เข้าสู่ระบบฉินฟ่านประคองเขาเดินกลับบ้านที่อยู่ไม่ไกล
"นี่...พี่เขยอย่าหาว่า ผมคุยโวโอ้อวดเลยนะ พี่สาวของผมเอง หุ่นเหิ่นก็แจ่มไม่เบา แถมยังเป็นคนจิตใจดีอีกต่างหาก สาว ๆ ในย่านนี้สวยสู้พี่สาวของผมไม่ได้เลยสักคน ฝีมือทำอาหารก็เป็นเลิศ ทั้งสวยทั้งเก่งขนาดนี้หาไม่ได้ง่าย ๆ นะครับ พี่เขยไม่คิดจะสนใจบ้างเลยเหรอ ถ้าพี่เขยตกลงเซย์เยส เดี๋ยวผมชงเรื่องให้เอง รับรองว่าสำเร็จปิดจ๊อบในเดือนเดียว"
ฉินฟ่านฟังเหลียนเฮ่อแล้ว ก็ได้แต่ยิ้ม ดูแล้วก็ไม่รู้ว่า ในหัวของเขาคิดเห็นยังไงกับเรื่องการเชื่อมสัมพันธไมตรี ระหว่าง
พี่เขยสด ๆ กับน้องเขยหมาด ๆ
ยิ่งเรียกยิ่งชินปาก แถมพี่เขยคนนี้ไม่เพียงมีวรยุทธสูงส่งระดับเทพเซียน ยังหาเงินเก่งอีกต่างหาก ถ้าหากยังไม่รีบคว้าไว้เป็นพี่เขย ก็เอาหัวโขกเต้าหู้ ให้ตายไปเลยยังดีซะกว่า โทษฐานที่โง่งม อีแบบนี้ต้องรีบกลับไปเป่าหูพี่สาวซะหน่อยแล้ว
พอทั้งคู่มาถึงหน้าบ้าน
"กรี๊ด!"
เสียงกรี๊ดดังลั่น พร้อมเงาคนวิ่งออกมาอย่างรวดเร็ว เพราะเหลียนฟ่งเห็นทั้งคู่แต่ไกล คนหนึ่งเดินกะโผลกกะเผลก ส่วนอีกคนก็ประคองมา
"เกิดอะไรขึ้น คุณบาดเจ็บเหรอคะ"
เหลียนฟ่งร้องดังเอะอะจนเสียงหลง พลางจับตัวฉินฟ่าน หมุนไปหมุนมาเหมือนหมูหันที่กำลังย่างไฟอ่อน ๆ เธอสำรวจรอบ ๆ ตัวเขาอย่างละเอียดละออทุกซอกทุกมุม ราวกับกลัวต้นไม้เงินต้นไม้ทองของเธอจะบุบสลาย
"โธ่เอ๊ยน้องชายของพี่ยืนเจ็บทนโท่อยู่ตรงนี้ไม่เห็นบ้างหรือไง พี่คนที่ถูกซ้อมจนบาดเจ็บนะผมต่างหาก นี่เห็นไหม เขียวช้ำไปหมดแล้ว"
เหลียนเฮ่อสะกิดแขนพี่สาวให้ดูหน้าตาของเขา ที่ปูดบวมฟกช้ำดำเขียว แล้วเล่าเรื่องบู๊เด็ดเผ็ดมันให้เธอฟัง
"ถ้าไม่ได้พี่เขยช่วยไว้ วันนี้ผมคงถูกกระทืบตายแน่ ๆ เลย"
เหลียนฟ่งหน้าแดงด้วยความเขินอายที่ได้ยินคำว่าพี่เขย
"ไอ้น้องไม่รักดี นี่แกไปถูกจิ๊กโก๋โรงเรียนไหนตีมา แต่ว่าแผลแค่นี้แกเอาน้ำลายถู ๆ หน่อย ต้มน้ำใบบัวบกกินสักสองสามชามก็หายแล้ว ทำเป็นเรื่องใหญ่โตไปได้ เอาละอย่ามัวแต่คุยกันตรงนี้เลย คุณคะเข้าไปพักในบ้านก่อนเถอะค่ะ"
พูดจบเธอก็ไม่สนใจเหลียนเฮ่อ หันไปประคองฉินฟ่านเข้าไปในบ้าน ทะนุถนอมเขาราวกับมุกมณีอันล้ำค่า
"เชอะ เห็นผู้ชายดีกว่าน้องหรือเนี่ย อู้ย…เจ็บปากโว้ย แต่จะพูดไปก็ดีเหมือนกันแฮะ จะได้ไม่ต้องเชียร์ให้เมื่อยปาก"
เหลียนเฮ่อเบะปากบ่นพลางเดินกระเผลก ๆ เข้าบ้านไปแบบน้อยเนื้อต่ำใจ พอก้าวข้ามประตู ก็ได้ยินเสียงแปดพัน
เมกะเฮิรตซ์ของเหลียนฟ่ง โวยวายเสียงดังลั่นบ้าน
"ว่าไง…เร็ว ๆ เข้า ทำไมถึงได้ดื้อ
แบบนี้ อย่าให้โมโหนะจะถอดเองดี ๆ หรือว่าจะให้ใช้กำลังบังคับ"
เหลียนฟ่งคำรามเสียงดุเหมือนแม่เสือสาว เธอวิ่งไล่ตามฉินฟ่านรอบห้องจนเหนื่อย แถมตอนนี้ยังจ้องฉินฟ่านจนตาเขียว เพราะเธออยากจะทำแผลให้เขา แต่เขาไม่ยอมถอดเสื้อให้ทำแผลสักที
"ก็บอกแล้วไง ว่าคนที่เจ็บนะเป็นน้องคุณต่างหากล่ะไม่ใช่ผม"
"คุณจะไม่เจ็บได้ไง เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งแบบนี้ อย่าพูดมาก รีบ ๆ ถอดเสื้อเร็วเข้า จะได้ทายา หากเป็นมากจะได้ไปหาหมอ
ถ้าทิ้งเอาไว้แล้วไม่รีบรักษา ภายหลังช้ำในอาการหนัก หรือว่าแผลเกิดอักเสบติดเชื้อขึ้นมาจะทำยังไง"
"เอาเถอะผมยอมคุณแล้ว"
ฉินฟ่านได้แต่ทอดถอนใจ จำใจถอดเสื้อออกเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแผงอก ซิกแพคชัดเจนสวยได้รูป พอได้เห็นหุ่นชายงามแบบนี้ เหลียนฟ่งถึงกับทำตาเชื่อมแทบน้ำลายหก ราวกับอยากจะกลืนกินเขาเข้าไปทั้งตัว แถมยังเผลอเอามือลูบไล้ร่างกายเขาเบา ๆ อย่างลืมตัว
"คุณผู้หญิง…คุณจะทำอะไร คิดจะลวนลามผมเหรอครับ"
ฉินฟ่านอมยิ้มแกล้งถาม เกลียดนักคนรู้ทัน เหลียนฟ่งรีบปั้นหน้าจริงจังแก้ตัวแบบน้ำขุ่น ๆ
"บ้า…ใครจะไปอยากลวนลามคุณเอ่อ...ฉันเอ่อ...แค่กำลังลูบ ๆ คลำ ๆ เอ๊ย ลูบคลำตรวจหาบาดแผลน่ะ บาดแผลเข้าใจไหม เอ…แต่นี่ไม่มีแผลเลย น่าแปลกจริง ๆ แล้วเสื้อมันขาดได้ยังไง"
"ฮ่า ๆ พี่ใหญ่ผมจะเฉลยข้อข้องใจให้พี่เอง พี่เขยเขาเป็นเซียนกลับชาติมาเกิด
ก็เลยมีวิชาอยู่ยงคงกระพัน ฟันแทงไม่เข้านะพี่"
เหลียนเฮ่อหยิบน้ำส้มคั้นดื่มพลางถอดเสื้อออก เผยให้เห็นรอยฟกช้ำดำเขียวทั่วตัว แล้วค่อย ๆ ตะเกียกตะกายล้มตัวลงนอนบนโซฟา
"โห...ที่ไอ้หมาน้อยนี่พูดมาเรื่องจริงเหรอคะ โม้ซะมากกว่าล่ะมั้ง"
เหลียนฟ่งพูดพร้อมทำตาโตด้วยความตื่นเต้นที่ได้ยิน แต่ก็ยังคลางแคลงใจ
เหมือนไม่อยากจะเชื่อ เรื่องที่น้องชายพูด มีใครหน้าไหนบ้าง ที่ถูกมีดคม ๆ แหลม ๆ แทงแล้วจะแทงไม่เข้า
ฉินฟ่านทรุดนั่งลงบนโซฟาอย่างอ่อนอกอ่อนใจ เขาคร้านที่จะอธิบายความสุดยอดของตัวเอง
"โธ่…พี่ใหญ่ ผมโตเป็นหนุ่มแล้วนะ เลิกเรียกผมว่าไอ้หมาน้อยซะทีเถอะ ถ้าสาว ๆ ได้ยินชื่อนี้เข้า ผมได้อายเขาตายเลย"
เหลียนเฮ่อรู้สึกอาย ที่พี่เขยคนเก่งรู้ชื่อเล่นของเขาเช่นกัน
"คุณก็อย่าไปฟังน้องชายคุณ พูดจาเหลวไหลเลย ผมไม่เป็นอะไรจริง ๆ เอายามาเถอะผมจะนวดยาให้น้องคุณเอง"
"ผมไม่ได้พูดเหลวไหลสักหน่อย"
เหลียนเฮ่อชูป้ายประท้วง
มีคนเขาบอกว่าสิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่าหนึ่งมือคลำ มือเหลียนฟ่งไวเท่าความคิด หยิบมีดปลอกผลไม้ ที่วางอยู่บนโต๊ะคว่ำปลายแหลมลง แล้วเงื้อมือปักฉึกลงไปอย่างแรง ใส่น่องขวาของเขา
เธอทำตาโตมองมีดในมือที่หักงอเก้าสิบองศาแบบเหลือเชื่อ
"โอ๊ย…นี่คิดจะฆ่ากันหรือไงแม่คุณ"
เขาแกล้งร้องโอดโอย มือกุมน่องตัวเองร้องโวยวายดิ้นไปมา ความจริงเขาไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด อย่าลืมสิ ว่าเขามีร่างเอ็นทองแดงกระดูกเหล็กเลยเชียวนะ แต่ที่ทำไปเพราะอยากแกล้งเธอเล่นเท่านั้น
เหลียนฟ่งเบิ่งตาโตเท่าไข่ห่าน ไม่มีเลือดออกสักหยด มีดแทงไม่เข้า นี่เขาหนังเหนียวจริง ๆ ด้วย ตายแล้ว…ยังกับซูเปอร์แมน
"โอ้ย...เจ็บแทบตายแล้ว นี่คุณจะทำอะไรกันแน่ ถึงจะแทงไม่เข้า แต่มันก็รู้สึกเจ็บนะครับ"
"ว้าว…คุณหนังเหนียวจริง ๆ ด้วย เอ่อ…ขอโทษค่ะ ก็คนมันสงสัยนี่คะ ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือโกหกกันแน่ เจ็บมากหรือเปล่า ฉันต้องขอโทษด้วยจริงๆ"
"เจ็บจะตายอยู่แล้ว"
"อย่าโกรธเลย เดี๋ยวฉันเป่าให้นะคะ"
เหลียนฟ่งรู้สึกผิด ที่ทำให้เขาเจ็บ เธอรีบนวดบริเวณน่องที่ใช้มีดแทง พลางก้มหน้าลงเป่าลมฟู่ ๆ เบา ๆ ใส่น่องของเขา ราวกับว่ามันจะมีมนต์วิเศษช่วยให้หายเจ็บได้
แต่ตอนนี้สายตาที่แสนใสซื่อบริสุทธิ์ของเขา ดันไปเห็นของดีประจำหมู่บ้านเข้าอย่างจัง
นี่มันสินค้าโอทอปเกรดเอชัด ๆ คอเสื้อหลวมกว้างสีแดงสดของเธอ ขับเน้นหน้าอกหน้าใจอันขาวผ่อง ที่เบียดเสียดกันจนแทบล้นทะลัก ให้เห็นในระยะประชิด
ยิ่งตอนที่เธอก้มลงเป่าฟู่ ๆ แทบจะเห็นลึกลงไปถึงสะดือ ทำเอาเขาถึงกับกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบาก ตอนนี้คุณธรรม มโนธรรมประจำใจค่อย ๆ ไหลลงท่อชักโครกจนเหือดหาย ลมหายใจปั่นป่วนทำให้ความดันขึ้นสูงปรี๊ด
เขาต้องรีบหลับตาลงข้างหนึ่ง ท่องนะโมพระโพธิสัตว์ เจ้าแม่กวนอิม ช่วยลูกด้วย นะโมพุทธายะ ท่องบทสวดในใจผิด ๆ ถูก ๆ ยุบหนอ พองหนอ ทำไมถึงได้ใหญ่อย่างนี้หนอ เอ่อ…
ความขาวอวบอิ่ม ยังคงวนเวียนอยู่ในห้วงความคิดฉันใด เป้ากางเกงของเขาก็ค่อย ๆ เริ่มตุงทะยานผงาดขึ้นมาฉันนั้น
เหลียนฟ่งเห็นภาพที่มันกำลังชูคอผงาดขึ้นมาต่อหน้าต่อตา เธอถึงกับร้องลั่นบ้าน
กรี๊ด!
"ไอ้บ้า ไอ้ลามก"
เพียะ!
ฉินฟ่านถึงกับถูกตบจนหน้าหันจนหมอไม่รับเย็บ นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของเขาที่ถูกผู้หญิงตบ
แต่จะให้เขาแก้ตัว ก็เหมือนน้ำท่วมปาก เพราะหลักฐานยังชี้โด่ชี้เด่อยู่ทนโท่
ความจริงเธอเองก็มีใจให้กับฉินฟ่าน แต่เธอยังเป็นสาวบริสุทธิ์ ดังนั้นที่ตบไปฉาดใหญ่เมื่อครู่ ถือได้ว่าเป็นปฏิกิริยาตามธรรมชาติ ที่สาว ๆ ผู้รักนวลสงวนตัวเช่นเธอพึงกระทำ
"เอ่อ…ผมไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้"
"มันเป็นธรรมชาติของผู้ชาย ผมหวังว่าคุณจะเข้าใจ"
เขากระมิดกระเมี้ยนพยายามอธิบายด้วยสีหน้าเขินอาย
"ฉันเข้าใจ คุณเจ็บหรือเปล่า"
เธอยืดอกขึ้นอย่างภาคภูมิใจในรูปร่างของเธอ ที่สามารถยั่วเย้าอารมณ์ของเขาจนปั่นป่วนได้
"ไม่เจ็บเท่าไร"
"เอ่อ…ฉันไม่ได้ตั้งใจจะตบคุณ"
"ผมรู้"
ทั้งคู่ต่างคนต่างรู้สึกขัด ๆ เขิน ๆ ท่าม
กลางบรรยากาศอันชวนอึดอัดนี้ ค่อย ๆ ยังชั่วหน่อยที่ตอนนี้ขีปนาวุธแพทริออตของเขาค่อย ๆ สงบลง หดคืนสู่ฐานยิง ทุกอย่างค่อย ๆ กลับคืนสู่สภาวะปกติ
"ผมจะไปดูน้องคุณหน่อย"
ฉินฟ่านพูดเสร็จ ลุกขึ้นเดินไปตรวจดูรอยฟกช้ำดำเขียว ดีที่ไม่บาดเจ็บมาก ค่อย ๆ เริ่มนวดให้เหลียนเฮ่อ
สิบนาทีต่อมา หลังจากที่ฉินฟ่านใช้พลังลมปราณนวดกดจุด ร่องรอยบาดแผล ฟกช้ำ จนเขียวเป็นปื้นตามร่างกายของ
เหลียนเฮ่อก็เริ่มหายไปจนหมดสิ้น
สองพี่น้องจ้องเขาจนตาค้าง นอกจาก บู๊เก่ง หาเงินเก่ง ยังรักษาเก่งอีกหรือเนี่ย ฮ่า ฮ่า...บุญหล่นทับแน่ ๆ ถ้าไปเปิดร้านนวดในดงนักเลง ที่ชอบตีรันฟันแทงกันบ่อย ๆ สงสัยรับทรัพย์อื้อซ่า
นี่มันต้นไม้เงินต้นไม้ทองชัด ๆ แค่คิดก็เริ่มฝันหวานแล้ว เหลียนฟ่งถึงกับยิ้มจนเห็นลักยิ้มที่แก้มบุ๋ม แต่ดวงตาที่สวยงามกลมโตของเธอ ในตอนนี้กลับหรี่ลง จนตาหยีเหมือนจันทร์เสี้ยว เมื่อคิดถึงเรื่องเงิน แต่พอคิดถึงตอนที่เขาชูคอผงาด เธอก็อดที่จะหน้าแดงไม่ได้
"พี่ใหญ่ไม่สบายเหรอ ทำไมหน้าแดงจัง"
เธอแกล้งทำเป็นหูทวนลม ไม่สนใจไอ้น้องปัญญาอ่อน
"ที่รัก คุณคงจะเหนื่อยแล้ว คุณไปอาบน้ำอาบท่าให้สบายตัวก่อน แล้วค่อยลงมาทานข้าว ฉันจะทำกับข้าวอร่อย ๆ ของโปรดคุณไว้ให้นะคะ"
เหลียนฟ่งโมเมเก่ง เหมือนหมาหยอกไก่จนติดเป็นนิสัย เธอเพิ่งจะสาบานในใจต่อหน้ารูปของท่านประธานเหมาที่เคารพ ว่าจะต้องเอาเขามาเป็นแฟนให้ได้
ฉินฟ่านกำลังดื่มน้ำ พอได้ยินเสียงหวาน ๆ ของเหลียนฟ่ง เรียกเขาว่าที่รัก ก็สำลักน้ำพรวดใส่หน้าเหลียนเฮ่อพอดี
"เอ่อขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจนะ
เหลียนเฮ่อ"
"แหมเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ พี่เขยอย่าใส่ใจไปเลยครับ"
ป้าสามนายสิ ฉันเป็นพี่เขยของนายตั้งแต่เมื่อไรวะ
เหลียนเฮ่อพูดจบ ก็หันมาทางพี่สาว
"ถ้าจะโทษ ก็คงต้องโทษพี่ใหญ่ของผม ช่างไม่รู้จักมารยาทธรรมเนียมอะไรซะบ้างเลย จู่ ๆ พี่ใหญ่ไปเรียกพี่เขยแบบนี้ เขาก็รับไม่ไหวนะสิ อย่างน้อยก็ควรจะเข้าห้องหอกราบไหว้ฟ้าดิน ฟิกเจอริ่งตอนค่ำ ชวนเล่นมวยปล้ำกันตอนบ่ายสักรอบสองรอบก่อน มันถึงจะถูกต้องตามทำนองครองธรรม"
"ไอ้น้องเลว แกอยากตายมากนักใช่ไหม มานี่เลย มาให้ตีซะดีๆ"
เหลียนเฮ่อกำลังเอากระดาษทิชชู่เช็ดตามร่างกายที่เพิ่งจะหายฟกช้ำดำเขียว ก็ถูกเหลียนฟ่งหยิกหมับเข้าที่เอว
จนเนื้อเขียวอีกครั้ง สองพี่น้องส่งเสียงโวยวายวิ่งไล่ตีกันไปรอบบ้าน
ฉินฟ่านส่ายหน้าเบา ๆ หมดคำจะพูดได้แต่เดินขึ้นบันไดไปอาบน้ำ คืนนั้นเขาเปิดอ่านตำราสมุนไพรเสริมความงามของเทพธิดาฉางเอ๋อ
พอตื่นเช้าก็เจอเหลียนฟ่ง ที่ห้องรับแขกพอดี
เมื่อคืนภาพที่เขาผงาด ลอยวนเวียนอยู่ในหัวของเธอทั้งคืน มันหลอกหลอนจนเธอไม่ได้หลับไม่ได้นอน
ตอนเช้าทั้งสองมาเจอหน้ากัน เล่นเอาเธอทำตัวไม่ถูก แถมสายตายังเผลอเหล่ไปมองที่เป้ากางเกงของเขาอีกต่างหาก
"อาฟ่ง คุณช่วยผมซื้อสมุนไพรกับอุปกรณ์พวกนี้ มาให้ผมหน่อยได้ไหมครับ"
ฉินฟ่านจดรายการให้เธอพร้อมจำนวนที่ต้องการ
"โอ้โห...ไหนขอดูหน่อยสิ ทำไมราย
การมันถึงได้ยาวเหยียดแบบนี้ล่ะ เห็ดหลินจือ โสม น้ำมันหอมระเหย ฮ่วยซัว เง็กเต็ก
เอ๋โหราเดือยไก่ ยาตัวนี้ถ้าฉันจำไม่ผิดมันมีพิษของสารหนูไม่ใช่เหรอ
ว้าวสมุนไพรตั้งสามสี่สิบชนิด แถมยังมีเครื่องบดยา เตาถ่าน เครื่องมืออื่น ๆ อีก ฮิฮิคุณจะเปิดร้านขายยาจีนแผนโบราณ
เหรอคะ"
"ผมจะทำเครื่องสำอางขายน่ะ อ้อ...คงต้องรบกวนคุณหน่อย ชั้นดาดฟ้าเรียกช่างมาสร้างห้องเพิ่มให้ผมที เอาสักขนาดสี่คูณแปดเมตร ติดพัดลมดูดอากาศขนาดตัวใหญ่สุดสองตัว ผมจะทำเป็นห้องปรุงยา ผมวาดแบบแปลนห้องเอาไว้ให้แล้ว แล้วก็ช่วยโอนเงินให้ผม ตอนนี้สักหนึ่งหมื่นหยวนด้วยครับ"
"ได้ค่ะ ที่รักแล้วคุณจะไปไหนเหรอคะ"
เธอแค่ถามส่ง ๆ โดยไม่ตั้งใจไปอย่างนั้นเอง เพราะท่าทางเขาเหมือนกำลังจะออกไปข้างนอก คงอยากซื้อของใช้ส่วนตัวมั้ง
"ผมจะไปเก็บสมุนไพร ที่อู่อี๋ซานสักหน่อย ใช้เวลาครึ่งเดือนก็คงกลับแล้ว"
พอได้ยินคำตอบ เหลียนฟ่งถึงกับผงะไปทันที
"อู่อี๋ซาน เข้าป่าไปคนเดียวมันอันตรายนะคะ อย่าไปเลย เดี๋ยวฉันสั่งสมุนไพรทางออนไลน์ให้คุณก็ได้ หรือไม่อย่างนั้นเราไปซื้อที่ร้านขายยาจีนเลยดีไหมค่ะ"
"ผมไม่เป็นไรหรอกครับ ผมจะระวังตัว สมุนไพรบางอย่าง ที่ผมจำเป็นต้องใช้ มันต้องไปเสาะหาเองนะครับ"
เธออับจนปัญญาจะห้ามเขา เหลียนฟ่งโอนเงินให้เขาเสร็จ มองเป้เดินทางที่วางอยู่กับพื้น
จู่ ๆ น้ำตาแห่งความน้อยใจก็หยดแหมะลงสู่พื้น
"ฮือ ฮือ คุณช่วยบอกฉันมาตามตรงได้ไหมคะ ว่าคุณจะย้ายไปอยู่ที่อื่น เดินป่าอะไรนั่นนะเป็นแค่ข้ออ้างใช่ไหม ต่อไปคุณคงจะไม่กลับมาที่นี่อีกแล้วใช่ไหมคะ"
เหลียนฟ่งน้ำตาคลอเบ้ามองเขา ท่าทางของเธอเหมือนกระต่ายน้อยที่น่าสงสาร
"โธ่…คุณคิดไปไกลถึงไหนแล้วเนี่ย ผมจะเข้าป่าไปเก็บสมุนไพรจริง ๆ เสื้อผ้ายังติดไปแค่สองชุดเท่านั้นเอง ผมจะรีบกลับมาให้เร็วที่สุดเลย คิดว่าคงไม่เกินครึ่งเดือน ก็กลับมาแล้ว หยุดซะ…อย่าร้องเลยนะคนดี นิ่งซะ"
ฉินฟ่านรีบใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาให้เธออย่างเบามือ
"งั้นฉันไปด้วย"
"หา…คุณจะไปด้วยจริง ๆ เหรอ ไม่ดีล่ะมั้ง"
"ให้ฉันไปด้วยเถอะนะ"
เธอทุ่มสุดตัว ถึงกับบีบเสียงสอง
ออดอ้อนออเซาะ แถมแอ๊บแบ๊วทำหน้าตาน่ารัก กะพริบตาปริบ ๆ จ้องเขาอย่างวาดหวัง
"อย่าดีกว่าครับ"
ไม่ต้องเลย อย่ามาทำท่าน่ารัก ให้ตายวันนี้เขาจะไม่ใจอ่อนเด็ดขาด
ฉินฟ่านเจอกระบวนท่านี้เข้าไปถึงกับมึนตึบ เขาพยายามเค้นสมอง คิดหาวิธีให้เธอเปลี่ยนใจ ไม่อย่างงั้นการเข้าป่าหาสมุนไพร คงเปลี่ยนเป็นเที่ยวทัวร์อู่อี๋ซานแทนอย่างแน่นอน
"ดีสิ…ทำไมจะไม่ดี ฉันจะไปด้วย ฉันยังไม่เคยเที่ยวป่าเลย"
เหลียนฟ่งยืดอกอวบอูม ด้วยท่าทางมุ่งมั่นเอาจริงเอาจัง
"ใจจริง ผมเองก็อยากให้คุณไปด้วย
แต่กลัวว่าคุณจะลำบาก คุณลองคิดดูสิครับ ในป่าในเขามันมีงูเงี้ยวเขี้ยวขอเยอะแยะไปหมด คุณไม่กลัวบ้างเหรอ แถมบางทีนอนกลางดินกินกลางทราย ไม่ได้อาบน้ำอาบท่าสามสี่วัน เหม็นเหงื่อหึ่ง ๆ แบบนั้น คุณจะทนได้เหรอ"
เหลียนฟ่งยิ่งฟังยิ่งรู้สึกว่า มันไม่สะดวกสบาย เหมือนอยู่ที่บ้านจริง ๆ ด้วย ผู้หญิงถ้าไม่อาบน้ำจะทนได้เหรอ โดยเฉพาะเธอเป็นสาวงามที่รักความสะอาด ยิ่งพูดถึงเรื่องงูแล้ว เจ้าตัวยาว ๆ ดำ ๆ ลื่น ๆ นี่ ไม่ถูกโฉลกกับเธอเป็นอย่างยิ่ง แค่คิดก็รู้สึกบรื๋อแล้ว แต่เธอยังทำปากแข็ง
"ฉันไม่กลัว"
"บางครั้งล่าสัตว์ยิงนก ตกปลาไม่ได้
อาจต้องจับตะขาบหรือแมลงมากิน คุณจะ
กินลงเหรอครับ"
ฉินฟ่านแกล้งหยอดมุกเด็ดนี้ลงไป ขนาดผู้ชายทั้งแท่งบางคน ยังไม่กล้ากินตะขาบเลย
แต่ในความเป็นจริงยามหิวโหยหาอาหารไม่ได้ ตะขาบหรือหนอนแมลงกลับอุดมไปด้วยโปรตีนสูง หลังจากนำไปทอด
จะมีกลิ่นหอมและรสชาติอร่อย มีสารอาหารที่ครบถ้วน และมีไขมันต่ำกว่าสัตว์ทั่วไป
ซึ่งในปัจจุบันไทย เวียดนาม ญี่ปุ่นยังมีเมนูอาหารรถเข็น ขายแมลงคั่วและทอดวางขายอยู่ริมถนน แม้แต่สหภาพยุโรป(EU)ยังขึ้นทะเบียนรับรองตั๊กแตนเลยว่าเป็นอาหารชนิดใหม่ ที่ผ่านการรับรองความปลอดภัยแล้ว
"พอเลยค่ะ ฉันยอมแพ้แล้วไม่ไปแล้วค่ะ จะเป็นเด็กดีเชื่อฟัง รอคุณอยู่ที่บ้านนี่แหละค่ะ แต่คุณต้องสัญญาว่า จะรีบกลับมาหาฉันนะคะ"
แค่ฟังว่าต้องกินตะขาบ เหลียนฟ่งก็รู้สึกผะอืดผะอมเต็มทนแล้ว
"ผมสัญญา"
ฉินฟ่านยิ้มคว้าเป้สะพายใส่หลังเดินออกไป พลางหันหลังโบกมือบ๊ายบายให้เธอ เขาแวะซื้อมีดเดินป่า ตะขอเล็บเสือที่มีปลายผูกเชือกยาวสิบเมตร รองเท้าคอมแบท ยางในรถจักรยาน ยาลดไข้ หม้อ กระติกน้ำ อาหารแห้งและอุปกรณ์กระจุกกระจิก ที่ต้องใช้
ทำไมถึงต้องเอายางในจักรยานไปด้วยนะเหรอ ก็เพราะว่าเหล่าซือ(คุณครู)ที่อยู่ข้างบ้านของเขาในโลกใบเก่า ชอบเล่า
นิทานเดินป่าให้เขาฟังอยู่บ่อย ๆ
ว่าการเดินป่ามันสนุกอย่างนั้น มันดี
อย่างนี้ ภูเขาลูกนั้นสูงใหญ่เพียงใด เสือร้ายตัวใหญ่น่ากลัวขนาดไหน
บางวันก็เล่าว่า เอายางในจักรยานมาตัดเป็นเส้นยาว ๆ ประมาณหนึ่งฟุต ความกว้างขนาดหนึ่งนิ้ว เอาไว้ใช้พันด้ามมีด เวลาใช้มีดฟันต้นไม้แรง ๆ มันจะช่วยซับแรงกระแทกทำให้ไม่เจ็บมือ
ส่วนที่เหลือก็ให้ตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ เอาไว้สำหรับใช้จุดไฟ เพราะต่อให้ฝนตกฟืนเปียกชื้น มันก็ช่วยทำให้ฟืนติดไฟได้ง่ายขึ้น คำพูดเหล่านี้เขายังจำได้ดี
ปัง ปัง ปัง ปัง!เสียงประทัดพวงยาวเหยียดดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมเสียงรัวกลองเชิดสิงโตสร้างความครึกครื้นให้ผู้ชมที่มากันเนืองแน่น เพราะข่าวที่แพร่กระจายมาอย่างต่อเนื่อง ว่าโครงการโรงเรียน "พี่สาวนางฟ้า" ริเริ่มโดยหมอเทวดาฉินฟ่าน ซึ่งค่าเล่าเรียนทุกอย่างฟรีหมดจนคนที่ทราบข่าวต่างยกนิ้วชมเชย บางคนมีฐานะจึงยินดีที่จะบริจาคเงินทอง เพื่อสร้างชุมชนที่น่าอยู่ เพื่ออนาคตของลูกหลานชาวเมืองซูโจวถึงขนาดมีคนยุให้หมอเทวดาเล่นการเมือง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รับประกันว่าคะแนนเสียงถล่มทลาย แต่บรรดาอาซิ่มอาซ้อกลับอยากให้เขาเป็นพระเอกหนังซีรีส์ซะมากกว่า เพราะเขานั้นหล่อบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของพวกเธอคุณหนูสี่ขึ้นเวทีไปกล่าวเปิดงานในฐานะประธานกลุ่มทุน "พี่สาวนางฟ้า" เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว ช่วงนี้มีผู้สื่อข่าวหลายสำนัก มาขอสัมภาษณ์เธอไม่เว้นวันจนเธอยุ่งหัวฟูหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ได้ยลโฉมงามล่มเมืองของคุณหนูสี่ ต่างคลั่งไคล้ขอเป็นแฟนคลับเธอ แต่ละคนต่างแย่งกันบริจาคเงินออกมาก้อนโต เพื่ออวดโอ่ฐานะความร่ำรวยเพราะถ้าได้แต่งกับเธอ มันเฮงยิ่งกว่าหนูตกถังข้าว
ทั้งสองส่งเสียงหัวเราะวิ่งหยอกล้อกันออกไป ตอนนี้ทุกอย่างสงบลงแล้ว คนตายก็ตายไป คนเจ็บก็ส่งโรงพยาบาล คนมอบตัวก็เตรียมไปกินข้าวแดงในคุกได้เลย ตำรวจเริ่มเคลียร์สถานที่ ยึดอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมาก มากพอที่จะเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งให้หลาย ๆ คนในศึกครั้งนี้ฉินฟ่านเดินกระแซะเข้าไปใกล้ ๆ กระซิบชวนมู่ปิงปิงไปจู๋จี๋ดู๋ดี๋กันที่น้ำตก แต่เธอค้อนขวับวงใหญ่ แถมแกล้งทำเสียงดุใส่"งานยังไม่เสร็จ ไปไม่ได้""น่านะ คนดียอดรักของฟ่าน เสร็จงานแล้ว ก็ต้องมีการตบรางวัลบิ๊กโบนัสกันบ้างสิ ใช่ไหมจ๊ะทูนหัวจ๋า"เขาพยายามออดอ้อน กะพริบตาปริบ ๆ ทำสีหน้าน่าสงสาร"ไม่รู้ไม่ชี้""น่านะ แป๊บเดียวเอง แค่สามนาทีก็เสร็จแล้ว"เขาพยายามต่อรอง"คิดว่าตัวเองเป็นอุลตร้าแมนแปลงร่างได้แค่สามนาทีรึไง คราวก่อนเป็นชั่วโมง เล่นเอาเหน็บชากินขาเลย"ไม่สนแล้วต้องใช้เส้นสายของเครือญาติให้เป็นประโยชน์ เขาหันไปหาเค่อตงหยางที่กำลังคุมลูกน้องทำงานอย่างแข็งขัน"คุณลุงเค่อที่เคารพครับ พอดีที่บ้านมีเรื่องด่วน ผม
ในห้องที่มืดมิด มีแสงเลือนรางไหววูบเป็นบางครั้ง จากเปลวไฟที่ลุกฮือโหมของการระเบิดครั้งใหญ่ ซีเหมินคังยืนถือทวนเงินสงบนิ่งดุจขุนเขา เพราะเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ซุกซ่อนอยู่ เมื่อมืดมิดจนมองไม่เห็น เขาเลยพาลหลับตาลง ใช้หูสดับฟังเสียงเคลื่อนไหวแทนฟิ้วววววเสียงกระแสลมของดาบ ที่ตวัดใส่ลำคอของซีเหมินคังแว่วมา เขาสะบัดควงทวนเงินเข้าต้านปะทะติดต่อกันเก้ากระบวนท่า จนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบเสียงซัดอาวุธบางสิ่งออกมา ลางสังหรณ์ในใจของซีเหมินคัง ส่งสัญญาณเตือนภัยชนิดหนึ่ง บีบให้เขาดีดตัวถอยไปหลบหลังเสาอย่างรวดเร็วบึ้ม…อาวุธที่ซัดออกมาก็คือระเบิดเพลิงขนาดเล็กของจิ้งจอกเพลิงนั่นเอง เล่นเอาเสื้อผ้าของซีเหมินคังไหม้ไปแถบหนึ่ง ไฟลวกหน้าแข้งเล็กน้อย"หึ ๆ เขาถึงว่าคู่แค้นทางคับแคบ ในที่สุดเราทั้งสองคนก็มาเจอกันอีกจนได้ กระสุนนัดนั้น ที่มึงยิงใส่ขากู กูยังจำได้ดี วันนี้มึงต้องตายสถานเดียว"จิ้งจอกเพลิงขยับดาบเก้าห่วง จนเกิดเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง"ขอโทษจริง ๆ นะฮ๊า พอดียิงคนมาเยอะมากเลย
เงาร่างฉินฟ่านพุ่งฉวัดเฉวียน จนพวกเธอตาลายมองตามไม่ทัน เสียงฟาดแก้มก้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากหมวดมู่คนแรก แถมแต่ละคนยังถูกลวมลามอีกหลายครั้งพวกสาว ๆ ต่างส่งเสียงร้องวี๊ดว้ายกระตู้วู๊ วิ่งหลบหนีจิ้งจอกเฒ่าจอมลามกกันจ้าละหวั่น ก่อนที่จะมีอะไรเลยเถิดไปกว่านั้น จน กบว. ต้องเซ็นเซอร์ภาพและเสียงทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาขัดจังหวะ ผัวหนุ่มเมียสาวที่กำลังหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน ทำเอาทุกคนต้องกลับมาทำตัวสงบเสงี่ยมอีกครั้ง"อะแฮ่ม สวัสดีพี่สาวคนสวยทั้งหลาย เอ่อ…พี่เขยขอโทษที่ขัดจังหวะครับ มีคนมาหาพี่เขย บอกว่านี่เป็นเรื่องด๊วนด่วนนะครับ"เหลียนเฮ่อส่งเสียงดังแหบ เพราะอยู่ในวัยกำลังแตกเนื้อหนุ่ม นมเพิ่งจะแตกพานรายงานอย่างรวบกระชับทันที พร้อมทำสีหน้ากระดากแบบอาย ๆเพราะเขาโตพอที่จะรู้ว่า เมื่อครู่พี่เขยตัวดี ไอดอลขั้นเทพของเขากำลังทำเรื่องดีงามอะไร เขาสาบานกับตัวเองว่าโตขึ้น จะต้องเป็นแบบพี่เขย เอาดีในเรื่องผู้หญิงให้ได้ตอนนี้ทุกคนต่างพากันทำหน้าเขิน ๆ ขณะจัดแจงทรงผมที่ยุ่งเหยิงและเสื้อผ
พวกเขาเก็บอุปกรณ์กล้องอินฟาเรด แล้วเดินลัดเลาะชายป่าท่ามกลางแสงจันทร์ ที่พอเห็นเลือนรางไปอย่างเงียบ ๆ ประมาณหนึ่งชั่วโมงโยโย่เป็นสาวช่างจ้อ แบบที่เรียกว่าอะไรนะ ทอล์คกาทีฟเกิรล์ละมั้ง เดี๋ยวชวนคุยเรื่องโน้น เดี๋ยวเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง แถมมุกตลกของเธอมีเพียบอีก ช่วยทำให้เขาไม่รู้สึกเบื่อหน่ายจนกระทั่งทั้งคู่ถึงน้ำตกสายหนึ่ง จึงตัดสินใจที่จะพักเท้าชั่วคราว ทั้งคู่จึงนั่งลงที่โขดหินหยุดพักดื่มน้ำฉินฟ่านหยิบแผนที่ขึ้นมากางดู เพื่อศึกษาภูมิประเทศ งานนี้เขาทุ่มจนสุดตัว จะให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด ลมโชยเบา ๆ พัดผ่านตัวเย็นสบายเสียงน้ำจ๋อมแจ๋มแว่วดังมาเบา ๆ สะกิดความสนใจของเขา จนอดไม่ได้ที่จะต้องหันหน้าไปดูภาพที่เห็นทำให้เขาเลือดลมสูบฉีด หายใจถี่เร็ว ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างโลกหล้าใบนี้ไปชั่วขณะร่างของโยโย่ที่เปลือยเปล่าขาวโพลนท่ามกลางแสงจันทร์ เรือนร่างของเธอโผล่พ้นขึ้นเหนือน้ำมาครึ่งตัว ทรวดทรงองค์เอวที่อ่อนช้อย เป็นเส้นสายชวนรัดรึงใจ พราวไปด้วยหยดน้ำเม็ดเล็ก ๆ ที่ไหลรวมหยดเป็นทางยาว ค่อย ๆ ไหลรินผ่านร่องอก
แต่ถ้าจะพูดถึงอีกคนหนึ่ง เมียหลวงเมียน้อยเมียเล็ก เมียใหญ่กลับสนับสนุนจนคะแนนเสียงท่วมท้น ให้ไปกระทืบสุยเก้ามีดให้จมดินโทษฐานที่มันบังอาจเหิมเกริมไม่ยอมแหกตาดูให้ดีว่าซอยลูกเป็ดน้อยนี้ใครคุมติ๋ง! ติ๋ง!หยดเลือดสด ๆ สีแดงคล้ำไหลออกจากปากของสุยเก้ามีดตกกระทบพื้นเป็นจังหวะเหมือนเสียงดนตรีร่างของสุยเก้ามีดนักเลงโตถูกมัดมือไพล่หลังและมัดข้อเท้าทั้งสองข้างด้วยเชือกก่อนจะชักรอกขึ้นไป ทำให้ตอนนี้มันตกอยู่ในสภาพห้อยหัวเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี้พวกมันกำลังล้อมชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยอาวุธครบมือ โดยไม่ได้คาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่าจะเป็นพวกมันเองที่ถูกยำจนเละเป็นโจ๊กเรื่องแก้แค้นคงไม่ต้องคิด มันไม่หวังจะไปต่อกรอะไรอีกแล้ว ตอนนี้ต้องรักษาชีวิตให้ได้ก่อนพลั่วะ! พลั่วะ!อ้ากก! อ้ากก!สุยเก้ามีดกำลังถูกไอ้ฟันเหยินลูกน้องคนสนิทใช้ไม้เบสบอลหวดฟาดใส่ลำตัวนี่เป็นการหวดครั้งที่ยี่สิบ ครบจำนวนพอดีเงาของชายหนุ่มพาดยาวกับพื้น เขายืนอยู่ริมหน้าต่าง กำลังดื่มน้ำอัดลมดับกระหายพลางเดินข้ามร่างของเจ้า
รถของลู่เจี้ยนมาถึงคฤหาสน์ตระกูลเย่วันนี้พนักงานรักษาความปลอดภัยคงต้องทำงานกันหนัก ไหนจะดูแลเรื่องความปลอดภัย ไหนจะต้องบริการโบกรถ เพื่ออำนวยความสะดวก เพราะมีแขกเหรื่อคหบดีนักการเมืองระดับประเทศมาร่วมแสดงความยินดี ในงานนี้เป็นจำนวนมากแต่เพราะความใหญ่โตกว้างขวางของคฤหาสน์แห่งนี้ ถึงจ
ทุกคนพอเห็นสภาวะผู้นำของเธอเสียงดังฟังชัดแบบตัดไม้ข่มนาม แถมยังเผด็จการ ผู้คนสี่ห้าสิบคนได้แต่พากันพยักหน้าหงึก ๆ โดยไม่รู้ตัว ราวกับต้องมนต์สะกด“ดี วันนี้ฉันเห็นแก่หน้าคนเฒ่าคนแก่อายุเจ็ดสิบห้าแบบลุงหมิงที่กำลังจะลงโลงอยู่แล้ว ยังอุตส่าห์ถ่อสังขารออกหน้ามาช่วยพูดให้พวกแกดัง
ทุกคนเดินเข้าไปในวิลล่าของฉินฟ่านด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสโยโย่อวดผลงานชิ้นโบว์แดงให้พวกเหลียนฟ่งฟังว่าได้ปรับลุคเปลี่ยนโฉมให้กับลู่เจี้ยนใหม่ จนหล่อสมาร์ทขนาดไหนส่วนอิ๋งอิ๋งเล่าเรื่องสาวนักล้วงให้ทุกคนฟัง ทุกคนถึงกับปรบมือชอบใจฝีมือของเสี่ยวจงประณีตมากแถมยังมีไอเดียสร้างสรรค์
ตื่นขึ้นมาในตอนบ่ายของอีกวันหนึ่งฉินฟ่านอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็ชวนอิ๋งอิ๋งกับโยโย่ออกไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อติ๊งต่อง ติ๊งต่อง !หนุ่มวัยสามสิบมาดเท่หวีผมแสกข้างสวมสูทราคาแพง ยืนถือดอกกุหลาบช่อใหญ่อยู่ที่หน้าประตูรั้วชื่อเหลียนซินซวง เป็นญาติห่าง ๆ ของเหลียนฟ่งดีกรีเป็นถึงดอกเตอร์จบ







