บทที่ 2
พบเจอ.....
คอนโด vince
หน้าคอนโดหรูที่ตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจ พิมพ์ดาวตั้งใจจะมาเซอร์ไพรซ์พ่อเด็กวิศวะช็อปแดงสักหน่อย หลังจากที่ไม่ได้เจอหน้ากันมาเกือบเดือนเนื่องจากงานที่รัดตัวของเธอทำให้ไม่มีเวลามาสอดส่อง
ไม่สิ...
เรียกว่ามาดูแลน้องชายสุดที่รักต่างหากล่ะ
เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอมาหยุดอยู่หน้าลิฟต์ ก่อนที่ปลายนิ้วเรียวสวยจะกดปุ่มเรียกลิฟต์ฝั่งขึ้นไปชั้นบน สายตาเฉี่ยวคมมองจับจ้องตัวเลขที่กำลังกะพริบรอเวลาที่ประตูจะเปิดออกอย่างใจเย็น
ติ๊ง~
ประตูลิฟต์เปิดออกในเวลาถัดมาเพื่อให้เธอได้เดินเข้าไป ดีหน่อยที่วันนี้ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านอินฟลูสาวจึงไม่ต้องเบียดเสียดกับคนแปลกหน้าภายในลิฟต์ที่เธอมักจะเจอสถานการณ์แบบนั้นอยู่บ่อยครั้ง
“ทางสะดวกดีจัง” ปากเล็กพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนที่จะกดเลขชั้นที่ต้องการจะไป ระหว่างรอลิฟต์เคลื่อนตัวไปยังชั้นบนมือเล็กล้วงกระเป๋าหยิบมือถือขึ้นมาเช็คการแจ้งเตือนของแอพสีดำที่เธอปักตระกร้าสินค้าไว้เมื่อคืนนี้เพื่อเช็คยอดเปอร์เซ็นต์รายได้เพื่อฆ่าเวลา
“หืม ค่าคอมเกินคาดมาก” ดวงหน้าสวยคลี่ยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ เมื่อเห็นรายงานยอดคอมมิชชัน ก่อนที่ปลายนิ้วจะไถหน้าจอดูฟีดคลิปไวรัลต่างๆ ที่กำลังมาแรงไปพลางๆ
ไฟกระพริบมาหยุดที่หมายเลขชั้นเป้าหมายก่อนที่เสียง ติ๊ง~ จะดังขึ้นตามด้วยประตูลิฟต์สองข้างที่เปิดออกจากกัน
อินฟลูสาวเดินออกจากลิฟต์เลี้ยวซ้ายตรงไปยังโถงทางเดินตามสัณชาตญาณ ในขณะที่สายตายังคงจับจ้องหน้าจอสมาร์ทโฟนไม่ละไปไหน ก่อนที่ร่างของเธอจะกระแทกเข้ากับร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่กำลังเดินสวนทางมาอย่างแรงจนเสียหลักเกือบล้มลง
แต่โชคยังคงเข้าข้างเธออยู่
“อ๊ะ!!” ร่างบางถูกมือหนาคว้าเอาไว้ได้ทัน ทำให้ในตอนนี้เธอตกอยู่ในอ้อมแขนแกร่งไปโดยปริยาย กลิ่นหอมสะอาดจากบุคคลแปลกหน้าทำให้เธอรู้สึกใจเต้นขึ้นมาอย่างอธิบายไม่ถูก เธอไม่แน่ใจว่ามันเป็นกลิ่นของน้ำหอมยี่ห้อไหน แต่มันหอมสดชื่นเหมือนคนเพิ่งอาบน้ำมาใหม่ๆ จนเธออยากซุกหน้าไปดมให้มันฉ่ำปอดซะเหลือเกิน
ยัยดาว...ตั้งสติ
มันใช่เวลามาหลงกลิ่นผู้ชายมั้ยเนี่ย
หลังจากเรียกสติกลับมาได้ อินฟลูสาวก็รีบผละตัวออกจากการประคองของคนตรงหน้าทันที ก่อนจะขยับถอยหลังไปเพื่อรักษาระยะห่างของเขาและเธอ
ร่างสูงร้อยเก้าสิบยืนนิ่งราวกับถูกสตัฟเมื่อเห็นใบหน้าของคู่กรณีอย่างชัดเจน หญิงสาวตัวเล็กตรงหน้ามีใบหน้ารูปไข่ ดวงตาของเธอเฉี่ยวคมฉบับสาวมั่น จมูกเล็กรั้นๆ เข้ารูปรับกับปากเล็กจิ้มลิ้มสีชมพูธรรมชาติ รวมไปถึงผมยาวสยายเป็นลอนคลายๆ สีคาราเมลที่ขับกับผิวขาวใสของใบหน้าสวยนั้นเป็นอย่างดี
ปากเล็กๆ นั่นมัน
อ่า...ฉิบหายสิคิณ
โลกกลมเกินไปแล้ว
ลูกครึ่งหนุ่มรีบดึงสติของตนกลับมา
“เป็นอะไรรึเปล่าครับ?” เสียงทุ้มอ่อนโยนเจือความห่วงใยของคนตัวสูงกว่าเอ่ยถามขึ้นหลังจากที่ถูกสายตาเฉี่ยวคมมองมาอย่างตั้งคำถาม
เธอคงอยากจะถามเขาว่ามองอะไร?
อคิณยังคงมองใบหน้าสวยที่กำลังมองมาที่เขาด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา กลิ่นน้ำหอมหวานๆ ปนเซ็กซี่ของเธอยังคงอบอวลอยู่ในแมสก์ที่เขาสวมเอาไว้ราวกับจงใจแกล้งกัน
กลิ่นนี้อีกแล้ว
เหมือนกลิ่นนั้นไม่มีผิด
“เอ่อ ไม่เป็นไรค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ” คนผิดเอ่ยขอโทษออกไปเพราะรู้ดีว่าตนเองมัวแต่สนใจหน้าจอสี่เหลี่ยมจนไม่มองทาง จึงทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมา
คนตัวเล็กเพ่งพิศมองใบหน้าของชายหนุ่มตรงหน้าอย่างใช้ความคิด เขาสูงมากๆ น่าจะสูงกว่าเธอราวยี่สิบเซ็นได้ เขาสวมกางเกงยีนส์ฟอกสีขาดๆ พอดีตัวเข้ากับเสื้อยืดสีดำได้อย่างเหมาะเจาะ แต่เพราะสวมแมสก์สีดำปิดหน้าเอาไว้ทำให้เธอเห็นเพียงแค่ดวงตาและคิ้วเข้มหนาบนใบหน้าคมคายนั้น
ขนาดเห็นแค่ดวงตาก็รู้เลยว่าต้องหล่อมากแน่ๆ
“คุณ คุณคะ” อินฟลูสาวเอ่ยเรียกคนตัวโตที่ยืนมองเธออยู่โดยไม่ละสายตาราวกับว่าเขากำลังมีความสงสัยบางอย่าง ก่อนที่อคิณจะรวบรวมสติของตนเองที่กำลังตกอยู่ในภวังค์กลับมาได้ทันท่วงที
“ขอทางด้วยค่ะ” พิมพ์ดาวเอ่ยความต้องการของตนเอง เพราะตอนนี้คนตัวสูงยืนขวางทางเธออยู่ ความสูงใหญ่และความหนาของร่างกายเขาที่ยืนประชันหน้ากันอยู่ทำให้เธอดูตัวเล็กมากกว่าเดิมหลายเท่าเพราะพิมพ์ดาวสูงเพียงแค่หน้าอกเขาเท่านั้น
ชายหนุ่มยอมหลีกทางให้สาวสวยตรงหน้าเพื่อให้เธอได้เดินออกไปจากตรงนี้อย่างจำยอม
ถึงแม้ในใจจะยังไม่อยากให้ไปก็ตาม
ดวงตาคมกริบภายใต้แพขนตาเรียงสวยคู่นั้นกำลังมองตามแผ่นหลังของคู่กรณีไปราวกับอยากรู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร
และเธอมาหาใคร? ....ที่นี่......
ห้อง806
ปิ๊ง ป่อง~ เสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้น เรียกให้เจ้าของห้องรีบเดินออกมาจากห้องนอนเพื่อมาดูว่าใครมาหาแต่เช้าขนาดนี้
“ว่าไงจ๊ะ อาตี๋ของเจ้” คนเป็นพี่สาวเอ่ยทักทายด้วยสรรพนามเฉพาะที่ใช้กันเพียงสองคนพี่น้องทันทีเมื่อประตูห้องถูกเปิด ใบหน้าสวยยิ้มแป้นจนดวงตาสองข้างโค้งยิ้มเป็นพระจันทร์เสี้ยว
แต่สีหน้าของเจ้าของห้องกลับตรงกันข้าม
“มาไม่บอกไม่กล่าว จะมาจับผิดผม?” ม่านเมฆ ผู้เป็นน้องชายถามขึ้นมาอย่างรู้ทัน เพราะปกติถ้าพี่สาวของเขาจะมาจะต้องมีการโทรมาถามก่อนเสมอว่าอยู่ห้องรึเปล่า
“เจ้เปล่านะ” คนถูกจับได้รีบเฉไฉ แทรกตัวเดินเข้าไปในห้องทันที พร้อมกวาดสายตาสอดส่องมองหาสิ่งผิดปกติราวกับตำรวจสายสืบยังไงอย่างนั้น
“สาบาน” คนอายุน้อยกว่ากรอกตามองบน ก่อนจะเดินมาหย่อนกายนั่งลงบนโซฟาตัวเดียวกับพี่สาวด้วยท่าทีหย่อนอารมณ์
“เจ้แค่เหงาอยากมาหาน้อง”
“เจ้งกขนาดนั้น เวลาเป็นเงินเป็นทองทุกวินาที มีเวลามาสนใจผมด้วยเหรอ” ม่านเมฆแกล้งตัดพ้อให้พี่สาว ก็มีที่ไหนกันล่ะ วันๆ ทำแต่งานไม่เคยหยุดหย่อน ทักชวนไปกินข้าวด้วยกันก็ไม่เคยจะว่าง
“อ่า พูดซะเจ้ดูแย่เลย” คนเป็นพี่ยิ้มแห้งอย่างหมดคำแก้ตัว เพราะทุกคำพูดที่น้องชายของเธอกล่าวออกมามันคือเรื่องจริงทุกประการ
“ผมไม่เข้าใจว่าเจ้จะทำงานหนักอะไรขนาดนั้น” ได้ทีน้องชายตัวดีก็บ่นเธอใหญ่ ทำหน้าที่แทนพ่อที่ล่วงลับโดยสมบูรณ์แบบเลยล่ะ
“ตอนนี้ยังมีแรงมีกำลังก็ต้องรีบหาไว้ก่อนสิตี๋เล็ก” ก็เพราะว่าเธออยากมีอิสระทางการเงิน อยากใช้ชีวิตตอนเกษียณแบบไม่ต้องกังวลว่าจะมีเงินอยู่ถึงจนตายรึเปล่า แล้วอีกอย่างเธอก็ยากดูแลตากับยาย รวมไปถึงน้องชายสุดที่รักของเธอให้ดีที่สุด ถึงแม้ว่าทุกคนจะไม่อยากให้เธอทำงานหนักขนาดนี้ก็เถอะ
“เงินจะทับเจ้ตายละมั้ง” ม่านเมฆเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมพี่สาวของเขาจะต้องทำงานราวกับเป็นหนี้ร้อยล้านขนาดนั้น ทั้งที่พื้นฐานครอบครัวไม่ได้ยากจนข้นแค้นอะไรขนาดนั้นเลยสักนิด
“พูดเว่อร์” พิมพ์ดาวทำหน้ายู่ใส่น้องชายขี้บ่น
“ที่ดินที่ราชบุรี เจ้เหมาซื้อไปทั้งจังหวัดแล้วมั้ง” คนเป็นน้องกระเซ้าขึ้นอย่างไม่จริงจังนัก
“เกินไปน่า แค่นิดหน่อยเอง”
นิดหน่อยของพี่สาวเขาคือไม่ต่ำกว่าห้าสิบไร่ เพราะจำได้ว่าครั้งล่าสุดที่ไปหาตากับยายที่บ้านสวน ม่านเมฆได้ยินว่าพี่สาวของเขาได้ไปซื้อที่ดินเพิ่มอีกแล้วหนึ่งผืน
แค่ที่ดินของตากับยายที่มีอยู่ก็ทำกินไม่หวาดไม่ไหวแล้ว นี่แม่สาวเวิร์คกิ้งวูแมนยังจะขยันไปกว้านซื้อมาเพิ่มอีก เขาล่ะเหนื่อยใจกับความขี้งกของพี่สาวจริงๆ
“วันนี้จะนอนนี่รึเปล่า?” ช่วงหลังๆ มานี้พิมพ์ดาวชอบมาค้างที่ห้องของม่านเมฆบ่อยๆ เนื่องจากว่าพี่สาวอ้างว่าห้องข้างๆ กำลังรีโนเวท ทำให้เสียงมันเข้ามารบกวนการทำงานและการนอนหลับพักผ่อนของเธอเป็นอย่างมาก
“ทำไม แอบนัดสาวเหรอ?” คนเป็นพี่หรี่ตามองหน้าน้องชายราวกับกำลังจับผิด
“เปล่า” คนเคร่งขรึมรีบดึงหน้าตึงไม่แสดงพิรุธออกมา ก็ถ้าได้หลุดปากออกไปว่ามีนัดกับใครมีหวังโดนล้อยาวแน่ๆ
“อย่าให้เจ้รู้นะ”
“ทำไม ถ้ารู้เจ้จะไปขอให้รึไง?”
“แน่นอนสิ เจ้รวยมาก”
“เงินหามาก็ใช้เองบ้างเจ้ เก็บไว้เดี๋ยวปลวกกินหมด”
“ค่า~ คุณพ่อ”
“เจ้จะมานอนนี่สักสองสามคืนนะ”
“แล้วไม่ไลฟ์ขายของ?” เพราะปกติพี่สาวของเขาจะต้องไลฟ์สดขายของปักตระกร้าแทบทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ
“นี่ไง” มือเล็กชูถุงผ้าที่บรรจุสินค้าที่พร้อมนำเสนอให้คุณลูกค้าและเอฟซีให้น้องชายดูเพื่อยืนยันว่าเธอเตรียมพร้อมในการเมคมันนี่มากแค่ไหน
“จริงๆ เลยพี่กู” ม่านเมฆได้แต่ส่ายหัวให้กับความบ้างานของพี่สาว ก่อนจะเดินเข้าห้องไปอาบน้ำแต่งตัวออกไปหาเพื่อนสนิทที่เขาคิดไม่ซื่อมาโดยตลอด