Share

บทที่ 10 หวังว่าคุณจะเข้าใจ

last update Last Updated: 2026-01-07 07:00:23

ฉินฟ่านประคองเขาเดินกลับบ้านที่อยู่ไม่ไกล

 "นี่...พี่เขยอย่าหาว่า ผมคุยโวโอ้อวดเลยนะ พี่สาวของผมเอง หุ่นเหิ่นก็แจ่มไม่เบา แถมยังเป็นคนจิตใจดีอีกต่างหาก สาว ๆ ในย่านนี้สวยสู้พี่สาวของผมไม่ได้เลยสักคน ฝีมือทำอาหารก็เป็นเลิศ ทั้งสวยทั้งเก่งขนาดนี้หาไม่ได้ง่าย ๆ นะครับ พี่เขยไม่คิดจะสนใจบ้างเลยเหรอ ถ้าพี่เขยตกลงเซย์เยส เดี๋ยวผมชงเรื่องให้เอง รับรองว่าสำเร็จปิดจ๊อบในเดือนเดียว"

 ฉินฟ่านฟังเหลียนเฮ่อแล้ว ก็ได้แต่ยิ้ม ดูแล้วก็ไม่รู้ว่า ในหัวของเขาคิดเห็นยังไงกับเรื่องการเชื่อมสัมพันธไมตรี ระหว่าง

พี่เขยสด ๆ กับน้องเขยหมาด ๆ 

 ยิ่งเรียกยิ่งชินปาก แถมพี่เขยคนนี้ไม่เพียงมีวรยุทธสูงส่งระดับเทพเซียน ยังหาเงินเก่งอีกต่างหาก ถ้าหากยังไม่รีบคว้าไว้เป็นพี่เขย ก็เอาหัวโขกเต้าหู้ ให้ตายไปเลยยังดีซะกว่า โทษฐานที่โง่งม อีแบบนี้ต้องรีบกลับไปเป่าหูพี่สาวซะหน่อยแล้ว

 พอทั้งคู่มาถึงหน้าบ้าน 

 "กรี๊ด!"

 เสียงกรี๊ดดังลั่น พร้อมเงาคนวิ่งออกมาอย่างรวดเร็ว เพราะเหลียนฟ่งเห็นทั้งคู่แต่ไกล คนหนึ่งเดินกะโผลกกะเผลก ส่วนอีกคนก็ประคองมา

 "เกิดอะไรขึ้น คุณบาดเจ็บเหรอคะ"

เหลียนฟ่งร้องดังเอะอะจนเสียงหลง พลางจับตัวฉินฟ่าน หมุนไปหมุนมาเหมือนหมูหันที่กำลังย่างไฟอ่อน ๆ เธอสำรวจรอบ ๆ ตัวเขาอย่างละเอียดละออทุกซอกทุกมุม ราวกับกลัวต้นไม้เงินต้นไม้ทองของเธอจะบุบสลาย

 "โธ่เอ๊ยน้องชายของพี่ยืนเจ็บทนโท่อยู่ตรงนี้ไม่เห็นบ้างหรือไง พี่คนที่ถูกซ้อมจนบาดเจ็บนะผมต่างหาก นี่เห็นไหม เขียวช้ำไปหมดแล้ว"

 เหลียนเฮ่อสะกิดแขนพี่สาวให้ดูหน้าตาของเขา ที่ปูดบวมฟกช้ำดำเขียว แล้วเล่าเรื่องบู๊เด็ดเผ็ดมันให้เธอฟัง 

 "ถ้าไม่ได้พี่เขยช่วยไว้ วันนี้ผมคงถูกกระทืบตายแน่ ๆ เลย" 

 เหลียนฟ่งหน้าแดงด้วยความเขินอายที่ได้ยินคำว่าพี่เขย

            "ไอ้น้องไม่รักดี นี่แกไปถูกจิ๊กโก๋โรงเรียนไหนตีมา แต่ว่าแผลแค่นี้แกเอาน้ำลายถู ๆ หน่อย ต้มน้ำใบบัวบกกินสักสองสามชามก็หายแล้ว ทำเป็นเรื่องใหญ่โตไปได้ เอาละอย่ามัวแต่คุยกันตรงนี้เลย คุณคะเข้าไปพักในบ้านก่อนเถอะค่ะ"

พูดจบเธอก็ไม่สนใจเหลียนเฮ่อ หันไปประคองฉินฟ่านเข้าไปในบ้าน ทะนุถนอมเขาราวกับมุกมณีอันล้ำค่า

"เชอะ เห็นผู้ชายดีกว่าน้องหรือเนี่ย อู้ย…เจ็บปากโว้ย แต่จะพูดไปก็ดีเหมือนกันแฮะ จะได้ไม่ต้องเชียร์ให้เมื่อยปาก"

เหลียนเฮ่อเบะปากบ่นพลางเดินกระเผลก ๆ เข้าบ้านไปแบบน้อยเนื้อต่ำใจ พอก้าวข้ามประตู ก็ได้ยินเสียงแปดพัน

เมกะเฮิรตซ์ของเหลียนฟ่ง โวยวายเสียงดังลั่นบ้าน

 "ว่าไง…เร็ว ๆ เข้า ทำไมถึงได้ดื้อ

แบบนี้ อย่าให้โมโหนะจะถอดเองดี ๆ หรือว่าจะให้ใช้กำลังบังคับ" 

 เหลียนฟ่งคำรามเสียงดุเหมือนแม่เสือสาว เธอวิ่งไล่ตามฉินฟ่านรอบห้องจนเหนื่อย แถมตอนนี้ยังจ้องฉินฟ่านจนตาเขียว เพราะเธออยากจะทำแผลให้เขา แต่เขาไม่ยอมถอดเสื้อให้ทำแผลสักที

 "ก็บอกแล้วไง ว่าคนที่เจ็บนะเป็นน้องคุณต่างหากล่ะไม่ใช่ผม"

 "คุณจะไม่เจ็บได้ไง เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งแบบนี้ อย่าพูดมาก รีบ ๆ ถอดเสื้อเร็วเข้า จะได้ทายา หากเป็นมากจะได้ไปหาหมอ

ถ้าทิ้งเอาไว้แล้วไม่รีบรักษา ภายหลังช้ำในอาการหนัก หรือว่าแผลเกิดอักเสบติดเชื้อขึ้นมาจะทำยังไง"

 "เอาเถอะผมยอมคุณแล้ว"

 ฉินฟ่านได้แต่ทอดถอนใจ จำใจถอดเสื้อออกเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแผงอก ซิกแพคชัดเจนสวยได้รูป พอได้เห็นหุ่นชายงามแบบนี้ เหลียนฟ่งถึงกับทำตาเชื่อมแทบน้ำลายหก ราวกับอยากจะกลืนกินเขาเข้าไปทั้งตัว แถมยังเผลอเอามือลูบไล้ร่างกายเขาเบา ๆ อย่างลืมตัว

 "คุณผู้หญิง…คุณจะทำอะไร คิดจะลวนลามผมเหรอครับ"

 ฉินฟ่านอมยิ้มแกล้งถาม เกลียดนักคนรู้ทัน เหลียนฟ่งรีบปั้นหน้าจริงจังแก้ตัวแบบน้ำขุ่น ๆ 

 "บ้า…ใครจะไปอยากลวนลามคุณเอ่อ...ฉันเอ่อ...แค่กำลังลูบ ๆ คลำ ๆ เอ๊ย ลูบคลำตรวจหาบาดแผลน่ะ บาดแผลเข้าใจไหม เอ…แต่นี่ไม่มีแผลเลย น่าแปลกจริง ๆ แล้วเสื้อมันขาดได้ยังไง"

 "ฮ่า ๆ พี่ใหญ่ผมจะเฉลยข้อข้องใจให้พี่เอง พี่เขยเขาเป็นเซียนกลับชาติมาเกิด

ก็เลยมีวิชาอยู่ยงคงกระพัน ฟันแทงไม่เข้านะพี่"

 เหลียนเฮ่อหยิบน้ำส้มคั้นดื่มพลางถอดเสื้อออก เผยให้เห็นรอยฟกช้ำดำเขียวทั่วตัว แล้วค่อย ๆ ตะเกียกตะกายล้มตัวลงนอนบนโซฟา

 "โห...ที่ไอ้หมาน้อยนี่พูดมาเรื่องจริงเหรอคะ โม้ซะมากกว่าล่ะมั้ง"

 เหลียนฟ่งพูดพร้อมทำตาโตด้วยความตื่นเต้นที่ได้ยิน แต่ก็ยังคลางแคลงใจ

เหมือนไม่อยากจะเชื่อ เรื่องที่น้องชายพูด มีใครหน้าไหนบ้าง ที่ถูกมีดคม ๆ แหลม ๆ แทงแล้วจะแทงไม่เข้า

 ฉินฟ่านทรุดนั่งลงบนโซฟาอย่างอ่อนอกอ่อนใจ เขาคร้านที่จะอธิบายความสุดยอดของตัวเอง

 "โธ่…พี่ใหญ่ ผมโตเป็นหนุ่มแล้วนะ เลิกเรียกผมว่าไอ้หมาน้อยซะทีเถอะ ถ้าสาว ๆ ได้ยินชื่อนี้เข้า ผมได้อายเขาตายเลย"

 เหลียนเฮ่อรู้สึกอาย ที่พี่เขยคนเก่งรู้ชื่อเล่นของเขาเช่นกัน

 "คุณก็อย่าไปฟังน้องชายคุณ พูดจาเหลวไหลเลย ผมไม่เป็นอะไรจริง ๆ เอายามาเถอะผมจะนวดยาให้น้องคุณเอง"

 "ผมไม่ได้พูดเหลวไหลสักหน่อย"

 เหลียนเฮ่อชูป้ายประท้วง

 มีคนเขาบอกว่าสิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่าหนึ่งมือคลำ มือเหลียนฟ่งไวเท่าความคิด หยิบมีดปลอกผลไม้ ที่วางอยู่บนโต๊ะคว่ำปลายแหลมลง แล้วเงื้อมือปักฉึกลงไปอย่างแรง ใส่น่องขวาของเขา

เธอทำตาโตมองมีดในมือที่หักงอเก้าสิบองศาแบบเหลือเชื่อ 

"โอ๊ย…นี่คิดจะฆ่ากันหรือไงแม่คุณ"

 เขาแกล้งร้องโอดโอย มือกุมน่องตัวเองร้องโวยวายดิ้นไปมา ความจริงเขาไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด อย่าลืมสิ ว่าเขามีร่างเอ็นทองแดงกระดูกเหล็กเลยเชียวนะ แต่ที่ทำไปเพราะอยากแกล้งเธอเล่นเท่านั้น

 เหลียนฟ่งเบิ่งตาโตเท่าไข่ห่าน ไม่มีเลือดออกสักหยด มีดแทงไม่เข้า นี่เขาหนังเหนียวจริง ๆ ด้วย ตายแล้ว…ยังกับซูเปอร์แมน

 "โอ้ย...เจ็บแทบตายแล้ว นี่คุณจะทำอะไรกันแน่ ถึงจะแทงไม่เข้า แต่มันก็รู้สึกเจ็บนะครับ"

 "ว้าว…คุณหนังเหนียวจริง ๆ ด้วย เอ่อ…ขอโทษค่ะ ก็คนมันสงสัยนี่คะ ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือโกหกกันแน่ เจ็บมากหรือเปล่า ฉันต้องขอโทษด้วยจริงๆ"

 "เจ็บจะตายอยู่แล้ว"

 "อย่าโกรธเลย เดี๋ยวฉันเป่าให้นะคะ"

 เหลียนฟ่งรู้สึกผิด ที่ทำให้เขาเจ็บ เธอรีบนวดบริเวณน่องที่ใช้มีดแทง พลางก้มหน้าลงเป่าลมฟู่ ๆ เบา ๆ ใส่น่องของเขา ราวกับว่ามันจะมีมนต์วิเศษช่วยให้หายเจ็บได้ 

 แต่ตอนนี้สายตาที่แสนใสซื่อบริสุทธิ์ของเขา ดันไปเห็นของดีประจำหมู่บ้านเข้าอย่างจัง 

 นี่มันสินค้าโอทอปเกรดเอชัด ๆ คอเสื้อหลวมกว้างสีแดงสดของเธอ ขับเน้นหน้าอกหน้าใจอันขาวผ่อง ที่เบียดเสียดกันจนแทบล้นทะลัก ให้เห็นในระยะประชิด 

 ยิ่งตอนที่เธอก้มลงเป่าฟู่ ๆ แทบจะเห็นลึกลงไปถึงสะดือ ทำเอาเขาถึงกับกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบาก ตอนนี้คุณธรรม มโนธรรมประจำใจค่อย ๆ ไหลลงท่อชักโครกจนเหือดหาย ลมหายใจปั่นป่วนทำให้ความดันขึ้นสูงปรี๊ด 

 เขาต้องรีบหลับตาลงข้างหนึ่ง ท่องนะโมพระโพธิสัตว์ เจ้าแม่กวนอิม ช่วยลูกด้วย นะโมพุทธายะ ท่องบทสวดในใจผิด ๆ ถูก ๆ ยุบหนอ พองหนอ ทำไมถึงได้ใหญ่อย่างนี้หนอ เอ่อ…

 ความขาวอวบอิ่ม ยังคงวนเวียนอยู่ในห้วงความคิดฉันใด เป้ากางเกงของเขาก็ค่อย ๆ เริ่มตุงทะยานผงาดขึ้นมาฉันนั้น

 เหลียนฟ่งเห็นภาพที่มันกำลังชูคอผงาดขึ้นมาต่อหน้าต่อตา เธอถึงกับร้องลั่นบ้าน

 กรี๊ด!

 "ไอ้บ้า ไอ้ลามก"

 เพียะ!

 ฉินฟ่านถึงกับถูกตบจนหน้าหันจนหมอไม่รับเย็บ นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของเขาที่ถูกผู้หญิงตบ

 แต่จะให้เขาแก้ตัว ก็เหมือนน้ำท่วมปาก เพราะหลักฐานยังชี้โด่ชี้เด่อยู่ทนโท่

            ความจริงเธอเองก็มีใจให้กับฉินฟ่าน แต่เธอยังเป็นสาวบริสุทธิ์ ดังนั้นที่ตบไปฉาดใหญ่เมื่อครู่ ถือได้ว่าเป็นปฏิกิริยาตามธรรมชาติ ที่สาว ๆ ผู้รักนวลสงวนตัวเช่นเธอพึงกระทำ

  "เอ่อ…ผมไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้"

 "มันเป็นธรรมชาติของผู้ชาย ผมหวังว่าคุณจะเข้าใจ"

 เขากระมิดกระเมี้ยนพยายามอธิบายด้วยสีหน้าเขินอาย

"ฉันเข้าใจ คุณเจ็บหรือเปล่า"

เธอยืดอกขึ้นอย่างภาคภูมิใจในรูปร่างของเธอ ที่สามารถยั่วเย้าอารมณ์ของเขาจนปั่นป่วนได้

 "ไม่เจ็บเท่าไร"

 "เอ่อ…ฉันไม่ได้ตั้งใจจะตบคุณ"

 "ผมรู้"

 ทั้งคู่ต่างคนต่างรู้สึกขัด ๆ เขิน ๆ ท่าม

กลางบรรยากาศอันชวนอึดอัดนี้ ค่อย ๆ ยังชั่วหน่อยที่ตอนนี้ขีปนาวุธแพทริออตของเขาค่อย ๆ สงบลง หดคืนสู่ฐานยิง ทุกอย่างค่อย ๆ กลับคืนสู่สภาวะปกติ

            "ผมจะไปดูน้องคุณหน่อย"

 ฉินฟ่านพูดเสร็จ ลุกขึ้นเดินไปตรวจดูรอยฟกช้ำดำเขียว ดีที่ไม่บาดเจ็บมาก ค่อย ๆ เริ่มนวดให้เหลียนเฮ่อ 

 สิบนาทีต่อมา หลังจากที่ฉินฟ่านใช้พลังลมปราณนวดกดจุด ร่องรอยบาดแผล ฟกช้ำ จนเขียวเป็นปื้นตามร่างกายของ

เหลียนเฮ่อก็เริ่มหายไปจนหมดสิ้น 

 สองพี่น้องจ้องเขาจนตาค้าง นอกจาก บู๊เก่ง หาเงินเก่ง ยังรักษาเก่งอีกหรือเนี่ย ฮ่า ฮ่า...บุญหล่นทับแน่ ๆ ถ้าไปเปิดร้านนวดในดงนักเลง ที่ชอบตีรันฟันแทงกันบ่อย ๆ สงสัยรับทรัพย์อื้อซ่า 

 นี่มันต้นไม้เงินต้นไม้ทองชัด ๆ แค่คิดก็เริ่มฝันหวานแล้ว เหลียนฟ่งถึงกับยิ้มจนเห็นลักยิ้มที่แก้มบุ๋ม แต่ดวงตาที่สวยงามกลมโตของเธอ ในตอนนี้กลับหรี่ลง จนตาหยีเหมือนจันทร์เสี้ยว เมื่อคิดถึงเรื่องเงิน แต่พอคิดถึงตอนที่เขาชูคอผงาด เธอก็อดที่จะหน้าแดงไม่ได้

 "พี่ใหญ่ไม่สบายเหรอ ทำไมหน้าแดงจัง"

 เธอแกล้งทำเป็นหูทวนลม ไม่สนใจไอ้น้องปัญญาอ่อน

 "ที่รัก คุณคงจะเหนื่อยแล้ว คุณไปอาบน้ำอาบท่าให้สบายตัวก่อน แล้วค่อยลงมาทานข้าว ฉันจะทำกับข้าวอร่อย ๆ ของโปรดคุณไว้ให้นะคะ"

 เหลียนฟ่งโมเมเก่ง เหมือนหมาหยอกไก่จนติดเป็นนิสัย เธอเพิ่งจะสาบานในใจต่อหน้ารูปของท่านประธานเหมาที่เคารพ ว่าจะต้องเอาเขามาเป็นแฟนให้ได้

 ฉินฟ่านกำลังดื่มน้ำ พอได้ยินเสียงหวาน ๆ ของเหลียนฟ่ง เรียกเขาว่าที่รัก ก็สำลักน้ำพรวดใส่หน้าเหลียนเฮ่อพอดี

 "เอ่อขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจนะ

เหลียนเฮ่อ"

 "แหมเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ พี่เขยอย่าใส่ใจไปเลยครับ"

 ป้าสามนายสิ ฉันเป็นพี่เขยของนายตั้งแต่เมื่อไรวะ

 เหลียนเฮ่อพูดจบ ก็หันมาทางพี่สาว

 "ถ้าจะโทษ ก็คงต้องโทษพี่ใหญ่ของผม ช่างไม่รู้จักมารยาทธรรมเนียมอะไรซะบ้างเลย จู่ ๆ พี่ใหญ่ไปเรียกพี่เขยแบบนี้ เขาก็รับไม่ไหวนะสิ อย่างน้อยก็ควรจะเข้าห้องหอกราบไหว้ฟ้าดิน ฟิกเจอริ่งตอนค่ำ ชวนเล่นมวยปล้ำกันตอนบ่ายสักรอบสองรอบก่อน มันถึงจะถูกต้องตามทำนองครองธรรม" 

 "ไอ้น้องเลว แกอยากตายมากนักใช่ไหม มานี่เลย มาให้ตีซะดีๆ" 

 เหลียนเฮ่อกำลังเอากระดาษทิชชู่เช็ดตามร่างกายที่เพิ่งจะหายฟกช้ำดำเขียว ก็ถูกเหลียนฟ่งหยิกหมับเข้าที่เอว

จนเนื้อเขียวอีกครั้ง สองพี่น้องส่งเสียงโวยวายวิ่งไล่ตีกันไปรอบบ้าน

 ฉินฟ่านส่ายหน้าเบา ๆ หมดคำจะพูดได้แต่เดินขึ้นบันไดไปอาบน้ำ คืนนั้นเขาเปิดอ่านตำราสมุนไพรเสริมความงามของเทพธิดาฉางเอ๋อ 

 พอตื่นเช้าก็เจอเหลียนฟ่ง ที่ห้องรับแขกพอดี

 เมื่อคืนภาพที่เขาผงาด ลอยวนเวียนอยู่ในหัวของเธอทั้งคืน มันหลอกหลอนจนเธอไม่ได้หลับไม่ได้นอน 

 ตอนเช้าทั้งสองมาเจอหน้ากัน เล่นเอาเธอทำตัวไม่ถูก แถมสายตายังเผลอเหล่ไปมองที่เป้ากางเกงของเขาอีกต่างหาก

 "อาฟ่ง คุณช่วยผมซื้อสมุนไพรกับอุปกรณ์พวกนี้ มาให้ผมหน่อยได้ไหมครับ"

 ฉินฟ่านจดรายการให้เธอพร้อมจำนวนที่ต้องการ 

 "โอ้โห...ไหนขอดูหน่อยสิ ทำไมราย

การมันถึงได้ยาวเหยียดแบบนี้ล่ะ เห็ดหลินจือ โสม น้ำมันหอมระเหย ฮ่วยซัว เง็กเต็ก

เอ๋โหราเดือยไก่ ยาตัวนี้ถ้าฉันจำไม่ผิดมันมีพิษของสารหนูไม่ใช่เหรอ 

 ว้าวสมุนไพรตั้งสามสี่สิบชนิด แถมยังมีเครื่องบดยา เตาถ่าน เครื่องมืออื่น ๆ อีก ฮิฮิคุณจะเปิดร้านขายยาจีนแผนโบราณ

เหรอคะ" 

 "ผมจะทำเครื่องสำอางขายน่ะ อ้อ...คงต้องรบกวนคุณหน่อย ชั้นดาดฟ้าเรียกช่างมาสร้างห้องเพิ่มให้ผมที เอาสักขนาดสี่คูณแปดเมตร ติดพัดลมดูดอากาศขนาดตัวใหญ่สุดสองตัว ผมจะทำเป็นห้องปรุงยา ผมวาดแบบแปลนห้องเอาไว้ให้แล้ว แล้วก็ช่วยโอนเงินให้ผม ตอนนี้สักหนึ่งหมื่นหยวนด้วยครับ"

 "ได้ค่ะ ที่รักแล้วคุณจะไปไหนเหรอคะ"

 เธอแค่ถามส่ง ๆ โดยไม่ตั้งใจไปอย่างนั้นเอง เพราะท่าทางเขาเหมือนกำลังจะออกไปข้างนอก คงอยากซื้อของใช้ส่วนตัวมั้ง

 "ผมจะไปเก็บสมุนไพร ที่อู่อี๋ซานสักหน่อย ใช้เวลาครึ่งเดือนก็คงกลับแล้ว"

 พอได้ยินคำตอบ เหลียนฟ่งถึงกับผงะไปทันที

 "อู่อี๋ซาน เข้าป่าไปคนเดียวมันอันตรายนะคะ อย่าไปเลย เดี๋ยวฉันสั่งสมุนไพรทางออนไลน์ให้คุณก็ได้ หรือไม่อย่างนั้นเราไปซื้อที่ร้านขายยาจีนเลยดีไหมค่ะ"

 "ผมไม่เป็นไรหรอกครับ ผมจะระวังตัว สมุนไพรบางอย่าง ที่ผมจำเป็นต้องใช้ มันต้องไปเสาะหาเองนะครับ"

 เธออับจนปัญญาจะห้ามเขา เหลียนฟ่งโอนเงินให้เขาเสร็จ มองเป้เดินทางที่วางอยู่กับพื้น 

 จู่ ๆ น้ำตาแห่งความน้อยใจก็หยดแหมะลงสู่พื้น

 "ฮือ ฮือ คุณช่วยบอกฉันมาตามตรงได้ไหมคะ ว่าคุณจะย้ายไปอยู่ที่อื่น เดินป่าอะไรนั่นนะเป็นแค่ข้ออ้างใช่ไหม ต่อไปคุณคงจะไม่กลับมาที่นี่อีกแล้วใช่ไหมคะ"

 เหลียนฟ่งน้ำตาคลอเบ้ามองเขา ท่าทางของเธอเหมือนกระต่ายน้อยที่น่าสงสาร

 "โธ่…คุณคิดไปไกลถึงไหนแล้วเนี่ย ผมจะเข้าป่าไปเก็บสมุนไพรจริง ๆ เสื้อผ้ายังติดไปแค่สองชุดเท่านั้นเอง ผมจะรีบกลับมาให้เร็วที่สุดเลย คิดว่าคงไม่เกินครึ่งเดือน ก็กลับมาแล้ว หยุดซะ…อย่าร้องเลยนะคนดี นิ่งซะ" 

 ฉินฟ่านรีบใช้ผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาให้เธออย่างเบามือ

 "งั้นฉันไปด้วย"

 "หา…คุณจะไปด้วยจริง ๆ เหรอ ไม่ดีล่ะมั้ง"

 "ให้ฉันไปด้วยเถอะนะ"

 เธอทุ่มสุดตัว ถึงกับบีบเสียงสอง

ออดอ้อนออเซาะ แถมแอ๊บแบ๊วทำหน้าตาน่ารัก กะพริบตาปริบ ๆ จ้องเขาอย่างวาดหวัง

 "อย่าดีกว่าครับ"

 ไม่ต้องเลย อย่ามาทำท่าน่ารัก ให้ตายวันนี้เขาจะไม่ใจอ่อนเด็ดขาด

 ฉินฟ่านเจอกระบวนท่านี้เข้าไปถึงกับมึนตึบ เขาพยายามเค้นสมอง คิดหาวิธีให้เธอเปลี่ยนใจ ไม่อย่างงั้นการเข้าป่าหาสมุนไพร คงเปลี่ยนเป็นเที่ยวทัวร์อู่อี๋ซานแทนอย่างแน่นอน

 "ดีสิ…ทำไมจะไม่ดี ฉันจะไปด้วย ฉันยังไม่เคยเที่ยวป่าเลย"

 เหลียนฟ่งยืดอกอวบอูม ด้วยท่าทางมุ่งมั่นเอาจริงเอาจัง

 "ใจจริง ผมเองก็อยากให้คุณไปด้วย

แต่กลัวว่าคุณจะลำบาก คุณลองคิดดูสิครับ ในป่าในเขามันมีงูเงี้ยวเขี้ยวขอเยอะแยะไปหมด คุณไม่กลัวบ้างเหรอ แถมบางทีนอนกลางดินกินกลางทราย ไม่ได้อาบน้ำอาบท่าสามสี่วัน เหม็นเหงื่อหึ่ง ๆ แบบนั้น คุณจะทนได้เหรอ"

 เหลียนฟ่งยิ่งฟังยิ่งรู้สึกว่า มันไม่สะดวกสบาย เหมือนอยู่ที่บ้านจริง ๆ ด้วย ผู้หญิงถ้าไม่อาบน้ำจะทนได้เหรอ โดยเฉพาะเธอเป็นสาวงามที่รักความสะอาด ยิ่งพูดถึงเรื่องงูแล้ว เจ้าตัวยาว ๆ ดำ ๆ ลื่น ๆ นี่ ไม่ถูกโฉลกกับเธอเป็นอย่างยิ่ง แค่คิดก็รู้สึกบรื๋อแล้ว แต่เธอยังทำปากแข็ง

 "ฉันไม่กลัว"

 "บางครั้งล่าสัตว์ยิงนก ตกปลาไม่ได้

อาจต้องจับตะขาบหรือแมลงมากิน คุณจะ

กินลงเหรอครับ"

 ฉินฟ่านแกล้งหยอดมุกเด็ดนี้ลงไป ขนาดผู้ชายทั้งแท่งบางคน ยังไม่กล้ากินตะขาบเลย 

 แต่ในความเป็นจริงยามหิวโหยหาอาหารไม่ได้ ตะขาบหรือหนอนแมลงกลับอุดมไปด้วยโปรตีนสูง หลังจากนำไปทอด

จะมีกลิ่นหอมและรสชาติอร่อย มีสารอาหารที่ครบถ้วน และมีไขมันต่ำกว่าสัตว์ทั่วไป 

 ซึ่งในปัจจุบันไทย เวียดนาม ญี่ปุ่นยังมีเมนูอาหารรถเข็น ขายแมลงคั่วและทอดวางขายอยู่ริมถนน แม้แต่สหภาพยุโรป(EU)ยังขึ้นทะเบียนรับรองตั๊กแตนเลยว่าเป็นอาหารชนิดใหม่ ที่ผ่านการรับรองความปลอดภัยแล้ว

 "พอเลยค่ะ ฉันยอมแพ้แล้วไม่ไปแล้วค่ะ จะเป็นเด็กดีเชื่อฟัง รอคุณอยู่ที่บ้านนี่แหละค่ะ แต่คุณต้องสัญญาว่า จะรีบกลับมาหาฉันนะคะ"

 แค่ฟังว่าต้องกินตะขาบ เหลียนฟ่งก็รู้สึกผะอืดผะอมเต็มทนแล้ว

 "ผมสัญญา"

 ฉินฟ่านยิ้มคว้าเป้สะพายใส่หลังเดินออกไป พลางหันหลังโบกมือบ๊ายบายให้เธอ เขาแวะซื้อมีดเดินป่า ตะขอเล็บเสือที่มีปลายผูกเชือกยาวสิบเมตร รองเท้าคอมแบท ยางในรถจักรยาน ยาลดไข้ หม้อ กระติกน้ำ อาหารแห้งและอุปกรณ์กระจุกกระจิก ที่ต้องใช้ 

 ทำไมถึงต้องเอายางในจักรยานไปด้วยนะเหรอ ก็เพราะว่าเหล่าซือ(คุณครู)ที่อยู่ข้างบ้านของเขาในโลกใบเก่า ชอบเล่า

นิทานเดินป่าให้เขาฟังอยู่บ่อย ๆ 

 ว่าการเดินป่ามันสนุกอย่างนั้น มันดี

อย่างนี้ ภูเขาลูกนั้นสูงใหญ่เพียงใด เสือร้ายตัวใหญ่น่ากลัวขนาดไหน 

 บางวันก็เล่าว่า เอายางในจักรยานมาตัดเป็นเส้นยาว ๆ ประมาณหนึ่งฟุต ความกว้างขนาดหนึ่งนิ้ว เอาไว้ใช้พันด้ามมีด เวลาใช้มีดฟันต้นไม้แรง ๆ มันจะช่วยซับแรงกระแทกทำให้ไม่เจ็บมือ 

 ส่วนที่เหลือก็ให้ตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ เอาไว้สำหรับใช้จุดไฟ เพราะต่อให้ฝนตกฟืนเปียกชื้น มันก็ช่วยทำให้ฟืนติดไฟได้ง่ายขึ้น คำพูดเหล่านี้เขายังจำได้ดี

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 14 กระดังงาลนไฟ

    เสียงหวาน ๆ สดใสของผู้หญิง ที่เพิ่งจะนั่งลงบนเก้าอี้ที่ว่างข้าง ๆ เขา ถามเขาด้วยความสนใจ เพราะเมื่อครู่เธอยืนมองเขามาพักหนึ่งแล้วเธอสะดุดตาในความหล่อใสกิ๊งของเขาและสงสัยว่าทำไมเขาถึงแทงเพียงเบอร์เดียว ทั้ง ๆ ที่มีวิธีการแทงหลากหลายรูปแบบ ทั้งแทงคร่อมสองตัวเลข สามตัว สี่ตัว แทงเป็นโซน สูง-ต่ำ แดง-ดำหรือแทงเลขเพียงตัวเดียวแบบที่ฉินฟ่านแทงฉินฟ่านจึงหันไปมองตามเสียง จึงพบว่าสาวสวยคนนี้ไม่ธรรมดา เธอมีเรือนร่างดั่งเปลวไฟที่ร้อนแรง พร้อมจะแผดเผาอารมณ์ของผู้ชาย ให้ยอมสยบอยู่แทบเท้าของเธอเธอเป็นหญิงสาวผิวขาว ที่มีริมฝีปากอวบอิ่มชวนจูบ ดวงตาหวานซึ้งชวนให้ลุ่มหลง นับได้ว่าเป็นสาวเซ็กซี่ราวกับกระดังงาลนไฟ เพียงแค่รอยยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก ก็แสดงถึงความงามที่มาพร้อมกับความยั่วยวนเสน่หามาโดยกำเนิด เป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่ไม่มีใครลอกเลียนแบบได้เส้นผมสีดำขลับเป็นเงายาวถึงครึ่งแผ่นหลัง ทิ้งตัวเหยียดตรงเหมือนแพรไหม ราวกับนางแบบโฆษณาแชมพูสระผม สวมชุดฮั่นฝูสีม่วงเข้ม เอวที่คอดกิ่วเหมือนมดตะนอย คาดด้วยเชือกสีแดงสลับเชือกสีทอ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 13 หนูทดลอง

    เสียงกระซิบเบา ๆ ที่ข้างหูเหลียนฟ่ง"ขอชื่นใจทีนะ"เหลียนฟ่งไม่ปฏิเสธ แถมยังเอียงแก้มให้เขาอย่างเอียงอาย ฉินฟ่านก็สูดดมกลิ่นอายสาวจากแก้มของเธอ พวงแก้มของเธอแดงเหมือนลูกท้อ ดูงดงามจนน่าหลงใหลกว่าเดิม"ขอจูบปากทีนะ""ไม่ได้ค่ะ""นิดเดียวน่า""ไม่ได้ค่ะ""โธ่...ผมไม่เจอหน้าคุณตั้งนาน ขอจูบให้หายคิดถึงหน่อย น่านะ""ไปล้วงอะไรตรงนั้น มืออย่าซนสิคะ"คราวนี้เขาไม่รอคำตอบ ประทับรอยจูบลงไปแบบซึ้ง ๆ ที่ริมฝีปากสีกลีบกุหลาบของเธอทันทีบางครั้งหญิงสาวอาจจะเขินอาย ดังนั้นฝ่ายชายควรเป็นผู้เปิดเกมรุกก่อนมือของเขาค่อย ๆ ลูบไล้ขาอ่อนเรียวยาวของเธอ"ผิวของคุณเนียนไปทั้งตัวเลย ผมอดใจไม่ไหวแล้ว"เขาค่อย ๆ เลื่อนมือขึ้นมาเค้นคลึงอกอวบอูมของเธอ ดวงตาของเธอดูเย้ายวนใจยิ่งนักเธอไม่มีท่าทีที่จะขัดขืนเลยแม้แต่น้อยเธอคงมีใจให้เขาเช่นกัน"คืนนี้ เป็นของผมเถอะนะ""อย่าค่ะ อย่า"ผู้หญิงยิ่งห้

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 12 ฉีเคอะ

    ละลองฟูฝอยของน้ำตกกระทบกับแสงแดดจนเห็นสายรุ้ง ฉินฟ่านถกขากางเกงขึ้นสูง ยืนสงบนิ่งอยู่กลางลำธาร ที่มีระดับน้ำสูงแค่หัวเข่า ในมือถือไม้ปลายแหลมกำลังจะแทงปลา ที่ว่ายใกล้เข้ามา เพื่อนำปลาไปทำอาหารมื้อกลางวันแต่แล้วฝันก็สลาย เพราเจ้าฉีเคอะกระโดดลงมาข้าง ๆ ตัวเขา จนน้ำสาดกระจาย ปลาเล็กปลาใหญ่แตกตื่น ว่ายน้ำมุดหนีหายกันไปหมดเขาโมโหจนต้องร้องตะโกนด่าเจ้าลิงตัวแสบ"ฉีเคอะไอ้ลิงบัดซบ แกเล่นกระโดดลงมาแบบนี้ ปลามันตกใจจนหนีไปหมดแล้วโธ่หมดกัน มื้อเที่ยงของฉัน"เจี๊ยก ๆ เจี๊ยก ๆฉีเคอะแยกเขี้ยวยิงฟันปรบมือชอบใจ ที่ได้แกล้งเขา แล้วมันก็ดึงแขนเสื้อของเขา"นี่แกจะพาฉันไปไหน""จะให้ฉันตามแกไปเหรอ"เจ้าฉีเคอะมันดึงแขนเสื้อเขา ทำท่าทำทาง เหมือนอยากจะให้เขาตามมันไปที่ไหนสักแห่ง แล้วมันก็วิ่งนำทางไป บางครั้งมันก็ส่งเสียงร้อง พยายามเร่งให้เขาเดินเร็ว ๆ ทั้งคู่เดินทางร่วมยี่สิบนาทีในที่สุดหนึ่งคนหนึ่งลิงก็มาหยุดยืนอยู่ที่ดงต้นท้อ ฉินฟ่านมองซ้ายมองขวาอย่างงง ๆ"ที่นี่ไม่เห็นจะมีอะไรเลย แกพาฉันมาที่นี่ทำไ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 11 สุราวานร

    อู่อี๋ซานอยู่ในมณฑลฝูเจี้ยน มีอาณาเขตเจ็ดสิบตารางกิโลเมตร มีหวงกั่งซานเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 2,158 เมตร ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลก ทั้งทางด้านวัฒนธรรมและธรรมชาติ สภาพอากาศบริสุทธิ์การันตีได้ว่า ที่นี่มีทัศนียภาพสวยงามที่สุดของจีน แถมยังเป็นสถานที่ต้นกำเนิดของชาดีที่สุด เช่น ชาสุ่ยเซียน โย่วกุ้ย อูหลง ฝอโส่ว เหมยจัน อีกทั้งยังอุดมไปด้วยสมุนไพรและสัตว์ป่าหายากนานาชนิดโปรแกรมทัวร์ส่วนใหญ่มักจะพาลูกทัวร์เที่ยวชมไร่ชาต้าหงเผา ล่องแพไม้ไผ่จิ่วชีว์ซี ชมความงามของธารน้ำเก้าโค้งสิบแปดเลี้ยว ที่ใสสะอาดดุจกระจกเงา ชมวิวทิวทัศน์สองฟากฝั่งธาร ที่งดงามดุจแดนสวรรค์ ถ่ายรูปสวย ๆ คู่กับเขาเทียนโหยว เอาไว้ไปอวดเพื่อนในโลกโซเชียล แวะเดินเล่นชอปปิงของที่ระลึก ที่ถนนโบราณราชวงศ์ซ่งฉินฟ่านมองทัศนียภาพที่งดงามของทิวเขา ที่ทอดยาวต่อเนื่องกันลูกแล้วลูกเล่า ความเขียวชอุ่มแสดงถึงระบบนิเวศน์ที่สมบูรณ์ พลางครุ่นคิดในใจว่า เขาจะต้องใช้เวลาเดินทางยาวนานสักเท่าใดโบราณยังเคยกล่าวไว้ว่า มองขุนเขาควบอาชาจนสิ้นใจ ตอนนี้อาชาหรือล่อสักตัวก็ไม่มี มีแต่ต

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 10 หวังว่าคุณจะเข้าใจ

    ฉินฟ่านประคองเขาเดินกลับบ้านที่อยู่ไม่ไกล"นี่...พี่เขยอย่าหาว่า ผมคุยโวโอ้อวดเลยนะ พี่สาวของผมเอง หุ่นเหิ่นก็แจ่มไม่เบา แถมยังเป็นคนจิตใจดีอีกต่างหาก สาว ๆ ในย่านนี้สวยสู้พี่สาวของผมไม่ได้เลยสักคน ฝีมือทำอาหารก็เป็นเลิศ ทั้งสวยทั้งเก่งขนาดนี้หาไม่ได้ง่าย ๆ นะครับ พี่เขยไม่คิดจะสนใจบ้างเลยเหรอ ถ้าพี่เขยตกลงเซย์เยส เดี๋ยวผมชงเรื่องให้เอง รับรองว่าสำเร็จปิดจ๊อบในเดือนเดียว"ฉินฟ่านฟังเหลียนเฮ่อแล้ว ก็ได้แต่ยิ้ม ดูแล้วก็ไม่รู้ว่า ในหัวของเขาคิดเห็นยังไงกับเรื่องการเชื่อมสัมพันธไมตรี ระหว่างพี่เขยสด ๆ กับน้องเขยหมาด ๆยิ่งเรียกยิ่งชินปาก แถมพี่เขยคนนี้ไม่เพียงมีวรยุทธสูงส่งระดับเทพเซียน ยังหาเงินเก่งอีกต่างหาก ถ้าหากยังไม่รีบคว้าไว้เป็นพี่เขย ก็เอาหัวโขกเต้าหู้ ให้ตายไปเลยยังดีซะกว่า โทษฐานที่โง่งม อีแบบนี้ต้องรีบกลับไปเป่าหูพี่สาวซะหน่อยแล้วพอทั้งคู่มาถึงหน้าบ้าน"กรี๊ด!"เสียงกรี๊ดดังลั่น พร้อมเงาคนวิ่งออกมาอย่างรวดเร็ว เพราะเหลียนฟ่งเห็นทั้งคู่แต่ไกล คนหนึ่งเดินกะโผลกกะเผลก ส่วนอีกคนก็ป

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 8 เรดาร์หญิง

    หลังจากกินอิ่มแล้ว พวกเขากำลังจะแวะเข้าไปดูของ ที่ร้านค้าวัตถุโบราณแห่งหนึ่ง"นี่ ทำไมคนพวกนั้นเขามองเรากันใหญ่เลยล่ะ คุณลืมรูดซิปหรือเปล่า"เหลียนฟ่งกระซิบถามเบา ๆ ด้วยความสงสัย "โธ่คุณ ผมใส่กางเกงวอร์มนะ มันจะมีซิปได้ยังไง เฮ้อ ทำยังไงได้ พวกชาวบ้านก็อย่างนี้แหละ พวกเขาคงไม่เคยเห็นผู้หญิงสวย ๆ รวยเสน่ห์อย่างคุณมาเดินเล่นแถวนี้มั้ง""แหม ปากหวานจริง ๆ นะคะคุณชายฉิน"เขาแกล้งหยอกเธอ เหลียนฟ่งแก้มแดงขึ้นมาด้วยความเอียงอาย ร้อยทั้งร้อยมีสาวคนไหนไม่ชอบบ้างล่ะ เวลาได้ยินผู้ชายที่ตัวเองชอบชมว่าตัวเองสวย"ปากหวานนะอีกเรื่องหนึ่ง ผมพูดความจริงต่างหากล่ะ คุณหนูเหลียนน่ะทั้งสวยทั้งน่ารักอย่าบอกใครเลยล่ะ ใครได้คุณเป็นแฟนคงมีความสุขที่สุดในโลก""คุณก็พูดเกินไป""รับรองว่าจริงจัง จริงใจ""อย่าหลอกกันนะ""ถ้าหลอกให้หยิกเลย"ทั้งสองหยอกล้อต่อปากต่อคำกัน ท่ามกลางสายตาชาวบ้าน เหลียนฟ่งยืนบิดตัวไปมา ยิ้มหน้าบานอย่างมีความสุข แถมยังตีแขนเขาเบา ๆ ด้วยความเขินอาย ทันใดนั้นเรดาห์ลางสังหรณ์ของผู้หญิงก็ส่งสัญญาณเตือนภัยขึ้นมา เพราะหางตาของเธอ เห็นสาว ๆ หน้าตาสะสวยรุ่นราวคราวเดียวกับเธอสามสี่คน กำลังชี้ชว

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status