ログインแทนคุณไม่เห็นด้วยเลยที่จะให้น้องสาวซึ่งไร้ประสบการณ์มารับหน้าที่ย้อนเวลา แต่นารายืนกรานหนักแน่นมาตลอดว่าจะทำเอง แทนคุณจึงเป็นผู้เคี่ยวเข็ญน้องสาวในระยะเวลาสั้นๆ เกี่ยวกับภารกิจนี้ พร้อมย้ำเสมอว่าที่ผ่านมามีการส่งผู้สังเกตการณ์ไปยังยุคอดีตหลายคนแล้ว มีถึงครึ่งหนึ่งที่หลุดไปในกระแสกาลเวลาและไม่ได้กลับมาอีกตลอดกาล จุดจบของผู้โชคร้ายเหล่านั้นมีเพียงความตายเพื่อปกปิดความลับ หรือดิ้นรนเอาตัวรอดในยุคนั้นๆ โดยไม่ให้ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนบ้าไปเสียก่อน
“โปรเจคนี้มีความเสี่ยงสูงมาก บอกตามตรงว่าพ่อกับพี่ไม่สบายใจเลยที่จะให้แกไป”
“ต่อให้ไม่เป็นหนิงก็ต้องมีคนอื่นไปอยู่ดี ถ้าเกิดอะไรผิดพลาดขึ้นมา หนิงก็ใจเย็นๆ รออยู่ที่นั่นเดี๋ยวก็จะมีหน่วยตำรวจกาลเวลาสากลไปพาหนิงกลับมาเองนี่คะ หนิงจะไปศึกษาแฟชั่นยุคโบราณ พอกลับมาจะได้ออกแบบให้โลกตะลึงไปเลย อีกอย่างยิ่งเสี่ยงสูงก็ยิ่งเงินสูง หนิงจะเอาเงินไปทำเปิดแบรนด์เสื้อด้วย ยิงนัดเดียวได้นกเป็นฝูงเลยเห็นมั้ยล่ะคะ”
ริมฝีปากแดงระเรื่อยิ้มสดใส นาราดีดลูกคิดรางแก้วแล้วมีแต่กำไรเห็นๆ นางเพียงแค่เดินทางย้อนเวลาไปเพียงหนึ่งสัปดาห์ในฐานะนางกำนัลของมเหสีชั้นสูงในวัง เดี๋ยวเดียวก็กลับมากลายเป็นเศรษฐีนีแถมมีหน้ามีตาอีกต่างหาก แค่คิดก็คุ้มน่าเสี่ยง นาราป้องปากหัวเราะโฮะๆ ทั้งพ่อทั้งพี่ชายจึงมองหน้ากันแล้วถอนใจแรงๆ
นาราเป็นสาวสวยน่ารัก ผิวขาวละมุนปานหิมะ ริมฝีปากแดงจิ้มลิ้มช่างพูดช่างเจรจา แต่นิสัยดื้อด้านแถมงกจนถึงขั้นเสี่ยงตายแบบนี้เหมือนแม่มันไม่มีผิด!
“สวัสดีค่ะศาสตรจารย์ทรงกลด สวัสดีจ๊ะหนุงหนิง วันนี้เป็นวันสำคัญมากของเราทุกคนในงานวิจัยนี้ ตื่นเต้นมั้ยจ๊ะ”
“นิดหน่อยค่ะ แต่หนิงมั่นใจว่าจะสำเร็จด้วยดี” ร่างบางยกมือไหว้สวัสดีเพื่อนร่วมงานของพ่อ อีกฝ่ายรับไหว้พอเป็นพิธี
“ดีจ๊ะ สมแล้วที่เป็นลูกสาวอาจารย์ทรงกลด ช่างเข้มแข็งไม่สะทกสะท้านต่ออุปสรรคใดๆ แต่หน้าที่นี้มันอันตรายนะจ๊ะ ควรจะให้คนที่มีประสบการณ์และได้รับการฝึกฝนจนเชี่ยวชาญไปจะดีกว่ามือใหม่ แต่ก็อย่างว่านะ หัวหน้าโปรเจคนี้เป็นคุณพ่อของเธอนี่เนอะ ยังไงอาจารย์ทรงกลดก็ต้องคัดเลือกคนด้วยความสามารถอยู่แล้ว”
อาจารย์แก้วกัลยา ศาสตราจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิวัยห้าสิบกว่าปีกล่าวทักทาย แววตาของอาจารย์แก้วกัลยาดูมีเล่ห์กลอะไรบางอย่างแอบแฝงอยู่แต่เก็บซ่อนไว้อย่างแนบเนียน นาราพอรู้มาว่าก่อนจะเริ่มโปรเจคนี้ พ่อกับอาจารย์แก้วกัลยาต่างเสนอตัวเป็นหัวหน้าโปรเจค แต่สุดท้ายพ่อได้รับเลือก แถมนารายังเข้าคัดเลือกแข่งกับเด็กของอาจารย์แก้วกัลยาแล้วนาราก็คว้าชัยชนะได้อีก ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่นาราจะเจอคำแขวะทุกครั้งที่เจอหน้ากัน
“ลูกสาวผมผ่านการทดสอบทั้งสามขั้นด้วยคะแนนดีเยี่ยม หากอาจารย์แก้วไม่มั่นใจในตัวลูกสาวผมก็ขอให้พูดรายละเอียดและเหตุผลให้ชัดเจน ผมยินดีชี้แจงตอนนี้เลยครับ”
“ฉันก็แค่หยอกล้อลูกสาวอาจารย์เล่น ไม่เห็นต้องโกรธเลยนี่คะ”
“คำกล่าวมั่วซั่ว ถ้าพูดครั้งสองครั้งก็ยังพอมองข้ามไปได้ครับ แต่ถ้าพูดย้ำซ้ำๆ บ่อยเข้า คนฟังก็จะคิดว่าเป็นเรื่องจริง ถ้าผมปล่อยเรื่องนี้ให้ผ่านไปง่ายๆ อีกก็จะกลายเป็นว่าผมยอมรับ อาจารย์แก้วก็มีวัยวุฒิคุณวุฒิสูง น่าจะเข้าใจเรื่องนี้นะครับ”
ศาสตราจารย์แก้วกัลยายิ้มรับ แต่ในใจพุ่งพล่านเดือดดาลเพราะอีกฝ่ายจงใจเสียดสี “วันนี้ลูกสาวอาจารย์ก็ต้องออกเดินทางแล้ว ในเมื่อทางคณะกรรมการเห็นชอบ ฉันก็ไม่มีอะไรคัดค้านอะไรหรอกค่ะ เขาว่าดีฉันก็ว่าดี ฉันแค่คิดว่าถ้าให้เด็กของฉันเป็นผู้รับหน้าที่แทนลูกสาวอาจารย์ ป่านนี้คงได้ข้อมูลกลับมาตั้งนานแล้วแน่ๆ”
หญิงสูงวัยกล่าวด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่ง
“การทดลองที่สมาพันธ์ยุโรปเพิ่งจะล้มเหลวไป เพราะคนที่ถูกส่งตัวไปถูกคนในยุคกลางเข้าใจผิดว่าเป็นแม่มดจนโดนจับเผาทั้งเป็น ถึงจะย้อนเวลาไปช่วงอยุธยาแต่ยังไงเธอก็ต้องระวังหน่อยนะ ถ้ามีอะไรผิดพลาดเกิดขึ้น พ่อของเธอต้องเป็นคนรับผิดชอบ มูลค่าของโปรเจคนี้ไม่ใช่น้อยๆ อย่าทำให้ทุกคนผิดหวังล่ะ ฉันไม่อยากเห็นเด็กน่ารักๆ อย่างเธอต้องแบกภาระหนักแบบนี้เลย”
หญิงสูงวัยแกล้งกดดันจนศาสตราจารย์ทรงกลดขมวดคิ้วเครียด แต่นารายิ้มหวาน ไม่หวั่นไหวแต่ประการใด
“ขอบคุณที่เตือนหนิงนะคะอาจารย์ หนิงจะระมัดระวังตัวค่ะ หวังว่าพอหนิงกลับมา หนิงคงจะได้เห็นอาจารย์แก้วได้รับความไว้วางใจให้เป็นหัวหน้ารับผิดชอบโปรเจคสำคัญๆ บ้าง อ้อ... เด็กของอาจารย์คนนั้นน่ะฝีมือห่วยสุดๆ ขนาดทำแบบทดสอบยังแอบลอกหนิงจนโดนจับได้... เฮ้อ หนิงเป็นเด็กยังอดคิดไม่ได้เลยค่ะว่าพฤติกรรมของลูกศิษย์อาจจะกระทบถึงชื่อเสียงอาจารย์แก้ว”
“เอ๊ะ เธอ!”
“หนิงว่าอาจารย์น่าจะลองเปลี่ยนไปฝึกคนใหม่จะดีกว่านะคะ”
ศาสตราจารย์แก้วกัลยาค้อนปะหลับปะเหลือก การที่ลูกศิษย์มีเรื่องอื้อฉาวว่าลอกคำตอบในการทดสอบ ผู้อื่นย่อมตั้งคำถามไปถึงอาจารย์และเกิดความเคลือบแคลงสงสัยได้ว่าผลงานที่ผ่านมาลอกคนอื่นด้วยหรือเปล่า ถ้าเกิดความลือเสียหายขึ้นมา อย่าว่าแต่ตำแหน่งหัวหน้าโปรเจคเลย แม้แต่จะขอเข้าร่วมวิจัยยังไม่มีสิทธิ์ “มัวแต่พูดมากเสียเวลาทำงาน ฉันขอให้เธอโชคดี ทำหน้าที่ให้พ่อเธอสำเร็จนะจ๊ะ”
“ขอบคุณค่ะอาจารย์แก้ว”
นารายกมือไหว้หยดย้อยพร้อมยิ้มยิงฟันดำปี๋ กะพริบตาปริบๆ ศาสตราจารย์แก้วกัลยาจึงถลึงตาจ้องก่อนจะสะบัดหน้าไปอีกทาง นารากับพ่อจึงมองหน้ากันแล้วแอบหัวเราะขำ ในที่สุดทางเดินวกวนและท่อลิฟต์ก็พานารามาถึงใจกลางชั้นใต้ดินของศูนย์วิจัย ศาสตราจารย์ทรงกลดนำลูกสาวมาหยุดที่โต๊ะตัวหนึ่ง ตรงหน้ามีอุปกรณ์ที่นาราจะต้องพกติดตัวไปด้วย
“นี่คืออะไรคะ”
“เสบียงฉุกเฉิน อาหารแคปซูลสกัดอย่างเข้มข้นจากผักและเนื้อสัตว์ ทานแค่เม็ดเดียวก็อิ่ม พ่อให้เผื่อไปทานได้สองอาทิตย์”
“อี๋ อาหารเม็ด หนิงไปที่นู่น จะเก็บข้อมูลเรื่องอาหารการกินแล้วก็ลองชิมของอร่อยๆ ดูก็ได้ค่ะ” นาราหยิบออก พ่อหยิบเข้า
“แล้วถ้าเกิดว่ากินอาหารของทางนั้นไม่ได้ล่ะ”
แม่กระรอกผู้นี้ถึงจะร้ายกาจสามหาวเพียงใด แต่นางก็ยังเป็นหญิงสาวที่ยังมิได้ออกเรือน ซึ่งเขาไม่ควรยุ่มย่ามพัวพันจนส่งผลต่อชื่อเสียงของหญิงสาว หากนำนารากลับไปยังจวนย่อมมีคำครหาได้ ทันทีที่รู้ตัวว่าผิดทาง ยงชินหวังจึงรีบกลับหลังหันอย่างว่องไวแนบเนียนแต่หนทางกลับเหยียนชีกงก็ไม่ใช่ใกล้ๆ นางควรจะรีบทำตัวให้แห้งและอบอุ่นโดยเร็วก่อนที่จะล้มป่วย ร่างสูงสง่าจึงหมุนตัวหันไปทางยงหวังฝูอีกครั้ง“หวังเย๋ ท่านหมุนไปหมุนมา หม่อมฉันเวียนหัวไปหมดแล้ว เดี๋ยวก็ตายกันพอดี”“ถ้าเงียบสักชั่วยาม รับรองว่าเจ้าจะได้อยู่ใช้เงินที่ไถจากข้าไปจนแก่เฒ่าแน่นอน”หมีปากเสีย! หาว่านางพูดมาก นารานึกบ่นกระปอดกระแปดไม่ทันไร อากาศเย็นบวกกับไม่ได้พักผ่อนเกือบยี่สิบสี่ชั่วโมงเต็มๆ นางจึงจามฮัดเช้ยประเคนใส่หน้าชายผู้สูงศักดิ์ไปเต็มๆ เสียงฮัดเช้ยดังสามจังหวะสามช่า ฮัดเช้ย ฮัดชิ้ว ฮัดช่า ฮัดชะชาช่า “ขอทรงอภัยเพคะ หม่อมฉันคันจมูกนิดหน่อย”“น้ำในทะเลสาบนั้นเย็นจัด เจ้าอาจจะล้มป่วยได้”มือร้อนผ่าวทาบลงบนหน้าผากมน แต่การวิจัยในยุคปัจจุบันชี้
อิ้นเจินหยุดทุกส่วนของร่างกายอย่างเงียบเชียบ แฝงกายในความมืดและไม่คิดจะแสดงตัว เขาลักลอบติดตามมาตั้งแต่คนของจวนมารายงานว่าพบนาราที่แนวกำแพงยงหวังฝูแล้ว ร่างสูงใหญ่คิดว่านารามีเรื่องด่วนมาพบแต่สุดท้ายแล้วไม่ใช่ เขาจึงลอบออกมาเฝ้าสังเกตนาราเพียงลำพัง ต้องการรู้ว่าแสงประกายที่ปรากฏบนสร้อยพลอยนั้นคืออะไร ทรงแน่ใจว่าจะต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องราวต่างๆ มากมายที่เขาอธิบายไม่ได้ ทั้งความทรงจำของผู้คน ทั้งความรู้ความสามารถที่นางมีล้ำหน้าเกินตัว พู่กันแท่งจิ๋วที่ไม่ต้องฝนหมึกก็ใช้งานได้ทันทีและอุปกรณ์ที่นาราใช้ตรวจสอบพิษอย่างง่ายดายนั่นคืออะไร และเหตุใดนางจึงมาเดินวกวนในยามวิกาลห่างไกลจากเหยียนชีกงมากเช่นนี้ คำถามมากมายท่วมท้นจนอกของเขาแทบระเบิด บางทีนี่อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเจ้าความคิด... แต่เขาพิจารณาแล้วไม่น่าจะใช่ ดังนั้นหากนาราไม่ได้วางแผนอะไรแปลกๆ ก็แปลว่านางอาจจะกำลังหลงทาง...&
ในขณะเดียวกันนั้นเองนาราก็เริ่มมีการเคลื่อนไหวงานอดิเรกแก้ว่างตั้งแต่หลงยุคมาอยู่ที่นี่คือสเกตซ์ภาพหุ่นแฟชั่นโดยใช้การแต่งกายของนางสนมเป็นแรงบันดาลใจ ชุดของสตรีชั้นสูงชาวแมนจูมีจุดเด่นตรงที่เป็นชุดเสื้อกั๊กยาวกรอมเท้า ขลิบขอบด้วยผ้าแพรยกทองหรือผ้าไหมยกทองปักเป็นลวดลายต่างๆ ปกคอด้านหลังมีสายผ้าสีเหลืองทองผูกไว้และประดับด้วยไข่มุก เวลาสวมใส่จะประดับด้วยเครื่องสนิมพิมพาภรณ์หลายหลาก สวมสร้อยพระศอทรงจันทร์เสี้ยว มีสายห้อยสร้อยประคำ สวมพระมาลายอดมุกและสวมรองเท้าส้นอ่างบัว สวยเลิศสุดๆ ไปเลยและในตอนที่นางกำลังตัดไส้เทียนเพื่อเข้านอน สร้อยพลอยส่งสัญญาณติดต่อกลับมาอีกครั้งแต่มีคลื่นรบกวนแทรกซ้อนจนไม่สามารถรับสัญญาณได้ชัดเจน นาราจึงลองเสี่ยง แอบลอบออกมาจากเหยียนชีกงเพื่อตามหาบริเวณที่มีคลื่นแรงที่สุด“อูย... อากาศเย็นเกินไปแล้วนะ”ใบหน้าหวานสวยแหงนมองกลุ่มเมฆทะมึนบนผืนราตรี อีกไม่นานคงจะเทสายฝนลงมา นางไม่ได้พกเสื้อคลุมออกมาด้วย พอออกมาข้างนอกกลางดึกเช่นนี้จึงรู้สึกหนาวสั่นเล็กน้อย ปกติพระราชวังต้องห้ามในยามกลางวันก็เคร่งขรึมน่ายำ
อิ้นเจินมองพลอยสีน้ำเงินนั่นเงียบๆ และดูวิธีที่นางใช้งานมันดวงตาคมกร้าวกวาดตาอ่านคำแปลในเอกสารนั้นอยู่อึดใจ “มันคือใบคำสั่งลักลอบขายอาวุธให้พวก...”“หวังเย๋... เรื่องเหล่านี้หม่อมฉันรู้น้อยจะเป็นการดีที่สุด ชีวิตจะสงบปลอดภัยและไม่ต้องมัวพะวงเรื่องรักษาความลับของท่านด้วย บอกตามตรงนะเพคะว่าหม่อมฉันไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเรื่องแก่งแย่งในวังหลวง อีกไม่นานหม่อมฉันก็ต้องออกไปจากที่นี่แล้ว เพราะฉะนั้นผู้ที่จะแปลข้อความเหล่านี้ได้ดีที่สุดก็คือตัวท่านเอง”ความหมายของนางก็คือ อย่าทำการใดที่ต้องพึ่งพาผู้อื่น ลงมือทำเองดีที่สุด“ก็จริงของนางนะ ถ้าหากพี่สี่ต้องวานให้นางช่วยแปลบ่อยๆ มีหวังหมดตัวเป็นแน่”“องค์ชายสิบสามกล่าวเกินไป หม่อมฉันเพียงแค่หวังดีต่อหวังเย๋ โบราณว่าไว้... การศึกษาเปรียบเสมือนพายเรือทวนน้ำ ถ้าไม่รุดหน้าก็ถอยหลัง ถ้าหวังเย๋สนใจอยากเรียนและไม่รังเกียจว่าหม่อมฉันเป็นแค่นางกำนัล หม่อมฉันก็ยินดีสอนเพคะ”“เจ้าไปเรียนภาษาเหล่านี้มาจากที่ไหน”“จากทีวี”
“เจ้าไว้ใจพวกนั้นได้หรือ”ทรงหมายถึงเถาจื่อ ซื่อจื่อและขันทีน้อยตู้หมิง“เพคะ หม่อมฉันตรวจสอบลายนิ้วมือกับสารเคมีที่ติดตามเนื้อตัวแล้ว พวกเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง”“ลายนิ้วมือ? สารเคมี? เจ้าพูดถึงอะไร”“ก็เป็นวิธีการตรวจสอบหลักฐานอย่างหนึ่งเพคะ เอาไว้ว่างๆ หม่อมฉันจะอธิบายให้ฟัง” นางกำนัลน้อยแจกแจงแผนการที่วางไว้ให้เขารู้ และเปิดเผยสิ่งที่กำลังทำอยู่เพื่อร่วมวางแผนให้รัดกุมขึ้น“เจ้าทำอะไรไปบ้างแล้ว”“หม่อมฉันขอให้ต้วนกงกงไปขอหม้อต้มยาใบใหม่จากสำนักหมอหลวง อ้างว่าใบเก่าแตกเสียหาย แล้วจับตาดูหมอหลวงคนที่ส่งหม้อใบใหม่ให้ว่าเป็นคนของใคร ส่วนเถาจื่อกับซื่อจื่อ หม่อมฉันสั่งให้นางแกล้งปล่อยข่าวว่าเหนียงเหนียงอาการดีใกล้หายป่วยแล้ว คนร้ายที่วางแผนเรื่องนี้จะต้องหาทางเร่งวางยาซ้ำแน่เพคะ ส่วนท่าน...”นาราสบตาแล้วเมินไปทางอื่น “ฝ่ายนั้นมั่นอกมั่นใจในแผนร้ายของตนเองก็จริง แต่เนื้อแท้แล้วเป็นคนขี้หวาดระแวง และความหวาดระแวงนั้นจะย้อนกลับมาทำลายพวกเขาเอง เพราะฉะนั้นหม่อมฉัน
“แล้วเจ้าไม่รู้หรอกรึว่านี่เป็นการทำร้ายนายของเจ้า!” อิ้นเสียงชี้หน้าด่า“ได้โปรดอภัยให้หม่อมฉันด้วย หม่อมฉันผิดไปแล้ว พี่สาวของหม่อมฉันบอกว่ายางไม้ในตลับนั่นเป็นสมุนไพรจากหมอพื้นบ้าน ไม่มีพิษ แต่จะช่วยให้เหนียงเหนียงเจริญอาหารขึ้นเพคะ พี่สาวเกรงว่าจะถูกคนอื่นเข้าใจผิดจึงแอบนำมาให้ข้าเพคะ”“เจ้ากับนางติดต่อกันอย่างไร”“นะ...นางจะวางไว้ให้ในปากตุ๊กตาสิงโตท้ายตำหนักทุกๆ คืนข้างแรม หม่อมฉันอยากให้เหนียงเหนียงเจริญพลานามัย มิได้มีเจตนาร้ายนะเพคะ”“โง่เง่าสิ้นดี!” ตู้หมิงตบฉาดจนนางกำนัลเซียงร้องไห้โฮ ยงชินหวังอิ้นเจินไม่แม้แต่จะปรายตามองหญิงรับใช้ผู้นี้อีกเลย ดวงตาคมกริบดุจใบมีดซ่อนความโกรธเกรี้ยวเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเย็นชา ฮองเฮาเสี้ยวอี้เหริน เสด็จแม่บุญธรรมของเขาคงจะถูกพิษต่ำช้านี้ทำร้ายจนสิ้นพระชนม์เช่นกัน“จับนางมัดให้แน่นหนาและอุดปากไว้ ดูแลความปลอดภัยอย่าให้นางฆ่าตัวตายได้ เจ้าจงปล่อยข่าวว่านางป่วยต้องเก็บตัวรักษา และคืนข้างแรมครั้งหน้าสั่งให้คนลอบซุ่มตรงตำแหน่งตามที่นางบอกแล้วจับตัวค
เฉินกูกูพร้อมด้วยนางกำนัลกับขันทีอีกสามสี่คนพาหมอหลวงมาถึง ขณะที่ถูกประคองร่างออกไปจากศาลาสวดมนต์ สตรีชุดเทาผู้นั้นก็มองไปทางภูเขาจำลองซึ่งเป็นที่ซ่อนของนาราตลอดเวลา พยายามจะบอกให้คนไปตามตัวนาราออกมาแต่ยังพูดอะไรไม่ไหว“เหนียงเหนียงเพคะ เป็นอะไรมากหรือเปล่าเพคะ หม่อมฉันไม่ดีเองที่ปล่
“พวกเจ้าเตรียมยาต้มของเหนียงเหนียง[1]เสร็จเรียบร้อยแล้วหรือยัง?”“ยะ...ยังเจ้าค่ะเฉินกูกู[2]”“แล้วยังไม่รีบไปจัดการให้เรียบร้อยอีก ต้องรอให้ข้าสั่งทำโทษเจ้าใช่หรือไม่เถาจื่อ”“ข้าน้อยมิกล้าๆ จะรีบไปเดี๋ยวนี้แล้วเจ้าค่ะ” นางกำนั
บทที่ 2 เผ่นเถอะจ้า ตำหนักเหยียนชีกง ตำหนักพระสนมเต๋อเฟย เช้าตรู่หลังจากสายฟ้ากระหน่ำเบาบางลง ท้องฟ้
ยงหวังฝู... วังขององค์ชายสี่ “อย่าคิดมากไปเลยพี่สี่ ท่านรับมอบอำนาจหน้าที่จากเสด็จพ่อให้ปราบปรามพวกขุนนางกังฉิน พวกพี่แปดพี่เก้าพี่สิบแอบรับสินบนจากกังฉินพวกนั้นเงียบๆ มานาน พอท่านขยับตัวย่อมทำให้พวก







