Share

บทที่ 5

Penulis: ส้มนอก
คำพูดของถังหนิงทำให้คุณท่านถังเหลือเชื่อมาก หลังจากถามย้ำอยู่หลายครั้ง เขาหัวเราะดังกว่าเดิม

“โอเค แต่งแล้วก็ดี ว่างๆ พาเขากลับมากินข้าวกับปู่ด้วย”

ถังหนิงขานรับอย่างว่าง่าย “โอเคค่ะปู่”

หลังจากวางสาย ประตูห้องนอนเปิดออก

จี้จิ่นซิวเดินเข้ามาในห้องนอน ขายาวๆ ก้าวมาข้างหน้าเธอ

บุคลิกดูดีมีชาติตระกูล คิ้วคมเข้ม ตาเป็นประกาย หน้าตาดีมาก

ถังหนิงสะดุ้งโหยง เงยหน้ามองเขา “พี่กลับมาแล้วเหรอ”

จี้จิ่นซิวขานรับ เสียงแหบเล็กน้อย “เราเพิ่งแต่งงานกันใหม่ๆ ฉันก็เลยกลับมากินข้าวกับเธอไง”

จู่ๆ ถังหนิงรู้สึกอบอุ่นในใจ “ขอบคุณนะ”

เมื่อก่อนตอนคบกับจี้หาน นัดกินข้าวกันดิบดี แต่เขาก็ให้เธอรอเก้ออยู่ที่ร้านอาหารตั้งหลายชั่วโมง

หลังจากนั้นถึงรู้ว่าจี้ซินหนิงโทรเรียกเขาไป

จี้ซินหนิงแค่จามเล็กน้อย จี้หานก็รีบพาเธอไปโรงพยาบาลด้วยความเป็นห่วง

ถังหนิงคือคนที่โดนเขาทิ้งเสมอ

เธอโกรธ แถมยังโดนจี้หานตำหนิว่าเธอหาเรื่องและคิดเล็กคิดน้อย

ถังหนิงเลิกคิด

เธอปิดโน้ตบุ๊กแล้ววางไว้ตรงที่นั่งริมหน้าต่าง จากนั้นลุกขึ้นแล้วยิ้มบางๆ ให้เขา “แต่พี่ไม่จำเป็นต้องกลับมากินข้าวกับฉันก็ได้ ไม่เป็นไรหรอก”

มันเป็นเพียงการแต่งงานสายฟ้าแลบที่ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์

“กลับมากินข้าวกับเธอเป็นเรื่องที่ควรทำอยู่แล้ว”

จี้จิ่นซิวจ้องเธอแล้วพูดเสียงอ่อนโยน “ฉันบอกแล้วไงว่าต้องการชีวิตคู่แบบที่ใช้ชีวิตและหลับนอนด้วยกัน”

ความรู้สึกอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจของถังหนิง แต่เธอไม่ได้คิดอะไรมากมาย

เธอรู้ว่าจี้จิ่นซิวมีความเป็นผู้ใหญ่และสุขุม ไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไรกับเธอหรอก จึงพยักหน้าหงึกๆ “โอเค ฉันไปล้างมือก่อน เดี๋ยวลงไปกินข้าวกับพี่”

เธอเดินไปที่ห้องน้ำ

จี้จิ่นซิวมองตามเธอไป มองดูแผ่นหลังของเธอ แววตาเขายิ่งลึกซึ้ง

......

ที่ห้องอาหารชั้นล่าง ทั้งสองนั่งตรงข้ามกัน แสงไฟสีขาวนวลส่องลงมาบนตัวพวกเขา

หนุ่มหล่อสาวสวย เป็นภาพที่อบอุ่นหัวใจจริงๆ

บนโต๊ะมีอาหารหลายอย่าง เป็นอาหารที่ถังหนิงชอบทั้งนั้น

คิดไม่ถึงว่าพวกเขาชอบกินอะไรเหมือนๆ กัน

ถังหนิงนั่งอย่างสุภาพเรียบร้อย กินอาหารไปเงียบๆ

ทันใดนั้น

จี้จิ่นซิวคีบซี่โครงหมูทอดใส่จานเธอ “ของที่เธอชอบ กินเข้าไปเยอะๆ”

ถังหนิงเงยหน้าอย่างงุนงง “พี่รู้ได้ยังไงว่าฉันชอบกิน?”

“เรื่องที่ฉันอยากรู้ ไม่มีอะไรยากหรอก”

ดวงตาดำขลับของจี้จิ่นซิวจ้องหน้าเธอ เสียงทุ้มและราบเรียบ ท่าทางดูปกติมาก “เราเป็นสามีภรรยากัน ฉันจะพยายามเรียนรู้เรื่องของเธอให้มากขึ้น”

ประโยคนี้ทำให้ถังหนิงอยากร้องไห้

ถ้าอยากทำความรู้จักใครสักคนจริงๆ มีวิธีตั้งเยอะแยะมากมาย

จนถึงตอนนี้จี้หานยังจำไม่ได้เลยว่าเธอชอบกินอะไร ชอบดื่มอะไร

เธอแพ้มะม่วง

แต่จี้หานดันสั่งสาคูมะม่วงนมสดให้เธอ

นั่นคือสิ่งที่จี้ซินหนิงชอบกิน

“จี้จิ่นซิว......” เสียงของถังหนิงแหบเล็กน้อย จี้จิ่นซิวขานรับอย่างอ่อนโยน “ว่าไง”

ถังหนิงจ้องเขาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วรวบรวมความกล้าถามว่า “พี่เกลียดฉันไม่ใช่เหรอ? ทำไมอยู่ดีๆ ถึงดีกับฉันขนาดนี้ล่ะ?”

เกลียดเหรอ?

ที่แท้เธอคิดอย่างนี้มาตลอดสินะ

ความเคร่งขรึมในดวงตาจี้จิ่นซิวค่อยๆ หายไป เขายกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย “สามีทำดีกับภรรยา ก็ถูกแล้วไม่ใช่เหรอ?”

ถังหนิงไม่ได้คำตอบจึงจะยอมแพ้ ทว่าได้ยินคำพูดร้ายกาจจากจี้จิ่นซิวอีกครั้ง “อีกอย่างเมื่อก่อนเธอโง่มาก โง่จนทำให้คนเกลียด”

ถังหนิง “......”

เธอไม่น่าถามเลย

หลังจากนั้นก็กินข้าวกันเงียบๆ ไม่มีใครพูดอะไรอีก

หลังกินข้าวเสร็จ จี้จิ่นซิวไปที่ห้องหนังสืออีกแล้ว

ช่วงกลางคืน ถังหนิงถือแก้วเก็บอุณหภูมิที่แม่บ้านหวังชงชาใส่ไว้เรียบร้อยไปเคาะประตูห้องหนังสือ

เรื่องที่จะกลับไปเยี่ยมปู่ที่บ้าน เธอต้องถามความเห็นของจี้จิ่นซิว

“เข้ามา” เสียงทุ้มของจี้จิ่นซิวดังมาจากด้านใน

ถังหนิงผลักประตูเข้าไป เธอเดินมาที่โต๊ะทำงาน เอาชาร้อนวางไว้ทางขวามือของเขา “ดื่มชาก่อนสิ”

“โอเค”

จี้จิ่นซิวดื่มชา จู่ๆ เขาช้อนตาขึ้นมา นัยน์ตาฉายแววเจ้าเล่ห์ “ชามัลเบอร์รี่ผสมเก๋ากี้ คุณนายจี้จะแอบบอกอะไรหรือเปล่า?”

ถังหนิงแก้มร้อนผะผ่าว นึกถึงเรื่องนกเขาไม่ขันเมื่อเช้าขึ้นมาได้ เธอรีบอธิบายว่า “เปล่านะ แม่บ้านหวังเป็นคนชงให้”

พอตอบออกมา เธอรู้สึกเสียใจอีกแล้ว

เธอดูมีความรู้เกินไปหน่อยหรือเปล่า?

จี้จิ่นซิวเห็นแก้มเธอแดงระเรื่อ เหมือนกระต่ายน้อยขวัญอ่อน ท่าทางน่าเอ็นดูแบบนั้น ทำให้รู้สึกสงสารจนไม่กล้าแกล้งต่อแล้ว

เขาไม่ได้พูดเรื่องนี้ต่อ เหมือนเห็นใจเธออย่างไรอย่างนั้น

จู่ๆ จี้จิ่นซิวลุกขึ้นมา ตัวสูงใหญ่เดินมาด้านหน้าเธอ แล้วยื่นกล่องกำมะหยี่สีดำให้เธอ

“ฉันให้”

“อะไรเหรอ?” ถังหนิงรับกล่องมาเปิดด้วยความสงสัย

พอเห็นแหวนคู่ในกล่อง เธอถึงกับตกใจ

จี้จิ่นซิวพูดด้วยเสียงทุ้มมีเสน่ห์ “เมื่อวานรีบจดทะเบียนสมรส ฉันเลยเอาแหวนแต่งงานมาให้ทีหลัง”

“ชอบไหม?”

เขาถามอีกครั้ง สายตาดูจริงจังมาก

ถังหนิงหายใจถี่ แม้เป็นการแต่งงานสายฟ้าแลบ แต่ก็ต้านทานการถูกใครสักคนใส่ใจแบบนี้ไม่ไหว

เธอพยักหน้าหงึกๆ “ชอบ”

จี้จิ่นซิวจับมือเธอ หยิบแหวนเพชรของผู้หญิงใส่ไว้ที่นิ้วนางของเธอ พูดด้วยเสียงดุเล็กน้อย “หลังจากนี้ต้องใส่ไว้ตลอด”

เขาก้มหน้าลง ได้เห็นใกล้ๆ ใบหน้าเขาคมชัดมีมิติยิ่งกว่าเดิม ถังหนิงกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ใจเต้นอย่างรุนแรง

ผ่านไปนานจี้จิ่นซิวก็ยังไม่ได้ยินเสียงเธอ เขานึกว่าเธอจะปฏิเสธ สายตาเขาขุ่นมัวเล็กน้อย “ไม่อยากใส่เหรอ?”

ถังหนิงส่ายหน้าทันที “เปล่า ฉันอยากใส่”

สีหน้าจี้จิ่นซิวดีขึ้นเล็กน้อย เขายื่นมือซ้ายออกไป นิ้วมือเรียวยาวและสวยมาก “งั้นรบกวนคุณนายจี้ช่วยใส่แหวนให้ฉันด้วย”

ถังหนิงคิดว่าเป็นเรื่องที่ควรทำอยู่แล้ว เธอเอาแหวนของผู้ชายออกมาตามที่เขาบอก จากนั้นใส่แหวนให้เขาอย่างอ่อนโยน

นิ้วมือเธอเนียนนุ่มมาก ปลายนิ้วสัมผัสกับผิว ทำให้บรรยากาศดูคลุมเครือแบบบอกไม่ถูก

จู่ๆ จี้จิ่นซิวโอบเอวบางของเธอเข้ามากอด ก้มหน้าลงมาจ้องเธอ “ต่อไปเราควรทำเรื่องที่สามีภรรยาควรทำแล้วใช่ไหม?”

พอได้ยินคำพูดของเขา ถังหนิงใจเต้นแรงกว่าเดิม สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ

ผ่านไปนานกว่าเธอจะหาเสียงตัวเองเจอ “อะ อะไร?”

จี้จิ่นซิวใช้ปลายนิ้วหัวแม่มือสัมผัสแก้มเนียนของเธอ นัยน์ตามีความเร่าร้อน “คุณนายจี้ อย่าบอกนะว่าไม่เคยผ่านเรื่องบนเตียงมาก่อน?”

เขาจะก้มลงมาจูบเธอ แต่เธอประหม่าจนตัวสั่นไปหมด เงยศีรษะไปด้านหลังโดยไม่รู้ตัว

เมื่อรู้สึกได้ว่าเธออึดอัดใจ ความเร่าร้อนนัยน์ตาจี้จิ่นซิวค่อยๆ จางหายไป จากนั้นก็ปล่อยเธอ “ไม่เป็นไร ฉันจะให้เวลาเธอ”

ถังหนิงช็อกไปแล้ว

ถ้าไม่ได้รับอนุญาตจากเธอ เขาก็จะไม่แตะต้องเธองั้นเหรอ?

ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เธอรู้สึกว่าจี้จิ่นซิวที่เย็นชาและน่าเกรงขามในอดีต ตอนนี้กลับอ่อนโยนอย่างบอกไม่ถูก

ถังหนิงไม่เข้าใจว่าทำไมถึงรู้สึกผิดกับเรื่องเมื่อกี้ เธอหลุบตาลง “ขอโทษนะ ฉันยังไม่พร้อม”

จี้จิ่นซิวยกยิ้มเล็กน้อย ขยี้ผมเธอเบาๆ “เรื่องแค่นี้ไม่เห็นต้องขอโทษเลย”

“ฉันบอกแล้วว่าจะให้เวลาเธอ แต่อย่าให้ฉันรอนานเกินไปนะ”

ถังหนิงรู้สึกเหมือนได้รับความรักความเอ็นดูจากเขา เธอไม่เคยได้รับความรู้สึกนี้จากจี้หานเลย

ผ่านไปนาน เธอพยักหน้าอย่างว่าง่ายแล้วขานรับ จู่ๆ เธอนึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ “ใช่สิ ปู่ฉันอยากเจอพี่ กลับไปเยี่ยมปู่กับฉันได้ไหม?”

“ได้สิ แต่......”

สายตาจี้จิ่นซิวมีเลศนัย เขาโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูเธอ เสียงนุ่มและเย้ายวน “คุณนายจี้จุ๊บฉันหน่อยได้ไหม?”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พรหมลิขิตรักคุณชายหน้านิ่ง   บทที่ 424

    ถังหนิงหลุบตาลงแฝงแววเยือกเย็น “อีกสองวันเตรียมตัวประชุมให้พร้อม ฉันจะทำให้เขาไสหัวออกไปเอง... อย่างเต็มใจด้วย”ฟางซุ่นหมิงสบตาถังหนิงแล้วถึงกับลอบอึ้งไป ดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้เขาจะประเมินเด็กสาวคนนี้ต่ำเกินไปจริง ๆ แม้อายุจะยังไม่ถึงยี่สิบสามปีเต็ม แต่วิธีการจัดการปัญหาและชั้นเชิงกลับไม่เป็นรองใครเลยแม้แต่น้อย หลังจัดการธุระเสร็จสิ้น ถังหนิงก็ออกจากบริษัท เธอไม่มีกะจิตกะใจแม้แต่จะกินข้าว ได้แต่ลากร่างอันเหนื่อยล้าไปเยี่ยมคุณปู่ที่โรงพยาบาล เฉกเช่นหลายวันที่ผ่านมา... คุณปู่ยังคงไม่ฟื้น หญิงสาวบีบนวดแขนขาให้คุณท่านถังอยู่นานนับชั่วโมง จึงได้เวลาลงไปชั้นล่างเพื่อกลับบ้านทางนี้มีลุงโจวกับพยาบาลพิเศษคอยดูแลอย่างใกล้ชิด เธอจึงวางใจได้มาก ทว่าพอเดินพ้นประตูห้องพักผู้ป่วยและเงยหน้าขึ้นมา เธอกลับไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นร่างของผู้สูงวัยที่ดูใจดีคุ้นตายืนอยู่ไม่ไกลนักตรงโถงทางเดิน ถังหนิงชะงักไปเล็กน้อยเป็นคุณท่านจี้นั่นเอง จี้จิ่นซิวเป็นคนพามา ชายหนุ่มยืนประคองอยู่เคียงข้าง โดยมีลุงจงที่เป็นพ่อบ้านคอยเดินตามหลัง จี้จิ่นซิวประคองคุณท่านจี้เดินเข้ามาใกล้ “ปู่มาเยี่ยมพี่ถังน่ะ”

  • พรหมลิขิตรักคุณชายหน้านิ่ง   บทที่ 423

    ท่าทีของเธอในตอนนี้ ในสายตาของพวกเขาแล้ว ราวกับเป็นคนละคนอย่างสิ้นเชิง สองแม่ลูกถึงกับหน้าถอดสีด้วยความตกตะลึง ถังไคเหวินโกรธจัดจนตบโต๊ะเสียงดังลั่น: “นังเด็กบ้า นี่แกหลอกปั่นหัวฉันเหรอ!” ถังหนิงเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ทำงาน ยกมือขึ้นกอดอก พลางปรายตามองเขาด้วยท่าทีราบเรียบ: “เรื่องทั้งหมดนี้คุณเป็นคนก่อขึ้นมาเอง ฉันไม่ได้บังคับ คุณเลือกเองได้เลย” เลือกงั้นเหรอ? พวกเขาไม่มีสิทธิ์เลือกเสียด้วยซ้ำ นังเด็กตัวแสบนี่ปิดทางหนีทีไล่ของพวกเขาไว้หมดแล้ว! หยางซื่อไม่มีทางยอมทำตามที่เธอบอก โวยวายขึ้นทันที: “ทำแบบนี้ได้ยังไง! ไคเหวินนั่งตำแหน่งนี้มาตั้งนานแล้ว ถือเสียว่าเขาเพิ่งทำผิดเป็นครั้งแรก อย่าถือสาหาความเขาเลยนะ” “ถังหนิง เขาก็เป็นลูกพี่ลูกน้องของเธอนะ ยังไงเราก็คนครอบครัวเดียวกัน ใช้เงินไปนิดหน่อยเอง เธอจะทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ไปทำไม!” ไม่พูดก็แล้วไปเถอะ แต่พอเธอพูดออกมา ถังหนิงก็ยิ่งรู้สึกว่ามันช่างน่าขันสิ้นดี “เขายักยอกค่าแรงพวกนี้ไป ไม่เพียงแต่จะทำให้คนงานประท้วงหยุดงาน แต่ยังทำให้ถังซื่อกรุ๊ปต้องเผชิญกับวิกฤตหนักหนาสาหัส คนงานเหล่านั้นทำงานกันอย่างเหน็ดเหนื่อยแ

  • พรหมลิขิตรักคุณชายหน้านิ่ง   บทที่ 422

    เหลือเวลาอีกเพียงสามวันก็จะครบกำหนดเส้นตายหนึ่งสัปดาห์ การที่เธอยังมีปัญหาค้างคาให้ต้องสะสาง ย่อมหมายความว่าเธอยังไม่อาจกุมอำนาจในตำแหน่งนี้ได้อย่างแท้จริง ทว่าหญิงสาวเลือกที่จะพักเรื่องเหล่านั้นไว้ก่อน เธอเดินเข้าห้องประชุมเพื่อแนะนำลั่วจื้อปั๋วให้เหล่ากรรมการบริษัทได้รู้จักอย่างเป็นทางการ เนื่องจากบรรดากรรมการล้วนได้ชมการถ่ายทอดสด เมื่อมีลั่วจื้อปั๋วเข้ามาร่วมงานด้วย พวกเขาจึงเริ่มมีความเชื่อมั่นในตัวถังหนิงขึ้นมาบ้าง ในที่ประชุม ถังหนิงให้คำมั่นว่าจะพัฒนาระบบใหม่ และจะเป็นผู้นำของอุตสาหกรรมพลังงานทางเลือกทั้งหมด “ภายในหนึ่งปีนี้ ฉันจะทำให้ทุกคนได้เห็นผลงานที่เป็นรูปธรรมค่ะ” ถังหนิงกล่าวถึงแผนงานในอนาคตด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม เหล่ากรรมการเห็นเธอให้คำมั่นเป็นมั่นเป็นเหมาะเช่นนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะหันมามองหน้ากันเอง “คุณถัง คุณมั่นใจถึงขนาดนั้นเชียวหรือ?” มีคนเอ่ยถามด้วยความเคลือบแคลง “ขนาดจี้ซื่อกรุ๊ป หรือแม้แต่ตระกูลจางแห่งวั่งจิงยังทำไม่สำเร็จ แล้วตระกูลถังของเราจะทำได้จริง ๆ หรือ?” จะโทษว่าพวกเขาไม่เชื่อก็คงไม่ได้ เพราะนับตั้งแต่บิดาของเธอเสียชีวิตไป ถังซื่อกรุ

  • พรหมลิขิตรักคุณชายหน้านิ่ง   บทที่ 421

    ลั่วจื้อปั๋วไม่ค่อยวางใจนัก จึงยืนเฝ้าอยู่ด้านนอกตลอดเวลา เมื่อถังหนิงเดินออกมาเห็นเขา ก็เลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ “รอฉันอยู่ตรงนี้ตลอดเลยเหรอ?”ลั่วจื้อปั๋วตอบ: “กลัวว่าคุณจะเปิดศึกกับเขาน่ะสิ” ฟังก็รู้ว่าเขาแค่พูดหยอกล้อ ถังหนิงเดินนำออกไปพลางอมยิ้มบาง ๆ แล้วตอบกลับว่า: “ไม่เห็นต้องทำขนาดนั้นเลย การใช้กำลังแก้ปัญหาคือวิถีของคนไร้น้ำยาที่สุดแล้ว” ในเมื่อจะหย่า ในเมื่อจะจบกันแล้ว... ก็แค่เดินหันหลังออกมาก็พอ ห้าปีที่ผ่านมาเธออาจจะยังไม่ตาสว่าง แต่ถ้าตอนนี้ยังคิดไม่ได้อีก ก็ถือว่าสมควรโดนแล้วจริง ๆ ลั่วจื้อปั๋วลอบประหลาดใจ ดูท่าตอนนี้เธอคงตัดใจจากจี้จิ่นซิวได้อย่างเด็ดขาดแล้วจริง ๆ ทั้งที่เรื่องเมื่อวาน จี้จิ่นซิวอุตส่าห์เป็นคนช่วยชีวิตเธอไว้แท้ ๆ แต่เธอกลับดูไม่รู้สึกหวั่นไหวเลยสักนิด หากไม่ได้บอบช้ำจนถึงที่สุด มีหรือที่เธอจะเย็นชาได้ถึงเพียงนี้ ทั้งสองเดินออกจากสถานที่จัดงานสัมมนาไปพร้อมกัน คล้อยหลังพวกเขาไปได้ไม่ทันไร จางซิ่งเอ๋อร์ก็ก้าวออกมาจากมุมมืด เธอละสายตาจากแผ่นหลังของคนทั้งคู่ แล้วรีบผลักประตูเข้าไปในห้องรับรอง ทันทีที่ประตูเปิดออก เธอก็เห็นจี้จ

  • พรหมลิขิตรักคุณชายหน้านิ่ง   บทที่ 420

    เธอเดินเคียงคู่ลั่วจื้อปั๋วตรงไปยังห้องพักรับรอง ทว่าด้านหลังกลับมีเงาร่างในชุดสีเข้มสาวเท้าก้าวฉับ ๆ ตรงเข้ามาใกล้พวกเขาทั้งสอง “ถังหนิง” น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่คุ้นเคยดังแว่วมา ก่อนที่ร่างสูงสง่าของจี้จิ่นซิวจะมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า นัยน์ตาคมกริบเยียบเย็นตวัดมองสบเข้ากับสายตาของลั่วจื้อปั๋ว“ประธานจี้” ลั่วจื้อปั๋วเอ่ยทักทาย ทว่าน้ำเสียงกลับไม่ได้มีความเป็นมิตรเอาเสียเลย “ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ” กลิ่นอายรอบตัวจี้จิ่นซิวแผ่ซ่านไปด้วยความกดดันและเด็ดขาด ชนิดที่ไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ ลั่วจื้อปั๋วหันไปมองถังหนิงอย่างลังเล หากเธอไม่อยากเสวนาด้วย เขาก็พร้อมจะยืนหยัดอยู่ตรงนี้ ไม่ยอมถอยไปไหนเด็ดขาด ทว่าท้ายที่สุดถังหนิงกลับพยักหน้าให้เขา “คุณไปรอฉันแป๊บเดียวนะคะ” ลั่วจื้อปั๋วพยักหน้ารับคำ ก่อนจะกำชับทิ้งท้าย “ถ้ามีอะไรก็เรียกผมนะ” จี้จิ่นซิวหลุบตาลงต่ำ ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึงเฉยชา ชุดสูทสั่งตัดพอดีตัวยิ่งขับเน้นบุคลิกให้ดูเยือกเย็น…ราวกับรูปสลักน้ำแข็ง คล้อยหลังลั่วจื้อปั๋ว ถังหนิงก็ปรายตาขึ้นมองเขาอย่างเย็นชา “ยังมีอะไรจะพูดอีก?” พูดจบเธอก็ผลักประตูห้องพักรับรองแล้วเ

  • พรหมลิขิตรักคุณชายหน้านิ่ง   บทที่ 419

    แต่ทว่าบนหน้าจอกลับปรากฏแถบประมวลผลที่วิ่งทะลุถึงหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มขึ้นมาจริง ๆ ผู้คนในงานไม่อาจเก็บซ่อนความตื่นเต้นเอาไว้ได้อีกต่อไป ต่างพากันร้องอุทานออกมา: “เร็วมาก... เร็วเกินไปแล้ว!” “นี่มันฝีมือขั้นเทพชัด ๆ เปิดหูเปิดตาฉันจริง ๆ!” “แฮกระบบของจี้ซื่อกรุ๊ปได้ในเวลาไม่ถึงสิบนาที แถมยังใช้โปรแกรมเจาะระบบที่เขียนขึ้นสด ๆ หน้างานอีกโคตรเจ๋งเลย” “ถ้าดูจากตรงนี้ คุณถังก็ไม่ได้ไร้น้ำยาเหมือนที่เขาลือกันสักนิด ฝีมือเธอเหนือกว่าคุณจางด้วยซ้ำไป”“...”เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังเซ็งแซ่ขึ้นอย่างไม่เกรงใจใคร จางซิ่งเอ๋อร์ใบหน้าซีดเผือด แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง เธอรู้สึกร้อนผ่าวที่แก้มราวกับโดนตบหน้าฉาดใหญ่อับอายขายขี้หน้าจนไม่เหลือชิ้นดี! นี่เธอ... เธอพ่ายแพ้ให้กับถังหนิงอีกแล้วงั้นหรือ ครั้งก่อนยังมีคนรู้เห็นไม่มาก แต่ครั้งนี้กลับเป็นการพ่ายแพ้ต่อหน้าคนในวงการมากมาย ซ้ำยังมีการถ่ายทอดสดผ่านอินเทอร์เน็ตอีก... ถังหนิงปรายตามองอย่างเรียบเฉย มุมปากยกยิ้มบาง ๆ “คุณจาง เธอแพ้แล้วล่ะค่ะ” ในสายตาของจางซิ่งเอ๋อร์ รอยยิ้มของถังหนิงนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน ราวกับกำลังเหยีย

  • พรหมลิขิตรักคุณชายหน้านิ่ง   บทที่ 6

    ถังหนิงหัวร้อนขึ้นมาทันที โดนเขาแกล้งจนหน้าแดงถึงหู เธอขบริมฝีปากแล้วเขย่งปลายเท้าขึ้นไปจุ๊บแก้มเขาหนึ่งที“พอใจแล้วใช่ไหม?”เธอจุ๊บเสร็จแล้วจะเดินออกไปดวงตาของจี้จิ่นซิวค่อยๆ เบิกกว้าง ความเย็นชาราวกับน้ำแข็งในดวงตาเริ่มจางหายเขายื่นมือไปรวบตัวเธอมากอดอย่างรวดเร็ว มือใหญ่ล็อกท้ายทายของเธอ เขา

  • พรหมลิขิตรักคุณชายหน้านิ่ง   บทที่ 4

    โชคดีที่มือถือดังขึ้นมาพอดี ทำให้ถังหนิงรอดจากสถานการณ์กระอักกระอ่วน“ฮัลโหล?”ถังหนิงใจเต้นแรง กดรับสายอย่างรวดเร็วเสียงแซวของหลินม่านที่เป็นนางแบบชื่อดังและเพื่อนสนิทของเธอดังออกมา “เป็นไง เมื่อวานคุณหนูถังจดทะเบียนสมรส เมื่อคืนได้เปิดประสบการณ์แปลกใหม่เป็นครั้งแรกเลยหรือเปล่า?”เสียงลำโพงมือ

  • พรหมลิขิตรักคุณชายหน้านิ่ง   บทที่ 3

    ถังหนิงช็อกไปแล้ว หัวใจเต้นแรงตอนที่จี้จิ่นซิวจะก้มลงมาจูบเธอ ตัวเธอสั่นอย่างควบคุมไม่ได้พอเห็นปฏิกิริยาของเธอ จี้จิ่นซิวชะงักทันที ดวงตาดำขลับดูยับยั้งชั่งใจ“ทำไม กลัวเหรอ?”ถังหนิงยังช็อกอยู่จี้จิ่นซิวใช้นิ้วชี้แตะจมูกถังหนิงเบาๆ พูดด้วยน้ำเสียงตลกว่า “แค่แกล้งเธอเล่น อย่าคิดจริงล่ะ”หลั

  • พรหมลิขิตรักคุณชายหน้านิ่ง   บทที่ 2

    เสียงยียวนดังเข้าหู ผ่านไปนานกว่าถังหนิงจะตั้งสติได้ “พี่จี้ เมื่อกี้น้องชายพี่เพิ่งหลอกฉัน คราวนี้พี่จะหลอกฉันอีกเหรอ?”อีกฝ่ายคือจี้จิ่นซิว พี่ชายแท้ๆ ของจี้หานตอนถังหนิงเพิ่งคบกับจี้หาน ท่าทีของจี้จิ่นซิวไม่เป็นมิตรกับเธอเลย“โดนเทแล้วครั้งหนึ่ง จะกลัวครั้งที่สองทำไมล่ะ?” จี้จิ่นซิวน้ำเสียงยี

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status