต่อจี้กรุ๊ปหรือเปล่าครับ?” “พวกคุณจะยังร่วมงานกันต่อไปไหมคะ?” บรรดานักข่าวต่างแย่งกันยื่นไมโครโฟนยิงคำถามรัว ๆ ใบหน้าของจี้จิ่นซิวเคร่งขรึมเย็นเยียบ เขาตวัดสายตาคมกริบกวาดมองไปรอบ ๆ “ถ้าเกิดเรื่องร้ายแรงอะไรขึ้นมา พวกคุณทุกคนที่นี่ก็คือฆาตกร” พูดจบ เขาก็เงยหน้าขึ้นไปมองด
“ใช่! จะจ่ายก็ต้องจ่ายวันนี้! ไม่ว่าพวกคุณจะพูดจาสวยหรูแค่ไหน ถ้าวันนี้ไม่ยอมจ่ายค่าแรงให้พวกเราล่ะก็ พวกเราไม่ยอมจบแน่!” สถานการณ์หลุดการควบคุมอีกครั้ง เสียงตะโกนประท้วงของเหล่าคนงานดังกึกก้องจนแสบแก้วหู ในขณะเดียวกัน... จี้จิ่นซิวใกล้จะเดินทางมาถึงไซต์งานก่อสร้างเต็มที เขายังคงถือโทรศัพท์เปิดดูไลฟ์สดเพื่อจับตาสถานการณ์อย่างไม่วางตา “ขับให้มันเร็วกว่านี้หน่อย!” มือที่วางอยู่บนหน้าตักของจี้จิ่นซิวกำเข้าหากันแน่น ดวงตาจับจ้องภาพในไลฟ์สด ขณะที่หัวใจเต้นระทึกด้วยความกระวนกระวาย โดยเฉพาะเมื่อเห็นร่างบอบบางของถังหนิงที่กำลังยืนหยัดรับมือกับกลุ่มคนงาน หัวใจของจี้จิ่นซิวก็ราวกับถูกลวดเหล็กรัดตรึง เจ็บปวดจนแทบขาดใจ “ฉันบอกให้ขับเร็ว ๆ ไม่ได้ยินหรือไง!” เส้นเลือดดำที่ลำคอของจี้จิ่นซิวปูดโปนด้วยความร้อนรนถึงขีดสุด คนที่ขับรถคือเฉินปินเขาจับพวงมาลัยแน่น สายตาคอยมองพื้นถนนพลางเหยียบคันเร่งมิด ให้ตายเถอะ! นี่ก็ขับเร็วสุดชีวิตแล้วนะ! ตลอดทางมานี่ซิ่งทะลุนรก ฝ่าไฟแดงมาไม่รู้กี่แยกแล้ว โชคดีแค่ไหนที่ไม่เกิดอุบัติเหตุ ในเมื่อห่วงใยภรรยาขนาดนี้ ทำไมถึงไม่ยอมคุยเรื่องพวกนั้นกับเ
“ท่านประธานครับ คุณนายเกิดเรื่องแล้วครับ” จี้จิ่นซิวปรายตามอง “เรื่องอะไร?” เฉินปินจึงเล่าเรื่องที่คนงานกำลังก่อความวุ่นวายให้ฟังอย่างละเอียด พร้อมกับวางโทรศัพท์มือถือที่กำลังเปิดไลฟ์สดลงตรงหน้าเขา ในไลฟ์สดนั้น ปรากฏภาพของถังหนิงที่กำลังเดินขึ้นไปยังชั้นดาดฟ้าอย่างเด็ดเดี่ยว สีหน้าของจี้จิ่นซิวเคร่งเครียดขึ้นมาทันที เขาลุกขึ้นพรวดและก้าวฉับไวออกจากห้องทำงานไป เฉินปินไม่กล้าชักช้า รีบเดินตามเจ้านายมุ่งหน้าไปยังไซต์งานก่อสร้างโดยด่วน ตัดมาทางด้านถังหนิง เธอเดินขึ้นมาบนชั้นดาดฟ้าโดยมีหัวหน้าตำรวจและเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกสองสามนายคอยคุ้มกัน บนนั้นมีคนงานหลายสิบคนกำลังชูป้ายประท้วงด้วยสีหน้าโกรธแค้นและดุดัน ทันทีที่เห็นถังหนิงเดินขึ้นมา พวกเขาก็พากันตะโกนด่าทอเธออย่างสาดเสียเทเสีย “ในที่สุดก็ยอมโผล่หัวมาแล้วเหรอ? คืนเงินหยาดเหงื่อแรงงานของพวกเรามานะ! พวกแกอมเงินพวกเราไปแล้วยังจะนอนหลับลงอีกเหรอ!” “พวกแกมันไม่ใช่คน! เอาเงินของพวกเราคืนมา! เอาเงินคืนมาเดี๋ยวนี้!” เหล่าคนงานต่างตะโกนเรียกร้องด้วยอารมณ์โกรธเกรี้ยว ท่าทางของพวกเขาดูเหมือนพร้อมจะพุ่งเข้ามาฉีกทึ้งร่างของถังหนิงไ
ทิ้งคำพูดนั้นไว้ ถังหนิงก็หมุนตัวเดินจากไปอย่างเย็นชา ถังไคเหวินยืนคอตกอยู่ตรงนั้น สายตาที่ทอดมองตามแผ่นหลังของถังหนิงค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นดุดันและเคียดแค้นอย่างถึงที่สุด หลังจากนั้น ถังหนิงก็กลับไปที่ห้องทำงานและนั่งอ่านเอกสารตลอดทั้งวัน ช่วงหลายวันมานี้ เธอต้องเร่งศึกษาข้อมูลโปรเจกต์ร่วมทุนต่าง ๆ ของกรุ๊ปอย่างหนักเพื่อชดเชยเวลาที่เสียไป แต่เรื่องเร่งด่วนที่สุดในยามนี้ คือการจัดการปัญหาที่ฟางซุ่นหมิงรายงานมา นั่นคือเหตุการณ์ประท้วงหยุดงานของพนักงานโรงงานผลิตชิ้นส่วนและคนงานในไซต์ก่อสร้าง หญิงสาวก้มหน้าลงพลางยกมือขึ้นนวดคลึงหว่างคิ้วด้วยความเหนื่อยล้า จังหวะนั้นเอง เจียงเฉิงก็ผลักประตูพรวดพราดเข้ามาด้วยความร้อนรน “คุณหนูใหญ่ เกิดเรื่องแล้วครับ! พวกคนงานกำลังก่อความวุ่นวายกันอยู่ที่ไซต์ก่อสร้าง” “แถมยังเรียกนักข่าวมาเพียบเลยด้วย ตอนนี้คนงานกลุ่มหนึ่งไปรวมตัวกันอยู่บนดาดฟ้า ขู่ว่าจะกระโดดตึกฆ่าตัวตาย…” สีหน้าของถังหนิงถอดสีทันที เธอผุดลุกขึ้นแล้วรีบจ้ำพรวดออกไปข้างนอก “รีบไปที่ไซต์ก่อสร้างเดี๋ยวนี้” เจียงเฉิงไม่ค่อยวางใจนัก จึงรีบเดินตามออกมาพร้อมกับเอ่ยทัดทาน “คุณหนู
ผ่านไปครู่หนึ่ง หลินม่านก็ลองหยั่งเชิงถามขึ้น “ถ้าเกิดว่า... ฉันหมายถึงถ้านะ ถ้าเรื่องนี้จี้จิ่นซิวเขามีเหตุผลความจำเป็นที่บอกใครไม่ได้จริง ๆ เธอจะให้อภัยเขาไหม?” ถังหนิงหลุบตาลง แม้สีหน้าจะดูเรียบเฉยไร้ระลอกคลื่น ทว่าภายในใจกลับเจ็บแปลบขึ้นมา เหตุผลความจำเป็นงั้นเหรอ? “มีเหตุผลบ้าบออะไรที่มันสำคัญไปกว่าการที่เขาปฏิเสธฉันต่อหน้าคนอื่น ออกมาแก้ข่าว แล้วก็ลบตัวตนของฉันทิ้งกันล่ะ?” “หลินม่าน ถ้าคุณปู่ไม่ต้องมาล้มป่วยเพราะเรื่องนี้ ฉันก็อาจจะยังพอรับฟังเหตุผลของเขาอยู่บ้าง” ถังหนิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “แต่บนโลกนี้ไม่มีคำว่าถ้าหรอกนะ มันไม่มีทางเป็นไปได้อีกแล้วล่ะ” หลินม่านเข้าใจความรู้สึกของเธอเป็นอย่างดี จึงพยักหน้าเห็นด้วยอย่างหนักแน่น “ใช่ ไม่อยากให้อภัยก็ไม่ต้องให้อภัย เลิกยุ่งกับสองพี่น้องนั่นไปเราก็ใช่ว่าจะอยู่ไม่ได้เสียหน่อย ที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็ดีมาก ๆ แล้ว เข้ามารับช่วงบริหารบริษัท ได้ใช้ความสามารถของตัวเอง เดิมทีเธอคู่ควรกับการยืนอยู่ท่ามกลางสปอตไลต์เพื่อเปล่งประกายมาตั้งแต่แรกแล้ว อีกอย่าง เธอทั้งเก่งแถมยังจิตใจดีขนาดนี้ ความสุขไม่มีทางทอดทิ้งคนที่ทั้งมุมานะและซ
คำพูดของถังหนิงทำให้คุณท่านถังเหลือเชื่อมาก หลังจากถามย้ำอยู่หลายครั้ง เขาหัวเราะดังกว่าเดิม“โอเค แต่งแล้วก็ดี ว่างๆ พาเขากลับมากินข้าวกับปู่ด้วย”ถังหนิงขานรับอย่างว่าง่าย “โอเคค่ะปู่”หลังจากวางสาย ประตูห้องนอนเปิดออกจี้จิ่นซิวเดินเข้ามาในห้องนอน ขายาวๆ ก้าวมาข้างหน้าเธอบุคลิกดูดีมีชาติตระ
โชคดีที่มือถือดังขึ้นมาพอดี ทำให้ถังหนิงรอดจากสถานการณ์กระอักกระอ่วน“ฮัลโหล?”ถังหนิงใจเต้นแรง กดรับสายอย่างรวดเร็วเสียงแซวของหลินม่านที่เป็นนางแบบชื่อดังและเพื่อนสนิทของเธอดังออกมา “เป็นไง เมื่อวานคุณหนูถังจดทะเบียนสมรส เมื่อคืนได้เปิดประสบการณ์แปลกใหม่เป็นครั้งแรกเลยหรือเปล่า?”เสียงลำโพงมือ
ถังหนิงช็อกไปแล้ว หัวใจเต้นแรงตอนที่จี้จิ่นซิวจะก้มลงมาจูบเธอ ตัวเธอสั่นอย่างควบคุมไม่ได้พอเห็นปฏิกิริยาของเธอ จี้จิ่นซิวชะงักทันที ดวงตาดำขลับดูยับยั้งชั่งใจ“ทำไม กลัวเหรอ?”ถังหนิงยังช็อกอยู่จี้จิ่นซิวใช้นิ้วชี้แตะจมูกถังหนิงเบาๆ พูดด้วยน้ำเสียงตลกว่า “แค่แกล้งเธอเล่น อย่าคิดจริงล่ะ”หลั
เสียงยียวนดังเข้าหู ผ่านไปนานกว่าถังหนิงจะตั้งสติได้ “พี่จี้ เมื่อกี้น้องชายพี่เพิ่งหลอกฉัน คราวนี้พี่จะหลอกฉันอีกเหรอ?”อีกฝ่ายคือจี้จิ่นซิว พี่ชายแท้ๆ ของจี้หานตอนถังหนิงเพิ่งคบกับจี้หาน ท่าทีของจี้จิ่นซิวไม่เป็นมิตรกับเธอเลย“โดนเทแล้วครั้งหนึ่ง จะกลัวครั้งที่สองทำไมล่ะ?” จี้จิ่นซิวน้ำเสียงยี







