LOGINบรรยากาศยามกลางคืนของค่ำคืนนั้นคงจะหนาวจนพวกเขาเลื้อยตัวขึ้นมานอนกอดกันเองบนโซฟา ทั้งคู่ที่กำลังหวนคิดอยู่ในตอนนี้หันมาจ้องหน้ากันนิ่งไปครู่ใหญ่ ก่อนที่จะเผยรอยยิ้มแล้วหันหน้าหนีไปกันคนละทาง
“เอ้อ ผมรีบช่วยคุณเก็บบ้านแล้วกลับดีกว่า พอดีวันนี้ผมต้องไปทำงาน” เขาเอ่ยก่อนจะลุกจากโซฟา โซเฟียนึกเกรงใจเลยจะลุกไปช่วยเขาทำให้เธอก้าวพลาดล้มฟุ่บลงตรงอกแกร่ง อะไรเนี่ยแข็งโป๊กเชียว หน้าของเธอแดงก่ำให้ความคิดในหัว “เป็นอะไรไหมครับ เดินดีๆ หน่อยสิ ขาคุณหายแล้วเหรอ” เขาบอกแกมดุเบาๆ แขนใหญ่จับโอบเอวหญิงสาวให้เธอยืนด้วยตัวเอง โซเฟียไม่พูดอะไร ค่อยๆ ขยับขาข้างที่เจ็บไปมาขึ้นลง “แค่รู้สึกจี๊ดนิดหน่อยแต่ไม่ถึงกับเจ็บ คงจะหายแล้วมั้งคะ” เธอเงยหน้ามองเขา ชายหนุ่มพยักหน้าให้ “งั้นก็ดีแล้วครับ ผมจะได้ไม่ต้องห่วงคุณตอนที่ผมไปทำงาน” หญิงสาวชะงักค้างไป พอเขามองตอบเธอก็หลับตาปริบๆ ให้จนเขาที่มีสีหน้านิ่งเฉยเมื่อครู่เผยยิ้มกว้างออกมา “คุณนี่ดูตลกๆ ดีนะ” เขาว่าพลางก้มลงเก็บแก้วและขวดเบลีย์บนพื้น ก่อนเดินเอาไปไว้ที่อ่างล้างจาน “คุณวางไว้ตรงนั้นก็ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันล้างเองคุณมีงานต้องไปทำก็รีบไปพักผ่อนเถอะ” เธอตะโกนบอกเขา ชายหนุ่มจึงหันมายิ้มพร้อมกับทำตัวไม่ถูก “งั้นผมขอกลับก่อนก็แล้วกันนะครับ ขอบคุณสำหรับอาหารเมื่อวาน เดี๋ยวผมกลับมาจากที่ทำงานแล้วเราเจอกันใหม่นะ” ชายหนุ่มพยักหน้าหนึ่งทีแล้วรีบเดินออกจากบ้าน โซเฟียมองเขาด้วยความเอ็นดู “ทำไมเขาดูเขินๆ” เธอบ่นกับตัวเองอย่างนึกเอะใจ ก่อนส่ายหน้าไปมา แล้วนอนราบลงกับโซฟาตามเดิม “พึ่งตีห้าเองของีบอีกสักหน่อยก็แล้วกัน” ตัดมาที่บ้านของคีริน ชายหนุ่มร่างเปลือยยืนเอามือจับริมฝีปากของตัวเองในห้องน้ำ พร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก ใช่แล้วเมื่อคืนตอนที่ถูกขโมยจูบ เขาไม่ได้หลับสนิท แต่แค่ทำเป็นหลับเพราะตกใจที่เธอเข้ามาชิดใกล้ อีกอย่างคนที่ทำให้ทั้งคู่ขึ้นไปนอนกอดกันบนโซฟาก็คือเขา “การได้เจอใครสักคนที่ถูกใจมันเป็นแบบนี้เองสินะ” เขาพึมพำพร้อมกับรอยยิ้มแตะแต้มมุมปาก ก็เธอดูน่ารักเสียขนาดนั้นจะไม่ให้เขาเผลอไปชอบได้อย่างไร ณ บ้านศิลาแดง เสี่ยโอมที่พึ่งเคลียร์งานเอกสารบนห้องทำงานเสร็จเดินออกมาที่สวนหน้าบ้าน เพื่อบิดขี้เกียจและยืดกล้ามเนื้อสักเล็กน้อย “โอ้ย! นี่ฉันแก่ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่” เขาบ่นเบาๆ เมื่อได้ยินเสียงกระดูกลั่นดังก๊อบแก๊บ ก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นรถลูกชายขับเข้ามา “ทำไมกลับมาไวจังอนาคิน” คนถูกเรียกชะงักรีบหันมามอง “ไวอะไรล่ะครับนี้บ่ายสามแล้วนะ” เขากลัวพ่อบ่นจึงหันไปบ่นพ่อก่อน “เมื่อเช้าคินก็เข้าบริษัทไปให้คุณธีรัชติวตั้งแต่เช้าก่อนเข้าประชุม เดินทำความรู้จักศึกษางานต่างๆ จนบ่าย นี่ก็พึ่งไปคุยงานข้างนอกกับลูกค้า เห็นคุณธีรัชบอกว่าไม่มีอะไรแล้วคินถึงได้กลับมาไงครับพ่อ” เขาพูดด้วยสีหน้าเหนื่อยๆ ก็ตั้งแต่พี่ชายไปอังกฤษเขาก็ต้องเข้าไปขลุกอยู่ที่บริษัททุกวัน แถมความบันเทิงใจของเขาก็ยังไม่มาทำงานอีก ทางเสี่ยมองหน้าลูกก็อมยิ้มมุมปาก ความจริงเขารู้จากเลขาธีรัชหมดแล้วว่าอนาคินเห็นกวนตีนแบบนี้ถึงเวลาทำงานเขาก็ทำได้ดี เสี่ยเองก็แค่อยากปั่นลูกกลับเฉยๆ “แล้วทำไมถึงดูเหนื่อยๆ วีนๆ แบบนี้ล่ะหะ” “ก็คินทั้งหิวข้าว ทั้งเครียด คุณพ่อยังจะให้คินยิ้มได้อีกอยู่เหรอ” คนเป็นพ่อขมวดคิ้ว “หิวข้าวทำไมไม่แวะซื้อกินค่อยกลับล่ะ ไม่ชวนคุณธีรัชเขาไปทานด้วยกันเลย” อนาคินกลืนน้ำลายลงคอไปอย่างยากลำบาก “ไม่มีตังค์เหลือเก็บแล้วครับ ก็คุณพ่อยังระงับบัตรคินอยู่นี่” เขาเอ่ยเสียงแผ่วตัดพ้อปนน้อยใจให้บิดานิดๆ อุตส่าห์เกิดมาเป็นลูกเศรษฐีมีเงินแต่ไร้สิทธิ์ใช้ แถมเงินเก็บเพียงน้อยนิดของเขาที่หวังว่าจะใช้ให้ถึงสิ้นเดือน ดันเอาไปซื้อชุดให้สาวหมด…. “หะ!! ขนาดนั้นเลยเหรอคิน” เสี่ยถึงกับตกใจ “เอาล่ะๆ เดี๋ยวพ่อจะยกเลิกการระงับบัตรให้ใบหนึ่งก็แล้วกันนะ ขอแค่แกอย่าเบี้ยว ไปทำงานให้พ่อทุกวันก็พอ” อนาคินเงยหน้าขึ้นมาเผยยิ้มทันที “จริงนะครับพ่อ!” “เอ่อน่า เข้าไปหาแม่ในบ้านไปจะได้หาอะไรกิน หิวไม่ใช่เหรอ” เสี่ยไล่ลูกชายทันทีอนาคินจึงหันมาไหว้ขอบคุณพ่อแล้ว รีบวิ่งเข้าบ้านไปด้วยรอยยิ้ม “นึกภาพตอนมันจะมีเมียเป็นตัวเป็นตนไม่ออกเลยน่ะเนี่ย” เสี่ยบ่นเบาๆ ให้กับท่าทีราวเด็กน้อยของลูกชายณ ยามเย็นของย่านแอ็คตันบรรยากาศกำลังเย็นสบาย เวลานั้นสวนสาธารณะที่เขียวขจีมีผู้คนมากมายออกมาเดินเล่นหลังจากทานข้าวเย็นกัน เสียงลมพัดเบาๆ พร้อมกับเสียงรถไฟวิ่งไปมาบนราง มีสองร่างชายหญิงที่ชอบมาเดินคู่กันหลังทานข้าวเย็นแบบนี้เป็นประจำ จนแทบจะเป็นส่วนหนึ่งของสวนสาธารณะแห่งนี้ พวกเขาเดินตัวชิด มือเล็กจับแขนของฝ่ายชาย แขนใหญ่โอบรัดร่างเล็กของแฟนสาว ย่างก้าวเดินไปพร้อมกันตามทางเดิน “พี่คีริน วันมะรืนนี้ ซาเวียร์จะแต่งงาน เขาโทรมาชวนฉัน พี่จะไปด้วยกันไหมคะ” โซเฟียถามกับคนที่เดินข้างกัน ชายหนุ่มชะงัก “นี่ไอ้หมอนั่นจะแต่งงานแล้วเหรอ” “ใช่ค่ะ เขาบอกว่าเจอคนที่ถูกใจแล้วและไม่อยากปล่อยไปอีกเลยรีบขอแต่งนะ แถมยังบอกว่าให้ฉันไปดูให้เห็นกับตาว่าเมียเขาสวยกว่าฉันขนาดไหนอีกด้วยนะคะ” โซเฟียเล่าไปพลางนึกขำไปด้วย “แต่สำหรับพี่ไม่มีใครสวยกว่าโซเฟียนะ” คีรินอมยิ้มในขณะที่คนฟังหน้าร้อนผ่าว พักหลังนี้เขาหยอดไม่หยุดเลย “ถ้าโซเฟียอยากไปงานแต่งเขาก็ไปสิ เดี๋ยวพี่จะขับรถพาไปเอง” “แน่นอนสิคะ เพราะถ้าพี่ไม่ไปด้วยฉันคงไม่ไปหรอก เดี๋ยวจะโดนเย้ยเอา” ทั้งสองหลุดขำใส่กันก่อนจะเดินข้างกันไปเงียบๆ “แต่พี่คีร
เช้าที่สดใสของเหล่าพนักงานบริษัทศิลาทรัพย์ ในวันที่งานไม่ค่อยเยอะ ผู้คนแอบจับกลุ่มนั่งคุยเม้าท์มอย อยู่ๆ เสียงตู้ลำโพงบนกำแพง เพดาน มุมห้องก็เหมือนจะดังก๊อกแก๊กจนพนักงานหลายคนตื่นตัว “สวัสดีครับ” เสียงของคนที่ถือไมค์อยู่ในห้องประชาสัมพันธ์ดังขึ้น “เสียงท่านรอง?” ทุกคนต่างแปลกใจและตื่นเต้นเพราะตอนที่เขาประกาศบอกรักเลขาคนสวยยังติดอยู่ในหัว บ้างก็รีบหยิบมือถือขึ้นจ่อตู้ลำโพงหวังอัดคลิปไว้เรียกยอดไลก์ บ้างก็วิ่งมาฟังอย่างตั้งใจ “ท่านรองจะประกาศอะไรอีกวะ พึ่งแต่งงานไปไม่ใช่เหรอ” พี่ซูชิพึมพำกับแก๊งเพื่อนสาว “จะรู้ไหมล่ะ” “เอาล่ะ!” ทุกคนเงียบฟังเมื่อเขาเอ่ย “พวกคุณคงรู้ดีนะครับว่าผมกับเลขาเจริยาเราพึ่งจะแต่งงานกันไป แล้วตอนนี้เธอกำลังท้องลูกของผมอยู่นะ” เสียงคนพูดดูนิ่งชิวราวนั่งเม้าท์กับเพื่อนสาวในร้านคาเฟ่ “และวันนี้ผมก็ไม่ได้จะมาจับผิดใครที่ชอบเม้าท์มอยเจ้านายหรือใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นหรอกครับ” สาวปลาสาวแมวคนชอบเม้าท์ถึงกับสะดุ้ง “ผมแค่จะขอความช่วยเหลือกับทุกคน ห้ามใช้งานภรรยาของผมหนักเกินไป และช่วยเป็นหูเป็นตา หากเห็นเธอดื้อยกของหนักก็อย่าลืมแจ้งผม หรือช่วยเหลือเธอแทน ตอนผมไม่อยู่ด
งานแต่งของพวกเขาก็ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายที่สนามหญ้ากว้างของบริษัท ซึ่งบ่าวสาวเลือกเอง เพราะพวกเขาบอกว่าความรักของพวกเขาเกิดขึ้นที่บริษัทแม้เจ้าบ่าวจะเล็งเธอไว้ตั้งแต่สี่ขวบ วันนี้บรรยากาศช่างเป็นใจมากเสียด้วย ไม่มีฝน ไม่มีแดดแรงมาก ท้องฟ้าแจ่มใสอากาศสดชื่นยิ่งกว่าวันไหนๆ ของเดือน “ไม่อยากจะเชื่อเลยนะ ว่าโอมกับเจนจะได้ดองกันจริงๆ” มุมโซฟาตัวสีแดงมีสี่ร่างวัยเริ่มแก่ นั่งคุยกันอยู่ตามประสาเพื่อนสนิท เสี่ยโอมอมยิ้มให้คำพูดของไนยะ ในระหว่างที่พลอยเจนส่ายหน้าไม่ได้รู้สึกยินดียินร้ายอะไรมากมาย ที่ต้องดองกับเพื่อนรัก “นั่นสิ เด็กสองคนนี้ก็นะ แกล้งกันอยู่ดีๆ ผีผลักเฉยเลย” หนึ่งเดียวเอ่ยแซวบ้าง วันนั้นที่เขาเห็นอนาคินแกล้งเจย่าจนกรี๊ดลั่นบ้านศิลาแดงยังติดอยู่ในตาดังอยู่ในหูเขาอยู่เลย “แล้วจะให้ทำไงได้ ก็ลูกเพื่อนพวกนายมันร้ายเหมือนพ่อมันนี่”พลอยเจนว่าสายตามองเหล่าเมียๆ ของเพื่อนที่กำลังเดินมาทางนี้ “เอาเหอะน่า ลูกเธอโชคดีแล้วแหละเจน ได้เป็นสะใภ้บ้านศิลาแดงนะ บอกเลยนะเป็นกันได้ง่ายๆ ซะที่ไหน”ทั้งสี่คนหลุดขำออกมาพลางนึกถึงเรื่องราวในอดีตลากยาวมาถึงปัจจุบันแม้ว่าช่วงนี้พวกเขาจะไม่ได้รวมตัวก
“มาแล้ว มาแล้ว” อนาคินวิ่งพรวดเข้ามาในห้องเพราะเขาอาสาเป็นคนไปซื้อของให้เอง ชายหนุ่มมีท่าทีร้อนรนใจเขารีบเทถุงที่ซื้อมา ลงบนโต๊ะตรงหน้าที่เจย่านั่งมองอยู่ หญิงสาวถึงกับตาโต “พี่คินซื้อมาทำไมเยอะแยะคะ” อนาคินถอนหายใจแรงรีบนั่งลงข้างเธอ “ก็เอาให้แน่เอาให้ชัวร์ไงครับ ปะ!” “พี่คินพี่รออยู่ตรงนี้แหละ” เธอปรามเมื่อเห็นว่าเขาจะลุกตามเธอไปห้องน้ำ ก่อนเดินเข้าไปคนเดียว ชายหนุ่มนั่งลุ้นตัวเกร็ง ถ้าเขามีเจ้าตัวน้อยจริงจะเป็นยังไง? ลูกจะหน้ามึนเหมือนเขาหรือน่ารักเหมือนเธอ เขาชะเง้อคอมองไปที่ห้องน้ำอยู่ครู่ใหญ่ “เจเสร็จหรือยัง” เมื่อเห็นเธอเงียบนานก็รีบตะโกนตาม “รอก่อนสิ” อนาคินลุกพรวดจากเตียงเอามือไพล่หลังเดินไปเดินมา จนเห็นเจย่าเดินหน้าซีดออกมาเขาจึงรีบพุ่งตัวไปประคองเธอนั่ง “เป็นยังไงบ้างครับ” หญิงสาวจ้องเขาน้ำตาคลอ “เพราะพี่เลย!” เธอยื่นที่ตรวจทั้งห้าอันในมือให้เขา ซึ่งทุกอันขึ้นเป็นสองขีดหมด อนาคินนั่งเงียบ ก่อนจะกรีดร้องออกมาด้วยความดีใจ “ฮ่า พี่จะได้เป็นพ่อคนแล้วเหรอเนี่ย พี่จะได้เป็นพ่อ! เป็นพ่อของลูกเจ” สีหน้าท่าทีดีใจของเขาทำให้เธอที่กำลังกลุ้มใจยิ้มอ่อน “เอ่อ...พะ พี่ต้องทำ
บริษัท “หัดซิ่ว!!” คีรินจามเสียงดัง ดูเหมือนว่าเขาจะติดไข้หวัดมาจากยัยตัวเล็กซะแล้ว “ยามาแล้วครับท่านประธาน นี่ไปทำอะไรมาครับถึงได้ดูจะเป็นไข้หวัดแบบนี้” โดวินเอายามาให้เขา พร้อมกับคำถามที่ทำให้คีรินแอบเขินไม่น้อย “สงสัยอากาศจะเปลี่ยนมั้ง” เขาทำเป็นตอบปัดๆ แต่ภาพสาเหตุของไข้หวัดเมื่อคืนกลับผุดขึ้นเป็นฉากๆ จนเอาแต่ยืนยิ้มให้เม็ดยาในมือ “ท่านประธาน!!”โดวินสังเกตความแปลกได้เลยเอ่ยเรียก คีรินชะงักรีบกรอกยาใส่ปากและตามด้วยน้ำ “เดี๋ยวอีกห้านาทีจะประชุมแล้ว ไหวแน่นะครับ” เขาพยักหน้าตอบคำถามพร้อมยกนิ้วชูว่าโอเคส่งให้เลขา แต่ในหัวก็ยังคงคิดถึงเรือนรางของสาวเจ้าที่พึ่งจะเปิดซิงเขาไปเมื่อคืน จนเผลอยิ้มกับโต๊ะกับคอม เหมือนคนเป็นบ้า “จะจ่ายหรือไม่จ่ายหะ ถ้าไม่จ่ายก็เก็บข้าวของออกไปเลย ฉันจะได้ให้คนอื่นมาเช่าต่อ” คุณป้าหัวขาวเจ้าของบ้านเช่ามายืนตะเพิดไล่โซเฟียถึงหน้าบ้าน ในระหว่างที่หญิงสาวยืนดูใบสัญญาเช่าด้วยหน้าจืดๆ “มีอะไรกัน” โชคดีที่คีรินเลิกงานพอดีเมื่อเห็นว่าแฟนสาวกำลังมีเรื่อง เขาก็จอดรถที่หน้าบ้าน และเดินลงมายืนข้างเธอ โซเฟียเงยหน้ามองเขา “พี่คีรินคือ ฉันเข้าใจมาตลอดว่าบ้านหลังนี้
“ถ้าอยากรู้ว่าขนมในกล่องถูกกินไปแล้วหรือยัง ก็ต้องเปิดดูสิคะ หรือว่าพี่คีรินไม่กล้า” คำพูดยั่วยุของเธอมันช่างขัดหูเขา คีรินพลิกตัวเธออย่างฉับพลัน หญิงสาวนอนยิ้มอยู่ใต้ล่างในขณะที่ตอนนี้เขาคร่อมร่างเธอไว้ ตรงหน้าคือหน้าอกอันน่ารักซึ่งกำลังเด้งออกจากเสื้อมาท้าทายเขาอยู่ “แล้วอย่าเสียใจทีหลังล่ะ” เขาก้มหน้าลงไปพูดใกล้ๆ เธอ “พี่นั่นแหละที่จะเสียใจ ถ้าพี่ปล่อยฉัน” โซเฟียแย้งด้วยท่าทีที่เขาไม่อยากจะเห็นจนต้องรีบก้มลงไปใช้ปากประกบปากของเธอเอาไว้ บดขยี้มันเบาๆ อย่างโหยหาและเร้าร้อน แค่เพียงแรงจูบเตียงนอนก็ยุบขึ้นลง เจ้าของร่างเล็กหายใจโรยรินอาจจะเพราะฤทธิ์ไข้ เขาคลายจูบออกเพราะกลัวว่าเธอจะไข้ขึ้นอีกรอบ แต่โซเฟียไม่ยอมเธอเอามือคล้องคอเขาและกระชากลงมา ริมฝีปากรีบประกบกลับไปทันทีเพื่อไม่อยากให้เขาเสียอารมณ์ เสียงลมหายใจของโซเฟียยังร้อนรุ่ม ขณะที่ริมฝีปากของเธอคลอเคลียข้างแก้มเขา “คืนนี้...อย่าหนีไปไหนนะคะ” เสียงแผ่วเบาราวกระซิบหล่นลงกลางหัวใจคีริน เขาเงยหน้ามองเธอ ดวงตาคู่นั้นที่แดงก่ำจากไข้ ตอนนี้กลับมีประกายบางอย่างที่ทำให้เขาหายใจไม่ทั่วท้อง “เธอแน่ใจใช่ไหม?” เขาเอ่ยถามเบาๆ เสียงแหบพร่าแ
ณ คอนโดใจกลางเมืองใหญ่วันนี้หลังเลิกงานเจย่าตามชายหนุ่มมาถึงห้อง เพราะโชคดีที่พ่อกับพี่ชายไปต่างจังหวัด เธอเลยแค่บอกแม่แล้วก็ตามเขามาได้ “ทำไมมองพี่แบบนั้น” อนาคินจ้องตาแฟนสาวที่เอาแต่มองค้อนเขาตั้งแต่เดินเข้ามาในห้องเมื่อกี้นี้แล้ว เขารู้ว่าเธอคงจะโกรธเขาเรื่องเมื่อเช้า “ยังโกรธพี่อยู่เหรอ” เขา
หลายวันต่อมา ณ บริษัทศิลาที่ลอนดอน คีรินเดินลงมายังลานจอดรถเตรียมตัวจะกลับบ้าน “พี่คีริน!” เขาสะดุ้งให้เสียงคุ้นหูจนต้องหันไปมอง “เธอเข้ามาได้ยังไง!” เป็นโซเฟียที่ยืนยิ้มให้เขาอยู่ พร้อมพนักงานรักษาความปลอดภัยที่วิ่งตามมา “เข้ามาไม่ได้นะครับคุณ ผมขอโทษนะครับท่านประธาน” คีรินยกมือให้การ์ด “ไม่เ
บ้านศิลาแดง เสียงนกร้องเบาๆ กับแสงแดดยามบ่ายสะท้อนเข้าไปในตัวบ้าน ด้านในมีสองสามีภรรยากำลังยืนปรึกษากันเรื่องลูก “เป็นยังไงบ้างคะคุณ” คุณหญิงรีบเอ่ยถามสามีหลังเขาโทรคุยกับลูกชายเสร็จ เสี่ยโอมมองหน้าเมียก่อนยิ้มจางๆ เพราะกลัวว่าเมียจะคิดมาก “ลูกบอกว่าไม่ได้เป็นอะไร แค่รู้สึกเจ็บนิดหน่อย ผมเสนอบอกใ
ห้างสรรพสินค้า เจย่ายืนมองตุ๊กตากระต่ายน้อยด้วยรอยยิ้ม ส่วนอีกคนก็แอบไปหยิบหูกระต่ายมาใส่บนหัว อนาคินสะกิดไหล่เธอเบาๆ ให้หญิงสาวหันไปมอง “พี่น่ารักไหมครับ” เขาถามพลางขยับหูกระต่ายขึ้นลงให้เธอดู คนในร้านที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างมองเขาอย่างเอ็นดู แต่คนที่เขาต้องการให้เอ็นดูกลับดูไม่เอ็นจอยสักเท่าไหร่







