Beranda / รักโบราณ / พระสนมส้มหล่น / บทที่ 7 ต้องการสิ่งใด

Share

บทที่ 7 ต้องการสิ่งใด

last update Tanggal publikasi: 2026-02-25 15:36:12

ช่วงสามวันที่ผ่านมาหยางซินอวี่ต้องเผชิญกับความยากลำบากมาโดยตลอด มันคือช่วงเวลาที่วุ่นวายที่สุดในชีวิตก็ว่าได้ ช่วงกลางวันต้องเรียนรู้กฎการใช้ชีวิตในวังหลวง รวมถึงการปฏิบัติตนในฐานะพระสนมเอกของฮ่องเต้ เมื่อได้มีโอกาสเรียนรู้นิสัยใจคอของเหวินกงกง ก็พบว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นผู้ใหญ่ที่เคร่งครัดในเรื่องกฎระเบียบมาก จริงจังแต่ก็มีช่วงเวลาให้นางได้ผ่อนคลายจากความตึงเครียดเป็นระยะ เป็นขันทีที่เก่งรอบด้าน เหมาะสมแล้วสำหรับเป็นบุคคลที่ไว้วางพระทัยของฮ่องเต้เช่นนี้

ส่วนกลางคืนต้องมาผวากับผีเด็กตนนั้น การไม่คุ้นที่คุ้นทางก็ว่านอนลำบากแล้ว ยังต้องมาเจอกับสิ่งลี้ลับอีก มันเป็นอะไรที่น่าปวดหัวยิ่งนัก พยายามข่มตานอนแล้วแต่ก็ไม่สำเร็จ นางจึงให้เข่อซิงเข้ามานอนเป็นเพื่อนในห้อง ทำให้สามารถนอนหลับเอาแรงไปได้บ้าง

ในระหว่างนี้ฮ่องเต้ไม่เคยเสด็จมาหาที่ตำหนักหย่งเจิ้นเลยสักครั้ง แต่วันนี้ครบกำหนดที่พระองค์จะมาทวงคำสัญญาแล้ว เหวินกงกงกำชับสิ่งที่เคยสอนไว้นักหนาเมื่อต้องถวายงานรับใช้บนเตียง นางไม่เคยนึกเลยว่าการจะมาเป็นคนของฮ่องเต้ มันจะมีพิธีรีตองที่ยุ่งยากเช่นนี้ หากเลือกได้คงไม่อยากเข้าวังมาเป็นสนมเช่นนี้แน่

“ทำไมพระสนมจึงได้เดินวนไปมาเช่นนี้เพคะ”

“ข้ากำลังกลุ้มใจน่ะสิ”

“กลุ้มใจเรื่องอะไรเพคะ วันนี้เป็นวันดีของพระสนมนะเพคะ ที่จะได้ถวายงานรับใช้ฝ่าบาทแล้ว”

“ก็เรื่องนั้นล่ะ”

ยิ่งใกล้ถึงเวลาหยางซินอวี่ยิ่งวิตกกังวล นางอยากจะมีวิชาหายตัวได้เหลือเกินในตอนนี้ อีกไม่กี่ชั่วยามก็ต้องถวายงานรับใช้ฮ่องเต้เสียแล้ว ได้แต่ภาวนาขอให้เกิดเหตุการณ์อะไรก็ได้ ที่ทำให้ฮ่องเต้ทรงไม่สามารถมาหานางในค่ำคืนนี้ได้

“เข่อซิงเจ้าออกไปรอข้างนอกก่อนนะ ข้าอยากอยู่เพียงลำพัง”

“เพคะพระสนม”

“อ้อ หากไม่เรียกห้ามเข้ามาเด็ดขาดเข้าใจหรือไม่”

“เข้าใจแล้วเพคะ”

เข่อซิงออกไปจากห้องตามคำสั่ง หยางซินอวี่เดินไปหย่อนก้นลงบนเตียง คิดหาหนทางที่จะถ่วงเวลาเอาไว้ ในวินาทีนั้นไม่รู้อะไรดลใจให้นางคิดถึงผีเด็ก หากเป็นผีจริงจะต้องช่วยนางได้แน่นอน แม้จะรู้สึกกลัวจับใจแต่นางก็ต้องลองเสี่ยงเพื่อเอาตัวรอดให้ได้

“ข้ารู้ว่าเจ้าอยู่แถวนี้ ออกมาสิเจ้าผีน้อย”

“คริ ๆ”

เสียงหัวเราะนั่นดังขึ้นอีกแล้ว นางกลอกลูกตามองไปรอบตัวด้วยความรู้สึกกลัว แต่พยายามทำใจดีสู้เสือเข้าไว้

“หยุดหัวเราะ ข้าไม่สนุกด้วยหรอกนะ บอกมาว่าต้องการอะไร เหตุใดจึงต้องการให้ข้าเห็นเพียงคนเดียวเท่านั้น เจ้าต้องการให้ข้าช่วยใช่หรือไม่ หากใช่เจ้าต้องช่วยข้าก่อน”

“พูดจริงงั้นหรือ”

“กรี๊ดดด!!!!”

เสียงนั้นดังอยู่ข้างใบหู หยางซินอวี่หันมามองก็พบว่าตอนนี้ผีเด็กตนนั้นนั่งอยู่ข้าง ๆ นี่เอง แถมยังแลบลิ้นปลิ้นตาใส่อีกต่างหาก นางกรีดร้องเสียงดังด้วยความกลัว ลุกออกจากตรงนั้นจนเสียหลักล้มลงบนพื้น

โครม!!!

“เกิดอะไรขึ้นเพคะพระสนม”

เข่อซิงรีบวิ่งเข้ามาด้านในเมื่อได้ยินเสียง เห็นพระสนมนั่งอยู่บนพื้นก็รีบเข้าไปช่วยพยุงตัวลุกขึ้น ในตอนนั้นหยางซินอวี่กลับรู้สึกเจ็บที่ข้อเท้าจนไม่สามารถทรงตัวยืนได้

“โอ๊ย ข้าเจ็บที่ข้อเท้า”

“ขึ้นไปนั่งบนเตียงก่อนเพคะ หม่อมฉันจะไปตามหมอหลวงมาเดี๋ยวนี้ล่ะ”

“ลำบากเจ้าแล้วเข่อซิง”

“ว่าแต่...เหตุใดพระสนมจึงลงมานั่งบนพื้นเช่นนี้เพคะ เกิดอะไรขึ้น”

“ข้า...สะดุดขาตัวเองจนล้ม ไม่มีอะไร เจ้ารีบไปเถิด”

“เพคะ”

เข่อซิงออกไปแล้วนางจึงจ้องมองไปยังเด็กน้อยที่นั่งหัวเราะชอบใจอยู่ข้างกัน แม้จะยังรู้สึกกลัวอยู่แต่พยายามข่มใจเอาไว้ เหตุการณ์นี้ทำให้นางมั่นใจว่าผีเด็กตนนี้ ต้องการให้นางเห็นเพียงคนเดียวจริง ๆ

“เจ้าหัวเราะอะไรกัน”

“ก็อยากให้ข้าช่วยข้าก็ช่วยแล้ว เจ้าต้องขอบใจข้าเสียมากกว่า”

“ช่วย? ช่วยอย่างไร”

“ก็เจ้าไม่อยากมีอะไรกับฮ่องเต้มิใช่หรือ ขาเจ็บเช่นนี้พระองค์คงไม่กล้าทำอะไรเจ้าหรอก”

“นี่เจ้าอ่านใจข้าได้งั้นหรือ ถึงเป็นผีแต่เจ้าก็ไม่มีสิทธิ์มาอ่านใจข้าเช่นนี้นะ”

“ข้าไม่ได้ตั้งใจ เพียงแต่ข้าได้ยินสิ่งที่เจ้าคิดในใจทุกคำก็เท่านั้น”

“สรุปว่าเจ้าเป็นผีจริง ๆ สินะ”

“คิดว่าข้าเป็นคนงั้นหรือ หากไม่เชื่อข้าจะให้เจ้าเห็นตอนที่ข้าตายใหม่ ๆ ดีหรือไม่”

“ไม่ต้อง ๆ แค่นี้ข้าก็ขนลุกมากแล้ว สรุปว่าเจ้าอยู่ที่นี่นานเท่าไหร่แล้ว ต้องการให้ข้าช่วยอะไรก็รีบบอกมา เราจะได้รีบหายกัน ข้าไม่อยากเจอเจ้าบ่อยนักหรอก”

“ก็ไม่นานเท่าไหร่หรอก แค่เกือบร้อยปีเท่านั้นเอง ส่วนเรื่องที่ข้าอยากให้ช่วย...ไม่มี”

“แล้วเจ้าต้องการสิ่งใด สรุปว่าเจ้าเป็นองค์ชายน้อยของพระสนมเจ้าของตำหนักนี้ใช่หรือไม่”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พระสนมส้มหล่น   บทที่ 58 อวสาน

    “ดีแล้ว มีอะไรให้ข้าช่วยก็ให้คนส่งสารมาได้ ข้ายินดีเสมอ หวังว่าการเดินทางไปแคว้นเป่ยครั้งนี้จะทำให้ชีวิตเจ้าเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นนะ ข้าเอาใจช่วย”“ขอบพระทัยเพคะ หม่อมฉันซาบซึ้งใจเหลือเกิน แม้จะเพิ่งเคยรู้จักกันแต่ฮองเฮาก็ไม่ถือพระองค์ ดีกับหม่อมฉันเหลือเกินเพคะ”“ฟ้าคงส่งเจ้าให้มารู้จักกับข้าและได้ช่วยชีวิตฝ่าบาทเอาไว้ เจ้าคือผู้มีพระคุณของฝ่าบาทและข้า สิ่งที่พวกเราทำให้เจ้ามันเทียบไม่ได้กับคุณงามความดีของเจ้าเลยสักนิด หวังว่าเจ้าจะใช้โอกาสนี้ให้คุ้มค่าและไม่ทำให้พระประสงค์ของฝ่าบาทต้องสูญเปล่านะ”“เพคะฮองเฮา หม่อมฉันขอกอดฮองเฮาสักครั้งได้หรือไม่เพคะ”“ได้สิ”เมื่อได้รับอนุญาตแล้วจางลี่ก็โผเข้ากอดฮองเฮาด้วยความซาบซึ้งใจ บัดนี้ชีวิตนางได้เปลี่ยนไปแล้ว และจะต้องทำมันให้ดีที่สุด จะต้องทำให้ท่านเว่ยอ๋องยอมรับในตัวนางให้ได้ฮ่องเต้ได้ส่งเหวินกงกงให้เดินทางไปพร้อมกับจางลี่ในฐานะตัวแทนพระองค์ นี่คือภารกิจสุดท้ายหลังจากผ่านพ้นความวุ่นวายในช่วงที่ผ่านมา ทุกอย่างจบลงด้วยรอยยิ้มและความปลาบปลื้มใจ*-*-*-*-*-*-*-*ฮ่องเต้และฮองเฮาเสด็จเป็นการส่วนพระองค์ออกจากวังหลวงไปยังสถานที่สำคัญแห่งหนึ่ง ทรง

  • พระสนมส้มหล่น   บทที่ 57 จะทำให้ดีที่สุด

    ขบวนเสด็จขององค์ฮ่องเต้และฮองเฮากำลังมุ่งตรงไปยังเนินเขาลูกหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ตั้งของสุสานหลวง เป็นสถานที่ซึ่งฮ่องเต้เสด็จมาเมื่อรู้สึกคิดถึงพระบิดาและพระมารดาผู้ล่วงลับไปแล้ว วันนี้ได้มาสักการะและเยี่ยมเยียนเหมือนเช่นทุกครั้ง หากทว่ากลับมีความพิเศษกว่านั่นคือสุสานของตงเปียนหยางซินอวี่ได้เล่าเรื่องที่ตงเปียนเสียสละเพื่อให้ฮ่องเต้ได้กลับคืนมาทำหน้าที่ผู้ปกครองแคว้นอีกครั้ง ทำให้พระองค์ซาบซึ้งในน้ำใจของเจ้าผีเด็กผู้มีจิตใจงดงาม ทรงมีรับสั่งให้สร้างสุสานเพื่อเป็นการสดุดีและให้เกียรติในฐานะองค์ชายพระองค์หนึ่ง มันเป็นสิ่งเดียวที่จะสามารถทำให้เจ้าเด็กน้อยผู้นั้นได้“ต่อไปนี้เจ้าไม่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวอีกแล้วนะตงเปียน ไม่ว่าตอนนี้เจ้าจะอยู่ที่ไหน แต่ขอให้รับรู้ไว้ว่าแม่คนนี้จะยังคงนึกถึงเจ้าเสมอ หากชาติหน้ามีจริงขอให้เจ้าได้เกิดมาเป็นลูกของแม่อีกนะ”หยางซินอวี่กล่าวอย่างอาลัยอาวรณ์อยู่ตรงหน้าสุสานที่สร้างขึ้นมาใหม่เพื่อตงเปียนโดยเฉพาะ แม้ว่าจะไม่มีโครงกระดูกของเจ้าเด็กน้อยผู้นั้นแล้ว หากทว่ายังคงมีสร้อยคอที่ตงเปียนเคยให้หยางซินอวี่ไว้ นางเอามันไปฝังไว้ในสุสานเพื่อเป็นตัวแทนของตงเปียนนั่นเอง

  • พระสนมส้มหล่น   บทที่ 56 ไม่เคยพูดเล่น

    “ข้าจับตัวเจ้าได้แล้ว”“ฝ่าบาทปล่อยหม่อมฉันเพคะ หม่อมฉันจะรีบเช็ดตัวให้ ฝ่าบาทจะได้บรรทมอย่างสบายตัวอย่างใดเล่าเพคะ”“ข้าไม่อยากนอน ข้าอยากทำอย่างอื่นก่อน รู้หรือไม่ว่าวันนี้พี่ชายเจ้าบอกอะไรข้า” ฮ่องเต้ทรงจ้องมองดวงหน้าสวยที่อยู่ตรงหน้าด้วยแววตาหื่นกระหาย พวงแก้มที่เคยขาวตอนนี้แดงก่ำเพราะฤทธิ์สุรา“บอกอะไรเพคะ”“บอกว่า...สุราพี่เพิ่งจะดื่มเข้าไปนั้น จะช่วยทำให้ข้ามอบความสุขให้แก่เจ้าได้ตลอดทั้งคืนโดยไม่มีเหน็ดเหนื่อยเชียวล่ะ” คนพูดยังคงใช้มือโอบกอดร่างอรชรไว้อย่างมั่นคง ไม่ยอมให้นางเป็นอิสระได้เลย“วันนี้เราไม่ได้อยู่ในวังหลวง หม่อมฉันไม่มีทางยอม อีกอย่างตอนนี้ลูกก็นอนอยู่ในห้องนี้ด้วย”“แต่ลูกของเราหลับไปแล้ว วังเหล่ยรู้ว่าพ่อกับแม่กำลังจะมีความสุขกันไม่งอแงแน่นอน” กล่าวจบแล้วก็ยื่นใบหน้าเข้าไปซุกไซ้ที่ซอกคอระหง หยางซินอวี่สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ที่กำลังเป่ารด ได้กลิ่นสุราที่พ่นออกมาพร้อมกับลมหายใจของพระองค์ นางทำได้เพียงขบเม้มริมฝีปากบางไว้แน่น หัวใจเต้นระส่ำด้วยความรู้สึกตื่นเต้น นางเองก็ไม่เคยถวายงานฝ่าบาทนานแล้วเช่นกัน จึงคิดว่าคงถึงเวลาที่จะต้องทำหน้าที่ภรรยาให้พระองค์แล้ว“

  • พระสนมส้มหล่น   บทที่ 55 เช็ดตัว

    เรือนหลังเล็ก ๆ ซึ่งอยู่ท่ามกลางขุนเขา มีหนึ่งชีวิตน้อย ๆ กำลังนั่งกอดเข่าอยู่เพียงลำพัง ดวงตาคู่สวยกำลังเพ่งมองไปข้างหน้าด้วยแววตาอาฆาตแค้น ซิงเหยียนถูกเนรเทศออกมาอยู่ที่นี่ ทุกอย่างรอบตัวนางเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ไม่มีนางกำนัลรับใช้เหมือนเมื่อก่อนต้องทำเองทุกอย่าง หากจะกลับไปหาน้องสาวก็มิอาจทำได้เพราะมีทหารคอยเฝ้าดูอยู่ตลอดเวลา ทำให้รู้สึกอึดอัดเจียนจะเป็นบ้าไปแล้ว“ข้าไม่มีวันยอมแพ้ ข้าจะต้องกลับไปล้างแค้นพวกเจ้าให้ได้ ฮือ ๆ”นางกรีดร้องอย่างสุดเสียง มันคือสิ่งเดียวที่สามารถทำได้ในตอนนี้เพื่อระบายความอัดอั้นที่อยู่ภายในใจ เคยอยู่จุดสูงสุดมีทุกอย่างในชีวิต อยากได้อะไรก็ต้องได้ แต่วันนี้กลับหมดสิ้นทุกอย่างแม้กระทั่งเพื่อนคู่คิดก็หามีไม่หากทว่าแม้จะมีชะตากรรมเช่นนี้ แต่นางก็ไม่เคยสำนึกเลยว่ามันคือผลแห่งกรรมที่นางและบิดาของนางได้ทำเอาไว้*-*-*-*-*-*-*-*ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงเสียที หยางซินอวี่กลับมาที่บ้านเกิดของตนเองเป็นครั้งแรกหลังจากออกจากบ้านไปวันนั้น ฮ่องเต้ก็เสด็จมาด้วย เป็นการเสด็จส่วนพระองค์ไม่มีพิธีรีตองอะไรมากนัก เพราะมาในฐานะเขยของสกุลหยาง ทำให้วันนี้จวนสกุลหยางคึกคักเป็นพิเศษ

  • พระสนมส้มหล่น   บทที่ 54 ปล่อยแน่

    หยางซินอวี่เองก็ลุ้นตามไม่แพ้กัน นางจ้องมองแม่นางจางลี่ด้วยแววตาที่เข้าใจ การเป็นสตรีที่มีใบหน้าอัปลักษณ์คงเป็นเรื่องที่ทำให้นางมีความน้อยเนื้อต่ำใจ ชีวิตคนเราล้วนต้องการความรักมาหล่อเลี้ยงจิตใจให้มีความกระชุ่มกระชวย แต่นางไร้ซึ่งสิ่งเหล่านั้นเข้ามาในชีวิต ช่างเป็นสตรีที่น่าสงสารและน่าเห็นใจยิ่งนัก“เว่ยอ๋อง”“เว่ยอ๋องหรือเพคะ!” หยางซินอวี่ทวนคำกล่าวนั้น นางไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าฮ่องเต้มีพระญาติที่ไหน“ใช่ หลีเว่ยเปี่ยว น้องชายคนเดียวของข้าที่ยังหลงเหลืออยู่”“หม่อมฉันไม่เคยรู้มาก่อนว่าฝ่าบบาททรงมีพระอนุชาด้วย”“เว่ยเปี่ยวเป็นคนชอบความสันโดษ ไม่ชอบความวุ่นวายในเมืองหลวง ข้าจึงส่งไปปกครองแคว้นเล็ก ๆ ทางฝั่งตะวันออกของแคว้นซวิ่น นานทีข้ากับเว่ยเปี่ยวถึงจะได้เจอกัน เอาไว้หากว่างเว้นจากภารกิจบ้านเมืองแล้วข้าจะพาเจ้าไปที่นั่น”“หม่อมฉันมิบังอาจวิวาห์กับพระอนุชาของฝ่าบาทหรอกเพคะ” เมื่อรู้ว่าบุรุษที่ฮ่องเต้คัดเลือกมาให้นั้นคือพระอนุชาของพระองค์เอง จางลี่ก็รีบกล่าวแย้งเพราะนางไม่ได้หวังว่าจะต้องถึงขั้นนั้น“เจ้าไม่ต้องเป็นกังวลไปหรอก การมีเจ้าไปช่วยดูแลเว่ยเปี่ยวข้าจะได้รู้สึกวางใจ เจ้าเป็นหมอ

  • พระสนมส้มหล่น   บทที่ 53 ไม่เกินความสามารถ

    “ติงอี้เพคะ ติงอี้วางยาพิษพระองค์เพื่อจะได้บุกเข้าไปช่วยซิงเหยียนฮองเฮาและเสนาบดีซิง”“บังอาจนัก! แล้วจับตัวพวกมันมาได้หรือไม่” เมื่อรู้เรื่องฮ่องเต้ก็ทรงกริ้วจนลืมไปว่าตอนนี้พระวรกายยังคงอ่อนแออยู่ ทำให้เกิดอาการหน้ามืดขึ้นมา“ไปนั่งที่ศาลาก่อนเพคะ หม่อมฉันไม่น่ากล่าวเรื่องนี้ให้พระองค์ได้ยินเลย”เมื่ออาการหน้ามืดดีขึ้นแล้วฮ่องเต้จึงหันมาจ้องตานางอีกครั้ง เอื้อมมือมาสัมผัสบนแก้มขาวที่ยังคงงดงามมิเคยเปลี่ยน มองคราใดก็มิเคยรู้สึกเบื่อ“ข้ารู้ว่าเจ้าจะคอยดูแลข้า ไม่ปล่อยให้เป็นอะไร”“แต่ถึงอย่างไรหม่อมฉันก็ยังเป็นห่วงพระองค์อยู่ดี อย่าทรงกริ้วเลยนะเพคะ”“ข้าไม่เป็นไรแค่เหนื่อยนิดหน่อยเท่านั้น แต่พอได้เห็นหน้าเจ้าแล้วก็รู้สึกดีขึ้น จากนี้ไปข้าจะเป็นฝ่ายดูแลปกป้องเจ้าเองนะ ข้าสัญญา”“เพคะ หม่อมฉันจะอยู่ข้าง ๆ ให้พระองค์ดูแลตลอดไป”ทั้งคู่จ้องตากันด้วยแววตาที่หวานซึ้ง ก่อนที่ชายหนุ่มจะเอื้อมมือไปเชยคางเรียวขึ้นเล็กน้อยจนริมฝีปากอวบอิ่มเผยอยั่วยวนให้เกิดความต้องการ แม้จะเพิ่งฟื้นตัวมาแต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคที่จะแสดงความรักต่อสตรีที่รักยิ่ง ริมฝีปากน้อย ๆ ถูกบดจูบอย่างเนิบนาบ แลกเปลี่ยนความหอมหว

  • พระสนมส้มหล่น   บทที่ 44 เปลี่ยนไป

    แม่ทัพเฟิงฉินยืนขวางทางไม่ยอมให้เข้าไป เขาได้สั่งทหารที่เฝ้ายามอยู่เข้ามาตรึงกำลังเอาไว้ จึงทำให้ทั้งสองฝั่งเตรียมพร้อมที่จะปะทะกันในทุกเมื่อ ทว่าพระสุรเสียงขององค์ฮ่องเต้กลับทำให้ทุกคนชะงัก“ข้าได้จัดตั้งองครักษ์ปิ่นมังกรขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่อารักขาความปลอดภัยให้กับข้าและสมาชิกราชวงศ์ทุกคน นอกจากน

  • พระสนมส้มหล่น   บทที่ 41 เป็นห่วง

    เสียงที่ดังมาจากนอกห้องทำให้สองพ่อลูกรีบเปลี่ยนอิริยาบถ ลุกขึ้นยืนต้อนรับการเสด็จมาขององค์ฮ่องเต้ เพิ่งจะกลับมาถึงวังหลวงก็ตรงเข้ามาที่ตำหนักนี้ทันที“ถวายบังคมฝ่าบาท”“อ้าว! ท่านเสนาบดีซิงก็อยู่ในตำหนักด้วยอย่างนั้นหรือ”“กระหม่อมเข้ามาเยี่ยมองค์ชายน้อยพ่ะย่ะค่ะ”ฮ่องเต้ทรงพยักหน้ายิ้มอย่างเข้าใจแ

  • พระสนมส้มหล่น   บทที่ 6 จะนอนหลับได้อย่างไร

    “เจ้าได้ยินเสียงหัวเราะเหมือนข้าหรือไม่”“เสียงหัวเราะ...ไม่ได้ยินเลยเพคะ”“ตอนแรกข้าก็นึกว่าตัวเองหูฝาด แต่กลับได้ยินเป็นครั้งที่สอง ข้ามั่นใจแล้วว่าไม่น่าจะหูฝาด มีใครอยู่แถวนี้หรือไม่”“ไม่มีเพคะ หม่อมฉันเข้ามาที่นี่เพียงคนเดียว ปกติแล้วหากไม่ได้รับอนุญาตใครก็เข้ามาในนี้ไม่ได้”“หรือว่า...จะเป็น

  • พระสนมส้มหล่น   บทที่ 5 มีอะไรงั้นหรือ

    “เพราะเหตุใดฝ่าบาทจึงทรงเลือกหม่อมฉันเพคะ ทั้งที่เราเพิ่งจะเคยเจอกันแค่ครั้งเดียว หม่อมฉันเคยได้ยินมาว่าการจะเข้ามาเป็นสนมได้ ต้องผ่านด่านมากมายมิใช่หรือเพคะ”“เจ้าเข้าใจถูกแล้ว สนมของข้ามีมากมายนัก แต่ข้าไม่เคยไปหาพวกนางเหล่านั้นสักคน ในชีวิตข้ามีเพียงแค่ฮองเฮาคนเดียวเท่านั้น แต่เจ้าเป็นอีกหนึ่งคน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status