Home / รักโบราณ / พระสนมส้มหล่น / บทที่ 2 ข้าไม่อนุญาต

Share

บทที่ 2 ข้าไม่อนุญาต

last update Last Updated: 2026-02-25 15:35:08

หยางฮูหยินได้เล่าเรื่องราววีรกรรมสุดแสบในวัยเด็กของบุตรีให้ฮ่องเต้ฟังอย่างลื่นไหล หลังจากพระองค์ได้ตรัสถามเพียงแค่ไม่กี่คำ ไม่เพียงแค่นั้นผู้เป็นพี่ชายยังเสริมทัพเข้าไปอีก ทำให้หยางซินอวี่ได้แต่นั่งเงียบมองดูทั้งสามสนทนากันอย่างออกรส ดูเหมือนว่าฮ่องเต้จะทรงพอพระทัยเมื่อได้ฟังเรื่องราวของพระสนม ทำให้ได้รู้จักนางมากยิ่งขึ้น

“ยิ้มบ้างสิเพคะพระสนม ทำหน้าบูดบึ้งอย่างนี้เดี๋ยวฝ่าบาทก็ไม่พอพระทัยเอาหรอก” เหม่ยหวากระซิบกระซาบอย่างเบาเสียง เมื่อสังเกตสีหน้าของเพื่อนรักอยู่นาน

“ทำไมต้องเรียกข้าอย่างนี้ด้วย ข้าเป็นเพื่อนเจ้านะ”

“ถึงจะเป็นเพื่อนแต่ก็ต้องเรียกตามยศที่เจ้าได้รับมา คนอื่นจะได้เรียกตามและให้ความเคารพเจ้าอย่างใดเล่า”

“แต่ข้าไม่อยากให้เรียกนี่นา เป็นพระสนมไม่เห็นจะดีตรงไหนเลย”

ทั้งสองกระซิบกันจนลืมสังเกตรอบตัว ตอนนี้ฮ่องเต้ยืนอยู่ตรงหน้าแล้ว พระองค์กระแอมไอเบา ๆ ทำให้ทั้งสองหันไปมอง เมื่อเห็นว่าเป็นใครก็ยิ้มเจื่อน ใบหน้าซีดเซียวเลยทีเดียว

“ถึงเวลากลับเข้าวังแล้ว”

“เพคะฝ่าบาท”

หยางซินอวี่ตอบกลับเสียงอ่อน รีบหลบตาเขาในทันที เมื่อครู่คงจะได้ยินสิ่งที่นางกล่าวหมดแล้วสินะ หวังว่าคงจะไม่โกรธจนลงอาญานางอีกหรอกนะ

บัดนี้ทั้งหมดเดินออกมาส่งที่หน้าจวนอีกครั้ง หยางซินอวี่กล่าวคำร่ำลากับทุกคน สวมกอดอย่างแนบแน่นแทบไม่อยากจะปล่อย อดไม่ได้ที่จะหลั่งน้ำตาออกมา แม้ที่นี่กับวังหลวงจะอยู่ไม่ห่างกันมากแต่การที่จะได้เจอหน้ากันแทบไม่มีเลย

รถม้าเคลื่อนล้อออกจากหน้าจวนไปอย่างช้า ๆ เพื่อกลับไปยังวังหลวง หยางซินอวี่ได้แต่นั่งก้มหน้าอยู่บนที่นั่งถัดมา ปล่อยให้อีกฝ่ายจ้องมองอยู่อย่างนั้น นางไม่รู้ว่าเขามองด้วยสายตาแบบไหน แต่ที่รู้ตอนนี้มันเป็นเวลาที่สุดแสนจะอึดอัดเกินจะทน นิ้วทั้งสิบประสานกันไว้บนตักอยู่ตลอดเวลา มีเหงื่อซึมออกมาที่อุ้งมือน้อย ๆ จนเปียกชุ่ม

“เจ้าเป็นใบ้หรืออย่างไรกัน”

“เปล่าเพคะ”

“เวลาพูดให้มองหน้าข้าด้วย ใบหน้าข้าไม่ชวนมองขนาดนั้นเชียวหรือ”

“เปล่าเพคะ”

“เปล่าอีกแล้ว เจ้าใช่สตรีคนเดียวกับที่ข้าเจอที่โรงหมอหรือไม่ เหตุใดจึงกลายเป็นคนละคนเช่นนี้” พระองค์ทรงรู้ว่านางแค่กำลังตื่นเต้นและกลัวกับการเปลี่ยนแปลงเพียงเท่านั้น เห็นอย่างนี้ยิ่งอยากจะแกล้งให้หนัก ๆ อยากให้นางได้เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมา จึงเอื้อมไปจับข้อมือน้อย ๆ ดึงตัวให้มานั่งบนตัก ด้วยที่ตัวของนางเล็กกว่ามาก เรี่ยวแรงก็น้อย ทำให้ร่างของหยางซินอวี่แทบจะปลิวมาเสียอย่างนั้น

“อุ้ย! ฝ่าบาททรงทำอะไรเพคะ”

“หากไม่ทำเช่นนี้เจ้าคงจะเอาแต่นั่งก้มหน้า ไม่ยอมพูดจากับข้า หามีอันใดต้องกลัว ทำตัวตามสบาย เป็นเหมือนอย่างที่เจ้าเคยเป็น ข้าชอบแบบนั้น”

“หม่อมฉันกลัวว่าจะเป็นแผนของฝ่าบาท กลัวพระองค์จะหลอกให้ตายใจแล้วลงอาญาหม่อมฉันเหมือนครั้งนั้น ปล่อยหม่อมฉันให้นั่งที่อื่นเถิดเพคะ”

“ไม่ปล่อย เจ้าเป็นของข้าตั้งแต่ข้าได้แต่งตั้งเจ้าเป็นสนมแล้ว รู้หรือไม่ว่าเหตุใดข้าจึงทำเช่นนี้”

“เพราะฝ่าบาทต้องการแกล้งหม่อมฉันเพคะ ทรงสนุกมากไหมเพคะที่ทำให้ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งต้องห่างจากครอบครัวมา” นางรีบตอบกลับอย่างไม่ต้องคิดอะไร อีกฝ่ายหัวเราะเสียงดังอย่างพอใจที่ธาตุแท้ของนางได้เผยออกมาแล้ว

“ข้าไม่ได้แกล้งเจ้าสักหน่อย ข้ากำลังมอบสิ่งดี ๆ ให้เจ้าต่างหาก ใคร ๆ ก็อยากเข้ามาเป็นสนมของข้ากันทั้งนั้น มีแต่เจ้าเท่านั้นล่ะที่ไม่ชอบใจ เป็นเมียข้ามันน่าอายตรงไหนงั้นหรือ” พระองค์โน้มพระพักตร์เข้ามาใกล้ หยางซินอวี่จึงรีบซุกหน้าเข้าที่แผงอกแกร่งเพื่อหาทางหนีทีไล่ มือน้อย ๆ ทั้งสองยังคงกอดพระศอฮ่องเต้ไว้แน่น

“อย่าทำอะไรหม่อมฉันเลยเพคะ หม่อมฉันกลัวแล้ว”

“ถึงแม้ว่าเจ้าจะยังไม่รู้ว่าการเป็นสนมเอกต้องปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง แต่ไม่น่าจะซื่อจนไม่รู้ว่า...เจ้าจะต้องขึ้นเตียงกับข้า แค่หอมแก้มเจ้ายังกลัวถึงเพียงนี้ หากเราได้...”

“หม่อมฉันยังไม่พร้อมเพคะ ไม่ว่าจะอะไรก็ตามยังไม่พร้อมสักอย่าง ขอฝ่าบาททรงเมตตาด้วยเพคะ” พระสนมเอกรีบกล่าวออกมาแทบไม่หายใจ เรื่องแบบนี้สำหรับนางมันคือสิ่งที่แปลกใหม่ จู่ ๆ ก็มีบุรุษมาแตะเนื้อต้องตัวใครจะตั้งตัวทัน แม้ว่าบุรุษคนนั้นจะเป็นถึงองค์ฮ่องเต้ก็ตามที มันก็ไม่รู้สึกต่างจากบุรุษทั่วไปเลย เพียงแต่นางไม่อาจปฏิเสธได้เท่านั้น

“นานแค่ไหน”

“เอ่อ...สามเดือนเพคะ”

“สามเดือน! นี่เจ้าคิดว่าคนอย่างข้าจะรอได้ถึงขนาดนั้นเชียวหรือ”

“ถ้าเช่นนั้นสองเดือนได้ไหมเพคะ” ซินอวี่รีบเงยหน้าขึ้นมาส่งสายตาเว้าวอนขอร้องให้ฝ่าบาททรงใจอ่อน หากทว่าแววตาที่ส่งกลับมานั้นนิ่งเฉย เย้ยหยันนางว่าเป็นคนอ่อนต่อโลกเสียอย่างนั้น แค่นี้ก็รู้คำตอบที่กำลังจะเปล่งออกมาแล้ว

“เรื่องบนเตียงข้าให้เวลาเจ้าทำใจได้เพียงแค่สามวัน ส่วนเรื่องอื่นข้าไม่อนุญาตให้เจ้าปฏิเสธแม้แต่น้อย”

“แต่อื้อ...”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พระสนมส้มหล่น   บทที่ 58 อวสาน

    “ดีแล้ว มีอะไรให้ข้าช่วยก็ให้คนส่งสารมาได้ ข้ายินดีเสมอ หวังว่าการเดินทางไปแคว้นเป่ยครั้งนี้จะทำให้ชีวิตเจ้าเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นนะ ข้าเอาใจช่วย”“ขอบพระทัยเพคะ หม่อมฉันซาบซึ้งใจเหลือเกิน แม้จะเพิ่งเคยรู้จักกันแต่ฮองเฮาก็ไม่ถือพระองค์ ดีกับหม่อมฉันเหลือเกินเพคะ”“ฟ้าคงส่งเจ้าให้มารู้จักกับข้าและได้ช่วยชีวิตฝ่าบาทเอาไว้ เจ้าคือผู้มีพระคุณของฝ่าบาทและข้า สิ่งที่พวกเราทำให้เจ้ามันเทียบไม่ได้กับคุณงามความดีของเจ้าเลยสักนิด หวังว่าเจ้าจะใช้โอกาสนี้ให้คุ้มค่าและไม่ทำให้พระประสงค์ของฝ่าบาทต้องสูญเปล่านะ”“เพคะฮองเฮา หม่อมฉันขอกอดฮองเฮาสักครั้งได้หรือไม่เพคะ”“ได้สิ”เมื่อได้รับอนุญาตแล้วจางลี่ก็โผเข้ากอดฮองเฮาด้วยความซาบซึ้งใจ บัดนี้ชีวิตนางได้เปลี่ยนไปแล้ว และจะต้องทำมันให้ดีที่สุด จะต้องทำให้ท่านเว่ยอ๋องยอมรับในตัวนางให้ได้ฮ่องเต้ได้ส่งเหวินกงกงให้เดินทางไปพร้อมกับจางลี่ในฐานะตัวแทนพระองค์ นี่คือภารกิจสุดท้ายหลังจากผ่านพ้นความวุ่นวายในช่วงที่ผ่านมา ทุกอย่างจบลงด้วยรอยยิ้มและความปลาบปลื้มใจ*-*-*-*-*-*-*-*ฮ่องเต้และฮองเฮาเสด็จเป็นการส่วนพระองค์ออกจากวังหลวงไปยังสถานที่สำคัญแห่งหนึ่ง ทรง

  • พระสนมส้มหล่น   บทที่ 57 จะทำให้ดีที่สุด

    ขบวนเสด็จขององค์ฮ่องเต้และฮองเฮากำลังมุ่งตรงไปยังเนินเขาลูกหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ตั้งของสุสานหลวง เป็นสถานที่ซึ่งฮ่องเต้เสด็จมาเมื่อรู้สึกคิดถึงพระบิดาและพระมารดาผู้ล่วงลับไปแล้ว วันนี้ได้มาสักการะและเยี่ยมเยียนเหมือนเช่นทุกครั้ง หากทว่ากลับมีความพิเศษกว่านั่นคือสุสานของตงเปียนหยางซินอวี่ได้เล่าเรื่องที่ตงเปียนเสียสละเพื่อให้ฮ่องเต้ได้กลับคืนมาทำหน้าที่ผู้ปกครองแคว้นอีกครั้ง ทำให้พระองค์ซาบซึ้งในน้ำใจของเจ้าผีเด็กผู้มีจิตใจงดงาม ทรงมีรับสั่งให้สร้างสุสานเพื่อเป็นการสดุดีและให้เกียรติในฐานะองค์ชายพระองค์หนึ่ง มันเป็นสิ่งเดียวที่จะสามารถทำให้เจ้าเด็กน้อยผู้นั้นได้“ต่อไปนี้เจ้าไม่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวอีกแล้วนะตงเปียน ไม่ว่าตอนนี้เจ้าจะอยู่ที่ไหน แต่ขอให้รับรู้ไว้ว่าแม่คนนี้จะยังคงนึกถึงเจ้าเสมอ หากชาติหน้ามีจริงขอให้เจ้าได้เกิดมาเป็นลูกของแม่อีกนะ”หยางซินอวี่กล่าวอย่างอาลัยอาวรณ์อยู่ตรงหน้าสุสานที่สร้างขึ้นมาใหม่เพื่อตงเปียนโดยเฉพาะ แม้ว่าจะไม่มีโครงกระดูกของเจ้าเด็กน้อยผู้นั้นแล้ว หากทว่ายังคงมีสร้อยคอที่ตงเปียนเคยให้หยางซินอวี่ไว้ นางเอามันไปฝังไว้ในสุสานเพื่อเป็นตัวแทนของตงเปียนนั่นเอง

  • พระสนมส้มหล่น   บทที่ 56 ไม่เคยพูดเล่น

    “ข้าจับตัวเจ้าได้แล้ว”“ฝ่าบาทปล่อยหม่อมฉันเพคะ หม่อมฉันจะรีบเช็ดตัวให้ ฝ่าบาทจะได้บรรทมอย่างสบายตัวอย่างใดเล่าเพคะ”“ข้าไม่อยากนอน ข้าอยากทำอย่างอื่นก่อน รู้หรือไม่ว่าวันนี้พี่ชายเจ้าบอกอะไรข้า” ฮ่องเต้ทรงจ้องมองดวงหน้าสวยที่อยู่ตรงหน้าด้วยแววตาหื่นกระหาย พวงแก้มที่เคยขาวตอนนี้แดงก่ำเพราะฤทธิ์สุรา“บอกอะไรเพคะ”“บอกว่า...สุราพี่เพิ่งจะดื่มเข้าไปนั้น จะช่วยทำให้ข้ามอบความสุขให้แก่เจ้าได้ตลอดทั้งคืนโดยไม่มีเหน็ดเหนื่อยเชียวล่ะ” คนพูดยังคงใช้มือโอบกอดร่างอรชรไว้อย่างมั่นคง ไม่ยอมให้นางเป็นอิสระได้เลย“วันนี้เราไม่ได้อยู่ในวังหลวง หม่อมฉันไม่มีทางยอม อีกอย่างตอนนี้ลูกก็นอนอยู่ในห้องนี้ด้วย”“แต่ลูกของเราหลับไปแล้ว วังเหล่ยรู้ว่าพ่อกับแม่กำลังจะมีความสุขกันไม่งอแงแน่นอน” กล่าวจบแล้วก็ยื่นใบหน้าเข้าไปซุกไซ้ที่ซอกคอระหง หยางซินอวี่สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ที่กำลังเป่ารด ได้กลิ่นสุราที่พ่นออกมาพร้อมกับลมหายใจของพระองค์ นางทำได้เพียงขบเม้มริมฝีปากบางไว้แน่น หัวใจเต้นระส่ำด้วยความรู้สึกตื่นเต้น นางเองก็ไม่เคยถวายงานฝ่าบาทนานแล้วเช่นกัน จึงคิดว่าคงถึงเวลาที่จะต้องทำหน้าที่ภรรยาให้พระองค์แล้ว“

  • พระสนมส้มหล่น   บทที่ 55 เช็ดตัว

    เรือนหลังเล็ก ๆ ซึ่งอยู่ท่ามกลางขุนเขา มีหนึ่งชีวิตน้อย ๆ กำลังนั่งกอดเข่าอยู่เพียงลำพัง ดวงตาคู่สวยกำลังเพ่งมองไปข้างหน้าด้วยแววตาอาฆาตแค้น ซิงเหยียนถูกเนรเทศออกมาอยู่ที่นี่ ทุกอย่างรอบตัวนางเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ไม่มีนางกำนัลรับใช้เหมือนเมื่อก่อนต้องทำเองทุกอย่าง หากจะกลับไปหาน้องสาวก็มิอาจทำได้เพราะมีทหารคอยเฝ้าดูอยู่ตลอดเวลา ทำให้รู้สึกอึดอัดเจียนจะเป็นบ้าไปแล้ว“ข้าไม่มีวันยอมแพ้ ข้าจะต้องกลับไปล้างแค้นพวกเจ้าให้ได้ ฮือ ๆ”นางกรีดร้องอย่างสุดเสียง มันคือสิ่งเดียวที่สามารถทำได้ในตอนนี้เพื่อระบายความอัดอั้นที่อยู่ภายในใจ เคยอยู่จุดสูงสุดมีทุกอย่างในชีวิต อยากได้อะไรก็ต้องได้ แต่วันนี้กลับหมดสิ้นทุกอย่างแม้กระทั่งเพื่อนคู่คิดก็หามีไม่หากทว่าแม้จะมีชะตากรรมเช่นนี้ แต่นางก็ไม่เคยสำนึกเลยว่ามันคือผลแห่งกรรมที่นางและบิดาของนางได้ทำเอาไว้*-*-*-*-*-*-*-*ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงเสียที หยางซินอวี่กลับมาที่บ้านเกิดของตนเองเป็นครั้งแรกหลังจากออกจากบ้านไปวันนั้น ฮ่องเต้ก็เสด็จมาด้วย เป็นการเสด็จส่วนพระองค์ไม่มีพิธีรีตองอะไรมากนัก เพราะมาในฐานะเขยของสกุลหยาง ทำให้วันนี้จวนสกุลหยางคึกคักเป็นพิเศษ

  • พระสนมส้มหล่น   บทที่ 54 ปล่อยแน่

    หยางซินอวี่เองก็ลุ้นตามไม่แพ้กัน นางจ้องมองแม่นางจางลี่ด้วยแววตาที่เข้าใจ การเป็นสตรีที่มีใบหน้าอัปลักษณ์คงเป็นเรื่องที่ทำให้นางมีความน้อยเนื้อต่ำใจ ชีวิตคนเราล้วนต้องการความรักมาหล่อเลี้ยงจิตใจให้มีความกระชุ่มกระชวย แต่นางไร้ซึ่งสิ่งเหล่านั้นเข้ามาในชีวิต ช่างเป็นสตรีที่น่าสงสารและน่าเห็นใจยิ่งนัก“เว่ยอ๋อง”“เว่ยอ๋องหรือเพคะ!” หยางซินอวี่ทวนคำกล่าวนั้น นางไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าฮ่องเต้มีพระญาติที่ไหน“ใช่ หลีเว่ยเปี่ยว น้องชายคนเดียวของข้าที่ยังหลงเหลืออยู่”“หม่อมฉันไม่เคยรู้มาก่อนว่าฝ่าบบาททรงมีพระอนุชาด้วย”“เว่ยเปี่ยวเป็นคนชอบความสันโดษ ไม่ชอบความวุ่นวายในเมืองหลวง ข้าจึงส่งไปปกครองแคว้นเล็ก ๆ ทางฝั่งตะวันออกของแคว้นซวิ่น นานทีข้ากับเว่ยเปี่ยวถึงจะได้เจอกัน เอาไว้หากว่างเว้นจากภารกิจบ้านเมืองแล้วข้าจะพาเจ้าไปที่นั่น”“หม่อมฉันมิบังอาจวิวาห์กับพระอนุชาของฝ่าบาทหรอกเพคะ” เมื่อรู้ว่าบุรุษที่ฮ่องเต้คัดเลือกมาให้นั้นคือพระอนุชาของพระองค์เอง จางลี่ก็รีบกล่าวแย้งเพราะนางไม่ได้หวังว่าจะต้องถึงขั้นนั้น“เจ้าไม่ต้องเป็นกังวลไปหรอก การมีเจ้าไปช่วยดูแลเว่ยเปี่ยวข้าจะได้รู้สึกวางใจ เจ้าเป็นหมอ

  • พระสนมส้มหล่น   บทที่ 53 ไม่เกินความสามารถ

    “ติงอี้เพคะ ติงอี้วางยาพิษพระองค์เพื่อจะได้บุกเข้าไปช่วยซิงเหยียนฮองเฮาและเสนาบดีซิง”“บังอาจนัก! แล้วจับตัวพวกมันมาได้หรือไม่” เมื่อรู้เรื่องฮ่องเต้ก็ทรงกริ้วจนลืมไปว่าตอนนี้พระวรกายยังคงอ่อนแออยู่ ทำให้เกิดอาการหน้ามืดขึ้นมา“ไปนั่งที่ศาลาก่อนเพคะ หม่อมฉันไม่น่ากล่าวเรื่องนี้ให้พระองค์ได้ยินเลย”เมื่ออาการหน้ามืดดีขึ้นแล้วฮ่องเต้จึงหันมาจ้องตานางอีกครั้ง เอื้อมมือมาสัมผัสบนแก้มขาวที่ยังคงงดงามมิเคยเปลี่ยน มองคราใดก็มิเคยรู้สึกเบื่อ“ข้ารู้ว่าเจ้าจะคอยดูแลข้า ไม่ปล่อยให้เป็นอะไร”“แต่ถึงอย่างไรหม่อมฉันก็ยังเป็นห่วงพระองค์อยู่ดี อย่าทรงกริ้วเลยนะเพคะ”“ข้าไม่เป็นไรแค่เหนื่อยนิดหน่อยเท่านั้น แต่พอได้เห็นหน้าเจ้าแล้วก็รู้สึกดีขึ้น จากนี้ไปข้าจะเป็นฝ่ายดูแลปกป้องเจ้าเองนะ ข้าสัญญา”“เพคะ หม่อมฉันจะอยู่ข้าง ๆ ให้พระองค์ดูแลตลอดไป”ทั้งคู่จ้องตากันด้วยแววตาที่หวานซึ้ง ก่อนที่ชายหนุ่มจะเอื้อมมือไปเชยคางเรียวขึ้นเล็กน้อยจนริมฝีปากอวบอิ่มเผยอยั่วยวนให้เกิดความต้องการ แม้จะเพิ่งฟื้นตัวมาแต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคที่จะแสดงความรักต่อสตรีที่รักยิ่ง ริมฝีปากน้อย ๆ ถูกบดจูบอย่างเนิบนาบ แลกเปลี่ยนความหอมหว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status