بيت / รักโบราณ / พระสนมส้มหล่น / บทที่ 5 มีอะไรงั้นหรือ

مشاركة

บทที่ 5 มีอะไรงั้นหรือ

last update تاريخ النشر: 2026-02-25 15:35:44

“เพราะเหตุใดฝ่าบาทจึงทรงเลือกหม่อมฉันเพคะ ทั้งที่เราเพิ่งจะเคยเจอกันแค่ครั้งเดียว หม่อมฉันเคยได้ยินมาว่าการจะเข้ามาเป็นสนมได้ ต้องผ่านด่านมากมายมิใช่หรือเพคะ”

“เจ้าเข้าใจถูกแล้ว สนมของข้ามีมากมายนัก แต่ข้าไม่เคยไปหาพวกนางเหล่านั้นสักคน ในชีวิตข้ามีเพียงแค่ฮองเฮาคนเดียวเท่านั้น แต่เจ้าเป็นอีกหนึ่งคนที่ข้ารู้สึกถูกชะตาตั้งแต่แรกพบ ข้าได้ปรึกษากับฮองเฮาแล้วว่าอยากได้เจ้ามาเป็นสนมเอก ให้อยู่เหนือกว่าสนมคนอื่น ๆ และที่สำคัญเจ้ายังเป็นน้องสาวของแม่ทัพหยางผู้เก่งกาจ เชี่ยวชาญในการรบ การมีเจ้าเข้ามานั่นทำให้ราชบัลลังก์ของข้ามั่นคงยิ่งขึ้นอย่างใดเล่า”

“หม่อมฉันเข้าใจแล้วเพคะ”

“อีกสามวันข้าจะกลับมาที่นี่อีกครั้ง หวังว่าเมื่อถึงวันนั้นเจ้าจะพร้อมทั้งกายและใจ”

“เพคะฝ่าบาท”

ฮ่องเต้ทรงยื่นพระหัตถ์มาสัมผัสใบหน้าสวยของนาง ทว่าอีกฝ่ายรีบเอียงหน้าหนีเสียก่อน นางไม่ได้ตั้งใจ แต่ยังไม่คุ้นชินกับการถูกบุรุษแตะเนื้อต้องตัวเช่นนี้

“ไม่ได้งั้นหรือ”

“เอ่อ...หม่อมฉันยังไม่ชินเพคะ ขอเวลาให้หม่อมฉันได้ปรับตัวสักระยะ”

“ข้าบอกแล้วอย่างใดเล่า ข้าจะยอมอนุโลมให้แค่เรื่องบนเตียงเท่านั้น อย่างอื่นเจ้าจะไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธข้า”

พระองค์คว้ามือเรียวของพระสนมดึงตัวเข้ามาหา ส่งพระหัตถ์ข้างหนึ่งไปรั้งแผ่นหลังบางไว้ ส่วนอีกข้างสัมผัสที่แก้มขาวนวลเนียนอย่างถือวิสาสะ หยางซินอวี่ได้แต่หลบสายตาคมคู่นั้น หัวใจดวงน้อยเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ เมื่อนิ้วของฮ่องเต้มาสัมผัสที่ริมฝีปากตนเองก็เม้มมันเอาไว้ทันที

“คิดว่าจะหนีข้าพ้นงั้นหรือ”

พระองค์โน้มพระพักตร์ลงมาใกล้ จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ส่งพระหัตถ์ขึ้นมาเชยที่ปลายคางเรียว ส่งริมฝีปากร้อนประทับลงอย่างละมุน บดเบียดริมฝีปากช้า ๆ พยายามดันลิ้นเข้าไปด้านในจนสำเร็จ จากนั้นก็ชอนไชเข้าไปในโพรงปากหวานอย่างค่อยเป็นค่อยไป ตวัดพันเกี่ยวอย่างมิรู้เบื่อ ส่งพระหัตถ์เลื้อยขึ้นมาจนถึงเนินเนื้อเต่งตึง กำลังจะส่งเข้าไปใต้ร่มผ้าเนื้อดีทว่าหยางซินอวี่รีบจับห้ามไว้เสียก่อน

“อย่าเพคะ”

“ทำไม กลัวงั้นหรือ”

“ฝ่าบาททรงสัญญาว่าจะรอให้ถึงสามวันเสียก่อนมิใช่หรือเพคะ”

“ไม่ว่าจะวันนี้หรือสามวันข้างหน้า เจ้าก็จะต้องเป็นของข้าอยู่ดี มันต่างกันตรงไหนงั้นหรือ”

“ฝ่าบาททรงตรัสเช่นนี้ย่อมไม่คิดจะรักษาสัญญาตั้งแต่แรก เคยมีคนบอกว่ากษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำคงไม่จริงแล้วกระมังเพคะ” นางกล่าวแล้วก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ให้กับฝ่าบาท พระองค์มีอารมณ์โมโหเล็กน้อย หายใจเสียงดังเมื่อถูกขัดใจ

“ได้! รอให้ถึงเวลาก่อนเถิด ข้าจะทำให้เจ้าหลงใหลในรสรักของข้าจนต้องร้องขอตลอดเวลา จำเอาไว้” คนพูดยกมือขึ้นชี้หน้า ฉายความเกรี้ยวกราดออกมาผ่านทางสายตา ก่อนจะเดินเอามือขัดหลังออกไปจากห้องนี้

เมื่อแคล้วคลาดปลอดภัยจากการถูกคุกคามแล้ว หยางซินอวี่ก็ยกมือขึ้นทาบอก ถอนหายใจด้วยความโล่งอกเป็นที่สุด เดินไปนั่งบนเก้าอี้ไม้แล้วหลับตาลงเพื่อพักเอาแรง

“คิก ๆ”

เสียงหัวเราะปริศนาทำให้นางต้องเบิกตาขึ้นอีกครั้ง หันขวับมองไปรอบตัวเพื่อดูว่าใครกันที่มาหัวเราะแถวนี้ ทว่ามองไปทางไหนก็ไม่มีใครสักคน

“นี่ข้ากลัวจนหูฝาดไปเองงั้นเชียวหรือ เฮ้อ ไม่รู้ว่าโชคดีหรือร้ายที่ได้เข้ามาอยู่ในวังเช่นนี้ ข้าคิดถึงทุกคนที่จวนเหลือเกิน”

นางนั่งทำหน้ามุ่ยอยู่เพียงลำพัง ก่อนที่นางในคนหนึ่งจะเดินเข้ามาหา นางมีนามว่า เข่อซิง เป็นนางในที่ได้รับมอบหมายให้มารับใช้อย่างใกล้ชิด หลังจากนี้หยางซินอวี่อาจจะต้องพึ่งนาง เป็นหูเป็นตา เป็นมือเป็นเท้าให้

“พระสนมเพคะ”

“อุ้ย! ข้าตกใจหมดเลย เจ้ามีอะไรหรือเปล่า”

“หม่อมฉันเข่อซิง ได้รับหน้าที่ให้มาดูแลรับใช้พระสนมเพคะ หากมีอะไรให้หม่อมฉันทำเชิญสั่งมาได้เลยเพคะ”

“เข่อซิงงั้นหรือ ว่าแต่เจ้าอยู่ที่นี่นานหรือยัง”

“เกือบปีแล้วเพคะ ก่อนหน้านี้หม่อมฉันเคยเป็นนางในอยู่ในพระตำหนักซิ่นเก๋อหยงเพคะ”

“ตำหนักซิ่นเก๋อหยงนี้เป็นตำหนักของใครงั้นหรือ”

“ฮองเฮาเพคะ”

“จริงสินะ เมื่อครู่ฝ่าบาททรงกล่าวถึงฮองเฮาด้วย ว่าแต่ฮองเฮาเป็นคนอย่างไร ใจดีหรือไม่ เจ้าน่าจะรู้ดีช่วยบอกข้าหน่อยสิ”

“ฮองเฮาใจดีมากเพคะ ดูแลนางในทุกคนเป็นอย่างดีมาโดยตลอด ที่หม่อมฉันได้เข้ามารับใช้พระสนมที่นี่ก็เป็นเพราะพระราชเสาวนีย์ของฮองเฮาเพคะ”

“แสดงว่า...ฮองเฮาต้องรู้ว่าข้ามาอยู่ที่นี่ในฐานะอะไร แล้วอย่างนี้ข้าจะโดนรังแกไหมเข่อซิง ข้ากลัวว่าฮองเฮาจะโกรธที่จู่ ๆ ข้าก็มาเป็นสนมของฮ่องเต้”

“ไม่หรอกเพคะ ฮองเฮาทรงมีพระเมตตา ไม่เคยทำร้ายใครมาก่อน หม่อมฉันรับรองได้”

“ได้ยินเจ้ากล่าวเช่นนี้ข้าก็วางใจ” ขณะกำลังสนทนากับเข่อซิงนางก็ได้ยินเสียงหัวเราะนั่นอีกแล้ว จึงขมวดคิ้วอย่างนึกสงสัย มองไปรอบตัวอีกครั้ง

“มีอะไรงั้นหรือเพคะ”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • พระสนมส้มหล่น   บทที่ 58 อวสาน

    “ดีแล้ว มีอะไรให้ข้าช่วยก็ให้คนส่งสารมาได้ ข้ายินดีเสมอ หวังว่าการเดินทางไปแคว้นเป่ยครั้งนี้จะทำให้ชีวิตเจ้าเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นนะ ข้าเอาใจช่วย”“ขอบพระทัยเพคะ หม่อมฉันซาบซึ้งใจเหลือเกิน แม้จะเพิ่งเคยรู้จักกันแต่ฮองเฮาก็ไม่ถือพระองค์ ดีกับหม่อมฉันเหลือเกินเพคะ”“ฟ้าคงส่งเจ้าให้มารู้จักกับข้าและได้ช่วยชีวิตฝ่าบาทเอาไว้ เจ้าคือผู้มีพระคุณของฝ่าบาทและข้า สิ่งที่พวกเราทำให้เจ้ามันเทียบไม่ได้กับคุณงามความดีของเจ้าเลยสักนิด หวังว่าเจ้าจะใช้โอกาสนี้ให้คุ้มค่าและไม่ทำให้พระประสงค์ของฝ่าบาทต้องสูญเปล่านะ”“เพคะฮองเฮา หม่อมฉันขอกอดฮองเฮาสักครั้งได้หรือไม่เพคะ”“ได้สิ”เมื่อได้รับอนุญาตแล้วจางลี่ก็โผเข้ากอดฮองเฮาด้วยความซาบซึ้งใจ บัดนี้ชีวิตนางได้เปลี่ยนไปแล้ว และจะต้องทำมันให้ดีที่สุด จะต้องทำให้ท่านเว่ยอ๋องยอมรับในตัวนางให้ได้ฮ่องเต้ได้ส่งเหวินกงกงให้เดินทางไปพร้อมกับจางลี่ในฐานะตัวแทนพระองค์ นี่คือภารกิจสุดท้ายหลังจากผ่านพ้นความวุ่นวายในช่วงที่ผ่านมา ทุกอย่างจบลงด้วยรอยยิ้มและความปลาบปลื้มใจ*-*-*-*-*-*-*-*ฮ่องเต้และฮองเฮาเสด็จเป็นการส่วนพระองค์ออกจากวังหลวงไปยังสถานที่สำคัญแห่งหนึ่ง ทรง

  • พระสนมส้มหล่น   บทที่ 57 จะทำให้ดีที่สุด

    ขบวนเสด็จขององค์ฮ่องเต้และฮองเฮากำลังมุ่งตรงไปยังเนินเขาลูกหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ตั้งของสุสานหลวง เป็นสถานที่ซึ่งฮ่องเต้เสด็จมาเมื่อรู้สึกคิดถึงพระบิดาและพระมารดาผู้ล่วงลับไปแล้ว วันนี้ได้มาสักการะและเยี่ยมเยียนเหมือนเช่นทุกครั้ง หากทว่ากลับมีความพิเศษกว่านั่นคือสุสานของตงเปียนหยางซินอวี่ได้เล่าเรื่องที่ตงเปียนเสียสละเพื่อให้ฮ่องเต้ได้กลับคืนมาทำหน้าที่ผู้ปกครองแคว้นอีกครั้ง ทำให้พระองค์ซาบซึ้งในน้ำใจของเจ้าผีเด็กผู้มีจิตใจงดงาม ทรงมีรับสั่งให้สร้างสุสานเพื่อเป็นการสดุดีและให้เกียรติในฐานะองค์ชายพระองค์หนึ่ง มันเป็นสิ่งเดียวที่จะสามารถทำให้เจ้าเด็กน้อยผู้นั้นได้“ต่อไปนี้เจ้าไม่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวอีกแล้วนะตงเปียน ไม่ว่าตอนนี้เจ้าจะอยู่ที่ไหน แต่ขอให้รับรู้ไว้ว่าแม่คนนี้จะยังคงนึกถึงเจ้าเสมอ หากชาติหน้ามีจริงขอให้เจ้าได้เกิดมาเป็นลูกของแม่อีกนะ”หยางซินอวี่กล่าวอย่างอาลัยอาวรณ์อยู่ตรงหน้าสุสานที่สร้างขึ้นมาใหม่เพื่อตงเปียนโดยเฉพาะ แม้ว่าจะไม่มีโครงกระดูกของเจ้าเด็กน้อยผู้นั้นแล้ว หากทว่ายังคงมีสร้อยคอที่ตงเปียนเคยให้หยางซินอวี่ไว้ นางเอามันไปฝังไว้ในสุสานเพื่อเป็นตัวแทนของตงเปียนนั่นเอง

  • พระสนมส้มหล่น   บทที่ 56 ไม่เคยพูดเล่น

    “ข้าจับตัวเจ้าได้แล้ว”“ฝ่าบาทปล่อยหม่อมฉันเพคะ หม่อมฉันจะรีบเช็ดตัวให้ ฝ่าบาทจะได้บรรทมอย่างสบายตัวอย่างใดเล่าเพคะ”“ข้าไม่อยากนอน ข้าอยากทำอย่างอื่นก่อน รู้หรือไม่ว่าวันนี้พี่ชายเจ้าบอกอะไรข้า” ฮ่องเต้ทรงจ้องมองดวงหน้าสวยที่อยู่ตรงหน้าด้วยแววตาหื่นกระหาย พวงแก้มที่เคยขาวตอนนี้แดงก่ำเพราะฤทธิ์สุรา“บอกอะไรเพคะ”“บอกว่า...สุราพี่เพิ่งจะดื่มเข้าไปนั้น จะช่วยทำให้ข้ามอบความสุขให้แก่เจ้าได้ตลอดทั้งคืนโดยไม่มีเหน็ดเหนื่อยเชียวล่ะ” คนพูดยังคงใช้มือโอบกอดร่างอรชรไว้อย่างมั่นคง ไม่ยอมให้นางเป็นอิสระได้เลย“วันนี้เราไม่ได้อยู่ในวังหลวง หม่อมฉันไม่มีทางยอม อีกอย่างตอนนี้ลูกก็นอนอยู่ในห้องนี้ด้วย”“แต่ลูกของเราหลับไปแล้ว วังเหล่ยรู้ว่าพ่อกับแม่กำลังจะมีความสุขกันไม่งอแงแน่นอน” กล่าวจบแล้วก็ยื่นใบหน้าเข้าไปซุกไซ้ที่ซอกคอระหง หยางซินอวี่สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ที่กำลังเป่ารด ได้กลิ่นสุราที่พ่นออกมาพร้อมกับลมหายใจของพระองค์ นางทำได้เพียงขบเม้มริมฝีปากบางไว้แน่น หัวใจเต้นระส่ำด้วยความรู้สึกตื่นเต้น นางเองก็ไม่เคยถวายงานฝ่าบาทนานแล้วเช่นกัน จึงคิดว่าคงถึงเวลาที่จะต้องทำหน้าที่ภรรยาให้พระองค์แล้ว“

  • พระสนมส้มหล่น   บทที่ 55 เช็ดตัว

    เรือนหลังเล็ก ๆ ซึ่งอยู่ท่ามกลางขุนเขา มีหนึ่งชีวิตน้อย ๆ กำลังนั่งกอดเข่าอยู่เพียงลำพัง ดวงตาคู่สวยกำลังเพ่งมองไปข้างหน้าด้วยแววตาอาฆาตแค้น ซิงเหยียนถูกเนรเทศออกมาอยู่ที่นี่ ทุกอย่างรอบตัวนางเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ไม่มีนางกำนัลรับใช้เหมือนเมื่อก่อนต้องทำเองทุกอย่าง หากจะกลับไปหาน้องสาวก็มิอาจทำได้เพราะมีทหารคอยเฝ้าดูอยู่ตลอดเวลา ทำให้รู้สึกอึดอัดเจียนจะเป็นบ้าไปแล้ว“ข้าไม่มีวันยอมแพ้ ข้าจะต้องกลับไปล้างแค้นพวกเจ้าให้ได้ ฮือ ๆ”นางกรีดร้องอย่างสุดเสียง มันคือสิ่งเดียวที่สามารถทำได้ในตอนนี้เพื่อระบายความอัดอั้นที่อยู่ภายในใจ เคยอยู่จุดสูงสุดมีทุกอย่างในชีวิต อยากได้อะไรก็ต้องได้ แต่วันนี้กลับหมดสิ้นทุกอย่างแม้กระทั่งเพื่อนคู่คิดก็หามีไม่หากทว่าแม้จะมีชะตากรรมเช่นนี้ แต่นางก็ไม่เคยสำนึกเลยว่ามันคือผลแห่งกรรมที่นางและบิดาของนางได้ทำเอาไว้*-*-*-*-*-*-*-*ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงเสียที หยางซินอวี่กลับมาที่บ้านเกิดของตนเองเป็นครั้งแรกหลังจากออกจากบ้านไปวันนั้น ฮ่องเต้ก็เสด็จมาด้วย เป็นการเสด็จส่วนพระองค์ไม่มีพิธีรีตองอะไรมากนัก เพราะมาในฐานะเขยของสกุลหยาง ทำให้วันนี้จวนสกุลหยางคึกคักเป็นพิเศษ

  • พระสนมส้มหล่น   บทที่ 54 ปล่อยแน่

    หยางซินอวี่เองก็ลุ้นตามไม่แพ้กัน นางจ้องมองแม่นางจางลี่ด้วยแววตาที่เข้าใจ การเป็นสตรีที่มีใบหน้าอัปลักษณ์คงเป็นเรื่องที่ทำให้นางมีความน้อยเนื้อต่ำใจ ชีวิตคนเราล้วนต้องการความรักมาหล่อเลี้ยงจิตใจให้มีความกระชุ่มกระชวย แต่นางไร้ซึ่งสิ่งเหล่านั้นเข้ามาในชีวิต ช่างเป็นสตรีที่น่าสงสารและน่าเห็นใจยิ่งนัก“เว่ยอ๋อง”“เว่ยอ๋องหรือเพคะ!” หยางซินอวี่ทวนคำกล่าวนั้น นางไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าฮ่องเต้มีพระญาติที่ไหน“ใช่ หลีเว่ยเปี่ยว น้องชายคนเดียวของข้าที่ยังหลงเหลืออยู่”“หม่อมฉันไม่เคยรู้มาก่อนว่าฝ่าบบาททรงมีพระอนุชาด้วย”“เว่ยเปี่ยวเป็นคนชอบความสันโดษ ไม่ชอบความวุ่นวายในเมืองหลวง ข้าจึงส่งไปปกครองแคว้นเล็ก ๆ ทางฝั่งตะวันออกของแคว้นซวิ่น นานทีข้ากับเว่ยเปี่ยวถึงจะได้เจอกัน เอาไว้หากว่างเว้นจากภารกิจบ้านเมืองแล้วข้าจะพาเจ้าไปที่นั่น”“หม่อมฉันมิบังอาจวิวาห์กับพระอนุชาของฝ่าบาทหรอกเพคะ” เมื่อรู้ว่าบุรุษที่ฮ่องเต้คัดเลือกมาให้นั้นคือพระอนุชาของพระองค์เอง จางลี่ก็รีบกล่าวแย้งเพราะนางไม่ได้หวังว่าจะต้องถึงขั้นนั้น“เจ้าไม่ต้องเป็นกังวลไปหรอก การมีเจ้าไปช่วยดูแลเว่ยเปี่ยวข้าจะได้รู้สึกวางใจ เจ้าเป็นหมอ

  • พระสนมส้มหล่น   บทที่ 53 ไม่เกินความสามารถ

    “ติงอี้เพคะ ติงอี้วางยาพิษพระองค์เพื่อจะได้บุกเข้าไปช่วยซิงเหยียนฮองเฮาและเสนาบดีซิง”“บังอาจนัก! แล้วจับตัวพวกมันมาได้หรือไม่” เมื่อรู้เรื่องฮ่องเต้ก็ทรงกริ้วจนลืมไปว่าตอนนี้พระวรกายยังคงอ่อนแออยู่ ทำให้เกิดอาการหน้ามืดขึ้นมา“ไปนั่งที่ศาลาก่อนเพคะ หม่อมฉันไม่น่ากล่าวเรื่องนี้ให้พระองค์ได้ยินเลย”เมื่ออาการหน้ามืดดีขึ้นแล้วฮ่องเต้จึงหันมาจ้องตานางอีกครั้ง เอื้อมมือมาสัมผัสบนแก้มขาวที่ยังคงงดงามมิเคยเปลี่ยน มองคราใดก็มิเคยรู้สึกเบื่อ“ข้ารู้ว่าเจ้าจะคอยดูแลข้า ไม่ปล่อยให้เป็นอะไร”“แต่ถึงอย่างไรหม่อมฉันก็ยังเป็นห่วงพระองค์อยู่ดี อย่าทรงกริ้วเลยนะเพคะ”“ข้าไม่เป็นไรแค่เหนื่อยนิดหน่อยเท่านั้น แต่พอได้เห็นหน้าเจ้าแล้วก็รู้สึกดีขึ้น จากนี้ไปข้าจะเป็นฝ่ายดูแลปกป้องเจ้าเองนะ ข้าสัญญา”“เพคะ หม่อมฉันจะอยู่ข้าง ๆ ให้พระองค์ดูแลตลอดไป”ทั้งคู่จ้องตากันด้วยแววตาที่หวานซึ้ง ก่อนที่ชายหนุ่มจะเอื้อมมือไปเชยคางเรียวขึ้นเล็กน้อยจนริมฝีปากอวบอิ่มเผยอยั่วยวนให้เกิดความต้องการ แม้จะเพิ่งฟื้นตัวมาแต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคที่จะแสดงความรักต่อสตรีที่รักยิ่ง ริมฝีปากน้อย ๆ ถูกบดจูบอย่างเนิบนาบ แลกเปลี่ยนความหอมหว

  • พระสนมส้มหล่น   บทที่ 6 จะนอนหลับได้อย่างไร

    “เจ้าได้ยินเสียงหัวเราะเหมือนข้าหรือไม่”“เสียงหัวเราะ...ไม่ได้ยินเลยเพคะ”“ตอนแรกข้าก็นึกว่าตัวเองหูฝาด แต่กลับได้ยินเป็นครั้งที่สอง ข้ามั่นใจแล้วว่าไม่น่าจะหูฝาด มีใครอยู่แถวนี้หรือไม่”“ไม่มีเพคะ หม่อมฉันเข้ามาที่นี่เพียงคนเดียว ปกติแล้วหากไม่ได้รับอนุญาตใครก็เข้ามาในนี้ไม่ได้”“หรือว่า...จะเป็น

  • พระสนมส้มหล่น   บทที่ 4 ถามมาสิ

    ขบวนเสด็จองค์ฮ่องเต้เคลื่อนผ่านเข้าไปยังประตูวังหลวงแห่งแคว้นซวิ่น ไปยังฝั่งขวามือสุดของวังหลวงแห่งนี้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระตำหนักหย่งเจิ้น เป็นตำหนักที่องค์ฮ่องเต้ประทานให้เป็นเรือนที่พักของพระสนมซินอวี่นั่นเองพระตำหนักหย่งเจิ้นเคยเป็นที่ประทับของพระสนมองค์หนึ่งของฮ่องเต้พระองค์ก่อน แต่นางได้สิ้น

  • พระสนมส้มหล่น   บทที่ 3 อ้อมกอด

    นางกำลังจะตอบโต้กลับไปทว่าฮ่องเต้กลับประทับรอยจูบลงบนริมฝีปากบางเสียก่อน รสจูบอันร้อนแรงจากองค์ฮ่องเต้ถาโถมเข้ามาอย่างไร้ความปรานี มือน้อย ๆ ที่เกาะเกี่ยวพระศอไว้ถอยร่นลงมาผลักแผงอกแกร่งให้ออกห่าง ใช่ว่าไม่รู้สึกดีแต่นางหายใจไม่ทันต่างหาก นี่คือจูบแรกในชีวิตของนาง และมันเป็นจูบที่ไม่ได้ตั้งใจให้เกิ

  • พระสนมส้มหล่น   บทที่ 2 ข้าไม่อนุญาต

    หยางฮูหยินได้เล่าเรื่องราววีรกรรมสุดแสบในวัยเด็กของบุตรีให้ฮ่องเต้ฟังอย่างลื่นไหล หลังจากพระองค์ได้ตรัสถามเพียงแค่ไม่กี่คำ ไม่เพียงแค่นั้นผู้เป็นพี่ชายยังเสริมทัพเข้าไปอีก ทำให้หยางซินอวี่ได้แต่นั่งเงียบมองดูทั้งสามสนทนากันอย่างออกรส ดูเหมือนว่าฮ่องเต้จะทรงพอพระทัยเมื่อได้ฟังเรื่องราวของพระสนม ทำให

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status