LOGINแพรมุกหันหน้าออกไปทางหน้าต่าง พยายามซ่อนรอยยิ้มที่เผลอปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก บ้าจริง...ผู้ชายคนนี้รู้หรือเปล่าว่าคำพูดของตัวเองมีอานุภาพมากแค่ไหน เมื่อครู่เธอยังสับสนจนแทบหายใจไม่ทั่วท้อง แต่เพียงเขาบอกว่ารักเธอ หัวใจที่หนักอึ้งกลับค่อย ๆ อ่อนลงอย่างน่าประหลาด “คุณพูดแบบนี้กับผู้หญิงทุกคนหรือเปล่าคะ?” “หืม?” จอมทัพเลิกคิ้ว หันมามองเธอแวบหนึ่งก่อนกลับไปมองถนน “หมายถึงแบบไหน?” “ก็แบบที่บอกว่ารัก บอกว่าจะไม่ทำให้เสียใจอะไรทำนองนั้นไงคะ” “ไม่รู้สิ ฉันไม่เคยลองพูดกับผู้หญิงคนอื่น” “โกหก!” “อ้าว ทำไมรีบตัดสินกันแบบนี้ล่ะครับที่รัก” เขาหัวเราะเบาๆ “ถ้าไม่เชื่อ ฉันให้เธอตรวจสอบประวัติการคบหาของฉันย้อนหลังสิบปีเลยก็ได้” “ใครอยากตรวจสอบกันคะ!” “งั้นแสดงว่าเธอเชื่อฉันแล้ว?” “ฉันไม่ได้พูดแบบนั้นสักหน่อย!” “ครับๆ ไม่เชื่อก็ไม่เชื่อ” จอมทัพยิ้มมุมปาก ก่อนเอื้อมมือมาบีบมือเธอเบาๆ “แต่เรื่องที่ฉันรักเธอ ฉันพูดจริงนะ” แพรมุกเงียบลงทันที ชายหนุ่มไม่ได้พูดต
“เดี๋ยวเถอะ...อะไรของคุณคะ!” แพรมุกค้อนใส่ชายหนุ่ม ก่อนจะปัดแขนที่โอบไหล่เธอออกอย่างไม่จริงจังนัก “เมื่อกี้ฉันกำลังเครียดแทบตาย คุณยังมีอารมณ์มาล้อเล่นอีก!” “ก็เพราะเห็นเธอเครียดจนหน้าจะเป็นตูดแล้วไง ฉันถึงต้องหาวิธีทำให้เมียยิ้มบ้างไงครับ” “ใครหน้าจะเป็นตูด!” “ครับๆ ไม่เป็นก็ไม่เป็นสุดที่รักของผม” จอมทัพยกมือขึ้นยอมแพ้ ทว่ารอยยิ้มเจ้าเล่ห์กลับยังคงประดับอยู่บนใบหน้า “แต่เมื่อกี้ใครกันนะที่ถามว่าฉันหิวหรือเปล่า?” “ก็ฉันถามตามมารยาท!” “อ๋อ...ตามมารยาท” เขาลากเสียงยาว ก่อนโน้มใบหน้าลงไปใกล้จนหญิงสาวต้องเอนตัวหนี “ถ้าอย่างนั้นฉันขอถามกลับตามมารยาทบ้างได้ไหมครับ?” “ถามอะไร?” “คืนนี้เธออยากนอนกอดฉันหรือเปล่า?” “จอมทัพ!" เสียงหวานแหวดังขึ้นกลางลานจอดรถ ทำเอาอาคมที่เดินนำไปก่อนถึงกับหยุดฝีเท้าแล้วหันกลับมามอง “เอ่อ...ถ้าพวกเธอสองคนจะจีบกันต่อ ฉันขอตัวกลับก่อนแล้วกันนะ พรุ่งนี้ค่อยเจอกันที่บ้านคุณพีระกิตก็ได้” “ใครจีบกัน!” แพรมุกรีบเถียงทันที จอมทัพกลั
“ฉันรู้ค่ะ แต่ฉันไม่อยากกลับไปนอนโดยที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองควรเชื่ออะไร” “เธอไม่จำเป็นต้องเชื่อทุกอย่างในคืนนี้” เขาตอบอย่างใจเย็นพลางยื่นมือลูบเรือนผมของหญิงสาวอย่างอ่อนโยน “เราเพิ่งได้ข้อมูลจากพีระกิต สิ่งที่เราต้องทำต่อไปคือหาหลักฐานมายืนยัน ไม่ใช่บังคับตัวเองให้ตัดสินทุกเรื่องในคราวเดียว” แพรมุกเงยหน้ามองเขา “แล้วคุณล่ะคะ คุณยังเชื่อว่ามัตซึโตะเป็นคนทำให้ครอบครัวของคุณต้องตายหรือเปล่า?” จอมทัพนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนหน้านี้เขาคงตอบอย่างไม่ลังเล แต่วันนี้เขากลับไม่สามารถพูดคำเดิมออกมาได้เต็มปาก “ฉันยังสงสัยเขา แต่ฉันไม่รู้ความจริงทั้งหมด” เขาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ดวงตากลับอ่อนโยน “ถ้าเขาเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นั้นจริง ฉันจะหาหลักฐานมาพิสูจน์ แต่ถ้าฉันเข้าใจผิดมาตลอดสิบสองปี ฉันก็ต้องยอมรับความจริงเหมือนกัน” แพรมุกพยักหน้าช้าๆ “ขอบคุณนะคะที่ไม่เอาความแค้นมาตัดสินฉัน ทั้งที่ฉันเป็นลูกสาวของคนที่อาจจะฆ่าพ่อของคุณ” “อย่าพูดแบบนั้นแพร...เธอไม่ใช่คนที่ต้องรับผิดแทนเขา” จอมทัพตอบเพียงเท่านั้น ก่อนเลื่อนซองเอก
“พ่อคะ...” แพรมุกเรียกขึ้นหลังจากเงียบไปนาน “ถ้าพ่อพยายามตามหามัตซึโตะแล้ว แต่กลับถูกคุณหญิงจอมขวัญสั่งให้หยุด แสดงว่าตอนนั้นพ่อสงสัยอยู่แล้วใช่ไหมคะว่าการตายของเขาอาจมีอะไรผิดปกติ?” ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง “ใช่ พ่อสงสัย แต่ความสงสัยไม่ใช่หลักฐาน พ่อมีเพียงข่าวการเสียชีวิตที่ได้รับแจ้งจากคนของมัตซึโตะ และเอกสารบางส่วนที่ไม่ตรงกัน พ่อไม่รู้ว่าใครเป็นคนจัดการเรื่องศพที่ญี่ปุ่น และไม่รู้ด้วยว่าคนที่แจ้งข่าวให้พ่อทราบรู้ความจริงมากแค่ไหน” จอมทัพหรี่ตาลง “คนที่แจ้งข่าวให้คุณเป็นใครครับ?” “ชายคนหนึ่งที่ทำงานให้มัตซึโตะ เขาติดต่อพ่อหลังเกิดเหตุไม่นาน แจ้งว่ามัตซึโตะเสียชีวิตแล้ว และมีการจัดงานศพที่ญี่ปุ่น พ่อเดินทางไปร่วมงานจริง แต่ตอนนั้นครอบครัวของเขาแจ้งว่าไม่สะดวกให้เปิดโลง พ่อจึงไม่ได้เห็นศพ” “แล้วคุณไม่สงสัยหรือครับว่าทำไมถึงไม่ยอมให้เห็นศพ?” “สงสัย แต่ในเวลานั้นพ่อไม่มีเหตุผลเพียงพอจะกล่าวหาว่าพวกเขาโกหก พ่อเองก็เพิ่งผ่านเหตุการณ์ที่ลูกเกือบเสียชีวิตมา ความคิดของพ่อมีเพียงการพาลูกออกจากเรื่องอันตรายและดูแลให้ลูกปลอด
“ไม่ใช่แบบนั้น แพร” น้ำเสียงของพีระกิตสั่นเครือ “สิ่งที่พ่อมีให้ลูกทั้งหมดเป็นเรื่องจริง ความรักที่พ่อกับแม่มอบให้ลูกไม่เคยเป็นเรื่องโกหก พ่อเพียงแต่ไม่กล้าบอกความจริงเกี่ยวกับชาติกำเนิดของลูก เพราะพ่อกลัวว่าวันหนึ่งเรื่องในคืนนั้นจะย้อนกลับมาทำร้ายลูกอีก” “แต่พ่อก็ปล่อยให้หนูใช้ชีวิตโดยไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร!” เสียงของแพรมุกดังขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ จอมทัพที่ยืนอยู่ข้างเธอขยับเข้ามาใกล้ ทว่าไม่ได้พูดแทรก เขารู้ดีว่าในเวลานี้ไม่มีคำปลอบโยนใดจะทำให้ความเจ็บปวดของเธอหายไปได้ “หนูมีสิทธิ์รู้ไม่ใช่เหรอคะ? หนูมีสิทธิ์รู้ว่าตัวเองเกิดมาจากใคร มีครอบครัวที่ไหน แล้วทำไมถึงต้องไปอยู่ในคฤหาสน์ของคนอื่นในคืนที่เกิดไฟไหม้!” ปลายสายเงียบงันก่อนที่พีระกิตจะตอบด้วยเสียงแผ่วเบา “ลูกมีสิทธิ์รู้ทุกอย่าง พ่อยอมรับว่าพ่อผิดที่ปิดบังเรื่องนี้ แต่แพร...พ่ออยากให้ลูกเข้าใจว่า ในคืนที่พ่อรับลูกมา พ่อไม่ได้คิดจะพรากลูกมาจากครอบครัวที่แท้จริง พ่อเพียงต้องการให้เด็กคนหนึ่งที่ผ่านเหตุการณ์เลวร้ายได้มีชีวิตต่อไป” แพรมุกหลับตาลง น้ำตาหยดหนึ่งไหลผ่านแก้ม เธออยากโกรธ
จอมทัพชะงักนิ่งเมื่อชื่อของใครบางคนที่เขาคุ้นเคยดังขึ้น “คุณหญิงจอมขวัญเป็นคนสั่งปิดเรื่องนี้เหรอ?” “ใช่ พ่อไม่รู้ว่าเขาทำไปเพื่อปกป้องใคร แต่คำสั่งนั้นมีผลกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง ไม่มีใครกล้าพูดถึงเรื่องคืนนั้นอีก” แพรมุกหันไปมองจอมทัพทันที ชื่อของจอมขวัญไม่ใช่คำตอบที่ทำให้ทุกอย่างกระจ่างขึ้น หากกลับทำให้เธอเริ่มเข้าใจว่าเหตุใดคนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เมื่อสิบสองปีก่อนจึงต่างเลือกเก็บความลับเอาไว้ “แล้วคุณหญิงจอมขวัญเกี่ยวข้องกับเรื่องของหนูด้วยหรือเปล่าคะ?” เธอถามบิดา “พ่อไม่มีหลักฐานว่าเขาเป็นคนออกคำสั่ง 19-041 แต่พ่อรู้ว่าเขาเข้ามาเกี่ยวข้องหลังเกิดเหตุ และเป็นคนกำชับให้พ่อเก็บเรื่องทะเบียนทดแทนไว้เป็นความลับ” “ทำไมเขาต้องทำแบบนั้น?” แพรมุกถามต่อ “พ่อไม่รู้ แพร และพ่อจะไม่โกหกลูกว่ารู้ทุกอย่าง เพราะความจริงคือพ่อเองก็มีคำถามที่ยังหาคำตอบไม่ได้” ความเงียบแผ่ปกคลุมโกดังอีกครั้งจอมทัพค่อยๆ คลายมือที่กำแน่น เขายังไม่อาจให้อภัยพีระกิตที่ปิดบังเรื่องสำคัญมานาน แต่เมื่ออีกฝ่ายยอมรับตรงๆ ว่าสิ่งใดรู้และสิ่งใดย







