หน้าหลัก / แฟนตาซี / พลิกชะตาคุณหนูตัวร้าย / ตอนที่ 9 ข้าต้องใช้เงินซื้อ

แชร์

ตอนที่ 9 ข้าต้องใช้เงินซื้อ

ผู้เขียน: คุณแม่แฝดสาม
last update วันที่เผยแพร่: 2026-06-19 14:58:19

นางคิดว่าน้ำดื่มและยารักษาโรค ไปถึงที่นั่นแล้วค่อยเข้าไปซื้อจะดีกว่า เพราะหากขนไปจากที่นี่จะหนักเปล่า ๆ

“เจ้าเก่งมากเลย สามารถนำของออกมาได้ด้วย” วิญญาณคุณหนูตัวร้ายเอ่ยขึ้น เพราะนางยืนมองหยางเฟินเยว่หยิบของออกมาด้วยสีหน้าตื่นเต้น

“ข้าต้องใช้เงินซื้อไม่ได้หยิบออกมาเฉย ๆ นะ”

“ต้องใช้เงินซื้อด้วยหรือ! มิติของเจ้าช่างขี้งกเสียจริง”

หยางเฟินเยว่ได้ยินก็ถอนใจออกมา “แล้วเจ้าคิดว่าที่ไหนมีของฟรีบ้าง”

“ก็ไม่มี…แต่ข้ามีเงินเยอะ เจ้าหยิบไปซื้อของได้ตามสบายเลยนะข้าอนุญาต”

หยางเฟินเยว่หันมาทำตาเขียวใส่วิญญาณคุณหนูตัวร้ายทันที “ถึงเจ้าไม่อนุญาตข้าก็จะหยิบมาใช้ ในเมื่อร่างกายของเจ้าเป็นของข้าแล้ว”

“คุณหนูได้ไข่ไก่มาจากที่ใดกันหรือเจ้าคะ?” ซูมี่เมื่อก่อเตาเสร็จก็เดินกลับมาเห็น ไข่ไก่มากมายอยู่ในตะกร้า

“นอกจากข้าจะเป็นคุณหนูตัวร้ายแล้ว ข้ายังเป็นคุณหนูผู้มีพลังวิเศษ เสกของขึ้นมาได้เจ้าเชื่อหรือไม่” หยางเฟินเยว่ไม่อยากปิดบัง เพราะต่อไปนางคงจะต้องเอาของออกมาอีกมากมาย

“จริงหรือเจ้าคะ!” ซูมี่ได้ฟังก็ตาโต ไม่อยากเชื่อเลยว่ามันจะเป็นความจริง แต่หลักฐานก็อยู่ตรงหน้า คุณหนูใช่คุณหนูคนเดิมหรือไม่นะ

“เจ้าก็เห็นแล้วนี่ อย่าถามมากรีบเอาไข่ 300 ใบ ไปต้มเรื่องนี้เจ้าห้ามพูดออกไป”

“เจ้าค่ะ”

เมื่อผัดข้าวเสร็จเรียบร้อยนางก็ตักใส่กล่อง นางทำทั้งหมด 300 กล่อง นางคิดว่าต้องพกเงินไปเยอะหน่อย เผื่อต้องได้ซื้ออะไรในยามจำเป็น

เสนาบดีหยางนำรถม้ามาจอดรอทั้งหมด 3 คัน คันแรกเขานั่งกับหยางเฟินเยว่ ส่วนอีก 2 คันมีไฉ่หงนั่งกับซูมี่ และยังมีอาหารและของใช้อื่น ๆ ที่จำเป็น

ฝนยังคงตกหนักอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคในการเดินทางมากนัก ซื่อถงมององค์เหนือหัวอย่างสงสาร เหตุใดเขาต้องทำให้ตนเองลำบากเช่นนี้ด้วยนะ

เมื่อมาถึงเมืองชุนจือ รถม้าก็มาหยุดจอดอยู่ตรงจุดช่วยเหลือ ที่มีกระโจมตั้งขึ้นมากมายหลายกระโจม เพื่อให้เพียงพอต่อผู้ประสบภัยที่ได้รับความเดือดร้อน เสนาบดีหยางรีบเดินไปหาท่านอ๋องทั้งสี่คนที่ประจำการอยู่ที่กระโจมใหญ่

“ถวายบังคมท่านอ๋อง กระหม่อมนำอาหารมาแจกผู้ประสบภัย ไม่ทราบว่าพอจะมีกระโจมว่างให้ใช้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”

พวกเขาหันไปมองหน้ากัน ก่อนจะเป็นรุ่ยอ๋องที่เอ่ยขึ้น “กระโจมนี้กว้างพอ แจกที่นี่ก็ได้ พวกข้าไม่ถือสา”

“เอ่อ…คือว่า ที่นี่เป็นกระโจมส่วนพระองค์ กระหม่อมไม่อยากรบกวนพ่ะย่ะค่ะ” ที่เขาพูดเช่นนี้เพราะเขาคิดว่าบุตรสาวของเขาจะอึดอัด หากว่าต้องอยู่กระโจมเดียวกัน

“ถวายบังคมท่านอ๋อง กระหม่อมนำอาหารมาแจกจ่ายผู้ประสบภัย ไม่ทราบว่ามีกระโจมว่างหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”

คราวนี้เป็น 4 ตระกูลมาพร้อมกัน เสนาบดีจาง เสนาบดีโจว เสนาบดีหลิว เสนาบดีเจิ้ง อ๋องทั้งสี่จึงจำเป็นต้องหากระโจมให้อย่างขัดไม่ได้ เพราะหากให้อยู่ในนี้กันหมดคงไม่ได้

แต่ว่าตระกูลหยางต้องอยู่ที่นี่ เพราะพวกเขาไม่ไว้ใจหยางเฟินเยว่ว่าจะหาเรื่องอีกหรือไม่ ทางที่ดีให้นางอยู่ที่นี่ดีที่สุด ตวนอ๋องรีบลุกขึ้นไปจัดการหากระโจมว่างให้พวกเขาทั้งสี่ตระกูล

ส่วนรุ่ยอ๋องก็เอ่ยบอกเสนาบดีหยาง “ส่วนตระกูลหยางก็แจกที่นี่เถอะ”

“พ่ะย่ะค่ะ” หยางเฟยฮุ่ยเดินคอตกกลับมาที่รถม้า ก่อนจะเปิดม่านประตูรถม้าบอกหยางเฟินเยว่

“ท่านอ๋องบอกให้พวกเราอยู่ที่กระโจมใหญ่ ข้าบอกไปแล้วว่า อยากอยู่กระโจมแยกออกไป แต่พวกเขาไม่ยอม”

หยางเฟินเยว่พยักหน้ารับรู้ นางเห็นแล้วว่ามีอีก 4 ตระกูลมาแจกของให้กับผู้ประสบภัย พวกเขาคงกลัวนางจะก่อเรื่องกระมัง

“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ” เอ่ยจบนางก็เปิดม่านประตูซูมี่รีบกางร่มให้นางทันที จากนั้นนางก็เดินไปที่กระโจมพร้อมซูมี่และลุงจ้าว

ส่วนเสนาบดีหยาง เขาไปบอกทหารให้มาช่วยยกอาหารไปที่กระโจมใหญ่ จากนั้นก็เดินตามไปที่กระโจมใหญ่ทันที

หยางเฟินเยว่เมื่อมาถึง ก็รีบยอบกายถวายความเคารพอย่างนอบน้อม “ถวายบังคมท่านอ๋อง”

“อืม”

หยางเฟินเยว่ไม่ใส่ใจท่าทางเย่อหยิ่งของพวกเขา นางเดินไปในกระโจม แล้วหามุมหนึ่งเป็นของตนเอง เมื่อทหารยกลังอาหารเข้ามา นางจึงให้นำมาวางรวมกัน หยางเฟยฮุ่ยและจ้าวเจี้ยนกั๋ว ช่วยกันทำฉากกั้นให้หยางเฟินเยว่ในมุมหนึ่ง

ตอนอยู่บนรถม้านางบอกบิดาว่าเทพให้มิตินางมาแลกกับการต้องทำความดี นางสามารถนำสิ่งของต่าง ๆ ออกมาได้ แต่ว่านางไม่อยากให้ใครเห็น เวลาเอาของออกมา จึงอยากให้เขาทำฉากกั้นให้นาง

จ้าวเจี้ยนกั๋วได้ยินสิ่งที่นางพูดทุกอย่างเขาจึงเข้าใจเป็นอย่างดีว่า นางไม่อยากให้เรื่องนี้แพร่งพรายออกไป เขาจึงช่วยเสนาบดีหยางอยู่เงียบ ๆ โดยไม่เอ่ยถามสิ่งใด

หยางเฟินเยว่นำกล่องไม้มาเป็นที่นั่ง จากนั้นนางก็เข้าไปในมิติเพื่อซื้อน้ำ นางซื้อมาทั้งหมด 500 ขวด เพราะไม่อยากเข้าไปซื้อบ่อย เสนาบดีหยางและจ้าวเจี้ยนกั๋ว มาช่วยกันยกออกไปตั้งเรียงกัน

นางไม่รู้ว่าผู้ประสบภัยมีมากน้อยเพียงใด หากไม่พอค่อยไปเอามาเพิ่ม

“ท่านพ่อ… เอ่อท่านเอาไปให้ท่านอ๋องทีเจ้าค่ะ”

“เดี๋ยวข้าเอาไปให้เองขอรับ” จ้าวเจี้ยนกั๋วรับอาสาเอาไปให้แทน

“ขอบคุณเจ้าค่ะ”

จ้าวเจี้ยนกั๋วเดินถือข้าวผัด4กล่อง ไข่4ลูกและน้ำอีก 4 ขวดไปให้พวกเขา เมื่อมาถึงเขาก็วางอาหารลงบนโต๊ะเสียงดัง ปึก!

“ท่าทางเย่อหยิ่งของพวกเจ้า ข้าเห็นแล้วรำคาญลูกตาเสียจริง นางให้เอาอาหารมาให้ จะกินก็กินไม่กินก็ตามใจ แต่ข้าจะบอกพวกเจ้าให้รับรู้เอาไว้ว่า อาหารที่นางทำอร่อยมาก” เอ่ยจบเขาก็เดินจากไปทันที เจ้าพวกลูกเต่า วันใดที่ตกหลุมรักนาง ก็อย่ามาให้เขาช่วยก็แล้วกัน คงอยู่ที่นางแล้วว่าจะเลือกใคร

พวกเขาหันมามองหน้ากัน ก่อนจะเป็นฉีอ๋องที่เอ่ยขึ้นมา “ตั้งแต่เสด็จพ่อพบนาง เสด็จพ่อก็เปลี่ยนไป อย่าบอกนะว่าเสด็จพ่อพึงใจในตัวนาง!”

“จะเป็นไปได้อย่างไรนางเพิ่งผ่านพ้นวัยปักปิ่นมาได้ไม่นาน อายุห่างกันตั้งมากมาย เขาเป็นบิดานางได้เลยนะ” ฉินอ๋องแย้งขึ้นมา

“แต่ว่าเรื่องความชอบมันไม่ได้อยู่ที่อายุ” ตวนอ๋องเห็นด้วยกับฉีอ๋อง เสด็จพ่อต้องพึงใจในตัวนางแน่ ถึงขั้นยอมไปเป็นคนขับรถม้าให้เช่นนี้ นางมารน้อยเจ้าใช่เล่ห์กลอันใดกัน

“ข้าดูเบานางเกินไป หว่านเสน่ห์แม้กระทั่งคนแก่คราวพ่อ เห็นทีข้าจะปล่อยนางเอาไว้ไม่ได้!” รุ่ยอ๋องเอ่ยน้ำเสียงดุดัน ก่อนจะกำหมัดแน่นด้วยความไม่พอใจ

“พวกเราจะกินอาหารที่นางทำหรือไม่?”

“ไม่มีทาง!”

“ถวายบังคมท่านอ๋อง” เสียงอ่อนหวานดังขึ้นมา พวกเขาหันไปมองก็เห็นคุณหนูทั้งสี่ตระกูล ที่ถืออาหารในมือมากันทุกคน แน่นอนว่าพวกนางคือคนที่ทางราชวงศ์หมายตาเอาไว้ พวกเขายกยิ้มในใจไม่จำเป็นต้องกินอาหารของคุณหนูหยาง เพราะพวกเขาก็มีอาหารของคุณหนูท่านอื่นทำมาให้กิน

“ขอบใจพวกเจ้ามาก วางเอาไว้แล้วไปได้”

“เพคะ”

เมื่อคุณหนูทั้งสี่คนกลับออกไปแล้ว พวกเขาก็หันมามองอาหารที่พวกนางนำมา โจ๊ก หมั่นโถว จากนั้นพวกเขาก็หันมามองอาหารของคุณหนูหยาง

“อาหารที่คุณหนูหยางทำมา ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนเลย ดูน่ากินมากเลยนะ” ฉีอ๋องเอ่ยอย่างนึกเสียดาย

“ข้าจะไม่กินอาหารที่นางทำเด็ดขาด” รุ่ยอ๋องเอ่ยขึ้นอย่างแน่วแน่

“ข้าก็ไม่” ฉินอ๋องเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีมุ่งมั่น

“ข้าก็ไม่กินเช่นกัน” ตวนอ๋องเอ่ยด้วยความมั่นใจ

ห่างออกไปจ้าวเจี้ยนกั๋วยืนกอดอกมองโอรสของเขาอย่างเยาะหยันและสมเพช มีอคติและทิฐิมากเกินไป บุรุษถึงแม้จะมีความสามารถในการออกรบ แต่เรื่องละเอียดอ่อนบางเรื่องก็ดูโง่งมจนไร้สาระ หากว่าพวกเขาตกหลุมรักนางทั้งสี่คน เขาจะหัวเราะให้ฟันหัก ถึงครานั้นเขาจะดูว่านางจะเลือกใคร

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • พลิกชะตาคุณหนูตัวร้าย   ตอนที่47 อาการแพ้ท้อง

    “เมื่อทุกคนอิ่มแล้วเรามีการแสดงของหยางเซ่อเจิ้งและผู้ช่วยของหยางเซ่อเจิ้งทั้งสี่ ขอเชิญทุกคนทางด้านหน้าของท้องพระโรง”ฮ่องเต้เอ่ยบอกทุกคน เพราะหยางเฟินเยว่ต้องการจัดการแสดงให้ต่างแคว้นได้เห็น เพื่อข่มขวัญไม่ให้พวกเขากล้าผิดสัญญาในการเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกันในวันข้างหน้า“การแสดงในครั้งนี้หม่อมฉันอยากให้ทุกคนเห็นว่า ถึงจะเป็นเพียงสตรีแต่ความสามารถก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าบุรุษเท่าใดนัก”เมื่อหยางเฟินเยว่เอ่ยจบ นางก็เดินนำไป๋เย่วชิง ลู่หลิน เกาหนิงลี่ ฮุ่ยเฟิน ไปยังลานการแสดงที่จัดเตรียมเอาไว้ เป้ายิงธนูถูกนำมาตั้งเอาไว้ ทำให้ตวนอ๋องและรุ่ยอ๋องรู้สึกผิดขึ้นมา การพบเจอนางครั้งแรกพวกเขาได้นำนางไปยิงเป้าเพื่อกลั่นแกล้ง แต่สุดท้ายคนปกป้องแคว้นซ่งกลับเป็นนาง เห็นเช่นนี้แล้วพวกเขาก็ยิ่งรู้สึกละอายใจขึ้นมา ฮ่องเต้หันมาส่งสายตาคาดโทษพวกเขาทันที“ธนู!” พวกนางเอ่ยขึ้นพร้อมกัน ก่อนจะใช้พลังบังคับลูกธนู จู่ ๆ ลูกธนูที่อยู่ในกระบอกก็ลอยออกมาทั้งหมดห้าดอก แล้วพุ่งออกไปปักที่เป้ายิงอย่างแม่นยำ ปึก! ทุกคนตกตะลึงตาค้างไปตาม ๆ กัน“ดาบ!” พวกนางเอ่ยขึ้นพร้อมกันอีกครั้ง จู่ ๆ ดาบที่อยู่ข้างเอวขององครักษ์ก็ลอยออกมา

  • พลิกชะตาคุณหนูตัวร้าย   ตอนที่46 ว่าที่ฮองเฮาของเรา

    แคว้นเว่ยและแคว้นเป่ยเหลียงเมื่อได้รับสาส์นจากแคว้นซ่งก็ตกใจเป็นอย่างมาก ไม่คาดคิดว่าคนของตนจะทำเรื่องน่าขายหน้าได้ถึงเพียงนี้ ฮ่องเต้แคว้นเป่ยเหลียงและแคว้นเว่ยจึงรีบส่งทูตมาเจรจาอย่างเร่งด่วน เพราะสถานการณ์แถบชายแดนสร้างความหวาดหวั่นให้พวกเขาเป็นอย่างมากเพราะยามนี้ทหารแคว้นซ่งได้ตรึงกำลังพร้อมรบอย่างฮึกเหิม หยางเฟินเยว่ยังจัดเตรียมการแสดงข่มขวัญไว้ต้อนรับราชทูตที่มาเจรจาอีกด้วย พวกเขาจะได้กลับไปบอกแคว้นของตนเองว่า แคว้นซ่งมีความสามารถมากเพียงใด ต่อไปจะได้ไม่มีใครคิดอยากจะทำสงครามอีกนางไม่ได้อยากเบ่งอำนาจแต่หากไม่ทำเช่นนี้ก็จะไม่มีใครเกรงกลัว การสู้รบเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจแต่สร้างความเดือดร้อนต่อเพื่อนมนุษย์ ไม่สมควรเกิดขึ้นอีกต่อไป นางไม่ได้คิดจะเอาเปรียบแคว้นอื่นแต่อย่างใด เพราะหากสามแคว้นจับมือกันได้ การค้าระหว่างแคว้นย่อมเกิดขึ้น และนั่นจะนำมาซึ่งความรุ่งเรือง ไม่ใช่แค่แคว้นซ่ง แต่อีกสองแคว้นก็จะเจริญรุ่งเรืองด้วยเช่นกันหยางเฟินเยว่เขียนสัญญาขึ้นมาว่า พวกเขาจะได้ประโยชน์อะไรบ้างจากการลงนามเป็นพันธมิตร และจะมีผลเสียอย่างไรหากผิดข้อตกลง พวกเขาจะได้เปรียบเทียบและตัดสินใจได้อย่างไ

  • พลิกชะตาคุณหนูตัวร้าย   ตอนที่45 เพราะเราถือไพ่เหนือกว่า

    หยางเฟินเยว่พุ่งทะยานลงมายืนยังพื้นด้านล่าง จากนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปช่วยทุกคน ที่กำลังต่อสู้กับกองทัพวิญญาณอย่างดุเดือด “ใช้พลังปราณคลายมนต์สะกด” หยางเฟินเยว่ตะโกนออกไปให้พวกนางได้รับรู้ แต่ว่าดูเหมือนจะไม่ได้ผลเพราะเมื่อพลังปะทะร่างของวิญญาณ ก็ดูเหมือนวิญญาณจะสลายหายไป แต่ก็กลับมาเหมือนเดิมและดูเหมือนจะมีเพิ่มขึ้นมาอีกด้วย สร้างความหนักใจให้กับทุกคนเป็นอย่างมาก เพราะเริ่มเหนื่อยล้าขึ้นเรื่อย ๆ เหลียงอวิ๋นรุ่ยที่กำลังต่อสู้อยู่กับฮุ่ยเฟินอย่างดุเดือดเช่นกัน แต่ดูเหมือนว่า…ยามนี้เขากำลังจะพบกับความพ่ายแพ้ อ๊ากกก!! พลังสลายเส้นเอ็นกระแทกเข้าที่ร่างของเขาเต็ม ๆ ร่างของเขาลอยกระเด็นไปไกล ก่อนจะกระอักเลือดออกมา จากนั้นฮุ่ยเฟินก็รีบเข้ามาช่วยต่อสู้กับเหล่าวิญญาณหยางเฟินเยว่ที่มองกองทัพวิญญาณที่ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นเรื่อยอย่างครุ่นคิด ก่อนจะตะโกนบอกออกไปให้พวกนางได้ยิน “ใช้พลังปราณบริสุทธิ์ย้อนกลับ”หยางเฟินเยว่ ไป๋เยว่ชิง ลู่หลิน เกาหนิงลี่ ฮุ่ยเฟิน รวบรวมพลังปราณย้อนกลับ ก่อนจะปล่อยออกไปทันที พลังที่ทรงอานุภาพสะท้อนกลับมาลี่เฉี่ยว ที่นั่งทำพิธีใช้มนต์สะกดวิญญาณอยู่ในกระท่อมหลังหนึ่งแรงกระ

  • พลิกชะตาคุณหนูตัวร้าย   ตอนที่ 44 ระดับชั้นเทวะ

    หยางเฟินเยว่เมื่อกลับมาถึงวังหลวงก็รีบตรงไปที่ห้องทรงอักษร เมื่อมาถึงก็เห็นทุกคนยังคงนั่งรวมกันอยู่ที่นี่ยังไม่ได้ไปไหน พวกเขาที่เห็นพวกนางกลับมาก็หันมามองอย่างแปลกใจ รู้สึกอุ่นใจและโล่งใจที่พวกนางกลับมา เพราะยามนี้เสียงอีกาส่งเสียงร้องดังทั่วผืนฟ้าอย่างน่าขนลุก“เหตุใดเจ้ากลับมา?” ฮ่องเต้รีบลุกขึ้นมาแล้วเดินมาหาหยางเฟินเยว่ด้วยความแปลกใจ แต่ก็ดีใจในเวลาเดียวกัน“คนของหม่อมฉันไปบอกว่า พบเจอวิญญาณที่เคยทำร้ายท่านอ๋องอยู่ที่นี่เพคะ”“อะไรนะ!” ท่านอ๋องเมื่อได้ยินก็ลุกพรวดจากเก้าอี้ทันที แล้วเข้ามาจับแขนของหยางเฟินเยว่ด้วยความหวาดกลัว ฮ่องเต้จึงรีบดึงมือของพวกเขาออกจากแขนของนางอย่างไม่พอใจ“ไม่รู้ว่าพวกเขากำลังวางแผนอะไร แต่ว่าเราจะรอตั้งรับอย่างเดียวไม่ได้แล้วเพคะ ไป๋เยว่ชิง ลู่หลิน เกาหนิงลี่่ ฮุ่ยเฟิน พวกเรามารวมพลังตั้งค่ายแปดทิศพวกเราต้องรีบหาพวกเขาให้เจอ”แต่แล้วเสียงหัวเราะของฮองเฮาก็ดังขึ้นที่หน้าประตู นางยืนเด่นอยู่หน้าประตูด้วยสีหน้าเย็นชา สายตาของนางที่มองมาที่ฮ่องเต้และหยางเฟินเยว่ เต็มไปด้วยไอสังหาร ไอมารและพลังความชั่วร้ายกระจายอยู่รอบ ๆ ตัวของนางอย่างเข้มข้นจี้หยกห้าสีเริ่

  • พลิกชะตาคุณหนูตัวร้าย   ตอนที่43 แผนการ

    เช้าวันต่อมาฮ่องเต้ก็ให้คนไปแจ้งท่านแม่ถังซีห่าว ให้มาพบที่ห้องทรงอักษร โดยวันนี้มีหยางเฟินเยว่ ตวนอ๋อง รุ่ยอ๋อง ฉีอ๋อง ฉินอ๋อง ไป๋เยว่ชิง ลู่หลิน เกาหนิงลี่และฮุ่ยเฟิน เข้าร่วมประชุมด้วย “ถวายบังคมฝ่าบาท ถวายบังคมท่านอ๋อง คารวะท่านหยางเซ่อเจิ้ง”“ท่านแม่ทัพเชิญนั่ง” “ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ” แม่ทัพถังซีห่าวแอบสังเกตสีหน้าทุกคนอยู่เงียบ ๆ ฮ่องเต้เรียกเขามาพบด้วยเรื่องอันใดกันนะ ดูสีหน้าทุกคนไม่ค่อยดีหรือว่าจะมีข้าศึกบุกโจมตี แต่ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะหากมี ทหารประจำชายแดนต้องมาแจ้งเขาแล้ว “ท่านแม่ทัพถังที่เราเรียกท่านมาในวันนี้ ก็เพราะว่า... ยามนี้มีคนคิดแผนทำลายแคว้นซ่ง ด้วยวิธีการที่เรียกว่าเลือดเย็นและอำมหิต โดยการใช้วิชานอกรีตมาทำร้ายราษฎรชาวแคว้นซ่ง ไม่รู้ว่าแผนการนี้จะทำเพื่อให้แคว้นซ่งอ่อนแอ แล้วค่อยบุกโจมตีหรือไม่ ข้าจึงอยากให้ท่านเตรียมทหารให้พร้อม”“กระหม่อมจะให้ทหารเตรียมพร้อมพ่ะย่ะค่ะ”เมื่อแม่ทัพถังซีห่าวกลับออกไปแล้ว หยางเฟินเยว่ก็รีบหันมาบอกทุกคนด้วยสีหน้าจริงจัง “ ท่านอ๋องอยู่ช่วยดูแลความปลอดภัยที่นี่ หม่อมฉันและพวกนางจะไปตามล่าหมอเทวดาเองเพคะ”“อะไรนะ! แบบนี้จะดีหรือ?

  • พลิกชะตาคุณหนูตัวร้าย   ตอนที่42 ข้าวเหนียวมะม่วง

    ครึ่งชั่วยามผ่านไป (1ชั่วโมง) สถานการณ์ก็กลับมาอยู่ในความสงบอีกครั้ง แต่ว่ามีราว20คนที่ช่วยเหลือไม่ทันเสียชีวิตเสียก่อน สร้างความเจ็บปวดใจให้กับทุกคนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะหยางเฟินเยว่ ไป๋เยว่ชิง ลู่หลิน หนิงลี่และฮุ่ยเฟิน เพราะพวกนางเห็นพวกเขาหมดลมหายใจต่อหน้าต่อตาพวกนางมารวมกลุ่มกับหยางเฟินเยว่ที่หน้าวังหลวง และรวมยืนไว้อาลัยให้กับคนที่เสียชีวิตอย่างเศร้าหมอง หยางเฟินเยว่ดวงตาแดงก่ำด้วยความเสียใจ ฮ่องเต้กอดนางเอาไว้อย่างปลอบโยนใจของเขาเจ็บปวดมากกว่านางหลายเท่านัก เพราะนี่คือราษฎรของเขา แต่เขาผู้เป็นฮ่องเต้กลับไม่สามารถช่วยราษฎรของตนเองให้ปลอดภัยได้ ใจของเขาราวกับถูกกรีดด้วยมีดนับพันเล่ม เขายืนกอดร่างของนางเอาไว้โดยไม่มีคำพูดเอ่ยออกมาส่วนหยางเฟินเยว่ยิ่งเสียใจมากเท่าไหร่ ความโกรธก็ยิ่งทวีคูณมากขึ้นเรื่อย ๆ เจ้าพวกคนชั่ว...แก้แค้นโดยไม่สนชีวิตของผู้บริสุทธิ์ นางจะไม่มีวันให้อภัยอย่างเด็ดขาด ตอนนี้นางโกรธจนถึงขีดสุดแล้ว ก็มาดูกันว่าข้าจะลากคอเจ้ามารับผิดได้หรือไม่“เข้มแข็งนะเพคะ มันไม่ใช่ความผิดฝ่าบาทและมันก็อยู่เหนือความคาดหมาย หม่อมฉันสัญญาว่าจะไม่ปล่อยให้พวกมันลอยนวลอย่างแน่นอน”“

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status