แชร์

เผชิญหน้ากับแฟนเก่า

ผู้เขียน: นรมน
last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-23 20:38:44

เตวิชญ์ญ์ขยับเข้าใกล้เธอนิดหนึ่ง เหมือนกลัวว่าเธอจะถอยหนี

เสียงทุ้มต่ำของเขาเอ่ยออกมาอย่างนุ่มช้า

“คุณฟางทำไมถึงคิดว่าผมจะมองคุณไม่ดีล่ะ”

เธอเม้มปาก ไม่ตอบ

หัวใจเต้นแรงจนหน้าอกสั่น

เขายิ้มกว้างขึ้นเล็กน้อย แบบที่มุมตาอ่อนลง

“ผมไม่ลืมนะ” เขาพูดชัดทุกคำ “และไม่คิดลืมด้วย”

เพียงฝันเงยหน้าขึ้นอย่างเผลอไผล

ดวงตาคู่คมนั้นจ้องกลับมาเต็ม ๆ ทำให้เธอใจวูบวาบจนแทบล้ม

เตวิชญ์ญ์เอียงศีรษะเล็กน้อย

น้ำเสียงทุ้มละมุนจนเธอขนลุก

“เมื่อคืน ผมตั้งใจ

แต่ที่ตั้งใจที่สุด คือไม่อยากให้คุณกลัวผมตอนตื่นขึ้นมา”

เขาก้มลงเล็กน้อย ให้ระดับสายตาอยู่เท่ากับเธอ

“เพราะผมไม่ได้คิดจะหายไปไหนเลยรู้ไหม”

คำสุดท้ายเขาพูดเบา ๆ แต่หนักแน่น

อบอุ่นจนหัวใจเธอไหวสะท้าน

แต่เธอกลับรีบส่ายหน้า

เหมือนต้องปิดประตูให้เร็วที่สุด ก่อนตัวเองจะไขว้เขวไปมากกว่านี้

“เราควรลืมมันค่ะ”

น้ำเสียงเธอแผ่วสั่น แต่หนักแน่น

“เมื่อคืนมันแค่ความเมา ฟางขอโทษจริง ๆ แล้วก็……ฟางไม่อยากให้เราเจอกันอีก คุณควรลืมมันเหมือนกัน”

คำพูดนั้นเหมือนมีดคมที่กรีดลงกลางอากาศ

เงียบกริบจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจของเขา

เตวิชญ์ชะงักไปเล็กน้อย

รอยยิ้มที่เคยอ่อนโยนคล้ายจางหายไปชั่วขณะ

ไม่ใช่เพราะโกรธแต่เพราะจู่ ๆ เขากลายเป็นฝ่ายที่ถูกผลัก ถูกปฏิเสธ ถูก “ฟันแล้วทิ้ง” แบบไม่ทันตั้งตัวเขาไล่ลมเข้าปอดทีหนึ่ง

ส่ายหน้าช้า ๆ อย่างคนที่ไม่อยากยอมรับคำพูดนั้นเลยสักนิด

“นี่คุณคิดว่าผมเป็นคนแบบนั้นจริง ๆ เหรอ”

เสียงทุ้มของเขากดต่ำกว่าเดิม

ไม่ดัง ไม่แข็งแต่เจ็บกว่าแทน

เขามองเธอเหมือนกำลังถามว่า ทำไมถึงตัดเขาทิ้งง่ายนัก

ทั้งที่เขาเป็นฝ่ายรู้สึกมาก่อนจะทันระวังใจตัวเองด้วยซ้ำ.

เตวิชนิ่งไปนานกว่าที่ควร

เหมือนคำพูดของเพียงฝันกระแทกเข้ากลางอกแรงเกินกว่าจะตั้งรับทัน

นี่เป็นครั้งแรก

ครั้งแรกที่ผู้หญิงที่เขานอนด้วยเลือกจะตัดเขาทิ้งอย่างไม่ใยดี

ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เขาเคยคิดเสมอว่า

ผู้หญิงที่ยังบริสุทธิ์……คือสิ่งต้องห้าม

เพราะหลังจากนั้น พวกเธอมักจะร้องไห้ ขอให้เขารับผิดชอบ

บางคนถึงขั้นขู่ บางคนยึดติด

ทำให้เขาไม่เคยคิดจะเฉียดเข้าไปใกล้ใครแบบนั้นอีก

แต่เพียงฝัน กลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง

เธอเป็นฝ่ายบอกให้ลืมเป็นฝ่ายปิดประตู

เป็นฝ่ายผลักเขาออกไปเหมือนสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน “ไม่มีความหมายอะไรเลย”

ความรู้สึกสะเทือนใจที่แล่นขึ้นมามันไม่ใช่ความโมโห

แต่เป็นความรู้สึกสูญเสียบางอย่างที่เขายังอธิบายไม่ได้

เตวิชญ์ช้อนสายตาขึ้นมองเธอ

แววตานั้นไม่ดื้อดึง ไม่เรียกร้อง

แต่เหมือนถูกบั่นทอนศักดิ์ศรีบางอย่างจนเจ็บร้าวในแบบที่เขาไม่คุ้ยเคย

เสียงเขาออกมาแผ่วลึก

แต่ความถ่วงในน้ำเสียงชัดเจนจนเธอเผลอกลั้นหายใจ

“คุณเป็นคนแรกนะ…..ที่ทำกับผมแบบนี้”

เขาเอ่ยช้า ๆ

“ผมเคยคิดว่าผู้หญิงแบบคุณ ยิ่งต้องการให้ผมรับผิดชอบแน่นอน”

เพียงฝันเงยหน้ามองเขา

ตกใจกับความจริงใจที่เขาเปิดเผยมากกว่าที่ควร

เตวิชญ์ยิ้มมุมปากยิ้มแบบเจ็บแผ่ว ๆ

ราวกับยอมรับว่าตัวเองถูกสั่นคลอนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“แต่ผมกลับเป็นฝ่ายถูกสั่งให้ลืม แล้วก็หายไปจากชีวิตคุณ”

เขาขยับตัวนิดหนึ่ง

เหมือนกำลังพยายามเรียกสติกลับมา

แต่ความผิดหวังในแววตากลับปกปิดไม่ได้เลย

“มันตลกดีนะ”

เขาว่าต่อด้วยเสียงต่ำ

“อยู่ดี ๆ ผม ก็กลายเป็นคนที่ถูกฟันแล้วทิ้ง”

เพียงฝันเม้มปากแน่น ก้มหน้าจนคางแทบจะแตะอก

หัวใจรัวแรงจนรู้สึกได้ถึงความสั่นของลมหายใจตัวเอง

คนบ้า หาว่าฉันฟันแล้วทิ้งเหรอ

ความคิดวาบขึ้นมาอย่างหงุดหงิดปนเขิน

แต่ปากกลับพูดไม่ออกสักคำ

เธอไม่รู้จะตอบอะไร

ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรกล้าสบตาเขาไหม

กลัวเหลือเกินว่าถ้าเงยหน้า เขาจะเห็นทุกความสับสนในใจเธอหมด

แต่เตวิชญ์ชายหนุ่มที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ความสัมพันธ์แบบไหน

กลับเป็นฝ่ายมองเธออย่างคนที่กำลังจริงจังขึ้นทีละนิด

จริงจัง……เพียงเพราะผู้หญิงคนหนึ่งที่บอกให้เขาหายไปจากชีวิตเธออย่างง่ายดายเกินไป.

เช้าวันใหม่ เพียงฝันพยายามรวบรวมสติให้มั่น

เธอแต่งหน้าเพียงบาง ๆ ปกปิดความซีดจางที่คืนนั้นทำให้เธอแทบไม่ได้นอน

ลมหายใจเข้าลึกพยายามปลอบใจตัวเองให้ใจสงบ

ก่อนก้าวเท้าเข้าประตูอาคารบริษัทด้วยท่าทีเรียบเฉย

แต่ข้างในหัวใจกลับยังเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ

เพราะภาพเมื่อคืนยังวนเวียนอยู่ในความคิด

เมื่อคืนต้องลืมให้ได้

เธอบอกตัวเองซ้ำ ๆ

แม้ภาพใบหน้าของเตวิชญ์ในตอนสุดท้ายจะคอยย้อนมาให้เจ็บจี๊ดในอกทุกครั้งก็ตาม

แต่ทันทีที่ก้าวเข้าพื้นที่ออฟฟิศ

เสียงหัวเราะคุ้นเคยก็ดังสอดเข้ามาในโสตประสาท

ทำให้เธอชะงักทันทีนทีกำลังยืนคุยอยู่ใกล้ห้องประชุม

และข้าง ๆ เขา……คือแก้วกัลยาแฟนใหม่ของเขา

หญิงสาวหน้าหวานที่กำลังยิ้มอ้อนจนคนมองเห็นต้องรู้สึกว่าพวกเขากำลังมีความสุข เพียงฝันยืนนิ่งคอแห้งวาบ

จู่ ๆ เหมือนอากาศในอาคารถูกสูบออกไปจนหมด

นทีเงยหน้าขึ้นบังเอิญสบตาเธอพอดีแววตาเขาแข็งไปวูบหนึ่ง

เหมือนคนที่ไม่รู้จะทำหน้าทำตาแบบไหนเวลาเจออดีตแฟนที่ตัวเองเพิ่งนอกใจ

ส่วนแก้วกัลยา ยิ้มหวานขึ้นทันที

ไหล่คล้องแขนนทีแน่นขึ้นนิดหนึ่งเหมือนตั้งใจโชว์

เพียงฝันท่องคำในหัวซ้ำ

ช่างมัน……ช่างเขาไป……อย่าร้อง……ไม่เอานะเพียงฝัน

แต่หัวใจเธอกลับเต้นแรงเจ็บแปลบ

เหมือนมีมือบีบอัดอยู่ข้างใน นทีเป็นฝ่ายทักก่อน

“อ้าว……ฟาง มาเช้าเหรอ”

น้ำเสียงธรรมดาจนเธอแทบอยากตบหน้าเขาให้รู้ว่ามันไม่ควรธรรมดาเลยสักนิด

เพียงฝันสูดลมหายใจส่งยิ้มกว้างจนเจ็บแก้ม

“ค่ะ งานเยอะนิดนึงค่ะ”

แก้วกัลยาหัวเราะเบา ๆ ควงแขนนทีใกล้ขึ้นเหมือนเด็กอ้อน

“พี่ธีร์เมื่อวานยังบอกอยู่เลยว่าจะรีบมาทำงานเช้าเพราะมีประชุมกับทีมของพี่ฟาง”

คำพูดนั้นเหมือนถูกตั้งใจยิงเข้ามาและมันก็โดนเต็ม ๆ

จนเธอต้องหลบสายตาเร็วที่สุด

“ค่ะ เจอกันในประชุมอีกทีนะคะ ขอตัวก่อนค่ะ”

เธอพูดเร็ว รีบเดินออกห่างทันที

กลัวว่าถ้ายืนนานกว่านั้นน้ำตาจะร่วงลงมาให้พวกเขาเห็น

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • พลั้งรักคุณหมอแสนร้าย   ตอนพิเศษ จบบริบูรณ์

    เช้าวันแต่งงานค่อย ๆ เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นกันเองแสงแดดยามเช้าส่องลอดผ่านม่านโปร่งสีขาวแสงนั้นไหลเอื่อยลงบนพื้นห้อง ทอประกายอบอุ่นจนทุกอย่างดูนุ่มละมุนไปหมดเหมือนเช้าวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเริ่มต้นของวันใหม่ของชีวิตคู่แต่เป็นการเริ่มต้นของคำสัญญาของทั้งสองชีวิตที่กำลังจะเดินเคียงกันไปจากนี้ในความเงียบสงบของยามเช้า หัวใจทุกดวงค่อย ๆ ตื่นขึ้นพร้อมความรัก ความหวัง และความฝันที่ถูกโอบอุ้มไว้อย่างแผ่วเบาราวกับโลกทั้งใบกำลังยิ้มให้กับการเริ่มต้นครั้งสำคัญนี้ดอกไม้สีขาวและชมพูอ่อนถูกจัดเรียงอย่างประณีตตลอดแนวทางเดินกลิ่นหอมบางเบาลอยคลอเคล้าไปกับเสียงดนตรีแผ่ว ๆงานนี้ไม่ได้หวือหวา ไม่ยิ่งใหญ่ในสายตาใครแต่กลับอบอวลไปด้วยความหมายเพราะแขกที่มาร่วมเป็นสักขีพยานมีเพียงเพื่อนสนิทและญาติของทั้งสองฝ่ายคนที่รู้จักรอยยิ้ม น้ำตา และเส้นทางความรักของทั้งคู่เป็นอย่างดีเพียงฝันก้าวเข้ามาในชุดเจ้าสาวมือของพ่อเธอจับมือเธอไว้แน่นไม่ใช่เพราะไม่อยากปล่อยแต่เพราะอยากส่งเธอไปด้วยความมั่นใจที่สุดดวงตาของแม่เพียงฝันแดงนิด ๆ รอยยิ้มสั่นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มของคนเป็นแม่ที่มองเห็นลูกสาวเติบโตและกำลังจ

  • พลั้งรักคุณหมอแสนร้าย   ตอนจบ 2/2

    คำพูดเรียบง่ายแต่ทำเอานับดาวหน้าอุ่นขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัวเพียงฝันที่เดินผ่านมาพอดีเหลือบเห็นเพื่อนสนิททำหน้าทำตาแปลก ๆก็ยกคิ้วแซวเบา ๆ“อ้าว…..นี่วันเกิดคุณแม่หรือวันเปิดตัวคู่รักใหม่กันแน่นะ”นับดาวรีบทำหน้าแข็ง“หยุดเลย!”แต่หมอเป้กลับยิ้มกว้างกว่าเดิม“ถ้าเปิดตัววันนี้ยังไม่ทันขอเริ่มจากขอไลน์ก่อนได้ไหมครับ”นับดาวมองเขานิ่ง ๆ ก่อนจะยื่นโทรศัพท์ให้พร้อมเสียงบ่นกลบเขิน“แค่ไลน์นะคะ อย่าเหลิง”หมอเป้รับโทรศัพท์ไปพิมพ์อะไรบางอย่างแล้วคืนให้ด้วยรอยยิ้มอบอุ่น“ไม่เหลิงครับแค่ดีใจ ที่คุณไม่ปฏิเสธ”ในขณะที่ค่ำคืนนั้นค่อย ๆ ดำเนินไปไม่ใช่แค่ความรักของเพียงฝันกับเตวิชญ์ที่ชัดเจนขึ้นแต่หัวใจของใครหลายคนก็เริ่มเปิดรับความรู้สึกใหม่อย่างเงียบ ๆ และอ่อนโยนไม่แพ้กันเลยลานระเบียงด้านข้างเงียบกว่าด้านในบ้านแสงไฟสีอุ่นทอดยาวบนพื้นไม้นทีนั่งอยู่คนเดียว มือหมุนแก้วในมือช้า ๆน้ำแข็งกระทบแก้วดังแผ่ว ๆเหมือนจังหวะความคิดที่วนซ้ำไม่รู้จบเขาไม่ได้เมา แค่ใจมันหนักเสียงส้นรองเท้าเบา ๆ ดังขึ้นก่อนร่างสูงโปร่งจะหยุดยืนข้าง ๆ“ไม่เข้าไปข้างในเหรอคะ”นทีเงยหน้าขึ้นเตชินียืนอยู่ตรงนั้น สีหน้า

  • พลั้งรักคุณหมอแสนร้าย   ตอนจบ 1/2

    ส่วนเตวิชญ์ยังคงเป็นหมอที่ยุ่งเหมือนเดิม แต่ไม่ว่าเวรจะหนักแค่ไหนเขาจะไม่ลืมแวะมารับเธอ หรืออย่างน้อยก็โทรมาบอก “วันนี้ผมอาจช้านิดนะ แต่ผมคิดถึงคุณ” บางวันเขาเข้ากะดึกเพียงฝันจะเตรียมข้าวกล่องง่าย ๆ ให้ บางคืนเธอหลับไปก่อน ตื่นมาอีกทีจะเจอเขานั่งอยู่ปลายเตียง ลูบผมเธอเบา ๆ เหมือนกลัวเธอหายไป หมอน้ำอิงเองก็เปลี่ยนไป เธอถอยออกมาอย่างมีระยะ ไม่ใช่เพราะยอมแพ้ แต่เพราะเข้าใจว่า ความรู้สึกที่ฝืนไว้ ไม่เคยพาใครไปถึงความสุขจริง ๆ และหมอไท ก็ยังคงอยู่ข้าง ๆ เธอ อย่างเงียบ ๆ แต่มั่นคง เย็นวันหนึ่ง เตวิชญ์พาเพียงฝันไปทานข้าวที่บ้าน คุณธเนศกับคุณวาสนายังแซวเหมือนเดิม เตชินียิ้มมองทั้งคู่ด้วยสายตาเอ็นดู “ดูแลกันแบบนี้ แม่ว่าบ้านเราจะคึกคักขึ้นเยอะเลยนะ” เพียงฝันยิ้มมือของเธอถูกเตวิชญ์จับไว้แน่น ไม่ใช่เพราะกลัวหลุดหายไป แต่เพราะเขาเลือกจะไม่ปล่อย หลายเดือนที่ผ่านมาไม่ได้ทำให้ชีวิตสมบูรณ์แบบ แต่ทำให้ทั้งสองคนมั่นใจว่า ความรักที่ไม่ต้องแย่งไม่ต้องพิสูจน์ไม่ต้องเจ็บซ้ำ มันกำลังเติบโตอย่างนุ่มละมุนและจริงใจ วันนี้บ้านของเตวิชญ์อบอวลไปด้วยบรรยากาศอบอุ่นเป็นพิเศษ เพราะเป็นวันเ

  • พลั้งรักคุณหมอแสนร้าย   ช่วยอธิบายหน่อย

    เตชินีไม่ได้เปิดฉากด้วยคำตำหนิเธอเพียงเลื่อนแท็บเล็ตไปตรงกลางโต๊ะภาพจากกล้องวงจรปิดหยุดอยู่ตรงจังหวะที่คุ้นตาเกินไป“แก้ว”น้ำเสียงเรียบ แต่หนัก“ช่วยอธิบายหน่อย ว่าคุณเข้าไปในห้องทำงานของเพียงฝันทำไมในช่วงเวลาที่ไฟล์งานถูกลบพอดีแบบนี้”แก้วกัลยาหน้าซีดวูบริมฝีปากเม้มแน่นก่อนจะพยายามหัวเราะกลบเกลื่อน“แก้วแค่เข้าไปหยิบเอกสารค่ะอาจจะเผลอโดนอะไรเข้าโดยไม่ตั้งใจก็ได้”เตชินีไม่ได้ตอบทันทีเพียงแตะหน้าจออีกครั้งคลิปเดินต่อชัดเจนการคลิกเมาส์การเลือกโฟลเดอร์การกดลบอย่างตั้งใจและไม่ลังเลความเงียบในห้องหนักอึ้งเพียงฝันที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ไม่ได้พูดอะไรเธอแค่มองสายตานิ่งไม่โกรธไม่สะใจมีเพียงความผิดหวังบาง ๆ ที่คนอีกฝ่ายเลือกทางนี้“ฉันไม่ได้โกรธที่เธอไม่ชอบใคร”เตชินีพูดช้า ๆ“แต่ฉันรับไม่ได้ถ้าเธอใช้การทำงานเป็นเครื่องมือทำร้ายคนอื่น”แก้วกัลยาน้ำตาคลอแต่ไม่มีใครเอื้อมมือไปปลอบ“บริษัทให้โอกาสคนทำงานเท่านั้นไม่ใช่คนเล่นเกมสกปรกแบบนี้”เตชินีสรุปเสียงนิ่ง“ฉันจะให้ฝ่ายบุคคลดำเนินการตามระเบียบและคุณจะถูกพักงานระหว่างสอบสวน”คำว่าพักงานเหมือนฟาดลงกลางอกแก้วกัลยาลุกขึ้นอย่างสั่น ๆ มองเพ

  • พลั้งรักคุณหมอแสนร้าย   จัดการบางอย่าง

    เมื่อกลับเข้ามาในห้อง งานยังคงต้องเดินต่อเธอจัดลำดับความสำคัญใหม่แก้งานจากไฟล์สำรองบันทึกทุกขั้นตอนอย่างรัดกุมไม่นานนักเสียงรองเท้าส้นสูงก็ดังใกล้เข้ามาแก้วกัลยาโผล่หน้าเข้ามายิ้มบาง ๆ แบบที่ดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น“อ้าวยังอยู่อีกเหรอนึกว่างานหายไปหมดแล้วซะอีก”น้ำเสียงใส ๆ แต่คำพูดกลับแฝงเข็มเพียงฝันเงยหน้าขึ้นช้า ๆ สบตาเธอโดยไม่หลบน้ำเสียงเรียบ นุ่ม แต่มั่นคง“ยังอยู่นะ แต่งานบางส่วนหายไปจริง ๆ”เพียงฝันเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายก่อนจะถามต่อด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ“เดี๋ยวนะ….เธอรู้ได้ยังไงว่าไฟล์งานของฉันหาย”รอยยิ้มของแก้วกัลยาชะงักไปเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะรีบกลบเกลื่อนกลับมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น“เอ่อ….แก้วก็แค่เดาเอาน่ะค่ะ พี่ฟาง”“อ่อเหรอ….นึกว่าเธอเป็นคนลบมันซะอีก”เพียงฝันยิ้มตอบเป็นรอยยิ้ม แฝงอะไรไว้บางอย่างแก้วกัลยาเม้มปากแน่นก่อนจะหัวเราะแห้ง ๆ“พูดซะน่ากลัวเลยนะคะ ใครจะกล้าล่ะคะ”เพียงฝันไม่ตอบเพียงก้มหน้ากลับไปทำงานต่อแก้วกัลยาหันหลังเดินออกไปฝีเท้าเร็วกว่าเดิมเล็กน้อยภายในห้องเพียงฝันถอนหายใจเบา ๆเหมือนปล่อยความอึดอัดออกจากอกไม่นานนักโทรศัพท์บนโต๊ะก็สั่นขึ้นช

  • พลั้งรักคุณหมอแสนร้าย   ถูกแกล้ง

    อีกด้านหนึ่งเตวิชญ์ยืนรอเพียงฝันอยู่หน้าโรงพยาบาล วันนี้เธอมาหาเขาทันทีที่เธอเดินมาเขาก็ยกมือรับกระเป๋าให้โดยอัตโนมัติ“วันนี้เหนื่อยไหม” เขาถามเสียงอ่อนเพียงฝันยิ้มบาง ๆ“นิดหน่อย แต่พอเห็นหน้าหมอแล้วก็หาย”เขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเอื้อมมือมาจับมือเธอไว้แน่นขึ้นนิดหนึ่งเหมือนยืนยันบางอย่างโดยไม่ต้องพูดระหว่างทางไปลานจอดรถเตวิชญ์เล่าเรื่องที่เขาคุยกับน้ำอิงให้ฟังทั้งหมดเพียงฝันฟังเงียบ ๆ ก่อนจะบีบมือเขาเบา ๆ“หมอทำถูกแล้วค่ะ”เธอพูดเสียงนุ่มเตวิชญ์มองเธอด้วยสายตาอบอุ่นสายตาของคนที่รู้ตัวชัดเจนว่าเขาเลือกคนไม่ผิดเลยจริงๆในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเองน้ำอิงยืนมองสองคนนั้นจากระยะไกลเห็นมือที่จับกันแน่นเห็นรอยยิ้มที่ไม่ต้องฝืนหัวใจเธอเจ็บแปลบเล็กน้อยแต่ไม่ใช่ความโกรธเป็นความเข้าใจและการยอมรับในที่สุดบางความรู้สึกไม่ได้หายไปเพราะไม่ได้สมหวังแต่หายไปเพราะเรายอมปล่อยมือและยอมรับมันและนั่นอาจเป็นการเริ่มต้นที่ดีกว่าสำหรับทุกคนค่ำวันนั้นฝนตกปรอย ๆไม่หนัก แต่ทำให้เมืองดูเงียบลงกว่าปกติเตวิชญ์ขับรถช้าลงเล็กน้อยมือข้างหนึ่งยังจับพวงมาลัย อีกข้างวางทับมือเพียงฝันไว้หลวม ๆเป็นท่าทางเคย

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status