LOGIN“เฮโหล! ทายสิใครมาเอ่ย” วันนี้โซเฟียได้มาเยี่ยมแม่ของเธอที่โรงพยาบาล หญิงสาวเดินเข้ามาด้วยความร่าเริงสดใส แต่คนเป็นแม่กลับมีสีหน้าตรงกันข้าม
“แม่เป็นอะไรหรือเปล่า” โซเฟียสังเกตได้ว่าแม่ของเธอมีแววตาแดงๆ เธอจึงวางถุงผลไม้ที่ซื้อมาไว้บนโต๊ะและรีบเดินเข้าไปหา “แกไปที่บ้านไอ้กาเบรียลทำไม!” หญิงสาวชะงักให้กับคำถาม “มันสั่งให้แกทำอะไรอีก ตอบแม่มาสิโซเฟีย!!” นาตาเลียตะคอกใส่ลูกสาวของเธอเสียงดัง จนโซเฟียตกใจน้ำตาคลอ “ใครบอกแม่ พี่เลย์เหรอ?” เธอถามถึงพี่ชายบุญธรรมของเธอ แต่แม่ยิ่งมองเธอด้วยความโกรธมากกว่าเดิม “ใครจะบอกฉันแล้วมันทำไม ฉันถามแก แกก็ตอบฉันมาสิ!!!” มารดาเริ่มน้ำตาคลอ “ทำไมแกยังโง่ไปให้มันหลอกใช้แกอีก ครั้งก่อนมันก็ให้แกไปขโมยข้อมูลจนเกือบถูกข่มขืนไม่ใช่เหรอ แกยังไม่เข็ดอีกหรือไง!!” โซเฟียเห็นแม่ร้องไห้เธอก็ก้มหน้างุด “แต่ว่าครั้งนี้เขาไม่จ้างเงินนะจ้ะแม่ เขาจะเซ็นยอมรับฉันเป็นลูกเขา” “แกคิดว่ามันจะทำตามที่มันพูดจริงๆ งั้นเหรอ!!” นาตาเลียจับแอปเปิ้ลบนโต๊ะขว้างใส่ลูกสาว “โง่!! แกจะอยากไปเป็นลูกของมันทำไม” โซเฟียเอาแต่ก้มหน้าด้วยความน้อยใจและเจ็บที่เธอทำไปก็ไม่ใช่เพราะแม่เหรอ “ก็ฉันอยากได้เงินมารักษาแม่ไง!! แม่ไม่อยากหายเหรอ!! ถ้าเขายอมรับฉัน ฉันก็จะมีเงินมาจ่ายค่าผ่าตัดแม่ก็จะได้กลับมาเดินได้ไง!!” เธอตะคอกถึงเหตุผลของเธอให้แม่ได้ฟัง แต่นาตาเลียก็ยังไม่ฟัง “ฉันไม่ได้ต้องการเงินของมัน ไสหัวออกไป!!!” เธอตะเพิดไล่ลูกสาวโดยการโยนของที่ลูกพึ่งซื้อมาไปใส่เธอ จนพยาบาลที่ได้ยินเสียงรีบเข้ามาคลุมสถานการณ์แล้วพาโซเฟียออกไปก่อน “คุณกลับไปก่อนเถอะนะคะ เดี๋ยวคุณนาตาเลียเธอจะอาละวาดจนช็อกเอา” พยาบาลคนนั้นบอกกับโซเฟียที่หน้าห้องพัก หญิงสาวจึงพยักหน้า “ค่ะ ฝากดูแม่ด้วยนะคะ” “ได้ค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ” โซเฟียเอามือจับที่สายกระเป๋าสะพายของตัวเองและได้แต่เดินคอตกออกมาจากโรงพยาบาล เธอเดินมาตามถนน ก่อนจะมีร่างใหญ่ของใครบางคนมายืนขวาง หญิงสาวชะงักตาโตและร่างของเธอก็ถูกลากหายไป! รุ่งเช้าที่แสนสดใสของเจริยา หญิงสาวกำลังบิดขี้เกียจอยู่บนที่นอน วันนี้เป็นวันแรกที่เธอจะต้องไปทำงานเป็นผู้ช่วยเลขา และแน่นอนว่ามันคือวันเดียวกันที่เธอจะได้เจอเขา พี่คีริน คนที่เธอไม่ได้เจอมานานนับ 4 ปี เจย่ารีบลุกจากเตียงไปส่องกระจก “เมื่อคืนนึกว่าจะตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ แต่เกินคาดแหะ หลับสนิทตื่นมาหน้าใสปิ้งเลย” เมื่อพอใจกับความสดใสของตัวเองในเช้าวันนี้หญิงสาวก็ไปอาบน้ำแต่งตัว และไม่ลืมใส่ชุดที่คีรินให้เป็นของขวัญไปทำงานวันแรกตามที่เขาได้บอกไว้ “ว้าว ทำไมวันนี้น้องสาวพี่แต่งตัวสวยจัง” เจย่าเปิดประตูห้องออกมาเจอเข้ากับพี่ชายก่อนเป็นคนแรก เธอเผยยิ้มให้คำชมทันที “สวยใช่ไหมล่ะ ชุดนี้พี่คีรินซื้อให้ละ” เธอบอกก่อนรีบเดินลงไปอวดคนอื่นๆ “อรุณสวัสดิ์ตอนเช้าค่ะ คุณพ่อคุณแม่” เธอเดินลงมาทักทายทั้งสอง พ่อกำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์รอลูกๆ ส่วนแม่นั้นกำลังจัดโต๊ะอาหาร “ว้าว เลขาของท่านรองอนาวินทำไมวันนี้แต่งตัวสวยจังล่ะ จะเอาให้เขาไปไหนจากเราไม่รอดเลยเหรอลูก” จิรกิตติ์หันมาเจอลูกสาวเข้า เขาก็รีบวางของในมือลงแล้วเอ่ยชมปนแซวเล็กน้อย “แค่ผู้ช่วยเลขาเองค่ะ ยังไม่ได้เป็นเลขาจริงๆ สักหน่อย” “ชุดนี้เหรอที่ไปซื้อกับพี่แจมวันนั้น” คุณแม่เดินมานั่งที่โต๊ะพร้อมจ้องการแต่งตัวของลูกสาวตาไม่กระพริบ เจย่ารีบส่ายหน้าให้ พี่ชายที่เดินตามลงมาชิงตอบคำถามให้น้อง “ไม่ใช่พี่สาวเราซื้อหรอกครับ ชุดนี้ท่านรองอนาวินเป็นคนที่ซื้อให้ต่างหาก” จอนนี่เดินเข้ามานั่งอีกฝั่ง ในระหว่างที่เจย่ากำลังนั่งเขิน “นี่คีรินเขามาหาลูกของพ่อแล้วเหรอ” หญิงสาวส่ายหน้าให้คำถามของบิดา “พี่เขาแค่ส่งมาให้นะคะ วันนี้ต่างหากที่เจจะได้เจอพี่คีรินวันแรก” เธอเอ่ยพลางก้มมองอาหารบนโต๊ะก่อนที่แม่ผู้นั่งข้างกันจะยื่นมือมาลูบจัดผมข้างหลังให้แล้วเอ่ยเบาๆ “งั้นก็ทานข้าวเยอะๆ นะ จะได้มีแรงลุยงาน อย่าให้เสียชื่อเป็นลูกแม่เจนล่ะ” เจย่ายิ้มกว้างส่งให้แม่ทันทีพร้อมชูกำปั้นขึ้นมา “แน่นอนค่ะ ไม่เสียชื่อที่คุณแม่อุตส่าห์ฝากให้แน่” ทั้งสี่คนอมยิ้มให้กับความสดใสของเช้าวันนี้ พร้อมกับนั่งทานข้าวกันอย่างมีความสุข บริษัทศิลาทรัพย์ “สวัสดีค่ะคุณธีรัช” เจย่ายกมือไหว้ธีรัชเลขาคนเดิมผู้ทำงานที่บริษัทมานานหลายปีจนเป็นที่ไว้ใจ “สวัสดีครับผู้ช่วยเลขาเจริยา ยินดีมากที่ได้ร่วมงานกัน มีอะไรที่อยากรู้หรือไม่เข้าใจคุณสามารถสอบถามกับผมได้ตลอดเลยนะครับ” ธีรัชเอ่ยกับหญิงสาวอย่างเป็นมิตร “เพราะต่อจากนี้ไปอีกสามเดือนหากคุณเป็นงานเร็ว ผมก็คงจะได้เกษียณไปพักผ่อนแล้ว” เจย่ายิ้มรับคำพูดทุกอย่างของเขา “ฉันสัญญาว่าจะตั้งใจเรียนรู้ทุกสิ่งที่คุณธีรัชและพี่พนักงานคนอื่นๆ สอนอย่างดีค่ะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” เธอโค้งตัวลงเล็กน้อยเพื่อเป็นการเคารพเขา “เอาล่ะๆ งั้นเลขาเจ ผมเรียกคุณแบบนี้ได้ใช่ไหม” เจย่ารีบพยักหน้ารับทันที “โอเค เลขาเจไปแนะนำตัวกับท่านรองหน่อยนะ เขารู้ว่าคุณจะมาวันนี้ก็ถามหาตั้งแต่เช้าแล้ว” คำพูดนั้นของธีรัชทำให้เจย่าชะงักไป แสดงว่าพี่คีรินก็คิดถึงเธอและรอเธออยู่ด้วยสินะ “ส่วนผมจะไปจัดตารางงานต่อวันนี้คงต้องให้คุณลองออกไปคุยงานกับลูกค้าข้างนอกกับเขาดูนะ สิ่งที่ต้องทำก็ไม่มีอะไรมากแค่ช่วยจดช่วยจำบันทึกข้อมูลที่ได้รับจากลูกค้าก็พอ ส่วนข้อมูลงานที่เขาจะคุยผมจะส่งให้คุณลองอ่านดูนะ” ประโยคต่อมาของคุณธีรัชยิ่งทำให้เลขาเจริยายิ้มไม่หุบ เธอจะได้ออกไปข้างนอกกับเขาด้วยงั้นเหรอ ดีเลยเธอมีเรื่องราวมากมายอยากจะคุยและถามเขาเต็มแก่แล้ว เมื่อคุณธีรัชเดินไปทำงานของเขา เจย่าก็เดินเข้าไปใกล้ประตูบานใหญ่ เธอหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเคาะเบาๆ ที่ประตูสามทีและผลักประตูเข้าไป “สวัสดีค่ะท่านรอง ดิฉันผู้ช่วยเลขาเจริยามารายงานตัวค่ะ” ชายหนุ่มด้านในมองมาที่หญิงสาวด้วยความพอใจ เธอใส่ชุดนี้มาจริงๆ ด้วย แถมมันสวยมากการที่เธอแต่งหน้าอ่อนๆ โทนชมพูพร้อมรวบผมไว้ครึ่งหัว มันยิ่งทำให้สวยกว่าวันนั้นที่เขาแอบดูที่ร้านชุดเสียอีก “สวัสดีครับเลขาเจริยาคนสวย”ณ ยามเย็นของย่านแอ็คตันบรรยากาศกำลังเย็นสบาย เวลานั้นสวนสาธารณะที่เขียวขจีมีผู้คนมากมายออกมาเดินเล่นหลังจากทานข้าวเย็นกัน เสียงลมพัดเบาๆ พร้อมกับเสียงรถไฟวิ่งไปมาบนราง มีสองร่างชายหญิงที่ชอบมาเดินคู่กันหลังทานข้าวเย็นแบบนี้เป็นประจำ จนแทบจะเป็นส่วนหนึ่งของสวนสาธารณะแห่งนี้ พวกเขาเดินตัวชิด มือเล็กจับแขนของฝ่ายชาย แขนใหญ่โอบรัดร่างเล็กของแฟนสาว ย่างก้าวเดินไปพร้อมกันตามทางเดิน “พี่คีริน วันมะรืนนี้ ซาเวียร์จะแต่งงาน เขาโทรมาชวนฉัน พี่จะไปด้วยกันไหมคะ” โซเฟียถามกับคนที่เดินข้างกัน ชายหนุ่มชะงัก “นี่ไอ้หมอนั่นจะแต่งงานแล้วเหรอ” “ใช่ค่ะ เขาบอกว่าเจอคนที่ถูกใจแล้วและไม่อยากปล่อยไปอีกเลยรีบขอแต่งนะ แถมยังบอกว่าให้ฉันไปดูให้เห็นกับตาว่าเมียเขาสวยกว่าฉันขนาดไหนอีกด้วยนะคะ” โซเฟียเล่าไปพลางนึกขำไปด้วย “แต่สำหรับพี่ไม่มีใครสวยกว่าโซเฟียนะ” คีรินอมยิ้มในขณะที่คนฟังหน้าร้อนผ่าว พักหลังนี้เขาหยอดไม่หยุดเลย “ถ้าโซเฟียอยากไปงานแต่งเขาก็ไปสิ เดี๋ยวพี่จะขับรถพาไปเอง” “แน่นอนสิคะ เพราะถ้าพี่ไม่ไปด้วยฉันคงไม่ไปหรอก เดี๋ยวจะโดนเย้ยเอา” ทั้งสองหลุดขำใส่กันก่อนจะเดินข้างกันไปเงียบๆ “แต่พี่คีร
เช้าที่สดใสของเหล่าพนักงานบริษัทศิลาทรัพย์ ในวันที่งานไม่ค่อยเยอะ ผู้คนแอบจับกลุ่มนั่งคุยเม้าท์มอย อยู่ๆ เสียงตู้ลำโพงบนกำแพง เพดาน มุมห้องก็เหมือนจะดังก๊อกแก๊กจนพนักงานหลายคนตื่นตัว “สวัสดีครับ” เสียงของคนที่ถือไมค์อยู่ในห้องประชาสัมพันธ์ดังขึ้น “เสียงท่านรอง?” ทุกคนต่างแปลกใจและตื่นเต้นเพราะตอนที่เขาประกาศบอกรักเลขาคนสวยยังติดอยู่ในหัว บ้างก็รีบหยิบมือถือขึ้นจ่อตู้ลำโพงหวังอัดคลิปไว้เรียกยอดไลก์ บ้างก็วิ่งมาฟังอย่างตั้งใจ “ท่านรองจะประกาศอะไรอีกวะ พึ่งแต่งงานไปไม่ใช่เหรอ” พี่ซูชิพึมพำกับแก๊งเพื่อนสาว “จะรู้ไหมล่ะ” “เอาล่ะ!” ทุกคนเงียบฟังเมื่อเขาเอ่ย “พวกคุณคงรู้ดีนะครับว่าผมกับเลขาเจริยาเราพึ่งจะแต่งงานกันไป แล้วตอนนี้เธอกำลังท้องลูกของผมอยู่นะ” เสียงคนพูดดูนิ่งชิวราวนั่งเม้าท์กับเพื่อนสาวในร้านคาเฟ่ “และวันนี้ผมก็ไม่ได้จะมาจับผิดใครที่ชอบเม้าท์มอยเจ้านายหรือใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นหรอกครับ” สาวปลาสาวแมวคนชอบเม้าท์ถึงกับสะดุ้ง “ผมแค่จะขอความช่วยเหลือกับทุกคน ห้ามใช้งานภรรยาของผมหนักเกินไป และช่วยเป็นหูเป็นตา หากเห็นเธอดื้อยกของหนักก็อย่าลืมแจ้งผม หรือช่วยเหลือเธอแทน ตอนผมไม่อยู่ด
งานแต่งของพวกเขาก็ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายที่สนามหญ้ากว้างของบริษัท ซึ่งบ่าวสาวเลือกเอง เพราะพวกเขาบอกว่าความรักของพวกเขาเกิดขึ้นที่บริษัทแม้เจ้าบ่าวจะเล็งเธอไว้ตั้งแต่สี่ขวบ วันนี้บรรยากาศช่างเป็นใจมากเสียด้วย ไม่มีฝน ไม่มีแดดแรงมาก ท้องฟ้าแจ่มใสอากาศสดชื่นยิ่งกว่าวันไหนๆ ของเดือน “ไม่อยากจะเชื่อเลยนะ ว่าโอมกับเจนจะได้ดองกันจริงๆ” มุมโซฟาตัวสีแดงมีสี่ร่างวัยเริ่มแก่ นั่งคุยกันอยู่ตามประสาเพื่อนสนิท เสี่ยโอมอมยิ้มให้คำพูดของไนยะ ในระหว่างที่พลอยเจนส่ายหน้าไม่ได้รู้สึกยินดียินร้ายอะไรมากมาย ที่ต้องดองกับเพื่อนรัก “นั่นสิ เด็กสองคนนี้ก็นะ แกล้งกันอยู่ดีๆ ผีผลักเฉยเลย” หนึ่งเดียวเอ่ยแซวบ้าง วันนั้นที่เขาเห็นอนาคินแกล้งเจย่าจนกรี๊ดลั่นบ้านศิลาแดงยังติดอยู่ในตาดังอยู่ในหูเขาอยู่เลย “แล้วจะให้ทำไงได้ ก็ลูกเพื่อนพวกนายมันร้ายเหมือนพ่อมันนี่”พลอยเจนว่าสายตามองเหล่าเมียๆ ของเพื่อนที่กำลังเดินมาทางนี้ “เอาเหอะน่า ลูกเธอโชคดีแล้วแหละเจน ได้เป็นสะใภ้บ้านศิลาแดงนะ บอกเลยนะเป็นกันได้ง่ายๆ ซะที่ไหน”ทั้งสี่คนหลุดขำออกมาพลางนึกถึงเรื่องราวในอดีตลากยาวมาถึงปัจจุบันแม้ว่าช่วงนี้พวกเขาจะไม่ได้รวมตัวก
“มาแล้ว มาแล้ว” อนาคินวิ่งพรวดเข้ามาในห้องเพราะเขาอาสาเป็นคนไปซื้อของให้เอง ชายหนุ่มมีท่าทีร้อนรนใจเขารีบเทถุงที่ซื้อมา ลงบนโต๊ะตรงหน้าที่เจย่านั่งมองอยู่ หญิงสาวถึงกับตาโต “พี่คินซื้อมาทำไมเยอะแยะคะ” อนาคินถอนหายใจแรงรีบนั่งลงข้างเธอ “ก็เอาให้แน่เอาให้ชัวร์ไงครับ ปะ!” “พี่คินพี่รออยู่ตรงนี้แหละ” เธอปรามเมื่อเห็นว่าเขาจะลุกตามเธอไปห้องน้ำ ก่อนเดินเข้าไปคนเดียว ชายหนุ่มนั่งลุ้นตัวเกร็ง ถ้าเขามีเจ้าตัวน้อยจริงจะเป็นยังไง? ลูกจะหน้ามึนเหมือนเขาหรือน่ารักเหมือนเธอ เขาชะเง้อคอมองไปที่ห้องน้ำอยู่ครู่ใหญ่ “เจเสร็จหรือยัง” เมื่อเห็นเธอเงียบนานก็รีบตะโกนตาม “รอก่อนสิ” อนาคินลุกพรวดจากเตียงเอามือไพล่หลังเดินไปเดินมา จนเห็นเจย่าเดินหน้าซีดออกมาเขาจึงรีบพุ่งตัวไปประคองเธอนั่ง “เป็นยังไงบ้างครับ” หญิงสาวจ้องเขาน้ำตาคลอ “เพราะพี่เลย!” เธอยื่นที่ตรวจทั้งห้าอันในมือให้เขา ซึ่งทุกอันขึ้นเป็นสองขีดหมด อนาคินนั่งเงียบ ก่อนจะกรีดร้องออกมาด้วยความดีใจ “ฮ่า พี่จะได้เป็นพ่อคนแล้วเหรอเนี่ย พี่จะได้เป็นพ่อ! เป็นพ่อของลูกเจ” สีหน้าท่าทีดีใจของเขาทำให้เธอที่กำลังกลุ้มใจยิ้มอ่อน “เอ่อ...พะ พี่ต้องทำ
บริษัท “หัดซิ่ว!!” คีรินจามเสียงดัง ดูเหมือนว่าเขาจะติดไข้หวัดมาจากยัยตัวเล็กซะแล้ว “ยามาแล้วครับท่านประธาน นี่ไปทำอะไรมาครับถึงได้ดูจะเป็นไข้หวัดแบบนี้” โดวินเอายามาให้เขา พร้อมกับคำถามที่ทำให้คีรินแอบเขินไม่น้อย “สงสัยอากาศจะเปลี่ยนมั้ง” เขาทำเป็นตอบปัดๆ แต่ภาพสาเหตุของไข้หวัดเมื่อคืนกลับผุดขึ้นเป็นฉากๆ จนเอาแต่ยืนยิ้มให้เม็ดยาในมือ “ท่านประธาน!!”โดวินสังเกตความแปลกได้เลยเอ่ยเรียก คีรินชะงักรีบกรอกยาใส่ปากและตามด้วยน้ำ “เดี๋ยวอีกห้านาทีจะประชุมแล้ว ไหวแน่นะครับ” เขาพยักหน้าตอบคำถามพร้อมยกนิ้วชูว่าโอเคส่งให้เลขา แต่ในหัวก็ยังคงคิดถึงเรือนรางของสาวเจ้าที่พึ่งจะเปิดซิงเขาไปเมื่อคืน จนเผลอยิ้มกับโต๊ะกับคอม เหมือนคนเป็นบ้า “จะจ่ายหรือไม่จ่ายหะ ถ้าไม่จ่ายก็เก็บข้าวของออกไปเลย ฉันจะได้ให้คนอื่นมาเช่าต่อ” คุณป้าหัวขาวเจ้าของบ้านเช่ามายืนตะเพิดไล่โซเฟียถึงหน้าบ้าน ในระหว่างที่หญิงสาวยืนดูใบสัญญาเช่าด้วยหน้าจืดๆ “มีอะไรกัน” โชคดีที่คีรินเลิกงานพอดีเมื่อเห็นว่าแฟนสาวกำลังมีเรื่อง เขาก็จอดรถที่หน้าบ้าน และเดินลงมายืนข้างเธอ โซเฟียเงยหน้ามองเขา “พี่คีรินคือ ฉันเข้าใจมาตลอดว่าบ้านหลังนี้
“ถ้าอยากรู้ว่าขนมในกล่องถูกกินไปแล้วหรือยัง ก็ต้องเปิดดูสิคะ หรือว่าพี่คีรินไม่กล้า” คำพูดยั่วยุของเธอมันช่างขัดหูเขา คีรินพลิกตัวเธออย่างฉับพลัน หญิงสาวนอนยิ้มอยู่ใต้ล่างในขณะที่ตอนนี้เขาคร่อมร่างเธอไว้ ตรงหน้าคือหน้าอกอันน่ารักซึ่งกำลังเด้งออกจากเสื้อมาท้าทายเขาอยู่ “แล้วอย่าเสียใจทีหลังล่ะ” เขาก้มหน้าลงไปพูดใกล้ๆ เธอ “พี่นั่นแหละที่จะเสียใจ ถ้าพี่ปล่อยฉัน” โซเฟียแย้งด้วยท่าทีที่เขาไม่อยากจะเห็นจนต้องรีบก้มลงไปใช้ปากประกบปากของเธอเอาไว้ บดขยี้มันเบาๆ อย่างโหยหาและเร้าร้อน แค่เพียงแรงจูบเตียงนอนก็ยุบขึ้นลง เจ้าของร่างเล็กหายใจโรยรินอาจจะเพราะฤทธิ์ไข้ เขาคลายจูบออกเพราะกลัวว่าเธอจะไข้ขึ้นอีกรอบ แต่โซเฟียไม่ยอมเธอเอามือคล้องคอเขาและกระชากลงมา ริมฝีปากรีบประกบกลับไปทันทีเพื่อไม่อยากให้เขาเสียอารมณ์ เสียงลมหายใจของโซเฟียยังร้อนรุ่ม ขณะที่ริมฝีปากของเธอคลอเคลียข้างแก้มเขา “คืนนี้...อย่าหนีไปไหนนะคะ” เสียงแผ่วเบาราวกระซิบหล่นลงกลางหัวใจคีริน เขาเงยหน้ามองเธอ ดวงตาคู่นั้นที่แดงก่ำจากไข้ ตอนนี้กลับมีประกายบางอย่างที่ทำให้เขาหายใจไม่ทั่วท้อง “เธอแน่ใจใช่ไหม?” เขาเอ่ยถามเบาๆ เสียงแหบพร่าแ







