LOGINตอนที่ 5: ภายใต้เงาของความปรารถนา
เส้นคั่นบางๆ ระหว่างคำว่า ‘เจ้านาย’ กับ ‘ผู้จัดการส่วนตัว’ พร่าเลือนจนแทบมองไม่เห็นนับตั้งแต่คืนนั้น... คืนที่แรงอารมณ์พาเราข้ามเขตแดนไปสู่ความลึกซึ้งที่ต่างคนต่างจงใจทิ้งให้มันไร้ชื่อเรียก อาจเพราะเราทั้งคู่รู้ดีว่าหากฝืนตั้งชื่อให้มัน ความจริงที่ว่าเรื่องนี้ ‘ผิดที่ผิดทาง’ แค่ไหนจะปรากฏชัดขึ้นมาทันที สำหรับผม... ยิ่งสัมผัสจากเขามันหอมหวานเท่าไหร่ รสขมระคายคอของความหวาดกลัวก็ยิ่งติดแน่นอยู่ที่ปลายลิ้นมากเท่านั้น พักหลังมานี้ ห้องพักขนาดกะทัดรัดของผมกลายเป็นเพียงที่เก็บฝุ่น เพราะเจ้าของห้องอย่างผมแทบไม่ได้กลับไปเหยียบเหยียบมันเลย ทุกครั้งหลังสิ้นสุดตารางงานอันยาวเหยียด ทิวเขา มักจะใช้ประโยคสั้นๆ ที่เต็มไปด้วยอำนาจเผด็จการทว่านุ่มนวลอย่างประหลาดฉุดรั้งผมไว้เสมอ “กลับพร้อมกัน” “คืนนี้ค้างนี่นะ...” หรือบางครั้งเขาก็แค่ทิ้งตัวลงข้างๆ แล้วเปรยเบาๆ เหมือนเด็กขี้เหงา “กูไม่อยากอยู่คนเดียว” น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นคลอนปราการใจของผมจนพังยับเยิน ผมรู้ดีว่าเขากำลัง ‘ติด’ สัมผัสจากผม เหมือนที่ผมเองก็เสพติดตัวตนของเขาจนถอนตัวไม่ขึ้น แสงไฟสลัวภายในคอนโดหรูโอบล้อมเราไว้ด้วยความเงียบสงบ ผมนั่งขดตัวอยู่บนเตียงกว้าง พยายามจดจ่อกับคิวงานในแท็บเล็ต ทว่าเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่เดินออกมาจากห้องน้ำกลับดึงความสนใจไปเสียสิ้น ทิวเขาในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำตัวบางที่ปลดกระดุมทิ้งไว้ ดูอันตรายต่ออัตราการเต้นของหัวใจอย่างบอกไม่ถูก จู่ๆ อ้อมกอดอุ่นจัดก็ทาบลงมาจากด้านหลัง กลิ่นสบู่จางๆ ผสมกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของเขาลอยมาปะทะจมูก “ยังไม่เลิกงานอีกเหรอ” กระแสเสียงพร่าดังชิดใบหูจนผมต้องหดคอหนีด้วยความขัดเขิน “ผม... ต้องรีบจัดคิวพรุ่งนี้ให้จบครับ” ผมบังคับเสียงไม่ให้สั่น ขณะที่ความร้อนจากแผ่นอกกว้างซึมลึกผ่านแผ่นหลังเข้ามา “ค่อยทำก็ได้” เขาซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่ของผม สูดดมราวกับต้องการตักตวงพลังงานเอาเสียดื้อๆ “เดี๋ยวไม่ทันนะครับคุณทิวเขา” “แต่ตอนนี้กูอยากกอดมึงมากกว่า” มันเป็นเพียงประโยคเรียบง่ายที่ไร้คำบอกรัก ทว่ารุนแรงยิ่งกว่าพันธนาการใดๆ ผมวางมือจากงานทุกอย่างทันที หัวใจพ่ายแพ้ต่อความต้องการของเขาอย่างราบคาบ ความสัมพันธ์ที่ซุกซ่อนอยู่ในเงามืดเริ่มทวีความเข้มข้นขึ้น ทิวเขาเริ่มแสดงออกถึงความโหยหาผ่านการสัมผัสที่ดูแนบเนียนจนน่ากลัว ไม่ว่าจะเป็นการกุมมือผมไว้เงียบๆ ระหว่างพักกอง หรือการซบลงบนไหล่ในรถตู้ส่วนตัวยามที่เขาล้าจากบทบาทการแสดง เขามันคนเห็นแก่ตัว... ที่ใช้ความอ่อนโยนเป็นอาวุธล่ามผมไว้ ในบางคืนที่ความเงียบปกคลุมห้อง ผมมักจะลอบมองใบหน้ายามหลับใหลของเขา ใบหน้าที่คนทั้งประเทศต่างหลงใหล แต่กลับมีเพียงผมที่ได้รับอนุญาตให้เห็นมุมที่เปราะบางที่สุด แต่แล้วความจริงก็ปลุกผมให้ตื่นจากฝันกลางวัน... ผมลืมไปได้อย่างไรว่าในโลกที่มีแสงสว่าง เขามี ‘นับดาว’ ยืนอยู่เคียงข้างอย่างสง่างาม เขาคู่ควรกับเสียงปรบมือและการอวยพรจากทุกคน ส่วนผม... เป็นเพียงความลับที่ถูกเก็บไว้ในลิ้นชักลึกสุด และจะถูกเปิดออกเฉพาะในตอนที่แสงไฟดับลงเท่านั้น เช้าวันต่อมา กลิ่นอายความอบอุ่นบนเตียงมลายหายไปเหมือนหมอกควัน ทิวเขามีงานเปิดตัวแบรนด์ใหญ่ และหน้าที่ของผมคือการส่งเขาไปยืนในจุดที่สว่างที่สุด ผมจัดการตรวจเช็คความเรียบร้อยของสูทสั่งตัด ไปจนถึงทวนบทสัมภาษณ์ให้เขาอย่างไม่มีตกหล่น มือของผมยังสั่นน้อยๆ ตอนที่ช่วยกลัดกระดุมข้อมือให้เขา ทิวเขาจ้องมองผมผ่านเงาในกระจก ก่อนจะรวบเอวผมเข้าไปชิดอีกครั้ง “เย็นนี้รอกูกลับบ้านนะ” เขาพูดพลางก้มลงประทับจุมพิตที่ข้างแก้มอย่างแผ่วเบา “คืนนี้กูอยากนอนกอดมึงจริงๆ” คำว่า ‘บ้าน’ ที่หลุดออกมาจากปากเขา ทำให้ใจที่พยายามแข็งขืนกลับอ่อนยวบเหมือนขี้ผึ้งลนไฟ แต่ความสุขนั้นช่างสั้นนัก... ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ผมนั่งอยู่ท่ามกลางความเงียบในรถตู้ทีมงาน เสียงจากหน้าจอสมาร์ทโฟนของคนข้างๆ กำลังถ่ายทอดสดงานอีเวนต์ที่เพิ่งเริ่มขึ้น “คู่รักแห่งปี! คุณทิวเขาและคุณนับดาว วันนี้ดูเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยกเลยนะคะ!” ภาพบนจอคือทิวเขาในชุดสูทที่ผมเป็นคนเลือกให้ เขากำลังกุมมือนับดาวอย่างสุภาพ ใบหน้าคมคายเปื้อนยิ้มที่ดู ‘สมบูรณ์แบบ’ เสียจนผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสิ่งแปลกปลอมในชีวิตเขา แสงแฟลชที่สว่างวาบสะท้อนถึงความสำเร็จที่ผมไม่มีวันได้ยืนเคียงข้าง “มีข่าวลือว่าทั้งคู่กำลังซุ่มดูฤกษ์แต่งงาน เรื่องนี้จริงไหมคะ?” คำถามนั้นทำให้โลกทั้งใบของผมหยุดหมุน ผมจ้องมองปฏิกิริยาของคนบนจออย่างลืมหายใจ นับดาวหัวเราะอย่างขัดเขินตามประสาผู้หญิงที่มีความสุข ส่วนทิวเขา... เขาไม่ได้ปฏิเสธ เขายิ้มบางๆ แบบที่ใช้รับมือนักข่าวเป็นประจำ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ถ้ามีข่าวดี ผมไม่ปิดบังแน่นอนครับ” มันเป็นคำตอบที่ดูเป็นมืออาชีพ แต่มันกลับกรีดลึกเข้าไปในใจของผมเหมือนคมมีด เมื่อคืนเขายังใช้คำว่าบ้านกับผมอยู่เลย แต่ตอนนี้เขากลับกำลังสร้างวิมานในอากาศกับผู้หญิงอีกคนต่อหน้าคนนับล้าน ดึกสงัด... ทิวเขากลับมาถึงคอนโดด้วยท่าทางอิดโรย เขาเปิดประตูเข้ามาพบผมที่กึ่งหลับกึ่งตื่นอยู่บนโซฟา โดยมีเสียงทีวีที่ยังคงรายงานข่าวงานวันนี้วนซ้ำไปมา ภาพบนจอค้างอยู่ที่จังหวะที่เขากุมมือผู้หญิงคนนั้น เขานิ่งไปอึดใจหนึ่ง สายตาคมกริบเลื่อนมาสบตาผมที่แดงก่ำ... ไม่ใช่แค่เพราะความง่วง แต่เพราะน้ำตาที่แอบไหลทิ้งไปก่อนหน้านี้ “กลับมาแล้วเหรอครับ” ผมเค้นยิ้ม พยายามทำตัวเป็นผู้จัดการที่แสนดีให้แนบเนียนที่สุด ทิวเขาไม่พูดอะไร เขาเดินเข้ามาโอบกอดผมจากด้านหลังเหมือนอย่างที่ชอบทำ สัมผัสอุ่นจากแผ่นอกเขาทำให้ผมอยากจะหันไปถามเหลือเกินว่าความจริงมันคืออะไรกันแน่... แต่ผมก็ทำได้เพียงหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้ความเงียบทำงานของมันไป ผมไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเสียใจ เพราะสถานะ ‘ความลับ’ นี้ ผมเองไม่ใช่เหรอที่ยอมรับมันมาตั้งแต่ต้น... และที่น่ากลัวกว่านั้น คือแรงสะอื้นที่ต้องกดเอาไว้ไม่ให้เขารู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นในร่างกายของผมตอนที่ 17: ความจริงที่สั่นสะเทือนหัวใจ 🫀ภายในห้องทำงานส่วนตัวที่เคยเป็นเสมือนเกราะคุ้มกันความลับ บัดนี้กลับถูกความเงียบเข้าปกคลุมจนอึดอัด มีเพียงเสียงครางต่ำของเครื่องปรับอากาศที่ยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างสม่ำเสมอ ทว่ากลับสวนทางกับอัตราการเต้นของหัวใจสองดวงที่กำลังรวนเรอย่างหนัก ธารา ยืนห่อไหล่เข้าหากัน มือเรียวทั้งสองข้างกอดกระชับร่างตัวเองไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากคลายมือออก ร่างทั้งร่างจะแตกสลายลงตรงนั้น แผ่นหลังบางพิงอยู่กับขอบโต๊ะไม้ราคาแพงที่เย็นเยียบ ดวงตาคู่สวยที่มักจะฉายแววสดใสและซื่อตรงอยู่เสมอ บัดนี้กลับบวมช้ำจากการผ่านบทเรียนความเสียใจมาอย่างแสนสาหัส“ผมอยากหายไปจากชีวิตคุณ...”ประโยคสั้นๆ ที่กลั่นออกมาจากความเหนื่อยล้าทำหน้าที่ไม่ต่างจากใบมีดโกนที่กรีดลงบนความมั่นคงของ ทิวเขา จนขาดสะบั้น พระเอกหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความสุขุมวางตัวเป็นน้ำแข็งต่อหน้าสื่อเสมอมา กลับยืนตัวแข็งทื่อ ลมหายใจที่เคยหนักแน่นเริ่มติดขัด ทิวเขาเพิ่งประจักษ์แจ้งในวินาทีนี้เองว่า ความกลัวที่แท้จริงไม่ใช่การสูญเสียชื่อเสียงที่สร้างมานับสิบปี แต่มันคือการที่คนตรงหน้า... คนที่เป็นโลกทั้งใบของเขา กำลังจะเดิน
ตอนที่ 16: ลาออก 💔ความมืดที่ปกคลุมอยู่ภายในห้องดูจะกว้างขวางเกินไปสำหรับคนเพียงคนเดียว ธาราปล่อยให้ความเงียบเข้ากัดกินพื้นที่รอบกายมานานเกือบสองวันเต็ม กระทั่งปลายนิ้วที่ยังสั่นระริกตัดสินใจกดเปิดเครื่องมือสื่อสารที่ปิดสนิทไปนาน ทันทีที่แสงสว่างจากหน้าจอวาบขึ้นมาท่ามกลางความสลัว แรงสั่นสะเทือนจากข้อความที่ถาโถมเข้ามาไม่ขาดสายก็ฉุดกระชากความหนักอึ้งกลับมาสู่หัวใจอีกครั้งรายชื่อที่ปรากฏซ้ำแล้วซ้ำเล่าบนหน้าจอ... ‘ทิวเขา’เขากวาดสายตามองถ้อยคำเหล่านั้นช้า ๆ ราวกับจะใช้มันตอกย้ำแผลเดิมให้ลึกกว่าเก่า“อยู่ไหน”“รับสายกูหน่อย”“ธารา... กูเป็นห่วง ตอบกูที”คำว่า ‘ห่วง’ ที่อีกฝ่ายพร่ำบอก ช่างดูเบาหวิวและเปราะบางเหลือเกินในความรู้สึกของธาราตอนนี้ หากความห่วงใยนั้นคือของจริง เหตุใดพื้นที่ข้างกายที่ทิวเขาเลือกยืนจึงยังมี ‘นับดาว’ เสมอมา ความย้อนแย้งที่เกิดขึ้นมันเหมือนกำแพงหนาที่เขามองเห็นมาตลอด แต่ทิวเขากลับทำเพียงแค่หลับตาซ่อนความจริงนั้นไว้ข้างหลังตลอดคืนที่ผ่านมา ธาราไม่ได้ฟูมฟายจนเสียสติ หากแต่เป็นการนั่งจ้องมองความพังพินาศที่วางอยู่ตรงหน้าด้วยความนิ่งสงบ เขาไม่ได้ตัวคนเดียวอีกต่อไป ในกา
ตอนที่ 15: สุญญากาศ 🌧เพดานห้องชุดสุดหรูที่เคยมอบความรู้สึกโปร่งสบาย บัดนี้กลับดูเหมือนจะถล่มลงมาเป็นกรอบสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่บีบอัดมวลอากาศรอบตัว ทิวเขา ให้เจือจางลงจนหายใจลำบากเขาตื่นขึ้นมาพบกับความเงียบงันที่เย็นเฉียบยิ่งกว่าเครื่องปรับอากาศ สิ่งแรกที่มือหนาไขว่คว้ากลับไม่ใช่ความสดชื่นของเช้าวันใหม่ แต่เป็นสมาร์ทโฟนที่หน้าจอยังคงค้างอยู่ที่หน้าแชตเดิม ข้อความสั้นๆ ที่เขาส่งทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อคืนว่า “ขึ้นมาหากูนะ” ยังคงนิ่งสนิท ไร้การตอบรับ ไร้แม้แต่เครื่องหมายว่าอ่านแล้วความมั่นใจที่สะสมมาทั้งชีวิตเริ่มถูกสั่นคลอนด้วยความหนาวเหน็บที่คืบคลานเข้ามาตามเข็มนาฬิกาที่เดินผ่านไปชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่ามันเป็นความรู้สึกที่ซูเปอร์สตาร์แถวหน้าอย่างเขาหลงลืมไปนานแล้ว ความกลัวที่ไม่ได้เกิดจากชื่อเสียงที่สั่นคลอน แต่เกิดจากความเงียบของคนเพียงคนเดียวที่เขามองข้ามมาตลอดภาพเหตุการณ์เมื่อคืนฉายซ้ำในมโนนึกราวกับฟิล์มหนังที่ตัดต่อผิดพลาด ทิวเขานิ่วหน้าด้วยความร้าวรานเมื่อภาพแววตาของธาราที่สะท้อนผ่านกระจกเงาวูบเข้ามาในหัวความเสียใจมันหนักหนาเพียงใด ถึงทำให้คนที่ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ยิ่งกว่าใครอย่างเขาเ
ตอนที่ 14 : ในรอยฝน 🌧️ภายในห้องสี่เหลี่ยมที่เคยทำหน้าที่เป็นป้อมปราการความทรงจำ บัดนี้ความเงียบเชียบในเวลาตีสามกำลังทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ ธาราทิ้งร่างที่อ่อนล้าลงบนผืนเตียงอันเย็นเยียบ กลิ่นน้ำหอมจางๆ จากร่างกายของคนที่เพิ่งพานางเอกสาวคนนั้นขึ้นคอนโดไปต่อหน้าต่อตายังคงวนเวียนอยู่ตรงปลายจมูก ยิ่งพยายามสลัดทิ้ง ภาพความใกล้ชิดเหล่านั้นกลับยิ่งแจ่มชัดจนขอบตาร้อนผ่าวเครื่องมือถือในมือสั่นประท้วงไม่จบสิ้น ชื่อ ‘ทิวเขา’ ปรากฏซ้ำๆ บนหน้าจอราวกับจะตอกย้ำตัวตน แต่สำหรับธารา มันกลับเปรียบเสมือนเข็มเล่มเล็กที่ทิ่มแทงลงบนแผลสด คนที่กำลังเพียรพยายามตามหาเขาในตอนนี้ คือคนเดียวกับที่เพิ่งโยนความไว้ใจของเขาลงเหวอย่างไม่ใยดี“สุดท้าย... ผมก็เป็นได้แค่จุดพักสายตาในวันที่คุณเหนื่อยสินะ”ไร้เสียงตอบคำถาม มีเพียงความสงัดที่โอบล้อมร่างที่สั่นเทา ธาราขดตัวเข้าหาตัวเองท่ามกลางแสงไฟสลัวจากท้องถนนที่ลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่าน ปล่อยให้เสียงสะอื้นที่กักขังไว้พังทลายลงมาในคืนที่ความหวังมอดดับแสงแดดยามเช้าที่สาดส่องเข้ามาไม่ได้ช่วยให้ความหม่นหมองเจือจางลง ธาราหยัดกายลุกขึ้นอย่างยากลำบาก ทว่าเพียงแค่ขยับตัว
ตอนที่ 13: เห็นกับตาท่ามกลางความโกลาหลช่วงเลิกกอง เสียงเก็บล้อดอลลี่และเสียงตะโกนประสานงานของเหล่าทีมงานดังเซ็งแซ่จนน่าเวียนหัว ทว่าในโสตประสาทของ ‘ธารา’ กลับคล้ายถูกตัดขาดจากโลกภายนอก มีเพียงประโยคสั้นๆ จากปากของพระเอกหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลต่อหัวใจที่ยังดังก้องวนเวียนอยู่ราวกับแผ่นเสียงตกร่อง“คืนนี้มีเรื่องสำคัญจะบอก”มันเป็นเพียงประโยคราบเรียบ แต่กลับสั่นคลอนปราการความเข้มแข็งที่เขาสู้ตระเตรียมมาตลอดหลายปีให้พังครืนลงอย่างง่ายดาย ทั้งที่เตือนตัวเองอยู่ทุกค่ำคืนว่าความหวังก็คือยาพิษรสหวาน แต่ปลายนิ้วที่กำลังเลื่อนตรวจเช็กตารางงานวันรุ่งขึ้นบนหน้าจอแท็บเล็ตกลับสั่นเทาจนควบคุมไม่ได้ตลอดทั้งวันที่หน้าที่ ‘ผู้จัดการส่วนตัว’ ดำเนินไปอย่างแนบเนียน เขายังคงรับโทรศัพท์ ประสานงานกองถ่าย และดูแลความเรียบร้อยรอบกายทิวเขาได้อย่างไร้ที่ติ หากแต่ลึกสิ่ลงไปในห้วงความคิด ธารากลับเผลอปล่อยตัวปล่อยใจให้เดินลงไปในกับดักแห่งความปรารถนา... หรือครั้งนี้ทิวเขาจะตัดสินใจจบความสัมพันธ์ที่คาราคาซังกับนับดาวลงจริงๆ หรืออย่างน้อยที่สุด ขอเพียงแค่เศษเสี้ยวของ ‘สถานะ’ ที่ชัดเจนกว่าที่เป็นอยู่... แค่นั้นเขาก็พร้อมจ
ตอนที่ 12: มื้อสุดท้าย 🌧️ท่ามกลางความหรูหราของห้องโดยสารรถยนต์คันเดิม บรรยากาศกลับถูกเคลือบแฝงด้วยความเงียบเชียบที่หนักอึ้ง ทิวเขาทอดสายตามองแสงไฟจากอาคารบ้านเรือนที่วูบไหวผ่านกระจกหน้าต่าง ภาพเหล่านั้นพร่าเลือนพอๆ กับความรู้สึกสับสนที่บัดนี้เริ่มตกตะกอนจนเห็นความสัตย์จริงเบื้องลึกประโยคสั้นๆ อย่าง “เมื่อไหร่จะกลับ” ที่เขาเคยเอ่ยผ่านสายโทรศัพท์เมื่อคืนก่อน ยังคงดังก้องสะท้อนอยู่ในมโนนึก มันไม่ใช่เพียงคำถามถามไถ่ตามมารยาทของเจ้านายที่มีต่อผู้จัดการ แต่มันคือเสียงเพรียกหาจากก้นบึ้งของคนที่เพิ่งตระหนักว่า พื้นที่ว่างข้างกายที่เคยชินมานานปีนั้น หากไร้ซึ่งร่างโปร่งของอีกฝ่ายยืนอยู่ ความอ้างว้างรอบตัวก็ดูจะขยายตัวรวดเร็วจนน่าใจหายทิวเขารู้ดีว่าเขาไม่อาจหลอกตัวเองได้อีกต่อไป คนที่เขาโหยหาอยากพบเป็นหน้าแรกยามเปิดประตูบ้าน คนที่ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายเพียงแค่ได้กลิ่นหอมสะอาดจางๆ ลอยวนอยู่ใกล้ตัว ไม่ใช่นับดาวผู้หญิงที่ใครต่อใครต่างตราหน้าว่าคู่ควรกับเขาที่สุดแต่กลับเป็นธารา... คนที่เปรียบเสมือนลมใต้ปีกซึ่งคอยประคับประคองชีวิตเขามาตลอดทางเขาตระหนักว่าตนเองรักธาราเข้าแล้วจริงๆ รักจนไม่อยากปล
![นายบำเรอของมาเฟีย [Mpreg]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






