로그인พระชายาหลี่หมิงรีบวิ่งกระหืดกระหอบกลับมายังที่นัดหมายทันที หลังจากที่เจ้าตัวกำลังเลือกซื้อตำรา จู่ ๆ อาลู่บ่าวรับใช้ก็เดินหน้าตาตื่นมาแจ้งข่าวว่า พระชายาซูฮวาจู่ ๆ ก็เป็นลมหมดสติไปในขณะที่เดินเล่น
ท่านอ๋องตกใจมากจึงสั่งให้บ่าวรับใช้ทุกคน รวมถึงพระชายาหลี่หมิงให้รีบกลับตำหนักโดยด่วน ซึ่งหลี่หมิงเองก็ตกใจไม่น้อยเมื่อทราบเรื่องเช่นกัน
“อาลู่ ข้าเป็นห่วงพระชายาซูฮวาเหลือเกิน”
หลี่หมิงกระวนกระวายใจ ครั้นกลับมาถึงตำหนักหลี่หมิงก็เอาแต่เดินวนไปมา เฝ้าแต่เอ่ยว่าเป็นห่วงพระชายาซูฮวา แม้อาลู่จะปลอบเพียงใดก็ไม่มีท่าทีว่าหลี่หมิงจะเบาใจลง
“พระชายาหลี่หมิง ท่านอย่ากังวลใจไปเลยขอรับ พระชายาซูฮวาทรงไม่เป็นอะไรมากหรอกขอรับ มีท่านอ๋องดูแลอยู่ทั้งคน อีกทั้งยามนี้หมอหลวงก็มาถึงแล้วด้วย หากเป็นห่วงพรุ่งนี้พระชายาลองไปเยี่ยมดีหรือไม่ขอรับ”
อาลู่พูดเช่นนี้เป็นรอบที่สิบแล้วเห็นจะได้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้พระชายา หลี่หมิงหยุดเดินไปมาได้แต่อย่างใด
“แต่ข้า…”
“นอนพักผ่อนเถิดขอรับ หากพระชายาเป็นอันใดไปอีกคน ท่านอ๋องจะทรงกังวลใจอีกนะขอรับ” อาลู่พูดความจริง
ยามนี้เพียงแค่พระชายาวูฮวาป่วยขึ้นมากะทันหัน ท่านอ๋องก็มีสีหน้ากังวลใจอย่างเห็นได้ชัด หากมีผู้ใดเป็นอันใดไปอีกคนท่านอ๋องคงต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้น
หลี่หมิงยอมเข้านอนแต่โดยดีตามที่อาลู่บอก เพราะเจ้าตัวไม่ต้องการเป็นภาระเพิ่มให้กับผู้ใดอีก อีกทั้งเจ้าตัวก็คิดแล้วว่าพรุ่งนี้จะไปเยี่ยมพระชายาตามที่ตั้งใจไว้อีกด้วย
พระชายาหลี่หมิงตื่นแต่เช้า เตรียมตัวเพื่อที่จะไปเยี่ยมพระชายาซูฮวาตามที่ตั้งใจ ทว่าเมื่อไปถึงกลับไม่ได้เข้าพบพระชายาซูฮวาดั่งที่หวังเพราะท่านอ๋องสั่งห้ามผู้ใดรบกวนพระชายาเด็ดขาด ทำให้หลี่หมิงเดินคอตกกลับมาที่ตำหนักตนเองเช่นเดิม
แต่เจ้าตัวก็รู้สึกเบาใจขึ้นมาบ้างเล็กน้อยที่รู้ว่าพระชายาซูฮวาไม่ได้เป็นอะไรมาก
หลี่หมิงนั่งเล่นอยู่ในตำหนักสักพักก็เริ่มรู้สึกเบื่อ หากเป็นเมื่อก่อนเขาคงออกไปทำงานหนักเพื่อหาเงินมาซื้ออาหารจุนเจือครอบครัว หากแต่ยามนี้ไม่รู้ว่าครอบครัวที่เขาจากมาจะเป็นเช่นไรบ้าง
ตอนนี้เขาสุขสบายดีจนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิด หลี่หมิงนั่งเหม่อลอยครุ่นคิดเรื่องอื่น ๆ ไปเสียนานจนถึงบ่ายอาลู่จึงเข้ามาบอกว่าอีกประเดี๋ยวท่านอ๋องจะมาหา หลี่หมิงดีใจมากเจ้าตัวจึงรีบลุกไปเปลี่ยนอาภรณ์ใหม่เพื่อเตรียมต้อนรับท่านอ๋อง
“ท่านอ๋อง” หลี่หมิงรีบวิ่งไปต้อนรับท่านอ๋องที่หน้าประตู เมื่อเห็นว่าคนที่ตนเฝ้ารอเข้ามาดวงหน้าเนียนก็ยิ้มให้กับท่านอ๋องอย่างสดใส
“หลี่หมิง รอข้านานหรือไม่”
หยางหลิวที่ไม่คิดว่าเจ้าตัวจะออกมาต้อนรับตนเช่นนี้ก็พลอยดีใจไม่น้อย หลังจากที่ไม่ได้มาหาพระชายาตัวน้อยของเขาเสียนาน มือหนายกขึ้นลูบหัวเด็กน้อยเบา ๆ ก่อนจะเคลื่อนลงมาหยิกที่แก้มขาวอย่างหยอกล้อ
“เจ้าอ้วนขึ้นหรือเปล่านะพระชายาหลี่หมิง”
หลี่หมิงได้ยินว่าท่านอ๋องบอกว่าตนอ้วนก็ทำหน้าแง่งอนใส่ อีกทั้งที่ท่านอ๋องยังหยิกแก้มเขาไปเมื่อครู่อีกด้วย
“ข้าน้อยไม่ได้อ้วนเสียหน่อยขอรับ”
หยางหลิวมองความน่ารักของพระชายาตัวน้อยของเขาอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะช้อนร่างเล็กนั้นอุ้มขึ้นและเดินไปที่เตียงนอน
“เจ้าไม่อ้วนขึ้นจริงด้วย สงสัยข้าจะคิดถึงเจ้ามากเกินไป”
หลี่หมิงเขินอาย ความแง่งอนเมื่อครู่เลือนหายไปทันที ใบหน้าขาวเนียนซุกซบอยู่ที่อกแกร่งอย่างคิดถึงราวกับว่าตนเองได้ห่างหายสัมผัสอบอุ่นนี้มาเสียนาน
เมื่อเดินมาจนถึงเตียงนอนหยางหลิวก็ว่าร่างเล็กลงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะแทรกตัวขึ้นมานอนข้าง ๆ พร้อมกับสวมกอดร่างของหลี่หมิงเอาไว้
“หลี่หมิงเจ้ารู้หรือไม่ว่าพระชายาซูฮวาเป็นอันใดไป” หยางหลิวเอ่ยถาม แท้จริงแล้วเขารู้ว่าหลี่หมิงต้องไปเยี่ยมพระชายาซูฮวา เป็นเขาเองที่สั่งห้ามเอาไว้เพราะเขามีบางอย่างที่ต้องพูดก่อน
หลี่หมิงเอี้ยวหน้ากลับมา “จริงสิข้าน้อยจะถามท่านอ๋องอยู่พอดีขอรับ พระชายาซูฮวาเป็นเช่นไรบ้าง”
น้ำเสียงของหลี่หมิง หยางหลิวรู้สึกได้ว่าหลี่หมิงเป็นห่วงพระชายาซูฮวาจริง ทว่าเหตุใดจู่ ๆ เขาจึงเกิดใจฝ่อไม่กล้าเอ่ยออกมากัน …
“หลี่หมิง พระชายาซูฮวาไม่เป็นอะไรมากแล้ว เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง ที่จริงแล้ว…” แม้จะทำใจที่จะบอกไป แต่ก็กลับพูดไม่ออกเสียอย่างนั้น
หลี่หมิงพลิกตัวกลับมาจ้องใบหน้าของหยางหลิว ก่อนจะยกมือเล็ก ๆ ของตนเองกุมฝ่ามือใหญ่เอาไว้และยกขึ้นแนบกับแก้มเนียนของตน
“ท่านอ๋องมีอันใดไม่สบายใจบอกข้ามาเถิดขอรับ ข้ายินดีรับฟัง หากสิ่งนั้นจะทำให้ท่านอ๋องสบายใจขึ้นบ้าง”
เมื่อเข้ามาภายในห้องที่ให้เหล่านางกำนัลเตรียมไว้ แม้จะไม่ได้ใหญ่โตอย่างห้องนอนท่านอ๋อง แต่หลี่หมิงก็อยู่ได้ ร่างเล็กค่อย ๆ วางของของตัวเองลงบนเตียง ก่อนจะค่อย ๆ เก็บเข้าที่ทีละอย่าง เสร็จแล้วเจ้าตัวก็เริ่มเดินสำรวจไปรอบ ๆ ห้องอย่างพอใจ ที่นี่เหมาะที่จะเป็นที่พักใจไม่น้อยหลี่หมิงเอนกายลงบนที่นอน ค่อย ๆ คิดทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านมา ท่านอ๋องหาใช่ไม่เคยมีชายาอื่น ๆ เสียเมื่อไหร่ หากท่านอ๋องจะมีอีกคนหลี่หมิงก็ไม่แปลกใจ เพียงแค่รู้สึกน้อยใจก็เท่านั้นที่ท่านอ๋องมีท่าทีเฉยเมยไม่สนใจ อีกทั้งยังทำตัวห่างเหิน หากเป็นเช่นนั้นเขาคงไม่อาจทำใจได้…ท่านกลางแสงจันทรา หยางหลิวกลับเข้ามาภายในห้องก็พบว่าพระชายาของตนเองยามนี้ไม่ได้นอนอยู่บนเตียงเช่นเคย หยางหลิวรู้สึกแปลกใจไม่น้อย หากปกติดึกขนาดนี้เขาจะต้องเห็นภรรยาของเขานอนหลับอยู่บนเตียงทุกคืน แต่ยามนี้กลับไม่พบใคร คิ้วหนาเริ่มขมวดเป็นปมก่อนจะเรียกบ่าวใช้ทั้งหมดออกมาสอบถามเมื่อได้ยินสิ่งที่นางกำนัลและบ่าวใช้รายงาน คิ้วหนาก็ขมวดขึ้นเป็นปมหนักกว่าเดิมเสียอีก ทว่าในอกของหยางหลิวกลับรู้สึกเหมือนมีดอกไม้กำลังบานอยู่ด้านในเสียอย่างนั้นร่างหนาไม่รีรอเข
แสงอาทิตย์อ่อน ๆ ยามเช้า สาดกระทบเสี้ยวใบหน้าหวานล้ำ หลี่หมิงนั่งทำหน้าตาบูดบึ้งอยู่ผู้เดียวภายในห้องนอน หลายวันมานี้หลี่หมิงรู้สึกว่าท่านอ๋องเริ่มทำตัวแปลก ๆ อีกทั้งยังรู้สึกเหมือนว่าหยางหลิวกำลังพยายามทำตัวห่างเกินไม่สนใจ เมื่อเช้านี้ตอนที่หลี่หมิงตื่นขึ้นมาก็ไม่พบกับสามีเสียแล้ว และในวันก่อน ๆ หน้า ยามค่ำท่านอ๋องก็ยังกลับมาช้า จนหลี่หมิงต้องเข้านอนก่อนตลอด ครั้นละอยู่รอเขาก็หลับไปเสียอย่างนั้นหลี่หมิงรู้สึกกังวลใจหลายอย่างในหลายวันที่ผ่านมา ในห้วงความคิดหลี่หมิงอดที่จะคิดไม่ได้ว่าท่านอ๋องอาจจะเริ่มเบื่อเขา หรือไม่ก็อาจจะเริ่มปันใจให้กับคนอื่นหรือไม่ แต่หลี่หมิงก็พยายามคิดว่าท่านอ๋องอาจจะมีงานมากมาย และกลัวว่าท่านอ๋องจะเหนื่อยเขาเลยไม่อยากยุ่งวุ่นวายนัก“พระชายาเพคะ วันนี้ท่านอ๋องแจ้งว่าจะกลับมาไม่ทันอาหารค่ำนะเพคะ” นางกำนัลแจ้งคำสั่งที่ท่านอ๋องสั่งไว้แก่หลี่หมิงให้ทราบ และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกเสียเมื่อไหร่ หลี่หมิงถอนหายใจเบา ๆ ทั้งกังวลทั้งสับสน ได้แต่นั่งทำใจยอมรับ“ข้าอยากไปเดินเล่นด้านนอก หากมีสิ่งใดค่อยไปถามข้าก็แล้วกัน”สวนดอกไม้ที่หลี่หมิงเป็นคนดูแลเองกับมือ ตลอดเวลาที่อยู่กั
ทั้งสองผลัดกันรูดรั้งของอีกฝ่าย ตามจังหวะอารมณ์ หยางหลิวผละจูบออกให้หลี่หมิงได้พักหายใจ ก่อนจะค่อย ๆ เคลื่อนใบหน้าลงมาปรนเปรอส่วนชูชันบนยอดอกนูน ที่มีน้ำขุ่น ๆ ไหลเป็นทางยาว จากแรงบีบเคล้นของตนเอง ริมฝีปากอุ่นชื้นครานี้ได้ครอบครองยอดอกภรรยาสมใจ น้ำนมที่ไหลเยิ้มออกมาถูกดูดอย่างไม่กลัวว่าจะหมดหลี่หมิงกัดปากแอ่นหน้าอกให้สามีได้ดอมดม ไม่นานร่างเล็กก็กระตุกเกร็งปลดปล่อยของเหลวออกมาเต็มฝ่ามือของสามี “ทะ…ท่านพี่ ขะ…ข้าขอปรนนิบัติท่านบ้างได้หรือไม่” หลี่หมิงร้องขอ “ปรนนิบัติหรือ?” “ขอรับ”หลี่หมิงชันตัวลุกขึ้น และผลักไหลกว้างของหยางหลิวให้นอนราบกับเตียง หยางหลิวเองก็ยอมทำตามอย่างว่าง่าย เขานอนมองว่าภรรยาตัวเล็กของเขาจะทำสิ่งใดต่อด้วยความตื่นเต้น มือเล็กปล่อยมือจากท่อนรักก่อนจะค่อย ๆ ปลดกางเกงของหยางหลิวออกแท่งมังกรที่อยู่ภายใต้กางเกงดีดผึงออกมา พร้อมกับกระตุกนิด ๆ ปลายหัวหยักเคลือบด้วยน้ำรักที่ไหลออกจากอารมณ์ที่คั่งค้าง หลี่หมิงมองแท่งมังกรของสามีก่อนจะลอบกลืนน้ำลายเบา ๆ มือเล็กจับที่แท่งมังกรจ่อกับปากอวบอิ่ม ก่อนจะตวัดลิ้นเลียไปรอบ ๆ ท่อนรักข
ลิ้นร้อนชื้นเกี่ยวกระหวัดพัวพันจนเกิดเสียงชื้นแฉะ ร่างเล็กถูกผู้เป็นสามีคร่อมทับพร้อมกักขังให้อยู่ใต้ร่าง มือหนาลูบไล้ตามเรือนร่างจนผู้ที่ถูกสัมผัสบิดเร่าไปมาหน้าอกแบนราบนูนขึ้นเล็กน้อยเนื่องจากเพิ่งคลอดบุตร ยามนี้ถูกมือสามีบีบเคล้นเสียจนเจ็บไปหมดหยางหลิวมองหน้าอกหลี่หมิงที่ตนบีบตุ่มไตแข็ง ๆ จนมีน้ำนมสีขุ่น ๆ ไหลออกมาเป็นทาง ลิ้นชื้นผละออกจากริมฝีปากอวบอิ่ม หมายจะครอบครองเม็ดบัวสีชมพูชูชันชวนหน้าสัมผัสบนเนินอก แต่แล้ว …“แอ้” เสียงร้องทักท้วงไม่ให้ผู้เป็นบิดาได้ครอบครองส่วนที่เป็นของตนเอง หลี่หมิงพลันได้สติผลักผู้เป็นสามีออกให้พ้นจากตัว ก่อนจะลุกขึ้นไปอุ้มร่างเด็กชายที่นอนดูดนิ้วป้อม ๆ อยู่ไม่ห่างจากเขานัก“ทะ…ท่านพี่ข้าบอกแล้วว่าลูกจะตื่นท่านก็ไม่ฟัง” หลี่หมิงเอ็ดสามีหยางหลิวนั่งไม่สบอารมณ์อยู่บนเตียง“เหตุใดเจ้าไม่ให้แม่นมดูแลเล่า” ความจริงหยางหลิวได้หาแม่นมเตรียมไว้แล้ว เนื่องจากหลี่หมิงเป็นบุรุษ มีข้อจำกัดหลายอย่าง ที่ไม่สามารถทำเพื่อการเลี้ยงบุตรได้เหมือนอย่างสตรีทำได้ เช่นการให้นม“ท่านพี่นี่ลูกของเรานะขอรับ”หยางหลิวมองภรรยาและบุตรชายด้วยความขัดใจ ตั้งแต่หลี่หมิงคลอดบุตรมานั
หลี่หมิงเสียวสะท้าน เพราะเขาน่าจะเริ่มมีอารมณ์ตั้งแต่ตอนที่นั่งดูภาพวาดในตำรา ยิ่งถูกปลุกเร้าอย่างไม่ทันตั้งตัวแล้วด้วยมีหรือจะทนทานไหว ร่างเล็กหอบหายใจหนัก ๆ ตามจังหวะการรูดรั้ง เผลอครางเสียงหวานออกมาอย่างควบคุมไม่อยู่ “ทะ…ท่านพี่ ข้าไม่ไหว อื้อ…” ร่างเล็กครางกระเส่า ท้องน้อยหดเกร็งอย่างที่พร้อมจะปลดปล่อย“เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าเจ้าโดนลงโทษอยู่” คนโดนทำโทษ หยางหลิวมีหรือจะปล่อยให้ภรรยาแสนดื้อของเขาสุขสมง่าย ๆ เช่นนั้นจะเรียกว่าลงโทษได้อย่างไร มือหนาหยุดลงทันทีก่อนจะใช้นิ้วปิดรูตรงส่วนหัว ที่ยามนี้มีน้ำเหนียว ๆ สีขาวใสไหลเยิ้มออกมา บ่งบอกได้ว่าเจ้าของส่วนชูชันนี้เตรียมพร้อมจะปลดปล่อยอย่างที่สุดแล้วหลี่หมิงเหมือนถูกฉุดกระชากให้ลงเหว อารมณ์สุขสมก่อนหน้าหายวับไปทันที ร่างเล็กบิดเร่าไปมาบนตัก พลางกดสะโพกกลมเข้ากับหน้าขา ราวกับกำลังอ้อนวอนให้หยางหลิวชักนำตนเองต่อหยางหลิวเห็นร่างเล็กบนตักทรมานก็พึงพอใจ เขาปล่อยมือจากส่วนอ่อนไหวด้านล่าง ปลดอาภรณ์ของหลี่หมิงออกจนหมด เผยให้เห็นเนื้อผิวเนียนขาวที่เขาหลงใหล เขาอุ้มร่างเล็กให้เปลี่ยนท่า หันหน้ามาเผชิญหน้ากับเขาหยางหลิวมองร่างภรรยาที่
สายลมพัดพลิ้วแผ่วเบา พอให้อากาศไม่ร้อนอบอ้าวจนเกินไป พระชายาหลี่หมิงถูกสั่งให้คัดตำรา 10 จบ เนื่องจากเจ้าตัวที่ตั้งใจเล่าเรียนอ่านเขียนกับท่านอ๋องมาหลายเดือน กลับเขียนอ่านไม่คล่องเสียทีผู้เป็นสามีจึงต้องลงโทษภรรยาผู้ไม่ได้ความอย่างโหดร้าย ทว่าการลงโทษคัดตำรา 10 จบภายใน 1 วันกลับไม่ได้ทำให้ผู้ที่ถูกลงโทษร้อนรนแต่อย่างใดหลี่หมิงนั่งพิงหลังอย่างสบาย มือหนึ่งหยิบขนมเข้าปาก มือหนึ่งจับพู่กันคัดตำราตามที่สามีสั่ง เจ้าของใบหน้าและดวงตากลมโต ยิ้มแย้มร่าเริงไม่เหมือนกับคนที่ถูกลงโทษแม้แต่น้อยยามนี้ท่านอ๋องไม่อยู่หลี่หมิงจึงแอบใช้โอกาสเพื่อผ่อนคลาย ที่จริงก็เริ่มเบื่อ ๆ เพราะตนเองนั่งคัดตำรามาครึ่งค่อนวันแล้ว ขนมที่กินไปก็เล่นเอาเจ้าตัวจุกจนลุกไม่ขึ้นหลี่หมิงวางพู่กันลงก่อนจะล้มตัวลงนอนทั้งอย่างนั้น มือเล็ก ๆ ลูบท้องตัวเองที่นูนออกมาเพราะความกินจุ ร่างเล็กนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอย่างอารมณ์ดี หากยามนี้ท่านอ๋องอยู่ด้วยเห็นทีคนที่นอนสบายอยู่บนพื้น มีหวังได้นั่งคัดตำราจนหลังขดหลังแข็งแน่ ๆดูท่าคำว่ากินให้อิ่มนอนให้หลับนั้นจะมีผลไม่น้อย เมื่อนอนเล่นไปมาสายลมที่พัดพาเข้ามาจากทางด้านหน้าต่างกระทบกับเ
หลังจากค่ำคืนที่ได้พูดคุยกับท่านอ๋องเรื่องคำสาป หลี่หมิงก็แทบไม่ได้พบกับท่านอ๋อง แม้บางครั้งท่านอ๋องจะแวะมาหาแต่ก็ไม่ได้นอนค้างที่ตำหนักเช่นเคย แม้จะรู้สึกวูบโหวงแต่ก็ทำใจยอมรับ เพราะหากคำสาปสลายไปหลี่หมิงก็ต้องกลับไปยังที่ของตนเอง “พระชายาหลี่หมิง ท่านอ๋องให้มาเรียนว่าคืนนี้จะพาพระชายา
04หลังจากที่หายดี หลี่หมิงก็ได้ทราบจากนางกำนัลว่าพระชายาเหมยหลินและพระชายาหวงลี่มาเยี่ยม หลี่หมิงนึกกังวลใจอย่างมากเพราะไม่คิดว่าจะต้องพบเจอกับเหล่าพระชายาของท่านอ๋องด้วย แต่ถึงแม้ไม่เคยคิดหรือเตรียมตัวมาก่อน ทว่าสุดท้ายหลี่หมิงเองก็ไม่อาจเสียมารยาทเพราะกลัวทำท่านอ๋องขายหน้าจึงได้แต่ตกปากรับคำว่าจ
03ร่างกายหนักอึ้งคล้ายเหมือนจะไม่สบาย หลี่หมิงขยับร่างกายอย่างยากลำบาก ดวงตากลมลืมขึ้นเพราะรู้สึกหายใจไม่ออก แต่ก็ต้องตกใจที่เห็นใครอีกคนนอนอยู่ด้านข้าง แล้วยังโอบกอดเขาเอาไว้ สภาพร่างกายเปลือยเปล่ายามนี้สร้างความตกใจให้หลี่หมิงไม่น้อย“ทะ…ท่านอ๋อง” หลี่หมิงเอ่ยเรียกหยางหลิวที่นอนกอดตนเองอยู่บนเตี
02พิธีแต่งงานไม่ได้มีอะไรมากมายหรือใหญ่โต มีเพียงแค่ทำตามธรรมเนียมกราบไหว้ฟ้าดินให้เป็นพยานเท่านั้น เด็กหนุ่มในชุดเจ้าสาวสีแดงนั่งหน้าเครียดอยู่บนเตียงที่ถูกเตรียมไว้ใช้เป็นเรือนหอสำหรับคืนนี้ ตลอดเวลาทั้งวันที่ทำพิธี หลี่หมิงกังวลใจเป็นอย่างมาก เพราะบุรุษที่ซื้อตัวเขามาแต่งงานเพื่อล้างคำสาปบางอย่







