Share

คุ้นๆ

Author: suyuesui
last update publish date: 2026-09-10 20:57:51

บทที่ 3

คุ้นๆ

สายวันต่อมา

ครืด~ ครืด~

สมาร์ตโฟนราคาแพงที่วางอยู่บนเตียงกว้างสั่นเตือนสายโทรเข้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เจ้าของห้องจะเดินออกจากห้องน้ำมาพอดี ช่วงขายาวก้าวเดินมาหยุดที่ปลายเตียงนอน ก่อนจะคว้าเอาเครื่องมือสื่อสารที่กำลังสั่นเตือนขึ้นมาดู

“อืม” อคิณกดรับสายทันทีเมื่อเห็นรายชื่อผู้โทรเข้า ‘manmek’ เพราะมันโทรมาเวลานี้แสดงว่ามีเรื่องด่วน

[กูวานมึงไปเอารายงานที่ห้องกูให้หน่อย เมื่อเช้ากูลืมหยิบมา เดี๋ยวตอนบ่ายคาบของอาจารย์วิภาพวกเราจะซวย] ปลายสายรีบบอกความต้องการในทันที เพราะหากไม่มีรายงานส่งมีหวังได้ตกกันยกกลุ่มแน่ๆ

“แล้วกูจะเข้าห้องมึงได้ไง กูไม่ได้มีคีย์การ์ด”

เสียงทุ้มถามกลับไป

[มีคนอยู่ห้อง มึงไปกดกริ่งได้เลย] ม่านเมฆตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงหอบเหนื่อย เหมือนมันกำลังวิ่งอยู่

“เออๆ เดี๋ยวกูไป” พูดจบก็กดวางสายก่อนจะโยนมือถือลงบนเตียงนอน ร่างสูงร้อยเก้าสิบที่มีเพียงผ้าขนหนูพันรอบเอวสอบเอาไว้อย่างหมิ่นเหม่เดินตรงไปยังโต๊ะเครื่องแป้งที่อยู่เยื้องเตียงนอนเพื่อทาครีมบำรุงผิว ก่อนจะเดินไปสวมเสื้อผ้าเพื่อเตรียมไปมหาลัย

ดีนะที่วันนี้เขามีเรียนบ่ายพอดี ม่านเมฆเลยไม่ต้องขับรถไปกลับหลายรอบ

ว่าแต่มันบอกว่ามีคนอยู่ห้อง

มันกับ.....

ไม่หรอกมั้ง มันจะกล้าเหรอ?

เป็นเพื่อนกันมานานขนาดนั้นมันคงไม่กล้ามั้ง

ไม่รู้ว่าตัวเองกลายเป็นคนขี้เสือกเรื่องชาวบ้านตั้งแต่เมื่อไหร่ รึว่าเขาติดนิสัยนี้มาจากไอ้ฟ็อกซ์กันนะ อคิณรีบสะบัดความอยากรู้อยากเห็นเรื่องของเพื่อนสนิทออกจากสมอง ก่อนจะรีบแต่งตัวออกจากห้องเพื่อไปเอาของที่มันสั่งเอาไว้

ไม่นานนักหนุ่มลูกครึ่งญี่ปุ่นก็เดินมาหยุดอยู่หน้าห้องของม่านเมฆ เขากับมันพักอยู่ชั้นเดียวกันจึงใช้เวลาไม่นานนักเดินมาที่ห้องของอีกฝ่าย

ห้อง806

ปิ้งป่อง~

เสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้นเรียกให้คนขี้เซาที่ทำงานจนดึกดื่นถูกปลุกขึ้นมาจากห้วงนิทรา ร่างเล็กที่กำลังนอนขดตัวมุดผ้าห่มผืนหนาขยับตัวบิดไปมาเล็กน้อยเมื่อถูกรบกวนจากเสียงเตือนหน้าห้อง

“อาตี๋ทำไมไม่ใช้คีย์การ์ดนะ” พิมพ์ดาวงัวเงียขี้ตาลุกขึ้นนั่งก่อนจะใช้มือขยี้หัวอย่างหงุดหงิด คิ้วเรียวขมวดมุ่นเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อการนอนที่แสนหอมหวานเมื่อครู่ถูกชะงักลงกลางคัน

“ไหนมันบอกว่ามีคนอยู่ ยังไม่เห็นแมวสักตัวมาเปิดเลยเถอะ” เสียงทุ้มบ่นพึมพำกับตัวเอง ก่อนที่จะตัดสินใจกดกริ่งหน้าห้องอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ถ้าไม่มีใครมาเปิดเขาจะได้โทรไปบอกไอ้เพื่อนตัวดีได้ว่าเขามาแล้วแต่ไม่เจอใคร

แต่ทว่า......

“มาแล้วค่า~” เสียงยืดยานกึ่งประชดตอบกลับเสียงกริ่งหน้าประตูที่ดังขึ้นเป็นครั้งที่สาม อินฟลูสาวรีบเดินตรงมายังประตูหน้าห้องพร้อมกับใบหน้าสวยหงิกงอเพราะนอนไม่พอ ก่อนที่จะปรับสีหน้าให้เป็นปกติราวกับสับสวิทต์แล้วจึงเปิดประตูห้องออก

กลิ่นนี้อีกแล้ว....

คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อกลิ่นที่คุ้นเคยลอยมาแตะปลายจมูกรั้นๆ ของเธอ ดวงตาคู่สวยมองคนตรงหน้าประตูที่ยืนอยู่ด้วยความแปลกใจ

ไม่ใช่น้องชายของเธอ

แล้วเขาเป็นใครกันล่ะ?

คนตรงหน้าสวมกางเกงยีนส์ฟอกสีพอดีตัวเข้ากับรองเท้าผ้าใบแบรนด์ดัง แต่ที่น่าแปลกคือเขาสวมเสื้อฮู้ดสีดำแล้วยังสวมแมสก์สีดำปิดบังใบหน้าไว้อีก

ท่าทางน่าลึกลับเป็นบ้า

อคิณมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความแปลกใจจนคิ้วเข้มของเข้าขมวดเข้าหากันอย่างไม่รู้ตัว

เธออีกแล้ว....

แล้วเป็นอะไรกับไอ้เมฆ?

อย่าบอกนะ......

แล้วไอ้เมฆมันทำแบบนี้กับมีนได้ไงวะ? ....

สายตาคมเลื่อนมองคงตัวเล็กตรงหน้าที่สวมเพียงเสื้อยืดโอเวอร์ไซส์ ถ้าเดาไม่ผิดน่าจะเป็นเสื้อของเพื่อนสนิทเขาอย่างไอ้เมฆเองนั่นแหละ

แต่เดี๋ยวนะ....

แล้วทำไมถึงโนบราออกมาแบบนี้?

แล้วกางเกงได้ใส่รึเปล่า?

เพราะความยาวของเสื้อมันคลุมต้นขาอ่อนของเธอเอาไว้พอดี จนเขาไม่อยากเดาเลยว่าภายใต้เสื้อยืดตัวนั้นเธอได้สวมใส่อะไรไว้รึเปล่า

จู่ๆ ความคิดเลวทรามต่ำช้าก็ผุดขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้

อ่า....เชี่ยแล้วไอ้คิณ

คิดเหี้ยไรวะเนี่ย

เหมือนพิมพ์ดาวจะไล่ทันความคิดของชายหนุ่มตรงหน้า เธอรีบยกแขนสองข้างขึ้นมากอดอกเอาไว้กันจุกสองข้างโผล่หน้าไปทักทายแขกผู้มาเยือน

ถึงจะเยือนไปแล้วก็เถอะ เพราะมัวแต่รีบลุกตามเสียงกริ่งเลยทำให้เผลอไม่ทันได้ใส่บรา

ตอนนี้ใบหน้าสวยเริ่มร้อนผ่าวลามไปถึงใบหู เพราะสายตาของคนตรงหน้าที่สะท้อนคลื่นความคิดบางอย่างออกมาเพียงเสี้ยววิก่อนที่จะหายไป

“เมฆให้มาเอารายงานที่วางอยู่บนชั้นรองเท้าครับ”

หนุ่มลูกครึ่งญี่ปุ่นรีบบอกเหตุผลที่เขามายืนอยู่ตรงนี้ให้คนตัวเล็กรับรู้ เพราะกลัวเธอเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นพวกโรคจิต ก็ตอนนี้สีหน้าและแววตาของเธอกำลังบอกเขาว่าเธอคิดแบบนั้นอยู่

“อ่า แปปนะ” พิมพ์ดาวหมุนตัวไปดูตรงชั้นรองเท้าข้างประตูตามที่คนตัวโตตรงหน้ากล่าวอ้าง และมันก็มีสิ่งที่เขาบอกจริงๆ นั่นแหละ

เธอรีบคว้าสมุดรายงานสามเล่มนั้นแล้วยื่นมันให้เขาทันที เมื่อได้รับสิ่งที่ต้องการแล้ว เจ้าของส่วนสูงหนึ่งร้อยเก้าสิบก็หมุนตัวเตรียมจะเดินไปตามโถงทางเดิน เพราะเขามีเรียนพร้อมกับพวกม่านเมฆและฟ็อกซ์

แต่ทว่า....

เสียงหวานที่เอ่ยขึ้นทำให้ปลายเท้าต้องชะงักกลางคัน

“เอ่อ...น้องคะ” พิมพ์ดาวเรียกสรรพนามแทนเขาออกมาเพราะเดาได้ว่าคนตรงหน้าน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับน้องชายของเธอเป็นแน่

ก็บอกว่าตี๋เล็กให้มาเอาของนี่นา

งั้นแสดงว่าคงต้องเป็นเพื่อนกัน

“ครับ?” ผู้ถูกเรียกหันหน้ากลับมามองเจ้าของเสียงที่ยืนอยู่หน้าประตูห้อง ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามอย่างชัดเจน

“พี่ว่า.....” คนอายุมากกว่าเว้นวรรคประโยคเอาไว้ ราวกับว่าไม่แน่ใจที่จะเอ่ยถามออกมาดีรึเปล่า

เธอกำลังสงสัยว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าเคยเจอกับเธอมาก่อนรึเปล่า เขาใช่คนเดียวกันกับที่เดินชนเธอเมื่อสองวันก่อนมั้ย

หลากหลายคำถามประดังประเดเข้ามารัวๆ

“ครับ?” คนถูกถามย้ำขึ้นอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าหยุดพูดไป ใบหน้าสวยแสดงความประหม่าออกมาเล็กน้อย กลีบปากจิ้มลิ้มเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรงราวกับกำลังชั่งใจอะไรสักอย่าง

ถ้าไม่ใช่แกหน้าแหกเลยนะยัยดาว

“เอ่อ....ไม่มีอะไร” ในที่สุดเธอก็เลือกที่จะไม่ถามต่อ เพราะเกรงว่าถ้าถามไปแล้วไม่ใช่แบบที่คิด เธออาจจะหน้าแตกหมอไม่รับเย็บก็เป็นได้

เมื่อเห็นว่าพี่คนสวยตรงหน้าไม่ถามอะไรต่อ อคิณก็รีบหมุนตัวเดินตรงไปยังลิฟต์ทันที เพราะหากมัวแต่ยืนมองหน้าสวยๆ อยู่อย่างนั้น มีหวังคงได้ติดเอฟกันเรียงตัวแน่ๆ

ช่วงบ่าย

ณ.มหา’ ลัย

ภายในคลาสเรียนของอาจารย์วิภาที่ขึ้นชื่อว่าเป็นอาจารย์ที่โหดที่สุด สามหนุ่มเพื่อนสนิทนั่งเรียงกันอยู่ทางด้านหลังสุดของห้อง

อคิณนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างฟ็อกซ์กับม่านเมฆ ในขณะที่อาจารย์กำลังสอนเข้าสู่เนื้อหาสำคัญ สมองของหนุ่มลูกครึ่งญี่ปุ่นนั้นกลับไม่ได้จดจ่ออยู่ที่หน้าจอโปรเจคเตอร์ที่กำลังฉายเนื้อหาเลยสักนิด

ย้อนไปเมื่อสองปีก่อน

ณ.Zenith-bar

เจ้าของผับวัยยี่สิบปีกำลังยืนเช็คเมนูเครื่องดื่มกับลูกน้องอย่างจริงจัง อคิณในโหมดทำงานนั้นดูจริงจังจนน่าเกรงขามกว่าตอนปกติหลายเท่า

เพราะว่าเขาขอยืมทุนจากโอโต้ซัง (พ่อ) มาเปิดกิจการนี้ ถ้าเทียบกับวัยรุ่นญี่ปุ่นโดยทั่วไปแล้วในวัยนี้เขาควรจะต้องทำงานได้แล้ว แต่เมื่อมาอยู่ในประเทศไทยการศึกษาจึงต้องมาก่อน

เขาจึงเลือกที่จะเรียนไปด้วยแล้วก็มีธุรกิจเป็นของตัวเองไปด้วย เพราะการที่เรียนไปด้วยทำงานไปด้วยก็ไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรงสักเท่าไหร่

จริงๆ แล้วพ่อของอคิณก็อยากให้ลูกชายจริงจังกับการเรียนไปแค่ทางเดียว แต่เพราะความที่เด็กหนุ่มไฟแรงอยากทำสามอย่างไปพร้อมๆ กัน ทั้งแข่งรถ เปิดผับและเรียน คนเป็นบิดาจึงไม่ได้ว่าอะไรหากลูกชายของเขาทำมันได้ดีโดยไม่มีเรื่องไหนด้อยไปกว่ากัน

และอคิณเองก็พิสูจน์ให้บิดาเห็นแล้วว่าเขาสามารถทำหลายอย่างไปพร้อมกับการเรียนได้ เพราะหลังจากเปิดผับมาได้ปีกว่าๆ ก็สามารถคืนทุนให้ผู้เป็นพ่อได้ครบทุกบาทไม่มีตกหล่น

โซนวีไอพีของผับมีสองสาวเพื่อนสนิทวัยยี่สิบสี่ปีกำลังนั่งดริ้งค์กันอย่างออกรสออกชาติ

“ตาแกแล้วยัยนัท” เสียงของพิมพ์ดาวเอ่ยบอกเมื่อรอบนี้ผู้ที่ต้องเล่นเกมส์kings cup คือนัทเพื่อนสาวสุดที่รักของเธอ

ใบหน้าสวยของผู้พูดเริ่มขึ้นซับสีระเรื่อเล็กน้อยลามไปยังใบหูขาวเนื่องจากฤทธิ์แอลกอฮอล์

“ได้เลยค่า~” เพราะด้วยความที่ดื่มไปหลายช็อต เสียงของเธอจึงหวานแข่งกับดวงตาที่กำลังหวานเยิ้มปานน้ำผึ้งเดือนห้า มือเล็กยื่นไปหากองไพ่ตรงหน้า ก่อนจะเลือกหยิบใบที่คิดว่าดีที่สุดขึ้นมา

มุมปากเล็กยกยิ้มขึ้นมาอย่างร้ายกาจ ทำให้พิมพ์ดาวเดาได้เลยว่าเพื่อนรักของเธอจับได้ไพ่อะไร

เหี้ยแล้วสิดาว...

เพราะรู้ดีว่าเพื่อนของเธอนั้นชอบเล่นอะไรแผลงๆ อยู่เรื่อย แล้วยิ่งไพ่คิงอยู่ในมือมันแล้ว ไม่แคล้วที่เธอต้องได้ทำอะไรไม่คาดคิดเป็นแน่

จากประสบการณ์การเป็นเพื่อนกันมาสิบปีบอกเธอแบบนั้น

“หึๆๆ”

นั่นไง....

สายตาร้ายกาจบวกกับเสียงหัวเราะราวกับนางร้ายในละครหลังข่าว ทำเอาเธอถึงกับเสียวสันหลังวาบทั้งที่ยังไม่รู้คำสั่งเลยสักนิด

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พระแม่คะ รักนี้ไม่ได้ขอ   คุ้นๆ

    บทที่ 3คุ้นๆสายวันต่อมาครืด~ ครืด~สมาร์ตโฟนราคาแพงที่วางอยู่บนเตียงกว้างสั่นเตือนสายโทรเข้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เจ้าของห้องจะเดินออกจากห้องน้ำมาพอดี ช่วงขายาวก้าวเดินมาหยุดที่ปลายเตียงนอน ก่อนจะคว้าเอาเครื่องมือสื่อสารที่กำลังสั่นเตือนขึ้นมาดู“อืม” อคิณกดรับสายทันทีเมื่อเห็นรายชื่อผู้โทรเข้า ‘manmek’ เพราะมันโทรมาเวลานี้แสดงว่ามีเรื่องด่วน[กูวานมึงไปเอารายงานที่ห้องกูให้หน่อย เมื่อเช้ากูลืมหยิบมา เดี๋ยวตอนบ่ายคาบของอาจารย์วิภาพวกเราจะซวย] ปลายสายรีบบอกความต้องการในทันที เพราะหากไม่มีรายงานส่งมีหวังได้ตกกันยกกลุ่มแน่ๆ“แล้วกูจะเข้าห้องมึงได้ไง กูไม่ได้มีคีย์การ์ด”เสียงทุ้มถามกลับไป[มีคนอยู่ห้อง มึงไปกดกริ่งได้เลย] ม่านเมฆตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงหอบเหนื่อย เหมือนมันกำลังวิ่งอยู่“เออๆ เดี๋ยวกูไป” พูดจบก็กดวางสายก่อนจะโยนมือถือลงบนเตียงนอน ร่างสูงร้อยเก้าสิบที่มีเพียงผ้าขนหนูพันรอบเอวสอบเอาไว้อย่างหมิ่นเหม่เดินตรงไปยังโต๊ะเครื่องแป้งที่อยู่เยื้องเตียงนอนเพื่อทาครีมบำรุงผิว ก่อนจะเดินไปสวมเสื้อผ้าเพื่อเตรียมไปมหาลัยดีนะที่วันนี้เขามีเรียนบ่ายพอดี ม่านเมฆเลยไม่ต้องขับรถไปกลับหลายรอบ

  • พระแม่คะ รักนี้ไม่ได้ขอ   พบเจอ

    บทที่ 2พบเจอ.....คอนโด vinceหน้าคอนโดหรูที่ตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจ พิมพ์ดาวตั้งใจจะมาเซอร์ไพรซ์พ่อเด็กวิศวะช็อปแดงสักหน่อย หลังจากที่ไม่ได้เจอหน้ากันมาเกือบเดือนเนื่องจากงานที่รัดตัวของเธอทำให้ไม่มีเวลามาสอดส่อง ไม่สิ...เรียกว่ามาดูแลน้องชายสุดที่รักต่างหากล่ะเสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอมาหยุดอยู่หน้าลิฟต์ ก่อนที่ปลายนิ้วเรียวสวยจะกดปุ่มเรียกลิฟต์ฝั่งขึ้นไปชั้นบน สายตาเฉี่ยวคมมองจับจ้องตัวเลขที่กำลังกะพริบรอเวลาที่ประตูจะเปิดออกอย่างใจเย็นติ๊ง~ประตูลิฟต์เปิดออกในเวลาถัดมาเพื่อให้เธอได้เดินเข้าไป ดีหน่อยที่วันนี้ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านอินฟลูสาวจึงไม่ต้องเบียดเสียดกับคนแปลกหน้าภายในลิฟต์ที่เธอมักจะเจอสถานการณ์แบบนั้นอยู่บ่อยครั้ง“ทางสะดวกดีจัง” ปากเล็กพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนที่จะกดเลขชั้นที่ต้องการจะไป ระหว่างรอลิฟต์เคลื่อนตัวไปยังชั้นบนมือเล็กล้วงกระเป๋าหยิบมือถือขึ้นมาเช็คการแจ้งเตือนของแอพสีดำที่เธอปักตระกร้าสินค้าไว้เมื่อคืนนี้เพื่อเช็คยอดเปอร์เซ็นต์รายได้เพื่อฆ่าเวลา “หืม ค่าคอมเกินคาดมาก” ดวงหน้าสวยคลี่ยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ เมื่อเห็นรายงานยอดคอมมิชชัน ก

  • พระแม่คะ รักนี้ไม่ได้ขอ   พระแม่คะ

    บทที่ 1พระแม่คะ....“ข้าพเจ้านางสาวนภาภัสร์ ธีรกุลชัย ขอให้การงานของลูกก้าวหน้าเงินทองไหลเข้ามารัวๆ จนร้องขอชีวิต ปังจนไม่หวาดไม่ไหวด้วยเถิด สาธุ” คำอธิษฐานดังขึ้นในใจหลังจากกล่าวคาถาบูชาจบ กลิ่นธูปควันเทียนอบอวลไปทั่วบริเวณ แม้ว่าจะมีผู้คนเดินขวักไขว่สัญจรไม่ขาดสาย ทว่ากลับให้ความรู้สึกถึงความขลังในเวลาเดียวกัน สถานที่แห่งนี้เป็นจุดเช็คอินของเหล่าสายมูทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นคนไทยและต่างชาติที่หลั่งไหลกันมาขอพรตามสิ่งที่ใจปราถนาอินฟลูสาวสวยเจ้าของส่วนสูงหนึ่งร้อยหกสิบห้าเซนสวมเสื้อผ้าสีชมพูหวานเข้าเซ็ท สองมือเล็กถือภาชนะรูปทรงแบนที่วางดอกบัวสีชมพูแปดดอกไว้ด้านบน รวมไปถึงผลไม้สีแดงมงคลและน้ำเปล่าอีกด้วย หลังจากทำพิธีกรรมตามความเชื่อครบทุกขั้นตอนแล้ว นภาภัสร์ หรือ พิมพ์ดาว ก็เดินออกมาจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ด้วยท่าทีสงบเสงี่ยมรักษาซึ่งท่าทีอ่อนน้อมและศรัทธา ใบหน้าสวยยิ้มบางๆ ออกมาด้วยความพึงพอใจ ประหนึ่งว่าพรที่ขอนั้นได้บรรลุผลแล้วเสียอย่างนั้น“ไงแก ขออะไรไปรอบนี้?” นัท เพื่อนสาวคนสนิทเอ่ยถามขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก็แน่นอนเพราะว่าทั้งสองคนมีอะไรก็มักจะบอกกันหมดทุกเรื่องไม่มีปิดบัง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status