Share

พระชายาแสวงพ่าย
พระชายาแสวงพ่าย
Penulis: มณีริน/ ศศิชา/ ไอศิกา/ Sazaki Aiko

บทนำ 1

last update Tanggal publikasi: 2026-06-11 09:36:08

สวัสดีนักอ่านทุกๆ ท่านค่ะ นิยายที่ท่านกำลังอ่านอยู่นี้เป็นนิยายแนวจีนโบราณเรื่องแรกของปุ๋มค่ะ

           หลังจากดูละครจีนแนวอิงประวัติศาสตร์เรื่อง Bu Bu Jing Xin หรือชื่อละครว่าฝ่ามิติลิขิตสวรรค์ ฉายทางช่องสาม เป็นเรื่องราวในยุครัชกาลคังซี ความคิดก็เริ่มสะสมขึ้น จนได้ดูละครเรื่อง The Legend of Zhen Huan เจินหวน จอมนางคู่บัลลังก์ ซึ่งเป็นละครอิงประวัติศาสตร์ช่วงรัชกาลยงเจิ้ง เมื่อลองหาข้อมูลลึกๆ พบว่ายงเจิ้งทรงมีฮองเฮาเพียงหนึ่งเดียว แม้พระนางสิ้นไปแล้ว พระองค์ไม่เคยแต่งตั้งใครขึ้นเป็นฮองเฮาอีกเลยตลอดรัชกาล ข้อมูลนี้น่าสนใจมากจึงสนใจลองวางพล็อตและเขียนงานเรื่องนี้ออกมานั่นเองค่ะ

           ขอบคุณแอดมินเพจชมรมผู้สนใจราชวงศ์ชิงซึ่งช่วยตอบข้อสงสัยและเป็นแหล่งข้อมูลให้การเขียนนิยายเล่มนี้สำเร็จลุล่วงไปได้อย่างดี ช่วยให้การอ้างอิงด้านประวัติศาสตร์แม่นยำขึ้นค่ะ รวมทั้งขอบคุณแหล่งข้อมูลอื่นๆ ด้วยเช่นกัน 

           ขอให้ทุกท่านสนุกกับผลงานเรื่องนี้ และติดตามนิยายแนวจีนเรื่องต่อๆ ไปที่กำลังทยอยอัพด้วยนะคะ

ติดตามข่าวสารและกิจกรรมของนักเขียนได้ที่ แฟนเพจมณีริน (@maneerin.novel)  

 

 

บทนำ

            ประเทศไทยปี 2199

            เมื่อโลกหมุนเข้าสู่ศตวรรษที่ยี่สิบสอง เทคโนโลยีรุดหน้าอย่างก้าวกระโดดเมื่อมนุษย์ค้นพบพลังงานที่สามารถใช้ได้ไม่มีวันหมด การพัฒนาวิทยาศาสตร์แขนงต่างๆ เจริญถึงขีดสุด แต่ทว่าทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ ที่เคยมีมาแต่ก่อนกลับลดหายไป ผืนดินที่อุดมสมบูรณ์ น้ำสะอาดและความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตกำลังหมดไปในอัตราที่เร็วเกินกว่าจะทดแทนได้ทัน

ช่วงต้นศตวรรษอันล้ำหน้ามนุษย์เริ่มส่งคนไปยังอาณานิคมบนดาวอังคารได้สำเร็จและวางเป้าหมายอนาคตไปถึงการโยกย้ายมนุษยชาติไปยังระบบสุริยะแห่งใหม่ ทดแทนดวงอาทิตย์ที่มีกำหนดดับเร็วขึ้นในอีกสามหมื่นปีข้างหน้า

การคิดถึงอนาคตเป็นเรื่องเร่งด่วน แต่จะเป็นเช่นใดหากมนุษย์สามารถย้อนกลับไปแก้ไขข้อผิดพลาดในอดีต วิกฤตปัญหาทุกอย่างน่าจะคลี่คลายและถนอมบ้านเกิดของเราไว้แทนที่จะละทิ้งไปร่อนเร่แสวงหาบ้านแห่งใหม่ ดังนั้นองค์กรโลกจึงเริ่มมีแนวคิดย้อนกลับไปศึกษาความเป็นไปในอดีตอย่างลับๆ ซึ่งผู้ที่รับผิดชอบโปรเจคของประเทศไทยคือพ่อและพี่ชายของนารา

สถานที่วิจัยอยู่ภายในฐานทัพส่วนที่ลึกที่สุด ติดป้าย ‘หวงห้ามเด็ดขาด’ ด้านหน้าประตูจะมีทหารพร้อมอาวุธครบมือยืนเฝ้าตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงโดยที่พวกเขาก็ไม่รู้ว่าตนเองกำลังเฝ้าอะไร เวลานั้นสายฝนตกลงมาอย่างหนักจนกระทั่งซาลงอย่างเชื่องช้า บรรยากาศบนท้องฟ้าทึมทึบ มีประกายแสงฟ้าแลบเป็นระยะในมวลเมฆหนา เหล่าทหารยามในชุดเครื่องแบบเคร่งขรึมต่างถอนหายใจเบื่อหน่าย พวกเขาเป็นนายทหารฝีมือดีซึ่งผ่านการฝึกฝนเคี่ยวกรำอย่างหนัก อาวุธคู่กายล้วนเป็นอาวุธระดับสูงแต่พวกเขากลับได้รับเพียงหน้าที่เฝ้าประตู

“พวกผู้ใหญ่แอบทำอะไรอยู่กันนะ เมื่อวานก่อนผมเห็นพวกระดับบิ๊กๆ มากันให้เพียบเลย ผมว่ามูลค่างานวิจัยที่อยู่ข้างในนั่นต้องมหาศาลแน่ๆ”

“อย่าพูดมาก นายสั่งให้เราทำอะไรก็ทำไป”

“ครับๆ” นายทหารหนุ่มตอบเสียงเนือย ก่อนที่ความอึดอัดคับข้องใจทั้งหลายจะหายวับไปเมื่อหญิงสาวร่างบอบบางคนหนึ่งก้าวลงจากรถทหารที่เพิ่งแล่นมาจอด “คุณหนุงหนิงมาแล้ว”

หญิงสาวแต่งกายงดงามแบบสตรีในราชสำนักสยามสมัยอยุธยา มวยผมเกล้าไว้ที่บนกระหม่อมคล้องด้วยมาลัย นุ่งซิ่นปักดิ้นเงินดิ้นทองลวดลายวิจิตรเข้าคู่กับสไบเฉียงสีดอกบัว หลังจากเกิดสงครามโลกครั้งที่สามซึ่งเป็นการเปิดศึกแย่งชิงทรัพยากรน้ำ และเนื่องด้วยนโนบายการรวมเป็นหนึ่งเดียวแบบรวมศูนย์ของสหประชาชาติ ศิลปวัฒนธรรมของแต่ละชนชาติจึงถูกกัดกร่อนทำลายจนแทบจะสูญหายไปจนหมดสิ้นแล้ว เหลือเพียงร่องรอยความเจริญรุ่งเรืองจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ ซึ่งท่ามกลางเทคโนโลยีล้ำสมัยที่อยู่รายล้อม การแต่งกายของนางย่อมแปลกสะดุดตา ชวนให้โหยหาอดีตและเปี่ยมล้นด้วยมนต์ขลังลึกลับ

“ตอนนี้ยังเปลี่ยนใจทันนะหนุงหนิง”

“ไม่ค่ะคุณพ่อ หนิงตัดสินใจแล้ว หนิงจะรับหน้าที่นี้เองค่ะ”

นารากล่าวอย่างสงบขณะเดินไปบนผืนน้ำเจิ่งนองบนพื้น ฝีเท้าเบาและสง่างามดุจเทพธิดาเดินบนผิวน้ำ นายทหารหนุ่มต่างจ้องมองหญิงงามอ่อนช้อยเดินเยื้องย่างด้วยหัวใจเต้นแรง นางสวมสร้อยพลอยเส้นเล็กๆ ที่ข้อมือเพียงเส้นเดียวแต่ก็ดูงดงามสูงส่งอย่างน่าประหลาด ใบหน้าสวยซึ้งแฝงความเศร้าหมองของนาราชวนให้รู้สึกรักใคร่ทะนุถนอมและน่าสงสารในเวลาเดียวกัน

ดวงตากลมโตเงยหน้ามองท้องฟ้าสีหม่นด้วยมลพิษอยู่อึดใจก่อนจะตัดสินใจก้าวตามหลังผู้เป็นพ่อ

“ขอตรวจบัตรและสแกนม่านตาด้วยครับ” ทหารหนึ่งในสามคนว่า เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยเขาจึงวันยาหัตถ์ทำความเคารพ “เชิญครับศาสตราจารย์ทรงกลด สวัสดีครับคุณหนุงหนิง”

“สวัสดีค่ะ จากนี้หนิงฝากพวกคุณดูแลคุณพ่อด้วยนะคะ”     

แค่นารายิ้มมุมปากให้ นายทหารทั้งสามก็รู้สึกว่าโลกมอมๆ ใบนี้น่าอยู่ขึ้นอีกเยอะ แต่หลังจากก้าวผ่านประตูเข้าสู่ทางเดินใต้ดินแล้ว รอยยิ้มนุ่มนวลก็หายวับไป มือไม้เกายุกยิกเหมือนลิงเพราะไม่คุ้นกับซิ่นดิ้นเงินดิ้นทอง

“โอย คันฉิบ! ซี้ดดด โอย พี่แทนเกาหลังให้หน่อย”

“ถนอมของด้วยสิยัยหนิง กรรมวิธีการทอผ้าสูญหายไปนานมากแล้ว เราเพิ่งจะรื้อฟื้นการผลิตผ้าแบบดั้งเดิมเมื่อไม่กี่ปีก่อน ลายซิ่นเลียนแบบลายทอจากผ้าโบราณในพิพิธภัณฑสถาน นับว่าเป็นของล้ำค่าประเมินค่ามิได้”

“ค่าพี่แทน”

แทนคุณ พี่ชายแท้ๆ ของนารายืนรออยู่แล้วที่ด้านหน้าประตูทางเข้าชั้นที่สอง นาราเห็นพี่ก็รีบเปลี่ยนกลับไปเป็นหญิงสาวแสนสวยนุ่มนวลตามเดิม เดินเยื้องย่างอกเอวอรชรทั้งๆ ที่เมื่อครู่แทบจะถลกซิ่นเดิน นาราเดินๆ หยุดๆ เพราะแวะส่องฟันตรงผนังกระจก แยกเขี้ยวแยกฟันจนวุ่นวาย

“ย้อมฟันดำแบบนี้มันแปลกๆ อ่ะพี่ เวลาพูดไม่มั่นใจเลยอ่ะ”

“หญิงชาววังสมัยนั้นต้องผัดหน้า ย้อมฟันเป็นสีดำ ไว้เล็บยาว ทาปากแดง ค่านิยมความสวยของเขาเป็นแบบนั้น หน้าแกขาวปากแกแดงอยู่แล้วไม่ต้องทา เล็บก็ยาวเฟื้อย แต่ฟันน่ะต้องย้อมให้ดำด้วย”

“จะล้างฟันออกมั้ยเนี่ยพี่”

“ไม่ต้องโวยวายไปหรอก แค่ใช้แปรงถูๆ ก็ออกแล้ว”

“หา? แปลว่าหนิงต้องอมขี้ฟันเป็นอาทิตย์เลยเหรอ” นาราโวยวาย ทิ้งตัวลงนั่งยองๆ ทันทีก็เลยถูกพี่ดีดมะเหงกเข้าให้

“อยากจะแปรงฟันก็แปรงไปสิ แกแค่ย้อมฟันให้ดำเหมือนเดิมก็ใช้ได้ ของทุกอย่างที่ต้องการใส่อยู่ในกระเป๋าสี่มิติแล้ว” แทนคุณชี้ทางสว่างให้ นาราจึงสะบัดแขนทั้งสองข้างขึ้นฟ้าก่อนจะกรีดกรายลงมา ทำนิ้วโอเคพลางฉีกยิ้มฟันดำปี๋  

“อ่ะเคร”

“จะรอดมั้ยเนี่ย แกจะต้องไปในฐานะบุตรีขุนนางชั้นผู้ใหญ่นะ ไม่ใช่แม่ลิง”

“รู้แล้วๆ พูดย้ำบ่อยๆ แบบนี้เดี๋ยวหนิงก็เป็นลิงให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย นับจากนี้ไปหนิงคือบุตรีของขุนนางฝ่ายปกครองชื่อเจ้าพระยาวิชิต กำลังจะถวายตัวเข้าไปเป็นนางกำนัลของพระสนม”

แทนคุณชี้ไปที่เม็ดพลอยสีแดงเลือดนกบนข้อมือนาง “เมื่อไปถึงที่นั่น ให้รีบแฝงตัวโดยเร็วที่สุด”

“ไม่ต้องห่วงค่ะพี่ หนิงมีพี่แทนผู้เก่งกาจเป็นผู้ฝึกอบรมเองกับมือ พี่แทนรักหนิงยังไงก็ไม่มีทางยอมให้หนิงมีอันตรายอยู่แล้ว ตอนนี้หนิงผ่านทดสอบการฝึกทั้งสามขั้นมาแล้วด้วย ไม่พลาดแน่นอน”

นาราเกาะแขนอ้อนพี่ชาย วิธีการแฝงตัวที่ว่านั่นคือใช้พลอยสีแดงนั้นล้างสมองเครือญาติของเจ้าพระยาผู้นั้น ทำการแฝงกายเป็นบุตรสาว เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจก็จัดการลบความทรงจำทิ้งให้หมด งานนี้มีจุดเสี่ยงนั้นคือต้องจัดการล้างสมองอย่างรวดเร็วและเฉียบขาด ถ้าหากล้มเหลวทุกอย่างก็เกมโอเวอร์  

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 28 แค่ชักธงรบก็ชนะศึก 1

    บทที่ 28 แค่ชักธงรบก็ชนะศึกงานเลี้ยงวิวาห์เลิกราไปตั้งแต่เมื่อคืน แต่เสียงบ่าวไพร่พูดถึงชื่นชมนายหญิงคนใหม่แห่งยงหวังฝูยังคงเสียดแทงหลอนโสตประสาท จวินอี้กำลังเผชิญความหนาวเหน็บ วูบต่อมาก็ร้อนประหนึ่งกองไฟโหมกระหน่ำแผดเผา พิษของความเคียดแค้นหึงหวงเป็นดั่งยาพิษแสนร้าย ออกฤทธิ์เชื่องช้าและฝากความเจ็บปวดอ้อยอิ่งไว้ทุกลมหายใจ พิษนี้มิได้ฆ่า แต่จะทรมานให้ตายทั้งเป็น หลายวันที่ผ่านมามารดาของจวินอี้แวะเวียนมาเยี่ยมไม่ได้ขาดเพื่อเกลี้ยกล่อมให้จวินอี้หย่าขาดจากยงชินหวังเสีย เปล่าประโยชน์ที่จะดันทุรังไขว่คว้าความรักจากคนที่ไม่ได้รักแต่คำตอบของจวินอี้คือ ไม่!“ข้าจะอยู่เป็นก้างขวางคอมัน ขัดขวางความสุขของมัน ข้าจะใช้ตำแหน่งพระชายาเอกทรมานมันให้ตายทั้งเป็น”บ่าวไพร่ในจวนประคองถาดยาและอาหารร้อนๆ เข้าไปถวาย แต่จินจู บ่าวคนสนิทของจวินอี้ขวางทางไว้และไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าไปด้านในเรือนใหญ่ทั้งสิ้น จินจูรับถาดมาถือเองและไล่ตะเพิดพวกบ่าวไปให้ไกลๆ“เมื่อไหร่จะเงียบเสียงลงสั

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 27 เก๋อเก๋อแห่งยงหวังฝู 3

    แต่ทว่าสาวใช้มาเคาะประตูเรียกเพื่อขออนุญาตนำอ่างน้ำล้างหน้าเข้ามาถวายสีหน้าของอิ้นเจินเหมือนควบม้าห้อเต็มกำลังแล้วถูกเต่าเดินตัดหน้าจนหัวทิ่มอย่างไรอย่างนั้น เขาสูดลมหายใจเข้าอย่างอดทน จำใจต้องผละจากนาง “แต่งตัวเถอะ เราต้องรีบเข้าวังกัน”“พะ...เพคะ” นาราไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองกลั้นหายใจไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้แค่ว่าเมื่อร่างแข็งแกร่งปานภูผาถอยห่างออกไป ตัวนางก็ไหลย้วย เละละละ เละตุ้มเป๊ะไปเรียบร้อยแล้ว“คำนับเก๋อเก๋อ หม่อมฉันจะช่วยแต่งฉลองพระองค์นะเพคะ” เจียวเจียวกับบ่าวอีกสองคนเตรียมน้ำล้างหน้าลอยกุหลาบไว้พร้อมสรรพ นาราอยู่ในฐานะนายหญิงแห่งยงหวังฝูแล้วจึงรู้สึกแปลกลึกๆ ในใจเพราะไม่เคยชิน และความไม่เคยชินนี่เองที่ทำให้นางไม่ไว้วางใจ“เจียวเจียว เจ้าเตรียมเงินพวงให้ข้าสักสามสี่พวง แล้วไปตามบ่าวไพร่ที่รับใช้ข้ามาให้หมดทุกคน”“เงินพวง? เอ่อ... แล้วบ่าวเรือนใหญ่เล่าเพคะ? จะให้บ่าวตามตัวมาด้วยหรือไม่” เจียวเจียวงุนงงจนต้องเอ่ยถาม นาราจึงโบกมือว่าไม่ต้อง“น้ำบ่อไม่ยุ่งน้ำคลอง อย่าไปวุ่

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 27 เก๋อเก๋อแห่งยงหวังฝู 2

    นารากะพริบตาปริบๆ คือไม่ใช้เองก็ได้ แต่มันเอาไปขายได้ว้อย นาราบ่นอุบอิบๆ และก่อนที่อะไรๆ จะเกินเลยไปมากกว่านี้ อิ้นเจินชิงพลิกกายลุกขึ้นแต่งตัว จงใจอวดเรือนกายเปี่ยมมัดกล้ามตึงแน่น และหยิบกางเกงขึ้นมาสวมช้าๆร่างกายของเขาดูบึกบึนแข็งแรงยิ่งกว่าชายใด มัดกล้ามกำยำและมีบางส่วนนูนแน่นเหมือนปมเชือกขนาดเขื่องนาราจ้องตาไม่กะพริบ ริมฝีปากแห้งผากและสองแก้มแดงฉ่า อิ้นเจินเองก็จ้องมองนางด้วยสายตาอันเข้มข้นทรงอำนาจปานจะแผดเผา พร้อมรักษาสัญญาอย่างเคร่งครัดด้วยการหยิบเอี๊ยมแดงที่กระเด้งตกอยู่ข้างเตียงขึ้นมา“มาสิ ข้าจะใส่ให้”“มะ...ไม่ต้อง หม่อมฉันใส่เองได้เพคะ” นาราหน้าแดงจนตาโปนและกอดผ้าห่มแน่นขึ้น เมื่อคืนนัวเนียกันไปกี่ยกหนอ... นารานับนิ้วจนวุ่นอีรุงตุงนัง ทั้งสองรักกันครั้งแล้วครั้งเล่า เรียนรู้วิถีลี้ลับที่เพิ่งค้นพบในชีวิต จูงมือกันจุมพิตถ้วนทุกอณูเรือนกาย ตอบสนองกันและกันอย่างดื่มด่ำ นางไม่เคยรู้สึกวิเศษและเปี่ยมล้นขนาดนี้มาก่อนเลย แต่พอตื่นขึ้นมาสบตากันอีกครั้ง ไม่รู้ทำไมว่านางยิ่งสะท้านอายหนักกว่าเดิมเสียอีกเขินว้อย! นารายกชายผ้าห่มขึ

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 27 เก๋อเก๋อแห่งยงหวังฝู 1

    บทที่ 27 เก๋อเก๋อแห่งยงหวังฝู นาราหลับไปแล้ว...ซุกกายหลับใหลในอ้อมกอดของเขา อิ้นเจินจุมพิตเรือนผม พวงแก้มและปล่อยให้นาราใช้เขาต่างฟูกเนื้อ ยามนี้ใกล้จะสว่างแล้ว วันใหม่นี้คู่แต่งงานต้องเข้าวังเพื่อคารวะผู้ใหญ่ตั้งแต่เช้า แต่เขาก็ดันทำให้นางตื่นเกือบทั้งคืน เขาตื่นตัวและครอบครองกายสาวทุกครั้งที่มีโอกาส เรียนรู้กันและกันโดยที่เริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ในทุกๆ ครั้ง สำรวจตรวจค้น ฟังเสียงหัวเราะคิกคักและจับมือกันไว้ขณะเต้นรำในเปลวเพลิงปรารถนา ลอยละลิ่วขึ้นสู่ปุยเมฆบนฟากฟ้าอิ้นเจินก้มลงจูบ พอใจที่จะอยู่เงียบๆ นอนฟังเสียงลมหายใจแผ่วหวานรินรดแผงอกกำยำร้อนจัด นาราช่างพอเหมาะพอเจาะ ราวกับเหล่าปวงเทพสรรค์สร้างผู้หญิงคนนี้มาเพื่อเป็นของเขาโดยแท้เขาจะไม่มีวันยอมเสียนางไปมือแกร่งเอื้อมหยิบผ้าห่มขนสัตว์มาคลุมร่างทั้งสองเพื่อความอบอุ่น เขาจะไม่มีวันลืมห้วงเวลาอันแสนดื่มด่ำแสนหวานคืนนี้เลย อิ้นเจินหัวเราะแผ่วเบาเมื่อเหลือบมองถุงยางที่หล่นอยู่

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 26 คัดเลือก

    “ฝ่าบาท ตอนนี้ดึกมากแล้ว ทรงพักผ่อนเถิดเพคะ”เต๋อเฟยเสด็จมาเฉียนชิงกงเพื่อถวายของว่างและอยู่ช่วยฝนหมึกถวายข้างโต๊ะทรงงาน แม้ว่าคืนนี้จะเป็นคืนแต่งงานของพระโอรส แต่ทว่าพระองค์ก็มิอาจหยุดทำงาน ทรงตวัดพู่กันลงคำสั่งรับทราบฎีกาเป็นร้อยๆ ฉบับ ทรงโปรดการจดบันทึก แม้กระทั่งวางแผนงานวิเคราะห์ต่างๆ มากมายและแต่งหนังสือ แต่ช่วงหลายปีมานี้เผ่ามองโกลที่ยังไม่ยอมสวามิภักดิ์รุกรานทางตอนเหนืออยู่เนืองๆ เป็นเหตุให้ราชวงศ์และเผ่ามองโกลที่เป็นกันชนสูญเสียไพร่พลไปมาก พระองค์จึงเคร่งเครียดมาหลายวัน “ดื่มชาลิ้นจี่สักหน่อยนะเพคะ ปกติหม่อมฉันใช้ชาแดงคั่วอบกับลิ้นจี่ แต่คราวนี้ลองใช้ชาอู่หลงดู รสจะเข้มข้นและแตกต่างออกไปจากชาแดง น้ำชามีกลิ่นลิ้นจี่หอมหวานเด่นชัด เนื้อชาจะหนาข้นแต่ไม่เหนียวคอ ทานแล้วชุ่มคอนาน ลองเสวยดูนะเพคะ”“อืม กลิ่นหอมดี” รับสั่งแต่ไม่หยิบดื่มเพราะยังติดพันงาน เต๋อเฟยจึงทูลเตือน“ฝ่าบาททรงงานตั้งแต่เช้าจรดค่ำมืดดึกดื่นมาหลายเดือนติดต่อก

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 25 ท่านหวังเย๋ใจเย็นก่อน 3

    “เพียงผู้เดียวที่เป็นเจ้าของกายและใจของข้าคือเจ้า”นาราสะอื้น หยาดน้ำตาแพรวพราวไหลรินอาบแก้ม นึกขอบคุณโชตชะตาที่ชักนำให้นางได้มาพบความรักของคนผู้นี้ อิ้นเจินจุมพิตซับน้ำตานั้นทีละหยดและนึกพิศวงถึงอานุภาพของความรัก คำคำนี้เป็นเรื่องไกลตัวเสียจนเขาไม่เคยคิดถึงมันมาก่อน แต่ตอนนี้เขาไม่อาจอยู่ได้โดยขาดความรักและแล้วอิ้นเจินก็ขยับเข้ามา ร่างของเขาสัมผัสถูกผิวอ่อนบางก็คล้ายว่ามีกระแสไฟฟ้าแล่นแปลบปลาบ นาราเจ็บและมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อยก่อนที่มันจะแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนเติมเต็มเขากำลังจะฝังกายอันตึงแน่นเข้าไปลึกขึ้นอีก อย่างเชื่องช้าระมัดระวัง และมันเพิ่งจะเริ่มต้นเมื่อเขาเริ่มขยับ นาราอ้าปากหอบหายใจแรงขึ้น ความร้อนที่พร่างพรูเข้ามากำลังทวีความดุดันดิบเถื่อนมากขึ้นเรื่อยๆ นาราจึงซุกแก้มแนบไหล่กว้างกำยำ เนื้อตัวสะท้านด้วยความซาบซ่านรัญจวน ปรารถนาที่จะให้ความต้องการอันแสนทรมานนี้สิ้นสุดลง และแล้วนาราก็นึกถึงเรื่องที่สมควรต้องทำที่สุดเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้“ดะ...เดี๋ยวก่อนเพคะ ใจเย็นๆๆ”นาราชูมือขอเวลานอก หอบหายใจถี่เร็วเมื่อ

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 1 องค์ชาย 2

    เดิมทีคังซีกำหนดตัวองค์ชายสี่ให้เป็นเพื่อนคอยดูแลรัชทายาท เสมือนคอยรับใช้ใกล้ชิดรัชทายาท เพื่อให้ในอนาคตเมื่อรัชทายาทโตขึ้นจะได้มีเพื่อนที่รู้ใจคอยช่วยเหลืองาน หลังจากนั้นองค์ชายสี่จึงกลายเป็นคนที่ได้เดินตามหลังรัชทายาทไปในทุกๆ ที่ ที่ไหนรัชทายาทไป ที่นั่นชายสี่ก็จะได้ไปรับรู้เหตุการณ์ด้วย รัชทาย

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 1 องค์ชาย 1

    บทที่ 1 องค์ชาย ปีคังซีที่ 51 มวลเมฆหนาทึบทยอยโปรยปรายสายฝนกระหน่ำ สายฟ้าพลันฟาดเปรี้ยงลงบนยอดไม้จนแหลกลาญ ร่างสง่างามของชายฉกรรจ์นับสิบคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าเฉียนชิงกง[1] ชายรูปงามองอาจที่อยู่แถวหน้าสุดสวมใส่ชุดปู่ฝู[2]ลวดลายมังกรห้าเล็บปักบนฉลองพระองค์ไหมต่วน บ่งบอกตำแหน่งเ

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทนำ 3

    “อี๋ อาหารเม็ด หนิงไปที่นู่น จะเก็บข้อมูลเรื่องอาหารการกินแล้วก็ลองชิมของอร่อยๆ ดูก็ได้ค่ะ” นาราหยิบออก พ่อหยิบเข้า“แล้วถ้าเกิดว่ากินอาหารของทางนั้นไม่ได้ล่ะ”“ไม่เห็นจะยากเลยค่ะพ่อ กินได้ก็กิน กินไม่ได้ก็เททิ้งไปแล้วไปหากินใหม่ รับรองเรื่องกินหนิงไม่ปล่อยให้พลาดหรอกค่ะ ถ้าพ่อกลัวหนิงเสาะท้องจนไม่

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทนำ 2

    แทนคุณไม่เห็นด้วยเลยที่จะให้น้องสาวซึ่งไร้ประสบการณ์มารับหน้าที่ย้อนเวลา แต่นารายืนกรานหนักแน่นมาตลอดว่าจะทำเอง แทนคุณจึงเป็นผู้เคี่ยวเข็ญน้องสาวในระยะเวลาสั้นๆ เกี่ยวกับภารกิจนี้ พร้อมย้ำเสมอว่าที่ผ่านมามีการส่งผู้สังเกตการณ์ไปยังยุคอดีตหลายคนแล้ว มีถึงครึ่งหนึ่งที่หลุดไปในกระแสกาลเวลาและไม่ได้กลั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status