Home / แฟนตาซี / พระชายาสารพัดพิษ / 14. เข้าครัวทำอาหาร

Share

14. เข้าครัวทำอาหาร

last update publish date: 2026-08-28 09:26:32
เมื่อฉุกคิดขึ้นมาได้ มู๋ชิงซานจึงรีบถามบุตรสาวขึ้นทันที

"จะว่าไป...ลูกได้ชุดที่จะใส่ไปงานพิธีปักปิ
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Latest chapter

  • พระชายาสารพัดพิษ   38. ภาพครอบครัวสุขสันต์

    ไป่หลินและหลิงซีซีที่ยืนดูอยู่ข้างๆ กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อด้วยความริษยา ทั้งที่พวกนางตั้งใจจะทำให้มู๋ชิงเหยาขายหน้า แต่กลายเป็นว่ามู๋ชิงเหยากลับได้รับคะแนนเต็มสิบจากท่านอาจารย์หลิว ​"ท่านอาจารย์หลิวเจ้าคะ" หลิงซีซีอดรนทนไม่ไหว เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแง่งอน "ว่าอย่างไรหรือ...? ​"ภาพวาดตลกขบขันเช่นนั้น ไม่ได้สะท้อนถึงจิตวิญญาณและความจริงแท้ ตามที่ท่านอาจารย์สั่งไว้ตั้งแต่แรกเลยสักนิด เหตุใดจึงให้นางคะแนนเต็มได้ล่ะเจ้าคะ...เช่นนี้ถือว่าไร้ความยุติธรรมยิ่งนัก..!" ​อาจารย์หลิวเอามือลูบเครา พลางหัวเราะในคอเบาๆ นัยน์ตาของจิตรกรเอกเต็มไปด้วยความลึกซึ้ง ​"หลิงซีซี...การถ่ายทอดจิตวิญญาณ ไม่ใช่การวาดภาพเส้นคมตาสวยเหมือนหุ่นปั้นเปลือกนอก แต่คือการมองเห็นธรรมชาติที่แท้จริงของคนผู้นั้น ความร่าเริง อารมณ์ขัน และความผูกพันไร้พิษภัย ภาพวาดที่มู๋ชิงเหยาถ่ายทอดออกมานั้น คือสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจคนได้อย่างแท้จริง นั่นแหละคือจิตวิญญาณแห่งศิลปะ.." ​เมื่อถูกอาจารย์หลิวตักเตือนอย่างนุ่มนวลแต่บาดลึก หลิงซีซีและเว่ยไป่หลินก็หน้าเสียจนไม่อาจเอื้อนเอ่ยสิ่งใดได้อีก ​มู๋ชิงเหยาเห็นดังนั้นจึงยิ้

  • พระชายาสารพัดพิษ   37. คาบเรียนวิชาวาดภาพ

    เรือนทัศนาวิจิตร... หลังจากเรื่องราวของฮองเฮาและองค์รัชทายาทจบลงไป มู๋ชิงเหยาก็ทำหน้าที่ของนักเรียนต่อ บรรยากาศภายในของสำนักศึกษาหลวงเต็มไปด้วยความสงบเงียบ จนกระทั่งคาบเรียนวิชาวาดภาพได้เริ่มต้นขึ้น อาจารย์หลิว จิตรกรเอกผู้มีหนวดเครายาวถึงอก ก้าวขึ้นไปยืนหน้าชั้นเรียนพร้อมพู่กันหงส์ "วันนี้...วิชาวาดภาพ ข้าจะไม่ให้พวกเจ้าวาดทิวทัศน์หรือดอกไม้แบบเดิมๆ แต่จะให้จับคู่ แล้ววาดภาพเหมือนของเพื่อนร่วมชั้น โดยต้องถ่ายทอดจิตวิญญาณ และความจริงแท้ของคนผู้นั้นออกมา...!" ​สิ้นคำสั่ง เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นทันที เว่ยไป่หลินและหลิงซีซี ที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ แอบสบตากันด้วยความเจ้าเล่ห์ ​"พี่ไป่หลิน..." หลิงซีซีเอ่ยเสียงดังตั้งใจให้คนทั้งห้องได้ยิน "ว่าอย่างไรหรือซีซี...? "สตรีชนบท วันๆคงรู้จักแต่วาดรูปมดจับแมลง หากให้จับพู่กันวาดภาพคนจริง มีหวังออกมาประหลาดราวกับอสูรกายแน่ๆ เจ้าค่ะ คริ..คริ..!" ​"นั่นนะสิ..." เว่ยไป่หลินยิ้มเยาะ "ข้าละอยากเห็นนัก ว่าภาพวาดของนางจะออกมาอุจาดตาเพียงใด..!" หลินซีซีกล่าวอย่างหน้าชื่นตาบาน ​มู๋ชิงเหยาที่จับคู่กับหลิงซวี๋บัณฑิตหนุ่มรูปงาม เพียงแค่คลี่ยิ้มบา

  • พระชายาสารพัดพิษ   36. ถอนรากถอนโคน

    เสี้ยววินาทีต่อมา นัยน์ตาของฮองเฮาที่เคยปิดสนิทก็ค่อยๆเปิดขึ้น ความกระจ่างและสติสัมปชัญญะเริ่มกลับคืนมาบ้างเล็กน้อย ​"ฮองเฮา ฮองเฮาทรงฟื้นแล้ว..!" หมอหลวงต่างคุกเข่าร้องขึ้นมาด้วยความอัศจรรย์ใจ ​รัชทายาทหนานกงเฉิงลนลาน รีบเสแสร้งปั้นหน้าเศร้าก้าวเข้าไปหา เพื่อกลบเกลื่อนความผิด "พระมารดาท่านฟื้นแล้ว...นึกไม่ถึงเลยว่า ว่าจะมีคนกล้าวางยาพิษพระมารดา..." ​เพี๊ยะ..!!! ​เสียงฝ่ามือตบเข้าที่ใบหน้าขององค์รัชทายาทดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วพระตำหนัก แรงตบทำให้ใบหน้าของหนานกงเฉิงหันไปตามแรง หน้าชาไปครึ่งซีก ​"เจ้าลูกอกตัญญู..!" ฮองเฮาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทว่าทรงอำนาจ พระนางพนายามใช้นิ้วมือสั่นระริกชี้หน้าหนานกงเฉิง "พระมารดา...นี้ท่านตบลูก.." ​"อย่ามาเรียกเปิ่นกงว่าพระมารดา เฉิงเอ๋อร์...เปิ่นกงเลี้ยงเจ้ามาตั้งแต่เยาว์วัย...เจ้าถึงกับกล้าลงมือสังหารเปิ่นกงอย่างนั้นเชียวหรือ...? น้ำเสียงของฮองเฮาแหบแห้ง ทว่าแฝงไปด้วยความผิดหวังและเดือดดาลอย่างถึงที่สุด ​"พระมารดา ไม่ใช่...ลูกไม่ได้ทำ..." หนานกงเฉิงรีบคุกเข่าลง แต่กลับถูกฮองเฮาเบือนพระพักตร์หนีไปอีกทาง "ยังจะปากแข็งอีก เปิ่นกงไม

  • พระชายาสารพัดพิษ   35. ฮองเฮาทรงประชวร

    เสียงก้องกังวานของขันทีอาวุโส ดังขึ้นที่หน้าประตูสำนักศึกษาหลวง พร้อมด้วยทหารองครักษ์เสื้อเหลืองนับสิบนาย เดินเข้ามาด้วยสีหน้าตึงเครียด ​"มีพระราชโองการด่วน มู๋ชิงเหยารับราชโองการ!" ​คนในสำนักศึกษาต่างรีบคุกเข่าลงรวมถึงพวกคุณชายและคุณหนูที่ยังไม่ทันหายตกตะลึง มู๋ชิงเหยาและมู๋ชิงเย่ประสานสายตากันแวบหนึ่ง ก่อนที่จะก้าวออกมารับราชโองการอย่างสงบนิ่ง ​"เนื่องด้วย ฮองเฮา ทรงประชวรด้วยโรคประหลาดอย่างกะทันหัน หมอหลวงทั่วทั้งสำนักโอสถหลวง มิอาจหาสาเหตุและรักษาได้ ทรงทราบว่าคุณหนูมู๋ชิงเหยามีวิชาแพทย์พิสดาร จึงมีพระบรมราชโองการเรียกตัวเข้าวังหลวง เพื่อตรวจรักษาเป็นการด่วน จบราชโองการ..." ​บรรยากาศพลันเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมพัด เว่ยไป่หลิน และหลิงซีซี ที่คุกเข่าอยู่ด้านหลังแอบยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย ขณะที่หนานกงจิ่งที่นั่งบนรถเข็นดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย นัยน์ตาฉายรังสีอันหนาวเย็น ​"อาการประชวรของฮองเฮามาได้ประจวบเหมาะยิ่งนัก รัชทายาทคงเริ่มเคลื่อนไหวแล้วสินะ" มู๋ชิงเหยากระซิบบอกพี่ชาย ​ฮองเฮาคือพระมารดาเลี้ยงขององค์รัชทายาท องค์รัชทายาทมีพระนามว่า หนานกงเฉิง การที่ฮองเฮาประชวรด่วนเ

  • พระชายาสารพัดพิษ   34. คาบเรียนวิชาขี่ม้า

    ณ สนามฝึกยุทธค่ายฟ้าคำราม... นอกอาคารสำนักศึกษาหลวง สายลมปลายฤดู พัดเอาฝุ่นละอองกระจายฟุ้ง เหล่าคุณหนูและคุณชายชนชั้นสูงต่างอยู่ในชุดฝึกขี่ม้ากระชับรัดกุม ทว่าสภาพของพวกคุณหนูจากเมืองหลวงหลายคนกลับดูลนลาน แค่พยายามจะปีนขึ้นหลังม้าให้มั่นคงก็แทบหมดแรงแล้ว ​"วิชาขี่ม้ายิงธนู คือวิชาของบุรุษและยอดคนที่ควรเรียนรู้..." อาจารย์หวัง แม่ทัพผู้ฝึกสอนร่างกำยำกล่าววาจาฉะฉาน เหล่าคุณหนูและคุณชายชนชั้นสูงหลายคนยืนตั้งใจฟังคำบรรยาย แต่อีกส่วนน้อยที่เหลือ กลับรู้สึกลนลานและหวาดกลัว เพราะบิดา มารดา ไม่เคยให้ออกมาท่องโลกกว้าง.... "เป้าเคลื่อนที่อยู่ห่างออกไปห้าสิบก้าว บนหลังม้าที่กำลังวิ่งเต็มกำลัง ใครสามารถยิงเข้าเป้าได้ ย่อมถือว่ามีฝีมือคู่ควรแก่การปกป้องบ้านเมือง และน่ายกย่อง..." ​หลิงซวี๋ บัณฑิตหนุ่มผู้เคยท้าประลองหมากรุก ควบม้าสีขาวออกไปเป็นคนแรก เขาเหนี่ยวคันธนูแล้วยิงเข้าเป้าตรงกลางได้อย่างแม่นยำ เรียกเสียงฮือฮาและเสียงปรบมือจากบรรดาคุณหนูตระกูลดังรอบสนาม ​หลิงซวี๋หันมามองมู๋ชิงเหยา พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล... "เหยาเอ๋อร์...วิชาขี่ม้ายิงธนูนี้มีความอันตรายยิ่ง หากเจ้าไม่ถนัด ข้

  • พระชายาสารพัดพิษ   33. บทกวี

    ณ สำนักศึกษาหลวง.... แสงแดดยามเช้าทอดผ่านฉากกั้นไม้แกะสลักเข้ามายังเรือนวารีฟื้นอักษร ซึ่งเป็นสถานที่เรียนวิชาบทกวีและกาพย์กลอนของสำนักศึกษาหลวง กลิ่นหอมฟุ้งของหมึกจีนคุณภาพดีผสมผสานกับกลิ่นชาอู่หลงหอมกรุ่น อบอวลไปทั่วทั้งห้องเรียนที่มีเหล่าคุณหนูคุณชายชนชั้นสูงนั่งเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ ​มู๋ชิงเหยา ในชุดนักศึกษาปักลายเมฆาสีฟ้าอ่อน นั่งอยู่ตรงโต๊ะเรียนพฤกษาหลังสุดริมหน้าต่าง นางกำลังใช้พู่กันขนจิ้งจอกฝนหมึกจีนอย่างตั้งอกตั้งใจ โดยมีเสี่ยวจิ่ว เจ้าแมงมุมพิษตัวน้อย ซุกตัวอย่างเงียบเชียบอยู่ในตลับแก้วข้างเอวนาง ​ผู้สอนในคาบเรียนนี้คือ อาจารย์ใหญ่ฝาน ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเฮี้ยนและเคร่งครัดในกฎระเบียบวินัย เขาก้าวขึ้นไปยืนหน้าชั้นเรียนพร้อมสะบัดพัดขุนนางในมือ ก่อนจะสอดส่องสายตาอันแหลมคมไปทั่วห้อง ​"คาบเรียนนี้คือวิชาบทกวี วิชาบทกวีมิใช่เพียงการจับร้อยถ้อยคำให้ไพเราะ ทว่าคือการถ่ายทอดจิตวิญญาณ ตัวตน และปัญญาของผู้แต่งวันนี้เป็นคาบแรก ข้าจะทดสอบปัญญาของพวกเจ้าทุกคน โดยการให้แต่งบทกวีสี่ท่อน..." อาจารย์ฝานเอ่ยเสียงดังทรงพลัง ​ยังไม่ทันที่อาจารย์ฝานจะกล่าวจบ เสียงแค่นหัวเราะเบาๆ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status