Home / รักโบราณ / พระชายาแสวงพ่าย / บทที่ 4 ดักกระรอก 1

Share

บทที่ 4 ดักกระรอก 1

last update Petsa ng paglalathala: 2026-06-20 10:20:31

บทที่ 4 ดักกระรอก

            เฮ้อ เกือบไปแล้ว!

            นารากลั้นหายใจขณะแอบหลบอยู่ด้านหลังตุ๊กตาสิงโตหินแกะสลักไม่ไกลจากพุ่มไม้เดิมมากนัก โชคดีที่ผู้ชายคนนั้นมาช่วยขัดจังหวะให้นางสบช่องหนีไปได้ นาราจึงพยายามซ่อนตัวให้เงียบสุดชีวิต คลานเข่าเป็นทหารราบหลบไปตรงนั้นหลบตรงนี้ นางหลงทางเสียแล้วจึงรีบส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือกลับไปอีกครั้งจนไม่ทันระวังรอบตัว

            แกรบ!

เสียงใครบางคนเหยียบกิ่งไม้ ฝีเท้าของผู้ที่มาถึงเงียบเชียบเบากริบทั้งๆ ที่พื้นดินบริเวณนั้นมีเศษกิ่งไม้ใบไม้ร่วงอยู่มากมายเต็มไปหมด เขาเดินเงียบเชียบแต่กลับจงใจเหยียบกิ่งไม้ดังข้างหูส่งเสียงให้นางรู้ตัว ซึ่งถึงจะรู้ตัวก็ไม่สามารถหาเวลาหลบพ้นได้แล้ว

คนผู้นี้เชี่ยวชาญการไล่ล่ายิ่งนัก...

นารารู้สึกถึงเงาสูงใหญ่ยืนตระหง่านค้ำศีรษะนางอยู่ด้านหลัง ก่อเกิดเป็นเงาทะมึนราวกับรูปหล่อเหล็กกล้า ดวงตะวันร้อนแรงยังมิอาจหาญสู้ดวงเนตรดุดันที่จ้องต้นคอและแผ่นหลังขาวนวลของนางอยู่ นาราหลุบตาลงพื้น มองด้วยหางตาเห็นเพียงชายเสื้อสีเข้มของเขา และด้วยตราสัญลักษณ์มังกรสี่เล็บบนกระเป๋าทองที่ห้อยอยู่ตรงเข็มขัด นารารู้ด้วยสัญชาตญาณทันทีว่าคนร่างสูงใหญ่คนนี้ไม่ใช่ระดับธรรมดา

สายตาดุร้ายของเขากดดันจนนาราก้าวขาไม่ออก

ใครว่าล่ะ... คนอย่างนังหนุงหนิงเคยกลัวซะที่ไหน! ชะละล่า!!

นาราถลกซิ่นเผ่นหนีปรู๊ดปร๊าดไวยิ่งกว่าปรอท ไม่อยากจะโม้ว่าครองถ้วยแชมป์วิ่งเปี้ยวสามสมัยซ้อนตั้งแต่อนุบาลหนึ่งยันสาม จับไม่ได้ง่ายๆ หรอกเว้ย ฮ่าๆ

แต่ทว่าบุรุษร่างสูงแกร่งดุจภูผาเพียงแค่ยื่นปลายเท้ามาขัดขา สาวน้อยนักวิ่งเปี้ยวก็ล้มหน้าคว่ำดังโครม!

ร่างบางนอนนิ่งอยู่แบบนั้น อายก็อาย เจ็บก็เจ็บ อีกฝ่ายดูเหมือนจะเดาความคิดได้จึงก้มลงพลางยื่นมือให้ แต่นาราปัดออกไป เขาก็ชักมือเก็บและยืดตัวขึ้นเต็มความสูงอีกครั้ง เฝ้ารอว่าหญิงประหลาดผู้นี้จะทำอะไร แม้ว่าเขาจะยืนกอดอกนิ่งไม่เคลื่อนไหวส่วนใดนอกจากดวงตาคมกริบ แต่นารารู้แก่ใจโดยไม่ต้องมีคนบอกว่าหากตกอยู่ในเงื้อมมือคนผู้นี้แล้ว อย่าได้คิดหนี!

“ไม่คิดจะช่วยฉันลุกเลยรึไงเล่า!” คุณสมบัติของผู้หญิงทุกยุคทุกสมัยคือเหวี่ยง ผู้ชายอะไรไร้จริยธรรมสิ้นดี ผู้หญิงปฏิเสธแปลว่าต้องการต่างหากเล่า! นาราก่นด่าไฟแล่บ อยากจะลุกก็ลุกไม่ขึ้นเพราะจุก

“เจ้าเป็นใคร มาจากที่ใด” น้ำเสียงของเขาแผ่วเบาทว่าทรงอำนาจ เป็นแค่คำถามง่ายๆ ไม่มีอะไรยากสักนิดแต่กลับตอบยากเหลือเกินเมื่อเขาเป็นคนถาม “มาทำอะไรในตำหนักของเสด็จแม่ข้า”

นาราไม่คิดตอบคำถามใด สิ่งที่นางควรทำคือหลบเลี่ยงคนในยุคสมัยนี้ให้มากที่สุด ร่างบางแข็งใจรีบหยัดตัวลุกขึ้น พุ่งตัวหนีแต่อีกฝ่ายเร็วกว่า คว้าชายสไบสีกลีบบัวไว้มั่น แม้ว่านาราจะเสียจังหวะแต่นางก็พลิกตัววาดแข้งเตะใส่อย่างไหลลื่นเป็นธรรมชาติ

นับว่านางมีฝีมือติดตัว... เขาเป็นชาวแมนจูสกุลอ้ายซินเจวี๋ยหลัว คุ้นเคยกับศิลปะการต่อสู้แบบตัวต่อตัวของบรรพบุรุษอย่างมวยปล้ำดี กระบวนท่าแปลกใหม่ของนางดูน่าสนใจไม่น้อย บุรุษร่างสูงใหญ่จึงยืนนิ่ง รอชมว่านางจะมีพิษสงอย่างไรบ้าง

แต่ปรากฎว่านารานุ่งซิ่น ยกขาไม่ขึ้น ทำได้แค่หดเท้าวางลงบนพื้นอย่างประดักประเดิดก่อนจะเหวี่ยงหมัดเล็งเข้าใส่คอหอยของอีกฝ่าย อีกเพียงปลายนิ้วหมัดของนางจะปะทะถึงตัว ทว่าเขากลับปัดออกไปอย่างง่ายดายราวกับปัดยุงกวนใจ

บ้าฉิบ! นางพลาดอีกแล้ว

“ร้ายกาจ... เจ้าตัดสินได้รวดเร็วดีแต่ยังไม่เร็วพอ”

นาราเคี้ยวฟันกรอด รู้สึกว่าอะไรๆ ก็ผิดแผนไปเสียหมดและในตอนนั้นเองที่นางสบตาเขา และเขาก็จ้องมองนางนิ่งราวกับสัตว์ร้ายกำลังประเมินเหยื่อ ชายผู้สูงศักดิ์ผู้นี้งดงามราวกับหลอมรวมออกมาจากดวงตะวันร้อนแรง ผิวกายสีทองแดงกรุ่นกลิ่นกำยานหอมเจือจางชวนให้เคลิบเคลิ้ม รูปร่างสมบูรณ์แบบดุจเทพจำแลงของเขาทำให้นารามองตาค้าง สรุปได้ทันทีว่าคนผู้นี้ทำให้เหล่าองค์ชายคนอื่นๆ กลายเป็นคางคกเลยทีเดียว

ดวงตาของเขาปราศจากรอยยิ้ม แล้วไงเล่า?... นาราเองก็ไม่ได้อยู่ในอารมณ์จะหลงตกในภวังค์เมื่อเจอชายรูปงามร้ายกาจคนนี้หรอกนะ หล่อแต่ไม่อร่อยก็มีถมถืดไป ร่างบางกวาดสายตาเลยผ่านใบหน้าคมสันดุดันนั้นไปเพราะมีกลุ่มองครักษ์อีกไม่ต่ำกว่าสิบคนกำลังมาทางนี้

“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะลุง!” นารากระชากชายสไบ แต่อีกฝ่ายยึดไว้ด้วยท่วงท่าสบายๆ

“ทำไมข้าต้องปล่อยด้วยล่ะ”

เขาช่างยียวนกว่าที่คิด มือบอบบางพยายามดึงชายสไบกลับ แต่ตราบใดที่อีกฝ่ายไม่ยอมปล่อย นาราก็ทำอะไรไม่ได้ ดวงตาคมปลาบยังคงจ้องมองนางเหมือนเทพเอ้อหลางที่พร้อมจะฟาดสายฟ้าลงมา นางจึงออกแรงดึงสุดแรงจนชายสไบขาดแคว่กคามือชายหนุ่ม นาราถึงกับถลึงตาโต เท้าเอวชี้นิ้วใส่ทันที “ปัดโธ่เอ๊ย! ลุงรู้บ้างมั้ยว่าผ้าผืนนี้ราคาเท่าไหร่?!”

“เกรงว่าข้าจะไม่รู้”

“จับคนร้าย! จับคนร้าย!”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 31 หวัง ฟัน เจ้า 1

    บทที่ 31 หวัง ฟัน เจ้า งานเลี้ยงเฉลิมฉลองวันเฉลิมพระชนม์ของเหรินเซี่ยนหวงไทเฮาจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สนุกสนาน ภายในโถงพลับพลาจัดงานเลี้ยงกลางอุทยาน บ่าวไพร่ได้รับชุดตัดใหม่และมีขนมแจกจ่ายจนล้นเหลือ มีงิ้วหลวงนับสิบคณะแข่งประชันกันอย่างคึกคักท่ามกลางหมู่แมกไม้บานสะพรั่ง เหล่านางรำแสดงคีตลีลาบนเวทีกลางน้ำ บรรเลงเพลงอวยพรสดชื่นสดใส เหล่าราชนิกุลคนสำคัญแต่งกายงดงามหรูหราเข้าเฝ้าไทเฮาและร่วมเสวยอาหารไล่เรียงไปตามลำดับชั้นยศ ต่างมอบของขวัญที่เตรียมถวายแด่เหรินเซี่ยนหวงไทเฮาในวโรกาสการเฉลิมฉลองพระชนมายุครบเจ็ดสิบพรรษาจนล้นหลามจวินอี้มาถึงงานโดยมีจินจูช่วยเดินประคอง ตามด้วยนารากับยงชินหวัง ทั้งสามก็กลายเป็นจุดสนใจของงานเลี้ยง ต่างพากันคาดการณ์ต่างๆ นานาว่า ระหว่างเก๋อเก๋อผู้เป็นที่รักยิ่งกับพระชายาเอกผู้ตั้งครรภ์ ใครกันแน่ที่จะเป็นอันดับหนึ่งในยงหวังฝู“ยินดีด้วยนะเพคะพระชายาจวินอี้ หวังเย๋ช่างโชคดีนัก เด็กในท้องคนนี้ต้องน่ารักเหมือนท่าน

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 30 ลดธงเงียบเสียงกลอง 4

    “ต้องการให้ดับเทียนก่อนหรือไม่”“มะ...ไม่ต้องเพคะ” นาราก้มหน้างุดๆ “หม่อมฉันชอบมองผิวกายของท่านอาบแสงเทียน... เร้าใจดี”เขาเป็นฝ่ายหน้าแดงก่ำขึ้นจากคำชมตรงไปตรงมาของนารา ความปรารถนาร้อนรุ่มเท่าทวี อิ้นเจินจุมพิตหว่างอก ครอบครองและลิ้มรสยอดทรวงสีหวาน พลางลดฝ่ามือลงไปสอดไซ้ปลายนิ้วสู่ความชุ่มชื้น นาราจึงเบียดต้นขาเข้าหากันและขยับกระสับกระส่ายอย่างไม่สบายใจ“นับตั้งแต่ข้าตัดสินใจที่จะดึงรั้งเจ้าไว้ในยุคนี้ ข้าก็สาบานแล้วว่าจะไม่ยอมปล่อยให้เจ้าต้องอยู่อย่างต่ำต้อย” ทรงขบต้นคอและเป่าลมหายใจร้อนๆ บนผิวเปลือยขาวผ่อง “เจ้าตกลงใจเดินไปด้วยกันกับข้าแล้ว ข้าอนุญาตให้กลัวได้แต่ข้าไม่ยอมให้เจ้าถอย... ถ้าไม่มั่นใจเมื่อไหร่ก็มาให้ข้ากอด แค่นี้ทำได้ใช่มั้ย”“อืม”ทรงอ้าแขนรับร่างสั่นเทานั้นมาสวมกอด ความอ่อนโยนของเขาทำให้นางมีแรงก้าวต่อไป ร่างบางค่อยๆ สงบลงและยอมเงยหน้าขึ้นสบตา ถ้าถามเหตุผลว่าทำไมถึงเลือกผู้ชายคนนี้เป็นคู่ชีวิต นาราขอเลือกตอบว่าเป็นเพราะเขาเป็นผู้เดียวที่วางแผนเรื่องอนาคตกับนาง

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 30 ลดธงเงียบเสียงกลอง 3

    “ท่านพี่ยังมีลูกแอบไว้อีกหรือเปล่า หม่อมฉันจะได้เรียกมาจับทำสัญญาให้หมด”“ไม่มีแล้ว หมดแล้ว ขอบคุณที่เจ้าโอบกอดเด็กทั้งสองคนนี้”“ไม่ใช่เด็กทั้งสอง แต่เป็นลูกทั้งสองต่างหากเพคะ และในอนาคตก็ต้องมีคนที่สาม สี่ ห้า...”นาราถอนใจที่เขาเป็นฝ่ายทำหน้าเหมือนถูกปิดบังเสียเอง นางรับไหสุรามากระดกดื่มต่อและคุยเปิดอกกันแบบแมนๆ “อย่าทำเหมือนตวนรั่วกับสูเชิ่นเป็นตัวปัญหาสิ ในเมื่อหม่อมฉันยอมรับตำแหน่งเมียของท่าน ก็เตรียมใจไว้แล้วว่าต้องมีวันนี้ ลูกของท่านก็คือลูกของหม่อมฉันด้วย ไม่ต้องคิดมากหรอกเพคะ ในเมื่อพระชายาไม่ต้องการลูกสาว หม่อมฉันก็จะรับดูแลให้เอง อีกอย่างให้พระชายาเป็นผู้คลอดทายาทให้ท่านก็ดีแล้ว บอกตามตรงว่าหม่อมฉันไม่ปรารถนาที่จะมีลูก” “ทำไม” น้ำเสียงดุดันของเขาเข้มขึ้น แต่นาราไม่สนใจ “เมียรองกับเมียเอก ตำแหน่งนี้กำหนดชีวิตของผู้หญิง ตัวหม่อมฉันไม่สนใจเรื่

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 30 ลดธงเงียบเสียงกลอง 2

    “ท่านพี่... ยังมีความลับอะไรที่ต้องการจะสารภาพหรือเปล่า?” “มีอีกเรื่องที่ข้าไม่ได้บอกเจ้าก่อนหน้านี้” เขาพานางไปนั่งในศาลา ก่อนจะกวักมือเรียกใครบางคนให้ออกมา ตอนนี้ตกค่ำแล้วนาราจึงมองไม่ค่อยถนัด รู้แต่ว่าหลังเสาต้นใหญ่มีอะไรบางอย่างแอบอยู่ แรกทีเดียวนางเห็นรองเท้าปักลายโบตั๋นคู่เล็กๆ โผล่ออกมา ชายกระโปรงที่สวมใส่มีรอยเปื้อนนิดหน่อย นาราหรี่ตาจ้องถึงสังเกตเห็นมือป้อมๆ เกาะเสาอยู่ ตามด้วยดวงตากลมโตใสแจ๋ว แต่พอสบตานาราก็หลบแอบอยู่หลังเสาเช่นเดิม “สูเชิ่น... ออกมาหาพ่อ” พ่อ? นาราเบิกตากว้าง อีหมีซุกลูก! นารายังอึ้งไม่ครบกระบวนท่า อิ้นเจินก็กวักมือเรียกอีก “ตวนรั่ว เจ้าก็ออกมาหาพ่อด้วย”&nb

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 30 ลดธงเงียบเสียงกลอง 1

    บทที่ 30 ลดธงเงียบเสียงกลอง ดอกซู่ซินฮวาดอกหนึ่งหลุดร่วงจากขั้ว ลอยหล่นตกลงในสระน้ำใสสะอาด ริมสระร่มรื่นหอมตลบด้วยกลิ่นดอกไม้ ฝูงนกลงลอยเล่นน้ำในสระ มีดอกบัวชูก้านขึ้นมาพ้นน้ำน่าชวนชม แมลงภู่ผึ้งทั้งหลายจึงพากันมาร่อนอยู่เหนือกลีบบัว ลิ้มรสเกสรบัวในสระนั้น บรรยากาศสงบเงียบแสนรื่นรมย์ และฝูงนกทั้งหลายก็พากันแตกตื่นบินจากไปเมื่อเสียงจุดประทัดดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว หลังจากทราบเรื่องการตั้งครรภ์ของพระชายาเอกจวินอี้ ยงชินหวังก็มิได้ทอดทิ้ง สิ่งใดที่จวินอี้ต้องการเขาก็มิได้ขัดขวาง สั่งให้บ่าวไพร่รับใช้ดูแลตามความเหมาะสมเพราะอย่างน้อยหากเด็กในครรภ์เป็นชาย เด็กคนนี้ก็จะเป็นผู้มีศักดิ์และสิทธิ์สืบทอดตำแหน่งเหอซั่วชินหวังตามฐานะ แม้แต่นาราเองก็ต้องคำนับถวายความเคารพเด็กคนนี้&nbs

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 29 ข่าวดีของยงหวังฝู 5

    นาราครุ่นคิดเรื่องหรงเฟย และเริ่มวางหมากเช่นกัน “ท่านพี่... หม่อมฉันมีเรื่องอยากจะรบกวนท่านได้หรือไม่?” นาราลูบปลายคางไปมาเหมือนยายเฒ่าเวลาจั่วไพ่ คิดจะใช้แผนเกลือจิ้มเกลือ แหกอกหรงเฟยดูสักครา ร่างแข็งแกร่งดุจภูผาสบตาวิบๆ วับๆ ของนารา ก่อนจะขยับกายอย่างสนใจว่านางกระรอกน้อยคิดจะเล่นอะไร “มีสิ่งใดให้ข้ารับใช้ โปรดสั่งมาเถิดเมียข้า” นาราต้องรีบหันหน้าหนีไปอีกทางเพื่อสกัดกั้นเพลิงร้อนที่คอยเอาแต่รุมสองแก้ม อิ้นเจินยังแกล้งจับมือของนางสอดเข้าไปใต้เสื้อ สัมผัสแผงอกตึงแน่นและปล่อยค้างไว้เช่นนั้น นาราอึกอัก... คือคุยกันดีๆ ก็ได้ ทำไมต้องให้นางคุยไป ลวนลามเขาไปด้วยเล่า?! นางไม่ได้บ้ากามมือปลาหมึกแบบเขาสักหน่อย “วนรถอีกมั้ย”

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 2 เผ่นเถอะจ้า 2

    “พวกเจ้าเตรียมยาต้มของเหนียงเหนียง[1]เสร็จเรียบร้อยแล้วหรือยัง?”“ยะ...ยังเจ้าค่ะเฉินกูกู[2]”“แล้วยังไม่รีบไปจัดการให้เรียบร้อยอีก ต้องรอให้ข้าสั่งทำโทษเจ้าใช่หรือไม่เถาจื่อ”“ข้าน้อยมิกล้าๆ จะรีบไปเดี๋ยวนี้แล้วเจ้าค่ะ” นางกำนั

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 2 เผ่นเถอะจ้า 1

    บทที่ 2 เผ่นเถอะจ้า ตำหนักเหยียนชีกง ตำหนักพระสนมเต๋อเฟย เช้าตรู่หลังจากสายฟ้ากระหน่ำเบาบางลง ท้องฟ้

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 1 องค์ชาย 3

    ยงหวังฝู... วังขององค์ชายสี่ “อย่าคิดมากไปเลยพี่สี่ ท่านรับมอบอำนาจหน้าที่จากเสด็จพ่อให้ปราบปรามพวกขุนนางกังฉิน พวกพี่แปดพี่เก้าพี่สิบแอบรับสินบนจากกังฉินพวกนั้นเงียบๆ มานาน พอท่านขยับตัวย่อมทำให้พวก

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 1 องค์ชาย 2

    เดิมทีคังซีกำหนดตัวองค์ชายสี่ให้เป็นเพื่อนคอยดูแลรัชทายาท เสมือนคอยรับใช้ใกล้ชิดรัชทายาท เพื่อให้ในอนาคตเมื่อรัชทายาทโตขึ้นจะได้มีเพื่อนที่รู้ใจคอยช่วยเหลืองาน หลังจากนั้นองค์ชายสี่จึงกลายเป็นคนที่ได้เดินตามหลังรัชทายาทไปในทุกๆ ที่ ที่ไหนรัชทายาทไป ที่นั่นชายสี่ก็จะได้ไปรับรู้เหตุการณ์ด้วย รัชทาย

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status