Home / รักโบราณ / พลิกชะตาแค้นสามี / บทที่ 3 โอกาสที่สอง

Share

บทที่ 3 โอกาสที่สอง

last update Last Updated: 2026-01-23 21:52:35

กู้เยว่ฉีผงะ ในฝันนั้นน่ากลัวเสียเหลือเกิน แม้บางช่วงจะขาดหายไป แต่ตอนที่นางต้องเผชิญกับความเจ็บปวดกลับแจ่มชัดและรู้สึกหน่วงอยู่ในใจ โดยเฉพาะตอนที่นางตกเลือดอยู่ในเรือนเล็กหลังจวนอ๋อง และตอนที่ต้องลากสังขารหนีตายไปหลบไปพงหญ้าหลังวัด

“ท่านพูดเหมือน ท่านก็เคยตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับข้า”

         นักบวชหญิงไม่ตอบคำถามของกู้เยว่ฉี “คุณหนูกู้ ชีวิตวันข้างหน้าของเจ้าจะเหมือนในฝันหรือไม่  เจ้าเลือกทางเดินเองก็แล้วกัน” กล่าวจบนักบวชหญิงก็กลับเข้าไปในเรือนแล้วปิดประตู

         คุณหนูสกุลกู้ถูกประคองขึ้นรถม้าคันใหญ่ อาการเจ็บปวดตามร่างกายหายไปแล้ว แต่เรื่องราวที่วนเวียนในหัวกลับชัดเจน ใบหน้าของนางดูเคร่งเครียดจนสาวใช้ทั้งสองแทบไม่กล้าหายใจ โทสะของคุณหนูใหญ่ธรรมดาเสียที่ไหน  หากทำให้นางโมโห นางก็มักจะสั่งโบยสาวใช้

         กระทั่งรถม้าจอดที่หน้าประตูใหญ่ กู้เยว่ฉีเดินลงจากรถอย่างทึ่มทื่อ

         “คุณหนู ไม่เจ็บแล้วหรือเจ้าคะ ”

         “ข้าไม่เป็นอันใดแล้ว” นางชะงักเล็กน้อย หันมาตอบห้วนๆ แล้วเดินลิ่วเข้าไปในจวน

หน้าเรือนใหญ่ประจำจวนมีผู้คนยืนชะเง้อคอรอดูนางอยู่ ใต้เท้ากู้บิดาของนางถลาเข้ามาอ้าแขนกอดบุตรสาวคนโต

“เยว่เอ๋อร์ ที่เจ้าหายไป พ่อร้อนใจมากรู้หรือไม่  เจ้าหายไปที่ใดมาตั้งสองวัน  ไหนดูสิ ร่างกายของเจ้ามีส่วนใดบุบสลายหรือไม่ ” กู้เจินจับตัวบุตรสาวพลิกไปพลิกมา

“ท่านพี่ ให้ข้ากอดลูกบ้างเถิดเจ้าค่ะ” กู้ฮูหยินรีบดึงเอาตัวบุตรสาวคนโตไปกอด “เยว่เอ๋อร์ เจ้าหายไปทั้งคืน แม่ไม่เป็นอันกินอันนอนเลยนะ”

“ท่านแม่เจ้าคะ ข้าไม่เป็นอันใด  มือปราบไม่บอกพวกท่านหรือว่าข้าได้รับความช่วยเหลือจากนักบวชหญิงท่านหนึ่ง”

“บอกแล้วๆ แต่แม่ก็ไม่สบายใจอยู่ดี เจ้าไปอยู่กับนางได้อย่างไร ”

กู้เฉินผู้เป็นน้องชายเห็นบิดามารดาท่าทางเป็นกังวลไม่เลิกก็รีบส่งเสียง “พวกเราเข้าไปข้างในห้องโถงก่อนเถิดขอรับ ข้าว่าข้างนอกเริ่มจะร้อนแล้ว            พี่หญิงใหญ่คงมีเรื่องเล่ายาวเลยทีเดียว”

“ดีๆ เข้าไปคุยกันข้างในเถอะ” ใต้เท้ากู้รีบบอกคนทั้งหมด

อนุภรรยาทั้งสองที่ยืนอยู่ข้างๆ ทำตาปริบๆ พวกนางรู้สึกผิดหวังที่กู้เยว่ฉีไม่ได้มีอันเป็นไปอย่างที่หวังเอาไว้ คุณหนูใหญ่สกุลกู้ผู้ร้ายกาจกลับรอดมาจากเหตุการณ์วุ่นวายในตลาดที่มีคนตายถึงสองคนและบาดเจ็บอีกนับสิบได้ พวกนางได้แต่สะกิดให้ลูกๆ ของตนเดินตามเข้าไปในห้องโถง

         กู้เยว่ฉีเล่าเรื่องคร่าวๆ ให้กับบิดามารดาฟัง นางบอกทุกคนว่านางวิ่งหนีเหตุการณ์รถม้าเตลิดเข้ามาในตลาดเข้าไปในตรอก จากนั้นก็เป็นลมไป นักบวชหญิงเห็นเข้าจึงได้ช่วยเหลือนางเอาไว้ เฝ้านางอยู่หนึ่งวันหนึ่งคืนก็เห็นว่านางไม่ฟื้นสักทีจึงไหว้วานให้ขอทานน้อยไปแจ้งกับทางการ

         “ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเหตุใดจึงสิ้นสติไปนานขนาดนั้น  ดีที่แม่ชีผู้นั้นเฝ้าข้าอยู่ตลอดเวลาเจ้าค่ะ”

         ใต้เท้ากู้ถอนหายใจ “พวกมือปราบก็ยืนยันเช่นนั้น ดีเหลือเกินที่ชื่อเสียงของเจ้ามิได้เสียหาย หลายคนคาดเดาไปต่างๆ นานา พ่อกับท่านแม่ของเจ้ากินไม่ได้ นอนไม่หลับ เกรงว่าเจ้าจะถูกคนไม่ดีพาตัวไป”

         กู้เฉินหัวเราะหึๆ “อย่าพี่หญิงใหญ่น่ะหรือขอรับ  ไม่มีทางจะมีคนจับตัวนางไปได้ง่ายๆ ไม่แน่ว่าคนพวกนั้นอาจจะบาดเจ็บล้มตายไปเสียก่อน”

         “เสี่ยวเฉิน เจ้าไม่ควรพูดให้พี่สาวเจ้าเช่นนี้”​ คนเป็นแม่รีบดุบุตรชาย

         “ขอรับๆ ข้ารู้ พี่หญิงใหญ่คือแก้วตาดวงใจของพวกท่าน”

         “เวลาไหนแล้ว เจ้ายังจะมาอิจฉาพี่สาวเจ้าอีก ข้ากับท่านพ่อเจ้า กังวลแทบเป็นแทบตาย หากเป็นเจ้าหายไป พวกเราสองคนก็คงจะทุกข์ใจเช่นกัน”

         “ขอรับท่านแม่ ข้าจะไม่พูดจาพล่อยๆ อีกแล้ว”

         อนุภรรยาทั้งสองได้โอกาสก็รีบกล่าวแสดงความยินดีที่กู้เยว่ฉีกลับมาได้อย่างปลอดภัย หญิงสาวหันไปพยักหน้าเนือยๆ

         “ขอบใจอนุเสิ่น อนุเหยา”

         คนทั้งหมดในห้องโถงทำหน้าประหลาดใจ โดยปกติหากเกิดเรื่องเช่นนี้กับกู้เยว่ฉีแล้วอนุภรรยาทั้งสองพยายามเข้ามามีส่วนร่วมจะต้องถูกคุณหนูใหญ่ใช้สายตาจิกกัดและอาจจะใช้วาจาย้อนกลับจนหน้าหงาย

         อนุเสิ่นเห็นท่าทางของกู้เยว่ฉีดูผิดปกติจึงรีบส่งสัญญาณให้อนุเหยาได้รู้ พวกนางรีบพาลูกทั้งสองของตนออกจากห้องโถงโดยไว

         “ข้าได้ยินนางพูดขอบใจพวกเราแล้ว ถึงกับขนลุกซู่เลยทีเดียว” อนุเสิ่นทำหน้าขนพองสยองเกล้า

         “ข้าก็เหมือนกัน คุณหนูใหญ่นางคงไม่เก็บความแค้นคราวนี้ไว้ลงกับพวกเราทีหลังหรอกนะ นางเจ้าแผนการ ซ้ำยังเจ้าคิดเจ้าแค้นขนาดนั้น ที่นางหายไปถึงสองวันหนึ่งคืน หากว่ามีผู้ไม่หวังดีปล่อยข่าวออกไป เกรงว่าชื่อเสียงคราวนี้คงป่นปี้”

         “แต่ข้าว่ากลับมาคราวนี้ นางดูสีหน้าไม่สู้ดีเหมือนคนได้รับความตกใจอย่างมาก ท่าทางเหตุการณ์วันก่อนจะน่ากลัวจริงๆ ข้าได้ยินมาว่าที่ม้ามันตื่นกลัวจนวิ่งเหยียบคนในครั้งนี้ ข้างหลังรถม้ามีพวกนักฆ่าไล่ตามเอาชีวิตหลิงอ๋อง     ด้วยนะ” อนุเสิ่นเป็นบุตรสาวของรองหัวหน้าหน่วยมือปราบจึงรู้ข่าวอย่างว่องไว

         “อย่างนั้นหรือ  มิน่าถึงได้มีคนตายตั้งสอง แถมยังบาดเจ็บอีกนับสิบ ดีที่ข้าไม่ออกไปตลาดในช่วงเวลาเดียวกับนาง ไม่งั้นข้าอาจจะไม่รอดก็ได้”

         “อนุเหยา สตรีอย่างเจ้าเฝ้าอยู่ในจวนก็ดีแล้ว คอยดูบุตรชายอ่านหนังสือไปเถิด”

         อนุเหยาได้ยินอีกฝ่ายพูดคล้ายดูถูกตนก็สะบัดหน้า “แน่นอนสิ ข้ามีบุตรชายที่จะได้พึ่งพาในวันหน้า ไหนเลยจะเหมือนเจ้าที่คอยตะลอนไปสืบหาจวนดีๆ ให้บุตรสาวได้ออกเรือน”

         ฝ่ายถูกย้อนยิ้มเชิดๆ “ในเมื่อคุณหนูใหญ่ใกล้จะได้เวลาหมั้นหมายแล้ว เจี่ยลี่ของข้าก็สมควรจะเตรียมตัวไว้เสียแต่เนิ่นๆ”

         “เอาเถิดอนุเสิ่น ขอให้เจ้าสมหวัง หาครอบครัวดีๆ ให้กับเจี่ยลี่ได้ก็แล้วกัน นางจะได้ออกไปจากจวนของกู้เยว่ฉีเสียที”

         “เจ้าเองล่ะ ไม่ได้หวังอย่างนั้นหรอกหรือ ”

         อนุเหยาถอนหายใจ “หวังสิ สักวันหากซิ่วเอ๋อร์ของข้าได้เป็นขุนนาง ข้าอยากให้เขาแยกตัวออกไปอยู่ข้างนอกจะได้ไม่ต้องถูกกดขี่ไปตลอดชีวิต บางทีข้าอาจจะขอนายท่านไปอยู่กับซิ่วเอ๋อร์ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบสุข”

         สองอนุภรรยาปรึกษาหารือ ประชดประชันและปรับทุกข์กันเสร็จก็แยกย้ายกันกลับเรือนของตน บุตรสาวของอนุเสิ่นวัยสิบเจ็ดนามกู้เจียลี่ เดินตามหลังมารดา นางอยู่ในสกุลกู้อย่างสงบเสงี่ยมดังนามมาโดยตลอด ทั้งอนุภรรยาและบุตรที่เกิดจากอนุภรรยาในจวนแห่งนี้ ต้องอยู่อย่างไม่มีปากมีเสียง ล้วนเป็นเพราะกู้ฮูหยินกับกู้เยว่ฉี

         “ท่านแม่ ตกลงว่าท่านพ่อจะคุณหนูใหญ่หมั้นหมายกับผู้ใดเจ้าคะ ”

         อนุเสิ่นถอนหายใจ “อาจจะเป็นบุตรชายของใต้เท้าตง หรือบุตรชายของใต้เท้าเซียว ชีวิตนางช่างน่าอิจฉาอยู่ในจวนอย่างแสนสุข จะแต่งออกข้างนอกก็ยังได้ครอบครัวที่ดีอีก”

         กู้เจียลี่ถอนหายใจ ความจริงนางมีใจเอนเอียงให้กับคุณชายตง เพราะเคยเห็นเขาครั้งหนึ่งระหว่างผ่านตลาดและชื่อเสียงของเขาก็ยังขึ้นชื่อว่าเป็นบัณฑิตรูปงามอีกด้วย แต่ฮูหยินใหญ่เคยพูดคราหนึ่งว่าคุณชายใหญ่ตงเหมาะกับคุณหนูใหญ่ กู้เจียลี่จึงได้บีบมือก้มหน้า

         “แต่ข้าได้ยินนางบอกว่านางอยากจะเป็นสะใภ้ของหลิงอ๋องนะเจ้าคะ”

         อนุเสิ่นชะงัก “จริงหรือ  เจียลี่”

         “จริงเจ้าค่ะท่านแม่”

         “หากว่าคุณหนูใหญ่พูดเช่นนี้ เห็นทีนางคงจะเตรียมแผนเอาไว้แล้ว สตรีมากเล่ห์ร้อยแผนการเช่นนี้ คงหาวิธีกระโจนเข้าไปในสกุลหลิงจนได้” อนุเสิ่นมองหน้าบุตรสาว “บางที เจ้าอาจจะมีโอกาสเป็นตัวเลือกของสกุลตง”

         “พวกเขาจะยอมรับบุตรอนุอย่างข้าหรือเจ้าคะ ”

         อนุเสิ่นยิ้มกริ่ม “ถ้าหากคุณหนูใหญ่แต่งงานกับหลิงอ๋องซื่อจื่อก็จะทำให้สกุลกู้มีความสำคัญมากขึ้น การแต่งงานกับเจ้าก็เท่ากับพวกเขาได้เป็นญาติกับสกุลหลิง

************

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พลิกชะตาแค้นสามี    บทที่ 65 รู้แต่แรก

    “อย่าเพิ่งไปสิ แม่นางเหยา” กู้เยว่ฉีดึงแขนจากการเกาะกุมของหวงฟู่ ยื่นออกไปจับแขนเหยาอันเอาไว้ สีหน้าของเหยาอันไม่สู้ดี นางกังวลว่าจะถูกกู้เยว่ฉีเล่นเล่ห์จึงรีบคว้าแขนของอีกฝ่ายเพื่อหวังจะให้นางปล่อยแขนต้น “ข้าต้องรีบไปดูแลหวางเฟยกับซื่อจื่อ” มือของเหยาอันคว้าข้อมือของกู้เยว่ฉี ทับบนแขนเสื้อที่ด้านล่างมีสร้อยประคำ ความร้อนแทบลวกไหลเวียนไปทั่วสร้อยข้อมือแผ่ไปทั่วร่าง กู้เยว่ฉีแทบจะสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมของเหยาอัน “เช่นนั้นก็เชิญเจ้าเถิด ข้าไม่รั้งเอาไว้แล้ว”​ เหยาอันรีบร้อนเดินจากไป กู้เยว่ฉีหันกลับไปมองหาคนที่ช่วยตนจาก มหันตภัยครั้งนี้ หากไม่ได้มู่โจว นางก็คงต้องกล้ำกลืนบุญคุณของหลิงจางเหว่ยลงท้องและยอมรับการหมั้นหมายแต่โดยดี บ่าวรับใช้อัปลักษณ์ของนางกำลังนั่งปาดเหงื่อและเช็ดหน้าที่เปื้อนเขม่าควันไฟเลอะเทอะอยู่ที่ลานใกล้ระเบียงทางเดินที่ไฟไหม้ไปไม่ถึง “พวกเจ้าไม่ต้องประคองข้าแล้ว ข้าไม่ได้บาดเจ็บอันใดก็แค่ร้อนและรู้สึกแสบหน้าเท่านั้น เราไปดูโจวเซียวกันเถอะ ถ้าไม่ได้เขาช่วยเอาไว้ ข้าก็คงลำบาก” นางสืบเท้าเข้าไปใกล้มู่โจว

  • พลิกชะตาแค้นสามี    บทที่ 64 นางจิ้งจอก

    มู่โจวนิ่วหน้า เขาเองก็รู้สึกเย็นราวกับกำลังกุมน้ำแข็งเอาไว้ แต่แข็งใจดึงให้นางลุกขึ้น ในใจก็คิดว่าเรื่องนี้เอาไว้ถามนางทีหลัง กู้เยว่ฉีถูกมู่โจวดึงมือให้ลุกขึ้น นางหันไปทางหลิงจางเหว่ยแล้วเอ่ยอย่างกังวล“เหล่าโจว เราจะทิ้งซื่อจื่อไว้อย่างนี้ไม่ได้ เกิดเขาตายขึ้นมา ข้าได้กลายเป็นฆาตกรพอดี เจ้าช่วยแบกเขาออกไปที”“ขอรับ” ใจจริงมู่โจวอยากจะทิ้งซื่อจื่อผู้นี้เอาไว้ให้นอนท่ามกลางกองเพลิงที่เขาสั่งให้จุดขึ้น เพียงแต่กลัวว่ากู้เยว่ฉีจะต้องกลายเป็นแพะรับบาป “ถ้าอย่างนั้น ข้าจะแบกเขาเอง คุณหนูรีบวิ่งออกไปก่อนเถิด ควันเยอะเช่นนี้ แค่กๆ ประเดี๋ยวจะหนีไม่ทัน”“ได้ ข้าไปก่อนนะ” กู้เยว่ฉีควักผ้าเช็ดหน้าออกมาปิดปากและจมูก ใช้มือปัดควันไปมา มองหาทิศทางที่จะหนีออกจากกองเพลิงเตียงด้านหลังถูกไฟไหม้ลุกโชนจนลามไปถึงผนัง เสียงปะทุของไม้ในกองเพลิงทำเอาหญิงสาวสะดุ้ง ฉากบังด้านหน้าที่ติดไฟเล็กน้อยล้มลงมาขวางทางออกประตู“ว้าย!” กู้เยว่ฉีร้องเสียงหลง ถอยเท้าได้ทัน เปลวไฟถูกปลายกระโปรงนางเล็กน้อย หญิงสาวรีบสะบัดอย่างแรงจนไฟนั้นดับ“คุณหนูระวังขอรับ วิ่งไปด้านขวา ท่านหลงทิศหรือไร ประตูอยู่ทางนั้น”“ข้าตกใจก็เลย

  • พลิกชะตาแค้นสามี    บทที่ 63 เผาเรือน

    แบบร่างผ้าปักขนาดใหญ่กางอยู่โต๊ะกลางห้อง กู้เยว่ฉีเดินไปมองแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ งานฝีมืออย่างนี้นางไม่ถนัดเลยสักนิดแต่พลัดเข้ามาในสถานที่แห่งนี้แล้วก็จำต้องทำตามผู้อื่นต้องการไปก่อน “แม่นมเฉียน สองเรือนโน้นเป็นอย่างไรบ้าง” กู้เยว่ฉีมองดูแบบทิวทัศน์ที่มีหงส์เหินงามสง่าหลายตัวด้วยความเหนื่อยหน่าย นางชอบอ่านตำรา คิดบัญชีรายได้ และคำนวณโอกาสจะได้กำไรมากกว่างานเหล่านี้ “พวกนางกลับไปแล้วก็ยังค้นตำราปักเย็บกันอย่างคร่ำเคร่งอยู่เลยเจ้าค่ะ เมื่อตอนบ่ายทั้งจวนสกุลตงและคฤหาสน์สกุลลี้ต่างพากันขนเอาตำรามากันหลายตั้ง” “นั่งหลังคดหลังแข็งมาทั้งวัน พวกนางยังจะไปค้นคว้าตำรากันอยู่อีก ช่างมีมานะกันเสียจริง”​ กู้เยว่ฉีทำตัวเข้มแข็งอยู่ได้สองวันก็แสร้งเจ็บมือจนได้หลบไปในช่วงบ่ายของวันที่สาม หลังจากแสร้งนวดมือและข้อมือและงีบหลับไปจนถึงเย็น ช่างที่สอนนางปักผ้าทั้งสองคนก็ตรงมาถึงเรือนพักในตอนแสงแดดเกือบลับขอบฟ้า “คุณหนูกู้เจ้าค่ะ หากว่าท่านได้พักเต็มที่แล้วก็โปรดตามข้าน้อยไปฝึกต่อเถิดเจ้าค่ะ ในบรรดาคุณหนูทั้งสาม ท่านฝีมือด้อยสุดและยังไม่ได้ปักลงผ้าผืนให

  • พลิกชะตาแค้นสามี    บทที่ 62 งบประมาณ

    “ข้าเคยสั่งหัวหน้าค่ายเอาไว้แล้วว่าให้ปล้นเฉพาะพ่อค้าเท่านั้น พวกชาวบ้านต้องละเว้นไปเพราะไม่ได้เงินทองมากพอ ซ้ำยังจะทำให้ผู้คนชิงชัง หลายปีที่ผ่านมา ข้าให้พวกเขาสร้างชื่อเสียงด้วยการปล้นคนรวยไปช่วยคนจน แม้เงินที่แจกจ่ายไปจะน้อยนิดแต่ได้รับความช่วยเหลือและปกปิดจากชาวบ้าน ทั้งยังซ่องสุมกำลังคนได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ “ท่านพ่อปรีชายิ่ง” หลิงคุนรีบสรรเสริญความสามารถของบิดาอันที่จริงหลิงคุนเองก็คาดไม่ถึงว่าบิดาจะวางแผนก่อกบฏเอาไว้หลายปีแล้ว กลุ่มโจรภูเขาที่ซุกซ่อนอยู่นอกเมือง มีข่าวเรื่องปล้นขบวนสินค้าของพ่อค้าอยู่หลายครา แม้จะมุ่งที่การชิงทรัพย์โดยมิได้ฆ่าและฉุดสตรี แต่ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ชวนประหลาดใจยิ่ง ในยามที่เหล่ามือปราบและทหารรักษาเมืองออกไปตามจับกลับไม่เคยพบคนร้ายสักรายเดียวกระทั่งตัวเขาได้เป็นตัวแทนของบิดาออกไปติดต่อกับคนพวกนั้น จึงได้รู้ว่าโจรก็คือชาวบ้านและชาวบ้านก็โจร พวกเขาปล้นเงินมาได้ก็นำเอาส่วนหนึ่งไปแจกจ่ายคนในตำบลทำให้ทุกคนหุบปากสนิท ระหว่างนั้นคนของจวนอ๋องที่มีฝีมือก็จะออกไปฝึกซ้อมอาวุธให้ สักวันหนึ่งเมื่อจวนอ๋องต้องระดมพล บุรุษชาวบ้านที่เป็นโจรพวกนี้ก็จะ

  • พลิกชะตาแค้นสามี    บทที่ 61 ความเกี่ยวพัน

    สถานการณ์รอบด้านของกู้เยว่ฉีดูสงบสุขลงไปราวห้าวัน ระหว่างนั้น นางไม่ได้พบหลิงอ๋องกับหลิงจางเหว่ย หวงฟู่ไปสืบข่าวได้ความว่าช่วงนี้มีขุนนางเข้าออกเรือนใหญ่รับแขกทุกวัน ไป๋ชางนำเอาข่าวจากใต้เท้ากู้กลับมาแจ้งให้คุณหนูของตนได้ทราบว่าบัดนี้กองกำลังของขุนพลมู่จ้านกับขุนพลมู่ช่างที่เคยไปประจำการที่เมืองหลวงตามพระราชโองการนั้นได้กลับมาแล้ว “หรงเฉินเต็มไปด้วยข่าวลือขอรับคุณหนูใหญ่ ชื่อเสียงของจวนอ๋องดูตกต่ำลง พวกสกุลใหญ่เหมือนจะกำลังดูทิศทางลม” “พวกเขาเคยอาศัยอำนาจของจวนอ๋องมาตลอด อนุภรรยาหลายคนที่ หลิงอ๋องรับมาก็เป็นคนของสกุลเหล่านั้น คนที่เกี่ยวข้องไปแล้ว อยากสลัดทิ้งตอนนี้ก็คงหมดโอกาส แต่สกุลอื่นอาจจะกำลังชั่งใจ” กู้เยว่ฉียิ้มสลด แม้กู้เยว่ฉีจะไม่เอ่ยออกมาตรงๆ ไป๋ชางก็พอจะดูออกว่าเจ้านายในจวนตนกำลังพยายามหลบหลีกสกุลหลิง “เรื่องที่คุณหนูให้ข้าสืบเรื่องสาวใช้แซ่เหยาผู้นั้นได้ความแล้วขอรับ ที่จริงนางเป็นเพื่อนบ้านกับสกุลจ้ง คนแถวบ้านนางซุบซิบกันว่าก่อนหวางเฟยจะแต่งกับหลิงอ๋องเคยสนิทกับบุรุษที่เป็นญาติของเหยาอัน เมื่อได้เข้าจวนอ๋องจึงนำนางมาเป็นสาวใช

  • พลิกชะตาแค้นสามี    บทที่ 60 เสียรู้กู้เฉิน

    “อันที่จริงพวกเรารู้ตั้งแต่ทีแรกแล้วว่าเจ้าเข้ามาเพื่อการใด” น้ำเสียงของกู้เฉินฟังดูเนิบๆ แต่แฝงไว้ด้วยความเฉียบขาด “จวนอ๋องสืบข่าวได้ดีนัก ทองคำของสกุลกู้ แลกมาด้วยความเหน็ดเหนื่อยและยากลำบาก บัดนี้ถูกเปลี่ยนเป็นเงินทุนเพื่อทำการค้าในเมืองหลวงแล้ว ส่วนอีกสิ่งหนึ่งที่เจ้าอยากได้” ชายหนุ่มหยุดพูดแล้วลุกขึ้นจ้องหน้านาง “พี่หญิงของข้าบอกว่าจะให้เมื่อถึงเวลาอันสมควร” ซุนหลันยกยิ้มมุมปาก “ข้าคิดแล้วเชียว คนอย่างกู้เยว่ฉีมีหรือจะยอมให้ข้าค้นพบห้องลับได้ง่ายๆ ที่แท้นางก็จัดฉากเอาไว้แล้ว” “ห้องลับที่เจ้าเข้าไป อันที่จริงมีไว้สำหรับหลบภัย คนทั่วไปไม่ควรจะได้เห็น นับว่าเป็นวาสนาเจ้าแล้ว เดิมทีข้ายังคิดจะเล่นเป็นสามีภรรยากับเจ้าต่ออีกหน่อย แต่ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะเป็นซุนหลันตัวปลอม” กู้เฉินแสยะยิ้ม ชักมีดสั้นที่เหน็บเอาออกมา ใช้ปลายนิ้วลูบเล่นราวกับจะข่มขวัญ “จะปลอมได้อย่างไร ข้านี่ล่ะบุตรีคนเดียวของใต้เท้าซุน ผู้ที่ถูกใส่ร้ายจนต้องโทษ ซื่อจื่อไปรับข้ามาจากหอสังคีตด้วยตนเอง ทั้งยังตรวจสอบประวัติของข้ามาอย่างชัดแจ้ง” กู้เฉินไม่ตอบ ใช้ปลายมีดสั้นปาดเบาๆ ไ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status