LOGINลูกพีชค่อยๆ หันกลับไปมองด้านหลังอย่างช้าๆ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย
คนที่ยืนต่อแถวอยู่ห่างจากเธอเพียงก้าวเดียว คือรุ่นพี่ปืนใหญ่ ชายหนุ่มยืนล้วงกระเป๋ากางเกงอย่างสบายๆ เสื้อช็อปวิศวะสีแดงพาดอยู่บนไหล่ ส่วนเสื้อยืดสีดำด้านในยิ่งขับให้รูปร่างสูงใหญ่ดูโดดเด่นกว่าเดิม ใบหน้าหล่อคมยังคงเรียบนิ่ง แต่ดวงตาคมกลับมองมาที่เธอพอดี “ระ… รุ่นพี่” ลูกพีชเอ่ยทักตามมารยาท ปืนใหญ่ยกยิ้มมุมปากบางๆ ก่อนเลิกคิ้วขึ้นอย่างยียวน “อะไรกันครับ พอเห็นพี่แล้ว ทำไมทำหน้าตกใจ พี่น่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ” “เปล่าค่ะ… หนูแค่ไม่คิดว่าจะเป็นรุ่นพี่” เธอตอบเสียงเบา ก่อนรีบหันกลับไปมองด้านหน้าทันที โดยไม่ทันได้เห็นว่าคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเธอ กำลังยิ้มกว้างพอใจแค่ไหน ที่ได้เห็นเธอเสียอาการมากขนาดนี้ แถวค่อยๆขยับไปข้างหน้าทีละนิด และทุกครั้งที่เธอก้าวเดิน รุ่นพี่ปืนใหญ่ก็ขยับตามมาติดๆ ระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือเพียงนิดเดียว มันใกล้ซะจนลูกพีชสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดเหนือศีรษะ พร้อมกับกลิ่นหอมสะอาดอ่อนๆ ที่คุ้นเคยลอยมาแตะปลายจมูกเป็นระยะ หัวใจดวงน้อยเริ่มเต้นเร็วขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ เธอได้แต่จ้องเมนูอาหารตรงหน้า ไม่กล้าหันกลับไปมองอีก เพราะกลัวว่าจะเผลอสบกับสายตาดึงดูดแสนอันตรายนั่น ‘เมื่อไหร่จะถึงคิวเราสักทีนะ…’ ลูกพีชได้แต่ภาวนาอยู่ในใจ ไม่นานนัก แถวก็ขยับมาถึงหน้าร้าน “เอาอะไรจ๊ะ หนูคนสวย” เสียงป้าร้านข้าวแกงดังขึ้น เปรียบเสมือนเสียงสวรรค์ที่ช่วยปลดปล่อยเธอออกจากสถานการณ์ชวนใจเต้นนี้เสียที ลูกพีชรีบยิ้มให้แม่ค้า “เอาแกงเขียวหวานไก่ กับหมูทอดกระเทียมค่ะ” “ได้จ้ะ” ป้าตักข้าวและกับข้าวใส่จานอย่างคล่องแคล่ว ก่อนยื่นให้เธอ “ห้าสิบบาทจ้ะ สแกนจ่ายได้เลย” “ค่ะ” ลูกพีชหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดเข้าแอปธนาคาร เตรียมสแกน QR Code แต่ยังไม่ทันที่เธอจะยื่นโทรศัพท์ออกไป ก็มีมือถืออีกเครื่องยื่นเข้ามาก่อน ติ๊ด! เสียงแจ้งเตือนการชำระเงินดังขึ้น ลูกพีชหันขวับไปมองทันที รุ่นพี่ปืนใหญ่เก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกง พลางพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ “พี่จ่ายให้แล้วครับ มื้อนี้พี่เลี้ยงเอง” “จ่ายให้หนูทำไมคะ” เธอถามกลับทันทีด้วยความไม่เข้าใจ ปืนใหญ่ยิ้มบางๆ ก่อนตอบอย่างใจเย็น “ก็เป็นค่าตอบแทนที่น้องช่วยซักเสื้อช็อปให้พี่ไงครับ” “ แต่นั่นมันเป็นเรื่องที่หนูต้องรับผิดชอบอยู่แล้วนะคะ หนูรับไว้ไม่ได้ค่ะ เดี๋ยวหนูโอนคืนให้” ลูกพีชรีบส่ายหน้า พร้อมยกโทรศัพท์ขึ้นตั้งใจจะขอเลขบัญชีเขา “ เอาเลขบัญชีพี่มาค่ะ” ปืนใหญ่มองท่าทางจริงจังของเธอแล้วหัวเราะในลำคอเบาๆ “ไม่ต้องโอนหรอกครับ” “แต่…” “ถือว่าพี่ขอเลี้ยงข้าวน้องมื้อหนึ่งก็แล้วกัน” เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนพูดต่อด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “ห้ามปฏิเสธ” ลูกพีชอ้าปากจะเถียงอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร เสียงป้าร้านข้าวแกงก็ดังแทรกขึ้นพร้อมรอยยิ้ม “หนูจ๋า ขยับก่อนลูก คนด้านหลังรอเต็มเลย” ลูกพีชหันกลับไปมอง ก็พบว่านักศึกษาต่อแถวยาวออกมาหลายคนแล้ว “ขะ… ขอโทษค่ะ” เธอรีบรับจานข้าวจากแม่ค้า ก่อนหันมองปืนใหญ่แวบหนึ่ง “เดี๋ยวหนูค่อยคืนเงินให้รุ่นพี่นะคะ” พูดจบ เธอก็รีบเดินออกจากแถวทันที ท่ามกลางรอยยิ้มบางๆ ของปืนใหญ่ที่มองตามแผ่นหลังเล็กนั้นไม่วางตา “ มาดูกัน ว่าเธอจะทนได้นานแค่ไหน “ เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนก้าวขึ้นไปรับออร์เดอร์ของตัวเองต่อ และทันทีที่เดินมารวมตัวกับเพื่อนๆ โต๊ะก็ไม่มีที่ให้นั่งแล้ว ส่วนมากก็จะเป็นของรุ่นพี่ที่เขาจับจองเอาไว้ก่อน แต่เด็กใหม่อย่างพวกเธอ แทบไม่มีที่ให้ให้นั่งกินเลยลูกพีชค่อยๆ หันกลับไปมองด้านหลังอย่างช้าๆ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย คนที่ยืนต่อแถวอยู่ห่างจากเธอเพียงก้าวเดียว คือรุ่นพี่ปืนใหญ่ ชายหนุ่มยืนล้วงกระเป๋ากางเกงอย่างสบายๆ เสื้อช็อปวิศวะสีแดงพาดอยู่บนไหล่ ส่วนเสื้อยืดสีดำด้านในยิ่งขับให้รูปร่างสูงใหญ่ดูโดดเด่นกว่าเดิม ใบหน้าหล่อคมยังคงเรียบนิ่ง แต่ดวงตาคมกลับมองมาที่เธอพอดี “ระ… รุ่นพี่” ลูกพีชเอ่ยทักตามมารยาท ปืนใหญ่ยกยิ้มมุมปากบางๆ ก่อนเลิกคิ้วขึ้นอย่างยียวน “อะไรกันครับ พอเห็นพี่แล้ว ทำไมทำหน้าตกใจ พี่น่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ” “เปล่าค่ะ… หนูแค่ไม่คิดว่าจะเป็นรุ่นพี่” เธอตอบเสียงเบา ก่อนรีบหันกลับไปมองด้านหน้าทันที โดยไม่ทันได้เห็นว่าคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเธอ กำลังยิ้มกว้างพอใจแค่ไหน ที่ได้เห็นเธอเสียอาการมากขนาดนี้ แถวค่อยๆขยับไปข้างหน้าทีละนิด และทุกครั้งที่เธอก้าวเดิน รุ่นพี่ปืนใหญ่ก็ขยับตามมาติดๆ ระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือเพียงนิดเดียว มันใกล้ซะจนลูกพีชสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดเหนือศีรษะ พร้อมกับกลิ่นหอมสะอาดอ่อนๆ ที่คุ้นเคยลอยมาแตะปลายจมูกเป็นระยะ หัวใจดวงน้อยเริ่มเต้นเร็วขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ เธอได้แต่จ้อ
“พวกแกกินอะไรดี” พอเดินมาถึงโรงอาหารของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ลูกพีชก็หยุดเดิน มองไปรอบๆ ก่อนจะหันกลับไปถามเพื่อนทั้งสอง “คิดไม่ออกเลยอะ ราดหน้า ก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดแกง มันน่ากินไปหมดเลย“ มินนี่ทำหน้าลำบากใจ เพราะร้านอาหารในโรงอาหารมีให้เลือกละลานตา จนตัดสินใจไม่ถูก “กินข้าวราดแกงป่ะ” ลูกพีชเสนอขึ้น “ราดหน้าก็น่ากินนะ” ไผ่อิงหันไปมองร้านราดหน้าที่กำลังผัดเส้น ส่งกลิ่นหอมฟุ้งจนเธอกลืนน้ำลายเบาๆ ทั้งสามคนยืนถกกันอยู่หน้าทางเข้าโรงอาหาร ไม่มีใครตัดสินใจได้เสียที แต่จู่ๆ เสียงฮือฮาจากนักศึกษารอบๆ ก็ดังขึ้น “กรี๊ด! วันนี้แก๊งลูกรักพระเจ้ามากินข้าวที่โรงอาหารด้วย!” “จริงด้วย นานๆทีจะได้เห็น เป็นบุญตาสุดๆ” “โอ๊ย… หล่อเกินไปแล้ว อย่างกับพระเอกในซีรีส์!” “พี่ปืนเดินนำเหมือนเดิมเลย แก๊งนี้หล่อทุกคนจริงๆ” ลูกพีชขมวดคิ้วนิดๆ ก่อนจะหันไปตามต้นเสียงด้วยความสงสัย สิ่งที่เธอเห็นคือแก๊งหนุ่มหล่อสี่คน กำลังเดินเข้ามาในโรงอาหารพร้อมกัน แต่ละคนหน้าตาหล่อเหลา รูปร่างสมส่วน ใบหน้าคมคาย ทรงผมเซ็ตอย่างเป็นธรรมชาติ สวมเสื้อช็อปวิศวกรรมศาสตร์สีแดง บางคนพาดไว้บนไหล่ แม้จะแต่งตัวเรียบ
“ค…ค่ะ หนูนึกว่าไม่มีใครอยู่” “พี่เรียกแล้วนะ” ชายหนุ่มหัวเราะในลำคออย่างเอ็นดู “แต่น้องมัวแต่ยืนเหม่อ เลยไม่ได้ยิน” ลูกพีชหน้าแดงจัดทันที “ข…ขอโทษค่ะ” ปืนใหญ่ยังไม่ยอมปล่อยมือจากเอวบาง เขากอดเธอไว้อย่างนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าลงมาเล็กน้อย “เมื่อกี้ชนแรงไหม” ลูกพีชส่ายหน้าเบาๆ “ไม่…ไม่เป็นไรค่ะ” “แน่ใจนะ แต่หน้าผากน้องแดง พี่ขอดูหน่อยสิ” มือหนาเลื่อนมาแตะหน้าผากเธออย่างเบามือ ก่อนจะวนลูบแผ่วเบา ลูกพีชเผลอมองหน้ารุ่นพี่อย่างลืมตัว ใบหน้าหล่อเหลาบวกกับความอ่อนโยนที่เขามอบให้ ทำเอาเธอถึงกับหายใจติดขัด เธอเผลอมองริมฝีปากหยักได้รูปที่กำลังขยับพูดกับเธอ แล้วต้องเม้มปากเบาๆ เพราะแอบขัดเขินกับริมฝีปากนั่น “คราวหลังระวังหน่อยนะ ผิวขาวๆ เวลาโดนอะไรนิดหน่อยก็จะแดงง่ายแบบนี้” “ค่ะ” เขายอมคลายอ้อมแขนออกอย่างช้าๆ ลูกพีชรีบถอยห่างออกมาทันทีด้วยความเขินจนแก้มแดงระเรื่อ “เอ่อ…หนูเอาเสื้อช็อปมาคืนค่ะ” เธอยื่นถุงกระดาษที่ถือมาให้เขาทันที ราวกับต้องการหาอะไรทำเพื่อกลบเกลื่อนอาการประหม่า ปืนใหญ่รับถุงนั้นมา แต่ไม่ได้รีบเปิดดู สายตาคมยังคงจับจ้องใบหน้าหวานที่แดงซ่านไปจน
“รุ่นพี่ไม่รับสายเหรอลูกพีช” ไผ่อิงที่ยืนรอเป็นเพื่อน ถามขึ้นพลางมองนาฬิกา เพราะนี่ก็ใกล้ถึงเวลาเข้าเรียนแล้ว “อืม โทรหลายรอบแล้ว” เธอตอบเพื่อนพร้อมเก็บมือถือใส่กระเป๋า “งั้นไปเรียนก่อนเถอะ ถ้ารุ่นพี่โทรกลับ ค่อยเอามาคืนดีไหม” พอไผ่อิงพูดแบบนั้น เธอก็พยักหน้าเห็นด้วย “งั้นไปเรียนกัน” ลูกพีช ไผ่อิง และมินนี่ ยืนรอลิฟต์เพื่อขึ้นตึกไปยังห้องเรียน ติ้ง! พอลิฟต์มาถึง มือถือของลูกพีชก็มีเสียงเรียกเข้าพอดี ครืด~ ครืด~ “ใครโทรมาลูกพีช” มินนี่เอ่ยถาม ”รุ่นพี่น่ะ” ลูกพีชตอบเพื่อน พร้อมรีบรับสายทันที (ฮัลโหลครับ) เสียงทุ้มหล่อของรุ่นพี่ดังมาตามสาย “เอ่อ รุ่นพี่คะ หนูจะเอาเสื้อไปคืน แต่โทรหารุ่นพี่ไม่รับสายเลยค่ะ” (อ้อ น้องลูกพีชนั่นเอง โทษทีครับ พี่เพิ่งประชุมชมรมเสร็จ น้องสะดวกเอามาคืนพี่ที่ห้องชมรมหรือเปล่า) “เอ่อ…” ลูกพีชลังเลเล็กน้อย เพราะตอนนี้ใกล้จะถึงเวลาเข้าเรียนแล้ว (ทำไมครับ หรือว่าไม่สะดวก) ”เปล่าค่ะ สะดวกค่ะ” (พี่อยู่ชมรมรถแข่ง Formula Student หลังตึกคณะเรานี่เอง) “ได้ค่ะ หนูจะไปเดี๋ยวนี้” หลังวางสาย ลูกพีชหันกลับมาหาเพื่อน “พวกแกขึ้นห้องเรียนไปก่อน
“หอมจะรีบหาย… แล้วจะกลับไปเรียนให้จบ” น้ำเสียงของแป้งหอมแม้จะยังแผ่วเบา แต่กลับหนักแน่นกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา “ตอนนี้หอมรู้แล้ว… ว่าผู้ชายคนนั้นมันเฮงซวยแค่ไหน” ทันทีที่ได้ยินประโยคนั้นเป็นครั้งแรกในรอบสองเดือน ปืนใหญ่ก็ยกยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ อย่างน้อย… น้องสาวของเขาก็เริ่มก้าวออกมาจากอดีตได้แล้ว “เก่งมาก” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงนุ่ม ก่อนยกมือขึ้นลูบศีรษะน้องสาวอย่างทนุถนอม “รีบหายนะ เดี๋ยวจะได้ดูอะไรสนุกๆ ปืนจะเอาคืนไอ้คนที่มันทำหอมให้สาสม” แป้งหอมยิ้มบาง พลางพยักหน้ารับ “อื้ม…” จังหวะนั้นเอง ผู้เป็นแม่ก็เดินถือจานผลไม้ที่ปอกไว้เรียบร้อยเข้ามาข้างเตียง “ผลไม้มาแล้วลูก” “เดี๋ยวผมป้อนเองครับแม่” ปืนใหญ่รับจานมาถือไว้ ก่อนใช้ส้อมจิ้มแอปเปิลชิ้นพอดีคำยื่นไปตรงหน้าน้องสาว แป้งหอมอ้าปากรับอย่างว่าง่าย เคี้ยวช้าๆก่อนยิ้มออกมา “เป็นไง อร่อยไหม” “อื้อ… อร่อย” เธอมองพี่ชาย ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงอ้อน “ป้อนอีก” คำพูดสั้นๆ ทำให้ทั้งปืนใหญ่และผู้เป็นแม่ยิ้มตามกันโดยไม่รู้ตัว ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แป้งหอมแทบไม่ยอมพูด ไม่ยอมกิน และไม่สนใจสิ่งรอบตัว แต่วันนี้… เธอเริ
เธอเลิกสนใจเรื่องของพี่ชาย แล้วก้มมองเสื้อช็อปในมืออีกครั้ง ก่อนจะยกขึ้นมาแนบปลายจมูกอย่างห้ามใจไม่อยู่ กลิ่นหอมที่ติดอยู่บนเนื้อผ้ายังเหมือนเดิม หอมสะอาดและมีเสน่ห์สุดๆไปเลยละ ลูกพีชเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว “ผู้ชายอะไร… ตัวหอมจัง” เพียงแค่ได้กลิ่นของเจ้าของเสื้อตัวนี้ หัวใจของเธอก็เต้นแรงขึ้นมาดื้อๆ ภาพใบหน้าหล่อคม ดวงตาคมเข้ม และรอยยิ้มบางๆ ของรุ่นพี่คนนั้นก็ผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง เธอรีบสะบัดหัวเบาๆ “บ้าเอ๊ย… ฟุ้งซ่านแล้วลูกพีช” เธอรีบตัดบทความคิดของตัวเอง ก่อนจะหอบเสื้อช็อปเดินเข้าห้องน้ำ ตั้งใจซักมันด้วยมือตั้งแต่ต้นจนจบอย่างทะนุถนอม ทุกขั้นตอนทำอย่างละเอียด ไม่ต่างจากกำลังดูแลของสำคัญ หลังซักสะอาดเรียบร้อย เธอนำเสื้อไปแช่น้ำยาปรับผ้านุ่มกลิ่นหอมอ่อนๆ ก่อนนำไปอบจนแห้งสนิท แล้วค่อยๆรีดทีละส่วนด้วยความตั้งใจ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย เสื้อช็อปสีแดงก็กลับมาดูใหม่เอี่ยม รอยยับไม่มีให้เห็นแม้แต่น้อย ลูกพีชยกยิ้มอย่างพอใจ ก่อนนำไปแขวนไว้บนไม้แขวนเสื้ออย่างเป็นระเบียบ “พรุ่งนี้ค่อยเอาไปคืนเจ้าของ” เธอพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะปิดไฟในห้องและเตรียมตัวพักผ่อน ~ปืนใหญ่~







