LOGINถ้านางคิดจะจับใครเป็นผัว ป่านนี้ถุงยางไม่พอใช้แล้วด้วยซ้ำย่ะ!
“พระชายาไม่มั่นพระทัยเ
ดวงตาของเขาเข้มขึ้นขณะก้มลงจุมพิต“เจ้าคงไม่รู้ว่าข้าคิดถึงเจ้าบ่อยมากแค่ไหน ข้าปรารถนาให้ไฟร้อนแรงของเจ้าเสียดสีเนื้อหนังของข้า เริ่มต้นช้าๆ แล้วกระหน่ำแรงขึ้นทีละน้อย... ฝังตัวข้าลงไปทั้งเนื้อทั้งตัว เราจะขยับกายร้อนขึ้น... ร้อนขึ้นเรื่อยๆ เจ้าอยากจะให้ข้าแสดงให้เห็นหรือไม่”นาราอ้าปากพะงาบเมื่อจินตนาการตามคำพูดอุกอาจของเขา ตัวตนของชายฉกรรจ์รุกเร้านางหนักขึ้น จัดการตรึงร่างบอบบางไว้แล้วเริ่มขยับเบาๆ สัมผัสนางโดยมิได้ล่วงล้ำ“ทะ...ท่านพี่...”“เจ้าคงจะไม่ได้สนใจความปรารถนาที่ข้ามอบให้เลยแม้แต่น้อย เจ้าจึงได้ผลักไสข้าอย่างง่ายดายเช่นนี้” ร่างแกร่งกร้าวคำรามในลำคอเหมือนสัตว์บาดเจ็บ ผิวกายสีทองแดงตัดกับผิวขาวสีงาช้างเสียดสีกันเร็วขึ้น สิ่งที่ร้อนแรงแข็งเครียดที่สุดของผู้ชายกำลังเบียดหน้าท้องเรียบเนียน ความเร่าร้อนรวมตัวกันหนาแน่นจนกระทั่งกลั่นตัว ความร้อนและความหฤหรรษ์แล่นปราดไปทั่วร่าง“หม่อมฉันรู้ว่าท่านไม่พอใจ แต่ว่าได้โปรด... ท่านพี่...”“เจ้าต้องการข้าหรือไม่”“เพคะ&
“ตอนนี้มีข่าวลือเช่นนั้นจริงๆ หรือ บอกข้ามาตามตรง อย่าปิดบังข้า”เจียวเจียวนึกเสียใจที่พูด “เพคะ ตอนนี้คนในเมืองหลวงลือกันหนักมาก ตอนที่บ่าวออกไปซื้อของในตลาด มีแต่คนเดากันสนุกว่าคุณหนูจากจวนไหนจะได้แต่งเข้ายงหวังฝูอีก มีทั้งสกุลถงเจีย นิ่วฮู่ลู่ หม่าเจีย อูย่า อูลานาลา กัวหลัวหลัวและพระญาติฝั่งมองโกล หรือแม้แต่สกุลฮั่นต่างก็พร้อมใจกันพูดถึงเรื่องนี้ ซึ่ง... ซึ่งตามกำหนดแล้วหวังเย๋ทรงสามารถมีชายาเอกได้หนึ่งคน ชายารองอีกสี่ ดังนั้น... ดังนั้นพวกตระกูลใหญ่ทั้งหลายล้วนส่งเทียบเชิญมาที่จวน พวกเขาเห็นว่าหวังเย๋ทรงสง่างามและเป็นเชื้อพระวงศ์คนสำคัญ ไม่ว่ายังไงก็ต้องตบแต่งพระชายาเพิ่มเพื่อดึงฐานสนับสนุนจากแต่ละตระกูลเพคะ”แม้จะทำใจลำบากแต่นาราก็ยอมรับ “จริงด้วยสินะ ข้ามัวแต่ดูแลลูกสาวเพลินจนลืมเรื่องนี้ไปเลย”“ฮือๆ หม่อมฉันผิดไปแล้ว หม่อมฉันไม่น่าพูดเรื่องนี้ให้เก๋อเก๋อไม่สบายพระทัยเลย”เจียวเจียวตบปากตัวเองจนแก้มแดงช้ำ นาราแตะมือห้ามไว้ แววตาของนาราวาววับดุจนางเสือ ความคิดไหลแล่นปรู๊ดปร๊าดราวกับไฟฟ้าลัดวงจร ผิดกับส
“อะไรกัน ทำไมกับข้าวของพระชายามีแต่ผักล่ะ แล้วเนื้อหมูเนื้อกุ้งหายไปไหนหมด รังนกตุ๋นก็ไม่มี พระชายากำลังทรงครรภ์ ต้องบำรุงให้มากๆ นะ”จินจูโวยวายต่อป้าเหมยกุ้ยซึ่งเป็นผู้ดูแลห้องเครื่อง จากเดิมเรือนใหญ่จะมีสิทธิ์คัดของดีๆ ไปกินใช้ก่อนเสมอ ส่วนที่เหลือ ทางเรือนหนิงฮวาก็รับไปใช้ไม่ว่าอะไร ตอนนี้สิทธิ์นั้นก็ยังคงอยู่ แต่อาหารและของกินของใช้กลับธรรมดาสามัญ ไม่ว่าจะใบชา เทียนไข แท่งฝนหมึก กระดาษ แต่ละสิ่งล้วนเป็นของที่หาซื้อได้ทั่วไปทั้งสิ้น“หวังเย๋ก็ทรงทานแบบนี้เช่นกัน เจ้าไม่ต้องห่วงเรื่องอาหารบำรุงครรภ์พระชายาหรอก หวังเย๋ทรงอนุญาตให้จัดตามเดิม”“ป้าเหมยกุ้ย ป้าต้องเห็นใจข้านะ พระชายาไม่ใช้ของแบบนี้หรอก แล้วไหนล่ะกำยานหอมกับเทียนไขสีนมผึ้ง ข้าสั่งให้เตรียมนานแล้วนะ”“ทรงใช้ไม่ได้ก็ต้องใช้ล่ะ ตอนนี้กำลังมีศึกทางเหนือ หวังเย๋จึงสั่งให้ประหยัดค่าใช้จ่าย ข้าวปลาอาหารที่เคยกินทิ้งขว้างก็ทำลดลงครึ่งหนึ่ง ผักสามอย่าง เนื้อหนึ่งอย่าง ส่วนผักสดๆ ที่เห็นนี่ก็ทรงสั่งปลูกทานภายในจวนกันเองทั้งนั้น ตอนนี้ไก่ที่เล
บทที่ 36 พระชายาแห่งยงหวังฝูชีวิตของนารากับอิ้นเจินยุ่งเหยิงตามประสาผัวเมียที่ต้องช่วยประคับประคองยงหวังฝูและคนในปกครองอีกนับสามร้อยชีวิตให้อยู่รอด ในภาวะที่ต้องรัดเข็มขัดค่าใช้จ่ายภายในจวนเช่นนี้ นาราจึงไม่คิดจะรอแต่เงินรายปีของพระสวามี นางเริ่มวางฐานการผลิตครีมหมีเดือดเอาไว้ให้พร้อม แบ่งหัวเชื้อยาลูกกลอนพริตตี้เอาไว้โดยตั้งใจว่าจะเปิดตัวขายช่วงก่อนถึงเทศกาลชีซี[1] โกยฐานลูกค้าสาวๆ ที่ต้องการประทิมโฉมออกงาน รับรองว่ารวยเละ“อรุณสวัสดิ์จ้ะเถ้าแก่ ช่วงนี้ขายดีมั้ย กิจการรุ่งเรืองยิ่งๆ ขึ้นไปนะจ๊ะ”“ค่าเช่าเมื่อไหร่จะจ่ายจ๊ะ จะจ่ายก็จ่าย ไม่จ่ายก็ออกไป ค้างหกเดือนน่าเกลียด อย่าเหนียวหนี้ไม่เข้าท่า”วันนี้นารามาสำรวจตลาดและตึกร้านค้าสิบสี่หัวถนนซึ่งตกเป็นสินส่วนตัวของนาง พูดง่ายๆ ว่ามาเก็บค่าเช่านั่นแหละ รับทรัพย์เนาะๆ เดือนละหลายร้อยเหลียงหยอดกระปุกเป็นค่าใช้จ่ายรายเดือนของยงหวังฝู นาราแจกรอยยิ้มผูกมิตรไปทั่วตามประสาคนริทำการค้า ร่างบางเหน็บสมุดบัญชี มือซ้ายขว
หลิวหลานรับฟังแต่ไม่พูดอะไร ประคองป้านชาเทน้ำชาถวายโดยยื่นให้ตามปกติ แต่หรงเฟยตวัดสายตาคมกริบจับจ้องก่อนจะระบายยิ้มนุ่มนวล “เจ้าคิดเห็นเรื่องตงกั๋วว่าอย่างไรบ้างเล่า”“หม่อมฉัน...” หลิวหลานประหม่ากลัวจนถ้วยชาสั่น“ตัวเจ้าอยู่ในวังมานาน น่าจะรู้ธรรมเนียมดีไม่ใช่หรือว่าฮ่องเต้เสวยยา อำมาตย์ต้องชิมก่อน พ่อป่วยจะกินยา ลูกก็ต้องชิมก่อน เจ้าเป็นคนใกล้ชิดของข้า เหตุใดจึงไม่ชิมเสียก่อนเล่า”“ขอทรงอภัย หม่อมฉันโง่เขลา ต่อไปจะไม่กล้าละหลวมอีกแล้วเพคะ” หลิวหลานรีบดื่มชาจนหมดเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ หรงเฟยจึงหัวเราะพลางส่ายหน้าอย่างเอ็นดู“เด็กโง่เอ้ย ข้าหยอกนิดหน่อยถึงกับกลัวจนลนลาน ข้าเหนื่อยแล้ว อยากพักผ่อน เจ้ามานวดไหล่ให้ข้าหน่อยสิ”“เพคะ” หลิวหลานหันไปปลดผ้าม่านไหมบังตาทั้งสามชั้น ก่อนจะคลานเข่าเข้ามาบีบนวดคลายเมื่อยล้าถวาย หลิวหลานเกรงว่าตนเองจะพลอยถูกระแวงสงสัยไปด้วยจึงสงบปากสงบคำและไม่กล้าถามให้มากความอีก หลิวหลานนวดคลายเส้นถวายอย่างตั้งอกตั้งใจและน้อมกายทูลลาเพื่อให้นายหญิงพักสาย
จนกระทั่งวันนี้มีข่าวดีส่งมาถึง“จริงหรือ? เจ้าไม่ได้หลอกข้านะ”“จริงขอรับ ข้าพูดจริงๆ เกิงเหยาทำงานดีมีฝีมือ หัวหน้าก็เลยสนับสนุนให้ก้าวหน้า ย้ายไปสังกัดกองบัญชาการกองธงเหลือง ตอนนี้เขาได้เป็นถึงนายกองทหาร ดูแลทหารในมือพันคน คุมเมืองเปี้ยนเหลียง สถานการณ์ศึกไม่สู้ดีนัก เบื้องบนจึงคำสั่งด่วนให้เขารีบออกเดินทางไปคุมทัพโดยทันที”หลิวหลานรับทราบข่าวดีนี้ถึงกับลืมตัวยิ้มกว้างออกมาและรับจดหมายที่เหนียนเกิงเหยาฝากไว้ก่อนไปจากเมืองหลวง เขียนสั้นๆ ด้วยลายมือโย้เย้หวัดห้วนว่า ‘รอข้ากลับมา’หัวใจอันเย็นเยียบของหลิวหลานกลับมาเต้นกระหน่ำด้วยความสุขใจหาใดปาน คำแค่ไม่กี่คำที่เขาลงมือเขียนทำให้โลกใบนี้สดใสอย่างน่าอัศจรรย์ นางไม่หัวเราะลายมือขี้เหร่ของเขาเพราะรู้ว่าคนหยาบๆ ปอนๆ ไม่รู้หนังสืออย่างเขาพยายามถึงที่สุดแล้วหญิงสาวกอดกระดาษจดหมายแนบอก อีกไม่นานก็จะเข้าหน้าหนาวแล้ว หลิวหลานนึกอยากจะส่งข้าวของให้คนรัก จึงรีบขอปันผ้าฝ้ายจากเพื่อนๆ ในตำหนักมาปักเย็บ ทำผ้าห่มอุ่นๆ และเสื้อใหม่หนาๆ สักสามตัวส่งไปให้เขาที่ชายแดน
“อี๋ อาหารเม็ด หนิงไปที่นู่น จะเก็บข้อมูลเรื่องอาหารการกินแล้วก็ลองชิมของอร่อยๆ ดูก็ได้ค่ะ” นาราหยิบออก พ่อหยิบเข้า“แล้วถ้าเกิดว่ากินอาหารของทางนั้นไม่ได้ล่ะ”“ไม่เห็นจะยากเลยค่ะพ่อ กินได้ก็กิน กินไม่ได้ก็เททิ้งไปแล้วไปหากินใหม่ รับรองเรื่องกินหนิงไม่ปล่อยให้พลาดหรอกค่ะ ถ้าพ่อกลัวหนิงเสาะท้องจนไม่
แทนคุณไม่เห็นด้วยเลยที่จะให้น้องสาวซึ่งไร้ประสบการณ์มารับหน้าที่ย้อนเวลา แต่นารายืนกรานหนักแน่นมาตลอดว่าจะทำเอง แทนคุณจึงเป็นผู้เคี่ยวเข็ญน้องสาวในระยะเวลาสั้นๆ เกี่ยวกับภารกิจนี้ พร้อมย้ำเสมอว่าที่ผ่านมามีการส่งผู้สังเกตการณ์ไปยังยุคอดีตหลายคนแล้ว มีถึงครึ่งหนึ่งที่หลุดไปในกระแสกาลเวลาและไม่ได้กลั
สวัสดีนักอ่านทุกๆ ท่านค่ะ นิยายที่ท่านกำลังอ่านอยู่นี้เป็นนิยายแนวจีนโบราณเรื่องแรกของปุ๋มค่ะ หลังจากดูละครจีนแนวอิงประวัติศาสตร์เรื่อง Bu Bu Jing Xin หรือชื่อละครว่าฝ่ามิติลิขิตสวรรค์ ฉายทางช่องสาม เป็นเรื่องราวในยุครัชกาลคังซี ความคิดก็เริ่มสะสมขึ้น จนได้ดูละครเรื่อง The Legend of Zhen
บทที่ 4 ดักกระรอก เฮ้อ เกือบไปแล้ว! นารากลั้นหายใจขณะแอบหลบอยู่ด้านหลังตุ๊กตาสิงโตหินแกะสลักไม่ไกลจา







