共有

คุ้นๆ

作者: suyuesui
last update 公開日: 2026-09-10 20:57:51

บทที่ 3

คุ้นๆ

สายวันต่อมา

ครืด~ ครืด~

สมาร์ตโฟนราคาแพงที่วางอยู่บนเตียงกว้างสั่นเตือนสายโทรเข้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เจ้าของห้องจะเดินออกจากห้องน้ำมาพอดี ช่วงขายาวก้าวเดินมาหยุดที่ปลายเตียงนอน ก่อนจะคว้าเอาเครื่องมือสื่อสารที่กำลังสั่นเตือนขึ้นมาดู

“อืม” อคิณกดรับสายทันทีเมื่อเห็นรายชื่อผู้โทรเข้า ‘manmek’ เพราะมันโทรมาเวลานี้แสดงว่ามีเรื่องด่วน

[กูวานมึงไปเอารายงานที่ห้องกูให้หน่อย เมื่อเช้ากูลืมหยิบมา เดี๋ยวตอนบ่ายคาบของอาจารย์วิภาพวกเราจะซวย] ปลายสายรีบบอกความต้องการในทันที เพราะหากไม่มีรายงานส่งมีหวังได้ตกกันยกกลุ่มแน่ๆ

“แล้วกูจะเข้าห้องมึงได้ไง กูไม่ได้มีคีย์การ์ด”

เสียงทุ้มถามกลับไป

[มีคนอยู่ห้อง มึงไปกดกริ่งได้เลย] ม่านเมฆตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงหอบเหนื่อย เหมือนมันกำลังวิ่งอยู่

“เออๆ เดี๋ยวกูไป” พูดจบก็กดวางสายก่อนจะโยนมือถือลงบนเตียงนอน ร่างสูงร้อยเก้าสิบที่มีเพียงผ้าขนหนูพันรอบเอวสอบเอาไว้อย่างหมิ่นเหม่เดินตรงไปยังโต๊ะเครื่องแป้งที่อยู่เยื้องเตียงนอนเพื่อทาครีมบำรุงผิว ก่อนจะเดินไปสวมเสื้อผ้าเพื่อเตรียมไปมหาลัย

ดีนะที่วันนี้เขามีเรียนบ่ายพอดี ม่านเมฆเลยไม่ต้องขับรถไปกลับหลายรอบ

ว่าแต่มันบอกว่ามีคนอยู่ห้อง

มันกับ.....

ไม่หรอกมั้ง มันจะกล้าเหรอ?

เป็นเพื่อนกันมานานขนาดนั้นมันคงไม่กล้ามั้ง

ไม่รู้ว่าตัวเองกลายเป็นคนขี้เสือกเรื่องชาวบ้านตั้งแต่เมื่อไหร่ รึว่าเขาติดนิสัยนี้มาจากไอ้ฟ็อกซ์กันนะ อคิณรีบสะบัดความอยากรู้อยากเห็นเรื่องของเพื่อนสนิทออกจากสมอง ก่อนจะรีบแต่งตัวออกจากห้องเพื่อไปเอาของที่มันสั่งเอาไว้

ไม่นานนักหนุ่มลูกครึ่งญี่ปุ่นก็เดินมาหยุดอยู่หน้าห้องของม่านเมฆ เขากับมันพักอยู่ชั้นเดียวกันจึงใช้เวลาไม่นานนักเดินมาที่ห้องของอีกฝ่าย

ห้อง806

ปิ้งป่อง~

เสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้นเรียกให้คนขี้เซาที่ทำงานจนดึกดื่นถูกปลุกขึ้นมาจากห้วงนิทรา ร่างเล็กที่กำลังนอนขดตัวมุดผ้าห่มผืนหนาขยับตัวบิดไปมาเล็กน้อยเมื่อถูกรบกวนจากเสียงเตือนหน้าห้อง

“อาตี๋ทำไมไม่ใช้คีย์การ์ดนะ” พิมพ์ดาวงัวเงียขี้ตาลุกขึ้นนั่งก่อนจะใช้มือขยี้หัวอย่างหงุดหงิด คิ้วเรียวขมวดมุ่นเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อการนอนที่แสนหอมหวานเมื่อครู่ถูกชะงักลงกลางคัน

“ไหนมันบอกว่ามีคนอยู่ ยังไม่เห็นแมวสักตัวมาเปิดเลยเถอะ” เสียงทุ้มบ่นพึมพำกับตัวเอง ก่อนที่จะตัดสินใจกดกริ่งหน้าห้องอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ถ้าไม่มีใครมาเปิดเขาจะได้โทรไปบอกไอ้เพื่อนตัวดีได้ว่าเขามาแล้วแต่ไม่เจอใคร

แต่ทว่า......

“มาแล้วค่า~” เสียงยืดยานกึ่งประชดตอบกลับเสียงกริ่งหน้าประตูที่ดังขึ้นเป็นครั้งที่สาม อินฟลูสาวรีบเดินตรงมายังประตูหน้าห้องพร้อมกับใบหน้าสวยหงิกงอเพราะนอนไม่พอ ก่อนที่จะปรับสีหน้าให้เป็นปกติราวกับสับสวิทต์แล้วจึงเปิดประตูห้องออก

กลิ่นนี้อีกแล้ว....

คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อกลิ่นที่คุ้นเคยลอยมาแตะปลายจมูกรั้นๆ ของเธอ ดวงตาคู่สวยมองคนตรงหน้าประตูที่ยืนอยู่ด้วยความแปลกใจ

ไม่ใช่น้องชายของเธอ

แล้วเขาเป็นใครกันล่ะ?

คนตรงหน้าสวมกางเกงยีนส์ฟอกสีพอดีตัวเข้ากับรองเท้าผ้าใบแบรนด์ดัง แต่ที่น่าแปลกคือเขาสวมเสื้อฮู้ดสีดำแล้วยังสวมแมสก์สีดำปิดบังใบหน้าไว้อีก

ท่าทางน่าลึกลับเป็นบ้า

อคิณมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความแปลกใจจนคิ้วเข้มของเข้าขมวดเข้าหากันอย่างไม่รู้ตัว

เธออีกแล้ว....

แล้วเป็นอะไรกับไอ้เมฆ?

อย่าบอกนะ......

แล้วไอ้เมฆมันทำแบบนี้กับมีนได้ไงวะ? ....

สายตาคมเลื่อนมองคงตัวเล็กตรงหน้าที่สวมเพียงเสื้อยืดโอเวอร์ไซส์ ถ้าเดาไม่ผิดน่าจะเป็นเสื้อของเพื่อนสนิทเขาอย่างไอ้เมฆเองนั่นแหละ

แต่เดี๋ยวนะ....

แล้วทำไมถึงโนบราออกมาแบบนี้?

แล้วกางเกงได้ใส่รึเปล่า?

เพราะความยาวของเสื้อมันคลุมต้นขาอ่อนของเธอเอาไว้พอดี จนเขาไม่อยากเดาเลยว่าภายใต้เสื้อยืดตัวนั้นเธอได้สวมใส่อะไรไว้รึเปล่า

จู่ๆ ความคิดเลวทรามต่ำช้าก็ผุดขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้

อ่า....เชี่ยแล้วไอ้คิณ

คิดเหี้ยไรวะเนี่ย

เหมือนพิมพ์ดาวจะไล่ทันความคิดของชายหนุ่มตรงหน้า เธอรีบยกแขนสองข้างขึ้นมากอดอกเอาไว้กันจุกสองข้างโผล่หน้าไปทักทายแขกผู้มาเยือน

ถึงจะเยือนไปแล้วก็เถอะ เพราะมัวแต่รีบลุกตามเสียงกริ่งเลยทำให้เผลอไม่ทันได้ใส่บรา

ตอนนี้ใบหน้าสวยเริ่มร้อนผ่าวลามไปถึงใบหู เพราะสายตาของคนตรงหน้าที่สะท้อนคลื่นความคิดบางอย่างออกมาเพียงเสี้ยววิก่อนที่จะหายไป

“เมฆให้มาเอารายงานที่วางอยู่บนชั้นรองเท้าครับ”

หนุ่มลูกครึ่งญี่ปุ่นรีบบอกเหตุผลที่เขามายืนอยู่ตรงนี้ให้คนตัวเล็กรับรู้ เพราะกลัวเธอเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นพวกโรคจิต ก็ตอนนี้สีหน้าและแววตาของเธอกำลังบอกเขาว่าเธอคิดแบบนั้นอยู่

“อ่า แปปนะ” พิมพ์ดาวหมุนตัวไปดูตรงชั้นรองเท้าข้างประตูตามที่คนตัวโตตรงหน้ากล่าวอ้าง และมันก็มีสิ่งที่เขาบอกจริงๆ นั่นแหละ

เธอรีบคว้าสมุดรายงานสามเล่มนั้นแล้วยื่นมันให้เขาทันที เมื่อได้รับสิ่งที่ต้องการแล้ว เจ้าของส่วนสูงหนึ่งร้อยเก้าสิบก็หมุนตัวเตรียมจะเดินไปตามโถงทางเดิน เพราะเขามีเรียนพร้อมกับพวกม่านเมฆและฟ็อกซ์

แต่ทว่า....

เสียงหวานที่เอ่ยขึ้นทำให้ปลายเท้าต้องชะงักกลางคัน

“เอ่อ...น้องคะ” พิมพ์ดาวเรียกสรรพนามแทนเขาออกมาเพราะเดาได้ว่าคนตรงหน้าน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับน้องชายของเธอเป็นแน่

ก็บอกว่าตี๋เล็กให้มาเอาของนี่นา

งั้นแสดงว่าคงต้องเป็นเพื่อนกัน

“ครับ?” ผู้ถูกเรียกหันหน้ากลับมามองเจ้าของเสียงที่ยืนอยู่หน้าประตูห้อง ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามอย่างชัดเจน

“พี่ว่า.....” คนอายุมากกว่าเว้นวรรคประโยคเอาไว้ ราวกับว่าไม่แน่ใจที่จะเอ่ยถามออกมาดีรึเปล่า

เธอกำลังสงสัยว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าเคยเจอกับเธอมาก่อนรึเปล่า เขาใช่คนเดียวกันกับที่เดินชนเธอเมื่อสองวันก่อนมั้ย

หลากหลายคำถามประดังประเดเข้ามารัวๆ

“ครับ?” คนถูกถามย้ำขึ้นอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าหยุดพูดไป ใบหน้าสวยแสดงความประหม่าออกมาเล็กน้อย กลีบปากจิ้มลิ้มเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรงราวกับกำลังชั่งใจอะไรสักอย่าง

ถ้าไม่ใช่แกหน้าแหกเลยนะยัยดาว

“เอ่อ....ไม่มีอะไร” ในที่สุดเธอก็เลือกที่จะไม่ถามต่อ เพราะเกรงว่าถ้าถามไปแล้วไม่ใช่แบบที่คิด เธออาจจะหน้าแตกหมอไม่รับเย็บก็เป็นได้

เมื่อเห็นว่าพี่คนสวยตรงหน้าไม่ถามอะไรต่อ อคิณก็รีบหมุนตัวเดินตรงไปยังลิฟต์ทันที เพราะหากมัวแต่ยืนมองหน้าสวยๆ อยู่อย่างนั้น มีหวังคงได้ติดเอฟกันเรียงตัวแน่ๆ

ช่วงบ่าย

ณ.มหา’ ลัย

ภายในคลาสเรียนของอาจารย์วิภาที่ขึ้นชื่อว่าเป็นอาจารย์ที่โหดที่สุด สามหนุ่มเพื่อนสนิทนั่งเรียงกันอยู่ทางด้านหลังสุดของห้อง

อคิณนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างฟ็อกซ์กับม่านเมฆ ในขณะที่อาจารย์กำลังสอนเข้าสู่เนื้อหาสำคัญ สมองของหนุ่มลูกครึ่งญี่ปุ่นนั้นกลับไม่ได้จดจ่ออยู่ที่หน้าจอโปรเจคเตอร์ที่กำลังฉายเนื้อหาเลยสักนิด

ย้อนไปเมื่อสองปีก่อน

ณ.Zenith-bar

เจ้าของผับวัยยี่สิบปีกำลังยืนเช็คเมนูเครื่องดื่มกับลูกน้องอย่างจริงจัง อคิณในโหมดทำงานนั้นดูจริงจังจนน่าเกรงขามกว่าตอนปกติหลายเท่า

เพราะว่าเขาขอยืมทุนจากโอโต้ซัง (พ่อ) มาเปิดกิจการนี้ ถ้าเทียบกับวัยรุ่นญี่ปุ่นโดยทั่วไปแล้วในวัยนี้เขาควรจะต้องทำงานได้แล้ว แต่เมื่อมาอยู่ในประเทศไทยการศึกษาจึงต้องมาก่อน

เขาจึงเลือกที่จะเรียนไปด้วยแล้วก็มีธุรกิจเป็นของตัวเองไปด้วย เพราะการที่เรียนไปด้วยทำงานไปด้วยก็ไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรงสักเท่าไหร่

จริงๆ แล้วพ่อของอคิณก็อยากให้ลูกชายจริงจังกับการเรียนไปแค่ทางเดียว แต่เพราะความที่เด็กหนุ่มไฟแรงอยากทำสามอย่างไปพร้อมๆ กัน ทั้งแข่งรถ เปิดผับและเรียน คนเป็นบิดาจึงไม่ได้ว่าอะไรหากลูกชายของเขาทำมันได้ดีโดยไม่มีเรื่องไหนด้อยไปกว่ากัน

และอคิณเองก็พิสูจน์ให้บิดาเห็นแล้วว่าเขาสามารถทำหลายอย่างไปพร้อมกับการเรียนได้ เพราะหลังจากเปิดผับมาได้ปีกว่าๆ ก็สามารถคืนทุนให้ผู้เป็นพ่อได้ครบทุกบาทไม่มีตกหล่น

โซนวีไอพีของผับมีสองสาวเพื่อนสนิทวัยยี่สิบสี่ปีกำลังนั่งดริ้งค์กันอย่างออกรสออกชาติ

“ตาแกแล้วยัยนัท” เสียงของพิมพ์ดาวเอ่ยบอกเมื่อรอบนี้ผู้ที่ต้องเล่นเกมส์kings cup คือนัทเพื่อนสาวสุดที่รักของเธอ

ใบหน้าสวยของผู้พูดเริ่มขึ้นซับสีระเรื่อเล็กน้อยลามไปยังใบหูขาวเนื่องจากฤทธิ์แอลกอฮอล์

“ได้เลยค่า~” เพราะด้วยความที่ดื่มไปหลายช็อต เสียงของเธอจึงหวานแข่งกับดวงตาที่กำลังหวานเยิ้มปานน้ำผึ้งเดือนห้า มือเล็กยื่นไปหากองไพ่ตรงหน้า ก่อนจะเลือกหยิบใบที่คิดว่าดีที่สุดขึ้นมา

มุมปากเล็กยกยิ้มขึ้นมาอย่างร้ายกาจ ทำให้พิมพ์ดาวเดาได้เลยว่าเพื่อนรักของเธอจับได้ไพ่อะไร

เหี้ยแล้วสิดาว...

เพราะรู้ดีว่าเพื่อนของเธอนั้นชอบเล่นอะไรแผลงๆ อยู่เรื่อย แล้วยิ่งไพ่คิงอยู่ในมือมันแล้ว ไม่แคล้วที่เธอต้องได้ทำอะไรไม่คาดคิดเป็นแน่

จากประสบการณ์การเป็นเพื่อนกันมาสิบปีบอกเธอแบบนั้น

“หึๆๆ”

นั่นไง....

สายตาร้ายกาจบวกกับเสียงหัวเราะราวกับนางร้ายในละครหลังข่าว ทำเอาเธอถึงกับเสียวสันหลังวาบทั้งที่ยังไม่รู้คำสั่งเลยสักนิด

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • พระแม่คะ รักนี้ไม่ได้ขอ   ดวงใจของอคิณ

    บทที่ 60 ดวงใจของอคิณ “คุมแม่ค้าบ ในนี้มีเบบี๋อยู่ใช่มั้ยค้าบ” เสียงเจื้อยแจ้วของเจ้าตัวเล็กวัยสี่ขวบเอ่ยถามผู้เป็นมารดาขึ้น ในขณะที่นิ้วชี้อ้วนป้อมจิ้มลงเบา ๆ บนท้องที่นูนเด่นอยู่ใต้เนื้อผ้า “ใช่ค่ะ เบบี๋กำลังพักผ่อนอยู่ในนี้ครับลูก” พิมพ์ดาวอธิบายให้ ‘ยูกิ’ ผู้เป็นลูกชายฟัง แต่เหมือนว่าอีกฝ่ายจะยังไม่เข้าใจได้อย่างถ่องแท้นัก “คุมแม่จะคายเบบี๋ออกมาเมื่อไรค้าบ” ดวงตากลมแป๋วจ้องมองหน้ามารดาด้วยความสงสัย เรียกเสียงหัวเราะของผู้เป็นพ่อออกมาเพราะความเอ็นดูในความคิดของเจ้าจิ๋ว “คุณแม่ไม่ได้กินน้องเข้าไปนะครับลูก คุณแม่ต้องคลอดออกมาครับ” คนเป็นพ่ออธิบายเพิ่มเติมให้ลูกชายได้เข้าใจ เรียกให้ดวงตากลมโตทอประกายวาววับ เมื่อนึกไปว่าถ้ามีน้องสาวตัวเล็ก ๆ ออกมาเล่นด้วย “ยูกิอยากเห็นเบบี๋แล้ว อยากเล่นกับเบบี๋” ปากเล็กจิ้มลิ้มเอ่ยขึ้น พานให้สองแก้มกลมขยับตามไปด้วย ยิ่งมองยิ่งน่ารักน่าเอ็นดูในสายตาของผู้เป็นพ่อกับแม่ “คุมพ่อกับคุมแม่จะรักเบบี๋มากกว่าน้องมั้ยฮับ” เจ้าเด็กตัวป้อมถามขึ้นพลางมองหน้าพ่อกับแม่สลับกันไปมา “ทำไมถามแบบนั้นครับลูก” อคิณอุ้มเจ้าตัวกลมขึ้นมานั่งบนตักโดยที่เขาเองก็เอนหลั

  • พระแม่คะ รักนี้ไม่ได้ขอ   เมียข้าใครอย่าแตะ

    บทที่ 59 เมียข้าใครอย่าแตะ ถึงแม้ช่วงหลังมานี้วิถีการเป็นอินฟลูเอนเซอร์ของพิมพ์ดาวจะดูไม่ค่อยยุ่งเหมือนแต่ก่อน เพราะช่วงนี้กำลังอยู่ในช่วงเคลียร์งานที่เคยรับไว้ให้จบ เพื่อที่เธอจะได้เตรียมตัวไปเป็นคุณแม่อย่างเต็มตัว แต่วันนี้เธอก็ยังคงมีงานหนึ่งตัวที่เคยรับเอาไว้เมื่อก่อนแต่งงาน และเหมือนว่าการทำงานของเธอจะราบรื่นดี ถ้าหากว่าตากล้องที่มาถ่ายแบบให้ไม่ใช่ ‘พี่เติ้ล’ หนุ่มหล่อโปรไฟล์ดีที่เคยมีประเด็นที่ทำให้เธอกับอคิณเข้าใจผิดกัน ถึงจะมีส่วนเพียงน้อยนิดก็เถอะ และนั่นก็เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้การทำงานในวันนี้ของเธอต้องมีคนมาคุม และแน่นอนว่าคนคนนั้นคงจะหนีไม่พ้น สามีสุดหล่อของเธอนั่นเอง “ดาวอะ ผมบอกว่าผมมีเงินจ่ายค่าปรับ” คนตัวสูงร้อยเก้าสิบกำลังกระเง้ากระงอดทำหน้าบูดบึ้งให้ภรรยาที่สวมชุดว่ายน้ำสีแดงแจ่มว้าว ยิ่งมองก็ยิ่งหวง แล้วจะต้องให้เมียของเขาไปอวดหุ่นแซ่บ ๆ ให้ชายหนุ่มที่เป็นศัตรูหัวใจอย่างไอ้ตากล้องนั่น เขาโคตรจะหงุดหงิด แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะเดี๋ยวเมียงอน “ไหนว่าคุยกันรู้เรื่องแล้วไงคะ?” พิมพ์ดาวเดินมาหยุดอยู่หน้าสามีจอมงอแง สองเรียวแขนยกขึ้นคล้องลำคอแกร่งของเขาโน้มลงมา ก่อนจ

  • พระแม่คะ รักนี้ไม่ได้ขอ   วิถีสามีอินฟูล

    บทที่ 58 วิถีสามีอินฟลู ชีวิตหลังแต่งงานที่เพิ่งผ่านพ้นมาไม่นานเมื่อเก้าเดือนก่อน มีผลทำให้ตารางงานของพิมพ์ดาวลดลงจากแต่ก่อนไปเกินครึ่ง เรียกได้ว่าทุกวันนี้เธอทำงานเดือนหนึ่งไม่ถึงสิบวันด้วยซ้ำ เหตุผลก็มาจากสามีสุดหล่อของเธอ ที่ไม่ยอมให้เธอทำงานหามรุ่งหามค่ำเหมือนแต่ก่อน เพราะต้องการให้ภรรยาคนสวยได้เตรียมพร้อมร่างกายเพื่อการผลิตเบบี๋ ชีวิตของพิมพ์ดาวพักหลังมานี้จึงวุ่นวายอยู่กับการกินและพบแพทย์ ไม่ใช่ว่าเธอและอคิณมีบุตรยาก แต่เพราะว่าแม่ของสามีเป็นพยาบาล จึงทำตามคำแนะนำของท่านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทว่าอคิณก็ไม่ได้กดดันเธอขนาดนั้น เขายังคงสนับสนุนให้เธอทำงานที่ตัวเองรักต่อไป มิหนำซ้ำตอนนี้ยังออกทุนให้ภรรยาทำแบรนด์ลิปสติกเป็นของตัวเองอีกด้วย เขาคอยติดตามการทำงานของบริษัทที่สั่งผลิตสินค้าให้ทุกขั้นตอนอย่างเอาใจใส่ ทั้งที่ตัวเองก็มีงานที่ต้องช่วยบิดาดูแลธุรกิจของทางบ้าน ไหนจะผับ Zenthi ที่เจ้าตัวต้องคอยดูแล นี่ยังไม่รวมการเป็นนักแข่งที่เขารักนั่นอีก แต่อคิณก็ยังทำหน้าที่สามีได้อย่างดีไม่มีขาดตกบกพร่องเลยสักนิด จนบางทีเธอก็อดถามตัวเองไม่ได้ว่าชาติที่แล้วเธอไปกู้ชาติมารึยังไงกัน ทำ

  • พระแม่คะ รักนี้ไม่ได้ขอ   หลานเขยคนโปรด

    บทที่ 57 หลานเขยคนโปรด “อคิณลูกมากินน้ำกินท่าก่อนลูก” หญิงชราวัยเจ็ดสิบเอ่ยเรียกว่าที่หลานเขยที่กำลังช่วยสามีของเธอยกทะลายมะพร้าวขึ้นท้ายรถกระบะของสวนด้วยน้ำเสียงเจือความเอ็นดู พานให้หลานชายในไส้ถึงกับกลอกตามองบน “คนเป็นสิบ เรียกอยู่คนเดียวเลยนะยาย” ม่านเมฆกระเซ้าขึ้นหลังเดินกลับมาจากในสวน ก่อนจะวางตะกร้าแก้วมังกรลงบนแคร่ไม้ไผ่ใกล้ ๆ กันแล้วหย่อนกายลงนั่ง “ก็ตั้งแต่อคิณมายังไม่ได้พักเลย” คนเป็นยายเอ่ยถึงเหตุผลให้หลานชายตัวดีฟัง “ขอบคุณครับ” อคิณเดินมารับขันน้ำที่ใส่น้ำอัญชันเย็นชื่นใจเอาไว้ ก่อนจะหย่อนกายนั่งลงบนแคร่ไม้ตัวเดียวกับว่าที่น้องเมียเพื่อพักเหนื่อย “ตำแหน่งหลานเขยคนโปรดไม่ได้มาง่าย ๆ เลยนะ เหนื่อยมากมั้ยไอ้หนุ่ม” ชายชราที่เดินมาหย่อนกายนั่งลงบนโซฟาไม้สักข้างภรรยาเอ่ยถามขึ้น “ไม่เลยครับ” ลูกครึ่งญี่ปุ่นวางขันน้ำลงบนถาดรองหันไปตอบกลับตาของแฟนสาวด้วยท่าทีอ่อนน้อม พลันทำให้ชายชราอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาด้วยความชื่นชม ไอ้หนุ่มนี่มันเอาใจว่ะ “มึงก็อย่าเอาใจตากับยายกูเยอะ แค่นี้ก็จะตกกระป๋องแล้ว” คนเป็นหลานชายถึงกับงอแง เรียกให้อคิณถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาให้กับความกล

  • พระแม่คะ รักนี้ไม่ได้ขอ   ภาระสิ่งศักดิ์สิทธิ์

    บทที่ 56 ภาระสิ่งศักดิ์สิทธิ์ กลิ่นธูปควันเทียนลอยฟุ้งทั่วบริเวณลานหน้าศูนย์คอมมูนิตีชื่อดังย่านธุรกิจ สถานที่ที่เหล่าสายมูทั้งหลายต่างหลั่งไหลมาขอพรและกลับมาถวายสิ่งที่เคยบนบานศาลกล่าวเอาไว้ เมื่อสิ่งที่เอ่ยขอไปสัมฤทธิผล ร่างบางยืนอยู่หน้ารูปปั้นองค์เทพอันเป็นที่พึ่งทางจิตใจด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม หลังจากถวายดอกบัวสีชมพูและเครื่องสักการะเป็นที่เรียบร้อย โดยมีแฟนหนุ่มรุ่นน้องยืนอยู่ข้าง ๆ มองเธอด้วยแววตาชื่นชม จริง ๆ เธอไม่จำเป็นต้องมาเป็นภาระสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสียด้วยซ้ำ เพราะความสามารถและความขยันของเธอมันก็การันตีได้แล้วว่าเธอเก่ง แต่เพราะความเป็นผู้หญิงส่วนใหญ่ที่มักจะหาที่พึ่งทางจิตใจเพื่อเพิ่มความมั่นใจของตนเอง อคิณจึงเข้าใจเรื่องนี้ได้ดีว่าทำไมเขาและเธอถึงได้มายืนอยู่ ณ สถานที่แห่งนี้ “แอบขออะไรอีกเหรอ?” เสียงทุ้มถามขึ้นเมื่อทั้งคู่เดินออกมาจากบริเวณที่ผู้คนพลุกพล่านเพื่อตรงไปยังลานจอดรถ “เปล่าสักหน่อย” คนถูกถามตอบกลับไม่เต็มเสียงนัก พานให้แฟนหนุ่มอดไม่ได้ที่จะกระเซ้าขึ้นอย่างรู้ทัน “แน่ใจ?” แววตาล้อเลียนของเขาทำเอาคนตัวเล็กถึงกับต้องย่นจมูกใส่ “แน่ใจสิ ใครจะเป็นภาระสิ่งศักดิ์

  • พระแม่คะ รักนี้ไม่ได้ขอ   พักกายพักใจ with you

    บทที่ 55 พักกายพักใจ with you เหลืออีกสามวันจะจบทริปโอตารุ วันนี้ทั้งคู่เลยเลือกที่จะอยู่บ้านพักไม่ออกไปไหน เพราะตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาอคิณพาแฟนสาวเที่ยวจนครบทุกที่แล้ว ร่างบางนั่งแช่ตัวอยู่ในบ่อออนเซ็นของบ้านพักที่แยกออกมาเป็นส่วนตัวโดยเฉพาะไม่รวมกับบ้านหลังอื่น เธอนั่งมองภาพตรงหน้าที่สวยราวกับเทพนิยาย หิมะสีขาวกำลังโปรยปรายลงมาราวกับปุยนุ่นเต็มเบื้องหน้า มือถือที่วางอยู่บนแท่นหินอ่อนข้าง ๆ ถูกหยิบขึ้นมาถ่ายวิดีโอเก็บเอาไว้เพียงครู่ก่อนที่เธอจะวางมันลงไว้ที่เดิม แล้วใช้สายตาเก็บภาพความสวยงามตรงหน้าไว้ในความทรงจำ ความเหนื่อยล้าที่สั่งสมมาเนิ่นนานมลายหายไป เมื่อการแช่น้ำอุ่นเริ่มทำให้ผ่อนคลายจนเธอเผลอปิดเปลือกตาสีอ่อนลงเพื่อพักสายตา ทว่าจู่ ๆ สมาร์ตโฟนที่วางอยู่ก็แผดเสียงขึ้นรบกวนความสงบเมื่อครู่ ไม่น่าเอามือถือเข้ามาด้วยเลย นึกบ่นตัวเองในใจ อินฟลูสาวก็ลืมตาขึ้นมา เอื้อมมือไปหยิบเครื่องมือสื่อสารตัวต้นเหตุมาดู ก่อนจะเห็นว่ามีแจ้งเตือนจากไอจีขึ้นว่า ‘Ray Tag คุณในสตอรี’ ใบหน้าสวยคลี่ยิ้มบางด้วยความสุข ปลายนิ้วกดเข้าไปดูก็พบว่าแฟนหนุ่มลงรูปแผ่นหลังขาวเนียนของเธอที่โผล่พ้นผิวน้ำใน

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status